Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ — Urbanio Vogue 49

Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ

PROPERTYQuick Facts: Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ
TypeLuxury Property
ByKANT
Updated15 Apr 2026

ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW

A comprehensive property review of Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.

“𝐅𝐚𝐬𝐡𝐢𝐨𝐧 𝐢𝐬 𝐚𝐫𝐜𝐡𝐢𝐭𝐞𝐜𝐭𝐮𝐫𝐞: 𝐢𝐭 𝐢𝐬 𝐚 𝐦𝐚𝐭𝐭𝐞𝐫 𝐨𝐟 𝐩𝐫𝐨𝐩𝐨𝐫𝐭𝐢𝐨𝐧𝐬.”― โคโค ชาแนล ดีไซเนอร์คนโปรดของกานต์เคยกล่าวประโยคนี้เอาไว้เพื่ออธิบายว่า แฟชั่นกับสถาปัตยกรรมต่างก็มีหัวใจสำคัญคืออยู่ที่เรื่องของสัดส่วนที่ลงตัว

.

กานต์ว่าวลีนี้ชัดเจนและเป็นเรื่องจริงมากๆ เลยนะครับ

.

เพราะถ้าลองถอยออกมามองภาพกว้าง ทุกวันนี้เวลาเราพูดถึงเครื่องมือที่ใช้สื่อสารตัวตน เรามักจะนึกถึงเสื้อผ้าหรือของแบรนด์เนม ทว่าในยุคที่คนเรามองการใช้ชีวิตเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง “บ้าน” กลับกลายเป็นสิ่งที่สะท้อนรสนิยมและคาแรกเตอร์ได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเสื้อผ้าคอลเลกชันไหนๆ นี่คือแก่นที่ทำให้กานต์สนใจเรื่อง Style is an Address มากครับ

.

อย่างโครงการ Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ที่เลือกใช้คำว่า Vogue มาเป็นตัวชูโรง ก็เป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนมาก

.

โครงการนี้พัฒนาขึ้นมาให้เป็นเหมือน Fashion Item ระดับ Masterpiece งานออกแบบสไตล์ Modern Luxury โดยหยิบเอาความหรูหรามาตีความใหม่ให้เข้ากับจังหวะชีวิตของคนเมืองยุคนี้ กานต์ว่าอารมณ์คล้ายๆ กับการสวมใส่สูทสั่งตัดแบบ Tailor-made ที่ทุกสัดส่วนต้องพอดีและช่วยขับเน้นบุคลิกของเราให้โดดเด่นขึ้น

.

ความน่าสนใจอยู่ที่ภาษางานดีไซน์ (Design Language) ที่โครงการพยายามสื่อสารออกมาครับ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เราจะได้สัมผัสกับโถงต้อนรับที่ดึงเอาแสงธรรมชาติเข้ามาเล่นกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ไปจนถึงดีเทลของความเป็นบ้านหรูที่มีลิฟต์ส่วนตัว และมอบความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดบน Penthouse Floor ที่ให้อิสระในการจัดสรรพื้นที่ตาม Passion ดังนั้น ทุกรายละเอียดจะถูก Crafted มาเพื่อให้เราสนุกกับการ Styling ชีวิตตัวเอง

.

อีกมิติหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือบริบทแวดล้อมครับ เหมือนกับเวลาที่เราเลือกสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายชิ้นนั้นจะดูโดดเด่นและทรงพลังที่สุดก็ต่อเมื่อมันไปปรากฏอยู่ในสถานที่และช่วงเวลาที่ใช่

.

สำหรับโครงการ Urbanio Vogue การเลือกปักหมุดบนทำเลวิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ถือเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ในการเลือกที่ทางให้กับชีวิตได้อย่างชาญฉลาดและมีชั้นเชิง เชื่อมต่อสู่ใจกลางเมืองได้ง่าย ใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน ไปจนถึงสนามบินดอนเมืองที่ตอบโจทย์คนที่มีไลฟ์สไตล์ต้องเดินทางอยู่เสมอตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เข้าใจ Insight ของคนยุคนี้ว่า ความหรูหราที่แท้จริงคือการมีเวลาเหลือพอที่จะไปโฟกัสกับ Passion ของตัวเอง

จะว่าไปอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ได้ขยับบทบาทไปไกลกว่าแค่ที่พักพิงแล้วครับ สำหรับ Urbanio Vogue มันคือ Statement ชิ้นสำคัญที่สุดที่เราเลือกเพื่อสะท้อนตัวตนในทุกๆ วันนั่นเองครับ

.

สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่

โครงการ Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ เป็น Luxury Villa ในรูปแบบบ้านแฝด 3.5 ชั้นหน้ากว้าง 7.30×11.10 ม. ขนาดที่ดิน 35.8 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 312 ตร.ม. ฟังกชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 รับแขก สามารถจอดรถได้ 3 คัน พร้อมจัดเตรียมระบบไฟ เพื่อรองรับ EV Charger เอาไว้ให้แล้ว
Urbanio Vogue ตีโจทย์ที่อยู่อาศัยในย่านนี้ได้น่าสนใจและเฉียบขาดมากทีเดียวครับ ขยับเซกเมนต์และยกระดับจากทาวน์โฮม ขึ้นมาเป็น Luxury Villa อย่างเต็มตัว

โครงการนี้ยังมีไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้ง ลิฟต์ส่วนตัวภายในบ้าน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจ Insight ของการใช้ชีวิตยุคนี้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งการตัดสินใจพัฒนาวิลล่าแบบมีลิฟต์บนทำเลใจกลางแจ้งวัฒนะ กานต์องว่าเป็นการสร้างนิยามใหม่ของการอยู่อาศัยที่เน้นความเป็นส่วนตัวขั้นสุด ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางในทำเลที่หาที่ดินเปล่ามาพัฒนาได้ยากแล้วครับ

อยากย้ำว่า การตัดสินใจซื้อบ้านในโครงการ Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกที่อยู่อาศัย แต่เป็นการตัดสินใจที่จะลงทุนในอนาคตที่ดีกว่า ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว Urbanio Vogue จึงเป็นมากกว่าการมีบ้าน แต่เป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับชีวิตในอนาคตที่เต็มไปด้วยโอกาสและสิ่งดีๆ ครับ

ถ้าถามว่าย่านวิภาวดี-แจ้งวัฒนะวันนี้เป็นยังไง ตอบสั้นๆ คือเปลี่ยนไปเยอะมากจากทำเลที่คนมักมองว่าเป็นชานเมือง ตอนนี้กลายเป็นฮับที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งศูนย์ราชการ แหล่งงาน ห้างใหญ่ โรงเรียนนานาชาติ แถมโครงข่ายรถไฟฟ้า 2 สายอย่างสายสีแดงกับสายสีชมพูที่เปิดให้บริการแล้ว ก็ยิ่งทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางแต่ยังอยากได้บ้านที่มีพื้นที่หายใจ

Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 9-1 ซึ่งจุดที่น่าสนใจของทำเลนี้คือเรื่อง accessibility ที่หาได้ยากจากโครงการอื่นในย่านเดียวกัน เพราะสามารถเข้าออกได้ถึงสามเส้นทาง

ฝั่งแรกคือเข้าจากถนนแจ้งวัฒนะผ่านซอยแจ้งวัฒนะ 10 โดยตรง ฝั่งที่สองเข้าจากถนนแจ้งวัฒนะเช่นกันแต่อ้อมผ่านซอย 12 และ 14 แถวโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และฝั่งที่สามซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ คือสามารถเข้าจากฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตผ่านถนนกำแพงเพชร 6 (ซอย 5) โซนหลัง IT Square ซึ่งตรงนี้เป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีชมพูกับสายสีแดงพอดีเลยครับ ถือเป็นความได้เปรียบที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งยังเชื่อมต่อกับโครงข่ายถนนสายรองได้อีกหลายเส้น ไม่ว่าจะเป็นถนนติวานนท์ สรงประภา ศรีสมาน ประชาอุทิศ เลียบคลองประปา หรือถนนโลคัลโรด รวมถึงทางด่วนสายหลัก อย่างดอนเมือง โทลล์เวย์ ทางพิเศษศรีรัช พูดง่ายๆ ว่าจะไปไหนก็มีทางเลือกหลากหลาย ไม่ต้องติดอยู่กับเส้นทางเดียว 

รอบโครงการก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ชนิดที่ว่าไม่ต้องขับไปไหนไกล อาทิ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, Charn at Avenue แจ้งวัฒนะ, IT Square หลักสี่, โรบินสัน ศรีสมาน, โฮมโปร รวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดสด คาเฟ่ ร้านอาหาร กระจายอยู่ทั่วพื้นที่นี้

สำหรับครอบครัวที่มีลูก เรื่องการศึกษาก็อุ่นใจได้ มีทั้งโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์, โรงเรียนนานาชาติ Magic Years, Hampton, ไปจนถึง Harrow International School (ดอนเมือง) ส่วนสถานพยาบาลก็ครอบคลุม ทั้งโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ, เวิลด์เมดิคอล,จุฬาภรณ์ หลักสี่ และโรงพยาบาลทหารอากาศ ทุ่งสีกัน อยู่ในรัศมีไม่ไกล 

อีกจุดที่ต้องพูดถึง ก็คือสนามบินนานาชาติดอนเมืองที่อยู่ใกล้ๆ สำหรับคนที่ต้องบินบ่อยหรือมีจังหวะชีวิตที่ผูกอยู่กับการเดินทาง ทำเลแบบนี้ช่วยลดเวลาที่สูญเสียไปกับการเดินทางได้เยอะมาก ซึ่งสำหรับคนยุคนี้ เวลาคือทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด ถ้าทำเลช่วยคืนเวลาให้ได้วันละชั่วโมง นั่นคือ value ที่ตีเป็นตัวเงินไม่ได้ 

มาดูกันในเรื่องการออกแบบของ Urbanio Vogue มีความผสมผสานระหว่างเส้นสายที่ทันสมัยและให้ความอบอุ่นได้อย่างลงตัว สถาปัตยกรรมภายนอกดูเรียบหรูเหนือกาลเวลา แต่ภายในบ้านกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกของการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง การจัดสรรพื้นที่ถูกคิดมาอย่างดีเพื่อให้ทุกตารางนิ้วสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 

ตัวบ้านได้รับการออกแบบให้มีหน้าต่างบานใหญ่และช่องแสงที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาเติมเต็มทุกพื้นที่ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่ง โล่งสบาย และช่วยลดการใช้พลังงานในเวลากลางวัน ให้ความรู้สึกเหมือนเรามี Private Sanctuary หรือพื้นที่หลบภัยส่วนตัวที่เงียบสงบ ทันทีที่ก้าวพ้นความวุ่นวายจากภายนอกเข้ามาครับ 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น (Flexible Space) ที่เราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างห้องสมุดส่วนตัว ห้องทำงาน หรือมุมสงบสำหรับฝึกโยคะในยามเช้าเบาๆ ภายในบ้าน แสดงให้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้มองบ้านเป็นแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับผู้อยู่อาศัย 

จะเห็นได้ว่า ภาพรวมของงานสถาปัตยกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงามมองจากภายนอก แต่เป็นการจัดการพื้นที่และฟังก์ชันในแนวตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด กานต์ประทับใจการติดตั้งลิฟต์ส่วนตัวภายในบ้านที่กลายมาเป็นตัวเชื่อมต่อ Space ในแต่ละชั้นให้ลื่นไหล ทำให้การอยู่อาศัยแบบ Multi-generation หรือครอบครัวใหญ่เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก ผู้สูงอายุในบ้านสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางหรือห้องนอนได้สบายๆ ไร้ข้อจำกัดเรื่องบันได 

เราเปิดประตูเข้ามาดูภายในบ้านตัวอย่างกันก่อนครับ ตัวบ้านดีไซน์สไตล์ Modern Luxury ทืี่มีความร่วมสมัย เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับความใหญ่โตโอ่โถงของ Living Area จัดชุดที่นั่งโซฟาขนาดใหญ่สีน้ำเงิน ตัดกับผนังลายเส้นสีแดง ดูเก๋มากครับ ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งทีวีแขวนผนังและชั้นวาง สามารถติดตั้งสมาร์ททีวีได้สบายๆ เพราะมีพื้นที่ระยะในการรับชมเหลือมากพอครับ 

ส่วนผนังด้านข้างเป็นกระจกใสบานใหญ่ เพื่อให้เปิดรับวิวสวนสีเขียวด้านข้างบ้านได้เป็นการเชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบ Inside out-Outside In 

สิ่งที่น่าสนใจคือชั้นล่างยังมีห้องนอนมาให้ด้วย ซึ่งถ้ามองในมุมของการใช้งานจริง ห้องนอนชั้นล่างตอบโจทย์ได้หลากหลายมาก 

ไม่ว่าจะจัดเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกขึ้นบันได ห้องนอนเด็ก หรือจะปรับเป็นห้องทำงาน Home Office สำหรับคนที่ทำงานจากบ้านก็ทำได้ทันที เป็น Flexibility ที่ทำให้บ้านหลังนี้เติบโตไปพร้อมกับจังหวะชีวิตของเราได้ 

ถัดเข้าไปด้านหลังห้องนอนเป็นพื้นที่ที่บ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องแมว ซึ่งกานต์ว่าเป็นไอเดียที่น่ารักและสะท้อนความเข้าใจวิถีชีวิตคนเมืองยุคนี้ได้ดี 

เพราะสำหรับหลายคนสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัวที่สำคัญ ดังนั้นการมีพื้นที่เฉพาะให้พวกเขาได้มีอาณาจักรเป็นของตัวเอง แยกออกจากโซนพักผ่อนหลักอย่างชัดเจน ถือว่าตอบโจทย์ Pet Parents ได้ตรงจุดมาก 

ติดกันคือห้องครัวซึ่งจัดวางไว้ที่ด้านหลังบ้านอย่างมีลงตัว ทั้งในแง่ของ Flow การใช้งานและการระบายอากาศ ห้องครัวเป็น Area ที่มีความกว้างพอสมควร ออกแบบให้เป็นครัวแบบปิดที่สามารถกั้นแบ่งสัดส่วนด้วยประตูบานสไลด์ เวลาลงมือทำอาหารไทยกลิ่นจะไม่วิ่งเข้าไปรบกวนพื้นที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นดีเทลที่สำคัญมากสำหรับคนที่ชอบทำอาหาร ใครที่เคยอยู่คอนโดหรือบ้านที่เป็นครัวเปิดแล้วต้องทนกับกลิ่นผัดกระเทียมฟุ้งไปทั่วบ้าน กานต์ว่าน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดี 

บ้านตัวอย่างตกแต่งครัวด้วยการจับคู่สีแดงกับทอง ที่ให้ความรู้สึกร่้อนแรงมีชีวิตชีวา ทำให้การเข้าครัวกลายเป็นช่วงเวลาที่สนุกและมีสีสัน เคาน์เตอร์ครัวพร้อมตู้บานปิดสำหรับเก็บของทั้งชั้นบนและชั้นล่าง มีพื้นที่ด้านข้างออกแบบเป็นช่องเฉพาะสำหรับติดตั้งตู้เย็น ติดกันเป็นอ่างล้างจาน ด้านในเป็นเตาไฟ และด้านในสุดเป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า พร้อมพื้นที่จัดเก็บเสื้อผ้า ที่บ้านตัวอย่างจัดไว้ให้ดูเป็นไอเดีย 

ขึ้นลิฟต์มาชมชั้น 2 กันบ้างครับ ต้องบอกว่ากานต์ประทับใจมาก เพราะออกแบบฟังก์ชันได้ดี มีความเป็นส่วนตัวที่แยกออกจากส่วนต้อนรับบริเวณชั้น 1 ทำให้กลายเป็นพื้นที่ของสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง 

เมื่อเข้ามาด้านในเราจะพบกับโถงกว้างลอยฟ้าขนาดใหญ่ ถัดมาเป็นพื้นที่ของ Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ขนานไปกับความลึกของตัวบ้านรองรับการใช้งานได้มากถึง 6-8 คนหรือเราจะสั่งโต๊ะที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ก็ได้เช่นกันเพราะมีพื้นที่เพียงพอ มีพื้นที่สำหรับจัดเตรียมอาหารลักษณะเป็น Pantry เป็นมุมสำหรับทานอาหารเช้าเบาๆ ส่วนเราขอเป็นกาแฟกับขนมปังสักชิ้นก็พร้อมลุยกันต่อแล้วครับ 

ส่วนด้านหน้าเป็น Living Area สำหรับพักผ่อนสบายๆ ใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่เน้นสีเทาควันบึุหรี่ตัดกับหมอนอิงสีส้มอิฐและแดงเข้ม ทำให้บรรยากาศดูเรียบเท่ และโปร่งสบายด้วยโถงสูงแบบ Double Volume สูงถึง 5.75 เมตร มองเห็นบรรยายกาศโดยรอบผ่านผนังที่เจาะช่องกระจกใสและมีหน้าต่างเปิดรับอากาศได้ และทำให้ได้แสงธรรมชาติเยอะมากในช่วงเวลากลางวัน โดยแทบไม่ต้องเปิดไฟ 

แต่เมื่อถึงตอนกลางคืน ภายในบ้านก็ดูโดดเด่นด้วยแสงสว่างจากโคมไฟดีไซน์ฟรีฟอร์มที่แขวนอยู่ใจกลางบ้านกลายเป็นมุมที่สวยมากเลยครับ 

หากใครชอบอาร์ตก็สามารถหางานศิลปะมาประดับเพื่อให้บ้านได้สะท้อนตัวตนของเรามากที่สุดนั่นเองครับ ส่วนระเบียงด้านนอกบ้านสามารถจัดวางกระถางต้นไม้เพื่อให้ความสดชื่นได้ และชั้นนี้ยังออกแบบให้มีห้องน้ำในตัวอีกด้วยครับ 

ด้านบนเหนือ Living Area คือพื้นที่ของชั้นลอย Urbanio Vogue นำเสนอการเชื่อมต่อระหว่าง 2 พื้นที่นี้ทำได้อย่างน่าสนใจ เพราะชั้นลอยออกแบบให้เปิดหน้าต่างกระจก กรอบดำลงมายังห้องนั่งเล่นชั้นล่างได้ ทำให้แม้จะอยู่คนละระดับ แต่ทั้งสองพื้นที่ยังคงสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา
ยืนอยู่ชั้นล่างมองขึ้นไป เราจะเห็นองค์ประกอบดีไซน์ของชั้นลอยเป็นฉากหลังที่สวยงาม โดยเฉพาะเพดานโค้งสี Burnt Orange ที่มีไฟ LED ลากเส้นตามแนวโค้ง ให้แสงอุ่นนวลสะท้อนลงมาเป็น Ambient Light ให้กับห้องนั่งเล่น Double Volume ด้านล่าง ให้ความรู้สึกของ Loft Living ที่มีมิติและความลึกเกินขนาดที่ดินจริง 

พอขึ้นมาถึงชั้นลอย สิ่งที่ทำให้เราต้องหยุดมองคือ Interior Direction ที่กล้าหาญมาก บ้านตัวอย่างเลือกเล่นกับ Color Palette โทน Burnt Orange และ Terracotta เป็นสีหลัก ตัดกับผนัง Mural Painting แนว Abstract ในโทนสีน้ำตาลอุ่นผสมนู้ด ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปใน Private Showroom ของแฟชั่นเฮาส์มากกว่าห้องในบ้านพักอาศัย 

จุดศูนย์กลางของห้องคือ Swivel Armchair ตัวใหญ่หุ้มผ้ากำมะหยี่สีส้มอิฐ ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งเก้าอี้พักผ่อน เก้าอี้อ่านหนังสือ และเก้าอี้ทำงาน จับคู่กับโต๊ะกลมท็อปหินอ่อนสีดำที่วางอยู่ข้างหน้า เราสามารถนั่งพิงหลังบนเก้าอี้ตัวนี้ เปิดแล็ปท็อป รับสายโทรศัพท์ ไลฟ์รีวิวขายสินค้าออนไลน์ หรือว่าจิบเครื่องดื่มสักแก้วหลังเลิกงานได้สบายๆ เป็นพื้นที่ที่สวิตช์ได้ระหว่างโหมด Work กับโหมด Relax อย่างยอดเยี่ยมเลยครับ 

รอบห้องเป็นกระจกบานใหญ่จากพื้นถึงเพดาน ให้แสงธรรมชาติไหลเข้ามาเต็มที่ พร้อมวิวต้นไม้สีเขียวด้านนอกที่ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย ประดับด้วยโคมไฟ Bubble Glass ที่ห้อยลงมาเป็นกลุ่ม ให้แสงกระจายนุ่มนวลในยามค่ำ ทำให้ห้องมีความ Layered ทั้งกลางวันและกลางคืน

จะเห็นได้ว่า Urbanio Vogue ไม่ได้ขายแค่พื้นที่ตารางเมตร แต่กำลังขาย Lifestyle Narrative ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ภาพของคนรุ่นใหม่ที่ทำงานจากบ้าน สร้างคอนเทนต์ มี Taste ในเรื่องแฟชั่นและความงาม ต้องการพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนได้อย่างเต็มที่ เพราะห้องนี้ตอบทุกโจทย์ในพื้นที่เดียว เป็นทั้ง Creative Studio, Dressing Room และ Personal Retreat ที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว 

ชั้น 3 คือพื้นที่สำหรับกลับมาเป็นตัวเองอย่างแท้จริง เพราะทั้งชั้นยกให้เป็น Penthouse เต็มรูปแบบ ภาพแรกที่เห็นคือห้องนอนใหญ่ที่มีความกว้างขวางเกินความคาดหมาย ด้วยฝ้าเพดานชั้นนี้สูง 2.8 เมตร ผสานกับกระจกบานใหญ่จากพื้นถึงเพดานฝั่งระเบียง ทำให้แสงธรรมชาติไหลเข้ามาเต็มห้อง ยิ่งในช่วงเช้าที่แดดสาดส่องเข้ามาเป็นลำยาวบนพื้นไม้ ภาพที่ได้ให้ความรู้สึก Cinematic มาก เหมือนตื่นขึ้นมาในห้องพักโรงแรมที่ไหนสักแห่งในยุโรป 

Feature Wall หัวเตียงเป็นไฮไลท์ของห้อง ด้วยผนัง Textured สีแดงอิฐทั้งผืนที่มี Line Art แนว Organic วาดทับ ให้ความรู้สึก Bold และ Artistic ถ่วงด้วย Upholstered Headboard โทนเทาอุ่นที่ลากยาวตลอดแนวผนัง ทำหน้าที่เป็น Base ที่ช่วยให้สีแดงอิฐด้านบนไม่รุนแรงจนเกินไป โคมไฟ Bubble Glass ห้อยลงมาข้างเตียงแทนโคมตั้งแบบเดิมๆ เพิ่มความ Contemporary ได้อย่างมีรสนิยม บ้านตัวอย่างจัดเตียงขนาดใหญ่พร้อมผ้าคลุมเตียงลายทาง จับคู่กับหมอนอิงหลากโทนสี ทุกอย่างประสานกันเป็น Palette เดียวกับทั้งหลัง ต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุด 

สิ่งที่ทำให้ห้องนอนชั้นนี้รู้สึกเป็น Penthouse จริงๆ คือมุมนั่งเล่นที่กระจายอยู่หลายจุดในห้องเดียว ด้านข้างเตียงมีโซฟาตัวยาวสีเทาอุ่นวางคู่กับโต๊ะกลางท็อปหินอ่อน กลายเป็น Living Corner ภายในห้องนอนเอง เหมาะสำหรับนั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงในวันหยุดสบายๆ 

ฝั่งริมระเบียงมีอาร์มแชร์ตัวเดี่ยวสีเขียว Olive วางคู่กับโต๊ะข้างและโคมไฟตั้งพื้นสีแดงทรง Mushroom สไตล์ Retro เป็นมุมที่เหมาะกับการนั่งมองวิวยามเย็นหรืออ่านหนังสือกับแสงแดดช่วงบ่าย ส่วนผนังฝั่ง TV Wall จัดวางชุดตู้ลอยตัวโทน Bronze พร้อมแผ่นกระจกเงาแนวตั้งที่ช่วยขยายมิติของห้อง ด้านหลังสะท้อนแสง Ambient Light สีอุ่นนวล ให้ความรู้สึก Layered มากยิ่งขึ้น 

แต่ส่วนที่เราว่าทำให้ห้องนี้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นคือ ห้องแต่งตัวแยกชายหญิงที่ถูกออกแบบให้แต่ละคนมีอาณาจักรแฟชั่นเป็นของตัวเอง ไม่ต้องแย่งพื้นที่กัน 

Walk-in Closet สำหรับผู้ชายออกแบบด้วยโทนสีสุภาพ เน้นลายไม้วอลนัทเข้ม กระจกสี Smoked Glass บานสไลด์ ข้างในจัดเป็นราวแขวนสูทและเชิ้ต ชั้นวางสำหรับนาฬิกา น้ำหอม แอ็คเซสซอรี่ มีกระเป๋าเดินทางวางไว้ด้านล่าง ให้ความรู้สึกเหมือน Gentlemen’s Wardrobe ที่ Curated มาอย่างดี ทุกเช้าแค่เดินเข้ามาหยิบสูท ผูกไทด์ หน้ากระจก แล้วก้าวออกจากบ้านไปพร้อมกับความมั่นใจ 

ด้านในเป็น Walk-in Closet สำหรับผู้หญิงดีไซน์สวยมาก บ้านตัวอย่างเลือกเล่นกับสีแดงอมม่วง พร้อมไฟ LED ทำให้พื้นที่ทั้งหมดเรืองแสงราวกับเดินเข้าไปใน Flagship Store ของแบรนด์หรู ชั้นวางออกแบบเป็น Display Shelf สำหรับจัดวางกระเป๋า มีราวแขวนเสื้อผ้า ช่องวางรองเท้าและกระเป๋าเดินทาง กระจกบานใหญ่สำหรับดูตัวเต็มตัว และ Vanity Area พร้อมกระจกทรงกลมเฟรมทองแดงสำหรับแต่งหน้า ฟังก์ชันนี้ถูกคิดมาเพื่อให้การเลือกเสื้อผ้าแต่ละวันกลายเป็น Ritual ที่สนุก ไม่ได้เป็นเรื่องเร่งรีบ 

ด้านในเป็นห้องน้ำ En-suite ที่เชื่อมต่อกับ Walk-in Closet ตกแต่งด้วยโทนสีหินธรรมชาติ กระเบื้องลายไม้สีอ่อนที่ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ตู้อ่างล้างหน้าไม้วอลนัทเข้มพร้อมท็อปหินอ่อนสีขาว กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นทางเชื่อมไปยัง Walk-in Closet โครงการติดตั้งอ่างอาบน้ำมาให้ วางไว้ริมหน้าต่างให้แสงธรรมชาติกรองผ่านเข้ามานุ่มนวล ลองจินตนาการภาพตัวเองแช่ตัวอยู่ในอ่างหลังกลับมาจากวันที่ยาวนาน สูดกลิ่นเทียนหอมอ่อนๆ แค่นี้ก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นได้ในบ้านตัวเองทุกวัน

พาไปชมพื้นที่ส่วนกลางกันบ้างครับ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่ใช้งานร่วมกันของโครงการ Urbanio ทั้งหมด โครงการออกแบบและจัดวางแปลนให้ Clubhouse อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการต่อเนื่องมาจาก Main Gate ข้อดีก็คือทำให้แยกส่วนกันชัดเจนระหว่างพื้นที่ Residential กับ Public Area หากเรามีแขกที่ไม่สนิท ไม่อยากให้เข้าไปภายในบ้านก็สามารถนัดหมายที่ Clubhouse แทนได้ ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยกับสมาชิกบ้านอื่นดีครับ

Clubhouse เป็นอาคาร 2 ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางโครงการ ดีไซน์ภายนอกเป็นสไตล์ Modern Classic โทนขาว-เทา สะอาดตา มีเสาคอลัมน์แนวตั้งเรียงเป็นจังหวะตลอดแนวอาคาร ออกแบบให้ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือน Pavilion ของรีสอร์ทมากกว่าส่วนกลางหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยังจัด Landscape เพื่อให้มีพื้นที่สีเขียวโอบล้อมอาคารเอาไว้และช่วยทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวขณะเข้าใช้บริการ โดยเฉพาะเมื่อแสงยามเย็นสาดลงมาผ่านยอดไม้ใหญ่ที่ปลูกโอบล้อมอาคาร ภาพที่ได้งดงามจนต้องหยุดชม

Clubhouse ออกแบบฟังก์ชันมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละครอบครัว ใครอยากนั่งทำงานนอกบ้านบ้างโดยไม่ต้องขับรถไปคาเฟ่ แค่เดินมานั่งเล่นที่ Clubhouse ก็พอแล้วครับ ใครอยากพาลูกมานั่งอ่านหนังสือก็ทำได้ พื้นที่ถูกคิดมาเพื่อให้ทุกคนในทุกช่วงวัยสามารถเข้ามาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ด้านหน้าโดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ออกกำลังกายได้จริงจังวางขนานไปตามแนวถนนหลักของโครงการ ติดกันเป็นสระสำหรับเด็กที่แยกออกมาต่างหาก ให้เด็กๆ ได้เล่นน้ำสนุกกับเพื่อนๆ อย่างปลอดภัย

ขณะที่คุณพ่อคุณแม่นั่งรอบนเก้าอี้ริมสระได้อย่างสบายใจ มีห้องน้ำด้านในสุดสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ พร้อม Locker สำหรับเก็บของ ทำให้ทุกอย่างสะดวกและเป็นส่วนตัว

ชั้นบนเป็น Fitness Room ที่เปิดวิวกว้างผ่านกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นต้นไม้สีเขียว อุปกรณ์ออกกำลังกายจัดครบทั้ง Cardio อย่างลู่วิ่ง เครื่องปั่นจักรยาน Elliptical และ Weight Training Machine สำหรับคนที่ต้องการเทรนกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ยังมี Main Park สนามหญ้าเขียวขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับ Clubhouse ราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน Landscape ของโครงการเต็มไปด้วยไม้ดอกหลากสีหลายสายพันธุ์ ไม้พุ่มตัดแต่งเรียบร้อย และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่คอยให้ร่มเงา ทุกครั้งที่ขับรถกลับเข้ามาบ้าน ภาพของสระน้ำสีฟ้า สนามหญ้าเขียวและดอกไม้ที่ชูช่อรอทักทายตลอดสองข้างทาง ทำให้รู้สึกว่าเรากำลังกลับเข้าบ้านจริงๆ

ใครอยากใช้สนามหญ้าเป็นพื้นที่ปิคนิกกับครอบครัวในวันหยุดก็ทำได้ อยากปูเสื่อนั่งอ่านหนังสือ ทำโยคะ เมดิเทชัน ก็ตามสบาย หรืออยากพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นก็มีพื้นที่ให้ใช้

ส่วนเด็กๆ ก็มี Children’s Playground กลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ มีทั้งสไลเดอร์ เครื่องเล่นปีนป่าย และม้าโยก ออกแบบมาให้เด็กๆ ได้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน สัมผัสธรรมชาติ รับวิตามินดี และเล่นสนุกกับเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่

#สรุป Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ เป็นโครงการที่ตกผลึกความเข้าใจใน Insight ของคนเมืองยุคใหม่ได้อย่างเฉียบขาดมากครับ Ananda กล้าที่จะฉีกกรอบเดิมๆ ด้วยการยกระดับโปรดักส์ให้กลายเป็น Luxury Villa พร้อมลิฟต์ส่วนตัว ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มคนที่มองหาความไพรเวทและ space ขนาดใหญ่บนทำเลที่แทบจะหาที่ดินเปล่าไม่ได้แล้ว

จุดแข็งที่ทำให้โครงการนี้ตัดสินใจซื้อได้ไม่ยากเลยคือ “ทำเล” ครับ การตั้งอยู่บนจุดศูนย์กลางที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมได้ครบทุกมิติ ทั้งทางด่วน รถไฟฟ้า และถนนสายหลัก นี่คือการคืนต้นทุนที่แพงที่สุดอย่างเวลากลับคืนมาให้เรา ซึ่งเวลานี่แหละครับคือความหรูหราที่แท้จริงของการใช้ชีวิต

แนะนำให้ลองเข้าไปสัมผัสสเปซจริงที่โครงการดูนะครับ กานต์เชื่อว่าบรรยากาศจริงจะยิ่งทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ

FAQFrequently Asked Questions

Where is Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ located?

Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.

Design features of Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ?

KANT visited and reviewed Urbanio Vogue วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ covering architecture and amenities.

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน