ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW
A comprehensive property review of GUTÉ SUKHUMVIT 76 by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.
“ᴛʜᴇʀᴇ ᴀʀᴇ 𝟥𝟨𝟢 ᴅᴇɢʀᴇᴇꜱ, ꜱᴏ ᴡʜʏ ꜱᴛɪᴄᴋ ᴛᴏ ᴏɴᴇ?” (มีองศาตั้ง 360 องศา ทำไมต้องยึดติดอยู่แค่หนึ่งเดียว?) Zaha Hadid สถาปนิกระดับโลกแนวสุดล้ำเคยพูดไว้แบบนี้ครับ ทำให้เรานึกถึงหนึ่งโครงการใหม่ที่กานต์มองว่ามีความกล้าและน่าสนใจที่สุดในเวลานี้
นั่นคือ GUTÉ SUKHUMVIT 76 (กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76) จาก Frasers Property
ทำไมกานต์ถึงใช้คำว่า “กล้า” เพราะในย่านแบริ่ง-สำโรง ที่เราเห็นแต่คอนโดมิเนียมผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด การที่มี Developer กล้าเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบระดับ HIGH CLASS บนทำเลนี้ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า นี่คืองานศิลปะที่อยู่อาศัยได้จริงสำหรับคนที่มีวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
ในงบเท่ากัน เราอาจซื้อ Penthouse บนตึกสูงได้วิวเมือง แต่สิ่งที่คอนโดให้ไม่ได้คือ Ground & Green พื้นที่ดินและสวนส่วนตัว ซึ่ง GUTÉ ให้ได้เราได้ทันที
อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ GUTÉ แตกต่างจากบ้านหรูทั่วไปในตลาดคือ Concept “Futuristic Modern” ครับ
อยากให้เราลืมภาพบ้านทรงกล่องสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะงานดีไซน์ที่นี่มีการใช้เส้นสายที่เฉียบคม (Sharp Lines) และรูปทรง Geometric ที่ดูโฉบเฉี่ยวให้ความรู้สึกเหมือนงานประติมากรรมเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยทั่วไป Facade หน้าบ้านมีการเล่นระดับและใช้วัสดุที่ดูโมเดิร์น ซึ่งไม่ใช่แค่สวยแต่ยังช่วยเรื่อง Privacy บดบังสายตาจากภายนอกแต่ภายในยังรู้สึกโปร่งโล่ง
ไฮไลท์ที่กานต์ชอบมากคือการออกแบบ Double Volume ตรง Living Area ที่สูงโปร่ง เชื่อมต่อแนวตั้งระหว่างชั้นทำให้บ้านดูแกรนด์และโอ่อ่าให้ความรู้สึกเหมือน Penthouse ใจกลางเมืองแต่ได้ที่ดินเป็นของตัวเอง ห้องนอนหลักที่นี่เขาจัดมาแบบ Penthouse Style มีขนาดใหญ่พิเศษ พร้อม Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวที่มีอ่างอาบน้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนเราพักผ่อนอยู่ใน Luxury Resort ส่วนตัวทุกวัน
โครงการนี้ยังได้รับรางวัล Best Landscape Design ด้วย รวมถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตมากกว่าห้องชุดแน่นอน
โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 76 ซึ่งมีความน่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ครับ เพราะเชื่อมต่อได้ทั้งถนนสุขุมวิท (ไป BTS แบริ่ง ประมาณ 2.8 กม.) และใกล้ถนนทางรถไฟสายเก่าที่ลัดเลาะเข้าพระราม 4 หรือตัดออกปู่เจ้าสมิงพรายได้ ทำให้มีทางหนีทีไล่เวลารถติด รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วนด้วยครับ สามารถเข้าสู่ย่าน CBD ได้ในไม่กี่นาที
แต่พอเข้าสู่ตัวโครงการ เหมือนเราหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งซึ่งเป็นที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว หาได้ยากมากในทำเลที่ใกล้เมืองขนาดนี้
ถ้าใครกำลังมองหาบ้านที่เป็นมากกว่าที่พักอาศัยที่ เหมือนได้มี Signature Item ที่สามารถบ่งบอกตัวตนของเรา GUTÉ SUKHUMVIT 76 คือคำตอบที่น่าสนใจมากๆ ในเวลานี้ครับ
อยากให้ลองแวะไปชมบ้านตัวอย่างดูนะครับ สัมผัส Space จริงด้วยตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจคำว่า “Futuristic Modern” ที่กานต์พูดถึงครับ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ m.frasersproperty.co.th/usBN
google map: m.frasersproperty.co.th/usBM

GUTÉ SUKHUMVIT 76 (กูธ์เธ่ สุขุมวิท 76) โครงการบ้านแนวราบระดับ HIGH CLASS ที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง บนเนื้อที่เกือบ 34 ไร่ ห่างจากถนนสุขุมวิทเพียง 1.4 กม. ใกล้ทางด่วน ใกล้ BTS แบริ่ง ใกล้ถนนบางนา–ตราด ทำให้การเข้าถึงทางด่วนรวดเร็ว ซึ่งจุดขึ้นทางด่วนก็เป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบของโครงการนี้
GUTÉ SUKHUMVIT 76 เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวและบ้าน 3 ชั้น เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ อยู่กัน 3 เจนเนอเรชัน
โครงการพัฒนาโดย Frasers Property ซึ่งตั้งใจวางภาพลักษณ์ของโครงการให้แตกต่างผ่านแนวคิดการออกแบบแบบ Futuristic Modern ด้วยภาษาดีไซน์เน้นเส้นสายที่เฉียบคม ทันสมัย และมีจังหวะของมวลอาคารที่ดูแข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้าง ซุ้มทางเข้าและงานสถาปัตยกรรมถูกออกแบบให้สื่อถึงความล้ำสมัยในแบบเมืองอนาคต ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการอยู่อาศัยจริงของครอบครัวไทย ทั้งพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วน การจัดแปลนที่รองรับหลายช่วงวัย และความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตประจำวันครับ

โครงการตั้งอยู่ ในซอยสุขุมวิท 76 สภาพแวดล้อมในซอยอาจจะดูพลุกพล่านแบบชุมชนดั้งเดิม แต่พอเข้าสู่ตัวโครงการ เหมือนเราหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง (Sanctuary) ที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว ซึ่งกานต์มองว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในทำเลที่ใกล้เมืองขนาดนี้
สิ่งสำคัญที่ชอบก็คือ GUTÉ ค่อนข้างจะโดนใจในเรื่องความ Unique และ Privacy กว่าโครงการอื่นในย่านนี้ครับ เพราะจำนวนยูนิตของ GUTÉ น้อย เพราะมีเพียง 118 ยูนิตเท่านั้น ทำให้สังคมในโครงการดู Exclusive กว่าและด้วยภาพรวมงานดีไซน์ที่จะดู Young & Modern กว่า เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบความจำเจ

โครงการยังตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพ เห็นได้จากมูลค่าของที่ดินที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งยังเป็นทำเลที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งไลฟ์สไตล์และสาธารณูปโภคครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้าง Imperial World สำโรง, Bangkok Mall ที่กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้, True Digital Park, Central บางนา, Mega Bangna และตลาดของกินมากมาย เรียกว่าอุดมสมบูรณ์ในระดับที่เดินหาของกินได้ไม่ยาก อีกทั้งยังเข้าเมืองได้สะดวก ทั้งการขับรถโดยขึ้นทางด่วน หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS ครับ

ทำเลนี้ถือว่ารองรับกลุ่มครอบครัวได้ดี เพราะมีตัวเลือกโรงเรียนตั้งแต่พื้นฐานไปถึงนานาชาติ อาทิ โรงเรียนนานาชาติ เซนต์แอนดรูว์ส, โรงเรียนบางกอกพัฒนา, โรงเรียนเซนโยเซฟ บางนา, โรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ และ โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์
มีสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ ได้แก่ โรงพยาบาลศิครินทร์, โรงพยาบาลมนารมย์, โรงพยาบาลไทยนครินทร์ และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท จึงลงตัวสำหรับคนที่อยากได้บริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุม ทั้งฉุกเฉิน เคสทั่วไป หรือบริการเฉพาะทางโดยไม่ต้องขับรถไกลเมื่อจำเป็นครับ

GUTÉ มาจากคำว่า Good ในภาษาเยอรมัน เอาจริงๆ ก็สามารถสะท้อนตัวตนออกมาได้ชัดเจนดีนะครับ คือการนำเสนอความหรูหราผ่านงานดีไซน์ (Crafted Luxury) ที่ไม่ได้เน้นแค่ความสวยงามภายนอก แต่ยังให้ความสำคัญกับสเปกที่ใช้งานได้จริง มีความโดดเด่นในด้านงานสถาปัตยกรรมที่ฉีกกรอบบ้านจัดสรรแบบเดิมๆ

โดยเริ่มจาก Main Gate ที่ออกแบบมาให้มีความเป็นสถาปัตยกรรมระดับ Iconic ด้วยรูปทรง Organic Form ที่เน้นเส้นสายโค้งมนพริ้วไหว หลังคาซุ้มประตูมีลักษณะเหมือนผืนผ้าที่ถูกสะบัดให้พริ้วไปตามแรงลม สร้างความรู้สึกที่ลื่นไหลและเบาสบาย การเลือกใช้โทนสีเทาเงินตัดกับสีขาวนวล ช่วยส่งเสริมให้โครงการดูทันสมัยและภูมิฐานในเวลาเดียวกัน

กานต์มองว่า GUTÉ พยายามวาง Positioning ที่แตกต่างจากบ้านระดับเดียวกันทั่วไปในตลาด โดยการนำเอา Art & Architecture มาเป็นตัวนำ การเลือกใช้เส้นโค้งแทนเส้นตรงที่เป็นเหลี่ยมมุมแบบเดิม ช่วยสร้างอารมณ์ของการพักผ่อนที่แท้จริง และลดความแข็งกระด้างของความเป็นเมืองลง

Clubhouse ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ถ่ายทอดงานดีไซน์ต่อเนื่องมาจาก Main Gate โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ภาพรวมภายนอกของตัวอาคารเป็นรูปทรงโค้งมนที่ดูเหมือนประติมากรรมตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว การใช้กระจกบานใหญ่แบบ Full Height รอบตัวอาคารช่วยให้พื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งและเชื่อมต่อกับทัศนียภาพภายนอกได้แบบไร้รอยต่อ

การออกแบบที่เน้นความพริ้วไหวนี้ไม่ได้อยู่แค่ภายนอก แต่ถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ภายในอย่างเป็นเอกภาพ ทำให้โครงการนี้มีความเป็น “Unique Identity” สูงมาก เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีวิสัยทัศน์และชื่นชอบงานดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใครครับ

พื้นที่ต้อนรับภายในตกแต่งด้วยสไตล์ Modern Luxury ที่เน้นความโค้งมน โดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์สีทองรูปทรงอิสระและโคมไฟระย้าดีไซน์พิเศษที่ดูคล้ายเกลียวคลื่นพริ้วไหว สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายแต่ยังคงความหรูหรา ชั้นล่างเป็นพื้นที่ของ Lobby และมี Co-Working Space

ชั้นบนเป็นฟิตเนสที่ติดตั้งอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน การออกแบบฝ้าเพดานมีการเล่นเส้นไฟที่โค้งมนล้อไปกับตัวอาคาร ช่วยสร้างพลังและแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

มองออกไปจะเห็นวิวสวนและสระว่ายน้ำได้กว้างไกล เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมที่ต้องการความสงบ

ส่วนด้านหน้าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือกลางแจ้งที่มีดีไซน์ขอบสระโค้งลื่นไหลไปกับตัวอาคาร พร้อมพื้นที่ริมสระสำหรับนั่งพักผ่อน

“The ultimate luxury is being able to relax and enjoy your home.” — Jeff Lincoln

มีทั้งอุโมงค์จำลอง สนามหญ้ากว้างขวาง และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีสนามบาสเกตบอลและพื้นที่สันทนาการที่ออกแบบพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน

พื้นที่ส่วนกลางยังออกแบบมาเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ มีทั้งอุโมงค์จำลอง สนามหญ้ากว้างขวาง และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีสนามบาสเกตบอลและพื้นที่สันทนาการที่ออกแบบพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน

สวนส่วนกลางจัดวางต้นไม้และพื้นที่สวนถูกคิดมาให้เชื่อมต่อกับตัวบ้านและส่วนกลางอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่สงบและร่มรื่น

จากพื้นที่ส่วนกลาง กานต์พามาชมบ้านตัวอย่างกันบ้างครับ เริ่มจากบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ซึ่งดูจากหน้าตาบ้านภายนอกจะเห็นได้ชัดเจนว่า แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ของ Frasers ที่เคยสร้างมา เพราะดูแล้วจะมีความโมเดิร์นกว่าและเน้นความเป็นบ้านหน้ากว้าง ตัวบ้านยังคงรักษาเอกลักษณ์ความโค้งมนที่สอดคล้องกับ Clubhouse และ Main Gate โดยมีการใช้กระจกเข้ามุมแบบไร้รอยต่อ และการเลือกใช้สีโทน Neutral ที่ดูทันสมัยแต่ยังคงความอบอุ่น
กานต์พามาชมบ้านไซส์ใหญ่สุด XENITH พื้นที่ใช้สอย 461 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้ 4 คันและโครงการยังเตรียมระบบที่รองรับการติดตั้ง EV CHARGER เอาไว้ให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องและมีห้องแม่บ้านให้ด้วย

เมื่อก้าวเข้ามาดูภายในตัวบ้าน เราจะพบกับความโปร่งโล่งที่หาได้ยากในบ้านระดับ Segment นี้ โดยเฉพาะโถงทางเข้าบ้านที่มี Double Volume สูงถึง 8 เมตร ซึ่งความสูงขนาดนี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่โอ่อ่าและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ส่วนพื้นที่ Living Area มี High Ceiling 4.2 เมตร ซึ่งก็ถือว่าสูงมากเช่นกัน ที่สำคัญการเลือกใช้กระจกบานใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ช่วยให้ภายในบ้านได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ และเชื่อมโยงทัศนียภาพจากสวนภายนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พักผ่อน

Living Area ดูโปร่งโล่งด้วยแสงธรรมชาติรอบบ้าน เราชอบการติดตั้งผนังทีวีดีไซน์สีน้ำตาลทองเหนือเตาผิง ทำหน้าที่เป็น Focus Point ดึงสายตาแขกผู้มาเยือนได้ทันที

มุมพักผ่อนออกแบบจัดวางไว้บริเวณ Bay Window กระจกโค้ง ซึ่งออกแบบให้เฉพาะแบบบ้านนี้เท่านั้น

มุมนี้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้มีความโค้งมนล้อไปกับโครงสร้างสถาปัตยกรรมพร้อมการจัดวาง Layout ที่เชื่อมโยงพื้นที่รับประทานอาหารและ Pantry เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

กานต์ชอบเคาน์เตอร์บาร์ทรงรีเหมือนก้อนหินสีทอง ดูโดดเด่นมาก การเชื่อมต่อพื้นที่ห้องนั่งเล่นกับโต๊ะทานข้าวแบบ Open Plan ทำให้บ้านดูโอ่อ่า และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแบบทำให้สเปซดูโปร่งอยู่สบาย

A meal without wine is like a day without sunshine.” — Anthelme Brillat-Savarin

ด้านในฝั่งหน้าบ้านมีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานหรือห้องทำกิจกรรมส่วนตัวตามแต่ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในแต่ละบ้าน

ส่วนตรงข้ามเป็นห้องนอนชั้นล่างถูกออกแบบให้ไม่มีพื้นต่างระดับ เพื่อความสะดวกในการใช้รถเข็นและความปลอดภัย วัสดุปูพื้นในห้องนอนผู้สูงอายุเป็นแบบลดแรงกระแทก ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิต

ด้านในสุดเป็นห้องครัวที่มาพร้อมกับ Glass Block Island ที่ซ่อนไฟไว้ข้างในเป็นอะไรที่เก๋มาก ปกติเราจะเห็นอิฐแก้วใช้กับผนังภายนอกหรือห้องน้ำ แต่พอเอามาทำเคาน์เตอร์ครัว มันกลายเป็น Sculpture เรืองแสงดูล้ำยุคมาก

ส่วนด้านหลังบ้านเป็นลานซักล้างและพื้นที่ทำงานของแม่บ้านที่แยกการเข้าออกเอาไว้ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

“People usually are the happiest at home.” ~ William Shakespeare
วิลเลี่ยม เชคสเปียร์เคยบอกว่า “คนมักจะมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่บ้าน” กานต์เองก็คิดเช่นนั้น

เชื่อมั่นเหลือเกินว่า หากใครได้พักอาศัยในบ้านหลังใหญ่ดีไซน์สวยที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ โอบกอดเราด้วยท้องฟ้า ให้ธรรมชาติสีเขียวเยียวยาจิตใจ ฟังเสียงน้ำไหลเป็นเครื่องดนตรีคอยขับกล่อม เราว่าความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ง่าย ใกล้ๆ ตัวภายในบ้านของเราเอง

พอขึ้นมาชั้นบน บรรยากาศเปลี่ยนจากความ “ล้ำ” ในชั้นล่าง มาสู่ความ Exclusive & Private โดยเริ่มจากตรงกลางบ้านเป็น Family Area บรรยากาศในห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็น Heart of the Home ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้โทนสี Earth Tone อุ่นๆ ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีส้มอิฐ ทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาแต่ยังคงความหรูหรา ฝ้าเพดานซ่อนไฟ เป็นเส้นโค้ง ซึ่งล้อไปกับเส้นสายภายนอกอาคาร ช่วยลดความแข็งกระด้างของมุมห้อง ทำให้ Space ดูลื่นไหลและผ่อนคลาย เข้ากันดีกับกระจกบานใหญ่แบบ Full Height ด้านข้าง เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียว

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องอเนกประสงค์ออกแบบให้เป็น Private Wellness Studio สามารถออกกำลังกายเบาๆ ในบ้านได้ มีพื้นที่สำหรับจัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายเอาไว้พร้อมสรรพ ด้วยความที่ใช้ผนังกระจกใสรอบด้าน นอกจากจะทำให้ห้องดูโปร่งแล้ว ยังเชื่อมต่อสายตากับพื้นที่สีเขียวด้านนอก ทำให้การออกกำลังกายไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ใส่ใจดูแลตัวเองและต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่ยัง Connect กับธรรมชาติได้

จากนั้นจะเป็น Master Bedroom ที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นให้ความรู้สึกเรียบหรูด้วยการเลือกใช้ดีไซน์ของเตียง โต๊ะหัวเตียง โคมไฟและการจับคู่สีที่ทำออกมาได้น่าสนใจ เตียงนอนขนาดใหญ่มีพื้นที่เดินได้รอบเตียง มีระยะห่างมากพอที่จะติดตั้งทีวีจอใหญ่แขวนผนังไว้บริเวณปลายเตียง หรือติดตั้ง Cabinet เอาไว้ได้ เพื่อให้เรานอนชมซีรีย์เรื่องโปรดจาก Netflix บนเตียงเลยได้สบายๆ เลยครับ

ปลายเตียงจัดให้มีชุดโซฟาเอาไว้สำหรับนั่งพักผ่อน ห้องนอนค่อนข้างโปร่งเพราะได้ช่องแสงเปิดเข้ามาจากด้านหน้าบ้าน ออกแบบให้ฟีลลิ่งสบายๆ เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือหรือวาดรูปสบายๆ ในห้องนอนตัวเอง มาพร้อมกับระเบียงที่เชื่อมต่อกับวิวสวนสีเขียวฝั่งด้านหน้าและข้างบ้าน ส่วนตัวแล้วเราชอบวิวจากห้องนี้มาก จะเห็นว่าได้ความเปิดโล่งรับพื้นที่สีเขียวสวนด้านหน้าบ้าน ดูแล้วรู้สึกสดชื่นมากครับ เป็นห้องนอนที่น่าอยู่มาก

ด้านในเป็นพื้นที่ Walk-in Closet แยกออกมาเป็นสัดส่วนชัดเจน ใช้ผนังกระจกใสและกระจกสีชาเป็นตัวแบ่งพื้นที่ ทำให้ห้องดูไม่ทึบ แม้จะมีฟังก์ชันจัดเก็บจำนวนมาก ตู้เสื้อผ้าออกแบบแบบ Built-in เต็มผนัง พร้อมไฟซ่อนในแต่ละช่อง ช่วยให้การใช้งานจริงสะดวก

ขณะเดียวกันก็สร้างบรรยากาศแบบ Modern Luxury ที่มากกว่าห้องเก็บเสื้อผ้าทั่วไป การจัดวางแบบนี้สะท้อนชัดว่าพื้นที่นี้ถูกคิดมาเพื่อการใช้งานจริงของเจ้าของบ้าน ไม่ใช่แค่ทำไว้ให้ดูสวย

ติดกันจะเป็น Master Bathroom ซึ่งข้อดีก็คือเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วสามารถแต่งตัวและแต่งหน้าจบในโซนได้เลยครับ นับว่าสะดวกมาก ภายในห้องน้ำติดตั้งเคาน์เตอร์เป็นแนวยาวพร้อมกระจกเงาเต็มบาน อ่างล้างหน้าเป็นแบบ His & Her สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้ ฝั่งตรงข้ามเป็น Shower Box ที่มีขนาดใหญ่ติดตั้ง Hand Shower และ Rain shower ส่วนอีกห้องติดกันจะเป็นสุขา ตรงกลางเป็นอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวดีไซน์กลมมนเพื่อให้ดูผ่อนคลาย ออกแบบให้มีหน้าต่างที่สามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศและไล่ความชื้นภายในห้องน้ำได้
ส่วนตัวกานต์เองก็จะชอบมุมนี้ในห้องนอนเป็นพิเศษ อยากจะทำอะไรก็ได้ตามใจ อยากแช่อ่างอาบน้ำให้สบายใจ เติมความผ่อนคลายหลังจากที่เหนื่อยล้าในระหว่างการทำงานมาทั้งวัน จากนั้น ก็ค่อยลงไปทานข้าวกับสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านครับ

ห้องนอนต่อมาดีไซน์เป็น PENTHOUSE เล่นระดับ อยู่โซนหน้าบ้านเช่นกัน บรรยากาศเปิดโล่งสบายใจด้วยห้องขนาดใหญ่และเปิดช่องแสงจากภาพนอกผ่านกระจกโค้งเข้ามาทำให้ห้องดูโปร่ง

บ้านตัวอย่างตกแต่งน่ารักมาก เราชอบการเลือกใช้สีโทน Soft Earth + Pastel ทั้งชมพูอมส้ม เทาอ่อน ไปจนถึงไม้สีอ่อน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย แต่ยังคงความรู้สึกหรูจากวัสดุและรายละเอียดงานบิลท์อิน จุดเด่นคือการใช้เส้นโค้งในหลายองค์ประกอบ ทั้งหัวเตียง ช่องเปิด ผนังบิลท์อินและฝ้าเพดาน ทำให้ภาพรวมของห้องดูนุ่มนวลไม่มีความแข็งของเส้นตรงแบบห้องโมเดิร์นทั่วไป เตียงนอนถูกวางเป็นแกนหลักของห้อง สัดส่วนเตียงและพื้นที่รอบข้างถือว่ากว้าง ใช้งานจริงสบาย ไม่อึดอัด แม้จะวางโซฟาปลายเตียงก็ยังเหลือระยะเดินรอบเตียงชัดเจน

พื้นที่ Walk-in Closet เชื่อมต่อจากห้องนอนผ่านช่องเปิดโค้งขนาดใหญ่ ทำให้การไหลของพื้นที่ต่อเนื่อง ใช้งานง่ายและมองเห็นเสื้อผ้าชัดเจนเชื่อมต่อกับมุม Vanity ที่ใช้โต๊ะลอยดีไซน์โค้งมน กระจกขนาดใหญ่พร้อมไฟเส้นรอบกรอบ ให้ฟีลเหมือน Dressing Room ในโรงแรมหรู ภายในมีห้องน้ำในตัวเชื่อมต่อจากโซนแต่งตัวโดยตรง มองเข้าไปเห็นห้องน้ำที่ตัดอารมณ์ด้วยกระเบื้องลายหินสีเทาและอ่างอาบน้ำสีขาว สร้าง Contrast ระหว่างความหวานภายนอกกับความเท่ภายใน

ห้องนอนด้านหลังที่ยังคง DNA เดียวกันในเรื่องของเส้นสายและแสงไฟ โทนสีหลักจะขยับไปทาง เทา น้ำตาล และแดงหม่น ให้ความรู้สึกเท่ สุขุม และมีพลัง ผนังหัวเตียงดูมีมิติด้วยแสงไฟ แม้จะใช้สีพื้นค่อนข้างเข้ม เตียงถูกจัดวางกึ่งกลางห้องอย่างสมดุล มีพื้นที่ปลายเตียงเหลือพอสำหรับ Daybed หรือ Bench ทำให้ห้องยังคงใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่จัดเพื่อโชว์ อีกฝั่งของห้องจัดเป็นมุมทำงานที่เปิดรับแสงธรรมชาติ และยังมองออกไปเห็นวิวสีเขียว ช่วยลดความอึดอัดเวลานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือถัดเข้าไปเป็นมุมหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งที่มีซุ้มโค้งเป็นฉากหลัง เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน

ยอมรับเลยครับว่าบ้านนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ Target Audience กลุ่มลูกสาวเจ้าของธุรกิจ หรือ Young Successor ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ Influencer ครับ เพราะทุกมุมของบ้านคือ Instagrammable Spot โดยเฉพาะห้องนอนที่แม้จะเป็นห้องส่วนตัว แต่ยังดูสวยเก๋ ถ่ายรูปขึ้นในทุกจุด

พาไปชมบ้าน 3 ชั้นของโครงการ GUTÉ Sukhumvit 76 กันบ้างครับ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่ง Rare Item ของโครงการนี้เลย
หากมองจากภายนอก 3 ชั้นของ GUTÉ ให้ความรู้สึกโมเดิร์นด้วยงานดีไซน์ ตัวบ้านถูกออกแบบให้ดูสง่าและสมดุล เส้นสายโค้งมนบริเวณชายคาและกรอบอาคารช่วยลดความแข็งของฟอร์มสามชั้น ทำให้บ้านดูร่วมสมัยและเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ในส่วนของบ้าน 3 ชั้นจะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบบ้าน AVIARA มีพื้นที่ใช้สอย 240 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2+1 ที่จอดรถและแบบบ้าน BELVORA จะมีพื้นที่ใช้สอย 311 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / จอดรถได้ 3 คัน ซึ่งเป็นแบบบ้านที่กานต์จะพามาชมกันครับ
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ Facade หน้าบ้านที่ออกแบบเป็นกรอบโค้งมนซ้อนกันเป็นชั้นๆ เหมือนแคปซูล (Stacked Volumes) ดีไซน์นี้ช่วยลดความแข็งกระด้างของตึก 3 ชั้น ทำให้บ้านดู Soft และ Friendly ขึ้นมาก หน้าบ้านได้พื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานจริงของครอบครัวเมืองยุคใหม่ พร้อมการจัด Landscape ที่ช่วยพรางสายตาและ สร้างความเป็นส่วนตัวตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา

ไฮไลต์ของชั้นล่างคือการเปิดฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ในโซนนั่งเล่น เชื่อมต่อพื้นที่แนวตั้ง (Vertical Space) ทำให้บ้านดูโอ่อ่าโปร่งสบาย

เมื่อเข้าสู่ภายใน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ พื้นที่ Double Volume ของโถงนั่งเล่น ความสูงจากพื้นจรดฝ้าเปิดโล่งเต็มสองชั้น ผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติจากสวนด้านข้างและด้านหลัง ช่วยให้พื้นที่ Living Area สว่าง โปร่ง และเชื่อมต่อกับภายนอกอย่างชัดเจน

การจัดวางโซฟาและชุดโต๊ะกลางสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่โชว์สเกล

ถัดเข้ามาเป็น Dining Area และ Pantry ที่จัดวางต่อเนื่องในแนว Open Plan โต๊ะอาหารขนาดใหญ่รองรับการใช้งานครอบครัวและการรับแขกได้สบาย ขณะที่ครัวถูกออกแบบให้กึ่งเปิดกึ่งปิด ลดกลิ่นรบกวน แต่ยังคงความเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลาง

ภายในบ้านมีห้องนอนชั้นล่างรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ห้องนี้มีประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกไปสัมผัสสวนหินด้านข้างได้เลย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากในบ้านแฝดทั่วไป

สวนออกแบบให้ใช้งานได้จริง ทั้งมุมพักผ่อนกลางแจ้ง ลานนั่งเล่นและพื้นที่สีเขียวที่มองเห็นได้จากภายในบ้าน เฉลียงด้านนอกเชื่อมต่อกับ Living Area ทำให้การใช้ชีวิตภายในบ้าน–ภายนอกบ้านเป็นเรื่องเดียวกัน เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ผ่อนคลายหรือมีสัตว์เลี้ยง

ชั้น 2 เป็น Master Bedroom เต็มฟลอร์ ออกแบบโดยเน้นความต่อเนื่องและเส้นโค้งครับ จัดวางแปลนแบบ Open Flow เชื่อมห้องนอนกับโซนแต่งตัวโดยไม่มีประตูทึบกั้น ทำให้ห้องดูกว้างและโปร่งมาก โดยมีไฮไลต์ที่เด่นที่สุดคือฝ้าเพดานเล่นระดับทรงโค้งที่ซ่อนไฟ ไว้โดยรอบ แสงนวลๆ ที่กระทบกับเส้นโค้งทำให้ห้องดู Soft และผ่อนคลายมาก

ริมหน้าต่างจัดวางเตียงนอนเอาไว้และมีพื้นที่เดินได้รอบเตียง เฟอร์นิเจอร์ที่คัดเลือกมาวางในห้องล้วนเป็นดีไซน์ที่สวยเก๋ ไม่ว่าจะเป็นโซฟาสีเบจ ไปจนถึงเก้าอี้ฟรีฟอร์มรูปทรงนุ่ม การจัดผังห้องมีความเป็น Suite Planning คือมีเตียงนอน พื้นที่นั่งเล่น และมุมพักผ่อนถูกแบ่งเป็นโซนชัดเจนโดยไม่ต้องใช้ผนังแบ่ง ทุกอย่างดำเนินไปด้วยเส้นสายของเฟอร์นิเจอร์และแสงที่นำทาง

Walk-in Closet จะอยู่ถัดเข้าไปตรงกลางจัดวาง Island เครื่องประดับเอาไว้ ซึ่งปกติจะเป็นฟีเจอร์ที่เจอแค่ในบ้านระดับ Super Luxury เท่านั้น เข้าใจว่าการใส่เข้ามาในบ้านหลังนี้คือการประกาศว่า “ที่นี่ให้สเปซเหลือเฟือมาก” ส่วนด้านในเป็นห้องน้ำในตัว เรียกได้ว่าพื้นที่ชั้นนี้ ออกแบบให้เป็นโลกส่วนตัวของเราอย่างแท้จริง เพราะพื้นที่ทั้งชั้นถูกจัดวางในลักษณะของ Penthouse Suite ที่กว้างขวาง

ขณะเดียวกันเมื่อเดินขึ้นมาชั้น 3 บริเวณโถงบันไดหน้าห้องนอนมี Minibar เป็นฟังก์ชันที่ใส่ใจ User Experience มาก เพราะช่วยลดการเดินลงไปชั้นล่างตอนดึกๆ เพื่อหาน้ำดื่ม อีกฝั่งเป็นมุมอ่านหนังสือ หรือมุมทำงานแบบไม่เป็นทางการที่เปิดรับวิวธรรมชาติ ผ่านกระจกบานใหญ่เต็มผนัง ตรงข้ามเป็นห้อง Laundry ที่ให้ความเป็นส่วนตัว

ชั้นบนประกอบด้วย 2 ห้องนอน ซึ่งแต่ละห้องออกแบบสะท้อนแนวคิด “ให้แต่ละห้องมีตัวตน” อย่างชัดเจน เห็นได้จากห้องโทนน้ำเงิน–เทาให้คาแรกเตอร์ที่โตขึ้น ผนังเจาะช่องวงกลมพร้อมซ่อนไฟเพื่อเอาไว้วางของสะสม

ของสะสมอย่าง Bearbrick หรือ Art Toy ซึ่งเป็น Gimmick ที่วัยรุ่นยุคนี้ชอบมาก มันทำให้ห้องดูเป็นเหมือน Gallery ส่วนตัว เหมาะกับวัยรุ่นหรือห้องทำงานกึ่งพักผ่อน มีโต๊ะทำงาน/โต๊ะเครื่องแป้งแบบลอยตัวที่ยาวต่อเนื่อง ช่วยประหยัดพื้นที่พื้นและทำความสะอาดง่ายไม่รบกวนพื้นที่นอน

ขณะที่ห้องนอนอีกห้องจะเป็นโทนพาสเทลเน้นความอ่อนโยน เหมาะกับเด็กหรือผู้ที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย โดยจัด Walk-in Closet และ Vanity ไว้อย่างเป็นสัดส่วน ใช้งานจริงได้ทุกวัน การจัดวางขาตั้งโน้ตเพลงและกีตาร์ ไว้กลางห้อง บ่งบอกว่าห้องนี้มี Space กว้างพอที่จะให้เจ้าของห้องได้ทำกิจกรรมที่รักได้อย่างอิสระ

การวางตำแหน่งห้องน้ำและตู้เสื้อผ้าแบบไม่บังแสง ช่วยให้ทุกห้องโปร่งและใช้งานได้ยาว ไม่รู้สึกอึดอัด กานต์มองว่านี่คือรายละเอียดที่ทำให้พื้นที่ชั้นบนของ GUTÉ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง มากกว่าการออกแบบเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวครับ

#สรุป กานต์ชอบมากเลยนะครับ สำหรับ GUTÉ SUKHUMVIT 76 เป็นโครงการที่นำเสนอแนวคิดการอยู่อาศัยแห่งอนาคตผ่านดีไซน์สไตล์ Futuristic Modern ที่เน้นความเท่และทันสมัยด้วยเส้นสายสถาปัตยกรรมที่เฉียบคมแต่ยังดูอบอุ่นสบายตา จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือการออกแบบให้ตัวบ้านมีความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกสงบเหมือนอยู่รีสอร์ทแต่ยังต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยทำเลที่ดีมาก เชื่อมต่อถนนหลักและรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการใช้ชีวิตและความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก ทำให้ที่นี่กลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าทั้งในแง่การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และการถือครองสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในอนาคตครับ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ m.frasersproperty.co.th/usBN
FAQFrequently Asked Questions
Where is GUTÉ SUKHUMVIT 76 located?
GUTÉ SUKHUMVIT 76 is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.
Design features of GUTÉ SUKHUMVIT 76?
KANT visited and reviewed GUTÉ SUKHUMVIT 76 covering architecture and amenities.




