Tuesday 21 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·27 Jul 2021

รีวิว The Siam : A Luxury Bangkok Hotel on the Chao Phraya River

สัมผัสโรงแรม The Siam เมื่อก้าวเท้าเดินเข้ามา ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้และไม่เชื่อว่า ที่นี่คือ “โรงแรม” เพราะการตกแต่งภายในแล...

Words & Photography · KANT
The Siam Hotel

Last Updated: 21 July 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews The Siam, the luxury riverside hotel in Bangkok's Dusit district designed by Bill Bensley in his signature black-and-white Art Deco-meets-Thai register. Owned by the Sukosol family of musicians and entrepreneurs, whose taste runs through every detail — thousands of antiques, walls of black-and-white photography — it holds just 38–39 suites and pool villas for urban-resort privacy, with Connie's Cottage, the riverside Opium spa and an in-house Muay Thai ring. A case study in an independent hotel standing against global chains on story and design.

สรุปตรง

The Siam คือโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านดุสิตของกรุงเทพฯ ผลงานการออกแบบของ Bill Bensley ที่ตีความ Art Deco ผสมความเป็นไทยออกมาในโทนขาว-ดำอันเป็นลายเซ็น โรงแรมเป็นของตระกูลสุโกศล ครอบครัวนักดนตรีและนักธุรกิจที่ใส่รสนิยมส่วนตัวลงไปในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ของสะสมโบราณวัตถุนับพันชิ้นไปจนถึงคอลเลกชันภาพถ่ายขาวดำที่เรียงรายตามทางเดิน ด้วยห้องพักเพียงราว 38–39 สวีตและพูลวิลล่า ที่นี่ให้ความเป็นส่วนตัวในระดับ urban resort กลางเมืองหลวง ไฮไลต์ที่เป็นภาพจำคือเรือนไม้สักโบราณ Connie’s Cottage สปา Opium ริมน้ำ สังเวียนมวยไทยในโรงแรม และพูลวิลล่าส่วนตัวที่เปิดวิวเจ้าพระยา ในเชิงตลาด The Siam คือกรณีศึกษาของโรงแรมอิสระที่ยืนแข่งกับเชนระดับโลกได้ด้วยเรื่องเล่าและงานออกแบบที่ลอกเลียนยาก เป็นจุดหมายของนักเดินทางที่ให้คุณค่ากับดีไซน์ ความเงียบริมน้ำ และบริการแบบบูทีคมากกว่าขนาดของโรงแรม

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
LocationBangkok

กรุงเทพมหานคร เมืองที่ได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันก็สูงตามไปด้วย ดังนั้น คำว่า “ดีที่สุด” อาจจะยังไม่พอ ต้อง “โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์” อย่างมาก จึงจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้

ทางเดินไม้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของ The Siam กับแถวต้นปาล์มยามพลบ

เฉกเช่นโรงแรมเดอะสยาม (The Siam Hotel) ในเครือโรงแรมสุโกศล ภายในการนำของ คุณน้อย-กฤษฎา สุโกศล แคลปป์ ฟังชื่อนามสกุลก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ทั้งเครือโรงแรมสุโกศล ประสบการณ์และมาตรฐานในการบริหาร ที่สำคัญคือการนำความเป็นศิลปะ ของศิลปินอย่างคุณน้อย วงพรู มาใส่เข้าไปในโรงแรมหรูริมเจ้าพระยาแห่งนี้ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น จนเรียกได้ว่าเป็นโรงแรมแห่งสยามประเทศที่แท้จริง

ปฐมบทแห่ง The Siam Hotel

อาทิตย์ตกเหนือแม่น้ำเจ้าพระยากับท่าเทียบเรือ

“การสร้างโรงแรมไม่ต่างอะไรกับการเป็นศิลปิน ทำอัลบั้มเพลง หรือทำหนัง เพราะเป็นการเล่าเรื่อง มีสตอรี่ โรงแรมก็ต้องมีสตอรี่ มีการเล่าเรื่อง เพื่อทำให้โรงแรมมีความโดดเด่นและไม่เหมือนโรงแรมแห่งอื่น ต้องทำอะไรที่ลึกซึ้งกว่า มีวิญญาณมีความหมายมากกว่าคู่แข่งในตลาด”

น้อย วงพรู เจ้าของโรงแรม The SIAM
ด้านหน้าอาคารสีขาวสไตล์อาร์ตเดโคพร้อมระเบียงของ The Siam

Hotel of the Year – Asia Pacific: The Siam (Bangkok, Thailand) จาก Preferred Awards เป็นรางวัลล่าสุดที่โรงแรม เดอะสยาม (The Siam) ได้รับในปีนี้ ซึ่งหากย้อนกลับไปดูผลงานที่ผ่านมาจะพบว่า โรงแรม เดอะสยาม คว้ารางวัลระดับโลกทางด้านโรงแรมและการบริการ (hospitality) มาแล้วนับไม่ถ้วน อาทิ รางวัล THE GOLD LIST จาก Condé Nast Traveler (USA 2017-2019), THE GOLD LIST จาก Condé Nast Traveler (UK 2019), Best of Bangkok 2019 จาก TripExpert, Number 1 Hotel in Bangkok จาก TripAdvisor (2018), THE GOLD LIST 2016 จาก Condé Nast Traveler (China 2016-2017), READER’S CHOICE AWARDS 2017 ในหลายสาขารางวัลจาก The Gallivanter’s Guide และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นเครื่องการันตีว่าความสำเร็จในทุกวันนี้ ไม่ได้เล่นของ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะทุกคนในเดอะสยาม ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา

ล็อบบี้โทนขาวดำพร้อมโคมระย้า ตู้โบราณ และแจกันดอกไม้
คอร์ตยาร์ดกับม่านไม้เลื้อยและน้ำพุ มีคนนั่งพักผ่อน
โถงบันไดโทนขาวดำกับโคมไฟ มีคนนั่งอยู่บนบันได

The Siam Hotel พิพิธภัณฑ์แห่งสยาม

สัมผัสแรกเมื่อก้าวเท้าเดินเข้ามา ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้และไม่เชื่อว่า ที่นี่คือ “โรงแรม” เพราะการตกแต่งภายในและการจัดวางทุกอย่าง ราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งสยามขนาดย่อมแห่งหนึ่ง คุณน้อย เคยบอกเล่าหัวใจของโรงแรมนี้ไว้ว่า เขาใช้หลักการออกแบบเช่นเดียวการสร้างภาพยนตร์สักเรื่อง ซึ่งเริ่มจากความคิดว่า อยากให้คนที่เขามาเยี่ยมเยือนโรงแรมแห่งนี้ได้มาสัมผัสกับอะไร นั่นคือ วัฒนธรรม เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 200 ปีที่แล้วในไทยนำเสนอไว้ในโรงแรม

มุมต้อนรับกับงานไม้โทนเข้ม มีหญิงสาวนั่งอยู่บนม้านั่ง

“นอกจากแขกจะพอใจในบริการอันยอดเยี่ยมแล้ว แขกควรจะได้รับความพึงใจจากการนอนพักในห้องพักที่บอกเล่าเรื่องเก่า และเดินดูเรื่องราวเก่าๆของประเทศไทยจากมุมต่างๆของโรงแรม”

น้อย วงพรู
ระเบียงเสาสีขาวกับโคมระย้าทองและแจกันดอกไม้
ขาตั้งภาพกับปกอัลบั้มเพลงใส่กรอบ วางอยู่ข้างม้านั่ง
ทางเดินกระจกกับแมกไม้เขียว ดีไซน์อาร์ตเดโค
หลังประตูบานนี้ คือเรื่องราวของสยาม

ดังนั้น หลายมุมภายในโรงแรมจึงถูกแบ่งสันปันส่วนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับแสดงผลงานสะสมของโบราณชิ้นหายากของคุณน้อย ที่หยิบจับนำของสะสมเก่าแก่ของตัวเองมาตกแต่งไว้ในโรงแรมอย่างลงตัว ผนวกกับการออกแบบตกแต่งภายในโดย  Bill Bensley เจ้าของ Collection ที่ KANT กำลังนำเสนออยู่นี้ 

หญิงสาวยืนอยู่ในโถงสีขาวสว่างกับโคมระย้าและประตูสีเขียว
โถงหลังคากระจกขนาดใหญ่กับของสะสมโบราณ

Bill Bensley ได้รับฉายาว่าเป็น “King of Exotic Luxury Resorts” ติดอันดับนักออกแบบ world’s top 100 ของโลก ทุกโครงการออกแบบภูมิทัศน์ของเขาได้รับการยกย่องอย่างสูง และเมื่อ Bill Bensley และ น้อย วงพรู จับมือกัน จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์งานออกแบบที่ร่วมสมัยที่สุดในสไตล์ Art Deco Thai fusion คุณน้อยถึงกับเอ่ยปากว่า “Bill is entirely original”. 

ทางเดินโค้งสีขาวสไตล์อาร์ตเดโค
ทางเดินแกลเลอรีกับภาพศิลปะใส่กรอบและของโบราณ
โถงสีขาวกับกระจกเงา พระพุทธรูป และองค์ประกอบสมมาตร

ขณะที่ Bill เอง ก็ออกปากว่า แม้จะออกแบบโรงแรมและรีสอร์ทมากแล้วหลายร้อยแห่งทั่วโลก ได้รับรางวัลมากมาย แต่ก็ไม่ตื่นเต้นเท่าการออกแบบโรงแรมเดอะสยาม แห่งนี้ 

Paris’ Musée d’Orsay คือแรงบันดาลใจ

Bill จึงออกแบบให้โรงแรมเดอะสยาม เป็นภาพสะท้อนของช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพ ในสมัยรัชกาลที่ 5 (ประมาณปีพ. ศ. 2396 – 2453) ในสไตล์อาร์ตเดคโค

บันไดสีดำทอดขึ้นผ่านแมกไม้เขตร้อน
สระน้ำสีดำสะท้อนเงากับไม้เลื้อยห้อยและอาคารด้านหลัง

พร้อมกันนี้ได้นำเอาแรงบันดาลใจจาก พิพิธภัณฑ์ออร์แซ  (Paris’ Musée d’Orsay) พิพิธภัณฑ์ศิลปะในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส แต่ทุกกระเบียดนิ้วในโรงแรมกลับมีกลิ่นอายของความเป็นไทยแฝงอยู่ ที่สื่อสารถึงโลกแห่งความเขียวชอุ่ม เรียบง่าย ทว่า งดงามตามธรรมชาติ ดังนั้น การออกแบบโรงแรมเดอะสยามจึงนำสีดำ ขาว เทา มาเป็นสีหลัก คู่ไปกับสีเขียวของต้นไม้ และสัมผัสของธรรมชาติอย่าง หิน ไม้และหนัง สื่อสารออกมาผ่านสัญญะแห่งความเป็นไทยประยุกต์ที่ไม่ได้เน้นแต่เพียงลวดลายกนกวิจิตรแต่เพียงอย่างเดียว แต่ผสานความร่วมสมัยไว้อย่างลงตัว เพื่อรองรับผู้เข้าพักหลักซึ่งเป็นชาวต่างชาติ มารังสรรค์ให้เข้ากับของสะสมโบราณที่หาชมได้ยาก

หมวกทรงนโปเลียนและเสื้อกั๊กปักลายใส่กรอบจัดแสดง
ของสะสมมวยไทย กางเกงและนวมมวยแบรนด์ Twins จัดแสดง

อย่างห้องฟิตเนสก็มีเวทีมวยไทยไว้สอนศิลปะการต่อสู้ มีกระสอบทราย นวมดีไซน์แบบ retro นิดๆ จาก FBT และมีเข็มขัดแชมป์เปี้ยนมวยไทยรุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวทจากเวทีมวยลุมพินีไว้โชว์อีกด้วย

แกลเลอรีโทนเข้มกับของสะสมเรียงราย
กางเกงมวยไทย Twins และเชือกจัดแสดงบนพื้นหลังเข้ม
เข็มขัดแชมป์มวยในระยะใกล้
ถ้วยโบราณประดับอัญมณีสีแดงเขียว

มีห้องประชุม ห้องทำงานที่มีเครื่องมือเครื่องไม้และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดต่อธุรกิจไว้คอยบริการ แต่ที่ชอบคือห้องสันทนาการตกแต่งด้วยของที่ระลีกจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ รวมทั้งจากภาพยนตร์ไทยไว้คอยให้บริการ สามารถที่จะชมภาพยนตร์โบราณที่หาชมได้ยากจากที่นี่

ห้องอาหารหรูโทนเข้มกับโคมระย้าสไตล์อาร์ตเดโค
ห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวโทนมืดกับโซฟา
ห้องชมภาพยนตร์กับจอฉายและโซฟา
ภายในร้านอาหารโทนขาวดำกับโคมไฟห้อย
มุมสูงของคอร์ตยาร์ดรับประทานอาหารกับน้ำพุตรงกลาง

นอกจากนี้ยังมีสปา “OPIUM SPA” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความงามตามธรรมชาติเชื่อมโยงเข้ากับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมของไทยที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นสปาที่หอมกลิ่นสมุนไพรไทยชวนให้ผ่อนคลายตลอดทั้งวัน มีกิจกรรมสุขภาพ อาทิโยคะ อายุรเวช เรกิ ไทชิ ภาวนา มาให้แขกได้ร่วม มีห้องสักยันต์ที่ทางโรงแรมเชิญอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสักยันต์มาสักให้กันถึงที่ เคยมีคนดังระดับโลกหลายคนก็มาสักยันต์ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Derrick Rose นักบาสเก็ตบอลทีม Chicago Bulls, Michelle Rodriguez นักแสดงชาวอเมริกัน, Sam Smith นักร้องชื่อดัง และ Cara Delevingne ซูเปอร์โมเดล ล้วนผ่านการสักกับอาจารย์ที่นี่มาแล้วเหล่านี้จัดไว้เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้ซึมซับเรื่องราวในอดีต สัมผัสความเป็นไทย และได้รับการพักผ่อนอย่างครบครันที่สุด

ปกนิตยสารวินเทจใส่กรอบจัดแสดง
ปกนิตยสาร Match และภาพถ่ายขาวดำใส่กรอบ
นิตยสาร TIME และนิตยสารวินเทจจัดแสดงพร้อมประติมากรรมไทย
รายละเอียดโต๊ะโบราณกับหนังสือเก่าในโทนมืด
หนังสือและภาพพิมพ์วินเทจวางอยู่บนโต๊ะ
ภาพถ่ายขาวดำใส่กรอบจัดวางบนผนัง
ปากกาขนนกสีขาววางอยู่บนพื้นผิวสีเข้ม
ภาพถ่ายและเอกสารวินเทจจัดเรียงในกรอบเดียว

ของสะสมโบราณของคุณน้อยมีหลายชิ้นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน ภาพวาดโบราณ ลายพระหัตถ์ รถเทียมม้าจากสมัยราชวงศ์ฮั่น ป้ายโบราณ เก้าอี้จากขบวนรถไฟเก่า โต๊ะพูล โปสเตอร์และตั๋วชมภาพยนตร์ เครื่องพิมพ์ดีดเก่า จดหมายโบราณ จานชามช้อนส้อม  ชุดเครื่องแบบโบราณ เหล่านี้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูแห่งอดีตให้คนในยุคปัจจุบันได้เห็น ซึ่งก็จะเป็นแขกผู้เข้าพักจากทั่วโลกนั่นเอง

เลานจ์สว่างกับประติมากรรมม้าโบราณและโคมระย้า
หัวโขนไทยจัดแสดงเป็นของตกแต่ง
ห้องหลังคากระจกกับโต๊ะสนุกเกอร์และเปลญวน ดีไซน์อาร์ตเดโค
หน้าต่างกรอบดำกับรูปสลักโบราณและต้นไม้
ประติมากรรมไม้แกะสลักรูปทวารบาลโบราณจัดแสดง

Riverview Suite

ห้องนั่งเล่นในห้องชุดสไตล์อาร์ตเดโคโทนสว่างพร้อมโซฟา
ห้องนอนในห้องชุดกับเตียงสีขาวและโคมไฟอาร์ตเดโค
คนนั่งอยู่บนโซฟาสีม่วงในห้องชุดที่มีแมกไม้เขียว
ห้องนอนกับเตียงคลุมผ้าม่านสีขาวและกระจกเงาแบบสมมาตร
ภาพคู่ คนแช่อ่างอาบน้ำและอ่างอาบน้ำตั้งพื้นริมหน้าต่าง
ภาพหลายช่องของห้องชุดทั้งมุมนั่งเล่นและห้องนอนวิวแม่น้ำ

บนเนื้อที่เกือบ 8 ไร่ ทางโรงแรมมีห้องพักไว้เพียงจำนวน 39 ห้อง โดยในแต่ละห้องพักและห้องกิจกรรมต่างๆ ก็จะมี “นิทาน” ของตัวเองแตกต่างกันออกไป แต่ละห้องถูกตกแต่งแตกต่างกันไปไม่เหมือนกันสักห้อง “กานต์” พักที่ ห้อง Riverview Suite ครับ ห้องกว้างขนาด 110 ตารางเมตร หน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน ประดับประดาด้วยภาพเขียนโบราณและการรังสรรค์ออกแบบให้ร่วมสมัย ตื่นมาชมความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาและทิวทัศน์โดยรอบที่ทอดยาวและสงบสุข เติมความผ่อนคลายในบรรยากาศที่หรูหราราวกับว่าอยู่บนสวรรค์วิมารชั้นฟ้า อันเป็นมายาคติของคนไทยเรา

หญิงสาวในชุดสีเขียวนั่งอ่านหนังสือริมหน้าต่าง
ห้องน้ำสีขาวสไตล์อาร์ตเดโคกับกระจกทรงกลม
โต๊ะทำงานโทนมืดกับแฟ้มหนังและเครื่องเขียนของ The Siam
พูลวิลล่ากับเสาสีดำและสนามหญ้า
สวนและสนามหญ้าริมแม่น้ำพร้อมบันไดและต้นปาล์ม
วิวแม่น้ำเจ้าพระยากับแมกไม้เบื้องหน้า
หญิงสาวยืนอยู่ริมราวกั้นมองออกไปยังแม่น้ำ
สะพานรถไฟเก่าข้ามแม่น้ำกับเรือที่แล่นผ่าน

ช่วงเย็น เราเดินลัดเลาะไปตามทิวไม้ที่ทำไว้เป็นทางเดิน เพื่อไปสู่ท่าเรือส่วนตัวของทางโรงแรม ทำให้ได้รู้ว่านอกจากเดินทางมาโรงแรมโดยทางรถแล้ว ยังสามารถนั่งเรือของโรงแรมที่มีบริการจากท่าเรือบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน แต่ควรโทรสอบถามหรือเช็คเวลาเดินเรือผ่านทางเว็บไซต์ก่อนครับ

ทางเดินในสวนเรียงรายด้วยต้นไม้และแสงแดด

นอกจากนี้ ยังมีบริการเรือเพื่อนำประสบการณ์ใหม่ในความเป็นไทยมามอบให้กับผู้เข้าพักชาวต่างชาติ ในฐานะที่สยามเป็นเมืองทางน้ำที่สัญจรกันมาตั้งแต่ในอดีต ที่โรงแรมเดอะสยามจึงนำเรือมาให้บริการ “Bangkok by Cruise” ล่องเรือส่วนตัวเพื่อไปเที่ยวยังหลายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว ชมบรรยากาศ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ล่องยาวไปจนถึงเกาะเกร็ด นนทบุรีหรือจะออกรอบไปตีกอล์ฟก็ได้

สะพานรถไฟเก่าข้ามแม่น้ำยามพลบกับแสงไฟสะท้อนบนผิวน้ำ

BATHERS BAR and CHON Restaurant

ภาพหลายช่องของวิวแม่น้ำและสะพาน

บริเวณท่าเรือยังเป็นที่ตั้งของบาร์ริมน้ำ “BATHERS BAR” ซึ่งอยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำ infinity pool สามารถที่จะว่ายน้ำไปดูพระอาทิตย์ตกไป จิบเครื่องดื่มเบาๆ หรือจะสร้างบรรยากาศดีๆ ที่มีแค่สองเราริมเจ้าพระยาก็ได้ครับ

ท่าเทียบเรือริมแม่น้ำกับแถวต้นปาล์ม
อาคารสีขาวสไตล์อาร์ตเดโคริมแม่น้ำท่ามกลางแมกไม้
เรือนไม้สักทรงไทยเปิดไฟยามค่ำคืน
ศาลาทรงไทยหลังคาซ้อนชั้นท่ามกลางแมกไม้ในแสงทอง

บ้านเรือนไทยไม้สักสีดำอายุยาวนานมากกว่า 100 ปี ถูกนำมาสร้างเป็น “ห้องอาหารช้อน” (CHON) เสิร์ฟเมนูอาหารไทยสูตรโบราณที่ดึงเอากลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนของสมุนไพรมาเป็นจุดเด่น โดยเน้นความเป็นไทยแบบออริจินัล และไทยฟิวชั่น เพื่อให้เกิดการประสมประสานรสชาติและเท๊กซ์เจอร์ในการรับประทานมื้อค่ำที่สมดุลประณีต

ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ใครที่เป็นแฟนอาอาหารไทยแบบผม เราจะพบว่า อาหารไทยเป็นเมนูที่ยากในการปรุงและมีขั้นตอน วัตถุดิบเยอะ จึงเป็นความขัดแย้งที่แสนอร่อยของความแตกต่างและความกลมกลืน ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ปรุงยากมาก ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของเชฟมืออาชีพ

บาร์โทนมืดกับของโบราณและโคมไฟห้อย
คู่รักรับประทานอาหารที่โต๊ะริมหน้าต่าง
เชฟกำลังจัดจานอาหารที่โต๊ะโทนมืด บรรยากาศไฟน์ไดนิ่ง

ทางโรงแรมก็ได้เชฟดำริห์และทีมงานมาช่วยกันรังสรรค์อาหารจานใหม่ๆ โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่ในท้องถิ่นที่ดีที่สุดปรุงอย่างเชี่ยวชาญและยึดตามความเคารพในรสชาติแบบไทยๆ ด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นสยามและประวัติศาสตร์อาหารไทยที่แพร่หลาย ทำให้การได้ดินเนอร์ในบ้านไม้สักไทยใน “ห้องอาหารช้อน” กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

คนกำลังรับประทานอาหารที่โต๊ะสานพร้อมส้อมในมือ
เชฟยืนอยู่ริมแม่น้ำยามค่ำคืนกับไฟประดับ
คนถือเครื่องดื่มสีเขียวกับจานอาหารไทยจัดสวยบนโต๊ะ
มุมตกแต่งโทนเข้มกับแจกันดอกไม้และโคมไฟ

โดยเชฟดำริห์และทีมงานได้จัดเมนู Chef’s Degustation มาให้ได้รับประทานเป็นอาหารไทยสไตล์ home-cooked แสนอร่อย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวเกรียบว่าว, ยำตะไคร้หอยเชลล์ฮอกไกโด, ไก่ย่าง พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด, ปลาหิมะนึ่งมะนาว ก่อนจะล้างปากด้วยยำส้มโอที่ให้ความสดชื่นและแตงโมฉ่ำๆ อาหารจานหลักเป็นต้มยำปลาแซลม่อน แพนงเนื้อวากิว และผัดผักตลาด (คือผักง่ายๆ ที่หาได้ทั่วไปในวันนั้น) เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิร้อนๆ ปิดท้ายด้วยของหวานเป็นไอศครีมข้าวหอมมะลิ ครับ 

DECO BAR & BISTRO

ส่วนอาหารเช้า เรารับประทานกันที่ “DECO BAR & BISTRO” ซึ่งเป็นห้องอาหารที่เชื่อมต่อมาจากบ้านไม้สักโบราณ จึงมีการออกแบบให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ในสไตล์ Art Deco ซึ่งที่นี่จะเป็น All Day Dining สามารถเข้ามาใช้บริการได้ทั้งวัน ไม่เพียงแต่แขกของโรงแรมเท่านั้น แต่ลูกค้าทั่วไปที่อยากจะมารับประทานอาหารหรือจัดเลี้ยงในโอกาสพิเศษก็สามารถมาใช้บริการได้ครับ

ห้องกระจกโทนมืดมองออกไปเห็นแมกไม้ยามพลบ
หน้าต่างกระจกสไตล์อาร์ตเดโคมองออกไปยังแมกไม้เขียว
ห้องกระจกแบบเรือนกระจกกับโต๊ะ บันได และต้นไม้
โต๊ะอาหารกับอาหารไทย แก้วเครื่องดื่ม บรรยากาศไฟน์ไดนิ่ง

Live and Learn

ตลอดเวลาของการพักผ่อนที่โรงแรมเดอะสยามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ “กานต์” ลืมความวุ่นวายของกรุงเทพมหานคร และย้อนเวลากลับไปหาอดีตเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ในยุคที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ชาวสยามเราอยู่กันอย่างเรียบง่าย ทว่างดงาม มีความปราณีตในการดำเนินชีวิต ซึ่งกลายเป็นอดีตที่พบเพื่อเพียงผ่านไปเสียแล้ว

ตู้ไม้โบราณกับของสะสมในห้องไม้โทนอุ่น
ห้องแกลเลอรีโทนมืดกับของสะสมและรถจักรยานยนต์
เรือนกระจกกับของโบราณและต้นไม้เขียว

หากเทียบกับปัจจุบันที่ทุกอย่างคือการแข่งขัน เพื่อสร้างความแตกต่างและโดดเด่น ไม่เว้นแม้กระทั่งธุรกิจ “โรงแรม” แต่หากก้าวข้ามเรื่องการแข่งขัน แต่หันมาสร้างจุดเด่น เน้นการพัฒนาตัวเอง ก็คาดว่าน่าจะประสบความสำเร็จเอาชนะทุกอุปสรรคได้ เหมือนที่โรงแรมเดอะสยาม แห่งนี้ ที่นอกจากชนะใจตัวเองในการแสดงตัวตนที่เด่นชัดทั้งเจ้าของคือคุณน้อย วงพรู และผู้ออกแบบคือ Bill Bensley Studio จนทำให้กลายเป็น Destination ที่สำคัญของนักเดินทางจากทั่วโลก ที่อยากมาเยือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งนี้

ร้านอาหารโครงไม้กับโคมไฟห้อยและต้นไม้

ระหว่างที่เขียนรีวิวโรงแรมเดอะสยาม ผมฟังเพลง Live and Learn ที่ขับร้องโดยคุณกมลา สุโกศล เจ้าของเครือโรงแรมสุโกศล คุณแม่ของคุณน้อย เขียนไปก็ฟังเพลงไปด้วย เป็นเพลงหนึ่งที่เมื่อฟังแล้วทำให้จิตใจมีพลังขึ้น เพราะความหมายในเนื้อร้อง กล่าวถึงการเรียนรู้ ที่จะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ทั้งทุกข์ และสุข ที่เราต้องเจอชีวิตมีอะไรให้เข้าใจมากขึ้น มีสิ่งต่างๆ ที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันและ ทำให้เรานั้นรู้ว่าชีวิตคนเรามีแพ้และมีชนะ อาจจะมีท้อบ้างในบางครั้ง แต่เราต้องไม่ถอยหรือหันหลังให้กับปัญหา เพราะชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์ ทั้งยิ้ม หัวเราะและร้องไห้ สิ่งเหล่านี้เราต้องไม่ไปควบคุมอะไรทั้งนั้น … แค่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

“อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน
ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”

กมลา สุโกศล แคลปป์
ซุ้มไม้เลื้อยทรงโค้งกรอบมุมมองสู่ตึกสูงในเมือง
ชายนั่งอยู่ในห้องสีขาวสว่างกับของโบราณ
มุมมองผ่านหน้าต่างกรอบดำสู่แม่น้ำและอาคารวัด

อาจจะเขียนเล่ายาวไปสักหน่อย แต่อยากจะบอกว่าเป็นความดีใจและภูมิใจที่ กานต์ ได้เข้าพักในโรงแรมเดอะสยาม โรงแรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสยามประเทศแห่งนี้

โรงแรมที่สวยงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์สยาม

โรงแรมที่ได้รับการเอ่ยนามและได้รับรางวัลมากที่สุดจากสื่อต่างชาติ

โรงแรมที่นักวิจารณ์โรงแรมจากทั่วโลกต่างยกนิ้วให้

โรงแรมที่ดารา เซเลป คนดังระดับโลกมากมายเลือกมาพักผ่อน …. และแน่นอนความเป็นส่วนตัว คือภารกิจหนึ่งของ The Siam Hotel ครับ

ชายในชุดดำยืนอยู่ในทางเดินที่เรียงรายด้วยต้นไม้เขียว
ชายในชุดดำนั่งอยู่หน้าผนังกระเบื้องสีขาวสไตล์อาร์ตเดโค กำลังถ่ายภาพ
โรงแรมเดอะสยาม – The Siam Hotel, Bangkok Thailand

• TELEPHONE : +66 2 206 6999 | FAX : +66 2 206 6998
• EMAIL : info@thesiamhotel.com
• ADDRESS :3/2 Thanon Khao, Vachirapayabal, Dusit, Bangkok 10300, Thailand
• Website : www.thesiamhotel.com

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

บันทึกเพิ่มเติมจากการเข้าพัก

หนังสือเปิดหน้าพร้อมตัวอักษร THE SIAM HOTEL ซ้อนทับ บอกเล่าเรื่องราวของโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

THE SIAM HOTEL, กรุงเทพมหานคร✨

ไม่ใช่สิ เราควรเรียกที่นี่ว่าเป็น #พิพิธภัณฑ์แห่งสยาม

หลายคนรู้ น้อย วงพรู ในฐานะนักร้อง แต่จริงๆ แล้วคุณน้อย-กฤษฎา สุโกศล แคลปป์ ฟังชื่อนามสกุลก็รู้ว่าไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นเจ้าของเครือโรงแรมสุโกศล ที่หันมาปั้นที่ดิน 8 ไร่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลงทุนไปกว่า 2,000 ล้านบาท ให้โรงแรมได้สะท้อนภาพของช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงเทพ ในสมัยรัชกาลที่ 5 (ประมาณปีพ. ศ. 2396 – 2453) ในสไตล์อาร์ตเดคโค ออกแบบโดยพ่อมดแห่งวงการโรงแรม Bill Bensley ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น “King of Exotic Luxury Resorts”

เมื่อ Bill Bensley และ น้อย วงพรู จับมือกัน จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์งานออกแบบที่ร่วมสมัยที่สุดในสไตล์ Art Deco Thai fusion คุณน้อยถึงกับเอ่ยปากว่า “Bill is entirely original”

กรุงเทพมหานคร เมืองที่ได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกมากมาย ดังนั้น คำว่า “ดีที่สุด” อาจจะยังไม่พอ ต้อง “โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์” อย่างเช่นโรงแรม THE SIAM แห่งนี้ คุณน้อย เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “การสร้างโรงแรมไม่ต่างอะไรกับการเป็นศิลปิน ทำอัลบั้มเพลง หรือทำหนัง เพราะเป็นการเล่าเรื่อง มีสตอรี่ โรงแรมก็ต้องมีสตอรี่ มีการเล่าเรื่อง เพื่อทำให้โรงแรมมีความโดดเด่นและไม่เหมือนโรงแรมแห่งอื่น ต้องทำอะไรที่ลึกซึ้งกว่า มีวิญญาณมีความหมายมากกว่าคู่แข่งในตลาด”

ที่ผ่านมา THE SIAM ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Hotel of the Year จาก Preferred Awards, รางวัล THE GOLD LIST จาก Condé Nast Traveler, READER’S CHOICE AWARDS จาก The Gallivanter’s Guide และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย กลายเป็นเครื่องการันตีว่าความสำเร็จในทุกวันนี้ ไม่ได้เล่นของ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะทุกคนในเดอะสยาม ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา

สัมผัสแรกเมื่อก้าวเท้าเดินเข้ามา ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้และไม่เชื่อว่า ที่นี่คือ “โรงแรม” แต่ดูราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งสยามขนาดย่อม คุณน้อย เคยบอกเล่าหัวใจของโรงแรมนี้ไว้ว่า เขาใช้หลักการออกแบบเช่นเดียวการสร้างภาพยนตร์สักเรื่อง ซึ่งเริ่มจากความคิดว่า อยากให้คนที่เขามาเยี่ยมเยือนโรงแรมแห่งนี้ได้มาสัมผัสกับอะไร นั่นคือ วัฒนธรรม เรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 200 ปีที่แล้วในไทยนำเสนอไว้ในโรงแรม “นอกจากแขกจะพอใจในบริการอันยอดเยี่ยมแล้ว แขกควรจะได้รับความพึงใจจากการนอนพักในห้องพักที่บอกเล่าเรื่องเก่า และเดินดูเรื่องราวเก่าๆของประเทศไทยจากมุมต่างๆของโรงแรม” ดังนั้น หลายมุมภายในโรงแรมจึงถูกแบ่งสันปันส่วนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับแสดงผลงานสะสมของโบราณชิ้นหายากของคุณน้อยกว่า 5,000 ชิ้น ซึ่งไม่อาจประเมินราคารวมกันได้ มาตกแต่งไว้ในโรงแรมอย่างลงตัว

Bill ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ THE SIAM เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะออร์แซ (Paris’ Musée d’Orsay) ในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส แต่ทุกกระเบียดนิ้วในโรงแรมมีกลิ่นอายของความเป็นไทยแฝงอยู่ ที่สื่อสารถึงโลกแห่งความเขียวชอุ่ม เรียบง่าย ทว่า งดงามตามธรรมชาติ ดังนั้น การออกแบบโรงแรมเดอะสยามจึงนำสีดำ ขาว เทา มาเป็นสีหลัก คู่ไปกับสีเขียวของต้นไม้ และสัมผัสของธรรมชาติอย่าง หิน ไม้และหนัง สื่อสารออกมาผ่านสัญญะแห่งความเป็นไทยประยุกต์ที่ไม่ได้เน้นแต่เพียงลวดลายกนกวิจิตรแต่เพียงอย่างเดียว แต่ผสานความร่วมสมัยไว้อย่างลงตัว เพื่อรองรับผู้เข้าพักหลักซึ่งเป็นชาวต่างชาติ มารังสรรค์ให้เข้ากับของสะสมโบราณที่หาชมได้ยาก

นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิศลักษณ์ จดหมายเหตุของไทย ก็ยังมี “ของเก่าของจริง” อีกหลายอย่าง เช่นห้องฟิตเนสก็มีเวทีมวยไทยไว้สอนศิลปะการต่อสู้ มีกระสอบทราย นวมดีไซน์แบบย้อนยุคจาก FBT มีเข็มขัดแชมป์เปี้ยนมวยไทยรุ่นจูเนียร์เฟเธอร์เวทจากเวทีมวยลุมพินีไว้โชว์อีกด้วย มีห้องประชุม ห้องทำงานที่มีเครื่องมือเครื่องไม้และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดต่อธุรกิจไว้คอยบริการ ห้องสันทนาการตกแต่งด้วยของที่ระลีกจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ รวมทั้งจากภาพยนตร์ไทยไว้คอยให้บริการ สามารถที่จะชมภาพยนตร์โบราณที่หาชมได้ยากจากที่นี่ เพราะมีห้องดูหนังส่วนตัว

ยังมีสปา “OPIUM SPA” เป็นสปาที่หอมกลิ่นสมุนไพรไทยชวนให้ผ่อนคลายตลอดทั้งวัน มีกิจกรรมสุขภาพ อาทิโยคะ อายุรเวช เรกิ ไทชิ ภาวนา มาให้แขกได้ร่วม มีห้องสักยันต์ที่ทางโรงแรมเชิญอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการสักยันต์มาสักให้กันถึงที่ เคยมีคนดังระดับโลกหลายคนก็มาสักยันต์ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Derrick Rose นักบาสเก็ตบอลทีม Chicago Bulls, Michelle Rodriguez นักแสดงชาวอเมริกัน, Sam Smith นักร้องชื่อดัง และ Cara Delevingne ซูเปอร์โมเดล ล้วนผ่านการสักกับอาจารย์ที่นี่มาแล้ว

ของสะสมโบราณของคุณน้อยมีหลายชิ้นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน ภาพวาดโบราณ ลายพระหัตถ์ รถเทียมม้าจากสมัยราชวงศ์ฮั่น ป้ายโบราณ เก้าอี้จากขบวนรถไฟเก่า โต๊ะพูล โปสเตอร์และตั๋วชมภาพยนตร์ เครื่องพิมพ์ดีดเก่า จดหมายโบราณ จานชามช้อนส้อม ชุดเครื่องแบบโบราณ เหล่านี้กลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูแห่งอดีตให้คนในยุคปัจจุบันได้เห็น ซึ่งก็จะเป็นแขกผู้เข้าพักจากทั่วโลกนั่นเอง

39 ห้องพักและวิลล่า จะได้รับการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไปไม่เหมือนกันสักห้อง ห้องที่กานต์พักคือ Riverview Suite ห้องกว้างขนาด 110 ตารางเมตร หน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน ประดับประดาด้วยภาพเขียนโบราณและการรังสรรค์ออกแบบให้ร่วมสมัย ตื่นมาชมความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาและทิวทัศน์โดยรอบที่ทอดยาวและสงบสุข เติมความผ่อนคลายในบรรยากาศที่หรูหราราวกับว่าอยู่บนสวรรค์วิมารชั้นฟ้า อันเป็นมายาคติของคนไทยเรา

ส่วนบริเวณริมแม่น้ำจะมีบ้านเรือนไทยไม้สักสีดำอายุยาวนานมากกว่า 100 ปี เนรมิตให้เป็น “ห้องอาหารช้อน” (CHON) เสิร์ฟเมนูอาหารไทยสูตรโบราณที่ดึงเอากลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดร้อนของสมุนไพรมาเป็นจุดเด่น โดยเน้นความเป็นไทยแบบออริจินัล และไทยฟิวชั่น เพื่อให้เกิดการประสมประสานรสชาติและเท๊กซ์เจอร์ในการรับประทานมื้อค่ำที่สมดุลประณีต ทำให้การได้ดินเนอร์ในบ้านไม้สักไทยใน “ห้องอาหารช้อน” กลายเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

โรงแรม THE SIAM ทำให้การพักผ่อนของเราเปลี่ยนไปจากชีวิตประจำวันที่วุ่นวายของกรุงเทพมหานคร ทำให้เราได้ย้อนเวลากลับไปหาอดีตเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ในยุคที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ชาวสยามเราอยู่กันอย่างเรียบง่าย ทว่างดงาม มีความปราณีตในการดำเนินชีวิต ซึ่งกลายเป็นอดีตที่พบเพื่อเพียงผ่านไป ได้เบิกบานในใจอีกครั้ง

บาร์สไตล์อาร์ตเดโคของ The Siam Hotel กับตู้กระจกเก็บเครื่องแก้วและภาพช้างประดับผนัง
อาคารสีขาวสไตล์อาร์ตเดโคของ The Siam Hotel ท่ามกลางแนวต้นปาล์ม
ต้นไม้ในกระถางตั้งเป็นจุดเด่นกลางช่องประตู ถ่ายโทนขาวดำ
วิวแม่น้ำเจ้าพระยาและสะพานมองจาก The Siam Hotel
ห้องตกแต่งด้วยตู้โบราณ ภาพบุคคล และแจกันดอกไม้ สไตล์อาร์ตเดโค
มุมนั่งเล่นโทนขาวดำกับซุ้มโค้งและโคมระย้าในบรรยากาศคลาสสิกของ The Siam Hotel
ชายในชุดสูทนั่งอ่านหนังสือในพูลวิลล่าของ The Siam Hotel ที่ตกแต่งด้วยของสะสม
ภาพพอร์เทรตหญิงสาวผ่านกรอบหน้าต่างและเสา ถ่ายโทนขาวดำ
เตียงในพูลวิลล่าของ The Siam Hotel ปูผ้าขาวพร้อมหนังสือพิมพ์วางตรงกลาง
ศาลาเสาดำสไตล์ไทยภายใน The Siam Hotel
ภาพถ่ายบุคคลโบราณขาวดำสองภาพ บอกเล่าประวัติศาสตร์ที่จัดแสดงในโรงแรม
ภาพถ่ายโบราณในกรอบวางเรียงพิงกัน เป็นของสะสมประวัติศาสตร์
ภาพพอร์เทรตโบราณในกรอบกับช่อกล้วยไม้สีขาวด้านหน้า
นิตยสารและภาพพิมพ์เก่ากับช้อนส้อมวางบนโต๊ะ
ปกนิตยสาร Long Live the King พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ และหนังสือพิมพ์เก่าในคอลเลกชันของโรงแรม
นิตยสารต่างประเทศและภาพถ่ายเก่าจัดวางเป็นของสะสม
ภาพถ่ายและภาพวาดในกรอบจัดแสดงบนผนัง
โคมไฟตั้งโต๊ะกับหัวโขนและงานศิลป์ไทยจัดวางเป็นของตกแต่ง
ทางเดินกับตู้กระจกจัดแสดงประติมากรรมและผ้าม่านโปร่งใน The Siam Hotel
ซุ้มผนังอิฐประดับรูปปั้นและเครื่องบูชาแบบไทย
ตู้จัดแสดงรถม้าจำลองและของสะสมโบราณ
ห้องสไตล์ไทยโทนเข้มกับบานหน้าต่างไม้
โถงสูงของ The Siam Hotel กับต้นปาล์มและชุดถ้วยเงินจัดวางบนโต๊ะยาว
โทรศัพท์และของสะสมโบราณจัดแสดงหลังซี่ราวสีดำคล้ายพิพิธภัณฑ์
เลานจ์ตกแต่งสไตล์อาร์ตเดโคโทนไม้เข้มของ The Siam Hotel
ห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวกับจอโปรเจกเตอร์และโซฟานั่งชม
หนังสือโบราณกับตราโลหะประดับ ถ่ายระยะใกล้
ทางเดินยาวเลียบหน้าต่างกับโคมไฟห้อย ผนังอิฐของ The Siam Hotel
มุมที่นั่งบุนวมกับหมอนลายมองจากด้านบน
อาคาร The Siam Hotel ยามค่ำกับแสงไฟจากห้องพักและแนวต้นปาล์ม
สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถ่ายโทนขาวดำ
ทางเดินไม้ทอดผ่านสวนปาล์มภายใน The Siam Hotel

คำถามที่พบบ่อย — The Siam Bangkok

The Siam Bangkok อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร

The Siam ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนขาว ย่านดุสิต กรุงเทพฯ ในโซนที่เงียบและมีกลิ่นอายประวัติศาสตร์มากกว่าย่านโรงแรมริมน้ำทั่วไป การเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลาราว 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์ ขณะที่โรงแรมมีบริการเรือรับส่งส่วนตัวเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าและท่าเรือสาทร ทำให้เข้าถึงทั้งฝั่งพระนครและย่านธุรกิจได้สะดวก ตำแหน่งริมน้ำที่ค่อนข้างห่างจากความวุ่นวายจึงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของที่นี่

ใครออกแบบ The Siam Bangkok

ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบคือ Bill Bensley สถาปนิกและนักออกแบบที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ เขาวางคอนเซปต์ The Siam ในสไตล์ Art Deco ผสมความเป็นไทย ใช้โทนขาว-ดำเป็นแกนหลัก เติมด้วยของสะสมโบราณวัตถุนับพันชิ้นทั่วทั้งโรงแรม โรงแรมเป็นของตระกูลสุโกศล ครอบครัวนักดนตรีและนักธุรกิจที่ใส่รสนิยมส่วนตัวลงไปในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เรือนไม้สักโบราณ Connie’s Cottage ไปจนถึงคอลเลกชันภาพถ่ายขาวดำที่เรียงรายตามทางเดิน

The Siam Bangkok เหมาะกับใคร

ด้วยจำนวนห้องเพียงราว 38–39 สวีตและพูลวิลล่า The Siam จึงให้ความเป็นส่วนตัวสูงในระดับ Urban Resort กลางเมืองหลวง คนที่อ่านโรงแรมนี้ออกมักเป็นนักเดินทางที่ให้คุณค่ากับงานดีไซน์ การเล่าเรื่อง และบริการแบบบูทีคมากกว่าเชนขนาดใหญ่ ในเชิงตลาด ตำแหน่งของ The Siam คือการขายประสบการณ์เฉพาะตัวและความหายาก ซึ่งเป็นจุดที่โรงแรมอิสระสามารถแข่งกับแบรนด์ระดับโลกได้โดยไม่ต้องลดราคา

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.