Last Updated: 30 June 2026
ENGLISH SUMMARY
Conrad Bangkok is a five-star city hotel on Wireless Road, part of the All Seasons Place complex in Bangkok's embassy district. This KANT review covers its contemporary Thai-accented design, its dining and nightlife including the long-running Diplomat Bar, and its appeal to both business and leisure guests in central Bangkok.
สรุปตรง
Conrad Bangkok คือโรงแรม 5 ดาว 392 ห้องในโครงการ All Seasons Place บนถนนวิทยุ ใจกลางย่านธุรกิจกรุงเทพฯ ในเครือ Hilton จุดที่ทำให้ต่างจากโรงแรมวิทยุทั่วไปคือการผสานความเป็นโรงแรมธุรกิจสเกลใหญ่กับงานออกแบบที่ใส่กลิ่นอายไทยร่วมสมัย เชื่อมกับอาคารสำนักงานและศูนย์การค้า All Seasons Place ห้องพักกว้างกว่าค่าเฉลี่ยของย่าน ไฮไลต์คือห้องอาหาร 6 แห่งรวมถึง KiSara (ญี่ปุ่น) และ Liu (จีน) ที่ขึ้นชื่อเรื่องติ่มซำ พร้อมสวนเขตร้อนและสระว่ายน้ำกลางเมือง รวมถึงบาร์ Diplomat ที่มีดนตรีแจ๊สสด จุดขายคือโรงแรมธุรกิจระดับบนที่ทำเลใกล้สถานทูตและรถไฟฟ้า ราคาเริ่มต้นหลักห้าพันต่อคืน
| KANT Rating | 4.7 / 5 |
|---|---|
| Location | Bangkok |
ทริปปิดท้ายปี หนีมานอนโรงแรมไม่ไกลบ้าน
![]()
CONRAD BANGKOK HOTEL
เผลอแป๊บเดียว … ปฏิทินหน้าสุดท้ายก็มาทักทายกันแล้วนะครับ สภาพกานต์ตอนนี้บอกเลยว่าเยินไม่ต่างจากสมุดจดงานที่ผ่านสมรภูมิเดดไลน์และสารพัดดราม่ามาตลอด 300 กว่าวัน (เป็นกันทุกคน)
เอาจริงนะ พอใกล้จะหมดปี เสียงในหัวมันเลยตะโกนประท้วงว่า “พักเถอะไม่ไหวแล้ว!”
และถ้ารางวัลของความเหนื่อยยากตลอดปี คือการได้ทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มๆ ในบรรยากาศที่เงียบสงบเหมือนโอเอซิสกลางป่าคอนกรีต
Conrad Bangkok: โอเอซิสกลางกรุง
ทริปส่งท้ายปีนี้กานต์เลยขอจิ้มพิกัดมานอนกลิ้งในโรงแรมที่ไม่ไกลบ้านอย่าง “Conrad Bangkok” (โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ) เราขอยกให้เป็นหลุมหลบภัยชั้นดีที่อยู่ใจกลางเมือง
เพราะโจทย์รอบนี้คือต้องครบ ทั้งเรื่องกิน ดื่ม เที่ยว ออกกำลังกายและมุมทำงาน (เผื่อไว้ก่อน มันต้องมีโดนตามงานกันบ้างแหละ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด 555)
ห้องอาหาร Liu: อาหารจีนสุดฟิน
มาถึงโรงแรมปุ๊บ ก็ฝากกระเป๋าไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเราไปเช็คอินที่ห้องอาหาร Liu (หลิว) บอกเลยว่าฟินมาก โดยเฉพาะติ่มซำแบบบุฟเฟต์ มีเมนู A la carte ให้สั่งเพิ่มได้ด้วย เดี๋ยวแยกเป็นอีกรีวิวให้สำหรับใครที่เป็นสายกิน
ห้องพัก: วิวเมืองสุดปัง พร้อมมุมทำงาน
เข้าห้องก็ต้องตกใจ อยากกระซิบว่าห้องที่ลงท้ายด้วย XX24 คือวิวดีเว่อร์ เตียงนอนใหญ่ มีมุมนั่งเล่นภายในห้อง อ่างอาบน้ำจะมองเห็น City View ยามพระอาทิตย์ตกดิน ฟินมาก
อีกหนึ่งสิ่งที่คนบ้างานอย่างเราปลื้มมาก คือห้องพักที่นี่ดูจะเข้าใจหัวอกคนทำงานจริงๆ ครับ ยังไงล่ะ!! ก็ถึงปากจะบอกว่ามาพัก แต่พกแล็ปท็อปมาด้วยก็อุ่นใจ (เปลี่ยนที่นั่งทำงานแหละ ดูออก) ซึ่งโต๊ะทำงานเก้าอี้ที่นี่นั่งสบายระดับ Ergonomic ไฟพร้อม ปลั๊กเสียบเยอะ เน็ตแรง ถ้าเกิดไอเดียพุ่งหรือมีงานด่วนเข้ามา ก็โซโล่ต่อได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
ฟิตเนส สปา และกิจกรรมในโรงแรม
ระหว่างวัน มีฟีลอยากขยับร่างกาย คอนราดก็มีทุกอย่างรออยู่ตรงนั้น ใครจะไปคิดว่ากลางเมืองวิทยุเพลินจิตจะมี สนามเทนนิส (หวดคนไม่ได้ก็ไปลงกับลูกสักหลาดละกันระบายอารมณ์มันส์ๆ 555) ติดกันมีฟิตเนสที่เครื่องเล่นโคตรเจ๋ง สระว่ายน้ำอาจจะต้องรีบมาจองที่แต่เช้าเพราะคนเยอะมาก จากนั้นบ่ายๆ ค่อยไปทำทรีตเมนต์ที่สปากัน
พอตกเย็น Fine Dining ที่รสชาติละเมียดละไมเหมือนงานศิลปะกลางสวน เพิ่งรู้เหมือนกันว่า Conrad ก็มีมุมสงบแบบนี้ อีกวันไปทานเทปันยากิที่ห้องอาหารญี่ปุ่นก็สุโก้ยดีนะ ชอบดูเชฟโชว์ไข่
สรุป: Conrad Bangkok ที่พักปิดท้ายปีที่ลงตัว
จากนั้นก็ย้ายมานั่งดื่มที่ Diplomat Bar ก็เหมือนการปิดท้ายวันที่แสนใจดี แก้วเครื่องดื่มในมือลื่นคอดีนะ แสงไฟของกรุงเทพฯ ที่มองผ่านกระจก และความรู้สึกว่า วันนี้เราได้ดูแลตัวเองดีพอแล้ว วิวจากห้องตอนกลางคืนก็คือสวยเว่อร์!!
สรุปแล้ว การมาพักผ่อนรอบนี้ถือเป็นการชาร์จพลังที่คุ้มค่ามากสำหรับเรา เพราะดูเหมือนจะครบจบในที่เดียว เดี๋ยวเล่าต่อในแคปชั่นนะครับ
ช่วงปีใหม่ห้องน่าจะใกล้เต็มแล้ว ลองโทรไปถามก่อนได้ที่ 02-690-9999

คอนราดโรงแรมใจกลางเมือง เป็นแห่งแรกของกรุงเทพฯ ผ่านแทบทุกวันไม่เคยสนใจ 555

นึกครึ้มยังไงก่อนก็จองมาพักช่วงส่งท้ายปี เผื่อมีงานก็ยังหอบมาทำที่นี่ต่อได้ (ซึ่งก็ยุ่งจริงแหละ)

สิ่งแรกที่เพิ่งรู้เลยก็คือ #คอนราดมีสนามเทนนิส อยู่บนตึกเลยนะ บรรยากาศดีมาก

ห้องก็คือวิวสวยโดยเฉพาะห้องเราที่จะมองเห็น City View ตอนกลางคืนสวยแบบต้องแสงไฟ

ตอนที่ไปก็คือบรรยากาสคริสต์มาสอ่ะเนอะ ประดับฟง ประดับไฟ ก็ว่ากันไป ชอบการตกแต่งต้นคริสต์มาสสีน้ำเงินเข้มแบบนี้ ดูขรึมๆ ดี

ใดๆ ก็คือโรงแรมสวย สีคุมโทนมาก ออกน้ำตาล ทอง พอตัดกับสีน้ำเงินคือเข้ากันดี ตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์นที่ดูเก๋สุดๆ

ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์เช็คอิน เรามาเร็วนะ ยังเข้าห้องไม่ได้ ตั้งใจมาก่อนเวลาแหละ เพราะว่าจะไปกินติ่มซำ

มาละ ห้องอาหาร Liu มากินรอบที่ 3 ละ เพราะว่ายังคงมีโปรติ่มซำอยู่เรื่อยๆ คุ้มมาก ห้องอาหารก็สวย เดี๋ยวเขียนรีวิวละเอียดๆ ให้อีกที

เมนูเด็กอ้วนที่ห้ามพลาดคือหมูกรอบจ้า

เป็ดปักกิ่งก็มี ชอบที่แผ่นแป้งจะมีการรองกระดาษเอาไว้ ทำให้ไม่ติดกัน ซอสรสชาติดีนะ แต่เป็ดจะหนานิสนึง

เข้าห้องก่อนนะ ห้องใหญ่วิวสวยมองเห็นสวนเบญฯ ส่วนอีกด้านของห้องจะมองเห็นวิวสวนลุม คุ้มละ!!

วิวจากข้างเตียงจริงๆ จะเห็นกว้างกว่านี้ ยาวไปจนถึงสวนลุมเลย

ด้านหน้าเป็นห้องแต่งตัว และมีมินิบาร์อยู่ใกล้ๆ ติดกันมีโต๊ะทำงานสารพัดปลั๊กและรูเสียบ ไวไฟแรงใช้ได้ ส่งงานลูกค้าทันใจ ยังไงก็ยังต้องทำแหละ

ปลายเตียงมีที่นั่งเล่น ด้านหลังจะเป็นวิวฝั่งสวนลุม พระราม 4 เพิ่งเคยเห็นย่านนี้ในมุมสูง

การ์ดต้อนรับพร้อมของว่าง ไม่ได้ฉลองวันอะไร นอกจากให้รางวัลตัวเองที่เหนื่อยชิบ-าย มาทั้งปี

ตัดภาพมาที่นั่งทำงาน 555

ติดกันเป็นห้องน้ำ กว้างเว่อร์ มีอ่างอาบน้ำอยู่ด้านหน้า เปิดหน้าต่างก็เห็นวิวพระอาทิตย์ตก ด้านในเป็นห้องสุขาใช้แบบอัตโนมัติ

Amenities ใช้ของ Byredo กลิ่น Mojave Ghost กลิ่นหอมสดชื่น สะอาดดี มีความนุ่มนวลเหมือนลูกคุณ แต่ทาโลชั่นเยอะๆ ก็แอบฉุนนิดๆ

ห้องน้ำกว้างเว่อร์ ชอบแสงตอนเช้าที่กระทบตึกแล้วสะท้อนกลับมา

มื้อเย็นไปกินที่ห้องอาหารญี่ปุ่น KiSara คอนเซปต์คือเสิร์ฟอาหารแบบไคเซกิ ซึ่งก็มีรูปแบบอื่นด้วยอย่างที่เราเคยมากินก็มีทั้งไคเซกิ โอมากาเสะกินพร้อมสาเก แต่รอบนี้มาลองเทปันยากิ

สั่งมาเป็นคอร์ส แต่ยังไม่เล่าเยอะ เดี๋ยวแยกรีวิวให้อีกที เมนคอร์สสั่งเป็นลอปสเตอร์ ซอสที่เชฟเยาะไปหอมมาก ได้กลิ่นกระเทียมกับโชยุมีใส่เนยลงไปด้วย

ถึงห้องนอนละ วิวกลางคืนก็สวยมาก ไม่ค่อยได้เห็นวิว City แบบนี้ เพราะปกติอยู่คอนโดเห็นแต่วิวแม่น้ำ

ตื่นเช้ามาเห็นวิวนี้ ฟินเว่อร์

ลงมาทานข้าวที่ห้องอาหารเช้าของโรงแรม อีกเช้าค่อยขึ้นไปกินที่เล้าจน์

อยากลองลงมาห้องอาหารหลัก เพราะอยากรู้ว่าจะมีอะไรให้ลองกินบ้าง ก็เรียกได้ว่าครบ ห้องอาหารค่อนข้างใหญ่ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก

อาหารเช้าดูหลากหลายดี มีมุมอาหารฝรั่ง ญี่ปุ่นและอินเดีย แต่เราก็ต้องสั่งข้าวซอย 555

จากนั้นก็สั่งอาหารฝรั่งสักนิด เพิ่มโปรตีนด้วยไข่

อีกเช้าลองขึ้นไปทานที่ The Executive Lounge ของคอนราด บรรยากาศอบอุ่น

ไลน์อาหารอาจจะไม่ตู้มต้ามเท่าด้านล่างแต่ก็ถือว่าครบและหลากหลาย

หมอสั่งห้ามกินขนมปังนะช่วงนี้ แต่เห็นสีขาวๆ นวลๆ น้ำตาลๆ แล้วใครจะอดใจไหว ขอสักแผ่นนะ

ชา กาแฟ สั่งจากพนักงานได้ น้ำผลไม้หยิบในตู้ได้เลยครับ จานหลักมื้อเช้าเราสั่งเป็น Eggs Benedict สไตล์อีสานคือใส่ท๊อปปิ้งเป็นไส้กรอกอีสานมา รสชาติแปลกๆ ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่ก็เข้ากันดี 555

วิวดีเว่อร์ ชอบเล้าจน์ตรงที่มันเงียบๆ ดีนี่แหละ

มองจากข้างบนลงไปเห็นสนามเทนนิสและ Pickleball

ทำเป็นตีเตาะๆ แตะๆ ให้ได้รู้ว่าออกกำลังกาย

มาออกกำลังกาย เปล่า!! มาแวะถ่ายรูปน่ะ ไว้รอบหน้าจะมาจองเล่น pickleball บ้าง กำลังฮิต

ติดกันมีสระว่ายน้ำใหญ่ แขกฝรั่งจะเอาผ้ามาปูไว้ก่อนแล้วค่อยไปกินข้าว จริงๆ ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นสระเป็นฟรีฟอร์มกลมๆ สวยมาก

ใกล้ๆ มี Pool Bar ด้วยนะ เผื่อใครอยากสั่งอะไรดื่ม ในสระไม่ได้ถ่าย เพราะแขกมาเล่นน้ำกันเยอะอยู่

ด้านหน้าทางไปสระว่ายน้ำจะมีฟิตเนส เข้าไปวิ่งลู่มา ไม่ได้ถ่ายนะเพราะว่าแขกมาออกกำลังกายเยอะจริงๆ เครื่องเล่นดีแหละ

อีกฝั่งเป็นสปา Seasons Spa มาตามเวลาจองนั่งรอห้องสักพัก

ตกแต่งสไตล์ไทยโมเดิร์นดูอบอุ่นดี ห้องนี้มีกระถางต้นไม้ยักษ์

ไฮไลท์คืออ่างอาบน้ำกลมกลางห้องสไตล์ญี่ปุ่น แบบแช่ทั้งตัว มีห้องอบไอน้ำด้วย

ตอนบ่ายแก่ๆ ฝังตัวอยู่ที่ The Executive Lounge กันต่อ มาทันช่วงอาฟเตอร์นูนทีพอดี ส่วนช่วงเย็นจะเป็น Evening Cocktail

ส่วนตัวชอบ The Executive Lounge มาก เพราะเงียบดี บางจังหวะอาจจะมีคนเยอะ แต่ของกินก็เติมตลอด เราไม่ค่อยมีปัญหาเพราะสั่งแต่กาแฟเป็นหลัก ซึ่งเสิร์ฟทั้งวัน

ตอนค่ำไปทานดินเนอร์ที่ The Garden Sanctuary ชั้น 7 ทีแรกก็แอบงงๆ ว่าอยู่ตรงไหนของชั้นนี้ อ่อ อยู่เลยสระว่ายน้ำเข้าไปจะเป็นสวนผักที่โรงแรมปลูกไว้ (ได้ข่าวว่าเลี้ยงผึ้งด้วยแต่หาไม่เจอ) บรรยากาศเงียบดีเว่อร์ ทานมื้อค่ำท่ามกลางสวนและแสงดาว มีเสียงน้ำตกไหลเบาๆ

เราเลือกเป็น Thai Set Menu ชื่อว่า Dining Under the Stars ชื่อจะเพราะไปไหน จานแรกเป็น Amuse Bouche เสิร์ฟ ปลาแห้งแตงโม / เมี่ยงคำ / ม้าฮ่อ เสิร์ฟกับเครื่องดื่มเย็นๆ เรียกน้ำย่อยได้ดี

จานต่อมาเป็น Royal Thai Garden เชฟเอาผักไปย่างแล้ววางบนฟักทองบด หอมมาก มีแครกเกอร์ที่ทำจากสาคู และมีซอสที่เป็นกลิ่นครีมและหัวหอม แปบเดียวหมด!!

จานหลักเป็นเนื้อวากิว ซอสน้ำจิ้มแจ่ว เครื่องเคียงเป็นผักย่าง มีขนมปังและเนยแองโชวี ส่วนผักสีเขียวคล้ายๆ ผักโขม (มั้ง) กินสดๆ ได้

จานของหวานเป็นข้าวเหนียวมะม่วงที่ไม่มีข้าวเหนียวเพราะเบลนด์มาในมูสมะม่วงเลย ซอสกะทิหอมมาก จานนี้ชอบสุด

Petit Four มี Mascarpone Pavlova / ชูครีม พิสตาชิโอ / พุดดิ้ง

ทานเสร็จก็ไปนั่งต่อที่ Diplomat Bar (ช่วงนี้กำลังอินซีรีส์เรื่องนี้พอดี แต่ไม่เกี่ยวกันนะ 555) เคยมาแล้วครั้งนึง ชอบตรงที่เงียบๆ จอยๆ ถ้าใครมาเช็คอินก็จะเห็นบาร์อยู่ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์รีเซฟชั่น กลางวันก็มาทานอาฟเตอร์นูนทีที่นี่ได้

ชอบตรงมีหลายมุม คุยกันพอรู้เรื่อง บางทีก็อยากฟังเพลงด้วย คุยกับเพื่อนด้วย

วงเปลี่ยนแล้วแอบใจแป้วนิดๆ เพราะอยากมีฟังคุณพี่ผู้ชายผิวสีร้องเพลง แต่วงนี้ก็ร้องดีนะ มีสามคน

สั่งเครื่องดื่มกันหน่อยแก้วนี้เป็น Cocktail ชื่อ Siam Treaty สั่งเพราะมันสวย ดื่มง่าย สายจิน

อีกแก้วไม่เคยสั่งแต่ดูทรงแล้วเท่ห์ๆ ออกแนวซัมเมอร์ เป็น Mocktail ชื่อ Island Whisper

Diplomat ก็เป็นอีกบาร์ที่ชอบมาก จริงๆ เป็นคนไม่ค่อยดื่มเหล้า แต่ชอบเข้าสังคมกับเพื่อนๆ เน้นไม่เมา เอาจอยๆ ม่วนๆ

ดึกแล้วคืนนี้ ส่งท้ายด้วยวิวจากห้องนอนนะครับ ถ่ายจากบนเตียงมองเห็นตึก All Seasons Place เป็นอีกหนึ่งการพักผ่อนที่ชอบมาก ไม่ต้องออกต่างจังหวัดก็ชิลล์ได้ครับ
จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com
อ่านต่อ: รีวิว Andaz One Bangkok โรงแรมหรูเปิดใหม่ในย่านเดียวกันริมถนนวิทยุ
คำถามที่พบบ่อย
Conrad Bangkok อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร
ตั้งอยู่ในโครงการ All Seasons Place บนถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ใกล้ย่านสถานทูตและสวนลุมพินี มีรถรับส่งฟรีไปสถานี BTS เพลินจิตในไม่กี่นาที ทำให้เข้าออกย่านธุรกิจและช้อปปิ้งได้สะดวก เหมาะกับทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่อยากพักใจกลางเมือง
ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม
ราคาเริ่มต้นราว 5,000 บาทต่อคืน ปรับขึ้นตามฤดูกาลและประเภทห้อง ด้วยห้องพักที่กว้างกว่าค่าเฉลี่ยของย่านวิทยุ ทำเลในคอมเพล็กซ์ All Seasons Place และมาตรฐาน Conrad ในเครือ Hilton ราคานี้คุ้มค่าในกลุ่มโรงแรมธุรกิจ 5 ดาวใจกลางเมือง โดยเฉพาะสำหรับการพักทำงาน สัมมนา หรือทริปครอบครัว
จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร
การผสานโรงแรมธุรกิจสเกลใหญ่กับงานออกแบบที่ใส่กลิ่นอายไทยร่วมสมัยและห้องพักขนาดกว้างคือจุดเด่น บวกห้องอาหาร 6 แห่งรวมถึง KiSara ญี่ปุ่นและ Liu จีน สวนเขตร้อนและสระว่ายน้ำกลางเมือง รวมถึงบาร์ Diplomat ที่มีดนตรีแจ๊สสด พร้อมทำเลใกล้สถานทูตและ BTS เพลินจิต


