Thursday 30 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·06 Oct 2021

รีวิว Na Nirand Romantic Boutique Resort

Words & Photography · KANT

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

Na Nirand Romantic Boutique Resort sits on the Ping River in central Chiang Mai, built around a century-old rain tree with a romantic concept. This KANT review covers its riverside garden setting, its colonial-Lanna design, and its quiet privacy despite being near the Night Bazaar. Rates start around THB 3,600 per night.

สรุปตรง

Na Nirand Romantic Boutique Resort คือบูทีกรีสอร์ตริมแม่น้ำปิง ใจกลางเชียงใหม่ ในงานออกแบบสไตล์ Lanna-Colonial ที่พาย้อนไปยุครัชกาลที่ 5 มีห้องพักและเรสซิเดนซ์ราว 39 ห้องในอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูน จุดที่ทำให้ต่างจากที่พักในเมืองคือต้นจามจุรียักษ์อายุกว่า 100 ปีที่เป็นหัวใจของรีสอร์ต ปลูกโดย Mr. H. Slade เจ้ากรมป่าไม้คนแรก พร้อมสระว่ายน้ำใต้ร่มไม้ใหญ่ มีห้องอาหาร TIME Riverfront Cuisine & Bar ริมแม่น้ำปิงสไตล์อินดัสเทรียลวินเทจ จุดขายคือบรรยากาศโรแมนติกย้อนยุคริมน้ำใจกลางเมือง ราคาเริ่มต้นหลักสี่พันต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.8 / 5
Locationริมแม่น้ำปิง · เชียงใหม่
Priceเริ่มต้นราว 3,600 บาท/คืน
ภาพปกรีวิว Na Nirand Romantic Boutique Resort กับต้นจามจุรียักษ์ที่โอบอาคารโคโลเนียลริมแม่น้ำปิง

พาชม Hidden Place กลางเวียงเจียงใหม่🏡

#รีสอร์ตสวยที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ขัวเหล็กติดริมน้ำปิง

ตำนานแห่งรักนิรันดร์♾เหมาะแก่การพาแฟนมาพักที่สุด

อย่างที่ให้ทายกันไปว่าเชียงใหม่ทริปนี้กานต์เลือกพักที่ไหน

ใบ้ให้ว่าตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง เป็นรีสอร์ตที่โรแมนติกมาก

มีคนทายถูกด้วยว่าเป็น Na Nirand Romantic Boutique Resort

ดีไซน์โคโลเนียลล้านนาที่จะพาเราย้อนยุคไปสมัยรัชกาลที่ 5

เพื่อมาพบกับตำนานความรักนิรันดร์แห่งบ้าน “ทับพญา”

ของสาวงามเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครลำพูน และหนุ่มกรุงเทพฯ

ซึ่งต่างมอบความรักบริสุทธิ์ให้แก่กันจนวินาทีสุดท้าย

จนกลายเป็นสัญลักษณ์อินฟินิตี้แห่งความนิรันดร์

จึงเป็น Destination ของคู่รักที่ควรชวนกันมาพักที่นี่

เพราะบรรยากาศดีสุดๆ โรแมนติกมากกกกกกกกกกกก

กานต์พักที่อาคารริมแม่น้ำปิง ชื่อว่า “House Of Colonial” ครับ

เป็นบ้านหลังใหญ่ได้วิวแม่น้ำมีด้วยกัน 4 ห้องตกแต่งแตกต่างกันไป

โดยได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมที่มีความสัมพันธ์กับเชียงใหม่

คืออินเดีย เป็นห้องที่ผมพัก นอกจากนี้ยังมีพม่า, จีนและสยาม

มีสระว่ายน้ำแยกตัวอยู่ภายในวิลล่า ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวกว่า

บรรยากาศเงียบสงบ ผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อนในวันสบายๆ

ภายในห้องพักตกแต่งในสไตล์ศิลปินล้านนาประยุกต์

ผสมผสานงานผ้าทอล้านนา เข้ากับจิตรกรรม ประติมากรรม

นำอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้และหวายทำมือจากสล่า

มาตกแต่งเสริมด้วยศิลปะแบบบริติช-อินเดีย ดูกลมกลืนดีครับ

อีกหนึ่ง Signature ที่เป็นตำนานคือต้นจามจุรีอายุเกิน 100 ปี

หนึ่งในพันธุ์ไม้ที่ Mr. H. Slade เจ้ากรมป่าไม้คนแรกของไทยได้ปลูกไว้

แผ่ร่มเงาราวกับทำหน้าที่เป็นหัวใจของรีสอร์ต

ทอดกิ่งก้านเลยมาถึงที่วิลล่าและยังโน้มลงไปในแม่น้ำปิง

เป็นเช่นนี้ผ่านมาหลายชั่วอายุคนแล้วครับ

ใกล้กันเป็นร้านอาหาร TIME RIVERFRONT CUISINE & BAR

กานต์ได้มานั่งจิบชาทานขนมอร่อยๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่

เป็นอีกหนึ่งในความประทับใจที่เกิดขึ้นที่นี่ครับ

ตามไปอ่านกันต่อในแคปชั่น พร้อมกับชมภาพ ณ นิรันดร์

ที่กานต์ลั่นชัตเตอร์มาฝากจากเชียงใหม่กันดีกว่าครับ

ณ นิรันดร์ Romantic Boutique Resort

1/1 ซอย 9 ถนนเจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นและสำรองห้องพักได้ที่ 053-280-988 หรือ 062-875-2401

Email: rsvn@nanirand.com
Line Official: @nanirandresort
Website: www.nanirand.com

อาคารสไตล์โคโลเนียลใต้ร่มต้นจามจุรีและลานอัฒจันทร์ของรีสอร์ต

อาคารที่พักจะกระจายตัวกันไปทั่วรีสอร์ตครับ เป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้นสไตล์ล้านนาโบราณที่มีกลิ่นอายโคโลเนียล ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกมาอีกโลกที่เต็มไปด้วยความสงบ ร่มรื่น

ส่วนอาคารด้านหน้าริมแม่น้ำที่กานต์ยืนอยู่คือ “House Of Colonial” เป็นวิลล่าวิวแม่น้ำ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว สงบและผ่อนคลายเมื่อเข้าพัก มีด้วยกันจำนวน 4 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งต่างสไตล์กันออกไป คือ HARMONIOUS BRITISH INDIAN ที่ผมพักจะอยู่ชั้นล่างตรงที่ผมยืนเลยครับ ส่วนอีก 3 ห้องจะเป็น Burmese Dream ,Enchanted Chinese และ Siamese Love

แขกเดินขึ้นบันไดสู่ซุ้มทางเข้าสไตล์ล้านนาผสมโคโลเนียล

♾ อินฟินิตี้ หรือเลข 8 เป็นสัญลักษณ์แทนคำว่านิรันดร์ครับ เราจะพบสัญลักษณ์นี้อยู่ด้านหน้าประตูทางเข้ารีสอร์ต ให้อารมณ์เหมือนบ้านคหบดีหลังใหญ่

จอดรถไว้ด้านหน้าแล้วเดินผ่านประตูนี้เข้าไป จะเหมือนกับได้หลุดไปอยู่อีกโลกที่สะท้อนตัวตนความเป็นเมืองเชียงใหม่ได้ดีเช่นกันครับ

เคาน์เตอร์ต้อนรับกับชั้นวางเรืองแสงในสไตล์อาร์ตเดโค

ล็อบบี้จะเป็นจุดที่คนเดินผ่านเยอะที่สุด เนื่องจากมีทางเข้าออกที่เชื่อมกับรีสอร์ตทางเดียว ทำให้รู้สึกวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อเข้ามานั่งในล็อบบี้เพราะมีคนเดินเข้าออกตลอดเวลา ยังดีที่ว่าช่วงโควิดแขกยังไม่เยอะมาก

แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นล็อบบี้ที่สวยเรียบหรูดูงานดีไซน์ที่ละเมียดมากครับ

อาคารห้องพักโทนเข้มกับแนวพุ่มไม้และป้ายชื่อ Na Nirand

ห้องพัก House of Colonial ริมแม่น้ำปิง

House of Colonial จะเป็นอาคารอยู่ด้านในสุดเลยครับ ติดกับแม่น้ำปิง เป็น Private Accesss เฉพาะแขกที่เข้าพักวิลล่านี้เท่านั้น ถึงจะเดินผ่านเข้ามาตรงนี้ได้ ปักป้ายบอกไว้ชัดเจน ทำให้ได้ความรู้สึกส่วนตัวและพิเศษสุดๆ

ห้องนั่งเล่นสไตล์โคโลเนียลกับโซฟา ภาพประดับผนัง และผ้าม่านหรู

ภายในห้อง Harmonious British – Indian จะเป็นออกเป็นฟังก์ชันต่างๆ คล้ายกับบ้านเลยครับ มีห้อง Living อยู่ด้านหน้า พร้อมกับโต๊ะทำงาน ตู้ทีวี เฟอร์นิเจอร์เน้นความเป็นไม้และหวาย ให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์เชียงใหม่โดยเฉพาะบริเวณนี้ที่มีบ้านสล่า (ช่าง) อาศัยอยู่กันเยอะมาก

ผมชอบกรอบรูปที่เป็นลายผ้าทอล้านนาหลากลวดลายและสีสัน เป็นการดึงเอาอัตลักษณ์มาตอกย้ำตัวตนของคนเชียงใหม่ฉายไปสู่นักท่องเที่ยวได้อย่างสนใจ

ห้องนอนกับเตียงเสาสี่เสาและพื้นไม้โทนเข้ม

เข้ามาด้านในเป็นห้องนอน ตกแต่งคุมโทนได้ดี มีเตียงสี่เสาพร้อมม่าน หัวเตียงเป็นไม้ที่ใช้ลายขัดมาตกแต่ง ให้ความรู้สึกอลังการเหมือนนอนอยู่ในเรือนไม้โบราณแต่ทุกอย่างในบ้านคือแกรนด์มาก แอบชอบโทรศัพท์ดีไซน์ย้อนยุคแต่เป็นแบบกดปุ่มนะ ดูครีเอทดี ปลายเตียงมีทีวีให้ชมด้วยครับ แต่ไม่ค่อยได้เปิดหรอก เพราะว่าอยากจะพักผ่อนอยู่กับศิลปะและธรรมชาติมากกว่า

ห้องนอนเตียงผ้าม่านขาวกับผนังไม้ไผ่

เชื่อมต่อกับห้องนอนจะเป็นส่วนของห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่มากกกกกก และเป็นห้องน้ำที่สวยมากเลยครับ ประดับประดาด้วยโคมและอ่างอาบน้ำที่ตั้งอยู่กลางห้อง ดูโดดเด่นทำให้การแช่น้ำในอ่างดูเป็นวาระแห่งชาติ Amenities Kit ถูกจัดวางอยู่ที่หน้ากระจกบริเวณอ่างล้างหน้าเรียบร้อย ดีไซน์เป็นชามยักษ์น่ารักดีครับด้านข้างมีที่วางกระเป๋าเดินทาง ส่วนด้านในเป็นที่อาบน้ำ ไปดูกันต่อดีกว่า

ห้องน้ำกับอ่างอาบน้ำลอยตัวและโคมไฟสไตล์โคโลเนียล

ความเก๋ของห้องน้ำห้องนี้นอกจากจะมีอ่างดีไซน์แบบย้อนยุคแล้ว ตัวชาวเวอร์ที่แยกออกไปด้านนอก คือใหญ่มาก ดีไซน์สไตล์อินเดียดูอลังการ ส่วนฝาไหลหรือหน้าต่างบานไม้สไลด์สามารถเลื่อนเปิดออกเพื่อชมความเคลื่อนไหวภายนอกได้ตามสไตล์บ้านล้านนาโบราณ

อ่างอาบน้ำริมหน้าต่างกับหนังสือพิมพ์ในบรรยากาศคลาสสิก

“I take showers to thinking a good things. It’s my time.”

แขกนั่งทำงานบนเฉลียงริมแม่น้ำ

ด้านนอกวิลล่าจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวสำหรับแขกที่พักในวิลล่าเท่านั้น สามารถมานั่งพักผ่อน ทำงาน อ่านหนังสือหรือว่าชมวิวชิลๆ ได้

หากมากันเป็นครอบครัวใหญ่แนะนำให้จองทั้งหลังเลยครับ เท่ากับเราได้พักผ่อนกันแบบส่วนตัวจริงๆ

สระว่ายน้ำที่ล้อมด้วยแนวพุ่มไม้และเตียงอาบแดด

ภาพมุมสูงภายในวิลล่า จะเห็นว่าติดกับสระว่ายน้ำที่มีพุ่มไม้กั้นจะเป็นแม่น้ำปิงแล้วครับ เป็นโลเคชั่นที่สุดยอดมาก

พนักงานในชุดขาวให้บริการในสวนใต้ร่มกันแดด

ผมชอบมุมเดินเข้าออกของ House of Colonial ที่เป็นพุ่มไม้สูงเกือบ 3 เมตรบังสายตาจากด้านนอกเอาไว้ เดินผ่านไม้สีเขียวแล้วทำให้รู้สึกสบายใจดีครับ มีลมพัดเย็นๆ จากริมแม่น้ำเข้ามาตลอดเวลา ถ้าไม่มีฝนคือแดดส่องทั้งวัน บางจุดก็เป็นใต้ต้นไม้ใหญ่ให้แสงลอดรำไร

สระว่ายน้ำและบรรยากาศล้านนาโคโลเนียล

ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปกันดีกว่าครับ

ภาพมุมสูงเหนือสระน้ำสีครามที่แทรกตัวระหว่างอาคารโคโลเนียล

มุมท๊อปสระว่ายน้ำส่วนกลางแนวยาวเชื่อมต่อกับสวน พร้อมที่นั่งจัดวางไว้โดยรอบสระ

จะเห็นว่าภายในบริเวณรีสอร์ท ถูกออกแบบให้แวดล้อมไปด้วยพรรณไม้ท้องถิ่นใหญ่น้อย ให้เราซึ่งเป็นแขกผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงบรรยากาศแห่งธรรมชาติที่สงบ ร่มรื่น และผ่อนคลาย ตัวอาคารที่พักและอาคารเพื่อการใช้สอยทั้งหมดถูกออกแบบมาให้ตั้งเรียงรายโอบล้อมต้นฉำฉายักษ์ ซึ่งตั้งโดดเด่นเป็นศูนย์กลาง ประดุจหัวใจแห่ง ณ นิรันดร์

สระสะท้อนเงาต้นไม้ใหญ่บนลานกลางยามแสงทอง

ดังนั้น ไฮไลท์ของสระว่ายน้ำคือมุมนี้ครับ มองตรงไปจะเห็นต้นจามจุรีต้นใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นแบ็กกราวด์สวยงามมากครับ

หมู่อาคารล้านนาผสมโคโลเนียลกับร่มและทิวปาล์ม

อาคารที่พักทั้ง 6 หลัง ลักษณะครึ่งตึก ครึ่งไม้ ในสไตล์ล้านนาโคโลเนียล ให้ความรู้สึกเสมือนย้อนอดีตกลับไปยังสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคที่สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลได้เข้ามามีอิทธิพลในการออกแบบอาคารบ้านเรือนท้องถิ่น ด้วยการผสมผสานศิลปะจากกลุ่มคลาสสิกและโรแมนติก ผนวกกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของล้านนา สะท้อนผ่านงานตกแต่งดีไซน์ในอารมณ์อบอุ่น เรียบง่าย
ตามแบบฉบับล้านนา แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม

ห้องพักที่นี่มีหลาย Room Type จัดให้ตามความต้องการของแขก ทุกห้องจะมีระเบียงที่นั่งส่วนตัวหันหน้าออกมาทางสวนและสระว่ายน้ำ มองเห็นแม่น้ำปิงแบบเฉียงๆ แต่รวมๆ แล้วดูสบายตาเพราะว่าสีเขียวเยอะมาก 

บันไดไม้โทนเข้มของอาคารท่ามกลางความเขียวครึ้ม

บาร์ริมสระที่นำหลองข้าวหรือยุ้งข้าวในรูปแบบล้านนาโบราณที่ทำจากไม้สักทั้งหลังมาปรับปรุงทำเป็นบลูบาร์
ผมว่าไอเดียดีมาก เพราะนอกจากจะให้ประโยชน์เรื่องความสวยงามในเชิงสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่แล้ว ยังสะท้อนถึงวิถีแห่งล้านนาในอดีตผ่านบริบทต่างๆ ภายในรีสอร์ตได้เป็นอย่างดี

ห้องสะสมสไตล์วินเทจกับภาพถ่ายเก่าและโต๊ะทำงานคลาสสิก

ตำนานรักนิรันดร์แห่งบ้านทับพญา

นอกเหนือจากตำนานทางประวัติศาสตร์ กานต์ยังได้ซาบซึ้งกับตำนานแห่งรักแท้ที่มาลบล้างตำนานสาวเครือฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของสาวงามเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครลำพูน และหนุ่มกรุงเทพ เจ้าของ “บ้านทับพญา” อันเป็นสถานที่ตั้งเดิมแห่งนี้

ภายในรีสอร์ตจะมี “เฮือนคำมุง” เป็นบ้านไม้สักทรงล้านนาประยุกต์ที่ตั้งโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ รอให้เราเข้าไปทักทาย ตัวบ้านยกใต้ถุนสูงสไตล์ล้านนา ด้านล่างเป็นสปา ด้านบนมีห้องโถงโล่งมาพร้อมชานพักด้านหน้าสองฝั่ง สำหรับนั่งชมวิวและรับลมเย็นๆ โดยปรับปรุงจากเฮือนคำมุงหลังเก่า เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับเจ้าของสถานที่เดิม

ใครชอบเรื่องราวของตำนาน ประวัติศาสตร์สยามและล้านนา แนะนำให้มานั่งเล่นที่เรือนไม้จะมีหนังสือให้อ่านเยอะเลยครับ 

แขกยืนบนระเบียงไม้โทนเข้มท่ามกลางต้นไม้

เป็นรีสอร์ตที่ถ่ายรูปสวยมาก ทุกจุดในรีสอร์ตจะมองเห็นต้นฉำฉาเก่าแก่อายุราว 100 ปี ที่ตั้งตระหง่านเป็นเอกลักษณ์แห่ง ณ นิรันดร์ นั้น อาจเป็นหนึ่งในพันธุ์ฉำฉาที่ Mr. H. Slade เจ้ากรมป่าไม้คนแรกของสยามในยุคนั้นได้นำมาปลูกไว้

จวบจนปัจจุบัน ต้นไม้แห่งความงดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ต้นนี้ ยังคงความยิ่งใหญ่ สง่างาม สร้างความตื่นตา ตรึงใจแก่ผู้มาเยือนเสมอ

ห้องอาหารริมน้ำกับสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่

ภาพที่ถ่ายมาจากเฮือนคำมุงเมื่อสักครู่จะเป็นมุมนี้ครับ มองเห็นไฮไลท์ครบเลยทั้งต้นฉำฉา สวนริมน้ำ ร้านอาหาร “TIME” Riverfront Cuisine & Bar และแม่น้ำปิง

ห้องอาหารโทนเข้มกับผนังไวน์และวิวแม่น้ำ

TIME Riverfront Cuisine & Bar และ Afternoon Tea

“TIME” Riverfront Cuisine & Bar เป็นร้านที่ตกแต่งได้เก๋มาก เหมาะแก่การแฮงค์เอ้าท์ทานข้าวอร่อยๆ ยามเย็น เป็นสไตล์ Industrial Vintage ที่เสิร์ฟทั้งอาหารไทย ล้านนาฟิวชั่น อาหารนานาชาติ

ลานอัฒจันทร์โค้งกับอาคารโคโลเนียลเป็นฉากหลัง

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ลานกว้างเพียงพอสำหรับบริการจัดเลี้ยงด้วยครับ ช่วงก่อนคือแขกมาจัดงานแต่งงานกันเยอะมาก

ต้นจามจุรีขนาดใหญ่ริมแม่น้ำปิง

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีแขกจัดงานแต่ง แต่เห็นพนักงานบอกว่าเดือนหน้าพฤศจิกายน คนจองกันเยอะแล้ว เพราะที่นี่บรรยากาศโรแมนติกดี

วันนี้เลยเปลี่ยนมาปูผ้านั่งเล่นจิบชายามบ่ายใต้ต้นจามจุรี กันดีกว่า Signature Afternoon Tea ได้ฟีลดีมาก

ภาพรวมชุดน้ำชายามบ่ายที่จัดไว้ใต้ต้นจามจุรี

ขนมหวานคือเยอะสิ่ง เลือกทานไม่ถูกกันเลยทีเดียว นี่ถ้าอยู่เชียงใหม่ประจำ คงมานั่งชิลล์ที่นี่บ่อยมาก อยากหอบงาน หนีบหนังสือมานอนเล่นอ่านเพลินๆ ใต้ต้นไม้ หิวก็มีของอร่อยให้ทาน สบายใจดีนะ

ภาพมุมสูงยามค่ำของรีสอร์ตกับอาคารโคโลเนียลที่เรืองแสงกลางสวน

ช่วงใกล้ค่ำแสงสวยมาก ผมว่าที่นี่ออกแบบไลท์ติ้งได้ดี แสงจากไฟช่วยเสริมให้บ้านไม้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น ประกอบกับแดดยามเย็นช่วยให้รีสอร์ตดูโดดเด่นจริงๆ อยากให้มาพักกันเยอะๆ จะได้ไม่เหงา

การจัดเตียงต้อนรับด้วยกลีบดอกไม้ในห้องพักโรแมนติก

ก่อนนอนแต่ละคืน แม่บ้านจะนำการ์ดพร้อมของมาวางไว้ที่เตียง สลับกันไป คืนก่อนเป็นกระเป๋าผ้าใส่ของกระจุกกระจิก คืนนี้เป็นแยมโฮมเมด น่ารักเชียว

พูลวิลลายามค่ำกับศาลาโคโลเนียลที่สะท้อนเงาบนสระ

House Of Colonial ยามเช้า แสงตะวันรอนที่ส่องมาทำให้วิลล่าดูสวยขึ้นมา หลายคนมาเที่ยวมาพักผ่อนก็อยากนอนตื่นสายๆ แต่ผมกลับชอบตื่นเช้ามาโบกมือทักทายพระอาทิตย์ … แล้วกลับไปนอนต่อ 555

สนามหญ้ากับร่มสีขาวใต้ต้นจามจุรีริมแม่น้ำ

อาหารเช้าริมแม่น้ำปิง

บ้าเหรอ!! จะรีบตื่นมาทานข้าวเช้าต่างหาก ช่วงนี้ทำ IF เลยจะหิวตั้งแต่ตื่นเลย 555 จะบอกว่าอาหารเช้าของ ณ นิรันดร์คืออร่อย ครัวซองก์คือดีย์ เลเยอร์สวย หอมเนย ทานกับแยมโฮมเมดเข้ากันดี อาหารเช้าของที่นี่เป็นแบบสั่งมาทานได้เรื่อยๆ ครับไม่ต้องรีบ

มื้อเช้าจัดวางบนถาดไม้พร้อมผลไม้ กาแฟ และหนังสือพิมพ์

“There are times when breakfast seems the one thing worth getting up for.”

-Peter De Vries-

แขกนั่งจิบน้ำชายามบ่ายบนระเบียงพร้อมสำรับอาหารว่าง

หรือถ้าไม่อยากทานที่ห้องอาหารอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สั่งมาทานที่วิลล่าได้ครับ ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มมา แจ้งได้เลยหากชอบเมนูไหนเป็นพิเศษ (ข้าวผัดไส้อั่วห้ามพลาด)

ทัศนียภาพแม่น้ำปิงกับเส้นขอบฟ้าเมืองเชียงใหม่

เชียงใหม่ เป็นเมืองที่มาเที่ยวทีไรก็มีเรื่องราวใหม่ๆ ติดกระเป๋ากลับไปทุกที ไม่แปลกใจว่าทำไมใครๆ ต่างก็หลงรักเมืองนี้ เพราะดูมีชีวิตชีวา มีประวัติความเป็นมา มีงานศิลปะ มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์น่าจดจำ น่าสนใจ

เช่นเดียวกับ ณ นิรันดร์ Romantic Boutique Resort ก็เป็นสถานที่พักที่มีกิมมิคซ่อนไว้เต็มไปหมด มีความคลาสสิกและโรแมนติก ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ริมแม่น้ำปิง รอให้เรามาสัมผัสเอง นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่มองหาที่พักในเชียงใหม่ครับ

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/LYpdLRGrFU2

คำถามที่พบบ่อย

Na Nirand Romantic Boutique Resort อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

Na Nirand ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ย่านช้างคลาน ใจกลางเชียงใหม่ ห่างจากไนต์บาซาร์เพียงราว 5 นาที จึงเดินเที่ยวย่านการค้าและริมน้ำได้สะดวก การเดินทางจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (CNX) ใช้เวลาเพียงราว 15 นาทีโดยรถยนต์ และทางรีสอร์ตให้บริการรับส่งเมื่อแจ้งล่วงหน้า ทำเลริมแม่น้ำกลางเมืองแบบนี้หาได้ยาก เพราะรวมความเงียบสงบของฝั่งน้ำเข้ากับการเข้าถึงทุกอย่างในเมืองได้ในไม่กี่นาที

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

Na Nirand เป็นบูทีครีสอร์ตขนาดเล็กที่เน้นบรรยากาศโรแมนติก ราคาจึงอยู่ระดับกลางถึงบนของเชียงใหม่ เริ่มต้นราวสี่ถึงหกพันบาทต่อคืน และขยับขึ้นในห้องริมน้ำหรือช่วงไฮซีซัน ค่าห้องมักรวมอาหารเช้าและการเข้าใช้สระว่ายน้ำ ความคุ้มค่าอยู่ที่ทำเลริมแม่น้ำปิงและงานออกแบบสไตล์ล้านนา-โคโลเนียลที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค ซึ่งสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวที่โรงแรมกลางเมืองทั่วไปให้ไม่ได้

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ไฮไลต์ของ Na Nirand คือต้นจามจุรียักษ์อายุกว่าร้อยปีที่เป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ต ให้ร่มเงาเหนือสวนริมแม่น้ำอย่างสง่างาม งานออกแบบใช้สไตล์เรือนไม้ครึ่งปูนแบบล้านนา-โคโลเนียลที่พาย้อนไปยุครัชกาลที่ 5 ปลายศตวรรษที่ 19 เสริมเสน่ห์เชิงประวัติศาสตร์ให้การเข้าพัก ด้านอาหารมีห้องอาหารริมน้ำ TIME Riverfront Cuisine & Bar ที่ตกแต่งแบบอินดัสเทรียลวินเทจ ไฮไลต์โดยรวมจึงอยู่ที่บรรยากาศโรแมนติกริมแม่น้ำปิงที่ผสมเรื่องราวของเมืองเก่าเข้าไว้ด้วยกัน

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.