Friday 19 June 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·03 Jun 2026

รีวิวโรงแรม Anantara Chiang Mai Resort

Words & Photography · KANT

Last Updated: 19 June 2026

ENGLISH SUMMARY — HOTEL REVIEW

An in-depth luxury hotel review of รีวิวโรงแรม Anantara Chiang Mai Resort by KANT, a Thai luxury editorial platform. This article covers rooms, dining, facilities, atmosphere, and overall experience with original photography.

สรุปตรง

Anantara Chiang Mai Resort คือรีสอร์ต 5 ดาวริมแม่น้ำปิง ใจกลางเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอดีตสถานกงสุลอังกฤษ งานออกแบบโดย Kerry Hill สถาปนิกระดับตำนาน ผสานสถาปัตยกรรมล้านนาเข้ากับงานร่วมสมัยแบบ Zen ใช้ไม้สักและโทนสีเอิร์ธ รวม 84 ห้องและสวีท ราคาห้องเริ่มต้นราว 7,500 บาท/คืน ส่วน Kasara Pool Suite เริ่มที่ 25,000++ บาท จุดเด่นคือ Heritage ที่ยังมีชีวิตและถูกใช้งานจริง เดินถึง Night Bazaar ใน 5 นาที และห่างเมืองเก่าในคูเมืองราว 10 นาที กานต์มองว่าที่นี่เหมาะกับคนที่มองหา design hotel กลางเมืองที่มีรากทางประวัติศาสตร์จริง มากกว่าความใหม่

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
Locationริมแม่น้ำปิง เชียงใหม่
Priceเริ่มต้น ~7,500 บาท/คืน
Class5-star

ในวงการ Hospitality เราใช้คำว่า Heritage กันบ่อยจนแทบจะเป็นคำแก้ตัวของรีสอร์ตที่ไม่รู้จะเล่าอะไร
แต่สำหรับกานต์ Heritage ที่จับต้องได้จริง คือความขลังและจิตวิญญาณที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ ไม่ใช่แค่วางโชว์ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Anantara Chiang Mai Resort น่าสนใจตั้งแต่ก่อนเช็คอิน

และนี่คือการกลับมาครั้งที่ 2 ของกานต์ครับ
รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง บนผืนที่ดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลอังกฤษ คือ อาคาร 1921 House ที่ยังยืนอยู่จนถึงวันนี้ครับ ไม่ได้เป็นเพียงของตกแต่งทางประวัติศาสตร์ แต่ถูกแปลงเป็นพื้นที่ Destination Dining ที่ยังเปิดใช้งานจริง

กานต์ว่าตรงนี้คือ Insight แรกที่บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับวิธีคิดของที่นี่
เชียงใหม่ในฐานะอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ไม่ได้ถูกเล่าผ่านลวดลายประดับ แต่ถูกเล่าผ่านการใช้งานจริง

งานออกแบบของรีสอร์ตเป็นผลงานของ Kerry Hill สถาปนิกผู้ล่วงลับชาวออสเตรเลีย ผู้ที่กานต์ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้กำหนดภาษาของ Asian Modernism ในงาน Hospitality อย่างแท้จริงเลยครับ
สิ่งที่ Kerry Hill ทำได้ดีที่สุดคือการบาลานซ์ Modernist Restraint กับวัสดุพื้นถิ่น — เส้นสายเรียบ นิ่ง สงบ แต่ไม่เย็นชา เพราะถูกอุ่นด้วยไม้สักและการวางพื้นที่ที่เคารพแม่น้ำเป็นตัวตั้ง คนที่รู้จักงานของ Tadao Ando หรือ Geoffrey Bawa จะอ่านภาษานี้ออกทันที

ที่นี่ไม่ได้ตะโกนว่าหรู มันแค่จัดวางทุกอย่างให้ถูกที่ถูกทางจนความหรูกลายเป็นเรื่องของบรรยากาศ
ห้องพักใหม่ล่าสุดที่กานต์มาพักคือ Lanna Garden Terrace Suite เป็นห้อง Signature ขนาด 150 ตารางเมตร ที่เปิดตัวเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับการ Rebrand พอร์ตห้องสวีททั้งหมดของรีสอร์ตจากชื่อเดิม Kasara Suites มาเป็น Lanna Suites

สำหรับกานต์ การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องการตลาดผิวเผิน มันคือการขยับจาก Generic Luxury Format ไปสู่ Place-Based Identity เลยล่ะครับ
จากชื่อที่ใช้ที่ไหนก็ได้ ไปเป็นชื่อที่ผูกกับผืนดินที่มันตั้งอยู่ ในยุคที่ผู้บริโภคระดับบนเดินทางเพื่อหา Sense of Place มากกว่าหา Brand Standard นี่คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่กานต์ว่าแม่นมาก
ยอมใจ Minor และ Owner จริงๆ ครับ

ตัวห้องเอง ไฮไลท์อยู่ที่ Floor-to-Ceiling Doors ที่เปิดออกสู่สวนแบบส่วนตัวเต็มพื้นที่ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างภายในกับภายนอกแทบจะหายไป
กานต์ใช้เวลาช่วงเช้านั่งดื่มกาแฟตรงเทอร์เรซนานกว่าที่ตั้งใจ เพราะเมื่อสวนกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้อง เวลาก็เดินช้าลงเอง
ภายในใช้ไม้สักโทนอุ่น ผ้าทอเนื้อนุ่ม และแสงธรรมชาติที่ถูกกรองมาอย่างตั้งใจ เป็น Understated Luxury ที่ไม่ได้มาจากการประดับ แต่มาจากการคัดเลือกวัสดุและการคุมทิศทางแสง

จุดที่กานต์ชอบในเชิงโครงสร้างคือ ห้องนี้สามารถเชื่อมต่อกับ Lanna Garden View Suite ที่อยู่ติดกัน กลายเป็น Private Residence ขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวหรือการพักระยะยาว นี่คือการออกแบบที่อ่านเกมตลาดขาด
เพราะกลุ่ม Multi-Generational Travel และ Long-Stay กำลังเป็นเซกเมนต์ที่โตเร็วที่สุดในตลาดรีสอร์ตหรู
ความหรูที่จับต้องได้บางทีก็อยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ
นอกห้องพัก รีสอร์ตบอกตัวเองว่าเป็น Riverside Sanctuary ที่สมบูรณ์ครับ

เรามาเยือน Anantara Spa ที่คว้ารางวัลมากมาย ใกล้ๆ มีสระว่ายน้ำริมแม่น้ำความยาว 34 เมตร และฟิตเนส
แต่สิ่งที่กานต์อยากให้คนอ่านจดไว้ในใจ คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบนแม่น้ำ ไม่ใช่ในรีสอร์ต
คืนแรก กานต์ลงเรือ Nam Jit ซึ่งเป็นหนึ่งในฟลีตเจ้าปิง (JAO Ping River Cruise) ของรีสอร์ต และกานต์ว่าการตั้งชื่อแบบนี้บอกอะไรบางอย่างครับ เพราะไม่ได้มองแม่น้ำเป็นวิว แต่มองเป็นตัวละครหลัก
Nam Jit เป็นเรือ Pontoon ลำใหญ่ งานไม้สักแกะด้วยมือ มีบาร์และพื้นที่รับประทานอาหารในตัว รองรับได้ราว 24 ที่นั่ง

สิ่งที่กานต์อยากชี้ให้เห็นคือความเป็นงานฝีมือ วัสดุพื้นถิ่น และความนิ่งที่ไม่ต้องประกาศตัว เรือลำนี้คือส่วนต่อขยายของปรัชญาเดียวกัน เพียงแต่ลอยน้ำได้
เรือออกจากท่าเรือส่วนตัวของรีสอร์ตในช่วงเย็น ดินเนอร์เป็นเซ็ตเมนูอาหารไทยตำรับชาววังสี่คอร์ส เสิร์ฟใต้แสงดาว พร้อม free-flow drinks และ champagne toast
ระหว่างที่เรือลอยผ่านขัวเหล็ก วัดเล็ก ๆ ริมตลิ่ง และแนวไฟนับพันดวงที่ค่อย ๆ ติดขึ้นสองฝั่ง กานต์ว่าจังหวะของมื้อนี้คือสิ่งที่ออกแบบมาดี

อาหารแต่ละจานไม่ได้พยายามเป็นพระเอก แต่ปล่อยให้แม่น้ำและเมืองยามค่ำเป็นฉากหลังที่เคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ
สิ่งที่กานต์ประทับใจที่สุดบนเรือลำนี้ ไม่ใช่จานใดจานหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเชียงใหม่
ขนาดว่าเรามาบ่อยขนาดนี้ เมื่อเจอล่องเรือดินเนอร์เข้าไป เรายังว๊าวววว เลยครับ

เมืองที่เราคุ้นจากฝั่งถนน กลับมีอีกมุมให้เห็นเมื่อมองจากกลางน้ำ ช้าลง เงียบลง และเก่าแก่กว่าที่คิด แม่น้ำปิงเป็นเส้นเลือดของเมืองนี้มาตั้งแต่ก่อนถนนทุกสาย และดินเนอร์บน Nam Jit ก็แค่พากานต์กลับไปอ่านเมืองจากเส้นทางดั้งเดิมของมัน

ถ้าจะสรุปด้วยมุมของคนที่อ่านแบรนด์เป็นอาชีพ Anantara Chiang Mai Resort กำลังทำในสิ่งที่รีสอร์ตหรูจำนวนมากพูดแต่ทำไม่ได้

ที่นี่ไม่ได้ขาย Luxury ในฐานะมาตรฐานสากลที่ก็อปวางที่ไหนก็เหมือนกัน แต่ขาย Luxury ในฐานะ Sense of Place ที่ถอดออกจากเชียงใหม่ไม่ได้

การ Rebrand เป็น Lanna Suites การลงทุนใน 1921 House และฟลีตเรือ JAO Ping ล้วนเป็นการเดิมพันบนความเชื่อเดียวกัน ว่าในอนาคต สิ่งที่นักเดินทางระดับบนยอมจ่ายแพงที่สุด คือสถานที่ที่เป็นตัวของตัวเอง … และมันจะเป็นที่อื่นไปไม่ได้!!

อ่านแคปชั่นใต้รูปให้ละเอียดเพิ่มเติมต่อได้เลยครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร +66 53 253 333

จองล่วงหน้ารับส่วนลด 15% พร้อมรับเครดิตรีสอร์ตสูงสุด 1,000 บาท ระหว่างการเข้าพัก คลิ๊ก https://www.anantara.com/th/chiang-mai

Anantara Hotels & ResortsMinor Hotels

#AnantaraChiangmaiResort#25yearsofanantara#unforgetablejourneys

📸✨ ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th

มุมพักผ่อนในศาลาริมสระสะท้อนน้ำของ Anantara Chiang Mai Resort ผู้เข้าพักนั่งชมวิว

รีสอร์ตมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ริมแม่น้ำปิง ที่พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ มอบให้รัฐบาลอังกฤษเมื่อปี 1884 และวันนี้ทั้งหมดถูกเล่าใหม่ผ่านมือของ Kerry Hill สถาปนิกผู้กำหนดภาษาของ Asian Modernism ในงาน Hospitality

ริมแม่น้ำปิงพร้อมร่มผ้าสีขาวและแมกไม้ บรรยากาศสงบ

แม่น้ำปิงเป็นเส้นเลือดของเชียงใหม่มาตั้งแต่ก่อนถนนทุกสาย ลานไม้ใต้ร่มกระดาษสาแบบล้านนาริมตลิ่ง คือจุดที่กานต์ใช้เวลานั่งทานอาหารเช้าที่นี่

อาคารโคโลเนียลเสาเรียงสะท้อนผิวสระน้ำ ท่ามกลางต้นไม้

อาคารหลังนี้คือ The Service at 1921 House ซึ่งเป็นอดีตสถานกงสุลอังกฤษประจำเชียงใหม่ สร้างปี 1915 เปิดทำการปี 1921

สระสะท้อนน้ำกลางรีสอร์ตพร้อมอาคารพักและแมกไม้

อาคารห้องพักออกแบบสวยมาก ใช้เส้นแนวตั้งของระแนงไม้สัก ทำหน้าที่เป็นทั้ง Façade และ Brise-Soleil บังแดดเขตร้อนได้โดยไม่ต้องปิดทึบ คือภาษาเดียวที่ Kerry Hill ใช้ตั้งแต่ Amanyangyun เซี่ยงไฮ้ ถึง Aman Tokyo

ผู้เข้าพักนั่งบนเรือล่องแม่น้ำปิงยามพลบค่ำ

ไฮไลท์ของทริปนี้คือ Nam Jit การล่องเรือทานดินเนอร์ เป็นเรือไม้สักแกะมือลำหนึ่งในฟลีต JAO Ping River Cruise

ชื่อเจ้าปิง (JAO Ping) แปลว่า “เจ้าแห่งแม่น้ำ”

อาคารพักสไตล์โคโลเนียลเสาเรียงพร้อมสนามหญ้าและต้นไม้

อาคารหลังนี้คือ The Service at 1921 House ผู้ที่ดูแลคนแรกคือ William Alfred Rae Wood กงสุลใหญ่ที่ถูกส่งมาดูแลผลประโยชน์บริษัทไม้สักของอังกฤษในภาคเหนือ ภายในอาคารมีห้องพักผู้พิพากษา ห้องสำนักงาน ที่พักคนรับใช้ และโรงเลี้ยงช้างสี่เชือก

ล็อบบี้รีสอร์ตพร้อมเปียโนแกรนด์ เปิดวิวสระสะท้อนน้ำ

รถของรีสอร์ตไปรับเราที่สนามบินครับ เมื่อรถจอด เราเดินก้าวลงมา ภาพแรกที่เห็นจะเป็นมุมนี้ครับ

กานต์ว่าที่นี่คือหนึ่งใน Lobby ที่นิ่งที่สุดในประเทศไทย และความนิ่งระดับนี้ ต้องใช้ความมั่นใจในงานออกแบบสูงมาก ที่จะกล้าไม่ใส่อะไรเลย

งานตกแต่งผนังทรงกลมพร้อมเชิงเทียน บรรยากาศอบอุ่น

กานต์ชอบที่สุด คือการตีความ Local Craft แบบนี้ ลายเส้นรัศมีบนจานทรงกลม ชวนให้นึกถึงร่มกระดาษสาบ่อสร้าง งานคราฟต์ของภาคเหนือที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเชียงใหม่

เลานจ์ล็อบบี้พร้อมเคาน์เตอร์ต้อนรับ งานไม้และโคมไฟ

Lobby ประดับงานศิลปะในหลายจุด ที่นี่เลือกที่จะวาง Curation ของงานศิลปะให้สื่อสารว่าเชียงใหม่ของวันนี้ ไม่ใช่เชียงใหม่ของโปสการ์ดเมื่อสามสิบปีก่อน

ทางเดินเสาเรียงริมสระสะท้อนน้ำ

มุมมหาชนเลยครับ ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมากในวันที่ Luxury Hospitality พยายามอัด Experience ให้แน่นจนแขกไม่มีเวลาหายใจ Anantara Chiang Mai เลือกขายสิ่งที่ตรงกันข้าม ที่นี่ ขาย Pause ขาย Space ในจังหวะชีวิต ขายเวลาที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

อาคารพักของรีสอร์ตพร้อมระเบียงและสวน

มองจาก Lobby จะเห็นอดีตสถานกงสุลอังกฤษประจำเชียงใหม่ Wallpaper Magazine เคยเขียนว่า The Service at 1921 House คือหนึ่งในร้านอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดในประเทศไทย และเอกลักษณ์ของมันคือการเล่นกับธีม British Intelligence Service ในยุค 1920s มีประตูชั้นหนังสือเปิดเข้าห้องส่วนตัว มี Morse Code และ Braille บนป้ายตกแต่ง

อาคารพักสไตล์โคโลเนียลผนังไม้พร้อมระเบียง

มุมนี้สวยมาก เดินผ่านทุกครั้งเป็นต้องยกกล้องขึ้นมาถ่าย เพราะแสงและเงาที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

ห้องพักพร้อมมินิบาร์ โคมไฟแขวนและงานไม้

เข้าห้องพักก่อนนะครับ กับ Lanna Garden Terrace Suite เป็นห้อง Signature ขนาด 150 ตารางเมตร ที่เปิดตัวเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมา

ห้องสวีทพร้อมมุมนั่งเล่น เตียงนอนและประตูเปิดสู่สวน

ห้องแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ ด้านหน้าทางเข้าจะมีโถงเล็กๆ ก่อนเข้ามาในห้องสำหรับใส่รองเท้า ราวกับอยู่บ้าน ส่วนด้านในจะเป็นโซนนั่งเล่น มีมินิบาร์ โต๊ะทานอาหารและเดย์เบดวิวสวน

มุมนั่งเล่นในห้องพักโทนไม้อบอุ่น

มุมโปรดที่สุดในทริปนี้ยกให้ตรงชานพักริมระเบียงที่ถูกออกแบบให้เป็น Daybed ขนาดใหญ่กึ่ง Outdoor สำหรับกานต์ การได้มานั่งกดชัตเตอร์กล้องฟิล์มคู่ใจ ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปช้าๆ มองออกไปเห็นคอร์ทยาร์ดสีเขียวและอาคารกงสุลเก่า คือช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุด

ผู้เข้าพักนั่งทำงานบนโซฟาในห้องพัก ผนังไม้และโคมไฟ

ห้องนี้คือสเปซที่เอื้อให้เราใช้ชีวิตตามใจตัวเองได้อย่างแท้จริง จะหยิบแล็ปท็อปคู่ใจมานั่งเคลียร์งานบน Daybed ตัวนุ่มท่ามกลางแสงแดดอุ่น หรือจะนอนมองแนวต้นไม้บังสายตาที่ให้ความเป็นส่วนตัวขั้นสุด คำว่า “พักผ่อน” ไม่จำเป็นต้องมีกิจกรรมอะไรมากมาย แค่มีพื้นที่ดีๆ แสงสวยๆ และความเงียบสงบเท่านี้ก็เกินพอแล้ว

ระเบียงส่วนตัวพร้อมเตียงอาบแดด ร่มและสวน

พรีเมียมที่สุดของห้องพักแบบกราวฟลอร์ (Ground Floor) คือการมีสวนส่วนตัวและเตียงอาบแดดขนาบข้างห้องนอน การจัดวางแปลนห้องที่เปิดโล่งยาวตั้งแต่เตียงนอน โต๊ะทำงาน ไปจนถึงลานหินด้านนอก ทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ด้านในและด้านนอกเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ

ห้องสวีทพร้อมจอทีวี เตียงนอนและระเบียงสวนส่วนตัว

สิ่งแรกที่กานต์สังเกตเมื่อเดินเข้ามา ไม่ใช่ขนาด ไม่ใช่เตียง แต่เป็น Material Palette ผนังไม้สักลายตรง โคมไฟแขวนยาวคู่ที่หัวเตียง ผ้าคาดสีเข้มเป็น Headboard ที่ทำหน้าที่เหมือนงาน Wabi-Sabi และโต๊ะทำงานไม้สักธรรมชาติ

ห้องนอนพร้อมหัวเตียงไม้ โคมไฟโคมและเดย์เบด

หมวก Panama สองใบที่จัดวางบนโต๊ะ คือ Welcome Detail ที่กานต์ชอบมาก กลายเป็นของสะสมไปแล้วครับ เพราะมันบอกว่ารีสอร์ตเข้าใจ Lifestyle ของผู้พักโดยไม่ต้องอธิบาย

เชียงใหม่แม้จะอยู่ในเมือง แต่ยังเป็น Destination ที่ผู้คนเดินเข้าเดินออกระหว่างในร่มกับแสงแดด

ห้องสวีทเชื่อมมุมนั่งเล่นและห้องนอน งานไม้และวิวสวน

ไฮไลท์ที่ทำให้ Lanna Garden Terrace Suite ต่างจากห้องอื่นในรีสอร์ต

Floor-to-Ceiling Doors บานเลื่อนสูงเต็มผนัง เปิดออกสู่ Outdoor Terrace ที่มี Daybed ตัวใหญ่ตั้งหันสู่สวนเขตร้อนส่วนตัว เมื่อเลื่อนบานทั้งชุดเปิดออก เส้นแบ่งระหว่างห้องนอนกับสวนแทบจะหายไปทันที สิ่งที่เคยเป็นสองพื้นที่ กลายเป็นพื้นที่เดียวที่ลมพัดผ่านได้

สวนคอร์ตยาร์ดส่วนตัวพร้อมพรรณไม้ ผู้เข้าพักพักผ่อน

กานต์นั่งตรงนี้เกินหนึ่งชั่วโมง — แค่อ่านนิตยสารและจิบไวน์ขาวที่ Butler ยกมาเสิร์ฟ ในมุมที่ไม่มีใครเห็นจากที่ไหนเลยในรีสอร์ต

วอล์กอินโคลเซ็ตผนังกระเบื้องสีแดงพร้อมเสื้อคลุม

ห้องน้ำเชื่อมต่อกับ Walk-in Closet ด้านหน้า ในห้องแต่งตัวไม่ได้ถ่ายมา เพราะเสื้อผ้ากองไว้เยอะมากครับ แหะๆ

ห้องนอนเชื่อมห้องน้ำกระเบื้องสีแดงพร้อมอ่างคู่ เปิดวิวสวน

แปลนห้องใหญ่ ห้องน้ำก็ใหญ่ตาม การทำให้ห้องน้ำเปิดมองทะลุไปถึงสวนได้ คือการตัดสินใจที่กล้าหาญทางการออกแบบ เพราะมันยกระดับห้องน้ำจาก Utility Room ขึ้นมาเป็น Architectural Statement

ห้องน้ำกระเบื้องสีแดงพร้อมอ่างอาบน้ำและกล้วยไม้

กานต์แช่น้ำในอ่างนี้เกือบหนึ่งชั่วโมงในคืนแรก เพราะมันเป็นอ่างเดียวที่กานต์เคยใช้ ที่ทำให้นึกถึง Onsen ในญี่ปุ่น ทั้งที่อยู่กลางเชียงใหม่

ไหดินเผาโบราณบนระเบียง ริมสนามหญ้า

เสน่ห์ที่ทำให้กานต์หลงรักแบรนดิ้งของที่นี่ คือความถ่อมตัวของสถาปัตยกรรม อาคารห้องพักสมัยใหม่สูง 4 ชั้นถูกวางผังเป็นรูปตัวแอล (L-Shape) เพื่อโอบล้อมสนามหญ้าสีเขียวและต้นไม้เก่าแก่เอาไว้ ตรงกลางจัดวางโอ่งขนาดใหญ่ ทำไมมันคราฟท์แบบนี้นะ

สนามหญ้าระหว่างอาคารพร้อมศาลากระจก

ในสมัยที่ William Alfred Rae Wood เป็นกงสุลใหญ่ที่นี่ในต้นศตวรรษที่ 20 สนามนี้คือเวทีจัดงานที่ชาวอังกฤษในเชียงใหม่มารวมตัวกัน

เรือไม้จอดริมแม่น้ำปิง

เรือลำเล็กของรีสอร์ตล่องผ่านแม่น้ำปิงในช่วงสายของวัน หลังคาผ้าใบสีน้ำตาลพร้อมโลโก้ Anantara Chiang Mai Resort ตัดกับน้ำสีโคลนตามฤดูกาล

รายละเอียดพวงมาลัยเรือไม้

เย็นวันแรกเราจองเรือเอาไว้ครับ จะไปนั่งทานข้าวล่องไปตามแม่น้ำปิง เรือออก 6 โมงเย็นครับ

แม่น้ำปิงพร้อมสะพานเหล็กประวัติศาสตร์เชียงใหม่

ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าเบาๆ ขณะที่เรือแล่นผ่านชุมชนริมน้ำและแสงไฟระยิบระยับจากสองฝั่งแม่น้ำ การได้นั่งเอนกายบนโซฟานุ่มๆ บนหัวเรือ ปล่อยความคิดให้ลอยไปกับสายน้ำและแสงสุดท้ายของวัน

ผู้เข้าพักนั่งบนเรือล่องแม่น้ำปิงพร้อมพนักงานเสิร์ฟ

พนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มก่อนเลยครับ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องไวน์ตัวไหนรสยังไง ถามน้องได้เลยครับ

ดินเนอร์บนเรือล่องแม่น้ำปิงยามอาทิตย์อัสดง คู่รักนั่งชมวิว

โครงสร้างหลังคาไม้สักทรงจั่วสูงภายในเรือถูกซ่อนไฟสีเหลืองทองตามแนวขอบ ช่วยขับเน้นพื้นผิวไม้ให้ดูหรูหราอลังการ ฉากหลังภายนอกคือทิวต้นไม้ใหญ่สีเขียวชอุ่มริมฝั่งแม่น้ำปิงที่เรียงรายเป็นแนวยาว เงาแดดสะท้อนน้ำ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกมากๆ

เชฟปรุงอาหารริมแม่น้ำยามค่ำ

Live Kitchen บนเรือดีไซน์ให้เปิดโล่งท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำของด้านนอก แสงไฟวอร์มไลท์จากโคมทองแดงส่องกระทบลงบนจานอาหารอย่างประณีต เชฟบรรจงปรุงอาหารไทยคอร์สร่วมสมัยจานต่อจานให้เราทาน

ภาพรวมเมนูอาหารไฟน์ไดนิงหลากหลายจาน

อาหารมีให้เลือก 2 เมนูนะครับ เราไป 2 คนก็สั่งมาคนละอย่างไม่ซ้ำ เมนูอาจจะเปลี่ยนไปในแต่ละครั้งที่ลงเรือ สอบถามจากทางรีสอร์ตอีกทีนะครับ

แม่น้ำปิงยามพลบค่ำประดับไฟราว

ทานอาหารใกล้เสร็จ ก็เป็นเวลาใกล้ค่ำพอดี ช่วงที่ไปเป็นปลายหน้าร้อน มืดช้า ทำให้เห็นบรรยากาศ 2 ฝั่งแม่น้ำในยามที่มีแสงจากธรรมชาติอยู่ครับ

อาคารพักสไตล์โคโลเนียลสะท้อนผิวสระน้ำ

ตื่นแต่เช้า เราจะลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารเจดีย์ ริมแม่น้ำครับ แอบเก็บภาพเล็กน้อย มุมมองกว้างจากริมสระน้ำที่แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะในการวางผังอาคาร (Layout) ตัวตึกห้องพักถูกสร้างเป็นรูปตัวแอล (L-Shape) เพื่อเปิดรับวิวสวนและสายน้ำปิงอย่างเต็มที่ เส้นสายทางสถาปัตยกรรมมีความเฉียบคม นิ่ง และเรียบง่าย

สระสะท้อนน้ำพร้อมสนามหญ้า แมกไม้และศาลาไม้

ระแนงไม้สักแต่ละช่องถูกจัดวางอย่างสมมาตร (Symmetry) ตัวสระน้ำด้านล่างที่ปูด้วยหินสีเข้มช่วยสร้างเงาสะท้อนของตัวอาคารทั้งหมดลงบนผืนน้ำ ราวกับเป็นงานศิลปะชิ้นเอกที่เปลี่ยนแปรไปตามแสงของแต่ละช่วงวัน เป็นสเปซที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่าแต่กลับสงบอย่างประหลาด

มุมที่นั่งพักผ่อนในรีสอร์ต

แสงแดดยามเช้าที่ส่องทะลุโครงสร้างอาคารโบราณด้านบนลงมา เกิดเป็นเส้นสายของแสงและเงา (Light & Shadow) ตกกระทบลงบนพื้นหญ้า เดินผ่านก็ขอกดชัตเตอร์กล้องฟิล์ม ปล่อยใจไปกับความเงียบสงบตรงหน้า คือนิยามของการมาพักผ่อนที่แท้จริง

โถงทางเดินภายในรีสอร์ต

1921 House กับห้องอาหารเจดีย์ เทอเรซจะเชื่อมกันนะครับ

ป้าย BODHI TERRACE ของรีสอร์ต

ห้องอาหารมีทั้งที่นั่งด้านในและด้านนอกริมแม่น้ำนะครับ บรรยากาศยามเช้าร่มรื่นดี

ร่มล้านนาในสวนยามอาทิตย์อัสดง

เราเลือกที่นั่งริมแม่น้ำเลยครับ อาจจะต้องขยับหามุมหลบแดดตามแต่ช่วงเวลาที่เรามา แต่ว่าบรรยากาศมันได้มากเลยครับ

สถานีบุฟเฟต์พร้อมพนักงานเสิร์ฟ งานทองแดงในห้องอาหาร

อาหารมีให้เลือกสั่งทั้งแบบ a la carte และไลน์บุฟเฟต์นะครับ เราสั่งอาหารไว้แล้วก็ไปเดินดูในไลน์กัน แบ่งโซนชัดเจน ทั้งอาหารไทย อาหารเหนือ อาหารจีน อาหารยุโรป

บุฟเฟต์อาหารพร้อมเชฟในห้องอาหาร

Open Kitchen เชฟปรุงอาหารจานต่อจาน

ผู้เข้าพักที่โต๊ะอาหารพร้อมโคมไฟ

มุมขนมครกแบบโบราณทางเหนือ แคะกันสดๆ กินมาตั้งแต่เด็ก ชอบมากครับ

บุฟเฟต์อาหารเช้าพร้อมเตาผิงตกแต่ง

ด้านในสุดจะเป็นสเตชั่น ขนมอบนะครับ ละลานตามาก

สถานีเครื่องดื่มและบุฟเฟต์พร้อมผู้เข้าพักและร่มล้านนา

ไฮไลท์ที่ชอบสุดคือเครื่องคั้นน้ำส้มเขียวหวานสดนี่แหละครับ กดปุ่มคั้นเองเลย สดกว่านี้ก็เจาะผลส้มดูดแล้วล่ะครับ ชอบมาก

ภาพรวมเมนูอาหารไทยและติ่มซำ

มุมอาหารเหนือ น้ำพริกหนุ่ม ข้าวซอย แคปหมู ไส้อั่ว ไข่ป่ามจะอยู่ด้านนอกริมสนามหญ้า ฝั่งตรงข้ามเป็นรถเข็นติ่มซำ

อาหารเช้าจัดจานสวยงามระยะใกล้

อาหารที่เราสั่งมาละครับ สั่งไปหลายจานอยู่นะครับ Avocado Toast with Poached Egg ก็อรอย

สระว่ายน้ำพร้อมเตียงอาบแดด ร่มและอาคารพัก

ใกล้ๆ ห้องอาหารมีสระว่ายน้ำของรีสอร์ต บรรยากาศดี อยู่ขนานไปกับแม่น้ำปิง

มุมสระว่ายน้ำพร้อมเตียงอาบแดด ร่มและสวน

สิ่งที่กานต์อยากชี้คือ Landscape Layering รอบสระ ทั้งร่มสไตล์ลานนาวางบังแดดให้กับ sunbed กระเบื้องโมเสกใต้น้ำสีน้ำเงินเข้ม สะท้อนเงาของสปาเป็นริ้วบาง ๆ มีบ่อบัวคู่ขนานที่อยู่ด้านขวา

สระว่ายน้ำพร้อมร่มสีขาวและเตียงอาบแดด

ตอนเช้าๆ มาว่ายน้ำได้คนไม่เยอะครับ สระยาวราวกับสระโอลิมปิก 555

มุมสระว่ายน้ำและห้องอาหารพร้อมเสาและวิวสวน

อีกหนึ่งไฮไลท์คือ Afternoon Tea ครับ ซีซันนี้เป็น “The Mae On – Mae Ping Atelier” ที่ใช้ Single-Origin Cacao จาก Skugga Estate แม่ออน 6 Chapters เปลี่ยนทุกเดือน เมษายน-ตุลาคม 2026 เราไปเป็น Chapter ที่ 2 ละครับ

ชุดน้ำชายามบ่ายพร้อมขนมอบ

ความเก๋ของ Afternoon Tea คือจะมีการจับมือกับท้องถิ่นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเชียงใหม่และวัตุดิบที่น่าสนใจ รอบนี้เป็น Local Single-Origin Cacao จาก Skugga Estate ที่แม่ออน — ฟาร์มโกโก้ที่อยู่ห่างจากเชียงใหม่ราว 50 นาที ปลูกด้วย Regenerative Farming โดย Anthony McDonald ผู้ก่อตั้ง

คู่รักจิบน้ำชายามบ่ายบนระเบียง เปิดวิวสนามหญ้า

Verandah ของ 1921 House ในช่วงบ่ายแก่ ๆ คือฉากของ Afternoon Tea ที่กานต์ว่าเป็นการพักผ่อนยามบ่ายที่อยู่ในพื้นที่ของมันเองอย่างพอดี

สระสะท้อนน้ำพร้อมต้นไม้ใหญ่และอาคารโคโลเนียล

ตอนก่อนค่ำ พนักงานจะลอยเทียนกลางน้ำ เป็นภาพที่สวยมาก ให้ความรู้สึกเหมือนลอยกระทงยี่เป็ง

อาคารห้องอาหารกระจกท่ามกลางต้นไม้ยามเย็น

ตอนค่ำ เมื่อมองกลับเข้ามายัง lobby ได้ฟีลดีมาก

รายละเอียดงานไม้และป้ายปี 1922 ของห้องอาหาร

มื้อค่ำเราทานที่ 1921 HOUSE ครับ

ดินเนอร์ริมแม่น้ำยามพลบค่ำ คู่รักนั่งชมวิว

ตอนแรกตกใจว่าจองห้องอาหารไป แต่รีสอร์ตจัดให้ริมน้ำขนาดนี้เลยเหรอ หรูหรามาก

ระเบียงห้องอาหารสไตล์โคโลเนียลพร้อมตู้โชว์ เปิดวิวสวน

ส่วนเราจะทานด้านในนะครับ ซึ่งก็มีที่นั่งทั้งแบบ indoor และระเบียงด้านนอก เป็นห้องอาหารที่ชอบมาก เซอร์ไพรส์ดี

ภาพรวมห้องอาหารและบาร์ตกแต่งโทนเข้ม

การตกแต่งของที่นี่กระจายที่นั่งไปในหลายห้อง เชื่อมต่อกัน ด้วยการเล่าเรื่อง British Intelligence Service ของอังกฤษในยุค 1920s ครีเอทดีมาก ทั้งผนังที่ติดรูปขาวดำของผู้นำหน่วยข่าวกรองอังกฤษ MI Section ส่วนอีกห้องแต่งแบบสายลับ Kingsman หนังเรื่องโปรดของเรา

มุมบาร์และตู้โชว์พร้อมภาพแผนที่บนผนัง

ที่ว่าเซอร์ไพรส์เพราะมีอีกห้องที่เป็นห้องลับซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือ เป็นเหมือนห้องบัญชาการลับๆ สามารถมาจัดประชุมได้ที่นี่นะครับ

ผู้เข้าพักที่มุมบาร์ ฉากหลังชั้นไม้

นี่คือสิ่งที่ทำให้ The Service at 1921 House คว้ารางวัล Asia Pacific Property Awards 2016 สำหรับ Unique Design Concept

เลานจ์ห้องสมุดและบาร์พร้อมผู้เข้าพักนั่งอ่านหนังสือ

เราเลือกนั่งมุมด้านใน มีอยู่ 3 โต๊ะครับ ด้านหลังเป็น Wall-to-Wall Bookshelf

อาหารไฟน์ไดนิงเมนูหอยเชลล์จัดจานสวยงาม

อาหารทยอยมาละครับ จานแรกเป็นโฮตาเตะตัวโตอวบอิ่มย่างไฟมาสุกกำลังดี เนื้อนุ่มเด้ง จัดวางบนซอสครีมพูเรสีขาวเนียน ละเลงรอบด้วยน้ำมันสมุนไพรสีเขียวสด (Herb Oil) ด้านบน จานนี้ชอบมาก

ภาพรวมเมนูอาหารไฟน์ไดนิงหลากหลายจาน

อาหารที่นี่ถือว่ารสชาตดีมากๆ เลยครับ คุณภาพวัตถุดิบดี โดยเฉพาะเนื้อที่นุ่มมากๆ อยากให้ลองสั่ง

ห้องนอนพร้อมเตียงนอนและสวนหลังกระจก บรรยากาศอบอุ่น

เราชอบนอนเปิดม่านนะครับ ให้แสงแดดยามเช้าคอยปลุกเราตื่นไปกินข้าว

ผู้เข้าพักนั่งพักผ่อนริมผนังไม้

สายๆ เราจองสปาไว้ครับ รอบก่อนพลาด คราวนี้เลยต้องมาลองนวดกันสักหน่อย

สปาจะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำ มาถึงก็จะต้องทำคอนซัลก่อนนะครับ

ภาพรวมสปาพร้อมงานตกแต่งทองเหลืองและเคาน์เตอร์ต้อนรับ

ห้องทรีตเมนต์จะต้องเดินลงบันไดไป เราชอบการเล่นกับวัสดุอย่างไม้และแสงแดด มันทำให้รู้สึกได้ถึง Ritual ในวงการ Wellness Architecture เราเรียก Material Strategy แบบนี้ว่า Mono-Material Storytelling

เลานจ์พักผ่อนของสปาพร้อมผู้เข้าพักในชุดคลุม

ห้องทรีตเมนต์กว้างใหญ่ มีห้องซาวน่าด้วยในตัว

ทรีตเมนต์นวดในห้องสปา

เราเลือกเป็นแบบ Signature นะครับ ซึ่งจะผสมผสานศาตร์การนวดแบบล้านนาเข้าไปด้วย

ทางเดินสปาพร้อมผู้เข้าพักพักผ่อน ริมแนวพรรณไม้

จากนั้นก็มานั่งพักผ่อนชมวิว จิบน้ำชากันก่อนหลังนวด ปล่อยใจสบายๆ ก่อนเช็คเอ้าท์กลับกรุงเทพ

ศาลาสปาพร้อมสระสะท้อนน้ำ งานไม้และเตียงพักผ่อน

ในมุมของกานต์ Anantara Chiang Mai Resort คือกรณีศึกษาของ Luxury Hospitality Brand ที่น่าสนใจ

สำหรับนักเดินทางที่อ่านมาถึงตรงนี้ คำถามไม่ใช่ว่าจะมาที่นี่ดีไหม

คำถามคือ ในเช้าวันสุดท้ายของทริปคุณ คุณจะออกจากที่นี่ในจังหวะเดียวกับที่เข้ามาหรือเปล่า
สำหรับกานต์ คำตอบคือไม่

และนั่นคือสิ่งที่ Luxury Hospitality ที่ดีที่สุดในยุคนี้ ควรทำให้เกิดขึ้นได้

คำถามที่พบบ่อย — Anantara Chiang Mai Resort

Anantara Chiang Mai Resort อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

Anantara Chiang Mai Resort ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เดินถึง Night Bazaar ราว 5 นาที และห่างจากเมืองเก่าในคูเมืองราว 10 นาที จากสนามบินเชียงใหม่ใช้รถราว 15 นาที สะดวกทั้งการพักผ่อนและเดินเที่ยวในเมือง

Anantara Chiang Mai ออกแบบโดยใคร และมีที่มาอย่างไร

Anantara Chiang Mai Resort ตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ของอดีตสถานกงสุลอังกฤษริมแม่น้ำปิง งานออกแบบเป็นผลงานของ Kerry Hill สถาปนิกระดับตำนาน ที่ผสานสถาปัตยกรรมล้านนาเข้ากับงานร่วมสมัยแบบ Zen ใช้ไม้สัก โทนสีเอิร์ธ และคอร์ตยาร์ดส่วนตัว

Anantara Chiang Mai เหมาะกับใคร และกานต์คิดอย่างไร

Anantara Chiang Mai เหมาะกับคนที่มองหา design hotel กลางเมืองเชียงใหม่ที่มีรากทางประวัติศาสตร์จริง สำหรับกานต์ จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างคือ Heritage ที่ยังถูกใช้งานอยู่ ไม่ได้วางไว้เป็นเพียงฉาก รวม 84 ห้องและสวีทริมแม่น้ำปิง

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.