Grand Bangkok Boulevard (Ratchaphruek – Pinklao)

แรงบันดาลใจจากพระราชวังและสวนลินเดอร์ฮอฟ

✨สู่คฤหาสน์หรูใจกลาง “ราชพฤกษ์”

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สวยหรู ดูอลังการเมื่อยามที่ไปเที่ยวเมืองมิวนิคของเยอรมนี คือพระราชวังลินเดอร์ฮอฟและสวนลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace and Park) ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) นั่งรถไปประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึง

ด้วยความที่พระราชวังและสวนลินเดอร์ฮอฟ มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ จึงเปี่ยมด้วยความสวยงาม ทั้งยังโดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมร็อคโคโค (Rococo Architecture) ที่พัฒนามาจากสถาปัตยกรรมในยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังแวร์ซายน์ในฝรั่งเศส ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1878 หนึ่งในปราสาทของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Ludwig II of Bavaria) เป็นแลนด์มาร์กยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวนิค

พระราชวังมีการตกแต่งภายในอย่างประณีตและซับซ้อน มุ่งเน้นไปที่ขนาดกว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง โครงสร้าง ส่วนประกอบและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมมีความหรูหรา ดูพริ้วไหวด้วยการใช้โครงสร้างของเส้นสายที่คดโค้ง ภายในเต็มไปด้วยความสวยงาม อลังการ โดยเฉพาะห้องบรรทมของกษัตริย์ หลายห้องประดับด้วยภาพวาด รวมไปถึงภาพวาดบนเพดาน เต็มไปด้วยงานกระจกแก้ว งานประติมากรรม งานแกะสลักที่เคลือบด้วยทองคำ

สวนมีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร ตกแต่งในรูปแบบของสวนฝรั่งเศส (Jardin a la Francaise) ซึ่งออกแบบต้นไม้ให้อยู่ในฟอร์มเรขาคณิต ภายในสวนมี Music Pavilion ประดับด้วยประติมากรรมน้ำพุอันวิจิตรบรรจง ผสมผสานด้วยไม้ประดับ พืชสน และพืชที่ขึ้นบนเทือกเขาเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะสำหรับการพักผ่อนใช้ชีวิตอยู่ในบรรยากาศของพระราชวังหรู

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า (Grand Bangkok Boulevard Ratchaphruek – Pinklao) จึงได้นำเอาแรงบันดาลใจในการออกแบบจากพระราชวังลินเดอร์ฮอฟและสวนลินเดอร์ฮอฟ ซึ่งผสมผสานกับการออกแบบในสไตล์ Rococo ราวกับเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอก ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ศิลป์ตะวันตกจากพระราชวังหรู มาสู่คฤหาสน์ใจกลาง “ราชพฤกษ์”

ด้านหน้าโครงการโดดเด่นด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่ เพื่อเปิดต้อนรับเราเข้าสู่แรงบันดาลใจอันหรูหราของพระราชวังและสวนลินเดอร์ฮอฟ ภายในจึงมีอาคาร Clubhouse ทรงโดมขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้า มีสระว่ายน้ำที่ทอดยาวขนานไปกับทางเข้าชั้นใน เต็มไปด้วยพื้นที่สวนสีเขียวด้านหน้าต่อเนื่องไปจนถึงศาลาพักผ่อนบริเวณ Main Park ชั้นในที่มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ มาพร้อมกับสระน้ำและน้ำพุ ให้เราได้นั่งพักผ่อนสบายๆ ราวกับอยู่ในสวนลินเดอร์ฮอฟ

แบบบ้านแต่ละหลังจะตั้งชื่อตามแคว้นต่างๆ ของเยอรมนี โดยบ้านตัวอย่างที่กานต์พามาชมเป็นแบบบ้านหลังใหญ่สุด Bavaria มีความโอ่อ่า อลังการของความเป็นอัครสถาน ตกแต่งภายในอย่างสวยงาม มีโถงกลางขนาดใหญ่จัดวางเปียโนเอาไว้ ทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องขอฟังเพลงบรรเลงเปียโนของ Walter Gieseking ศิลปินชื่อดังชาวเยอรมนีกันสักหน่อยระหว่างเดินชม

ไปชมภาพบรรยากาศในคอลเลคชั่นโครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า พร้อมกับอ่านเรื่องราวกันต่อในแคปชั่นด้านในได้เลยครับ

__________________________________

17-18 มิ.ย. เปิดจองคฤหาสน์หน้าสวน กว่า150 ตร.วา*

Grand Bangkok Boulevard ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า X Four Seasons 🌊🌴

พร้อมรับ Exculsive Package จาก Four Seasons Resort Koh Samui โรงแรมแนวหน้าของเมืองไทยระดับ 5 ดาว

สำหรับ 2 ท่าน / 3 วัน 2 คืน มูลค่ากว่า 450,000 บาท*

📲สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ https://m.scasset.com/EHFb

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า ขนาดเนื้อที่โครงการ 37-3-69.5 ไร่ ที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.วา ขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 63 ยูนิต เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นทั้งหมด มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

•แบบบ้าน SWABIA ที่ดินเริ่มต้น 117 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยขนาด 447 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ

•แบบบ้าน FRANCONIA ที่ดินเริ่มต้น 145.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยขนาด 521 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ

•แบบบ้าน BAVARIA ที่ดินเริ่มต้น 173.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยขนาด 604 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ซึ่งเป็นบ้านที่เราจะได้มาชมกันในครั้งนี้

.

ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 หรือถนนพระเทพ เป็นถนนตัดใหม่ทำให้พัฒนาเป็นย่านที่อยู่อาศัย ผู้คนผ่านสัญจรไปมาคึกคัก ไม่มีอาคารสูง ยังคงมีที่ดินเปล่าอีกมาก จึงถือเป็นโลเคชั่นที่รองรับการเจริญเติบโตในอนาคตอันใกล้

เป็นทำเลที่เต็มไปด้วยโครงการของ SC Asset จึงเป็นเครื่องการันตีว่าฮอตของจริง มีผู้พักอาศัยเป็นจำนวนมาก ดีมานด์ไม่เคยตกเลยครับ

ทั้งยังเป็นทำเลที่สะดวกสบายด้วยการเข้าถึงถนนเส้นหลักและตัวเลือกการขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ได้ง่าย รวมถึงรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย

ในการเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการ เราขับรถมาทางถนนราชพฤกษ์ เบี่ยงซ้ายออกไปทางถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 เลี้ยวซ้ายอีกครั้งที่ถนนบางเชือกหนัง ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมออกไปยังถนนหลักได้ง่าย

ดังนั้น การเดินทางถือว่าค่อนข้างสะดวก สามารถเชื่อมต่อเข้าออกเมืองได้หลากหลายเส้นทางไม่ว่าจะเป็นถนนราชพฤกษ์ ถนนพุทธมณฑลสาย 1, ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนเพชรเกษม, ถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนบรมราชชนนี ทั้งยังใกล้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก

รวมไปถึงใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีภาษีเจริญ สถานีแยกไฟฉาย และใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า อีกด้วย

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากพระราชวังลินเดอร์ฮอฟและสวนลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace and Park) ซึ่งเป็นพระราชวังของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ใช้เป็นพระราชวังในฤดูกาลล่าสัตว์ ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา สวยงามในแบบสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากยุคเรอเนซองส์จากฝรั่งเศส

โครงการจึงได้นำแรงบันดาลจากคอนเซ็ปต์ในการสร้างพระราชวังและสวนลินเดอร์ฮอฟ มาตีความแล้วถ่ายทอดไปในงานสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของ SC Asset

เกิดเป็นอาคาร Clubhouse บนพื้นที่ส่วนกลาง สวนขนาดใหญ่ 2 จุดภายในโครงการ ตลอดจน Main Gate ของโครงการ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้า ดูโดดเด่นเป็นสง่า สะดุดสายตาสำหรับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

โครงการรายล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง อาทิ Food Villa ราชพฤกษ์, The Circle ราชพฤกษ์, เดอะคริสตัล ราชพฤกษ์ ทำให้ผู้พักอาศัยสามารถไปทำธุระและจับจ่ายซื้อของได้สะดวก เรียกได้ว่ามาช่วยเติมสีสันของชีวิตให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นครับ

ในส่วนของสถานศึกษาใกล้เคียง ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติฮัมมิ่งเบิร์ด, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ, Double Trees International School, โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเคนซิงตัน, โรงเรียนนานาชาติไพโอเนียร์, โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า ฯลฯ

ใกล้กับโรงพยาบาลและสถานพยาบาลหลายแห่ง ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่าย โรงพยาบาลชั้นนำในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี 2, โรงพยาบาลพญาไท 3, โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลเจ้าพระยา ฯลฯ

ด้านหน้า Main Gate สวยงามหรูหราด้วยสถาปัตยกรรมโค้งมน ดูพริ้วไหว ทางเข้าโครงการป้อมรักษาความปลอดภัยเข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Smart Gate With License Plate สแกนทะเบียนรถสำหรับลูกบ้าน เพื่อการเข้าและออกอย่างง่ายดาย

รวมถึงควบคุมการเข้าออกของแขกผ่านแอพพลิเคชั่น “Ruejai” สามารถเชื่อมต่อกับ Application ทางมือถือได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในหลายเรื่องให้กับลูกบ้าน เสริมทัพด้วยพนักงานรักษาความปลอดภัย ระบบกล้อง CCTV ติดตั้งรอบโครงการเพื่อสร้างความอุ่นใจ

แบบบ้านที่เราพามาชมกันในครั้งนี้คือ แบบบ้าน BAVARIA พื้นที่ใช้สอยขนาด 604 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ห้องพักผ่อนขนาดใหญ่ พื้นที่นั่งเล่นสำหรับครอบครัว ห้องรับประทานอาหาร ครัวไทย ห้องแม่บ้านและห้องซักรีด สามารถจอดรถได้ 5 คัน

โครงการออกแบบ Exterior บ้านเป็นงานสถาปัตยกรรมแบบ Baroque โดยลดทอนรายละเอียดบางอย่างลง เพื่อให้คงความโมเดิร์นคลาสสิคเอาไว้ เลือกใช้โทนสีเบจกับสีเทาไล่เฉดทำให้บ้านดูเรียบหรูโก้ ขับความเข้มของเส้นสายด้วยวัสดุที่เป็นเหล็กและโลหะ กระเบื้องหินอ่อนผนังสีเข้มที่หนักแน่นคล้ายหิน ได้ฟีลลิ่งของการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

จุดเด่นเลยก็คือเป็นบ้านที่มีขนาดที่ดินใหญ่ ออกแบบให้ใช้สอยได้เต็มพื้นที่

ลานจอดรถเป็นคอนกรีตแสตมป์โครงสร้างเป็นแบบ Slab on Beam คือพื้นวางบนคานเดียวกับตัวบ้าน โดยโครงสร้างจะลงเสาเข็มถึงเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย พร้อมทั้งติดตั้งกล้อง CCTV มาให้

ออกแบบให้มีระบบไฟ 3 เฟสและ Junction ของงานระบบเพื่อรองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเอาไว้ให้แล้วครับ พร้อมกับมีห้องเก็บสัมภาระด้านหน้าบ้าน สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์ทำสวน จักรยานแบบพับได้ หรือเอาไว้เก็บถุงกอล์ฟ จะได้ขนย้ายเข้าออกจากรถยนต์ได้สะดวก มีประตูเล็กสามารถเข้าบ้านจากลานจอดรถได้ทันที ทำให้สะดวกดีเวลาซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเข้าบ้านไม่ต้องผ่านมุมรับแขกด้านหน้า จะได้ไม่เป็นการรบกวนเวลามีแขกมาเยี่ยมบ้าน

โดยเราจะเริ่มจากไปชมบ้านตัวอย่างกันก่อนนะครับ จากนั้นจะพาเดินชม Clubhouse พื้นที่ส่วนกลางและสวนขนาดใหญ่ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวัง ลินเดอร์ฮอฟและสวนลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace and Park)

กานต์เปิดประตูรอต้อนรับไว้แล้วครับ ตามเข้ามาชมภายในบ้านกันต่อดีกว่า

ทางเข้าบ้านออกแบบเป็นซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่ ออกแบบเป็นบ้านหน้ากว้างให้มีช่องแสงขนาดใหญ่ผ่านกระจกใสโดยรอบ กอปรกับบรรยากาศการโดยรวมของโครงการที่เป็นงานสถาปัตยกรรมแบบร็อคโคโค ซึ่งมีเอกลักษณ์คือความโอ่โถง โอ่อ่า จึงทำให้ฟีลลิ่งในการพักอาศัยเน้นความโปร่งสบาย

ขนาดของประตูเป็นแบบ Oversize สามารถเปิดออกพร้อมกันได้เพื่อเวลาจะขนของชิ้นใหญ่เข้าบ้าน ประตูเป็นบานไม้สักฉลุด้วยกระจกบานใหญ่

มือจับติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ให้แล้ว เมื่อเปิดประตูทางเข้าบ้านเราจะพบกับ Arrival Hall โถงกลางต้อนรับขนาดใหญ่

เบื้องหน้าเป็นบันไดวน Double Volume Spiral Staircase ตรงกลางสูงจากพื้นชั้น 1 จรดฝ้าเพดานชั้นบนความสูงประมาณ 6.35 เมตร แยกฟังก์ชันภายในบ้านออกเป็น 2 ฝั่ง พื้นดูหรูหราด้วยการปูแกรนิตโต้ลายหินอ่อนแผ่นใหญ่ 

บ้านตัวอย่างตกแต่งอย่างหรูหรา เน้นวัสดุไม้ กระจก หินอ่อน ประดับด้วยโคมไฟ แชนเดอร์เลีย ภาพวาดและงานศิลปะเน้นสีเทาเข้มขลิปแซมด้วยสีทองราวกับอยู่ในพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ

ทางเข้าด้านซ้ายออกแบบให้เป็นมุมนั่งพักรับรอง มีโต๊ะสำหรับวางของ จัดวางชุดโซฟาสีเทาควันบุหรี่เอาไว้รับกันดีกับสีและลายของแกรนิตโต้หินอ่อน

ด้วยความที่เป็นบ้านหลังใหญ่ หน้ากว้างทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ออกแบบให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคน

ห้องรับแขก (Great room) ขนาดใหญ่ ให้ความโอ่โถงด้วยความสูงจากพื้นจรดฝ้าเพดาน 3 เมตร ตกแต่งได้หรูหรามีระดับ จัดวางชุดโซฟาที่นั่งกระจายกันไป ซึ่ง Great room จะอยู่ถัดเข้ามาด้านในทำให้ได้ประโยชน์เรื่องความเป็นส่วนตัวเผื่อต้องต้อนรับแขก VIP หรือคุยธุระสำคัญ โดยเราสามารถออกแบบให้มีประตูกั้นเพิ่มเข้ามาเพื่อความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

บริเวณนี้มาพร้อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ด้านหน้าบ้านและด้านข้างซึ่งจะสัมผัสกับสวนด้านหน้าบ้านและน้ำพุเพิ่มความสดชื่นสบายตา บรรยากาศโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมน่าประทับใจมากครับ

“The piano keys are black and white, but they sound like a million colors in your mind.”

– Maria Cristina Mena

ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องรับประทานอาหาร ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยโต๊ะหินอ่อนขนาดใหญ่ ที่ดรอปฝ้าลงมาเล็กน้อยเพดานประดับด้วยกระจกเงาสีดำ ทำให้ดูเป็นมุมที่แกรนด์มาก ๆ อีกหนึ่งมุมภายในบ้าน

ด้านข้างเปิดรับแสงสว่างจากผนังกระจกที่สามารถเปิดออกเพื่อมองเห็นสวนสีเขียวภายนอก หรือจัดเป็น Bar-B-Q Party Night เชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน

บ้านตัวอย่างจัดวางเก้าอี้แบบ 10 ที่นั่ง แต่เราสามารถจัดให้เป็นแบบ Long Table ได้เลยนะครับ สำหรับรับแขกและรับประทานอาหารร่วมกันภายในครอบครัว

โดยเราอาจจะเพิ่มเติมในส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนจัดเตรียมอาหารหรือว่าพื้นที่นั่งสำหรับจิบเครื่องดื่มเบา ๆ ก่อนเริ่มมื้ออาหารหลักเข้าไปด้วยก็ได้ เพราะบริเวณนี้มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง

ติดกันกับห้องรับประทานอาหารจะเป็นห้องครัว (Gourmet Kitchen) ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัว พร้อมชุดครัวครบครัน

ด้านหน้าทางเข้าเป็นลักษณะของครัวปิดเพื่อป้องกันกลิ่นย้อนกลับเข้ามาภายในบ้าน โดยออกแบบให้รางเลื่อนประตูไปอยู่ด้านบนเพื่อป้องกันการสะดุดขณะเดินเข้าออกหรือว่าเวลาเสิร์ฟอาหารเครื่องดื่ม

ภายในครัวติดตั้งตู้เก็บของบานปิดไว้โดยรอบห้อง ครัวจัดวางเคาน์เตอร์เป็นรูปตัวยู (U) บรรจบกับเคาน์เตอร์ Pantry สำหรับเตรียมอาหาร สามารถปรับเป็นบาร์นั่งจิบกาแฟยามเช้าได้ โดยจัดวางเก้าอี้สตูลทรงสูงสำหรับนั่ง เป็นบรรยากาศที่ดูอบอุ่นสบายๆ

ถัดไปด้านในจะเป็น Maid Plaza พื้นที่ซักล้าง ห้องซักรีดและ มีห้องนอนของแม่บ้าน 2 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว

SC Asset ในฐานะผู้พัฒนาโครงการ ยังได้เสริมความสมาร์ทในการพักอาศัยด้วยการควบคุมระบบผ่าน RUEJAI HOME OS ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันตัวเด็ดของ SC Asset เปลี่ยนเป็นบ้านอัจฉริยะ

โดยเราสามารถที่จะควบคุมระบบความปลอดภัย สั่งการเปิด-ปิดระบบไฟภายในบ้านได้ง่ายๆ ผ่าน Smart Phone นอกจากนี้ยังติดตั้ง AIS Fiber เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มี Router ให้ 3 ตัว ติดตั้งระบบ Active Air Quality ช่วยขจัดมลพิษทางอากาศภายในบ้าน ช่วยกรองอากาศ เพื่อให้บ้านมีอากาศที่สะอาด จะได้พักผ่อนอยู่ภายในบ้านได้อย่างสบายใจ

ทั้งยังอุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหลัง อาทิ ระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic Sensor ทั้งหลังและติดตั้ง Shock Sensor บริเวณชั้นล่าง Smoke & heat Detector พร้อมหน้าจอ Control Panel Home Automation ติดตั้งชั้นบนและชั้นล่าง

นอกจากนี้ บริเวณด้านหน้าประตูเล็กสำหรับเปิดไปยังลานจอดรถ ออกแบบให้มีพื้นที่นั่งสำหรับสวมใส่รองเท้า พร้อม Shoes Cabinet ขนาดใหญ่

ส่วนบริเวณ Common Area ชั้นล่างยังออกแบบมีห้องน้ำแบบ Powder Room คือเป็นห้องน้ำที่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ สำหรับสมาชิกและแขกใช้งานร่วมกัน โดยมีสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ทั้งนี้ยังคงตกแต่งได้อย่างหรูหรามีระดับสมกับความเป็นบ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด

ชั้นล่างมีหนึ่งห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจากมุมรับประทานอาหารและครัว ซึ่งห้องนี้เป็นห้องที่ผมชอบมากครับ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในบ้าน จะใช้เป็นห้องสำหรับปาร์ตี้ก็ได้ ซึ่งให้ความเป็นส่วนตัว ไม่รบกวนสมาชิกท่านอื่นที่พักผ่อนอยู่ชั้นบน

แต่จริง ๆ แล้วออกแบบฟังก์ชันมาสำหรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ หรือเรายังสามารถปรับให้เป็นห้องนอนแขกได้อีกด้วยนะครับ

ด้วยความที่เป็นบ้านหลังใหญ่อาจจะมีบางครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจนเนอเรชั่นอยู่ร่วมกัน เพราะออกแบบให้มีความสะดวก ยืดหยุ่นในการใช้งาน และรองรับการพักอาศัยของผู้สูงอายุ

ไม่ว่าจะเป็นขนาดพื้นที่ภายในห้องที่ใหญ่กว่าห้องนอนทั่วไป จัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่และมีพื้นที่เหลือเฟือ เผื่อไว้สำหรับใครที่ใช้วีลแชร์ ก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น พื้นห้องจะปูด้วย Soft Floor ของ SCG เพื่อช่วยลดแรงกระแทก ประตูมีขนาดใหญ่กว่าปกติและเป็นแบบ Step Free คือมีความเป็นระนาบเดียวกับพื้นห้องกันสะดุด มีห้องน้ำในตัวพร้อมติดตั้งมือจับ ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเป็นของ Kohler

บรรยากาศโดยรอบดีมาก มองออกไปเห็นสวนสีเขียวสดชื่นสบายตา สามารถมาเดินออกกำลังกายตอนเช้าตรู่ได้โดยไม่รบกวนสมาชิกท่านอื่นที่กำลังพักผ่อนอยู่ 

เราเดินขึ้นบันไดไปชมพื้นที่ชั้น 2 กันบ้างครับ เป็นบันไดวน Double Volume Spiral Staircase ตรงกลางบ้านมีความสูงจากพื้นชั้น 1 จรดฝ้าเพดานชั้นบนประมาณ 6.35 เมตร ถือว่าสูงมากครับ

บันไดเซาะร่องประดับไฟบริเวณพื้นเอาไว้ระยิบระยับ รับกับแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่บริเวณโถงกลางอย่างหรูหรา สวยงาม บ้านตัวอย่างยังได้จัดวางเปียโนสีดำสุดหรูอยู่บริเวณโถงบันได ทำให้มุมนี้ดูแกรนด์มากที่สุดของบ้าน

ลูกตั้งลูกนอนของบันไดที่ใช้เป็นหินอ่อน ราวจับเป็นกระจกใสดีไซน์โค้งมนไปตามแนวบันได ทว่าบ้านจริงเป็นพื้นไม้สักที่เราว่าให้ความสวยและหรูหราไม่แพ้กัน

ผนังบริเวณบันไดเปิดเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ที่ส่องผ่านแสงแดดจากธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านได้ เราสามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ด้านหลังเพื่อทำหน้าที่ให้ร่มเงาและเป็นเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่เรามองเห็นได้ขณะขึ้น-ลงบันไดนั่นเองครับ

บริเวณชั้น 2 ปูพื้นด้วยปาร์เก้ไม้สักเพื่อให้ผิวสัมผัสของธรรมชาติภายในบ้าน ภายในดูโปร่งด้วยความสูง 3 เมตร เชื่อมโยงกับโถงบันได

เมื่อเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้นบน จะพบกับโถงกลางที่เชื่อมต่อห้องหับต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีจุดศูนย์รวมใจของสมาชิกในครอบครัว คือ Family Area ขนาดใหญ่กลางบ้าน กั้นด้วยผนังกระจกพ่นลาย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

บ้านตัวอย่างตกแต่งมุมนี้ได้อย่างหรูหราและสดใสด้วยสีเหลืองมะนาว ซึ่งเราว่ามันเข้ากับดีกับสีเขียวและสีทองของเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ

ด้านในแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือด้านซ้ายสำหรับนั่งพักผ่อนบนโซฟาสบาย ๆ มองออกไปเห็นวิวฝั่งด้านหน้าบ้าน

ส่วนด้านขวาจัดเป็นโต๊ะทำงานพร้อมตู้หนังสือด้านหลัง ทำให้ห้องนี้สามารถปรับเป็นห้องทำงานได้ในตัว หรือจะปรับเป็นห้องอื่น ๆ ก็ได้ตามแต่ไลฟ์สไตล์และความชอบส่วนตัว

ทั้งนี้เมื่อมองจากองค์รวมของงาน Interior จะพบว่าพื้นที่ภายในบ้านออกแบบ Open plan ให้เชื่อมต่อกันได้อย่างลงตัวในทุกจุด

ไม่ว่าจะเป็น Family Area ที่มีพื้นที่นั่งเล่น เป็นมุมทำงาน และดูทีวีไปในตัว เชื่อมต่อกับห้องนอนส่วนตัวและปรับให้เป็นห้องสำหรับดูหนังแยกออกไปอีกหนึ่งห้อง

ทำให้ทุกจุดในบ้านได้รับการออกแบบมาให้รองรับการใช้งานได้เต็มที่และหลากหลายฟังก์ชัน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามใจผู้พักอาศัยเลยครับ

พื้นที่ Common Area บริเวณชั้น 2 นอกจากจะมี Family Room ขนาดใหญ่ด้านนอกแล้วยังมี Theater Room ที่แยกออกไปเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ปรับมาจากห้องนอน ปรับเป็นที่นั่งแบบ Sunken Seating พร้อมมินิบาร์เล็ก ๆ ภายในห้อง ทำให้จัดเป็นห้องดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ แคสต์เกมส์ได้สบาย ๆ บางบ้านอาจจะทำเป็นห้องพระ หรือสตูดิโอไลฟ์ขายของก็ได้ครับ

เนื่องจากเป็นห้องที่ให้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง เพราะอยู่โซนด้านหลังบ้าน ทำให้ได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบ สามารถติดตั้งผ้าม่านทึบแสงหากต้องการความมืดหรือเปิดออกได้เพื่อรับแสง เพราะมีช่องแสงจากทางหลังบ้านผ่านกระจกบานใหญ่ สะท้อนเข้ากับฝ้าเพดานที่กรุกระจกเงา เพิ่มการหักเหของแสงและรับความสว่างได้มากยิ่งขึ้น และยังสะดวกด้วยการมีห่้องน้ำในตัว

ติดกันเป็นห้องนอนรองที่ตกแต่งโทนสีน้ำเงินเข้มอย่างต่อเนื่อง เราชอบการประดับไฟกิ่งตามโถงทางเดิน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในพระราชวังจริง ๆ ครับ

ห้องนอนรองตกแต่งแบบเรียบเท่ สไตล์เด็กผู้ชาย ถือว่ามีขนาดใหญ่พอสมควรเลยนะ ปลายสุดของโถงทางเดินเป็นเคาน์เตอร์ติดผนังจัดวางเก้าอี้สามารถนั่งทำงานอ่านหนังสือได้เลือกใช้สีคู่ตรงข้ามทำให้ภายในห้องดูสนุกสนาน

ด้านในจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดพอดีกับผนังหัวเตียงทรงโค้งครึ่งวงกลมครับ ส่วนด้านข้างเตียงเป็นหน้าต่างกระจกใสเปิดช่องแสงได้และเปิดออกเพื่อระบายอากาศรับลมได้ เราชอบมากครับ ช่วยให้ห้องนี้ดูสว่างโดยใช้แสงจากธรรมชาติเข้ามา ขณะเดียวกัน ถ้าเราเปิดม่านออกก็จะพบกับต้นไม้น้อยใหญ่ช่วยเพิ่มความสดชื่น เป็นสัมผัสจากธรรมชาติที่พบได้ในทันที

เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว อยู่ถัดเข้าไปด้านในพร้อมมุมแต่งตัว โดยตู้เสื้อผ้าจะเป็น Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำได้ทันที ซึ่งเราว่าสะดวกมาก ทำให้สามารถจัดการธุระส่วนตัวได้เรียบร้อยในบริเวณนี้เลยครับ

ห้องนอนรองอีกห้องจะอยู่ปีกซ้ายของบ้าน ซึ่งมีขนาดใหญ่จนต้องเรียกว่าเป็น Master Bedroom และยกให้ห้องนอนหลักเป็น Grand Master Bedroom คือใหญ่มากขึ้นไปอีก

ภายในห้องนอนจัดแบ่งฟังก์ชันได้เป็นสัดส่วนชัดเจนดี เมื่อเดินเข้าไปภายในห้อง ด้านขวามือจะเป็นโซนพักผ่อน จัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้เกือบชิดผนัง แต่ยังมีพื้นที่โดยรอบเดินได้เหลือเฟือเลยครับ

หัวเตียงตั้งโต๊ะเตี้ยพร้อมโคมไฟส่องสว่างสำหรับเปิดก่อนนอน ผนังหัวเตียงเซาะร่องเป็นลอนสีโทนเข้ากันกับห้องแต่เพิ่มขลิปทองเข้ามาทำให้ห้องดูหรูหรามากยิ่งขึ้น

ปลายเตียงมีโซฟานั่งพักผ่อนดูทีวีได้และมีมุมสำหรับนั่งจิบชาภายในห้อง เลือกใช้โทนสีที่ดูมีเสน่ห์และไม่ค่อยพบเห็นจากโครงการไหนมากนักคือเป็นโทน ม่วง ชมพู แดง เป็นหลัก

ด้วยความที่เป็นห้องมุมทำให้เปิดช่องแสงได้รอบด้านมากกว่า ทำให้ห้องดูโปร่งสบายกว่า สว่างมากโดยที่อาจจะไม่ต้องเปิดไฟในตอนกลางวัน และยังเปิดทางให้มีลมถ่ายเท ระบายอากาศได้ไม่อับชื้น

ทางโครงการเลือกใช้กรอบประตูหน้าต่างแบรนด์ TOSTEM จากญี่ปุ่น ช่วยป้องกันเสียงอย่างดีและทนต่อความร้อนแสงแดดเมืองไทย สามารถเปิดประตูออกไปยังระเบียงได้จึงให้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัว บ้านตัวอย่างจัดมุมนั่งเล่นทำงานไว้ในหลายจุดเพื่อให้เราพักผ่อนอยู่ในห้องได้ เป็นพื้นที่ส่วนตัว

ด้านในเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet มีโต๊ะเครื่องแป้งจัดวางไว้ด้านหน้า ติดกันเป็นห้องน้ำพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีสุขภัณฑ์อัตโนมัติ ที่สำคัญห้องนี้มีอ่างอาบน้ำติดตั้งไว้ให้ด้วยครับ

ไปชม Grand Master Bedroom กันบ้าง ห้องนอนมีขนาดใหญ่มากวางผังเป็นแนวยาวขนานไปกับตัวบ้านด้านหน้า กินเนื้อที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้นบน

ภายในแบ่งสัดส่วนฟังก์ชันการใช้งานได้ชัดเจนดี ตกแต่งได้หรูหรามีระดับ

ด้านหน้าเป็นมุม Master Retreat หรือเรียกว่าพื้นที่นั่งเล่นภายในห้องนอน สำหรับนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือหรือดูทีวี ให้เราได้พักผ่อนในเวลาที่ต้องการอย่างเต็มที่กับช่วงเวลาที่มีความเป็นส่วนตัว

ภายในห้องจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ที่เทาควันบุหรี่ที่ตัดความเข้มด้วยสีน้ำเงินและสีทองดูเรียบง่ายทว่าหรูหรามาก

ถัดเข้าไปด้านในเป็นโซนพักผ่อน ห้องตัวอย่างจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ หัวเตียงดีไซน์สวยเป็นกระจกใสพ่นลายแบบกรอบรูป หัวเตียงทั้งสองฝั่งจัดวางโต๊ะเตี้ยและโคมไฟ ขนานไปกับผนังด้านหน้าบ้าน ทำให้เราเปิดรับแสงสว่างตอนเช้าได้ทันที

เป็นเป็นห้องที่มีช่องแสงจากธรรมชาติภายนอกขนาดใหญ่เปิดเข้ามาภายในให้เราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน และยังสามารถเปิดออกไปสู่ระเบียงภายนอกได้ให้เราไปยืดสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหลังตื่นนอน

ทุกห้องนอนของบ้านเรียกว่าเป็น En Suite คือมีห้องน้ำให้ในตัวทุกห้อง ด้านในจึงเป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างส่วนพักผ่อนกับห้องแต่งตัวกับห้องน้ำ

ด้านหน้าเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่ให้ช่องแสงธรรมชาติ เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แบบ Walk-in Closet เป็นแนวลึกเข้าไปพร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่จากพื้นจรดเพดานดูอลังการมากครับ

ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำแบบ Full Function ภายในมีการแยกส่วนเปียก-แห้งชัดเจน ด้วยการติดตั้งฉากกั้นกระจก Tempered Glass ห้องอาบน้ำและสุขภันฑ์แบบอัตโนมัติของ Kohler เอาไว้ให้แล้ว

อ่างล้างหน้าแบบ His & Her ติดตั้งก๊อกน้ำจาก Grohe พร้อมระบบน้ำร้อนน้ำเย็น

นอกจากนี้ยังมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่แช่ได้พร้อมกันถึง 2 คน ออกแบบให้มีช่องเปิดเป็นกระจกฝ้าที่สามารถเปิดรับวิวจากภายนอก และระบายอากาศ ไล่ความชื้น โดยทางโครงการยังได้ติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้แล้วด้วยครับ

ด้านข้างบ้านมีพื้นที่ว่างจัดแต่งเป็นศาลาในสวนที่ให้อารมณ์แบบเดียวกับสวนลินเดอร์ฮอฟที่มิวนิค

จัดเป็นมุมพักผ่อน ด้วยชุดโซฟาขนาดใหญ่มาพร้อมโต๊ะกลาง สำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ได้ฟีลลิ่งของบ้านพักตากอากาศในบรรยากาศสบายๆ โดดเด่นด้วยซุ้มโครงเหล็กฉลุลายให้ความรู้สึกแบบบ้านยุโรปอันหรูหรา

ให้เราได้ชุ่มฉ่ำใจจากเสียงน้ำพุที่ตกกระทบบริเวณด้านหน้า เพิ่มสุนทรียะยามบ่ายด้วยชาฝรั่งเศสพร้อมขนมชั้นเลิศ ทำให้เป็นมุมพักผ่อนภายนอกบ้านที่ดูผ่อนคลายสบายใจดีครับ

จากบ้านตัวอย่าง เราจะพาไปชมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันบ้างครับ ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ โดดเด่นและสวยงาม

Clubhouse โดดเด่นด้วยหลังคาทรงโดม การเลือกใช้เส้นสายคดโค้งที่อ่อนช้อยเป็นที่นิยมกันในหมู่พระราชวัง ปราสาท คฤหาสน์ผู้ดีของทางฝั่งยุโรป ที่มีความคลาสสิคและสวยหรู จนถูกนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างพระราชวังและสวนลินเดอร์ฮอฟ ที่มิวนิค เยอรมนี

อาคาร Clubhouse ภายนอกและภายในตัวตัวอาคารตกแต่งสวยงาม มีด้วยกัน 2 อาคารคั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมที่นั่งพักผ่อน ออกแบบและตกแต่งด้วยงานสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ซึ่งทางโครงการได้ลดทอนรายละเอียดบางอย่างลงเพื่อให้เกิดความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

ต้องยอมรับเลยว่าโครงการได้ออกแบบและตกแต่ง Clubhouse ได้อย่างงดงามไร้ที่ติ ขณะเดียวกันก็ทำเทคโนโลยีอย่างโซลาร์เซลล์มาใช้เพื่อประหยัดพลังงานในพื้นที่ส่วนกลางได้อีกทาง

ด้วยความที่ตั้งอยู่อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการจึงมีความโดดเด่นเป็นสง่า สมกับความเป็นอัครสถานของการอยู่อาศัย ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยจะอยู่ถัดจาก Main Gate แรกเข้ามาทว่ายังไม่ถึง Gate ที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่กั้นในส่วนโซนพักอาศัย ทำให้ Clubhouse เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการนัดพบเจอแขกที่ไม่ต้องการให้เข้าไปที่บ้าน สามารถนัดหมายมาพบปะพูดคุยกันที่ Lobby Lounge ได้แทนเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัว โดยแขกสามารถขับรถเข้ามาด้านหน้าสโมสรได้เลย

ภายใน Lobby Lounge ตกแต่งอย่างหรูหราสวยงาม ดูโอ่โถงด้วยฝ้าเพดานที่สูงราวกับอาคาร 2 ชั้น โดดเด่นด้วยแชนเดอร์เลียขนาดใหญ่แขวนไว้ตรงกลางห้อง ภายในจัดวางที่นั่งพักผ่อนกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านที่แตกต่างอย่างมีระดับ ตรงกลางมีเคาน์เตอร์ทรงสี่เหลี่ยมคล้ายบาร์ เราชอบมากเพราะใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของการออกแบบ มีทั้งคิ้ว บัว งานปั้น ถือว่าทำได้ดีมาก เป็นมุมที่ให้เรามานั่งพักผ่อนจิบเครื่องดื่มเย็นๆ สังสรรค์ที่บริเวณนี้ได้ หรือจะใช้เป็น Co-Working Space นั่งทำงานหรือประชุมก็ได้เช่นกัน

เมื่อเดินออกจาก Lobby Lounge จะเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่พร้อมที่นั่งพักผ่อน

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือมีขนาดใหญ่แบบฮาล์ฟโอลิมปิค 4×25 พร้อมสระว่ายน้ำสำหรับเด็กและจากุซซี่นวดตัวสบายๆ ซึ่งด้านหน้าสระว่ายน้ำทางโครงการได้เตรียมปลูกไม้พุ่มเพื่อช่วยบังสายตาขณะที่ลูกบ้านกำลังว่ายน้ำหรือพักผ่อน เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นครับ

ที่นั่งพักผ่อนจัดวางไว้โดยรอบสระว่ายน้ำ ออกแบบและตกแต่งด้วยงานสถาปัตยกรรมร็อคโคโค โดดเด่นด้วยซุ้มโลหะแบบเดียวกับสวนของพระราชวังลินเดอร์ฮอฟ ประดับตกแต่งด้วยไม้พุ่ม ต้นสน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่มิวนิคจริงๆ

ด้านในจะเป็นอีกอาคารที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งยังคงเป็นงานสถาปัตยกรรมที่เน้นความโอ่โถงด้วยฝ้าเพดานสูง ผนังเป็นกระจกใสให้เรามองเห็นวิวสีเขียว

โดยรอบพื้นที่ ออกแบบให้เป็นฟิตเนสขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายสุดไฮเทคที่จะมอบประสบการณ์เหนือระดับกับการออกกำลังกายในแบบ Luxury ให้กับเรา

ภายในจัดวางไว้ให้ครบทั้งลู่วิ่งคาร์ดิโอไว้ริมหน้าต่างให้เราออกกำลังกายไปพร้อมกับการชมวิวสีเขียวของต้นไม้ช่วยให้พอคลายเหนื่อยได้ พร้อมกับจัดให้มีโซนฟรีเวทให้เราออกกำลังเพื่อสุขภาพได้ตามใจ

ที่เราชอบมากคือใน Clubhouse จะมีห้องน้ำส่วนกลางติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ด้วยครับ หรูหราสมฐานะจริงๆ

ภาพรวมของการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง จัดวางสวนและ Clubhouse ที่ว่าทำได้ดี

นอกจากนี้ยังมี Main Park ซึ่งอยู่ตรงกลางด้านในโครงการ เราจะไปชมกันครับ

Main Park บริเวณเซ็นเตอร์ของโครงการ ออกแบบมาเพื่อให้ทุกครอบครัวใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในบรรยากาศที่ร่มรื่น มีที่นั่งกลางน้ำเพื่อเชื่อมต่อทุกแลนด์สเคปเข้าด้วยกัน

ถัดเข้าไปด้านในเป็นสวนเน้นฟอร์มเรขาคณิตสไตล์ร็อคโคโค มาพร้อมกับศาลาอเนกประสงค์กลางแจ้งที่มีลานกว้างด้านล่าง โดยรอบจัดวางซุ้มศาลาพร้อมที่นั่งพักผ่อนเอาไว้ให้เราได้มาใช้เวลานอกบ้านร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวและพบปะพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในโครงการด้วยกัน เป็นการเจริญสัมพันธไมตรีที่ดีเพื่อประโยชน์ในอนาคตครับ

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า (Grand Bangkok Boulevard Ratchaphruek – Pinklao) หมาะสำหรับคนที่ต้องการบ้านหลังใหญ่สไตล์คฤหาสน์ พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมาก สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามใจ เป็นอัครสถานที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตไม่มากนัก ท่ามกลางสังคมแห่งการพักอาศัยอย่างมีระดับ

โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมที่หรูหรา มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังและสวนลินเดอร์ฮอฟที่เยอรมนี ถ่ายทอดทุกรายละเอียดออกมาได้อย่างหรูหรา สวยงาม คลาสสิค ตั้งอยู่ในทำเลที่เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ https://m.scasset.com/EHFb

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน