Sunday 26 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·20 Apr 2022

รีวิว Four Seasons Resort Koh Samui (รีวิวใหม่ 2022)

Words & Photography · KANT
ภาพมุมสูงของรีสอร์ตริมหาดกับหมู่วิลล่ากลางป่าเขียว

Last Updated: 21 July 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews Four Seasons Resort Koh Samui — a five-star resort of 60 standalone villas stepping down a hillside above Laem Yai bay on the island's north. Every villa has a private infinity pool framing the Gulf of Siam and the sunset; the difference from the island's usual resorts is that hillside privacy, plus Four Seasons service, Lan Tania and beachfront Pla Pla, and a private Dining by Design. From about thirty-something thousand baht a night.

สรุปตรง

Four Seasons Resort Koh Samui คือรีสอร์ต 5 ดาว 60 วิลล่าอิสระบนไหล่เขาริมอ่าวแหลมใหญ่ ทางเหนือของเกาะสมุย วิลล่าทุกหลังมีสระอินฟินิตี้ส่วนตัวเปิดวิวอ่าวสยามและพระอาทิตย์ตก จุดที่ทำให้ต่างจากรีสอร์ตสมุยทั่วไปคือความเป็นส่วนตัวสูงของวิลล่าที่ไล่ระดับลงเขา พร้อมบริการระดับ Four Seasons และห้องอาหาร Lan Tania บนเนินเขากับ Pla Pla ริมหาด เสริมด้วยประสบการณ์ Dining by Design ที่เชฟจัดเมนูเฉพาะให้แบบส่วนตัว จุดขายคือพูลวิลล่าวิวพระอาทิตย์ตกที่เป็นส่วนตัวที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะ ราคาเริ่มต้นหลักสามหมื่นกว่าต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
LocationKoh Samui
Price฿35,000+ / คืน
ผิวทะเลสีครามยามเช้ามองจากมุมสูง

🌴มีใครรู้มั้ยว่า ที่ Four Seasons Resort Koh Samui, Thailand มีต้นมะพร้าวทั้งหมดกี่ต้น …

865 ต้นครับ เป็นคำตอบสุดท้าย (มีคนไปนับจริงๆ ด้วยอ่ะ) เป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเลือกพักที่นี่ มีเรื่องราวของต้นมะพร้าวกับโฟร์ซีซั่น เกาะสมุยราวกับเป็น Signature ของกันและกัน มีลิงเป็นสัญลักษณ์ร่วม ที่นี่ใช้คนสวนดูแลต้นมะพร้าวโดยตรง เก็บผลิตผลที่ได้ในทุกวันเสิร์ฟให้กับแขกจากมือของคนสวนเอง ดังนั้น ถ้าใครมาพักที่นี่ห้ามพลาดสั่งน้ำมะพร้าวเด็ดขาดครับ

ทริปสบายๆ ของเรากับหาดทรายแนวยาว สีขาวนวลตา มาพร้อมกับสีฟ้าเทอควอยซ์ของน้ำทะเลตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูสดใสมากครับ สมกับที่เลือกมาพักผ่อนที่นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้ว อ่านรีวิวแรกได้ที่นี่ >> https://bit.ly/2SEMCGN

เซอร์วิสระดับ World Class

ที่ยังคงชอบก็คือเซอร์วิสระดับ World Class ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่มากขึ้นช่วงหลังนี้ อาจจะเพราะเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามา บรรยากาศต่างๆ นาๆ ก็เริ่มผ่อนคลาย หายใจหายคอกันได้ดีขึ้น

ทริปนี้ ตั้งใจว่าจะไม่ถ่ายรูปเยอะ ไม่เน้นเก็บคอนเทนท์ อยากปล่อยตัวปล่อยใจสบายๆ ฟีลไปกับเรื่องราวตรงหน้า ให้เวลากับเพื่อนฝูง แต่ทว่า มันก็อดไม่ได้ตามประสาคนชอบถ่ายภาพ ผมเก็บมาฝากกันเยอะเลยครับ ให้ภาพเล่าเรื่องแทนละกัน มันสวยจึ้งงงงงงงงงงง

กิจกรรมทางทะเลและจุดถ่ายภาพ

หลายคนถามมาเยอะว่า ผมถ่ายภาพปกจากจุดไหน จะอยู่ไกลๆ ลิบๆ ห่างจากรีสอร์ตออกไปกลางทะเลครับ พายคายัคไปดำน้ำดูปะการังใต้ทะเล พอเหนื่อยก็มานั่งพักชมวิวสวยๆ บนแพลตฟอร์ม ตัวดำขึ้นมาอีกนิดหน่อยก็ต้องยอม … #เพราะมุมนี้ปังจริงๆ

ชอบรูปนี้มาก สัมผัสได้ถึงความพยายามในการหามุม 555 มาถ่ายที่แพลตฟอร์มกลางทะเล เป็นไฮไลท์ที่น่าสนใจมากของ Four Seasons Resort Koh Samui จริงๆ อยากไปนั่งตอนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ไม่ว่าง เลยพายคายัคมาดำน้ำแล้วนั่งเล่นให้ผิวแทนเล่นๆ เอา

ภาพมุมสูงของพูลวิลล่าริมเนินเขาเหนือชายหาดของ Four Seasons Resort Koh Samui

รู้สึกประทับใจที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสีเขียวของต้นมะพร้าว
สีขาวของหาดทรายและสีเทอควอยส์ของน้ำทะเลทุกวัน

เงาคนยืนท่ามกลางทิวมะพร้าวยามอาทิตย์อัสดง

สระว่ายน้ำและชายหาด

มุมนี้เป็น Hidden Gems ครับ ที่สระว่ายน้ำ แนะนำว่าให้ตื่นแต่เช้าราวๆ 6 โมงจะได้แสงสวยแบบนี้

ชายเอนกายพักผ่อนบนเตียงผ้าใบริมหาดทราย

Four Seasons Resort Koh Samui จะเรียกว่าเป็นหาดส่วนตัวก็ได้ครับ เพราะด้วยความเป็นแหลมที่ยื่นออกไปทั้ง 2 ด้าน มีโค้งหาดอยู่ตรงกลาง ทำให้ไม่สามารถมีใครเข้าออกทางทะเลได้ เลยทำให้เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกที่เราปลีกวิเวกได้อย่างสบายใจ

ภาพมุมสูงของหมู่วิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวกลางป่าเขียว

ผมชอบถ่ายภาพตัดมุมสูงของรีสอร์ท มันดูสวยและมีมิติดี ถ้ามุมระนาบปกติ เหล่านี้คือเนินเขาที่ลดหลั่นกันไป ทำให้แต่ละวิลล่าไม่บล็อควิวกันเอง จะได้เห็นทะเลแบบเต็มตา

วิวทะเลครามมองผ่านแมกไม้เขตร้อน

Four Seasons Resort Koh Samui มีทั้งฝั่งของวิลล่าและเรสสิเดนท์ ซึ่งแยกโซนกันชัดเจน แต่ที่แน่ๆ คือเห็นวิวทะเลทุกหลังเหมือนกัน

แสงอาทิตย์แฉกส่องผ่านทิวมะพร้าว

จาก Arrival Lobby ทางรีสอร์ตเตรียมรถบัคกี้พาเราไปเช็คอิน จากนั้นถึงจะพาไปส่งที่วิลล่า

วิลล่าหลังคาจากของรีสอร์ต เปิดวิวทะเลโอบล้อมด้วยต้นไม้เขียว

ทริปนี้ได้วิลล่าโซนขึ้นต้นด้วย 3 ครับ แต่เลย์เอ้าท์จะเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ความสูงและวิวนิดหน่อย ทางเดินลงวิลล่าจะมีความทรอปิคอลสูงมาก

ระเบียงวิลล่ากับม่านปลิวไหว มองเห็นมะพร้าวและทะเล

ด้านนอกเป็นศาลาพร้อมเดย์เบดขนาดใหญ่ เอาไว้นั่งรับลมชมวิวทะเลแบบไม่มีอะไรกั้น นอกจากต้นมะพร้าวที่สูงชะลูดมาช่วยเสริมบรรยากาศ

วิวทะเลและทิวมะพร้าวจากที่พัก

วิวจากหน้าวิวล่า โซน 3 น่าจะใกล้ทะเลกว่า โซน 6 ที่พักในทริปก่อนนี้

ห้องนอนเตียงโปร่งมุ้งขาว ประดับภาพพฤกษศาสตร์ในกรอบและโคมไฟข้างเตียง

ห้องพักขนาดใหญ่ เปิดประตูเข้าไปคือยังสวยเหมือนครั้งแรกที่เคยเห็น เตียงนอนหนานุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับงานดีไซน์ที่ออกแบบให้มีความเป็นโมเดิร์นไทย ผสมผสานการผจญภัยคล้ายเต้นท์แคมป์ในสไตล์ที่ Bill Bensley ดีไซเนอร์คนโปรดของผมชื่นชอบ

ห้องนอนวิลล่ากับเตียงโปร่งมุ้งขาว ภาพวาดต้นมะพร้าว และหน้าต่างเปิดวิวทะเล

ห้องพักวางเลย์เอ้าท์เหมือนกัน มีเตียงนอนอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นช่องเจาะทำเป็นโต๊ะทำงาน อ่านหนังสือที่มีกระจกบานใหญ่คอยมองดูวิวด้านนอกได้

มุมรับประทานอาหารในวิลล่ากับชุดอาหารเช้าจัดวางริมระเบียงวิวทะเล

มุมนี้ยังคงเป็นมุมที่ผมชอบที่สุด และนั่งนานที่สุด เพราะหอบงานมาทำด้วย จึงนั่งโต๊ะทำงาน และมีขนม ผลไม้ ให้ทาน

โหลแก้วใส่ของว่างต้อนรับวางบนโต๊ะริมหน้าต่าง

มีการ์ดต้อนรับเขียนด้วยลายชื่อ เสียบไว้ให้ด้วย ชอบฟีลลิ่งแบบนี้มาก แม้จะไม่ได้รู้หรอกว่า GM เป็นคนเขียนเองหรือไม่ แต่ก็ให้ฟีลแบบใส่ใจดี ช่วงนี้รีสอร์ตยังคงเน้นหนักเรื่องไฮยีนครับ เซฟตี้ดีทุกอย่างและมีชุดยังชีพด้านสุขอนามัย วางไว้ให้แขกด้วยบนโต๊ะเช่นเคย

ห้องนอนวิลล่าเปิดประตูกระจกสู่ระเบียงวิวทะเล

ภาพมุมกว้างจากในห้องนอน ที่มองเห็นระเบียงด้านนอก เชื่อมต่อกับวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา เรียกได้ว่าตื่นมาก็วิวนี้เลยครับ

ระเบียงพูลวิลล่ากับร่มและสระว่ายน้ำส่วนตัว เปิดวิวทะเล

ริมสระมีเก้าอี้ปรับเอนกายเพื่อการพักผ่อนสบายๆ พักเล่นน้ำพร้อมกับชมวิวทะเลไป

ระเบียงวิลล่ากับทิวมะพร้าวและวิวทะเลผ่านกระจก

ใกล้ๆ จะมีโต๊ะนั่งทานข้าวหรือขนมได้ ฟีลลิ่งสบายๆ เข้ากับการมาพักผ่อนแบบที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากนัก

อ่างอาบน้ำในห้องน้ำวิลล่า เปิดวิวทะเลและร่มชายหาด

จากห้องนอนเดินเข้ามาด้านในเป็นอ่างอาบน้ำที่มาพร้อมกับประตูกระจกบานใหญ่แต่เลื่อนเปิดออกไปได้ ให้เราสัมผัสบรรยากาศและไอทะเลจากด้านในห้องได้เลย

อ่างอาบน้ำทรงกลมริมกระจก มองเห็นทิวมะพร้าวและทะเล

อ่างอาบน้ำจัดวางเกลือขัดผิว เจลอาบน้ำ สบู่ ไว้ให้เรียบร้อย

ห้องน้ำเปิดวิวทะเลและร่มชายหาดผ่านกระจกบานสูง

พยายามถ่ายอ่างอาบน้ำในมุมตรงเพื่อให้เห็นภาพแบบจริงๆ ว่า จะมองเห็นวิวทะเลด้านนอกประมาณไหน

ทริปนี้ยังไม่ได้ลงรูปแช่อ่างเลย เค้าจะหาว่าเราเที่ยวทิพย์ไหมนะ

รายละเอียดก๊อกน้ำสไตล์วินเทจในห้องน้ำ

ด้านในสุดเป็นห้องอาบน้ำแบบ Shower ที่มีกิมมิคการออกแบบด้วยกระจกใสเปิดโล่งด้านบน ส่วน Toilet Amenities จะเป็นกลิ่นสมุนไพรจากทางรีสอร์ตเองและบรรจุในขวดเซรามิคเพื่อลดการใช้พลาสติก

ห้องน้ำกับอ่างล้างหน้าดินเผาคู่ ตกแต่งด้วยรากไม้และโคมหวาย

ห้องน้ำคือใหญ่มาก ถ้ารวมโซนแต่งตัวด้วย น่าจะใหญ่กว่าห้องนอน อ่างล้างหน้า แยกเป็นสองฝั่งแบบ His & Her

อ่างล้างหน้าดินเผาริมกระจก เปิดวิวทะเล

อ่างล้างหน้ามุมนี้สวยดี มีการเปิดช่องแสงรับวิวทะเลจากภายนอกด้วย แต่เปิดออกไปไม่ได้ อ้อมไปอีกนิดเข้าทางอ่างอาบน้ำได้สะดวกดี

ห้องน้ำวิลล่ากับอ่างล้างหน้าดินเผาคู่และโคมไฟหวาย

ชอบภาพนี้ เห็นการเชื่อมต่อทั้งภายในสู่ภายนอกวิลล่า ให้ความรู้สึกของการพักผ่อนกับธรรมชาติที่ยังคงความหรูหรา มีระดับ พร้อมกับการให้บริการที่สมบูรณ์แบบ

ชายสวมหมวกมองออกไปยังทะเลและทิวมะพร้าว

สระว่ายน้ำภายในวิลล่า ถ่ายภาพออกมาจะเห็นวิวทะเลแบบ 180 องศา ประมาณนี้

ฝักบัวกลางแจ้งกับหัวจ่ายน้ำลายปูนปั้นบนผนัง

ไม่รู้ทำไม เวลาถ่ายรูปตรงนี้ต้องทำท่ารับพลัง แต่มันก็ฮีลดีนะ

ต้นมะพร้าวริมทะเลกับวิวเกาะไกล

เกาะสมุยได้ชื่อว่าเป็น “เกาะมะพร้าว” ครับ เพราะมีต้นมะพร้าวเยอะมาก โดยเฉพาะในบริเวณทำเลที่โฟร์ซ๊ซั่นรีสอร์ตตั้งอยู่นั้นก็โอบล้อมไปด้วยสวนมะพร้าวและต้นไม้น้อยใหญ่

ภาพมุมสูงของอาคารร้านอาหารและสระว่ายน้ำกลางทิวมะพร้าว

สระว่ายน้ำส่วนกลางที่ถ่ายจากทะเลเข้ามา ฝั่งซ้ายจะเป็นวิลล่า ฝั่งขวาเป็นเรสสิเดนท์

ภาพมุมสูงของรีสอร์ตริมหาดกับหมู่วิลล่ากลางป่าเขียว

ชอบฟีลตอนเช้าที่สุด พระอาทิตย์จะขึ้นหลังทิวเขาค่อยๆ โผล่พ้นมา ทำให้มองเห็นวิลล่าต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายกัน

ภาพมุมสูงของหาดทรายกับร่มชายหาดสีฟ้า

ร่มสีฟ้าสดใส เข้ากันดีกับสีของน้ำทะเลและต้นมะพร้าว บอกเล่าถึงความรีเฟรช สบายๆ

รอยเท้าบนหาดทรายขาวละเอียด

มีใครชอบถ่ายรูปร่มโรงแรมเรียงๆ กันแบบผมบ้าง ชอบดูว่าที่ไหนใช้ร่มสีไหน เข้ากับคอนเซปต์โรงแรมหรือไม่

ภาพมุมสูงของหมู่วิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำกลางป่า

ห้องพักลดหลั่นกันไป ผมชอบการแทรกตัวของวิลล่าที่ซ่อนอยู่ในดงมะพร้าว ดูแล้วให้ความเป็นส่วนตัวแบบทรอปิคอลดี

เรือคายักและบอร์ดวางบนหาดทราย พร้อมคนถือบอร์ด

ที่บีชมีกิจกรรมเยอะมากเลยครับ สามารถมาใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวัน มีทั้งซัพบอร์ด พายเรือคายัค วอลเลย์บอลชาย ส่วนฝรั่งเล่นขว้างจานร่อน

คนเดินถือบอร์ดบนหาดทรายริมทะเลสงบ

ไปพายซัพบอร์ด สำรวจโลกกันดีกว่า

เรือคายักสีส้มเกยหาดทราย

เบื่อซัพบอร์ดก็มาพายคายัค เรานัดกับ นักโบโอโลจิสของที่นี่ตอนบ่ายสาม เราจะไปดำน้ำดูปะการังกัน

ภาพมุมสูงของท่าเทียบเรือลอยน้ำยื่นสู่ทะเลสีเทอร์ควอยซ์

ดูเหมิอนไม่ไกล แต่เหนื่อยมาก ต้องพักแปป

สองคนพายเรือคายักในทะเลกับฉากหลังภูเขาและเมฆขาว

พายคายัคไม่นานนะ แต่ก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี

ภาพมุมสูงของคนดำน้ำตื้นเหนือแนวปะการัง

ทีมงานจัดเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้เราเรียบร้อย จอดเรือไว้บนแพลตฟอร์ม จากนั้น จะพาเราไปดำน้ำดูปะการัง

ภาพมุมสูงของทางเดินลอยน้ำกับคนเดินบนท่า

ชอบแพลตฟอร์มกลางทะเลนี้มาก เหมาะสำหรับนอนอาบแดดช่วงบ่ายแก่ๆ เรื่อยไปจนถึงเย็นจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน

ศาลาฟิตเนสของรีสอร์ตกลางสวนเขียว

ใครสายลุย ชอบออกกำลังกาย นอกจากจะมีกิจกรรมทางน้ำแล้ว ยังมีกิจกรรมทางบกเช่น ฟิตเนสซึ่งอยู่บนเนินเขา มองเห็นวิวสวยมาก เก็บภาพมาฝากกันเล็กน้อย

ขออภัยที่ไม่ได้เข้าไปถ่ายด้านใน เนื่องจากเห็นมีแขกใช้บริการอยู่เลยไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัว

เวทีมวยไทยในศาลาออกกำลังกายของ Four Seasons Resort Koh Samui

อีกด้านจะเป็นเวทีมวย หากใครอยากลงนวมแบบตัวต่อตัว ต้องแจ้งล่วงหน้าครับ

ตราสัญลักษณ์ Four Seasons Resort Koh Samui ปั๊มนูนบนหนัง

เป็นสังเวียนผ้าใบที่ไฮโซสุดๆ

อ่าวชายหาดกับทิวมะพร้าวและเนินเขาเขียว

เรียกได้ว่า ที่นี่มีกิจกรรมมากมายให้เราได้ทำ ไม่มีเหงา หรือหากใครอยากนั่งชมทะเลเบาๆ ก็เชิญได้ที่ DayBed ริมชายหาด

ทิวมะพร้าวและแมกไม้ในโทนเข้มยามค่ำ

เรากลับไปเปลี่ยนชุดแปบ เดี๋ยวลงมาดินเนอร์แบบส่วนที่ริมชายหาด

ทิวมะพร้าวสูงตัดกับท้องฟ้าสีคราม

ใครสายชิลล์เชิญที่ Beach Deck มี Pool Bar อยู่ใกล้ๆ มองเห็นต้นมะพร้าวและวิวทะเล

เงาสะท้อนทิวมะพร้าวบนผิวน้ำในสระว่ายน้ำ

CoCoRum คือชื่อ Pool Bar ของ Four Seasons Resort Koh Samui บรรยากาศจะชิลๆ สบายๆ ไม่เน้นเสิร์ฟอาหารหนัก จะเป็นพวกเครื่องดื่มจิบๆ พร้อมของว่างพวก Tapas มากกว่า

ร้านอาหารกึ่งเปิดโล่งหลังคาไม้ของรีสอร์ต

ถ้าหิวก็มีห้องอาหาร Pla Pla อยู่ติดกัน บรรยากาศแบบริมทะเล ตกแต่งเก๋มาก จุดเด่นคือเน้นความสดของวัตถุดิบ เช่นซีฟู๊ดสดๆ จากชาวประมง ส่วนผักจะเป็นพวกออร์แกนิค

ค็อกเทลในแก้วทรงสูงตกแต่งด้วยเปลือกส้ม

AIRMAIL เครื่องดื่มเก๋ๆ ที่ใครมาต้องสั่ง กลุ่มเราสั่งกันทุกคน ดื่มหวานๆ ฉ่ำๆ สดชื่อจาก Light Rum น้ำผึ้งมะนาวและ Sparkling Wine

วิวทะเลยามอาทิตย์อัสดงมองผ่านแมกไม้บนเนินเขา

“At the beach, life is different. Time doesn’t move hour to hour, but mood to moment. We live by the currents, plan by the tides, and follow the sun until it sets.”

โคมไฟหวายแขวนกลางแมกไม้ยามพลบค่ำ

เย็นนี้เราจอง Exclusive Dinner เอาไว้ ในมุมส่วนตัว กับโต๊ะยาวๆ ที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดิน

มื้อค่ำริมทะเลบนโต๊ะยาวยามแสงสนธยา

บรรยากาศสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อน ทานอาหารอร่อย พูดคุยเม้าท์มอยกันไป ท่ามกลางวิวที่สวยงามของทะเลยามเย็น เป็นเครื่องปรุงรสชั้นเลิศที่ทำให้อาหารทั้ง 5 คอร์สของเรา อร่อยมากขึ้น

ของหวานรูปทรงไอศกรีมจัดวางบนจานสีเข้ม

ข้าวเหนียวมะม่วงในแบบของ Four Seasons Resort Koh Samui มันเก๋ มันจึ้งงงงงงงง

วิวชายหาดมองผ่านพุ่มว่านหางจระเข้และทิวมะพร้าว

ชอบรูปนี้ ตั้งใจถ่ายให้เหมือนเป็นกรอบรูปที่มีชีวิต

เงาคนถือเครื่องดื่มยืนระหว่างทิวมะพร้าวยามอัสดง

“Everyone should experience a sunrise at least once a day.”

– Phil Dunphy

ภาพมุมสูงของวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำกลางเนินเขาป่าเขียว

BEACH VILLA WITH POOL วิลล่านี้อยู่หน้าหาดเลยครับ มีความเป็นส่วนตัวมาก

ร้านอาหารเปิดประตูกระจกบานเฟี้ยมสู่สวนเขียว

เช้านี้เราไปทานอาหารกันที่ ห้อง KOH Thai Kitchen and Bar มีที่นั่งให้เลือกหลายมุมมากครับ

วิวหมู่วิลล่าบนเนินเขาและทะเลของรีสอร์ต

มุมไฮไลท์คือโต๊ะริมกระจกที่มองเห็นวิวเรสสิเดนท์และทะเลสุดลูกหูลูกตา

ศาลาร้านอาหารกึ่งเปิดโล่งหลังคาจากกับโคมระย้า

หรือว่าถ้าใครไม่ชอบแดดร้อนๆ เข้ามานั่งด้านในก็มีที่นั่งจัดไว้เยอะมาก รองรับแขกได้ทั้งฝั่งวิลล่าและเรสสิเดนท์ครับ

ระเบียงร้านอาหารเปิดวิวเนินเขาและทะเล

โต๊ะนี้เป็นอีกมุมที่อยากจะแนะนำ ไม่ร้อนแต่ได้วิวสวยไม่แพ้กัน สังเกตว่าที่นี่จะจัดโต๊ะอาหารกระจายกันไปแบบหลวมๆ ทำให้ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสูง

เคาน์เตอร์เบเกอรีและเดลี่กับเชฟและโคมไฟทองเหลือง

ไลน์อาหารเยอะมาก มีทั้งอาหารไทย เอเชี่ยน ยุโรป ครบตามมาตรฐาน Ultra Luxury Hotel แต่ที่อยากแนะนำคือครัวซองก์ อร่อย มาเป็นเลเยอร์และโพรงสวยมาก นอกจากนี้ยังสามารถสั่งอาหารได้จากเมนูที่พนักงานเตรียมให้ ส่วนมากเป็นอาหารไทย ผมทานกะเพราไข่เจียวทุกวันเลย ที่นี่ทำอร่อยมาก

เคาน์เตอร์บุฟเฟต์กับโคมไฟอุ่นอาหารและถาดอาหาร

อยู่กัน 2 คืนยังทานอาหารเช้าได้ไม่ครบเลยครับ ที่เห็นอยู่ในหม้ออุ่นร้อน จะเป็นอาหารปรุงสำเร็จ เช้าวันแรกได้ทานต้มข่าไก่เข้าไป บอกเลยว่า รสชาติแบบคนไทยทาน ไม่ใช่ครีมซุปแบบฝรั่ง ถึงใจมากครับ

ครัวซองต์อัลมอนด์วางบนถาดไม้

ทานครัวซองก์วันละ 3 ชิ้น ไม่อ้วนให้มันรู้ไป ทำไงได้ ก็ของเค้าอร่อยจริงๆ

ชามอาหารเช้าผลไม้สดกับเครื่องเคียงในโหลแก้ว

เมนูนี้เป็น Healthy Bowl เคยสั่งเมื่อมาทริปที่แล้ว แต่สังเกตว่า ครั้งนี้ตัดออกไปจากเมนู เลยลองถามดู พนักงานบอกว่า ถ้าอยากทานก็จัดมาให้ได้ครับ เป็นสมูธตี้ผสมโยเกิร์ตที่โรยหน้าด้วยผลไม้และธัญพืช อร่อยได้ประโยชน์ดีครับ

มื้ออาหารบนระเบียงเปิดวิวรีสอร์ตและทะเล

มื้อเช้า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ยอมรับเลยว่า ทานเยอะ เพราะอาหารเค้าอร่อยจริงๆ ยิ่งได้วิวสวยๆ มาช่วยเสริมบรรยากาศทำให้ยิ่งฟินมากขึ้นครับ

ของหวานแป้งอบโรยน้ำตาลไอซิ่งตกแต่งด้วยใบมินต์

French Toast สูตรของ Four Seasons Resort Koh Samui เป็น a must ที่ต้องทานครับ เนื้อขนมปังนุ่มและกรอบนิดๆ ด้านนอก ทานกับมะพร้าวแก้วกรอบ คือดีย์งาม ถ้าต้องการความหวานให้เพิ่มไซรัปน้ำผึ้งครับ

ภาพมุมสูงของแหลมป่าเขียวและแนวชายฝั่งยามพลบค่ำ

Four Seasons Resort Koh Samui เป็นอีกทริปที่สนุกและมีความสุขมาก ทีแรกว่าจะเป็นทริปพักผ่อน จะไม่แตะกล้อง น้องจะนอนชมทะเลอย่างเดียว แต่ก็ไม่ได้แหละ เพราะวิวสวยจึ้งงงงง บรรยากาศดี เพื่อนดี รีสอร์ตดี ทริปนี้จึงมีแต่ความประทับใจ

ใครสนใจรีสอร์ตดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองได้ที่ https://www.fourseasons.com/kohsamui/ ครับ

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

บันทึกการเข้าพักปี 2021

ภาพปกของรีวิว Four Seasons Resort Koh Samui กับเงาต้นปาล์มตัดท้องฟ้าสีชมพูยามอาทิตย์อัสดง

นอนหรูอยู่พูลวิลล่า กินหมูกะทะไฮโซในตำนาน

ไปชาร์จแบตรีทรีต ใช้ชีวิตอยู่กลางดงต้นมะพร้าว

ถ้าโฟร์เอสสร้างสรรเพลงดีมีคุณภาพ

ระดับ World Class ไว้ได้ยอดเยี่ยมอย่างไร้ที่ติ

ความ Signature ของรีสอร์ตระดับ Ultra Luxury

อย่าง Four Seasons Resort Koh Samui

ก็คือวิลล่าต่างๆ ซ่อนตัวอยู่กลางป่า ราวกับเป็นหนึ่งเดียว

เน้น Privacy ของแขก ในวันพักผ่อน ที่เรียกว่าพักจริงๆ

กานต์ชอบใจที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสีเขียวของต้นมะพร้าว

แม้ช่วงที่เข้าพักจะมีฝนตกลงมาบ้างในบางเวลา

แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ธรรมชาติจัดสรรความงามนี้มาให้

แนะนำให้ตื่นแต่เช้า #ถ่ายรูปกับต้นไม้พร้าวมุมไฮไลท์

ผมถามพนักงานตอนนั่งรถบัคกี้ไปหน้าหาดเล่นๆ ว่า

“ต้นมะพร้าวที่รีสอร์ตนี้มีกี่ต้น”

“856 ต้นครับคุณผู้ชาย” – เฮ้ยยยย ตอบได้จริงอ่ะ

“แต่ก็จะมีบางต้นที่โค่นบ้าง ก็มี” – แน่ะ ยังจะตอบอีก

ที่นี่ใช้คนสวนดูแลต้นมะพร้าวโดยตรง

จากนั้นไปหาอะไรอร่อยๆ และมีประโยชน์ตอนเช้าทานกันครับ

ผมว่าระยะหลังโฟร์ซีซั่นเน้นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

แต่กลางคืนขอปันใจไปให้หมูกะทะที่พูลวิลล่าหน่อยนะครับ

พอได้กินจริงๆ มันก็ฟินอะแหละ มีเรื่องไปคุยให้ลูกหลานฟัง

ว่าคุณตาเคยไปนั่งกินหมูกะทะที่โฟร์ซีซั่น เกาะสมุยมา 555

ส่วนเรื่องการบริการคือที่สุด ทุกจุดไม่มีหลุดเลยครับ

ที่ชอบอีกอย่างคือ #สปากลางป่า เดินไปเรื่อยๆ ราวกับไปเก็บเห็ด

แต่พอถึงห้องทรีตเม้นท์ก็หายเหนื่อย ใหญ่และสวยมากๆ

ครั้งนี้ลองเลือกเทอราพิสเป็นผู้ชายดูบ้างครับ

พี่ท่านดูเก๋าประสบการณ์ นึกถึงพี่เล็กที่โฟร์เชียงใหม่เหมือนกัน

หมอนวดที่ดูมีอายุมาก เหมือนจะแรงตก หลายคนไม่ชอบ

ที่จริง การนวดไม่ต้องหนักแต่เน้นๆ คลายทีละจุด คือดีที่สุด

จากนั้นก็ไปแช่อ่างน้ำนม ชมวิวไปเรื่อยเปื่อย ผ่อนคลายสักพัก

เป็นการรีทรีตที่สมบูรณ์แบบมากๆ ก่อนกลับกรุงเทพฯ

โฟร์ซีซั่น เกาะสมุยก็เป็นอีกรีสอร์ตที่กานต์ประทับใจครับ

ชวนไปเที่ยวด้วยกันในแคปชั่นใต้รูปเช่นเคยครับ

กานต์ลงรายละเอียดเขียนเล่าไว้ให้แล้วนะฮะ

ฝากกดไลค์ กดแชร์ให้กำลังใจรีสอร์ตและพนักงานด้วยครับ

มาโฟร์ ซีซั่น เกาะสมุยทั้งที ต้องถ่ายรูปที่มุมไฮไลท์ตรงนี้เอาไว้หน่อยครับ จะอยู่บริเวณหน้าสระว่ายน้ำกลาง แนะนำให้มาแต่เช้ามืดเพราะท้องฟ้าจะสวยมาก

ชายรับประทานอาหารเช้าลอยน้ำในสระว่ายน้ำส่วนตัวที่เปิดสู่วิวทะเล

หลังจากเรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลมาได้สักพัก ก็ทำให้คุณกานต์อยากมาลองชิมหมูกะทะในตำนานของโฟร์ซีซั่น ในบรรยากาศแบบพูลวิลล่ากันดูสักหน่อย

ภาพมุมสูงของวิลลาบนเนินเขาท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม
ภาพมุมสูงของแหลมป่าเขียวกับวิลลาและชายหาดยามแสงทอง

ด้วยทำเลที่อยู่ปลายแหลมราวกับเป็นติ่งเล็กๆ ที่ยื่นออกมา ทำให้โฟร์ซีซั่นได้วิว 360 องศาในมุมนี้ กานต์ยังไม่เคยเห็นรีสอร์ตที่ไหนในเกาะสมุยที่จะผสานความ Ultra Luxury และ Hospitality ที่เข้าได้ดีกับธรรมชาติแบบเป็นหนึ่งเดียวกันได้เช่นนี้เลย

โฟร์ซีซั่น เกาะสมุย จะมีทั้งในส่วนที่เป็นรีสอร์จและเรสสิเดนซ์ ครับ ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ ผมว่าจองเรสสิเดนซ์ 4-5 ห้องนอนไปจะสนุกกว่านะ

ภาพมุมสูงของวิลลาท่ามกลางป่าและชายหาดของรีสอร์ต

ภาพตัดมุมสูงโชว์เลย์เอ้าท์ของรีสอร์ต ผมว่าสวยมากครับ แต่ถ้ามุมระนาบปกติ เหล่านี้คือเนินเขาที่ลดหลั่นกันไป ทำให้แต่ละวิลล่าไม่บล็อควิวกันเอง จะได้เห็นทะเลแบบเต็มตา ในวันที่ฟ้าสวย น้ำทะเลที่สมุยจะเป็นสีฟ้าเทอควอยซ์ เข้าคู่กับสีเขียวของต้นไม้ ราวกับนัดกันมาคุมโทน

วิวจากภายในรถยนต์ระหว่างการเดินทางสู่รีสอร์ต

รถโรงแรมมารับจากสนามบินสมุยครับ เป็น Mercedes Benz GLA250 รถใหม่มาก คนขับมารอรับพร้อมกับประสานกับทางรีสอร์ตตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าแขกจะได้รับประสบการณ์จากการบริการที่ดีระดับสูงสุด

ขับผ่านร้านขนมจีนป้าไมตรี อยากชวนพี่เค้าแวะจัง 5555

ภาพรวมของระเบียงไม้ โคมไฟประดับ และหลังคาศาลาตัดท้องฟ้า

ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ก็มาถึงที่รีสอร์ตครับ รถตีโค้งขึ้นมาบนเขา จากนั้น จอดที่บริเวณด้านหน้า Lobby Arrival ด้านหน้าเป็นศาลาเล็กๆ ซึ่งตรงนี้ ด้านในจะเป็นจุดที่สำหรับเช็คอิน มีท่านลิงรอต้อนรับอยู่

พนักงานจะตีฆ้องหน้าประตู ก่อนที่จะเปิดออก เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่า แขกผู้ทรงเกียรติได้มาถึงที่พักของเราแล้ว

ชายยืนใต้ศาลาหลังคามุงจากมองวิวทะเล

View No.1 จุดแรกที่แขกมาถึงจะพบกับวิวนี้ครับ ที่ Lobby Arrival จะมองเห็นทัศนียภาพรอบรีสอร์ตแบบ 270 องศา (จะว่า 360 องศา ก็เดี๋ยวมีคนบ้าจี้เอาวงเวียนมาวัดว่าไม่ถึง เพราะศาลาบังอยู่เล็กน้อย 555)

วิวคือสตั้นท์ไป 3 วินาที ตื่นตะลึงในความงดงาม ช่วงค่ำๆ น่าจะสวยมาก

ห้องนอนวิลลากับเตียงคลุมมุ้ง ผนังไม้ และงานศิลปะประดับ

สักพักรถบัคกี้จะมารับไปส่งที่วิลล่าครับ เป็น 1 Bedroom Pool Villa

เปิดประตูมาจะเจอภาพนี้เลยครับ เป๊ะ ปัง ปั้วะมาก

ภาพคู่ของมุมทำงานในวิลลาวิวป่ากับการ์ดต้อนรับลายมือและของหวาน

มุมนี้เป็นมุมที่ผมชอบที่สุด และนั่งนานที่สุด เพราะหอบงานมาทำด้วย จึงนั่งโต๊ะทำงาน และมีขนม ผลไม้ ให้ทาน

ห้องนอนวิลลากับเตียงทรงสี่เสาคลุมมุ้ง ภาพประดับ และโคมไฟ

ในส่วนของเตียงนอนและการตกแต่ง เน้นความเป็นไทยร่วมสมัย มีกลิ่นอายล้านนานิดๆ แต่สังเกตผ้าปูเตียงสิครับ เรียบเนียนกริป

หน้าผมที่ว่าตึงๆ ยังต้องยอมแพ้ผ้าปูเตียงของที่นี่ 5555

รายละเอียดห้องนอนวิลลากับเตียงคลุมมุ้ง ภาพศิลปะ และโคมไฟ

ชอบหมอนของโฟร์ซีซั่นที่สุด มีความแข็งและนุ่มราวกับซ่อนกลไลอัจฉริยะไว้ด้านใน ปรับให้เข้ากับสรีระได้ดี จนแทบไม่ต้องเรียกแม่บ้านมาขอดู Pillow Program เพื่อเลือกหมอนเหมือนกับอีกหลายๆ ที่

วิลลากับมุมรับประทานอาหารริมหน้าต่างวิวป่า

ผมชอบรูปนี้ครับ สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของกานต์ได้ดีว่า เป็นคนที่ชอบการท่องเที่ยวพักผ่อนในโรงแรมสวยๆ แต่ก็ต้องมึมุมทำงานที่เอื้อต่อการประสานเจรจาธุรกิจ เพราะไม่อาจจะทิ้งงานไปเลยได้

หลายคนบอกว่า “อ้าว ก็ไม่เรียกว่าพักผ่อนล่ะสิ”

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมเลยครับ เพราะผมได้ทำงานที่รักและสนุกกับมันจนไม่เคยคิดว่างานคือความทุกข์ยาก และปรับงานให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความสุขในชีวิตได้อย่างลงตัว

ห้องน้ำกับอ่างหินคู่ กระจก อ่างอาบน้ำ และวิวป่าผ่านหน้าต่าง

ห้องน้ำ กว้างราวสนามฟุตบอล (นั่นก็เกินไปนิด 55) แต่กว้างมาก แยกส่วนออกมาจากห้องนอน

อ่ะ ดูรูปต่อไป

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหินกับโคมไฟหวายและกระจกในห้องน้ำ

ด้านในจะเป็นของคุณผู้หญิง 555 อันนี้จากมโนของผมนะครับ เพราะมีไดร์เป่าผม และของกระจุกกระจิกวางไว้โซนนี้หมดเลย มีเก้าอี้ให้นั่งแต่งหน้าหน้ากระจกด้วย เก๋ๆ

ห้องน้ำที่เปิดรับวิวทะเลกับระเบียงและเตียงอาบแดด

ส่วนของคุณผู้ชายก็เรียบๆ ง่ายๆ ไม่ต้องเสริมเยอะ เพราะหล่อแล้ว อยากออกไปนั่งเล่นด้านนอกเต็มแก่แล้วครับ

เป็นห้องแต่งตัวที่วิวสวยมากกกกกกก

อ่างอาบน้ำกลางแจ้งท่ามกลางแมกไม้เขียวของวิลลา

ด้านในสุดเป็นอ่างอาบน้ำ ประตูกระจกบานใหญ่สามารถเปิดได้ เพื่อให้เราได้เทควิวทะเลเต็มตา เพลิดเพลินเวลาที่เป็นส่วนตัวของเราจริงๆ

ซึ่งอีกนัยหนึ่งคือ เวลาที่เราเล่นในน้ำในสระเสร็จแล้วสามารถเดินเข้าห้องน้ำได้เลยครับ จะได้ไม่เลอะในส่วนของห้องนอนนั่นเอง

ของต้อนรับกับกล้วยไม้ในภาชนะ ชามมะพร้าว และการ์ดต้อนรับ

ความเก๋ในกิมมิคเล็กๆ คือนางวาง Paradise Bath เอาไว้ให้พร้อมกับการบอกขั้นตอนในการปรนเปรอผิวเล็กๆ เอาไว้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็มีสครัปจากเกลือ จากมะพร้าว วางเอาไว้ให้

และมีกลีบดอกกุหลาบเตรียมไว้โรยได้ด้วยตัวเองด้วย

เพอร์เฟค!!

รายละเอียดเครื่องนอนกับหมอนอิงในห้องพัก

ด้านนอกเป็น Day Bed เอาไว้นั่งอ่านหนังสือริมสระดูวิวทะเลเบาๆ

ฝักบัวกลางแจ้งกับแขกที่ยืนหันหลังท่ามกลางผนังหิน

รับพลังกันหน่อยครับ

ภาพมุมสูงของวิลลาบนเนินเขากับป่าและชายหาด

ภาพวิลล่าและสระว่ายน้ำส่วนกลางที่ถ่ายจากทะเลเข้ามา สวยมากครับ เสียดายอากาศไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไร แต่ก็ได้ฟีลแบบกรีนๆ ทรอปิคอลมาแทน

ภาพมุมสูงตรงลงมาของชายหาดกับต้นปาล์ม สระว่ายน้ำ และเตียงอาบแดด

ส่วนตัวเล็งวิลล่าหลังนี้ไว้ อยู่หน้าหาดเลยครับ ครั้งหน้าจะต้องไม่พลาด เพราะบรรยากาศน่าจะดีที่สุด แต่ราคาก็แรงสุดเช่นกัน

แต่ดูด้านหน้าวิลล่าสิครับ ราวกับว่า ท้องทะเลนี้เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว

ภาพนี้เช็คกับทางรีสอร์ตแล้วนะครับว่าวันที่ถ่ายไม่มีแขกเข้าพัก

ศาลาร้านอาหารริมหาดหลังคามุงจากกับต้นปาล์ม

มื้อกลางวันเปลี่ยนมาทานที่ห้องอาหารริมทะเล ชื่อ Pla Pla บรรยากาศดีมาก สั่งเป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ มาทาน มีทั้งผัดไท สปาเก็ตตี้ และซีซ่าร์สลัด ความสดของวัตถุดิบนั้นเป็นเครื่องการันตีความอร่อย ที่สำคัญโฟร์ซีซั่นเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิคเป็นส่วนใหญ่

ใกล้ๆ กันจะเป็น CoCoRum บีชบาร์ เน้นเครื่องดื่ม

อาหารเช้ากับขนมปังและชามบนถาดดำวางบนใบตอง

ผมชอบของหวานจานนี้ เป็นไอศกรีม รสชาติเจ้มจ้นมากกกกกก ตอนแรกไม่อยากทานเพราะกลัวหวานและกลัวอ้วน

แต่พอกัดเข้าไปคำแรกเท่านั้น …. ก็เกลี้ยงจานในอีก 5 นาทีต่อมา

คนยืนริมหาดยามอาทิตย์อัสดงมองแหลมไกลออกไป

ทริปนี้ไม่ค่อยได้เน้นหาดเท่าไร อย่างที่บอกไป กานต์เป็นคนชอบมาพักผ่อนที่ทะเล แต่ไม่ชอบเล่นน้ำทะเล อย่างมากก็แค่ไปเดินๆ เล่นริมหาด ถ่ายรูปนิดหน่อย แต่ชอบนั่งๆ นอนๆ ฝั่งเสียงคลื่น รับลมเย็นๆ มากกว่า

อาหารเช้าลอยน้ำในสระกับสำรับอาหารไทยในถังไม้ริมขอบสระ

ได้เวลานัดหมาย ใกล้ค่ำ หมูกะทะในตำนานของโฟร์ซีซั่นก็มาเสิร์ฟเราถึงในวิลล่า แนะนำว่าให้โทรจองไว้ก่อนนะครับ พนักงานจะได้เตรียมและเข้ามาเซ็ตให้

กลับมาถึงในวิลล่าก็จะได้ทานเลยทันที

สั่งอาหารรสจัดมาทานด้วยอีก 2 อย่าง คือส้มตำกับยำเนื้อย่าง

ขอย้ำว่า ทั้งหมดนี้ ทานที่ในวิลล่าของโฟร์ซีซั่น เกาะสมุย ตอนนี้กลายเป็นต้นแบบให้กับรีสอร์ตหรูหลายๆ แห่งเริ่มทำบ้างแล้ว

ราคา 2,400++ บาท ครับ สามารถสั่ง Add On ได้อีก

ห้องนอนวิลลากับเตียงคลุมมุ้ง แขกสวมหมวกนั่งบนเตียง และโคมไฟ

Jim Carrey เคยพูดว่า “Every morning, I wake up saying, ‘I’m still alive, a miracle.’ And so I keep on pushing.”

เดี๋ยวนี้ตื่นมาตอนเช้า ประโยคแรกที่เข้ามาในหัวคือ “เราติดยังวะ” พร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ 2-3 ที ถ้าจมูกยังได้กลิ่น ก็ค่อยโล่งใจ 555

Good Morning จากเกาะสมุยครับ เตียงนอนคือดีย์มาก ชอบที่นอนของที่นี่ นอนสบายดีครับ หลับจนแทบไม่อยากตื่น

แต่เช้านี้เรามีภารกิจ

วิวแนวชายฝั่งและภูเขาเกาะสมุยยามพลบค่ำ

สมุยเป็นเกาะที่สวยมาก ไม่แปลกใจว่าทำไมต่างชาติที่เลือกมาพักที่นี่กันเยอะ เพราะมีครบทั้งธรรมชาติที่สมบูรณ์ วิถีชีวิตแบบชาวบ้านชาวประมง ที่ยังคงมีอยู่และปรับไปบ้าง ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่ผมชอบครับ

เงาต้นปาล์มตัดท้องฟ้าสีทองยามอาทิตย์อัสดง

เช้านี้ ลงไปถ่ายรูปที่สระว่ายน้ำ ครับเป็นมุมที่ผมว่าสวยมาก แสงดีและที่สำคัญ “ไม่มีคน” เพราะถ้าเป็นช่วงสายแขกจะเริ่มลงมาเยอะมาก

ผมเองเดินไปมาอยู่ขอบสระ เหมือนเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ พร้อมกับฮัมจังหวะโยกเบาๆ ราวกับที่มีต้นมะพร้าวกำลังลู่ลมคอยเป็นแดนเซอร์

สับปะรดและของต้อนรับวางในห้องพัก

ใช้เวลาอยู่ชายหาดตอนเช้าสักพัก ก็กลับเข้ามาในวิลล่า ได้กลิ่นขนมปังปิ้งลอยมา

ใช่แล้วครับ พนักงานมาปิ้งขนมปังให้ทานในวิลล่ากันใหม่ๆ เป็นการใส่ใจในดีเทลที่ดีมาก

พนักงานเสิร์ฟอาหารริมระเบียงกับต้นปาล์มและทะเล

พนักงานจัดเตรียมอาหารตามที่เราสั่งเอาไว้ล่วงหน้า เช้านี้เลือกอาหารแบบวาไรตี้มากๆ เพราะอะไรก็อยากชิมไปเสียหมด

แขกพักผ่อนในชุดคลุมลายทางในห้องพัก

มะพร้าวคือ Signature ของที่นี่ ต้องมีสักช็อตนะที่ถ่ายรูปกับลูกมะพร้าว

อาหารเช้าในห้องพักกับเบเกิล แซลมอนรมควัน ผลไม้ และน้ำส้ม

อาหารเช้าในแต่ละวันจะมีเมนูไฮไลท์ประจำวัน ถูกสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวันไม่ให้ซ้ำกัน

ภาพคู่ของวิวต้นปาล์มและจานอาหารเช้าที่จัดวางอย่างประณีต

ถ้าไม่ทานในวิลล่า สามารถไปทานได้ที่ ห้อง KOH Thai Kitchen and Bar บรรยากาศดีมาก

เช้าวันที่ 2 ไม่ค่อยหิวเท่าไร เพราะอยู่ที่นี่กินๆ นอนๆ ตลอดเวลา เช้านี้เลยสั่งครัวซองก์มาทานพร้อมกับซุปเปอร์โบลว์มาเบาๆ

กล้วยไม้และใบไม้เขตร้อนประดับบนโต๊ะ

สายๆ จองสปาเอาไว้ครับ สปาที่นี่ชื่อ Secret Garden Spa มาในคอนเซปต์สวนป่าแห่งความลับ เพราะเหมือนหลุดไปจากอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่เงียบสงบ

ทำการลงทะเบียนเสร็จ ผมเลือกอโรม่าเป็น Relaxing Oil จะเป็นลักษณะของเทสต์แล้วทิ้งครับ ไฮยีนขั้นสุด

ชายในชุดคลุมนั่งบนโซฟาในวิลลากับใบประกาศประดับผนัง

ผมเลือกเป็นนวดน้ำมันปกติครับ เริ่มต้นก็ด้วยการคลีนนิ่งก่อน แต่ที่จริง Signature ของสปาคือการนวดกะลา หมายถึงใช้กะลามะพร้าวมาเป็นองค์ประกอบในการนวดกดจุดและคลึงเส้น

ใครสนใจก็ลองได้ครับ

นักบำบัดนวดขาให้แขกในห้องทรีตเมนต์ของสปา

สปา ผมชอบเน้น เท้ากับขา และคอ บ่า ไหล่ ครับ จริงๆ ก็เกือบทั่วทั้งร่างกายแล้วเนอะ 555 เทอราพิสน้ำหนักมือดีมากครับ เหมือนไม่ได้ใช้แรงเยอะ แต่พลังในการกดน้ำหนักคือดีมาก มันออกมาจากข้างใน

สังเกตเทอราพิสคนไหนที่หน้าแดง เหมือนออกกำลังกายมา นั่นแปลว่าเขากำลังเค้นสรรพกำลังส่งมายังร่างกายของเราเพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า

ชายอาบน้ำกลางแจ้งท่ามกลางแมกไม้เขียว

จากนั้น นวดเสร็จก็มาอาบน้ำกลางแจ้ง ยั่วๆ กันหน่อย 555

มื้อค่ำส่วนตัวบนระเบียงกับการตกแต่งดอกไม้ท่ามกลางป่า

อ่างน้ำนมคือดีย์ อากาศสบายๆ ขอน้ำนมอุ่นๆ ปรับสมดุลร่างกาย ผมว่าเป็นอะไรที่ลงตัวมาก จบกระบวนการสปาโดยสมบูรณ์แบบ

ถือเป็นการชาร์จแบตในวันพักผ่อนได้อย่างยอดเยี่ยมครับ กลับไปทำงานต่อ มีแรงแล้ว

สู้ๆ

ภาพมุมสูงของหาดเงียบสงบและแหลมป่าเขียวกับวิลลาของรีสอร์ต

#โดยสรุปFour Seasons Resort Koh Samui, Thailand เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในการพักผ่อนของเรา ท่ามกลางดงมะพร้าวและหาดทรายที่ทอดยาว พร้อมด้วยการบริการระดับวิเศษสุด สมกับความเป็น World Class Hospitality

ช่วงหลังรีสอร์ตกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง เพราะ The White Lotus ซีซั่น 3 เลือกเกาะสมุยเป็นฉากหลัง ไมค์ ไวต์ ผู้สร้างซีรีส์ให้สัมภาษณ์กับ Time ว่าเลือกที่นี่เพราะบรรยากาศเข้ากับปรัชญาตะวันออกที่ซีซั่นนั้นพูดถึง เป็นกิมมิคที่ทำให้คนรู้จักที่นี่มากขึ้น แม้เสน่ห์จริงของรีสอร์ตจะอยู่ที่อย่างอื่น

สำรวจรีสอร์ต: ต้นมะพร้าว 856 ต้นบนเนินเขา

ต้นมะพร้าว 856 ต้นคือ Signature ของรีสอร์ตระดับ Ultra Luxury อย่าง Four Seasons Resort Koh Samui ด้วยทำเลที่อยู่ปลายแหลมราวกับเป็นติ่งเล็กๆ ที่ยื่นออกมา ทำให้โฟร์ซีซั่นได้วิว 360 องศา มีวิลล่าต่างๆ ซ่อนตัวอยู่กลางป่า ราวกับเป็นหนึ่งเดียว เน้น Privacy ของแขก ในวันพักผ่อน ที่เรียกว่าพักจริงๆ

กานต์ในฐานะแฟนตัวยงของ Four Seasons Hotels & Resorts จึงอยากพาไปสำรวจทุกซอกมุมที่ใช้ในการถ่ายทำซีรีย์ The White Lotus ซีซั่น 3 ก่อนจะเปิด EP1 ให้ชมกันในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ครับ

ภาพปกรีวิว Four Seasons Resort Koh Samui ตามรอย White Lotus
KANT ท่ามกลางต้นปาล์มยามพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าสีชมพู
ชายหาดพร้อมเรือ ต้นปาล์ม และภาพคน
KANT ในสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พร้อมวิวทะเล
ภาพมุมสูงวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำในป่าเขียว
ภาพมุมสูงอ่าวชายหาดท่ามกลางป่าและสระว่ายน้ำ
ภาพมุมสูงชายหาดพร้อมรีสอร์ท ต้นปาล์ม และเตียงอาบแดด
ภาพมุมสูงชายหาดพร้อมเตียงอาบแดดและต้นปาล์ม
ท่าเทียบเรือทอดลงสู่ทะเลพร้อมฉากเขา
คนลากเรือคายักบนชายหาด
ภาพมุมสูงชายหาดพร้อมร่มสีฟ้าและต้นปาล์ม
วิวเนินเขาและสายหมอก
มุมรับประทานอาหารในวิลล่าพร้อมเก้าอี้หวายและหน้าต่าง
ห้องนอนวิลล่าพร้อมเตียงมุ้งโปร่งและงานศิลปะ
ห้องนอนวิลล่าพร้อมเตียง วิวทะเล และงานไม้
วิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว เตียงอาบแดด และวิวทะเล
ระเบียงวิลล่าพร้อมวิวทะเลและต้นปาล์ม
ห้องน้ำวิลล่าพร้อมอ่างอาบน้ำและวิวทะเล
ห้องน้ำวิลล่าพร้อมอ่างอาบน้ำและวิวสวน
ระเบียงวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำ วิวทะเล และต้นปาล์ม
ห้องน้ำวิลล่าพร้อมเคาน์เตอร์อ่างคู่ ผนังกระจก และสวน
ห้องนอนวิลล่าพร้อมผนังกระจกมองป่า
สระว่ายน้ำและร้านอาหารพร้อมเตียงอาบแดด ร่ม และวิวทะเล
สระว่ายน้ำอินฟินิตี้พร้อมต้นปาล์มและวิวทะเล
เนินเขาต้นปาล์มพร้อมวิวทะเล
ต้นปาล์มพร้อมวิลล่าและวิวทะเล
ชายหาดพร้อมเตียงอาบแดด ต้นปาล์ม และเนินเขา
ภาพมุมสูงอ่าวพร้อมวิลล่า ป่า และทะเล
ภาพมุมสูงแพลอยน้ำกลางทะเล
ภาพมุมสูงต้นปาล์มและชายหาด
รายละเอียดผืนทรายชายหาด
เวทีมวยไทยภายในรีสอร์ท

คำถามที่พบบ่อย

Four Seasons Koh Samui อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

Four Seasons Resort Koh Samui ตั้งอยู่ที่อ่าวแหลมใหญ่ ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสมุย ห่างจากสนามบินสมุยราว 30 นาทีโดยรถยนต์ รีสอร์ตจัดบริการรับส่งสนามบินด้วยรถเมอร์เซเดส-เบนซ์หรือรถตู้ระดับลักชัวรี พร้อมการต้อนรับตั้งแต่ถึงสนามบิน ทำเลบนเนินเขาริมอ่าวที่เงียบสงบยังเปิดวิวอ่าวไทยและเกาะพะงันได้เต็มตา

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาห้องพักอยู่ในระดับบนสุดของตลาดเกาะสมุย เริ่มต้นหลักหลายหมื่นบาทต่อคืนและปรับตามฤดูกาล สิ่งที่ได้กลับมาคือวิลลาส่วนตัวพร้อมสระว่ายน้ำอินฟินิตี้ทุกหลัง ตกแต่งด้วยไม้โรสวูดและผ้าไหมไทย ความคุ้มค่าจึงวัดจากความเป็นส่วนตัวระดับวิลลา บริการแบบ Four Seasons และทำเลริมอ่าวที่หาได้ยาก มากกว่าตัวเลขราคาเพียงอย่างเดียว

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ไฮไลต์ของรีสอร์ตคือวิลลาตั้งแต่หนึ่งถึงสี่ห้องนอนที่ไล่ระดับลงเนินเขาสู่ทะเล แต่ละหลังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวและวิวอ่าวไทยแบบพาโนรามา ซิกเนเจอร์ที่พูดถึงกันมากคือ CoCoRum บาร์ริมสระที่เป็นห้องสมุดรัมแห่งแรกของเอเชีย รวบรวมรัมและสุราหายากจากทั่วโลก งานออกแบบโดยรวมผสานความเป็นไทยร่วมสมัยเข้ากับภูมิทัศน์เขตร้อนได้อย่างประณีต

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.