Last Updated: 19 July 2026
ENGLISH SUMMARY
The Standard, Hua Hin is a beachfront lifestyle hotel from The Standard, known for its playful, colour-saturated design. This KANT review covers its bold interiors, its lively poolside scene and its easy beachfront access. Rates start around THB 3,500 per night, suiting younger travellers after a vibrant, informal Hua Hin stay.
สรุปตรง
The Standard Hua Hin คือรีสอร์ตไลฟ์สไตล์ริมหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีห้องพัก 199 ห้องทั้งห้อง สวีต และพูลวิลล่า งานออกแบบโดยสตูดิโอ Onion จากกรุงเทพฯ ที่ใส่สีสันจัดจ้านและความสนุกอันเป็นลายเซ็นของแบรนด์ The Standard จุดที่ทำให้ต่างจากรีสอร์ตหัวหินทั่วไปคือดีไซน์เรโทร-ทรอปิคัลกับบรรยากาศไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา มีสระว่ายน้ำริมหาด ห้องอาหารออลเดย์ The Lido ร้านไทย Praça และ Juice Café จุดขายคือรีสอร์ตริมทะเลดีไซน์สนุกใกล้กรุงสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหามากกว่ารีสอร์ตครอบครัวแบบเดิม ราคาเริ่มต้นหลักสามพันห้าต่อคืน
| KANT Rating | 4.8 / 5 |
|---|---|
| Location | หัวหิน · ประจวบคีรีขันธ์ |
| Price | เริ่มต้นราว 3,500 บาท/คืน |

#โรงแรมเปิดใหม่ กวน…ทีนที่สุดในเวลานี้![]()
เอ๊ย!! ไม่ได้ว่าอะไรเค้าเลยนะ แต่ไปพักมาแล้วฟีลลิ่งมันพาไปแบบนี้จริงๆ ก็เป็นไปตามคอนเซปต์สนุกสนาน ขี้เล่น เป็นกันเอง กานต์ไปพักที่ The Standard โรงแรมแห่งล่าสุดของโลกครับ คือที่หัวหิน บรรยากาศฟินดีมาก มีความฮิพแต่ไม่เยอะ ได้ฟีลแบบไมอามีที่มีการผสานเอางานศิลปะกับทะเลเข้ามาไว้ด้วยกัน #มันดีย์มาก
กานต์ชอบการสร้างฟีลลิ่งของที่นี่ มีการออกแบบให้ผัสสะต่างๆต้องทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างเรื่องการเอาความอาร์ตและคัลเจอร์มาเป็นหลักในการออกแบบ เราจะเห็นได้ทันทีว่าที่ The Standard, Hua Hin มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พอเดินผ่านบางจุดที่เป็นต้นไม้เขียวครึ้ม (ซึ่งที่นี่แทบจะไม่ตัดต้นไม้เดิมเลยครับ) เราจะได้ยินเสียงนก รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที มีความอิงธรรมชาติมาก แต่พอเดินไปถึงที่โซนบีชบาร์ กรูฟจะเปลี่ยนเลยจ้า ปรับโหมดด่วน!! ให้เรามีความเอนจอยมากขึ้น ฟังแล้วอยากจะโยกเบาๆ ตามเสียงเพลง
หรือแม้แต่เรื่องสีสันที่หยิบจับมาออกแบบ ผมเห็นดีไซน์แล้วชอบมาก แต่ละจุดถูกออกแบบเหมือนวางไว้แบบไม่ตั้งใจ (แต่ตั้งใจมาก) ดูเป็นงาน Installation Art ที่กระจายตัวไปทั่วโรงแรม โดยไม่ต้องอาศัยชื่อเรียก แต่เข้าใจได้ทันทีว่ามันต๊าซมาก อยากถ่ายรูปไปเสียทุกจุด
ผมยกตัวอย่างประมาณนี้ละกัน อยากให้มาสัมผัสเองจะดีกว่า เหล่านี้ดูเป็นการสื่อสารนามธรรมที่เอาจริงๆ คือทำยากอยู่นะ แต่ถ้าโรงแรมไหนทำได้ “ถึง” เราจะรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่สนุกและมีความสุขมาก เหมือนกับที่เลือกมาพัก The Standard, Hua Hin ครับ ไม่อยากกลับเลย เอาจริง
สระว่ายน้ำสไตล์ Miami
สระว่ายน้ำคือดีย์ เหมือนที่ The Standard Spa – Miami เพราะเป็น Sister Hotel กัน ตอนเย็นผมนั่งชิลที่ Lido Bar บรรยากาศดีมาก แต่หากใครยอมตื่นเช้า ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่หัวหินแสงสวยที่สุดครับ ผมเก็บภาพชายหาดหัวหินตอนเช้ามาฝากด้วย สวยเชียว
ส่วนห้องพักมีทั้งห้องบนตึกและวิลล่า แต่ผมว่าที่สวยและต้องแย่งชิงกันหน่อยคือ Bayside Villa บอกได้คำเดียวว่า “โคตรสวย” ถ่ายรูปออกมาปังป๊วะทุกมุม
อ๊ะ!! ถ้าไม่เชื่อ คลิกเข้าไปดูรูปและอ่านแคปชั่นกันต่อด้านในนะ
คอนเซ็ปต์สนุกสนานสไตล์ The Standard
The Standard โรงแรมที่มีความกวน ขี้เล่น สนุกสนาน เป็นกันเอง ตั้งแต่การวางโลโก้กลับหัว ไปจนถึงการออกแบบสถานที่และประสบการณ์ที่อยากจะมอบให้
ผมชอบดีไซน์ของ Bayside Villa ที่สุดครับ

The Standard, Hua Hin ใช้สีเหลืองในการสื่อสารแบรนด์ สีโปรดของผมเลย ผมว่าเป็นสีที่สนุกสดใสดี

ห๊ะ!! อะไรนะ
The Standard, Highline New York ที่ว่าดังๆ ยังต้องหลีกทางให้กับ The Standard, Hua Hin เพราะมาแล้วฟินกว่ามาก
งั้นเลย!! 555

ห้องพักและวิลล่า: Canopy, Pool Villa และ Standard Room
The Standard, Hua Hin มีห้องพักหลายแบบที่คาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน เลือกให้ตรงกับทริปสำคัญกว่าเลือกที่ราคา เริ่มจาก Canopy Villa ขนาด 82 ตร.ม. วิลล่าชั้น 2 ที่มองเห็นยอดไม้พริ้วไหวได้ตลอดเวลา ส่วน Bayside Villa ห้องที่ผมชอบที่สุด เดี๋ยวพาเดินดูทั้งหลังด้านล่างครับ

ภายในวิลล่าแบ่งเป็นชั้นบน เป็นห้องนอนพร้อมเตียงคิงไซส์ มุมนั่งชิลล์ แถมยังมีมุมแต่งตัวกับกระจกบานใหญ่

ในวิลล่ามีเพลงเปิดเองให้ฟังสบาย ๆ ด้วยลำโพงบลูทูธ เติมเต็มความสดชื่นด้วยเรนชาวเวอร์หรือจะแช่น้ำในอ่างก็ฟินไม่แพ้กัน

Standard Pool Villa พร้อมสระส่วนตัว
Standard Pool Villa มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวและเดย์เบดด้านนอก

Standard Pool Villa มีหลายไซส์ตั้งแต่ 99 – 106 ตร.ม

ห้องนอนมีเตียงคิงไซส์ ภายในวิลล่ามีมินิบาร์ ลำโพงบลูทูธไว้เปิดแทร็คลิสต์สุดโปรด ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่มาพร้อมเรนชาวเวอร์และอ่างอาบน้ำแยก สวนขนาดย่อมสุดสบายตา

Superior Suite ห้องมีใหญ่อยู่นะ พื้นที่ 70 ตร.ม. ใหญ่ที่สุดในบรรดาห้องทั้งหมด มาพร้อมกับเตียงนอนคิงส์ไซส์

ห้องนั่งเล่นดีไซน์อบอุ่น พร้อมโต๊ะทำงานให้เคลียร์งานก่อนจะเต็มที่กับเว็ตบาร์ที่อัดแน่นไปด้วยของกินดื่มเสมือนพร้อมที่จะปาร์ตี้ ห้องน้ำแยกเฉพาะสำหรับแขก ระเบียงส่วนตัว และหาไม่ได้ที่ไหนแน่นอน!

ห้องน้ำเอาใจสายปาร์ตี้ด้วย เรนชาวเวอร์พร้อมอ่างอาบน้ำที่มีดิสโกบอลแขวนอยู่

Standard Room สำหรับสายปาร์ตี้
สายปาร์ตี้ แฮงค์เอ้าท์น่าจะถูกใจห้องนี้

ห้องน้ำของ Superior Suite

The Standard Suite ให้อารมณ์เหมือนมาพักผ่อนที่บ้านส่วนตัวริมชายหาด ด้วยขนาด 54 ตร.ม. พร้อมเตียงคิงไซส์และผ้าปูอย่างดี

พื้นที่นั่งเล่นที่กว้างเสมือนกับเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งได้เลย ตกแต่งน่ารักมาก

มีมุมให้เอนหลังบนโซฟานุ่มๆ มินิบาร์ วิวสวนสุดสบายตา เลือกฟังเพลย์ลิสต์โปรดกับลำโพงบลูทูธ

Superior Twin ห้อง type นี้จะอยู่ชั้น 4 ถึงชั้น 6 มีทั้งหมด 16 ห้องเท่านั้น ด้วยขนาดกว้าง 39 ตร.ม. มาพร้อมเตียงคู่แสนสบาย

ชอบการตกแต่งในทุกห้องที่คุมตีมงานดีไซน์ได้ดี

มีระเบียงส่วนตัว พร้อมสูดโอโซนกันให้เต็มปอดกับวิวสวนสุดสบายตา

ส่วนอีกห้องที่คล้ายกันจะเป็น Standard Twin อยู่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 ขนาด 39 ตร.ม. ถ้าเป็นชั้น 1 เลยก็ได้วิวสวนสวยอยู่นะ

แต่ถ้าใครกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวไม่แนะนำชั้น 1 เพราะคนเดินผ่านไปมา

ห้องน้ำดีไซน์เก๋ดีนะ มาพร้อมกับเรนชาวเวอร์

ส่วนห้อง Superior King จะไซส์เล็กลงมาอีกหน่อย ขนาด 35 ตร.ม ตั้งอยู่บนชั้น 4 ถึงชั้น 6 ได้วิวทะเลกับเค้าอยู่บ้าง

ภายในตกแต่งดี เดี๋ยวนี้ฮิตนำเฟอร์นิเจอร์เทรนด์รักษ์โลก มีความไม้ ความหวาย นำมาเป็นกิมมิค ชอบโคมไฟให้อารมณ์ซึ้งนึ่งข้าวเหนียวของชาวบ้าน

มีระเบียงส่วนตัว ชมวิวสวน วิวทะเล ก็ว่ากันไป

ส่วนห้องเริ่มต้นจะเป็น Standard King ขนาด 35 ตร.ม. เรียงรายตั้งแต่ชั้น 1 ถึง ชั้น 3 มาพร้อมกับเตียงนอนใหญ่สีเหลืองสดใส

ใดๆ คือชอบการตกแต่งของ The Standard Hua Hin มาก ทำห้องได้น่ารัก ชิคๆ

ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว แต่ถ้าเป็นชั้น 1 อาจจะไม่ค่อยส่วนตัว แต่จริงๆ ได้ฟีลลิ่งเหมือนอยู่บ้านดีอยู่นะ

ตัว Exterior ตอนกลางคืนดีไซน์สวย ดูอาร์ตดีเข้ากับฟีลลิ่งเมืองศิลปะตากอากาศแบบหัวหินดีนะ

การเดินทางสู่ The Standard หัวหิน
หัวหินเป็น Destination ที่ไม่ไกล เดินทางง่ายครับ ขับรถจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง

เข้าซอยหัวหิน 61 นิดหน่อยแล้วเลี้ยวเข้าถนนนเรศดำริห์ ก็จะถึง The Standard, Hua Hin
จอดรถกันตรงนี้ เดี๋ยวมีพนักงานมาช่วยยกกระเป๋า เอามา 3 ใบเองครับ ไม่เยอะเลย 555 แต่เอาจริงอุปกรณ์การถ่ายรูปเยอะมากนะ กะว่าจะเก็บมุมสวยๆ มาฝากทุกคนอ่ะแหละ

Lobby และงานดีไซน์
Lobby ที่นี่เป็นแบบ Open Air ตามคอนเซปต์โรงแรมใหม่ๆ หลังโควิดเลยนะ แต่ว่าที่เก๋กว่าคือเก้าอี้ที่ได้แรงบันดาลมาจาก … ที่นั่งในชานชาลารถไฟ ซึ่งสถานีหัวหินก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลยครับ
ส่วนด้านในเป็นมุมช้อป ขายของแบบเก๋ๆ ตามคาแรกเตอร์โรงแรม

งานดีไซน์ยกให้เค้าเถอะ อาร์ตมากทุกจุดตั้งแต่พื้นยันหลังคา
มุมนี้แนะนำว่าให้ออกมาถ่ายตรงลานจอดจะเห็นชัดกว่า

ผังโรงแรมและคลัสเตอร์วิลล่า
ห้องพักรวม 199 ห้อง มี 2 อาคาร รูปตัว L ซ้อนทับกัน ตรงกลางเป็นสวนขนาดใหญ่ รวม 178 ห้องและด้านในมีอีกวิลล่า 21

บนตึกจะเป็น Room Type Standard, Superior ทั้งแบบเตียง King และ Twin แต่ผมชอบห้อง The Standard Suite มากกว่า เพราะใหญ่กว่าและมีพื้นที่นั่งเล่นที่กว้างเสมือนกับเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งได้เลย ส่วน Superior Suite ก็ขนาดใหญ่สุดในบรรดาห้องบนตึก
เลือกได้เลยครับตามใจ

ส่วนผมจะไปพักที่วิลล่าครับ ที่นี่จะไม่เห็นทะเลเสียทีเดียว แต่เดินไปชายหาดได้ ไม่ไกลเลยครับ จุดเด่นของวิลล่าคือมีสระว่ายน้ำในตัว
ผมยังชอบไอเดียที่ซอยวิลล่าออกเป็นคลัสเตอร์ย่อยๆ ราว 3-5 วิลล่า อยู่ในรั้วเดียวกัน ให้อารมณ์เหมือนกับว่าถ้าเรามากันเยอะๆ จองหลายวิลล่า ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวกว่ามาก
วิลล่าคลัสเตอร์จะมี Common Area ตรงกลาง เอาไว้นั่งพักผ่อน หรือไพรเวทปาร์ตี้ได้เลย เก๋มาก

Bayside Villa: เดินดูทั้งหลัง
แต่ที่ชอบที่สุดคือ Bayside Villa ขนาดโอ่โถงถึง 151 ตร.ม.เป็นประสบการณ์พิเศษมาก เพราะตกแต่งสวย กว้างและยังได้ใกล้ชิดกับชายหาด สระว่ายน้ำส่วนตัว ร้านอาหารและบาร์ต่างๆ จนแทบจะนับก้าวได้

การตกแต่งของ Bayside Villa ผมว่าผมชอบ type นี้ที่สุด ดูโมเดิร์น ขี้เล่น แต่ยังเน้นความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญ

แบ่งเป็น Living ด้านนอกที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์น่ารักสดใส มีครัวให้ด้วย ในวิลล่ามีเพลงเปิดเองให้ฟังสบาย ๆ ด้วยลำโพงบลูทูธดังทั่ววิลล่า

เตียงคิงไซส์พร้อมผ้าปูสัมผัสนุ่มพิเศษ หัวเตียงมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ยาวขนานกันไป ส่วนตู้ด้านในเป็นตู้เสื้อผ้าและเก็บของได้ ส่วนทางเข้าด้านในเป็นห้องน้ำครับ เดี๋ยวจะพาไปชมกัน มันคือไฮไลท์

ห้องน้ำใหญ่มาก ตกแต่งสวย มีเรนชาวเวอร์แบบคู่ จะอาบคนเดียวหรือสองคนก็ได้ ตกดึกก็สามารถแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ กลางวันชมสวน กลางคืนชมแสงจันทร์ได้แบบส่วนตัว มีลูกบอลดิสโก้ อาบไปเต้นไป เก๋มาก อันนี้ดีมาก ยอมใจคนออกแบบ

ด้านหน้าวิลล่าทั้งซ้ายและขวา จัดเก้าอี้ให้นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟ สบายๆ ได้

มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัว เตียงอาบแดด มองออกไปเป็นสวนภายในวิลล่าที่มีพื้นที่กว้างมาก และหากมองผ่านสระว่ายน้ำส่วนกลางออกไปจะเป็นชายทะเลครับ

“The ocean makes me feel really small and it makes me put my whole life into perspective.”
-Beyoncé

เป็นวันพักผ่อนที่ชิลมาก ส่วนตัวผมชอบมาหัวหินนะ เพราะอินกับความเป็นเมืองตากอากาศ มีอาร์ตสเปซ เป็นเมืองแห่งศิลปะที่มีซอกเล็กซอกน้อยให้เราได้สำรวจและเอร็ดอร่อยกับของกินนานาชนิดได้โดยไม่รู้เบื่อ ทั้งร้านอาหารริมถนน ร้านอาหารทะเลชื่อดัง จนไปถึงตลาดขายของแฮนด์เมดและงานศิลปะนานาชนิดสร้างสรรค์โดยชาวพื้นเมืองของหัวหิน

เบื่อว่ายน้ำในสระส่วนตัวที่วิลล่า ก็ไปว่ายกันต่อที่สระว่ายน้ำส่วนกลางได้เลย

หรืออยากจะไปนั่งชิลริมหาดก็ได้ หลายคนถามว่าโรงแรมติดหาดไหม ให้ภาพนี้ตอบแทนนะครับ

นั่งถ่ายรูปสุดชิลได้ฟีลของทะเล ลมพัดเย็นๆ ได้เดินเล่นสัมผัสกับธรรมชาติเพราะโลเคชั่นดีมาก เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท้าเราก็จะได้แตะผืนทรายและน้ำทะเลแล้ว

มีแหล่งกีฬาทางน้ำด้วย ใครชอบคายัค ซัพบอร์ด เซิร์ฟ มาเล่นได้ครับ มีเจ้าหน้าที่คอยสอนและดูแล หรือจะแค่มาโพสต์ท่าถ่ายรูปก็ได้ ชิลมาก บอกเลย

ยืนเก้าอี้ไปนั่งเล่นริมชายหาดสักหน่อย มองดูผู้คนมากมาย ผมว่าหัวหินเป็นเมืองตากอากาศที่ฮิพและฮิตมากครับ จากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ได้รับการขนานนามให้เป็นเมืองพักร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีบริบทแห่งความเป็นศิลปินตัวเอ้ เป็นที่โปรดปรานของคนมีระดับมากหน้าหลายตา ที่หลงรักในกลิ่นอายของทะเลมาเกินกว่าร้อยปี ที่ยังคงรักษาเสน่ห์และมาตรฐานของความงดงามแบบดั้งเดิมไว้อยู่ไม่เสื่อมคลาย

“To escape and sit quietly on the beach – that’s my idea of paradise.”
– Emilia Wickstead

ไปเดินเล่นสำรวจมุมอื่นๆ ของโรงแรมกันบ้างดีกว่า หาจุดถ่ายรูปกัน เริ่มจากเซ็นเตอร์เป็นโถงตรงกลาง เชื่อมระหว่างอาคารที่พักกับวิลล่า ทุกคนจะต้องเดินผ่านมุมนี้เพราะเป็นทางไปชายหาด ออกแบบได้เก๋มาก ต่อไปถ้าไม้เลื้อยโตผมจะดูว๊าวกว่านี้อีกเยอะมาก

คอร์ดยาร์ดตรงกลาง ระหว่าง 2 อาคาร เป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีมาแต่เดิม ไม่ตัดทิ้งนะครับ ใช้วิธีสร้างตึกให้โอบล้อมแทนที่จะเป็นตึกเดียวแบบแท่ง ให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามา ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
ผมชอบนั่งมุมนี้ เพราะจะได้ยินเสียงนกร้องทั้งวัน

ด้านหน้าติดกับ Lobby จะเป็น The Juice Café มีความเก๋ด้วยคาเฟ่กลางสวนดอกไม้ หรือจะนั่งเล่นในห้องแอร์ก็ได้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Francis Albert Sinatra หรือแฟรงก์ สินาตรา ศิลปินชื่อดัง ที่นี่จะเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มหลากชนิดตั้งแต่กาแฟคั่วสด น้ำผลไม้คั้นสดหรือสกัดเย็น ของทานเล่นแบบเฮลตี้
ใครไม่ได้พักที่นี่แต่มาเที่ยวหัวหินก็สามารถแวะมานั่งดื่มถ่ายรูปชิลๆ ได้ครับ

The Standard Spa สวยกว่าที่คิด ไม่เหมือนสปาทั่วไปว่าทำไมต้องออกแบบให้เรียบๆ ชีวิตมันต้องมีลูกเล่นกันหน่อย ดีไซน์ที่ออกมาจึงไม่จำเป็นต้องเรียบร้อย แต่ดูดี

สปาที่นี่มีไฮไลท์คือ Singing Bowl เป็นการใช้คลื่นเสียงบำบัดเพื่อให้ผ่อนคลายจากเสียงก้องกังวาลของขัน เพื่อให้ความสั่นเข้าไปสั่นสะเทือนมวลน้ำในร่างกายให้ธาตุไม่ดีตกตะกอน
และอีกอย่างคือ Mud Lounge เป็นการพอกโคลนสีสันนำเข้าจากประเทศแคริบเบียน ตามธาตุทั้ง 4 ได้แก่ สีเทาสำหรับธาตุลม, สีชมพูสำหรับธาตุไฟ, สีเขียวสำหรับธาตุน้ำและสีเหลืองสำหรับธาตุดิน
ขัดตัวด้วยสครับก่อน จากนั้นค่อยมาพอกโคลนกัน สีเทาดำนั่นคือโคลนนะครับ ไม่ใช่ขี้ไคลนะ แหม ….

จากนั้น ก็ไปนอนอาบแดด ให้แร่ธาตุวิตามินในโคลนซึมเข้าสู่ผิว แบบเดียวกับที่ไมอามีเลยครับ เก๋มาก รู้สึกเลยว่าตัวหอม ผิวนุ่มดี

จากด้านหน้าทางเข้า เราเดินมาในโรงแรมเพื่อจะไปทานอาหารกันครับ มุมไหนก็ถ่ายรูปสวยไปเสียหมด
ห้องอาหารและบาร์
ทุกมื้อ เราจะไปทานข้าวกันที่ห้องอาหาร LIDO ซึ่งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำและใกล้ชายหาด

ที่ LIDO เป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยน ที่เสิร์ฟความอร่อยตลอดทั้งวั น รับประกับความสดใหม่ของวัตถุดิบจากท่าเรือกันเลยทีเดียว แนะนำเป็นสลัดปลาหมึก กับสเต๊กเนื้อวากิว นุ่มมากครับ

ด้านหน้าสุดเป็น Praça อ่านว่า ปราซ่า เป็นร้านอาหารและบาร์ อารมณ์บ้านสมัยโคโลเนี่ยลที่เป็นมรดกตกทอดกันมานานให้บริการอาหารไทยในแบบฉบับดั้งเดิม แต่ฉีกรูปแบบการนำเสนอใหมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนทีรักในการทานอาหารไทยได้ ในบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล

จริงๆ ตรงนี้เป็น LIDO Bar บีชบาร์ริมทะเลครับ คนแน่นตั้งแต่ช่วงเย็น ผมเลยเปลี่ยนเป็นรูปตอนเช้าบ้างก็สวยไปอีกแบบ

เช้าๆ ตื่นมานอนชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน
หลายคนถามหาพระอาทิตย์ตกดินที่หัวหิน บอกเลยว่า “ไม่มี” ต้องเป็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเท่านั้นครับ แสงสวยดีมาก

เช้าๆ ตามสไตล์ชายหาดหัวหิน จะมีพระเดินบิณฑบาตรด้วยครับ เราสามารถเตรียมของมาใส่บาตรได้เลย

หรือจะวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ก็เข้าท่านะ มีหลายคนทำครับ ดูแล้วสดชื่นดีมาก จากนั้นค่อยไปทานอาหารเช้ากันที่ LIDO

อาหารเช้าที่ LIDO เลือกได้ว่าอยากจะนั่งในห้องปรับอากาศหรือแบบ Open Air ด้านนอก
สามารถสั่งจากพนักงานหรือมาตักเพิ่มเติมที่ไลน์อาหารได้เลยครับ ที่นี่น้ำส้มสดอร่อยมาก

The Standard, Hua Hin เปิดให้จองแล้วพร้อมส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับ First Stay ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.standardhotels.com หรือโทร 032 535 999 หรือจะไปดูที่งานไทยเที่ยวไทย ไบเทคก็ได้ครับ บูธหมายเลข K36-K37
ส่วนใครที่เป็นลูกค้า บาเซโลนา มอเตอร์ ซึ่งเค้าเป็น Partner กับทางโรงแรม ก็สามารถรับสิทธิพิเศษ ส่วนลดค่าที่พักและร้านอาหารภายในโรงแรมได้ครับ
ขอตัวกลับกรุงเทพก่อนนะครับ จะไปถอย iX3 ขับมาพักผ่อนที่ The Standard, Hua Hin อีกรอบ
จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/atdWi9GrFU2
คำถามที่พบบ่อย
The Standard Hua Hin อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร
The Standard, Hua Hin ตั้งอยู่ริมหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทางเดินลงหาดส่วนตัวจากตัวโรงแรมโดยตรง ขับรถจากกรุงเทพราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงก็ถึง หรือจะนั่งรถตู้และรถทัวร์มาลงหัวหินแล้วต่อแท็กซี่ก็สะดวก ทำเลติดหาดใจกลางหัวหินทำให้เดินไปตลาดโต้รุ่งและร้านอาหารริมทะเลได้ง่ายในทริปสุดสัปดาห์
ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม
ราคาห้องพักของ The Standard, Hua Hin เริ่มต้นในหลักสามถึงสี่พันบาทต่อคืนสำหรับห้องมาตรฐาน และขยับขึ้นเป็นหลักหมื่นในกลุ่มวิลลาส่วนตัว โรงแรมมีห้องพัก วิลลา และสวีตรวม 199 ห้อง สิ่งที่ทำให้คุ้มคือการได้พักในแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่มีดีไซน์จัดจ้านในราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าโรงแรมหรูริมหาดอีกหลายแห่งในหัวหิน
จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร
ไฮไลต์ของที่นี่คืองานออกแบบสีสันสดใสและสนุกในแบบฉบับ The Standard โดยมีสตูดิโอสถาปนิก Onion จากกรุงเทพเป็นผู้ออกแบบ ตัดกับโทนหัวหินที่มักเรียบร้อย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ร้านอาหารริมทะเล และบาร์ที่มีบรรยากาศปาร์ตี้กลายเป็นจุดรวมตัวยามเย็น ขณะที่ห้องพักโทนสีนุ่มและเพดานสูงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ที่นี่มีบุคลิกต่างจากรีสอร์ตหัวหินแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน



