Monday 27 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·25 Nov 2021

รีวิว The Standard, Hua Hin (รีวิวใหม่ 2021)

Words & Photography · KANT

Last Updated: 19 July 2026

ENGLISH SUMMARY

The Standard, Hua Hin is a beachfront lifestyle hotel from The Standard, known for its playful, colour-saturated design. This KANT review covers its bold interiors, its lively poolside scene and its easy beachfront access. Rates start around THB 3,500 per night, suiting younger travellers after a vibrant, informal Hua Hin stay.

สรุปตรง

The Standard Hua Hin คือรีสอร์ตไลฟ์สไตล์ริมหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีห้องพัก 199 ห้องทั้งห้อง สวีต และพูลวิลล่า งานออกแบบโดยสตูดิโอ Onion จากกรุงเทพฯ ที่ใส่สีสันจัดจ้านและความสนุกอันเป็นลายเซ็นของแบรนด์ The Standard จุดที่ทำให้ต่างจากรีสอร์ตหัวหินทั่วไปคือดีไซน์เรโทร-ทรอปิคัลกับบรรยากาศไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา มีสระว่ายน้ำริมหาด ห้องอาหารออลเดย์ The Lido ร้านไทย Praça และ Juice Café จุดขายคือรีสอร์ตริมทะเลดีไซน์สนุกใกล้กรุงสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองหามากกว่ารีสอร์ตครอบครัวแบบเดิม ราคาเริ่มต้นหลักสามพันห้าต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.8 / 5
Locationหัวหิน · ประจวบคีรีขันธ์
Priceเริ่มต้นราว 3,500 บาท/คืน
ภาพปกรีวิว The Standard, Hua Hin กับสระว่ายน้ำส่วนตัวหน้าพูลวิลลาดีไซน์โมเดิร์น

The Standard, Hua Hin🤪

#โรงแรมเปิดใหม่ กวน…ทีนที่สุดในเวลานี้‼️

เอ๊ย!! ไม่ได้ว่าอะไรเค้าเลยนะ แต่ไปพักมาแล้วฟีลลิ่งมันพาไปแบบนี้จริงๆ ก็เป็นไปตามคอนเซปต์สนุกสนาน ขี้เล่น เป็นกันเอง กานต์ไปพักที่ The Standard โรงแรมแห่งล่าสุดของโลกครับ คือที่หัวหิน บรรยากาศฟินดีมาก มีความฮิพแต่ไม่เยอะ ได้ฟีลแบบไมอามีที่มีการผสานเอางานศิลปะกับทะเลเข้ามาไว้ด้วยกัน #มันดีย์มาก

กานต์ชอบการสร้างฟีลลิ่งของที่นี่ มีการออกแบบให้ผัสสะต่างๆต้องทำงานร่วมกัน ยกตัวอย่างเรื่องการเอาความอาร์ตและคัลเจอร์มาเป็นหลักในการออกแบบ เราจะเห็นได้ทันทีว่าที่ The Standard, Hua Hin มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พอเดินผ่านบางจุดที่เป็นต้นไม้เขียวครึ้ม (ซึ่งที่นี่แทบจะไม่ตัดต้นไม้เดิมเลยครับ) เราจะได้ยินเสียงนก รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที มีความอิงธรรมชาติมาก แต่พอเดินไปถึงที่โซนบีชบาร์ กรูฟจะเปลี่ยนเลยจ้า ปรับโหมดด่วน!! ให้เรามีความเอนจอยมากขึ้น ฟังแล้วอยากจะโยกเบาๆ ตามเสียงเพลง

หรือแม้แต่เรื่องสีสันที่หยิบจับมาออกแบบ ผมเห็นดีไซน์แล้วชอบมาก แต่ละจุดถูกออกแบบเหมือนวางไว้แบบไม่ตั้งใจ (แต่ตั้งใจมาก) ดูเป็นงาน Installation Art ที่กระจายตัวไปทั่วโรงแรม โดยไม่ต้องอาศัยชื่อเรียก แต่เข้าใจได้ทันทีว่ามันต๊าซมาก อยากถ่ายรูปไปเสียทุกจุด

ผมยกตัวอย่างประมาณนี้ละกัน อยากให้มาสัมผัสเองจะดีกว่า เหล่านี้ดูเป็นการสื่อสารนามธรรมที่เอาจริงๆ คือทำยากอยู่นะ แต่ถ้าโรงแรมไหนทำได้ “ถึง” เราจะรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่สนุกและมีความสุขมาก เหมือนกับที่เลือกมาพัก The Standard, Hua Hin ครับ ไม่อยากกลับเลย เอาจริง

สระว่ายน้ำสไตล์ Miami

สระว่ายน้ำคือดีย์ เหมือนที่ The Standard Spa – Miami เพราะเป็น Sister Hotel กัน ตอนเย็นผมนั่งชิลที่ Lido Bar บรรยากาศดีมาก แต่หากใครยอมตื่นเช้า ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่หัวหินแสงสวยที่สุดครับ ผมเก็บภาพชายหาดหัวหินตอนเช้ามาฝากด้วย สวยเชียว

ส่วนห้องพักมีทั้งห้องบนตึกและวิลล่า แต่ผมว่าที่สวยและต้องแย่งชิงกันหน่อยคือ Bayside Villa บอกได้คำเดียวว่า “โคตรสวย” ถ่ายรูปออกมาปังป๊วะทุกมุม

อ๊ะ!! ถ้าไม่เชื่อ คลิกเข้าไปดูรูปและอ่านแคปชั่นกันต่อด้านในนะ

คอนเซ็ปต์สนุกสนานสไตล์ The Standard

The Standard โรงแรมที่มีความกวน ขี้เล่น สนุกสนาน เป็นกันเอง ตั้งแต่การวางโลโก้กลับหัว ไปจนถึงการออกแบบสถานที่และประสบการณ์ที่อยากจะมอบให้

ผมชอบดีไซน์ของ Bayside Villa ที่สุดครับ

มุมสูงเหนือชายหาดหัวหิน เห็นแนวเตียงอาบแดดและผู้คนเดินเล่นริมทะเล

The Standard, Hua Hin ใช้สีเหลืองในการสื่อสารแบรนด์ สีโปรดของผมเลย ผมว่าเป็นสีที่สนุกสดใสดี

แขกนอนเล่นบนห่วงยางสีชมพูกลางสระว่ายน้ำของ The Standard, Hua Hin

ห๊ะ!! อะไรนะ

The Standard, Highline New York ที่ว่าดังๆ ยังต้องหลีกทางให้กับ The Standard, Hua Hin เพราะมาแล้วฟินกว่ามาก

งั้นเลย!! 555

ภายในรถยนต์ระหว่างเดินทางสู่โรงแรม เห็นเงาตัวอักษร The Standard สะท้อนบนกระจกหน้า

ห้องพักและวิลล่า: Canopy, Pool Villa และ Standard Room

The Standard, Hua Hin มีห้องพักหลายแบบที่คาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน เลือกให้ตรงกับทริปสำคัญกว่าเลือกที่ราคา เริ่มจาก Canopy Villa ขนาด 82 ตร.ม. วิลล่าชั้น 2 ที่มองเห็นยอดไม้พริ้วไหวได้ตลอดเวลา ส่วน Bayside Villa ห้องที่ผมชอบที่สุด เดี๋ยวพาเดินดูทั้งหลังด้านล่างครับ

มุมนั่งเล่นในห้องพักโทนสว่างกับชุดโต๊ะและเก้าอี้

ภายในวิลล่าแบ่งเป็นชั้นบน เป็นห้องนอนพร้อมเตียงคิงไซส์ มุมนั่งชิลล์ แถมยังมีมุมแต่งตัวกับกระจกบานใหญ่

ห้องน้ำกระเบื้องสีเหลืองกับกระจกทรงกลมและอ่างอาบน้ำ

ในวิลล่ามีเพลงเปิดเองให้ฟังสบาย ๆ ด้วยลำโพงบลูทูธ เติมเต็มความสดชื่นด้วยเรนชาวเวอร์หรือจะแช่น้ำในอ่างก็ฟินไม่แพ้กัน

พูลวิลลาส่วนตัวกับสระเล็กและเตียงอาบแดดริมรั้วไม้

Standard Pool Villa พร้อมสระส่วนตัว

Standard Pool Villa มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวและเดย์เบดด้านนอก

ห้องนั่งเล่นกับโซฟาทรงโค้งและโต๊ะกลมในดีไซน์ร่วมสมัย

Standard Pool Villa มีหลายไซส์ตั้งแต่ 99 – 106 ตร.ม

ห้องนอนกับหัวเตียงไม้และมุมมองสู่สวนเขียว

ห้องนอนมีเตียงคิงไซส์ ภายในวิลล่ามีมินิบาร์ ลำโพงบลูทูธไว้เปิดแทร็คลิสต์สุดโปรด ห้องน้ำขนาดใหญ่ที่มาพร้อมเรนชาวเวอร์และอ่างอาบน้ำแยก สวนขนาดย่อมสุดสบายตา

ห้องนอนกับผ้าคลุมเตียงสีเหลืองและเฟอร์นิเจอร์ไม้

Superior Suite ห้องมีใหญ่อยู่นะ พื้นที่ 70 ตร.ม. ใหญ่ที่สุดในบรรดาห้องทั้งหมด มาพร้อมกับเตียงนอนคิงส์ไซส์

ห้องสวีทกับโซฟา เตียง และของต้อนรับในโทนส้มสดใส

ห้องนั่งเล่นดีไซน์อบอุ่น พร้อมโต๊ะทำงานให้เคลียร์งานก่อนจะเต็มที่กับเว็ตบาร์ที่อัดแน่นไปด้วยของกินดื่มเสมือนพร้อมที่จะปาร์ตี้ ห้องน้ำแยกเฉพาะสำหรับแขก ระเบียงส่วนตัว และหาไม่ได้ที่ไหนแน่นอน!

ห้องน้ำลายทางสีเหลืองกับอ่างล้างหน้าคู่และอ่างอาบน้ำ

ห้องน้ำเอาใจสายปาร์ตี้ด้วย เรนชาวเวอร์พร้อมอ่างอาบน้ำที่มีดิสโกบอลแขวนอยู่

มุมครัวเล็กกับเคาน์เตอร์ไม้และเก้าอี้สูง

Standard Room สำหรับสายปาร์ตี้

สายปาร์ตี้ แฮงค์เอ้าท์น่าจะถูกใจห้องนี้

ห้องอาบน้ำกระเบื้องสีเหลืองในดีไซน์เรียบสะอาดตา

ห้องน้ำของ Superior Suite

ห้องนอนกับผ้าคลุมสีส้มและประตูบานเลื่อนสู่สวน

The Standard Suite ให้อารมณ์เหมือนมาพักผ่อนที่บ้านส่วนตัวริมชายหาด ด้วยขนาด 54 ตร.ม. พร้อมเตียงคิงไซส์และผ้าปูอย่างดี

มุมโต๊ะเครื่องแป้งกับโคมหวายและโทรทัศน์ในห้องพัก

พื้นที่นั่งเล่นที่กว้างเสมือนกับเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งได้เลย ตกแต่งน่ารักมาก

มุมนั่งเล่นกับโซฟาและกระจกทรงโค้งในดีไซน์สนุก

มีมุมให้เอนหลังบนโซฟานุ่มๆ มินิบาร์ วิวสวนสุดสบายตา เลือกฟังเพลย์ลิสต์โปรดกับลำโพงบลูทูธ

ห้องนอนกับผ้าคลุมเตียงสีเหลืองและหน้าต่างมองสู่สวน

Superior Twin ห้อง type นี้จะอยู่ชั้น 4 ถึงชั้น 6 มีทั้งหมด 16 ห้องเท่านั้น ด้วยขนาดกว้าง 39 ตร.ม. มาพร้อมเตียงคู่แสนสบาย

ห้องนอนสว่างกับเตียงสีเหลืองและโคมไฟหวาย

ชอบการตกแต่งในทุกห้องที่คุมตีมงานดีไซน์ได้ดี

ระเบียงกับชุดโต๊ะเก้าอี้สีเหลืองและวิวรีสอร์ตท่ามกลางความเขียว

มีระเบียงส่วนตัว พร้อมสูดโอโซนกันให้เต็มปอดกับวิวสวนสุดสบายตา

ห้องนอนโทนเหลืองสดกับโต๊ะกลมและวิวสวน

ส่วนอีกห้องที่คล้ายกันจะเป็น Standard Twin อยู่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 ขนาด 39 ตร.ม. ถ้าเป็นชั้น 1 เลยก็ได้วิวสวนสวยอยู่นะ

ระเบียงห้องพักที่มองเห็นอาคารรีสอร์ตและสนามหญ้า

แต่ถ้าใครกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวไม่แนะนำชั้น 1 เพราะคนเดินผ่านไปมา

ห้องน้ำลายทางเหลืองกับกระจกทรงกลมและฝักบัว

ห้องน้ำดีไซน์เก๋ดีนะ มาพร้อมกับเรนชาวเวอร์

ห้องนอนกับโซฟาและเตียงสีเหลืองริมหน้าต่างวิวรีสอร์ต

ส่วนห้อง Superior King จะไซส์เล็กลงมาอีกหน่อย ขนาด 35 ตร.ม ตั้งอยู่บนชั้น 4 ถึงชั้น 6 ได้วิวทะเลกับเค้าอยู่บ้าง

มุมห้องนอนกับโคมหวายและหัวเตียงนุ่ม

ภายในตกแต่งดี เดี๋ยวนี้ฮิตนำเฟอร์นิเจอร์เทรนด์รักษ์โลก มีความไม้ ความหวาย นำมาเป็นกิมมิค ชอบโคมไฟให้อารมณ์ซึ้งนึ่งข้าวเหนียวของชาวบ้าน

ระเบียงกับเก้าอี้หวายและวิวอาคารสีขาวของ The Standard, Hua Hin

มีระเบียงส่วนตัว ชมวิวสวน วิวทะเล ก็ว่ากันไป

มุมโต๊ะทำงานในห้องพักกับโคมหวายและสตูลสีเหลือง

ส่วนห้องเริ่มต้นจะเป็น Standard King ขนาด 35 ตร.ม. เรียงรายตั้งแต่ชั้น 1 ถึง ชั้น 3 มาพร้อมกับเตียงนอนใหญ่สีเหลืองสดใส

ตู้เสื้อผ้าไม้กับเสื้อคลุมและของใช้ที่จัดวางอย่างมีสไตล์

ใดๆ คือชอบการตกแต่งของ The Standard Hua Hin มาก ทำห้องได้น่ารัก ชิคๆ

ระเบียงกับเก้าอี้เบาะสีเหลืองที่เปิดออกสู่สวนเขียว

ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว แต่ถ้าเป็นชั้น 1 อาจจะไม่ค่อยส่วนตัว แต่จริงๆ ได้ฟีลลิ่งเหมือนอยู่บ้านดีอยู่นะ

รายละเอียดผนังบุนวมสีเหลืองในแสงอุ่น

ตัว Exterior ตอนกลางคืนดีไซน์สวย ดูอาร์ตดีเข้ากับฟีลลิ่งเมืองศิลปะตากอากาศแบบหัวหินดีนะ

อาคารสีขาวของรีสอร์ตกับต้นไม้ใหญ่ด้านหน้า

การเดินทางสู่ The Standard หัวหิน

หัวหินเป็น Destination ที่ไม่ไกล เดินทางง่ายครับ ขับรถจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง

อาคารดีไซน์โมเดิร์นของ The Standard, Hua Hin มองผ่านกระจกหน้ารถ

เข้าซอยหัวหิน 61 นิดหน่อยแล้วเลี้ยวเข้าถนนนเรศดำริห์ ก็จะถึง The Standard, Hua Hin

จอดรถกันตรงนี้ เดี๋ยวมีพนักงานมาช่วยยกกระเป๋า เอามา 3 ใบเองครับ ไม่เยอะเลย 555 แต่เอาจริงอุปกรณ์การถ่ายรูปเยอะมากนะ กะว่าจะเก็บมุมสวยๆ มาฝากทุกคนอ่ะแหละ

ล็อบบี้ The Standard, Hua Hin ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนอบอุ่นและพื้นหินขัด

Lobby และงานดีไซน์

Lobby ที่นี่เป็นแบบ Open Air ตามคอนเซปต์โรงแรมใหม่ๆ หลังโควิดเลยนะ แต่ว่าที่เก๋กว่าคือเก้าอี้ที่ได้แรงบันดาลมาจาก … ที่นั่งในชานชาลารถไฟ ซึ่งสถานีหัวหินก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลยครับ

ส่วนด้านในเป็นมุมช้อป ขายของแบบเก๋ๆ ตามคาแรกเตอร์โรงแรม

มุมเงยเห็นขอบอาคารสีขาวตัดกับท้องฟ้าสีคราม

งานดีไซน์ยกให้เค้าเถอะ อาร์ตมากทุกจุดตั้งแต่พื้นยันหลังคา

มุมนี้แนะนำว่าให้ออกมาถ่ายตรงลานจอดจะเห็นชัดกว่า

ภาพมุมสูงเหนืออาคารพักที่โอบล้อมด้วยแมกไม้เขียว

ผังโรงแรมและคลัสเตอร์วิลล่า

ห้องพักรวม 199 ห้อง มี 2 อาคาร รูปตัว L ซ้อนทับกัน ตรงกลางเป็นสวนขนาดใหญ่ รวม 178 ห้องและด้านในมีอีกวิลล่า 21

แนวอาคารพักสีขาวของ The Standard, Hua Hin ตัดกับท้องฟ้าใส

บนตึกจะเป็น Room Type Standard, Superior ทั้งแบบเตียง King และ Twin แต่ผมชอบห้อง The Standard Suite มากกว่า เพราะใหญ่กว่าและมีพื้นที่นั่งเล่นที่กว้างเสมือนกับเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งได้เลย ส่วน Superior Suite ก็ขนาดใหญ่สุดในบรรดาห้องบนตึก

เลือกได้เลยครับตามใจ

อาคารวิลลาสีขาวกับร่มเงาต้นไม้ใหญ่

ส่วนผมจะไปพักที่วิลล่าครับ ที่นี่จะไม่เห็นทะเลเสียทีเดียว แต่เดินไปชายหาดได้ ไม่ไกลเลยครับ จุดเด่นของวิลล่าคือมีสระว่ายน้ำในตัว

ผมยังชอบไอเดียที่ซอยวิลล่าออกเป็นคลัสเตอร์ย่อยๆ ราว 3-5 วิลล่า อยู่ในรั้วเดียวกัน ให้อารมณ์เหมือนกับว่าถ้าเรามากันเยอะๆ จองหลายวิลล่า ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวกว่ามาก

วิลล่าคลัสเตอร์จะมี Common Area ตรงกลาง เอาไว้นั่งพักผ่อน หรือไพรเวทปาร์ตี้ได้เลย เก๋มาก

สระว่ายน้ำกลางสวนพร้อมเตียงอาบแดดและซุ้มที่นั่งพักผ่อน

Bayside Villa: เดินดูทั้งหลัง

แต่ที่ชอบที่สุดคือ Bayside Villa ขนาดโอ่โถงถึง 151 ตร.ม.เป็นประสบการณ์พิเศษมาก เพราะตกแต่งสวย กว้างและยังได้ใกล้ชิดกับชายหาด สระว่ายน้ำส่วนตัว ร้านอาหารและบาร์ต่างๆ จนแทบจะนับก้าวได้

แขกนั่งพักบนเก้าอี้ทรงไข่สีขาวในทางเดินโปร่งสว่าง

การตกแต่งของ Bayside Villa ผมว่าผมชอบ type นี้ที่สุด ดูโมเดิร์น ขี้เล่น แต่ยังเน้นความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญ

ภาพรวมห้องพักของ The Standard, Hua Hin ทั้งมุมเตียงและตู้เสื้อผ้า

แบ่งเป็น Living ด้านนอกที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์น่ารักสดใส มีครัวให้ด้วย ในวิลล่ามีเพลงเปิดเองให้ฟังสบาย ๆ ด้วยลำโพงบลูทูธดังทั่ววิลล่า

ห้องนอนกับหัวเตียงไม้โค้งและผ้าปูสีขาวสะอาดตา

เตียงคิงไซส์พร้อมผ้าปูสัมผัสนุ่มพิเศษ หัวเตียงมีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ยาวขนานกันไป ส่วนตู้ด้านในเป็นตู้เสื้อผ้าและเก็บของได้ ส่วนทางเข้าด้านในเป็นห้องน้ำครับ เดี๋ยวจะพาไปชมกัน มันคือไฮไลท์

ห้องน้ำกับอ่างอาบน้ำลอยตัวและเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าคู่

ห้องน้ำใหญ่มาก ตกแต่งสวย มีเรนชาวเวอร์แบบคู่ จะอาบคนเดียวหรือสองคนก็ได้ ตกดึกก็สามารถแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ กลางวันชมสวน กลางคืนชมแสงจันทร์ได้แบบส่วนตัว มีลูกบอลดิสโก้ อาบไปเต้นไป เก๋มาก อันนี้ดีมาก ยอมใจคนออกแบบ

แขกนั่งอ่านหนังสือริมระเบียงท่ามกลางแมกไม้

ด้านหน้าวิลล่าทั้งซ้ายและขวา จัดเก้าอี้ให้นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบกาแฟ สบายๆ ได้

มุมสูงเหนือสระว่ายน้ำ เห็นแขกลอยตัวผ่อนคลายกลางน้ำ

มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัว เตียงอาบแดด มองออกไปเป็นสวนภายในวิลล่าที่มีพื้นที่กว้างมาก และหากมองผ่านสระว่ายน้ำส่วนกลางออกไปจะเป็นชายทะเลครับ

นิตยสารวางบนโต๊ะกลมข้างเบาะลายทางริมสระ

“The ocean makes me feel really small and it makes me put my whole life into perspective.”

-Beyoncé

มุมมองจากแขกที่หย่อนขาในสระพร้อมเครื่องดื่มเย็นในมือ

เป็นวันพักผ่อนที่ชิลมาก ส่วนตัวผมชอบมาหัวหินนะ เพราะอินกับความเป็นเมืองตากอากาศ มีอาร์ตสเปซ เป็นเมืองแห่งศิลปะที่มีซอกเล็กซอกน้อยให้เราได้สำรวจและเอร็ดอร่อยกับของกินนานาชนิดได้โดยไม่รู้เบื่อ ทั้งร้านอาหารริมถนน ร้านอาหารทะเลชื่อดัง จนไปถึงตลาดขายของแฮนด์เมดและงานศิลปะนานาชนิดสร้างสรรค์โดยชาวพื้นเมืองของหัวหิน

สระว่ายน้ำริมน้ำสะท้อนเงาต้นไม้ พร้อมเตียงนอนเรียงราย

เบื่อว่ายน้ำในสระส่วนตัวที่วิลล่า ก็ไปว่ายกันต่อที่สระว่ายน้ำส่วนกลางได้เลย

ภาพมุมสูงเหนือร่มสีเหลืองและคาบานาบนหาดทรายของ The Standard, Hua Hin

หรืออยากจะไปนั่งชิลริมหาดก็ได้ หลายคนถามว่าโรงแรมติดหาดไหม ให้ภาพนี้ตอบแทนนะครับ

แขกสวมหมวกสานมองออกไปยังทะเลผ่านแนวต้นไม้

นั่งถ่ายรูปสุดชิลได้ฟีลของทะเล ลมพัดเย็นๆ ได้เดินเล่นสัมผัสกับธรรมชาติเพราะโลเคชั่นดีมาก เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท้าเราก็จะได้แตะผืนทรายและน้ำทะเลแล้ว

ภาพรวมพื้นที่ส่วนกลางของรีสอร์ตกับงานดีไซน์สีขาวแต่งแต้มสีเหลือง

มีแหล่งกีฬาทางน้ำด้วย ใครชอบคายัค ซัพบอร์ด เซิร์ฟ มาเล่นได้ครับ มีเจ้าหน้าที่คอยสอนและดูแล หรือจะแค่มาโพสต์ท่าถ่ายรูปก็ได้ ชิลมาก บอกเลย

แขกนั่งบนเก้าอี้ผ้าใบลายทางมองผู้คนเดินเล่นริมหาด

ยืนเก้าอี้ไปนั่งเล่นริมชายหาดสักหน่อย มองดูผู้คนมากมาย ผมว่าหัวหินเป็นเมืองตากอากาศที่ฮิพและฮิตมากครับ จากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ได้รับการขนานนามให้เป็นเมืองพักร้อนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีบริบทแห่งความเป็นศิลปินตัวเอ้ เป็นที่โปรดปรานของคนมีระดับมากหน้าหลายตา ที่หลงรักในกลิ่นอายของทะเลมาเกินกว่าร้อยปี ที่ยังคงรักษาเสน่ห์และมาตรฐานของความงดงามแบบดั้งเดิมไว้อยู่ไม่เสื่อมคลาย

แขกเอนกายบนเตียงผ้าใบริมหาดพร้อมหนังสือในมือ

“To escape and sit quietly on the beach – that’s my idea of paradise.”

– Emilia Wickstead

ทางเดินสีขาวประดับไม้เลื้อยเขียวขจีของ The Standard, Hua Hin

ไปเดินเล่นสำรวจมุมอื่นๆ ของโรงแรมกันบ้างดีกว่า หาจุดถ่ายรูปกัน เริ่มจากเซ็นเตอร์เป็นโถงตรงกลาง เชื่อมระหว่างอาคารที่พักกับวิลล่า ทุกคนจะต้องเดินผ่านมุมนี้เพราะเป็นทางไปชายหาด ออกแบบได้เก๋มาก ต่อไปถ้าไม้เลื้อยโตผมจะดูว๊าวกว่านี้อีกเยอะมาก

สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่กับเปลญวนและอาคารพักด้านหลัง

คอร์ดยาร์ดตรงกลาง ระหว่าง 2 อาคาร เป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีมาแต่เดิม ไม่ตัดทิ้งนะครับ ใช้วิธีสร้างตึกให้โอบล้อมแทนที่จะเป็นตึกเดียวแบบแท่ง ให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามา ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

ผมชอบนั่งมุมนี้ เพราะจะได้ยินเสียงนกร้องทั้งวัน

แขกนั่งอ่านนิตยสารริมกรอบหน้าต่างไม้

ด้านหน้าติดกับ Lobby จะเป็น The Juice Café มีความเก๋ด้วยคาเฟ่กลางสวนดอกไม้ หรือจะนั่งเล่นในห้องแอร์ก็ได้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Francis Albert Sinatra หรือแฟรงก์ สินาตรา ศิลปินชื่อดัง ที่นี่จะเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มหลากชนิดตั้งแต่กาแฟคั่วสด น้ำผลไม้คั้นสดหรือสกัดเย็น ของทานเล่นแบบเฮลตี้

ใครไม่ได้พักที่นี่แต่มาเที่ยวหัวหินก็สามารถแวะมานั่งดื่มถ่ายรูปชิลๆ ได้ครับ

ทางเข้าวิลลาดีไซน์โมเดิร์นสีขาวที่เปิดออกสู่สวนเขียว

The Standard Spa สวยกว่าที่คิด ไม่เหมือนสปาทั่วไปว่าทำไมต้องออกแบบให้เรียบๆ ชีวิตมันต้องมีลูกเล่นกันหน่อย ดีไซน์ที่ออกมาจึงไม่จำเป็นต้องเรียบร้อย แต่ดูดี

ฝักบัวกลางแจ้งกรุผนังไม้ในห้องพักของ The Standard, Hua Hin

สปาที่นี่มีไฮไลท์คือ Singing Bowl เป็นการใช้คลื่นเสียงบำบัดเพื่อให้ผ่อนคลายจากเสียงก้องกังวาลของขัน เพื่อให้ความสั่นเข้าไปสั่นสะเทือนมวลน้ำในร่างกายให้ธาตุไม่ดีตกตะกอน

และอีกอย่างคือ Mud Lounge เป็นการพอกโคลนสีสันนำเข้าจากประเทศแคริบเบียน ตามธาตุทั้ง 4 ได้แก่ สีเทาสำหรับธาตุลม, สีชมพูสำหรับธาตุไฟ, สีเขียวสำหรับธาตุน้ำและสีเหลืองสำหรับธาตุดิน

ขัดตัวด้วยสครับก่อน จากนั้นค่อยมาพอกโคลนกัน สีเทาดำนั่นคือโคลนนะครับ ไม่ใช่ขี้ไคลนะ แหม ….

เก้าอี้เอนทรงโค้งสีขาวคู่หน้าผนังปูนเปลือย

จากนั้น ก็ไปนอนอาบแดด ให้แร่ธาตุวิตามินในโคลนซึมเข้าสู่ผิว แบบเดียวกับที่ไมอามีเลยครับ เก๋มาก รู้สึกเลยว่าตัวหอม ผิวนุ่มดี

สวนรีสอร์ตยามพลบค่ำกับขั้นบันไดเรืองแสงท่ามกลางต้นไม้

จากด้านหน้าทางเข้า เราเดินมาในโรงแรมเพื่อจะไปทานอาหารกันครับ มุมไหนก็ถ่ายรูปสวยไปเสียหมด

ห้องอาหารและบาร์

ทุกมื้อ เราจะไปทานข้าวกันที่ห้องอาหาร LIDO ซึ่งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำและใกล้ชายหาด

ทางเดินมีหลังคาระแนงเลียบร้านอาหารท่ามกลางสวนเขียว

ที่ LIDO เป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยน ที่เสิร์ฟความอร่อยตลอดทั้งวั น รับประกับความสดใหม่ของวัตถุดิบจากท่าเรือกันเลยทีเดียว แนะนำเป็นสลัดปลาหมึก กับสเต๊กเนื้อวากิว นุ่มมากครับ

ร่มมุงจากของบีชคลับริมหาด แวดล้อมด้วยต้นไม้

ด้านหน้าสุดเป็น Praça อ่านว่า ปราซ่า เป็นร้านอาหารและบาร์ อารมณ์บ้านสมัยโคโลเนี่ยลที่เป็นมรดกตกทอดกันมานานให้บริการอาหารไทยในแบบฉบับดั้งเดิม แต่ฉีกรูปแบบการนำเสนอใหมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนทีรักในการทานอาหารไทยได้ ในบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล

ทะเลยามค่ำสะท้อนเงาต้นไม้เป็นภาพนิ่งสงบ

จริงๆ ตรงนี้เป็น LIDO Bar บีชบาร์ริมทะเลครับ คนแน่นตั้งแต่ช่วงเย็น ผมเลยเปลี่ยนเป็นรูปตอนเช้าบ้างก็สวยไปอีกแบบ

พระอาทิตย์ตกเหนือทะเลหัวหินกับร่มชายหาดและฝูงนกบินผ่าน

เช้าๆ ตื่นมานอนชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน

หลายคนถามหาพระอาทิตย์ตกดินที่หัวหิน บอกเลยว่า “ไม่มี” ต้องเป็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าเท่านั้นครับ แสงสวยดีมาก

ท้องฟ้ายามเย็นเหนือทะเลกับฝูงนกบินเป็นแนว

เช้าๆ ตามสไตล์ชายหาดหัวหิน จะมีพระเดินบิณฑบาตรด้วยครับ เราสามารถเตรียมของมาใส่บาตรได้เลย

ท้องฟ้าโล่งยามเย็นเหนือชายหาด

หรือจะวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ก็เข้าท่านะ มีหลายคนทำครับ ดูแล้วสดชื่นดีมาก จากนั้นค่อยไปทานอาหารเช้ากันที่ LIDO

แขกนั่งจิบเครื่องดื่มในห้องอาหารกระจกที่มองเห็นทะเล

อาหารเช้าที่ LIDO เลือกได้ว่าอยากจะนั่งในห้องปรับอากาศหรือแบบ Open Air ด้านนอก

สามารถสั่งจากพนักงานหรือมาตักเพิ่มเติมที่ไลน์อาหารได้เลยครับ ที่นี่น้ำส้มสดอร่อยมาก

แขกจัดกระเป๋าเดินทางขึ้นรถหน้าโรงแรม

The Standard, Hua Hin เปิดให้จองแล้วพร้อมส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับ First Stay ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.standardhotels.com หรือโทร 032 535 999 หรือจะไปดูที่งานไทยเที่ยวไทย ไบเทคก็ได้ครับ บูธหมายเลข K36-K37

ส่วนใครที่เป็นลูกค้า บาเซโลนา มอเตอร์ ซึ่งเค้าเป็น Partner กับทางโรงแรม ก็สามารถรับสิทธิพิเศษ ส่วนลดค่าที่พักและร้านอาหารภายในโรงแรมได้ครับ

ขอตัวกลับกรุงเทพก่อนนะครับ จะไปถอย iX3 ขับมาพักผ่อนที่ The Standard, Hua Hin อีกรอบ

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/atdWi9GrFU2

คำถามที่พบบ่อย

The Standard Hua Hin อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

The Standard, Hua Hin ตั้งอยู่ริมหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทางเดินลงหาดส่วนตัวจากตัวโรงแรมโดยตรง ขับรถจากกรุงเทพราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงก็ถึง หรือจะนั่งรถตู้และรถทัวร์มาลงหัวหินแล้วต่อแท็กซี่ก็สะดวก ทำเลติดหาดใจกลางหัวหินทำให้เดินไปตลาดโต้รุ่งและร้านอาหารริมทะเลได้ง่ายในทริปสุดสัปดาห์

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาห้องพักของ The Standard, Hua Hin เริ่มต้นในหลักสามถึงสี่พันบาทต่อคืนสำหรับห้องมาตรฐาน และขยับขึ้นเป็นหลักหมื่นในกลุ่มวิลลาส่วนตัว โรงแรมมีห้องพัก วิลลา และสวีตรวม 199 ห้อง สิ่งที่ทำให้คุ้มคือการได้พักในแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่มีดีไซน์จัดจ้านในราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าโรงแรมหรูริมหาดอีกหลายแห่งในหัวหิน

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ไฮไลต์ของที่นี่คืองานออกแบบสีสันสดใสและสนุกในแบบฉบับ The Standard โดยมีสตูดิโอสถาปนิก Onion จากกรุงเทพเป็นผู้ออกแบบ ตัดกับโทนหัวหินที่มักเรียบร้อย สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ร้านอาหารริมทะเล และบาร์ที่มีบรรยากาศปาร์ตี้กลายเป็นจุดรวมตัวยามเย็น ขณะที่ห้องพักโทนสีนุ่มและเพดานสูงให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้ที่นี่มีบุคลิกต่างจากรีสอร์ตหัวหินแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.