Tuesday 21 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·16 Feb 2026

รีวิว Anantara Hua Hin Resort ต้นกำเนิดโรงแรม Anantara แห่งแรกในโลก

เบื่อฝุ่นกรุงเทพ หนีไปรับลมทะเลที่หัวหินมาครับ ANANTARA HUA HIN RESORT อากาศดี ลมเย็น รีสอร์ทที่ทำให้หัวหินไม่เหมือนหัวห...

Words & Photography · KANT
หลังคาศาลาทรงไทยท่ามกลางต้นมะพร้าว

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

Anantara Hua Hin Resort is where the Anantara brand began, a low-rise garden-and-lagoon resort on Hua Hin's beachfront. This KANT review looks at its mature tropical landscaping, its Thai-village design language, and its place as the heritage flagship of a now-global luxury brand. A relaxed, family-friendly classic on the Gulf of Thailand.

สรุปตรง

Anantara Hua Hin Resort คือรีสอร์ตหรูริมหาดหัวหิน เปิดให้บริการในปี 2001 เป็นรีสอร์ตแห่งแรกที่ให้กำเนิดแบรนด์ Anantara มีห้องพัก 196 ห้อง วางตัวบนพื้นที่ราว 14 เอเคอร์ที่เต็มไปด้วยลากูนและสวนเขตร้อน ออกแบบในสไตล์หมู่บ้านไทยโดย Bill Bensley สถาปนิกภูมิทัศน์ชื่อดัง จุดที่กานต์ประทับใจคือการจัดวางเรือนพักเตี้ยท่ามกลางสวนที่ร่มรื่นจนรู้สึกเหมือนอยู่ในหมู่บ้านมากกว่าโรงแรม เหมาะกับครอบครัว คู่รักที่อยากหนีเมือง และคนที่มองหารีสอร์ตริมทะเลที่มีรากแบบไทยแท้

Key Facts
KANT Rating 4.6 / 5
LocationHua Hin

#เป็นหัวหินที่ไม่เหมือนหัวหิน งงมะ‼️

ANANTARA HUA HIN RESORT

Anantara Hua Hin Resort: หนีฝุ่นไปรับลมทะเล

เบื่อฝุ่นกรุงเทพ หนีไปรับลมทะเลที่หัวหินมาครับ อากาศดี ลมเย็น แสงแดดอุ่นๆ อ่อนๆ ตอนเช้า พอให้ได้สดชื่นบ้าง

พาร์ทนี้กานต์ไปพักที่อนันตรา หัวหิน รีสอร์ตครับ เลยอุโมงค์ทางลอดสนามบินมานิดเดียว ยังไม่ถึงตัวเมืองหัวหิน เป็นอีกหนึ่งที่ที่ดูจะให้ความเป็นส่วนตัวมาก

ป้ายทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือต้องสังเกตดีๆ มีความหรูหราแบบไม่ต้องตะโกนซ่อนอยู่ เมื่อขับรถเข้ามาด้านใน เหมือนหลุดไปยังอีกดินแดน อาณาจักรไทยยิ่งใหญ่เว่อร์ๆ มันมีความสีเขียวฉ่ำๆ ต้นไม้เยอะมาก ตัดกับสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของน้ำทะเล

ห้องพัก Club Anantara สไตล์บ้านไทย

เป็นบ้านทรงไทยเรียงรายกันไป ฟีลเหมือนมาบ้านพักตากอากาศที่เราสามารถมาได้บ่อยๆ ห้องที่เรานอน Club Anantara Seaview Suite เป็นวิลล่าริมทะเลชั้นบน นั่งเฉลียงด้านนอกบ้านรับลมได้ทั้งวัน หอบเอางานมาทำด้วย สลับกับกิน ออกกำลัง ได้พักผ่อน และสามารถเข้า Clublouge ได้ด้วย น่าจะเป็นสถานที่ที่ชาร์จแบตพลังใจได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ไกลกรุงเทพมาก มานอนสัก 2 คืนแล้วค่อยตื่นไปทำงานต่อ

ที่นี่กิจกรรมเยอะมาก เดี๋ยวเอาไว้ไปเล่าต่อในแคปชั่นนะครับ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.anantara.com/th/hua-hin แนะนำให้จองห้องพักโดยตรงกับทางรีสอร์ตจะได้รับสิทธิ์ พัก 3 คืน รับฟรี 1 คืน พร้อมรับเครดิตสปาและกิจกรรมสูงสุด 1,000 บาท ได้นวดตัว 30 นาที และได้ส่วนลดพิเศษ 15% สำหรับสมาชิก ก็คุ้มดีนะครับ โทรสอบถามก่อนนะครับ เบอร์ +6632520250

📸✨ ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th

ต้นมะพร้าวพร้อมตัวอักษร ANANTARA Resort และคำว่า Sea Sun Sand & Hua Hin Vibes

รีวิวการเข้าพัก: บ้านไทยริมทะเลหัวหิน

หัวหินเป็นเมืองตากอากาศที่ยังมีเสน่ห์ทุกครั้งที่มาเลยนะครับ บรรยากาศดี มีต้นมะพร้าวพริ้วไหว เราชอบใจทุกครั้งที่ได้มาพักตากอากาศ

ชายหาดพร้อมเตียงอาบแดดและร่ม มองจากมุมสูง พร้อมแขกนอนพัก

ตัวซีเครสของหัวหินคือต้องตื่นเช้าครับ เพราะอยู่ฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น เรามาพักที่อนันตรา รีสอร์ต ได้ตื่นเช้ามาสูดอากาศเต็มปอดทุกวัน นอนรับวิตามินดียามเช้าริมทะเล สบายใจเว่อร์

สระว่ายน้ำลากูนของ Anantara Hua Hin พร้อมศาลาหลังคาจากและต้นมะพร้าว

บรรยากาศรีสอร์ตและกิจกรรม

บรรยากาศดีมากครับ สระว่ายน้ำกลางคือใหญ่มาก ด้านในมีโซนใหม่ Pool Acces สำหรับใครที่บ้านมีเด็กเล็กน่าจะชอบ

เงาแขกนั่งบนชายหาดมองพระอาทิตย์เหนือท้องทะเล

วิวทะเลหัวหินยามเช้า ให้เรามารับพลังจากแสงแรกของวัน

แขกเล่นเทนนิสบนคอร์ตที่พิมพ์ชื่อ Anantara Hua Hin Resort มีกวางอยู่หลังรั้ว

เอาจริงๆ นะ มาที่นี่กิจกรรมเยอะมาก จนแทบไม่ได้ทำการทำงาน ก็แน่ละ มาพักผ่อนอะเนอะ

ประติมากรรมช้างไทยบนเสา ตัดกับหลังคาทรงไทยในแสงทอง

ทางเข้าด้านหน้าอาจจะเล็กๆ ไม่อยากให้สะดุดตา เพื่อสื่อสารถึงความไพรเวซี่ แต่พอขับรถเข้ามาด้านในนี่ซิ คนละเรื่อง เหมือนมาเยือนอีกเมืองหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก ไม่รู้ไปหาที่ดินมาจากไหน ติดถนนใหญ่ยาวไปจนถึงหน้าหาด

นกมาคอว์สีฟ้าทองเกาะคอน

พนักงานต้อนรับมาทักทาย แขกทุกคนชอบมาก อยากคุยกับนก

ล็อบบี้ทรงไทยหลังคาไม้ พร้อมงานจัดดอกเฟื่องฟ้าสีชมพูและเสาสูง

โถงต้อนรับแบบ open air ลมเย็นสบายๆ ตกแต่งสไตล์ไทยที่ดึงเอาอัตลักษณ์ของภาคเหนือ ภาคกลางมาไว้ที่นี่

เลานจ์สถาปัตยกรรมไม้ทรงไทย พร้อมโคมไฟและมุมนั่งเล่น

Lobby สวยมาก บรรยากาศน่าจะถูกใจต่างชาติ แต่เราก็ชอบนะ ศิลปะไทยอยู่ที่ไหนก็งดงาม นั่งพักผ่อนกันก่อน ชอบเฟอร์นิเจอร์มาก เหมือนมาพักบ้านเจ้านายทางภาคเหนือ

หลังคาศาลาทรงไทยท่ามกลางต้นมะพร้าว

เดินต่อมาจะไปวิลล่า ผ่านสถาปัตยกรรมแบบไทยที่สอดแทรกไว้ในทุกพื้นที่ ร่มรื่นดีนะครับ มีม้านั่งให้ออกมานั่งรับลมสบายๆ

หลังคาทรงไทยหลายชั้นท่ามกลางต้นมะพร้าวและภูเขา

มุมนี้สวยมาก ให้ฟีลแบบไทยสไตล์โมเดิร์น

ต้นมะพร้าวและสวนเขียวชอุ่มพร้อมหลังคาทรงไทย

แสงแดดส่องกระทบเรือนไทยที่กระจายกันไป ทำให้แขกไม่รู้สึกแออัด เพราะพื้นที่กว้างมาก ห้องพักแบ่งเป็น 2 ชั้น ห้องเยอะอยู่นะ

ภายนอกวิลล่าพร้อมระเบียง ท่ามกลางพรรณไม้และงานไม้สีเข้ม

เห็นละวิลล่าของเรา อยู่ชั้นบน Club Anantara Seaview Suite มองออกไปเห็นวิวทะเลจากเฉลียง ต้นไม้เยอะมาก ลมทะเลพัดใบไม้ปลิวไสวทั้งวัน

ห้องพักพร้อมเตียงตกแต่งกลีบดอกไม้คำว่า Welcome งานไม้ทรงไทย และโคมข้างเตียง

ด้านในสุดเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ หนานุ่มดีมาก เชื่อมต่อกับเฉลียงด้านนอก สามารถมองเห็นวิวออกไปจากในห้อง บนเตียงนอนได้เลยครับ

ห้องพักมองทะลุไปยังห้องน้ำ เตียงตกแต่งด้วยดอกไม้

อีกด้านเป็นห้องน้ำ ดีไซน์เป็นอัตลักษณ์ของอนันตรามาก เปิดประตูจะเป็นอ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่ แช่ตัวพร้อมกัน 2 คนได้สบายเลยครับ

ห้องน้ำพร้อมอ่างล้างหน้าคู่ เคาน์เตอร์หินอ่อน หน้าต่าง และกล้วยไม้

ห้อง Club Anantara Seaview Suite จะได้ Amenities ที่เก๋เว่อร์ใช้ของ Diptyque (ดิป-ทีค) ที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ กานต์ชอบน้ำหอมแบรนด์นี้มาก กลิ่นดีงามสุดๆ ชื่อมาจากภาษากรีกโบราณของคำว่า Diptych ที่แปลว่างานประติมากรรม มีไดร์เป่าผมของ Dyson วางเอาไว้ ห้องน้ำกว้างมากแยกส่วนเปียกแห้งชัดเจนดี มีห้องสุขาด้านใน

มุมนั่งเล่นในสวีท เดย์เบด เก้าอี้ ประตูสู่ระเบียง และของตกแต่งทรงไทย

อีกด้านของเตียงนอนเป็นมุมพักผ่อนสบายๆ มีที่นั่งขนาดใหญ่ในดูทีวีหรือนอนรับลมที่ด้านนอกได้เช่นกัน มีมุมโต๊ะทำงานด้วยนะครับ

มุมมินิบาร์และชุดชงกาแฟ พร้อมเครื่องชงและถังน้ำแข็ง

เครื่องชงกาแฟจาก Nespresso รุ่นนี้หาโรงแรมที่จะนำมาให้แขกใช้ยากมาก แต่เป็นรุ่นเดียวกับที่บ้านเลยครับ สตรีมนมได้ ชอบมาก

แขกถ่ายภาพด้วยมือถือยามค่ำ ท่ามกลางกิ่งไม้ห้อยระย้า

นั่งรับลมชมวิวทะเล ถ่ายรูปจากในห้องได้เลยครับ

โต๊ะอาหารค่ำริมหาดจัดไว้พร้อมตะเกียงยามโพล้เพล้ วิวทะเล

แอบเห็นทีมงานมาจัดโต๊ะเตรียมดินเนอร์ บรรยากาศโรแมนติกน่าดู

แขกในหมวกแก๊ปนั่งบนเบาะแดงในห้องอาหารริมสวน

บ่ายแก่ๆ เราไปนั่งเล่นที่เล้าจน์ของรีสอร์ตครับ นั่งทำงาน กินขนมกันไป

ห้องเก็บไวน์พร้อมชั้นวางขวดไม้

ด้านในมีห้องให้เดินไปตักอาหาร ขนม ของทานเล่นได้ เครื่องดื่มเราสั่งจากพนักงานได้เลยครับ

มื้อค่ำริมหาดจัดไว้พร้อมคบไฟและตะเกียงบนทราย ยามโพล้เพล้

เย็นๆ แวะไปเดินเล่นริมชายหาด วันไหนน้ำลงก็มีหาด ช่วงไหนน้ำขึ้นก็ค่อนข้างสูงเหมือนกัน แต่บรรยากาศดีได้ยินเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่งทั้งวัน

ภาพระยะใกล้อาหารไทยเสิร์ฟบนจานไม้รองใบตอง

มื้อค่ำไปทานอาหารไทยที่ห้องอาหารริมน้ำ เพราะอยู่ริมสระว่ายน้ำ เริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นเมี่ยงคำให้เราทำเองได้เลยครับ ชอบซอสเมี่ยงคำมาก อร่อยกลมกล่อม

พนักงานเสิร์ฟอาหารแขกในมื้อค่ำกลางแจ้ง พร้อมกระติบข้าวสาน

จากนั้น น้องพนักงานจะมาเสิร์ฟข้าวให้ มีทั้งเลือกหลากหลายแบบ น้องถือมาเป็นกระบุงเลยครับ

ภาพรวมอาหารหลากเมนู ทั้งไทยและนานาชาติ

อาหารรสชาติดีนะ จัดจ้านและกลมกล่อม เราชอบเนื้อย่างจิ้มแจ่วที่สุด เนื้อนุ่ม หวานมาก อีกจานที่ชอบก็คือ กุ้งผัดซอสมะขาม – กุ้งตัวใหญ่เว่อร์ รสชาติหวานอมเปรี้ยวอร่อยมาก

แก้วทรงช้างเงินใส่เครื่องดื่มเย็น พร้อมอาหารด้านหลัง

สั่งเครื่องดื่ม Signature มาชิมๆ เห็นแก้วเป็นช้าง น่ารักดี ชื่อเมนู Rim Nam Twist เปรี้ยวๆ ฉ่ำๆ ลื่นคอ

ข้าวเหนียวมะม่วงราดกะทิ ตกแต่งด้วยกล้วยไม้สีม่วงบนจานขาว

ปิดท้ายด้วยของหวาน สั่งเป็นข้าวเหนียวมะม่วงครับ ทำออกมาซะสวยเลย

ห้องนอนยามโพล้เพล้พร้อมแสงนวลและตะเกียง

กลับมาถึงห้องบรรยากาศดีมาก มองเห็นวิวทะเลในกระจก

จานของหวานมาการองพร้อมองค์ประกอบไทยและโปสต์การ์ด

แม่บ้านนำขนมมาให้ พร้อมการ์ดอวยพรที่ทำจากใบไม้ เขียนด้วยลายมือ ชอบการทำสิ่งเล็กๆ ที่ดูยิ่งใหญ่แบบนี้มาก

เงาแขกบนชายหาดพร้อมต้นมะพร้าวยามแสงทอง

แสงแดดตอนเช้าสะท้อนเงากระจกสวยมาก

ต้นมะพร้าวกรอบวิวท้องทะเล

หัวหินเหมาะสำหรับใครที่ชอบตื่นเช้ามาฟินกับวิวพระอาทิตย์ขึ้นริมทะเลครับ นั่งเปลฟังเสียงคลื่นสบายใจ

เงาแขกสวมหมวกตัดกับดวงอาทิตย์เหนือท้องทะเล

หรือจะไปนั่งเมดิเทชั่นรับพลังจากแสงอาทิตย์ริมหาดที่ยกขึ้นจากทะเลขึ้นมาก็ได้เช่นกันครับ เช้านี้แดดดี พลังปังเว่อร์

สวนเขตร้อนพร้อมต้นมะพร้าวและทะเลยามแสงทอง

ตอนเช้ามีเซสชั่น โยคะ บางวันเป็นจี้กง บอกแล้วครับว่าที่นี่กิจกรรมแน่น

สวนมะพร้าวเขียวชอุ่ม

ระหว่างเดินไปทานอาหารเช้า ผ่านสระว่ายน้ำใหญ่มาก วางที่นั่งไว้เรียงรายรอบสระ เช้าๆ แดดดี แต่ยังไม่มีใครมาว่ายหรอกไปกินข้าวกันก่อน

หลังคาศาลามุงจากท่ามกลางต้นมะพร้าว

มองจากห้องอาหารเช้าเราจะเห็นวิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ตกแต่งให้ฟีลทะเลสุดๆ

เชฟที่เคาน์เตอร์บุฟเฟต์พร้อมลังถึงไม้ไผ่ หม้อสีแดง และถ้วยชาม

เดินมาห้องอาหารเช้ากันดีกว่า มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ไทย จีน ฝรั่ง อินเตอร์คอนติเนนทัล

ห้องอาหารพร้อมโคมไฟทรงสาน เสาทรงไทย และแสงอุ่น

เลือกนั่งด้านในห้องปรับอากาศก็ได้นะครับ

แขกชิมเครื่องดื่มในห้องอาหารริมสวน พร้อมรอยยิ้ม

ส่วนเราเลือกนั่งรับลมธรรมชาติด้านนอก ดื่มบูสเตอร์ตอนเช้า เพื่อเรียกเอนเนอจี้

โต๊ะอาหารพร้อมจานสลัดสด ที่รองสาน และช้อนส้อม

เช้านี้ขอเริ่มที่สลัดกันก่อนเลยครับ

Juice Bar พร้อมผลไม้สด ผัก และน้ำผลไม้บนน้ำแข็ง

น้ำผลไม้คั้นสดจะอยู่ที่บาร์ด้านในห้องครับ ชอบน้ำแตงโมมาก

พนักงานเสิร์ฟอาหารจากกระเช้าแขวน ในมื้ออาหารกลางแจ้งท่ามกลางต้นมะพร้าว

นั่งทานสักพักจะมีแม่ค้า เอ๊ยย!! น้องพนักงานหาบของทานเล่นมาบริการถึงโต๊ะ เป็นกิมมิคที่น่ารักดีครับ

อาคารห้องอาหารหลังคามุงจากท่ามกลางต้นมะพร้าวยามกลางวัน

ตอนสายๆ รอให้ย่อยแล้วก็ไปออกกำลังกายกัน มีฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง

กำแพงปีนผาพร้อมแขก และคอร์ตเทนนิสด้านหลัง

ไฮไลท์ที่เราชอบคือปีนเขาจำลองครับ มีพี่สต๊าฟช่วยสอนและดูแลความปลอดภัย

แขกสวมหมวกกันน็อกปีนกำแพงโบลเดอริง

เรามันลูกลิงนักปีนป่ายอยู่แล้ว สบายมาก

รถกอล์ฟ Anantara ริมคอร์ตเทนนิส

ติดกันมีสนามมวยด้วยครับ นัดเทรนเนอร์ได้เลย

แขกสวมหมวกที่กิจกรรมปีนป่าย

ส่วนใครที่อยากได้ฟีลลูกคุณก็ไปเล่นเทนนิสนะครับ

ต้นมะพร้าวและสวนเขียว

เบื่อๆ ก็มานอนเล่นเปลที่ผูกไว้ใต้ต้นไม้กระจายไปทั่วรีสอร์ตเลยครับ

รีสอร์ตริมหาดพร้อมต้นมะพร้าวและท้องทะเลยามแสงทอง

หน้าหาดตอนสายๆ แดดดี ลมเย็น

ภาพขาวดำแขกถือกระเป๋าผ้าเดินลุยน้ำทะเล

มาเดินเล่นถ่ายรูปกัน ชอบมุมนี้ครับ

พนักงานยิ้มแย้มถ่ายภาพริมอาคารทรงไทยท่ามกลางพรรณไม้

จากนั้นก็เดินเอาของไปเก็บที่ห้องของเราซึ่งห่างไม่กี่ก้าวจากชายหาด

ห้องคิดส์คลับพร้อมเครื่องเล่นสีสันสดใส บ่อบอล และภาพช้างบนผนัง

กิจกรรมสำหรับเด็ก แว๊บเข้าไปดูคิดส์คลับ น่ารักมาก ใครสายแฟมน่าจะชอบ

รายละเอียดพรรณไม้และผนังพื้นผิวในสวนสปา

จากนั้นก็ไปดูฟาร์ม เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ปลูกผัก ปลูกกล้วยไม้ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

แขกนั่งอ่านหนังสือริมชั้นหนังสือในห้องสมุด

มีห้องสมุดให้เข้าไปอ่านหนังสือด้วยนะครับ หนังสือเยอะมาก อย่างกับหอสมุดแห่งชาติ

พนักงานสปาต้อนรับและพูดคุยกับแขกชายบนโซฟาท่ามกลางพรรณไม้

จากนั้นบ่ายๆ ไปทำสปากัน นัดไว้ก่อนแล้วครับ พอได้เวลาเทอราพิสก็มาเสิร์ฟเวลคัม ดริงก์ และทำคอนซัลกันก่อน

รายละเอียดสปา ลูกประคบสมุนไพรและการนวด

เทอราพิสจะนำน้ำมันนวดมาให้เราเลือกกลิ่น นาทีนี้ขอเรียกเอนเนอจี้ๆ กลับคืนมาครับ

ภาพรวมรายละเอียดสปา หินดำ พรรณไม้ และมุมทรีตเมนต์

สปาสวยมาก ใหญ่เว่อร์ เดินไปต้องระวังหลงนะครับ เพราะมีห้องทรีตเมนท์เรียงราย บรรยากาศเงียบสงบเพราะอยากโซนออกไป ไม่มีเสียงดังกวนใจเลยครับ

ห้องทรีตเมนต์สปาเตียงนวดคู่ ตกแต่งทรงไทย และหน้าต่างสู่สวน

ห้องทรีตเมนต์กว้าง มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ชอบตอนเปิดห้องโล่งๆ คือดูสดชื่นเพราะมีต้นไม้ตลอดเวลาเหมือนสปาในสวน แต่ถ้าใครอยากให้มืดก็แนะนำให้ปิดม่านครับ

ภาพระยะใกล้มือนวดหลังในห้องสปา

เลือกโปรแกรมสปาแบบ Anantara Signature เพราะอนันตราขึ้นชื่อเรื่องสปาที่เป็นระดับโลกอยู่แล้ว ดึงเอาเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้ามาผสมผสานกับการนวด คือมันดีย์มาก ผ่อนคลายสุดๆ

สระลากูนพร้อมศาลามุงจากสะท้อนเงาในน้ำ ท่ามกลางสวนเขียว

ออกจากสปามาจะมองเห็น Private Pool ชอบมุมนี้มาก เพราะเป็นสระที่ไม่ให้เด็กเข้า ไม่ให้เสียงดัง เหมาะสำหรับคนมานั่งพักผ่อน ว่ายน้ำ อ่านหนังสือ หรือจิบอะไรเพลินๆ

ระเบียงห้องอาหารริมหาดเปิดวิวทะเล พร้อมโต๊ะอาหาร

กลางวันแนะนำให้มาทานที่ห้องอาหาร Sea Fire Salt ไฮไลท์คือการย่างบนเกลือหิมาลายันสีชมพู เก็บความชุ่มชื้นของเนื้อสัตว์ที่เรากำลังย่าง แต่ที่ชอบที่สุดคือบรรยากาศริมทะเลครับ มีทั้งห้องปรับอากาศและแบบ Open Air รับลมเย็นๆ

ภาพรวมอาหารหลากเมนู สลัด บูราตา และของหวาน

เราสั่งมื้อกลางวันเป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนผสมผสาน เชฟแนะนำให้สั่ง Italian Burrata Cheese เออ!! อร่อยมาก เนื้อเหนียวเนียนนุ่ม สปาเกตตี้กุ้งกะเทียมผัดน้ำมันมะกอกก็อร่อย เดี๋ยวลงรีวิวละเอียดใน https://www.tripadvisor.com/Profile/kantcoth อีกที

เครื่องดื่มน้ำอัญชันเย็นสีฟ้าพร้อมหยดน้ำเกาะแก้ว และดอกไม้สีเหลือง

เครื่องดื่มเย็นๆ สีสวยมาก เข้ากับทะเลท้องฟ้า เมฆขาว รสชาติละมุนสุดๆ

แขกในหมวกแก๊ปนั่งจิบเครื่องดื่มที่โต๊ะห้องอาหารริมสวน

ดื่มด่ำกับวิวทะเลและอาหารก่อนกลับเข้าไปทำงานในเมืองกรุงต่อครับ

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

คำถามที่พบบ่อย — Anantara Hua Hin Resort

Anantara Hua Hin Resort อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร

Anantara Hua Hin Resort ตั้งอยู่ริมหาดหัวหิน ทางตอนเหนือของตัวเมือง ติดอ่าวไทย บนพื้นที่สวนเขตร้อนที่ร่มรื่น การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาราว 2.5-3 ชั่วโมงโดยรถยนต์ผ่านถนนเพชรเกษมหรือมอเตอร์เวย์สายใหม่ หากบินลง สนามบินหัวหินอยู่ห่างเพียงประมาณ 15 นาที ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ห่างราว 3 ชั่วโมง ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายวันหยุดสุดสัปดาห์ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน

ใครออกแบบ Anantara Hua Hin Resort

รีสอร์ตแห่งนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Bill Bensley สถาปนิกภูมิทัศน์ผู้อยู่เบื้องหลังรีสอร์ตหรูทั่วเอเชีย โดยวางผังในรูปแบบหมู่บ้านไทยโบราณท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มและสระน้ำ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของที่นี่คือการเป็นโรงแรม Anantara แห่งแรกของโลกที่เปิดในปี 2001 และกลายเป็นต้นแบบงานออกแบบให้กับ Anantara อีกหลายแห่งทั่วโลก สำหรับกานต์ นี่คือรากของแบรนด์ลักชัวรีสัญชาติไทยที่เติบโตไปไกลระดับโลก

Anantara Hua Hin Resort เหมาะกับใคร

ด้วยบรรยากาศสวนแบบหมู่บ้านไทยและห้องพัก 171 ห้อง Anantara Hua Hin จึงเหมาะกับครอบครัวที่มองหาวันหยุดริมทะเลแบบผ่อนคลาย คู่รักที่ชอบความเป็นส่วนตัวใต้ร่มไม้ และนักเดินทางที่อยากสัมผัสมรดกของแบรนด์ Anantara ตั้งแต่จุดเริ่มต้น กิจกรรมอย่างคลาสทำอาหารและสปาริมทะเลช่วยเติมเสน่ห์ให้การพัก ในวาระครบ 25 ปี รีสอร์ตได้รับการปรับโฉมใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้อย่างที่กานต์ชื่นชม

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.