Thursday 30 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·25 Jan 2022

รีวิว Keemala

Words & Photography · KANT

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

Keemala is a five-star jungle resort in the hills above Kamala Beach, Phuket, where villas are themed around four fictional clans — from nest-like Bird’s Nest villas to clay cottages and Tree Pool Houses. This KANT review covers its fantastical, nature-woven architecture, its all-villa layout with private pools, and its forest-to-Andaman views. Rates start around THB 18,000 per night.

สรุปตรง

Keemala คือรีสอร์ต 5 ดาว 38 วิลล่าบนเนินป่ากมลา จังหวัดภูเก็ต งานออกแบบเล่าเรื่องชนเผ่าสมมติสี่เผ่า ได้แก่ Clay Pool Cottage (เผ่าดิน 16 หลัง), Tent Pool Villa (เผ่าเร่ร่อน 7 หลัง), Tree Pool House (เผ่าฟ้า 7 หลัง) และ Bird’s Nest Pool Villa (เผ่ารัง 8 หลัง) แต่ละหลังมีสระส่วนตัวและวิวป่า จุดที่ทำให้ Keemala ไม่เหมือนใครคือสถาปัตยกรรมแฟนตาซีที่เกาะอยู่บนไหล่เขา พร้อม Mala Restaurant และ Mala Spa จุดขายคือรีสอร์ตดีไซน์เชิงเล่าเรื่องที่กลายเป็นไอคอนถ่ายรูปของภูเก็ต ราคาเริ่มต้นหลักหมื่นต้นๆ ต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
Locationกมลา · ภูเก็ต
Priceเริ่มต้นราว 18,000 บาท/คืน
วิลล่าทรงรังนกท่ามกลางผืนป่าของ Keemala รีสอร์ตกลางธรรมชาติเมืองภูเก็ต

หนีไปเป็นชนเผ่าแป๊บ‼️

🛕รีสอร์ตดังเหมือนอยู่ในหนัง Avatar🧚🏼‍♀️

#หารีวิวได้น้อยมาก

ทีแรกกานต์ก็แปลกใจว่าทำไมนักท่องเที่ยวต่างชาติชอบพักที่นี่กันมาก ก่อนหน้านี้ยอดจองคือเต็มตลอดทั้งปี ตอนนี้คือรู้แล้วหลังจากได้ไปพักมา 3 วัน 2 คืน ที่ Keemala (กีมาลา) รีสอร์ตชื่อดังแห่งกมลา ภูเก็ต

มันเด็ดมากจริงๆ ครับคุ๊ณณณณณณณณณ

ดีไซน์แรงบันดาลใจจาก 4 ชนเผ่า

งานดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 4 ชนเผ่า เราจะเห็นว่ามีดีไซน์วิลล่าที่ต่างกันอยู่ 4 แบบคือ กระท่อมปฐพี, เต้นท์วิลล่าคนจร, บ้านต้นไม้เวลา, และที่ผมพักคือวิลล่าตัวท๊อป วิลล่ารังนก ที่หลายคนเคยเห็นจากใน IG นั่นแหละครับ

ที่นี่ห้ามบินโดรนนะครับ เป็นกฎเหล็กเลย เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับแขกครับ เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่ก็เสียดายเหมือนกันเพราะมุมสูงรีสอร์ตคือสวยมาก ดังนั้น จะต้องใช้เทคนิคในการถ่ายรูปที่ advance ขึ้นมาอีกหน่อย

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบรีสอร์ต

ธรรมชาติแบบเรียลๆ ที่คือสิ่งที่ผมชอบมาก เนื่องจากรีสอร์ตตั้งอยู่ในป่าตามซอกเขา เช้ามาเราจะได้ยินเสียงนกร้อง บินมาเกาะตามวิลล่า เหมือนนาฬิกาปลุก ชงกาแฟแล้วเดินออกมายืนรับลมข้างนอก เวลามองออกไปจะเห็นทะเลในมุมสูง เพราะรีสอร์ตตั้งอยู่บนเขา วิลล่าที่ผมพักคือวิวสูงและสวยสุด

นั่งเล่นสักพักจะเห็นกระรอกไต่ตามต้นไม้ไปมา จากวิลล่านู้นไปวิลล่านี้ ผมชอบเดินเข้าไปในป่าซึ่งจะต้องข้ามสะพานแขวน ผ่านลำธาร และน้ำตกเล็กๆ เข้าไปจะเจอถ้ำสำหรับนั่งวิปัสนาทำสมาธิเงียบๆ เป็นห้องกระจกติดแอร์ สบายมากครับ

มื้อค่ำเราสั่งเซ็ทอาหารอินเดียมาลองทาน ซึ่งเป็น Signature ของที่นี่ กลิ่นเครื่องเทศไม่แรง ทานง่าย ผมชอบแกงไก่ใส่ชีส ทานกับนานการ์ลิคคืออร่อยมาก อยากให้ลองครับ แนะนำให้สั่งอาหารเป็นเซ็ทเลยดูจะคุ้มกว่า a la carte นะผมว่า

ส่วนที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือครัวซองก์ครับ กัดเข้าไปคำแรกปั๊บ รู้เลยว่าต้องเชียร์อัพ พอไปสอบถามพนักงาน ได้ความเป็นสูตรลับของคุณเจสัน ซึ่งเป็น GM ของ Keemala

เอาล่ะ!! ไปชมภาพในคอลเลคชั่น Keemala กันดีกว่า พร้อมกับอ่านเรื่องราวแบบละเอียดในแคปชั่นที่กานต์เก็บมาฝากกันเช่นเคยครับ

ผมลงโปรพิเศษสำหรับคนไทยไว้ให้ที่ช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ👇🏻เผื่อใครสนใจอยากตามรอย

#keemala#beyondenchanting#phuket#keemalaphuket

เราเคยเห็นภาพมุมนี้กันบ่อยครั้งจากแมกกาซีนและ IG ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนตั้งใจว่าจะต้องมาพักที่นี่ให้ได้ เพราะเป็นภาพสตั้นท์มาก ความเป็นรังนกที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ ได้รับรางวัลดีไซน์ระดับโลกมาเยอะมาก

แขกเดินบนสะพานทางเดินกลางป่าเขียว

Walking Toward Peace

ภาพมุมสูงของหมู่วิลล่าทรงรังนกซ่อนตัวในป่า

Keemala เน้นงานออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความสมบูรณ์ของพืชพรรณมาอันดับแรก เราจึงได้เห็นภาพวิลล่าดีไซน์ต่างๆ ที่สอดแทรกอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงสลับกับทิวไม้ตั้งสลับลดหลั่นกันตามระดับความสูงชันของหุบเขา กลายเป็นหมู่บ้านชนเผ่าทั้ง 4 ที่สวยมาก

วิลล่าทรงรังนกตัดกับฉากภูเขาหมอกยามเช้า

อีกไฮไลท์นอกจากวิลล่าก็คือพื้นที่ส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น Lobby ห้องอาหาร สปา ก็ดีไซน์ออกมาใหม่จนกลายเป็นที่ทำการชนเผ่า

กลุ่มวิลล่าทรงรังนกท่ามกลางป่าทึบของ Keemala

จากสนามบินใช้เวลานั่งรถประมาณ 40 นาที ก็มาถึงที่ Keemala ครับ ภาพแรกที่ได้เห็นตื่นเต้นมาก มีสิ่งปลูกสร้างรูปทรงแปลกตาผุดขึ้นมาทักทายเรา ก่อนที่รถจะพาเข้าไปสู่พาวิลเลี่ยนครับ

ทางเข้าวิลล่าไม้ทรงโค้งกับรถจี๊ปที่จอดอยู่ด้านหน้า

ผมใช้บริการรถรับส่งจากทางรีสอร์ต รถเท่ห์มาก ให้ฟีลผจญภัยสุดๆ

ภายในห้องพักกับผนังขวดแก้วสีเขียวและเก้าอี้พักผ่อน

การเดินทางและ Lobby

เมื่อถึงด้านหน้าพาวิลเลี่ยน จะมีรถบัคกี้มารับเราขึ้นไปเช็คอินที่ Lobby ด้านบน ภายในตกแต่งได้ตีมชนเผ่ามากๆ เน้นวัสดุและสีสันของผ้า หมอนอิง งานเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผมว่าคุมโทนงานดีไซน์ได้ดี ช่วยให้แขกมีประสบการณ์ร่วมได้ตลอดเวลา

แขกยืนบนระเบียงวิลล่ามองออกไปยังผืนป่า

เดินผ่าน Lobby จะเป็นศาลาที่เรานั่งเช็คอินกันด้านนอกแบบเปิดโล่ง บรรยากาศสบายๆ ไม่รู้สึกร้อน อาจจะเป็นเพราะตอนนี้เราอยู่บนเขา ทำให้มีลมพัดตลอดเวลา มองออกไปจะเห็นวิวภูเก็ตแบบพาโนราม่า

กระท่อมดินทรงกรวยหลังคามุงจางท่ามกลางแมกไม้

จาก Lobby เราจะเห็นวิลล่า 4 ชนเผ่าที่ปลูกเรียงรายลดหลั่นกันออกไปครับ ผลงานการดีไซน์ของ Pisud Design Company ที่ได้แรงบันดาลใจจากผู้คนพื้นเมือง ชนเผ่าต่างๆ จนเกิดเป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี

ด้านล่างเป็นหมู่บ้านที่หลังคามุงจากชื่อว่า Clay Pool Cottage หรือกลุ่มชนเผ่าปฐพี ตัวแทนของผู้คนที่ทำงานเกี่ยวกับดิน อย่างพวกเกษตรกร ชาวนา

งานดีไซน์จึงใช้สีเอิร์ธโทนเป็นหลัก เป็นบ้านดินหลังคาทรงเหลี่ยมสูงมุงจาก อยู่ใกล้ชิดกับแหล่งน้ำลำธารไหลเย็นๆ เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และวัสดุจากธรรมชาติ

ส่วนด้านบนจะเป็น Tree Pool House หมู่บ้านของชาวเวหา บูชาจักรวาลผู้ที่หลงใหลในท้องฟ้า จำพวกนักประดิษฐ์ สถาปนิก และนักบำบัด

ดังนั้นบ้านต้นไม้จึงดีไซน์ให้เป็นบ้านยกสูงจากผืนดิน ใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบแขวนและลอยตัวได้ ให้อารมณ์นอนบ้านต้นไม้ 

บ้านต้นไม้กลางป่าเขียวของรีสอร์ต

ส่วนด้านบนซ้ายจะเป็นวิลล่าแบบบ้านคนจร ของเหล่าพ่อค้า นักสำรวจ นักผจญภัย ที่ไม่เคยหยุดนิ่งหรืออยู่กับที่เป็นหลักเป็นแหล่ง เรียกว่า Tent Pool Cottage เป็นบ้านที่พร้อมอพยพย้ายแหล่งที่พักอาศัยเรื่อยไป วัสดุที่ใช้จึงเน้นการใช้สิ่งทอและผืนผ้าใบเพื่อความสะดวกในการย้ายถิ่นฐาน แต่ข้างในคือหรูหราอยู่นะ

ส่วนวิลล่าหลังสุดท้ายที่ผมพักคือ Bird Nest Pool Villa เป็นบ้านรังนกของชนชั้นสูงที่ชอบความหรูหรา เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันดูมีระดับ เหมือนนกกลับมายังรังเมื่อยามเย็น เน้นระเบียงกว้างและสระว่ายน้ำใหญ่ เพื่อให้บูชาแสงจันทร์

ภาพมุมสูงของวิลล่าพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว มีแขกแช่น้ำอยู่

วิลล่าที่ผมพักทริปนี้คือ Bird Nest Pool Villa หรือบ้านรังนกของชนชั้นสูงที่ชอบความหรูหรา หันหน้าสู่ทะเลและเมืองเบื้องล่าง ขนาดวิลล่าใหญ่มากถึง 185 ตารางเมตร และเป็นวิลล่าที่ชาวต่างชาติชอบมากจองกันเต็มตลอด เพราะสวยจริงๆ เหมาะแก่วันพักผ่อนสบายๆ

ห้องนอนภายในวิลล่าไม้ทรงโค้งโทนอบอุ่น

ภายในตกแต่งเน้นไม้ แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นโซนต่างๆ เช่นหน้าบ้านมีที่นั่งพัก พร้อมกับตู้สำหรับจัดเก็บสัมภาระ มีเคาน์เตอร์บาร์ พร้อมชา กาแฟ และเครื่องดื่มในตู้เย็น เติมเต็มทุกวัน

ส่วนด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่นที่หันหน้าออกไปยังสระว่ายน้ำและวิวภายนอก ฝั่งตรงข้ามจะเป็นมุมทำงาน

ภาพชุดห้องนอนกับเตียงคลุมผ้าโปร่งภายในวิลล่า

ตรงกลางเป็นเตียงนอนทรงไข่ ครอบด้วยมุ้ง ผมว่าดีไซน์คือเก๋มากให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นลูกนก เตียงคือใหญ่มาก พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกหัวเตียง ส่วนปลายติดกระจกด้านหน้าสามารถนอนดูวิวได้

ห้องน้ำกรุไม้พร้อมต้นไม้ตกแต่ง

ด้านในสุดเป็นห้องน้ำซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ส่วนดีไซน์ก็เก๋ดีเช่นกัน คือมีการแยกส่วนเปียกแห้งและแบ่งฟังก์ชันเรียบร้อย งานตกแต่งคุมโทนได้ดี ผมชอบดีไซน์ของโคมไฟรังนกยุ่งๆ ดูเก๋สุดๆ

มุมอ่างล้างหน้าและกระจกในห้องไม้สไตล์รัสติก

Rain Shower จะอยู่ตรงกลางห้องพร้อมกับม่านกันน้ำกระเด็น แต่ผมว่าเปิดออกแล้วเทควิวดีกว่า ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นอ่างล้างหน้ารูปไข่ทำจากหิน งานดีเทลคือยอมรับว่าดี ใส่ใจในรายละเอียดการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ

ส่วน Toilet Amenities เป็นของรีสอร์ตเองครับ

แขกนั่งอ่านหนังสือบนระเบียงมองวิวป่า

มุมอ่างอาบน้ำริมกระจกคือวิวดีงามสุดๆ เป็นอ่างดีไซน์เลียนแบบหินสีดำ ทำให้ความรู้สึกลึกลับดี เป็นมุมที่ผมชอบมานั่งอ่านหนังสือเพราะรู้สึกว่าโปร่งโล่งสบาย และด้วยความที่ห้องน้ำใหญ่ทำให้ไม่อึดอัดเลยครับ

มือถือถ้วยกาแฟเหนือถาดอาหารที่จัดไว้

บ่ายๆ วิลล่าโฮสนำอาฟเตอร์นูนทีมาเสิร์ฟ ที่นี่จะเน้นคอนเซปต์แบบอินเดียเป็นหลัก ดังนั้น ขนมและของคาวก็จะคุมโทนนี้ ชาที่เสิร์ฟจะเป็นมาซาลา ที มีกลิ่นของเครื่องเทศ นึกถึงตอนที่ไปอินเดีย ดื่มชาเสร็จก็ขว้างถ้วยดินเผาทิ้งให้แตกเลยครับ

แขกยืนบนเนินเขากับวิวรีสอร์ตเป็นฉากหลัง

บ่ายแก่ๆ เราแช่น้ำชมวิวกันดีกว่าครับ เอาให้สมกับคำว่าพักผ่อน

แขกผ่อนคลายริมสระว่ายน้ำส่วนตัวกับวิวป่า

สระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่า

จริงๆ อากาศข้างบนคือไม่ร้อนเลยนะครับ ออกจะเย็นๆ ด้วยซ้ำ ทำให้แช่น้ำได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนมานั่งพักกันริมสระ อ่านหนังสือ จิบเครื่องดื่มไป ชมวิวไป เพลินๆ สบายใจ

แขกเดินลงบันไดไม้ทางเดินกลางป่า

ก่อนค่ำเล็กน้อยเราไปเดินสำรวจกัน ปกติจะเน้นการเดินทางด้วยรถบัคกี้ แต่ก็จะมีทางเป็นบันไดขึ้นลงเองได้ ซึ่งผมชอบกว่า เพราะจะได้เดินผ่านป่าที่มีต้นไม้น้อยใหญ่ มีเสียงนกร้องตลอดเวลา ให้บรรยากาศดีกว่ามาก

ระหว่างทางเดินจะมีโทรศัพท์ฉุกเฉินติดตั้งไว้ตลอดนะครับ หากมีเหตุต้องการความช่วยเหลือหรือเปลี่ยนใจไม่เดินแล้วก็แค่กด ศูนย์ เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลย

แขกภายในวิลล่าทรงรังนกกับแสงแดดที่ลอดเข้ามา

Keemala เป็นรีสอร์ตที่ผมว่าต้องเดินเพื่อ explore สำรวจไปเรื่อยๆ เราก็จะได้มุมใหม่ๆ ในการถ่ายรูปเสมอ เช่นบันไดลับที่ออกมาจากไวน์รูมด้านบน ไต่ลงมาชั้นล่างก็จะเป็นมุมนี้

วิลล่าทรงรังนกแขวนตัวอยู่กลางป่า กับผู้คนเดินอยู่เบื้องล่าง

ส่วนนี่เป็น Signature Spot ที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปครับ

พนักงานในชุดพื้นเมืองเดินอยู่ในสวน

พิธีจุดเทียนยามค่ำ

ช่วงใกล้ค่ำจะมีพิธีจุดเทียนให้แสงสว่าง โดยมีการร้องรำทำเพลงตีฆ้องตีกลอง แห่ไปรอบๆ รีสอร์ตพร้อมกับจุดคบเพลิงไปทั่วบริเวณเพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าได้เวลาใกล้จะมืดแล้วนะ

ห้องอาหารและบาร์ตกแต่งสไตล์รัสติกโทนไม้

ห้องอาหาร Mala และอาหารเช้า

มื้อค่ำเราทานกันที่ห้องอาหาร Mala ซึ่งจะว่าไปก็ทานที่นี่ทุกมื้อครับ มีห้องอาหารเดียวแต่มีหลายมุมให้เลือกนั่งทั้งด้านในห้องปรับอากาศและด้านนอก

ส่วนการออกแบบตกแต่งต้องยอมใจจริงๆ ครับ เพราะครีเอทออกมาได้สุดมาก เหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกจริงๆ

ห้องอาหารของ Keemala จะเน้นแนวคิดเรื่อง Healthy Living ด้วยอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ที่คัดสรรทุกวันจากสวนออร์แกนิกของทางรีสอร์ตปลูกเองแบบไม่ใช้สารเคมี

มือเสิร์ฟอาหารจัดจานอย่างประณีต

ผมเลือกนั่งด้านนอก รับลมสบายๆ ยังไม่เจอยุงแต่อย่างใด

นั่งสักพักพนักงานจะเสิร์ฟ ปาปาดัม ก็คือข้าวเกรียบแบบอินเดีย อร่อยมากครับใส่เครื่องเทศเข้าไปให้รู้สึกเผ็ดร้อนเล็กน้อย ทานกับซอสมินต์หรือ ซอสมะขามก็ได้

ชุดน้ำชายามบ่ายพร้อมของว่างหลากหลาย

จริงๆ อาหารที่นี่ก็มีให้เลือกหลากหลายนะครับทั้งไทย ตะวันตก ตะวันออก แต่มื้อค่ำนี้ผมเลือกทานเป็นอินเดียเซ็ท ซึ่งจะรวมมิตรทุกอย่างมาให้

สั่งเป็นเซ็ทแบบนี้จะถูกกว่าสั่งแยกเป็น a la carte นะผมว่า เหมาะสำหรับใครที่อยากทานอาหารอินเดียหลายๆ อย่าง อย่างอาหารเรียกน้ำย่อยจะเป็นไก่ทิกก้า แซลมอนทิกก้าและแกะ ย่างมาหอมมาก ถ้าเป็นสไตล์ไทยอาจจะบีบมะนาวลงไปอีกหน่อย หรือทานกับซอสมะม่วง ซอสสะระแหน่ที่จัดมาให้ก็ได้

สำรับอาหารไทยและของทานเล่นวางบนโต๊ะไม้

นอกจากนี้ยังมีนาน คล้ายๆ กับโรตีแต่เหนียวกว่า มีให้เลือกหลายรสเช่นการ์ลิค เนย ทานกับแกงก็ได้ครับ

และยังมีถ้วยเล็กๆ คล้ายๆ น้ำพริกแต่มีรสเปรี้ยวกว่า เอาไว้ทานตัดเลี่ยน

ส่วนของหวานมีทั้งมะม่วงโยเกิร์ต หรือที่เรียกว่า Lassi ของดีจากรัฐปัญจาบ ไอศกรีมและกุหลาบจามุน ของหวานที่หว๊านหวานนนนน

สำรับอาหารไทยหลากเมนูจัดเต็มโต๊ะ

ส่วนอาหารจานหลักจะเสิร์ฟมาในถาด ภาษาอินเดียเรียกว่า Thali หรือ ทาลี่ มีความรวมมิตรมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากลองทานหลายๆ อย่าง

เริ่มจากข้าวบัสมาตี (Basmati) เป็นข้าวของชาวอินเดียจะมีลักษณะเรียวยาวกว่าปกติค่อนข้างแข็งแต่พอเอาไปทำข้าวหมกเครื่องเทศแล้วอร่อยนุ่มกว่าที่เคยกิน

ส่วนแกงก็มีหลากหลาย ส่วนใหญ่จะใส่ “การัม มาซาล่า” หรือว่าเครื่องเทศหลากชนิดที่บดผสมกันเช่น ลูกผักชี กานพลู อบเชย ยี่หร่า ดอกจันทน์เทศ พริกไทย เป็นต้น เพิ่มความหอมและเผ็ดร้อนของรสชาติ และบางเมนูก็จะใส่กะทิหรือเนยเพิ่มเข้าไป

มีทั้งแกงไก่ Tikka Masala หรือว่า Butter Chicken ก็มี แกงเผ็ด Vindaloo เผ็ดไปหน่อยแต่ก็อร่อยอยู่ ชิมไปอย่างละนิดละหน่อยก็อร่อยดีครับ

แขกนั่งจิบเครื่องดื่มบนระเบียงมองวิวเนินเขา

Mixologist ชงเครื่องดื่มแก้วโปรดมาให้ทานกับอาหารอินเดีย เข้ากันดีอยู่นะ

วิลล่ากลางป่าในแสงพลบค่ำ

เป็นการทานอาหารอินเดียที่ให้ความรู้สึกล้ำไปอีกขึ้น ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง

แขกในชุดคลุมนั่งบนเตียงริมหน้าต่างห้องพัก

ตอนเช้าในห้องจะมีอุปกรณ์ดริปกาแฟจัดเตรียมไว้ให้ สามารถบรรเลงกาแฟแก้วโปรดได้ก่อนใครเลยครับ

มือหั่นครัวซองต์บนจานมื้อเช้า

สายๆ ค่อยลงมาทานอาหารที่ Mala เช่นเคย สามารถสั่งจากเมนูได้ และบางอย่างก็จัดวางไว้ที่สเตชั่น แต่ที่ไม่อยากให้พลาดกันเลยคือพวกขนมอบครับ ครัวซองก์ของที่นี่คือนิพพาน แป้งไล่ชั้นและเป็นโพรงดีมาก กรอบนุ่มและหอมเนยฉ่ำๆ แต่กลับไม่รู้สึกว่าแป้งมันหนักแต่อย่างใด จัดกลางผ่าแล้วทานเนยเพิ่มเข้าไปตามด้วยแยมผลไม้โฮมเมด คือดีย์

ครัวซองก์ของที่นี่เป็นสูตรลับจากคุณเจสัน GM ของรีสอร์ต ซึ่งก่อนหน้านี้คุณเจสันเคยเป็นเชฟมาก่อนครับ มิน่าล่ะ อาหารของ Keemala ถึงอร่อยมากกกกกกก

แกงไทยถ้วยเข้มเสิร์ฟคู่ผักสด

ขนมจีนแกงปูใบชะพูล ทานทุกเช้าเลยครับ รสชาติคือเด็ดและเผ็ดร้อนมาก สั่งมาทานวันละ 2 จานก็คุ้มละ เพราะปูแน่นขนาดนี้ ถ้าไปสั่งที่ร้านคงจะหลายร้อยอยู่นะ

ทางเดินไม้ทอดยาวเหนือเรือนยอดไม้ในป่า

น้อลลลลลลลมาทักทายแต่เช้า

นกยูงเกาะอยู่บนโครงสร้างไม้กลางป่า

สายๆ เดินไปชมกรงนกยูง ตอนแรกก็รำแพนอยู่ดีๆ พอยกกล้องปุ๊บหุบซะงั้น

ไก่ขนขาวยืนอยู่บนโขดหิน

กระท่อมของน้องเป็ดก็มี ที่นี่จะปล่อยให้เดินเสรีไปเรื่อยเปื่อย

แขกสวมหมวกยืนอยู่ข้างควายในบรรยากาศชนบท

สมาชิกใหม่เป็นควายเผือกครับ น้องเพิ่งคลอด อ้อนแม่สุดๆ

ความเขียวชอุ่มของผืนป่ารอบรีสอร์ต

หลังจากชมสัตว์โลกน่ารักประจำรีสอร์ตแล้ว จากนั้น เราเดินเลาะริมธารไปยังน้ำตกด้านในกันต่อ

แขกสวมหมวกท่ามกลางแมกไม้ในป่า

ด้านในจะมีสะพานแขวนผ่านลำธารด้านล่าง ซึ่งนี่เป็นมุม Signature Shot ของที่นี่ ดูลึกลับดีครับ

แขกนั่งสมาธิในถ้ำหินโทนมืด

เดินข้ามไปจนถึงตีนน้ำตกจะเจอถ้ำทำเป็นห้องกระจกติดแอร์เอาไว้ เราสามารถมานั่งทำสมาธิได้ที่นี่ จริงๆ จะมีอาจารย์นำวิปัสสนาด้วยนะครับ อาจจะต้องลองถามกับทางรีสอร์ตว่าจะมาช่วงไหน

น้ำตกกลางป่าเขียวขจี

จากนั้น ก็มาเล่นน้ำตกกัน เป็นมุมที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำใหญ่ของทางรีสอร์ตครับ

ภาพชุดกระท่อมดินทรงโดมหลังคามุงจางของ Keemala

ช่วงบ่ายเราไปทำสปากันที่ Mala Spa ดีไซน์เป็นบ้านดินทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ คุมโทนได้ดีมาก

แขกสวมหมวกนั่งอ่านหนังสือบนเตียงหัวเตียงลายพื้นเมือง

ที่ Mala Spa มีทรีตเม้นท์ให้เลือกหลากหลายเลยครับ ศาสตร์การบำบัดหลากหลายโปรแกรมจากทั้งไทย ธิเบต ผมเลือกเป็น Harmonising Massage นวดน้ำมันแบบปานกลาง ซึ่งทางเทอราพิสจะมีกลิ่นให้เลือก 4 กลิ่นตั้งตามชื่อวิลล่าคือ

เวหา : จะเป็นน้ำมันกลิ่นโรสแมรี่ ลาเวนเดอร์และเบอร์กามอท

คนจร : เป็นน้ำมันกลิ่น เปเปอร์มินต์ ยูคาลิปตัสและ ทีทรี

พเนจร : เป็นกลิ่นตะไคร้ ขิงและไพล

รังนก : จะเป็นมะลิ กระดังงาและเบอร์กามอท 

ภายในวิลล่าทรงโดมรังนกประดับโคมระย้าและเตียงนอน

ห้องนวดสวยมาก ชอบความเพดานทรงโดมที่เจาะหลุมด้านบนเข้าไปประดับด้วยโคมไฟดีไซน์เก๋ ให้ความรู้สึกถึงงานออกแบบที่หลุดโลกจริงๆ

ทรีตเมนต์สปานวดผ่อนคลายโดยนักบำบัด

เทอราพิศ คุณอู๋ นวดดีมาก จนหลับไปเลย ผมชอบให้เน้นขาและเท้า เพราะเดินเยอะแหละ จัดการรีดเส้นคลายเมื่อยออกไปได้หมด

ตื่นอีกทีตอนได้ยินเสียงตีขันธิเบตดังก้องกังวาลนี่แหละ

แขกร่วมกิจกรรมงานคราฟต์กับพนักงาน

ส่วน Relaxing จะเป็นชาร้อนที่ผสมสมุนไพรหญ้าหวานลงไปให้ความรู้สึกชุ่มคอมากหลังจากขาดน้ำไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ

ช่างฝีมือกำลังทำงานคราฟต์ที่ฐานวิลล่าทรงรังนก

ที่นี่มีกิจกรรมให้แขกทำด้วยนะครับ อย่างเช่น Cooking Class วันนี้จะมาทำขนมโค ขนมพื้นบ้านของชาวภูเก็ตกัน

เริ่มจากมะหมี่ขูดมะพร้าวก่อนนะ

แขกสองคนนั่งอยู่ที่ฐานของวิลล่าทรงรังนก

ขนมโค เอาจริงๆ คือทำง่ายมาก ที่นี่จะเป็นแบบใส่น้ำตาลโตนดเข้าไป เชฟนาเดีย เลือกใช้น้ำตาลจากทางสงขลาเพราะว่าจะหอมละมุนกว่า วิธีทำก็ง่าย ผสมแป้งกับน้ำ จากนั้นก็ปั้นเป็นก้อน แผ่แป้งแล้วใส่ไส้น้ำตาล ปั้นให้เป็นลูกกลมๆ แล้วต้มกับน้ำใบเตย เสร็จแล้วก็เอามาคลุกกับมะพร้าวขูดฝอย โรยเกลือผสมไปเล็กน้อย จบ!!

เชฟบอกว่า ชาวต่างชาติจะสนุกและชอบมาก นอกจากขนมโคและก็ยังมีอีกหลายเมนูให้ลองทำ ส่วนถ้าใครอยาจะเรียกกันจริงจัง แบบเสิร์ฟเป็นอาหาร 3 คอร์สให้เราได้ทานฝีมือตัวเอง ก็สามารถแจ้งพนักงานได้ครับ

ผืนป่ากับวิลล่าที่ซ่อนตัวอยู่ในแมกไม้

Keemala ผมว่าเป็นประสบการณ์เข้าพักที่ประทับใจมาก ทั้งตัวดีไซน์ ที่ออกแบบและคุมตีมได้ดี ที่สำคัญคือสวยจริงๆ และเหมือนได้ใช้ชีวิตเป็นชนเผ่าอยู่กลางป่าจริงๆ แทบจะลืมไปแล้วว่านี่คือภูเก็ต

สนใจสอบถามได้ที่ Line @keemala หรือ จองห้องพักที่ www.keemala.com

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

คำถามที่พบบ่อย

Keemala อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

Keemala ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือหมู่บ้านกมลา ทางฝั่งตะวันตกของภูเก็ต มองลงไปเห็นหมู่บ้านกมลาและทะเลอันดามันอยู่ไกล ๆ จากสนามบินภูเก็ตขับรถราว 30–40 นาทีก็ถึงทางขึ้นรีสอร์ต ตัวที่พักซ่อนอยู่ในป่าเขตร้อนที่ร่มครึ้ม ทำให้รู้สึกห่างจากความวุ่นวายของหาดป่าตองที่อยู่ไม่ไกล แม้จะยังเดินทางเข้าเมืองหรือลงหาดได้สะดวกอยู่

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาห้องพักของ Keemala เริ่มต้นในหลักหมื่นต้น ๆ ต่อคืน และขยับขึ้นได้ถึงหลายหมื่นในวิลลาที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ทุกหลังเป็นพูลวิลลาที่ออกแบบตามแนวคิดสี่ชนเผ่าสมมุติ จึงมีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน สิ่งที่ทำให้คุ้มคือสถาปัตยกรรมที่กล้าเล่นและกลมกลืนกับป่า รวมถึงความเป็นส่วนตัวสูงท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากโรงแรมริมหาดทั่วไป

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ไฮไลต์ของ Keemala คืองานออกแบบที่เล่าเรื่องสี่ชนเผ่าในจินตนาการ โดยเฉพาะ Tent Pool Villa ที่ทำจากผ้าใบเหมือนเต็นท์จริง และ Clay Pool Cottage ทรงรังนกที่กลายเป็นภาพจำของรีสอร์ต สปา Mala Spa และห้องอาหารที่เน้นเมนูเพื่อสุขภาพช่วยเสริมคอนเซปต์การพักผ่อนแบบบำบัด ทั้งหมดวางตัวอยู่กลางป่าเขตร้อนที่ทำให้ทุกมุมของรีสอร์ตดูเหมือนฉากในเทพนิยาย

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.