Friday 30 October 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  DECODE  ·  29 Oct 2026

ฤา จิตวิญญาณ Apple ใกล้จะหายไปในยุค John Ternus — จาก MacBook จอสัมผัส ถึง iPhone Duo ที่ใช้ปากกาได้

Words · / Photography courtesy of Apple Newsroom / Wikimedia Commons
MacBook Pro จอ PROLED XDR รุ่นปี 2026 ขนาด 14 และ 16 นิ้ว วางคู่กันแบบเปิดจอ
EDITORIALQuick Facts: ฤา จิตวิญญาณ Apple ใกล้จะหายไปในยุค John Ternus — จาก MacBook จอสัมผัส ถึง iPhone Duo ที่ใช้ปากกาได้
ByKANT
Updated29 Oct 2026

ENGLISH SUMMARY

On 28 October 2026 Apple unveiled the MacBook Pro with PROLED XDR Display, the first Mac with touch input, weeks after launching iPhone Duo, its first foldable iPhone, with Apple Pencil support. Both reverse positions Steve Jobs once held, and both arrive in the first months of John Ternus as CEO (from 1 September 2026). KANT argues it is too early to say Apple's soul is fading: an optional pencil, and a touch screen that keeps the keyboard and trackpad primary, do not break Jobs's rule of starting from the customer experience. The more worrying signals are reports that the industrial design team has lost influence and that ads now crowd App Store search results. The test to watch is whether anyone inside Apple can still say a product is not good enough to ship.

สรุปตรง

Apple เปิดตัว MacBook Pro จอ PROLED XDR เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 เป็น Mac รุ่นแรกที่แตะหน้าจอสั่งงานได้ ก่อนหน้านั้นไม่ถึงสองเดือนก็เพิ่งเปิดตัว iPhone Duo มือถือจอพับรุ่นแรกที่ใช้ Apple Pencil ได้ ทั้งจอสัมผัสบนโน้ตบุ๊กและปากกาบนมือถือล้วนเป็นของที่ Steve Jobs เคยปฏิเสธ และทั้งสองอย่างมาถึงในช่วงแรกของ John Ternus ซีอีโอคนใหม่ที่รับตำแหน่งเมื่อ 1 กันยายน 2026 กานต์ยังไม่ฟันธงว่าจิตวิญญาณ Apple กำลังหายไป เพราะเรามักจำคำตอบเก่าของ Jobs ได้แม่นกว่าวิธีคิดที่พาเขาไปถึงคำตอบนั้น ปากกาที่เป็นของเสริม กับจอสัมผัสที่ยังให้คีย์บอร์ดและแทร็กแพดเป็นหลัก ยังไม่ขัดกับหลักที่ให้เริ่มจากประสบการณ์ของคนใช้ สัญญาณที่น่าห่วงกว่าอยู่ที่อื่น คือรายงานว่าทีมออกแบบมีอำนาจน้อยลง กับโฆษณาในผลค้นหาของ App Store ที่กินพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ ในบริษัทยังมีใครกล้าพูดไหมว่าของชิ้นนี้ยังไม่ดีพอจะส่งถึงมือลูกค้า

MacBook ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อคืน ว่าสามารถเอานิ้วจิ้มจอได้
วันก่อนก็เพิ่งเปิดตัว iPhone Duo ที่เอาปากกามาเขียนมือถือได้
เห็นแล้วก็อดนึกถึง Steve Jobs ไม่ได้ครับ

คนที่เคยบอกว่า การยกแขนไปแตะหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องชวนเมื่อย เขาจะรู้สึกอย่างไรนะถ้าเห็น Apple เดินมาถึงวันนี้ วันที่บริษัทประกาศทำ MacBook Pro จอสัมผัส และให้ iPhone Duo รองรับ Apple Pencil

สำหรับคนที่ผูกพันกับ Apple มานาน อย่างกานต์ ก็เกิดความรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ครับ เพราะเราเคยเชื่อว่า Apple เป็นบริษัทที่เลือกมาให้แล้วว่า อะไรควรอยู่ในสินค้า และอะไรควรถูกตัดออก

พอสิ่งที่เคยปฏิเสธทยอยกลับมา คำถามจึงตามมาว่า Apple กำลังเปิดรับสิ่งใหม่ หรือเริ่มไม่มั่นใจในแนวทางของตัวเอง

แต่ก่อนจะตัดสินว่าจิตวิญญาณของ Apple ใกล้หายไป กานต์คิดว่าเราต้องระวังอยู่เรื่องหนึ่ง เพราะเราอาจกำลังจำคำตอบเก่าของ Steve Jobs ได้แม่นกว่าวิธีคิดที่ทำให้เขาได้คำตอบนั้นมาครับ

Apple ยุค Jobs เริ่มจากคนใช้ แล้วค่อยย้อนไปหาเทคโนโลยี

iMac G3 สี Bondi Blue ปี 1998 มองจากด้านข้าง เห็นตัวเครื่องพลาสติกโปร่งแสงสีฟ้าอมเขียว
ภาพ: Stephen Hackett / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เวลาที่พูดถึง Apple ยุคของ Jobs เรามักนึกถึงความเป็นศิลปิน เห็น iMac แล้วอยากเอากลับบ้าน เห็น iPod แล้วรู้สึกว่าการพกเพลงติดตัวมาฟังเป็นเรื่องง่าย หรือเห็น iPhone แล้วเข้าใจทันทีว่ามือถือควรใช้งานแบบนี้ ความรู้สึกเหล่านี้ทำให้เราเผลอเล่าว่า Jobs คิดของสวย ๆ ขึ้นมา แล้วสั่งวิศวกรไปหาทางสร้างมัน

วิธีอธิบายที่ใกล้กับสิ่งที่ Jobs เคยพูดเองมากกว่าคือ เขาเริ่มจากประสบการณ์ที่อยากให้คนได้รับ ในงาน WWDC ปี 1997 แล้วค่อยย้อนกลับไปหาเทคโนโลยี ประโยคนี้วางโจทย์ชัดเจนว่า ความสามารถของเทคโนโลยีต้องตอบโจทย์ของคนใช้

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดอาจเป็นการตัดสินใจว่าจะไม่ใส่อะไรลงไป ทั้งที่ทำได้ ทั้งที่คู่แข่งมี และทั้งที่เอาขึ้นเวทีแล้วคนอาจปรบมือให้

กานต์ว่าความรู้สึกที่คนคิดถึง Apple ยุคเก่ามีเรื่องนี้อยู่มากนะครับ เราจ่ายเงินแพงส่วนหนึ่งเพื่อให้บริษัทจัดการความยุ่งยากแทนเรา เลือกส่วนประกอบ จัดวางวิธีใช้ และทำให้ของหลายชิ้นทำงานเข้ากัน โดยเราไม่ต้องเป็นวิศวกรเพื่อจะใช้มันให้คุ้มราคา

ยุค Tim Cook เก่งเรื่องธุรกิจ แต่สินค้าก็ดีขึ้นจริง

พอมาถึงยุค Tim Cook ภาพที่เห็นเปลี่ยนไป เขาพา Apple ไปสู่การบริหารธุรกิจขนาดมหาศาล ทั้งการผลิต การกระจายสินค้า บริการ และการต่อยอดลูกค้าที่มีอยู่ จนหลายคนรู้สึกว่าบริษัทเก่งเรื่องหารายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ความตื่นเต้นแบบเปิดตัวของที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเริ่มเกิดขึ้นน้อยลง

ด้านข้าง MacBook Pro ปี 2021 เห็นช่องอ่านการ์ด SDXC ช่อง Thunderbolt และช่อง HDMI ที่ Apple นำกลับมา
ภาพ: Apple Newsroom

ถึงกระนั้น การมอง Apple ยุค Cook ว่าเหลือแต่ธุรกิจก็ไม่ยุติธรรมกับสินค้าที่ดีขึ้นจริงนะครับ MacBook Pro ปี 2021 นำ HDMI ช่องอ่าน SD card และ MagSafe กลับมา สิ่งเหล่านี้อาจไม่ดูหวือหวาบนเวที แต่สำหรับคนทำงานภาพแบบกานต์ การเสียบการ์ดหรือเชื่อมต่อจอได้โดยไม่ต้องหาหัวแปลงมีความหมายทุกวัน

ตัวอย่างนี้บอกว่า ความใส่ใจในผู้ใช้งานสามารถแสดงออกผ่านงานวิศวกรรมได้เต็มที่ และการลดความยุ่งยากบางครั้งก็ต้องยอมเพิ่มสิ่งที่เคยตัดออกไป

Ternus เป็นวิศวกร แล้วจะสนใจความงามน้อยลงจริงไหม

ดังนั้น ถ้าจะเริ่มประเมิน John Ternus ด้วยสมมติฐานว่าเขาเป็นวิศวกร จึงน่าจะให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพน้อยลง กานต์ก็คิดว่าเราอาจจะกำลังข้ามขั้นเร็วไปหน่อยครับ

เพราะสิ่งที่ต้องดูคือ เขาใช้ความรู้ทางวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาของใคร และใครมีอำนาจตัดสินว่าทางออกนั้นดีพอแล้ว

iPhone Duo ใช้ปากกาได้ ขัดกับที่ Jobs เคยพูดไว้หรือเปล่า

iPhone รุ่นแรกจัดแสดงใต้โดมแก้วในงาน Macworld 2007 ที่ซานฟรานซิสโก วันแรกที่ Apple เปิดตัวมือถือรุ่นนี้
ภาพ: ArnoldReinhold / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

เอาเรื่องปากกาก่อน ตอนเปิดตัว iPhone ในปี 2007 Jobs พูดถึงความรำคาญของการต้องหยิบ stylus ออกมาใช้ ต้องเก็บกลับ และอาจทำหาย เขากำลังเสนอว่าโทรศัพท์ควรควบคุมได้ด้วยนิ้วที่เรามีอยู่แล้ว

iPhone Duo มือถือจอพับรุ่นแรกของ Apple ในมือสองข้าง เครื่องหนึ่งพับอยู่ อีกเครื่องกางจอเต็ม
ภาพ: Apple Newsroom

โทรศัพท์ที่ต้องพึ่งปากกาเพื่อใช้งานพื้นฐาน กับโทรศัพท์ที่ใช้นิ้วได้ตามปกติและเพิ่มปากกาไว้จดหรือวาด เป็นโจทย์คนละแบบ ประสบการณ์ของคนที่ไม่ซื้อปากกาต่างหากที่ควรถูกตรวจอย่างจริงจัง ถ้าเขายังใช้ทุกอย่างได้ง่ายเหมือนเดิม การมีอุปกรณ์เสริมก็ไม่ได้ทำให้หลักคิดเดิมพังลงทันที

MacBook จอสัมผัส คนใช้ต้องเป็นคนตัดสิน

ผู้ใช้แตะหน้าจอ MacBook Pro จอ PROLED XDR ระหว่างทำงานที่โต๊ะ MacBook รุ่นแรกที่สั่งงานด้วยการสัมผัสได้
ภาพ: Apple Newsroom

MacBook จอสัมผัสก็ต้องถูกถามให้ละเอียดแบบเดียวกัน Ternus อธิบายกับ WIRED ว่า Mac ยังมีคีย์บอร์ดและแทร็กแพดเป็นวิธีควบคุมหลัก ส่วนการสัมผัสมีไว้ใช้บางจังหวะที่สะดวก เขาย้ำว่าการเพิ่มความสามารถนี้ต้องไม่ทำให้ตัวเครื่องด้อยลง

เออ!! คำอธิบายนี้ก็พอฟังขึ้น แต่คนใช้ยังต้องเป็นผู้พิสูจน์ เพราะถ้าแตะเพื่อขยายภาพหรือเลื่อนบางอย่างแล้วสะดวกขึ้นก็ดีไป แต่ถ้าหน้าตาโปรแกรมถูกปรับจนใช้เมาส์ลำบาก หรือมีจังหวะเผลอแตะแล้วงานสะดุด นั่นคือปัญหาที่ Apple ต้องรับผิดชอบ

การบอกว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องใช้ ยังตอบไม่ครบ เพราะฟีเจอร์หนึ่งอาจเปลี่ยนวิธีออกแบบสินค้าทั้งชิ้น กานต์ว่า ตรงนี้เองที่คำถามเรื่องจิตวิญญาณเริ่มน่าสนใจกว่าเรื่องรอยนิ้วมือบนหน้าจอ

ทีมออกแบบของ Apple ยังค้านได้อยู่ไหม

ภาพมุมสูง Apple Park สำนักงานใหญ่ทรงวงแหวนของ Apple ที่คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย
ภาพ: Daniel L. Lu / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

มีข้อมูลอีกชุดที่เราคิดว่าน่ากังวลกว่าจอสัมผัสมาก คือรายงานของ Mark Gurman แห่ง Bloomberg เมื่อเดือนมิถุนายน อธิบายว่า ทีม Industrial Design ของ Apple มีอิทธิพลลดลง จากที่เคยเป็นศูนย์กลางกำหนดทิศทางสินค้า กลายเป็นกลุ่มที่ฝ่ายอื่นเข้ามาขอความเชี่ยวชาญด้านต้นแบบ วัสดุ และสี

รายงานเดียวกันยกตัวอย่างว่า Evans Hankey ผู้รับช่วงงานออกแบบผลิตภัณฑ์หลัง Jony Ive ไม่ได้มีที่นั่งในทีมผู้บริหารระดับสูงอย่างที่ Ive เคยมี และต้องรายงานต่อ Jeff Williams ซึ่งเป็นผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ เรื่องนี้ทำให้สถานะของงานออกแบบเห็นได้จากโครงสร้างอำนาจของบริษัท

ลองนึกถึงความต่างระหว่างนักออกแบบที่อยู่ในห้องตั้งแต่วันแรก และมีสิทธิ์บอกว่าสินค้าชิ้นนี้ยังไม่ควรเกิด กับนักออกแบบที่ได้รับโจทย์หลังจากกำหนดราคา ฟีเจอร์ และวันเปิดตัวไปหมดแล้ว ต่อให้ใช้คนเก่งเท่ากัน โอกาสที่งานจะออกมาดีทั้งชิ้นก็ไม่เท่ากัน

ถ้าบทบาทของทีมออกแบบเปลี่ยนไปอย่างที่รายงานจริง Apple อาจยังทำสินค้าที่ดูสวยได้ แต่ความสามารถในการตั้งคำถามกับโจทย์ตั้งต้นจะอ่อนลง เราอาจได้ของที่ขัดเกลามาดีมาก โดยไม่มีใครมีอำนาจพอจะถามว่าควรทำมันตั้งแต่แรกหรือเปล่า

โฆษณาใน App Store กับความเชื่อใจที่หมดไปทีละนิด

เรื่องหารายได้ก็มีสัญญาณที่ควรจับตาครับ John Gruber นักเขียนที่ติดตาม Apple มานาน วิจารณ์ในเดือนกรกฎาคมว่าโฆษณาในผลค้นหาของ App Store กินพื้นที่มากขึ้น จนเขามองว่าการออกแบบเริ่มรับใช้รายได้ของ Apple มากกว่าการช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบสิ่งที่ต้องการ

เราคิดว่าตัวอย่างนี้จับต้องได้มากครับ เพราะเวลาคนซื้อเครื่องราคาแพงย่อมคาดหวังว่าบริษัทจะใส่ใจเวลาของเขา ถ้าลูกค้าเปิดร้านแอปเพื่อหาของที่ต้องการ แต่ต้องเสียสมาธิให้ของที่จ่ายเงินซื้อพื้นที่ก่อน ความเชื่อใจย่อมถูกใช้ไปทีละนิด แม้แต่ละครั้งจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เสียจนไม่คุ้มที่จะบ่น

บริษัทสามารถหารายได้จากลูกค้าคนเดิมเพิ่มขึ้นได้อีกหลายทาง แต่ลูกค้ากลับไม่ได้รู้สึกเหมือนกันระหว่างการจ่ายเพราะได้ประโยชน์เพิ่ม กับการจ่ายหรือทนรำคาญเพราะออกจากระบบเดิมได้ยาก ช่องว่างนี้สำคัญกับแบรนด์ที่ขายความใส่ใจในรายละเอียดอย่าง Apple เป็นอย่างมากครับ

Ternus มีทั้งเรื่องให้หวังและเรื่องให้ระวัง

สำหรับ Ternus ข้อมูลที่เห็นยังมีทั้งด้านที่น่าหวังและเรื่องที่ต้องระวัง

ด้านหนึ่ง มีรายงานว่าเขาใช้เวลากับทีมออกแบบมากกว่า Cook อย่างชัดเจน Gurman รายงานในเดือนตุลาคมว่า Ternus เข้าไปทำงานกับสตูดิโอหลายครั้งต่อสัปดาห์ และให้ผู้บริหารด้านการเงินกับปฏิบัติการรับผิดชอบงานของตน เพื่อให้เขามีเวลากับวิศวกรรมและการออกแบบมากขึ้น

ในบทสัมภาษณ์ของนิตยสาร TIME เอง Ternus ก็ยังพูดถึงแอนิเมชันตอนกาง iPhone Duo ว่า แม้ไม่ได้มีหน้าที่ใช้งานโดยตรง รายละเอียดที่ทำให้คนรู้สึกสนุกกับสินค้าก็มีที่ทางของมันอยู่ ข้อมูลนี้ทำให้ภาพของวิศวกรที่สนใจแต่สเปกไม่ตรงกับสิ่งที่เขาแสดงออกเสียทีเดียว

แต่ก็มีอีกด้านที่ไม่ควรมองข้าม M.G. Siegler เขียนตั้งข้อสงสัยใน Spyglass หลังมีรายงานของ Gurman ว่า Ternus กับ Eddy Cue ต้องการเพิ่มรายได้และกำไรจาก App Store เขาเคยหวังว่าการมีคนสายผลิตภัณฑ์เป็น CEO จะเป็นโอกาสปรับนโยบายให้ดีกับนักพัฒนา จึงกังวลว่าทิศทางอาจกลับกัน ทั้งนี้ Siegler ระบุเองว่าข้อมูลดังกล่าวยังมาจากรายงานเดียว

นี่เป็นข้อเตือนใจที่ดีว่า การมี CEO ที่เข้าใจสินค้าไม่ได้รับประกันว่าเขาจะยอมสละรายได้เพื่อประสบการณ์ผู้ใช้ ความรู้ว่าอะไรควรดีขึ้น กับอำนาจและความตั้งใจที่จะเปลี่ยนมัน เป็นคนละเรื่องกันครับ

เราจึงยังตัดสิน Ternus จากสินค้าช่วงนี้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะเขาเพิ่งรับตำแหน่ง CEO เมื่อ 1 กันยายน 2026 สินค้าที่ทยอยเปิดตัวหลังจากนั้นมีการพัฒนามาก่อนหน้าที่เขาจะขึ้นเป็นผู้นำ แม้ตัวเขาจะมีบทบาทสูงอยู่แล้วในฐานะหัวหน้าแผนกฮาร์ดแวร์ก็ตาม

และต้องยอมรับด้วยว่า ตลาดที่โตเต็มที่แล้วจะสร้างความตื่นเต้นแบบตอนเปิดตัว iPhone ครั้งแรกทุกปีไม่ได้ การใช้หน้าตาเดิมหลายปีอาจเป็นการปรับปรุงของที่ลงตัวอยู่แล้ว ความใหม่ทางสายตาเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่มาตรวัดนวัตกรรมที่ดีนัก

สิ่งที่ควรรักษาไว้ คือมาตรฐานในการเลือก

สิ่งที่กานต์อยากเห็นจาก Ternus คือการทำให้ทีมที่รับผิดชอบประสบการณ์ผู้ใช้มีอำนาจจริง เวลาเกิดข้อขัดแย้ง นักออกแบบต้องสามารถค้านวิศวกรได้ วิศวกรต้องค้านสิ่งที่สวยแต่ใช้ไม่ดีได้ และทั้งคู่ต้องมีโอกาสค้านแผนธุรกิจที่ทำให้ผู้ใช้ลำบากขึ้นด้วย

บริษัทที่ทำได้แบบนี้ยังมีโอกาสสร้างสินค้าที่คนรัก แม้ผู้นำจะไม่มีบุคลิกเหมือน Jobs เลยก็ตาม

ส่วนความถดถอยที่หลายคนรวมถึงกานต์กังวล มันอาจเกิดขึ้นเงียบกว่าที่เราคิด เครื่องยังขายได้ รุ่นใหม่ยังเร็วขึ้น รายได้ยังเพิ่ม แต่เหตุผลที่ลูกค้าอยู่ต่อค่อย ๆ เปลี่ยนจากความชอบเป็นความเคยชิน เพราะรูปอยู่ที่นี่ งานอยู่ที่นี่ และอุปกรณ์รอบตัวก็ซื้อมาแล้วทั้งหมด

สถานการณ์แบบนั้นเป็นความเสี่ยงที่หลายคนก็มองเห็น แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า มันเกิดขึ้นกับ Apple แล้ว แต่ถ้ามันเกิดจริง บริษัทอาจอ่านตัวเลขที่ดูแข็งแรงแล้วประเมินความผูกพันของลูกค้าสูงเกินไปได้ การซื้อซ้ำบอกว่าเรายังซื้อ แต่มันไม่ได้บอกครบว่าเรายังรักเท่าเดิม

กานต์จึงยังไม่พร้อมฟันธงว่าจิตวิญญาณ Apple กำลังจะหายไปเพราะ John Ternus และก็ไม่คิดว่าการรักษามันต้องทำตามคำพูดเก่าของ Steve Jobs ทุกประโยค สิ่งที่ควรรักษาคือมาตรฐานในการเลือก ว่าอะไรช่วยให้ชีวิตคนใช้ดีขึ้นจริง และอะไรควรหยุดไว้ แม้จะสร้างรายได้ได้ก็ตาม

เพราะวันหนึ่ง Apple อาจทำของได้ทุกอย่างที่เทคโนโลยีอนุญาตให้ทำ แต่สิ่งที่เรายังอยากจ่ายเงินให้ คือความมั่นใจว่ามีคนในบริษัทกล้าพูดว่า “ของชิ้นนี้ยังไม่ดีพอที่จะส่งถึงมือเรา”

ข้อเท็จจริงที่อ้างถึงในบทความ

วันที่และตัวเลขข้างล่างนี้สรุปจากข่าวประชาสัมพันธ์ของ Apple และแหล่งที่อ้างไว้ท้ายบทความ ตรวจ ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2026

คำถามที่พบบ่อย

John Ternus ขึ้นเป็นซีอีโอของ Apple เมื่อไหร่

John Ternus รับตำแหน่งซีอีโอของ Apple ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 ต่อจาก Tim Cook ที่ขยับไปเป็นประธานกรรมการบริหาร Apple ประกาศเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2026 ก่อนขึ้นเป็นซีอีโอ Ternus ดูแลวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของบริษัท สินค้าที่ออกในช่วงแรกของเขาจึงพัฒนามาตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่ง

MacBook Pro จอสัมผัสใช้แทนคีย์บอร์ดและแทร็กแพดได้เลยไหม

ไม่ได้ออกแบบมาให้แทน MacBook Pro จอ PROLED XDR ที่เปิดตัววันที่ 28 ตุลาคม 2026 เป็น Mac รุ่นแรกที่แตะหน้าจอได้ แต่ John Ternus อธิบายกับ WIRED ว่าคีย์บอร์ดและแทร็กแพดยังเป็นวิธีควบคุมหลัก การสัมผัสมีไว้ใช้ในจังหวะที่สะดวกกว่า อย่างการหมุนโมเดลสามมิติหรือเล่นเครื่องดนตรีบนหน้าจอ ตามตัวอย่างที่ Apple ยกไว้ตอนเปิดตัว

iPhone Duo ใช้ Apple Pencil ได้ไหม

ได้ Apple ประกาศตอนเปิดตัว iPhone Duo เมื่อเดือนกันยายน 2026 ว่าจะรองรับ Apple Pencil รุ่น USB-C บนจอทั้งด้านในและด้านนอกภายในปีเดียวกัน ใช้จดโน้ต สเก็ตช์ และเขียนลงบนเอกสาร ส่วนการใช้งานทั่วไปยังใช้นิ้วได้ตามปกติ ปากกาเป็นอุปกรณ์เสริมที่ไม่ซื้อก็ได้

ที่มาข้อมูล

ที่มาภาพประกอบ

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.