ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW
A comprehensive property review of Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.
𝐑𝐨𝐛𝐞𝐫𝐭 𝐒𝐮𝐥𝐥𝐢𝐯𝐚𝐧 นักเขียนชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า “𝐆𝐨𝐨𝐝 𝐚𝐫𝐜𝐡𝐢𝐭𝐞𝐜𝐭𝐮𝐫𝐞 𝐢𝐬 𝐥𝐢𝐤𝐞 𝐚 𝐠𝐨𝐨𝐝 𝐭𝐡𝐞𝐫𝐚𝐩𝐲 𝐬𝐞𝐬𝐬𝐢𝐨𝐧, 𝐚 𝐠𝐨𝐨𝐝 𝐦𝐚𝐫𝐫𝐢𝐚𝐠𝐞, 𝐚 𝐠𝐨𝐨𝐝 𝐩𝐨𝐞𝐦 — 𝐠𝐞𝐧𝐭𝐥𝐲 𝐚𝐧𝐝 𝐚𝐥𝐦𝐨𝐬𝐭 𝐢𝐧𝐯𝐢𝐬𝐢𝐛𝐥𝐲 𝐚𝐥𝐥𝐨𝐰𝐢𝐧𝐠 𝐲𝐨𝐮 𝐭𝐨 𝐛𝐞 𝐲𝐨𝐮, 𝐚𝐬 𝐟𝐥𝐚𝐰𝐞𝐝 𝐚𝐧𝐝 𝐚𝐬 𝐛𝐞𝐚𝐮𝐭𝐢𝐟𝐮𝐥 𝐚𝐬 𝐲𝐨𝐮 𝐚𝐫𝐞.” สถาปัตยกรรมที่ดีเปรียบเหมือนเซสชันบำบัดที่ดี การแต่งงานที่ดี บทกวีที่ดี — ค่อยๆ ปล่อยให้เราเป็นตัวเองอย่างแผ่วเบาและแทบจะมองไม่เห็น ทั้งในส่วนที่ไม่สมบูรณ์แบบและส่วนที่งดงาม
กานต์อ่านประโยคนี้ครั้งแรกแล้วนึกถึงบ้านหลายร้อยโครงการที่เคยเข้าไปรีวิวตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีทั้งบ้านที่สวยมากๆ จนเราไม่กล้าแตะผนัง บ้านที่หลังใหญ่จนได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเองดังเวลาเดิน บ้านที่แต่งเป๊ะทุกมุมสมบูรณ์แบบจนรู้สึกว่าเราเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านของตัวเอง
แล้วก็มีบ้านอีกแบบ — ที่เราเดินเข้าไปแล้ว … หัวใจเต้นแรง
นั่นคือโครงการ Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha ครับ สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปจากโครงการในเซกเมนต์เดียวกัน ไม่ใช่เรื่องของราคาหรือทำเล แต่เราว่ามันคือภาษาของการออกแบบ
Nirvana ใช้คำว่า “บ้านที่ใช่ … ในทุกความรู้สึก” ซึ่งฟังดูเหมือนสโลแกนโฆษณาเลยนะครับ แต่ถ้าเดินเข้าไปดูบ้านจริงจะพบว่ามันถูกเขียนออกมาเป็นภาษาสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง
Facade สีขาวทั้งหลังไม่ได้สวยในแบบที่ตะโกน แต่สวยในแบบที่ยอมถอยออกไปเป็นพื้นหลัง ปล่อยให้ต้นไม้ แสงแดด และไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเป็นพู่กันกับจานสี บ้านที่นี่จึงไม่ได้พยายามจะเป็นประติมากรรม แต่เป็น Canvas สีขาวที่จะรองรับทุกอารมณ์ของคนในบ้าน
Common Area กว้างขวางพอที่เป็นมุมรับแขกและวางโต๊ะกินข้าวไปด้วยในตัวได้เกือบ 10 ที่นั่ง ชวนเพื่อนๆ มาปาร์ตี้ที่นี่ได้เลย มีห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างที่วันนี้เป็นโต๊ะทำงาน พรุ่งนี้เป็นห้องซ้อมดนตรี มะรืนเป็นห้องวาดรูปกับลูก หรือให้เรากางโยคะแมตตอนเช้าวันเสาร์ออกกำลังกายเบาๆ กันในบ้าน มี Family Lounge เชื่อมต่อกับ Master Bedroom ให้เราจัดสังสรรค์เล็ก ๆ กัน 2 คนได้โดยไม่ต้องลงไปชั้นล่างแต่ก็สงบพอที่จะนั่งอ่านหนังสือคนเดียวทั้งบ่าย เหล่านี้ฟังดูเป็นดีเทลเล็กน้อยนะครับ แต่ในชีวิตจริงมันหมายความว่าทุกตารางเมตรออกแบบมาเพื่อคนที่อยู่บ้านจริงๆ
บ้านในโครงการ Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha จึงเป็นเหมือนผืนผ้าใบที่รอให้ Hometrovert วาดชีวิตของตัวเองลงไป และการที่โครงการ Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha จำกัดเอกสิทธิ์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเป็นส่วนตัว แต่คือการคัดสรรฉากหลังที่ดีที่สุดให้กับชีวิตที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
“Gently and almost invisibly allowing you to be you.”
บ้านหลายหลังบอกว่ามันสวย บ้านหลายหลังบอกว่ามันหรู แต่มีบ้านไม่กี่หลังที่บอกว่า “เราไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อจะอยู่ที่นี่”
Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha เป็นหนึ่งในนั้น
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่โทร 1787
ลงทะเบียน : bit.ly/Nirvana-ABSOLUTE-KK
หรือ Line Official: bit.ly/Nirvana-LOA

หากพูดถึงทำเลที่อยู่อาศัยแนวราบระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ปัจจุบัน โซนกรุงเทพกรีฑาถือเป็นหมุดหมายอันดับต้นๆ ที่ถูกพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ราคาที่ดินในย่านยังเติบโตต่อเนื่อง 15–17% ต่อปี
โครงการ Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha จึงเป็นการปักหมุดในทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งหนึ่งของย่านนี้
โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการขนาด 26 ไร่เศษ ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ในซอยศรีนครินทร์-ร่มเกล้า 17 (ซอยสมวัฒนา) ซึ่งซอยนี้สามารถเชื่อมต่อกับถนนเลียบวงแหวน บริเวณซอยกาญจนาภิเษก 12 ได้

ความโดดเด่นของทำเลนี้คือ การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ (Connectivity) กรุงเทพกรีฑาในปี 2026 ไม่ใช่ทำเลเดียวกับที่คนรู้จักเมื่อหลายปีก่อนอีกแล้วนะครับ ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้ากว้าง 8 เลน เชื่อมต่อศรีนครินทร์ พัฒนาการ พระราม 9 รามคำแหง ลาดพร้าว ออกทางด่วนศรีรัชเข้าตัวเมืองชั้นในได้ภายในไม่กี่นาที ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ทั้ง Airport Rail Link รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีส้มที่กำลังจะมา

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทำเลนี้มีชีวิตคือสิ่งอำนวยความสะดวกรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น Nirvana PORCH คอมมูนิตี้มอลล์ที่ Nirvana เปิดเองบนถนนเส้นเดียวกัน พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 1,500 ตร.ม. ร้านอาหาร ฟิตเนส โยคะ รวมถึง Little Walk กรุงเทพกรีฑา, Market Place, The Park Avenue ฯลฯ ทุกอย่างอยู่ในรัศมี 5-10 นาที สนามกอล์ฟหลายแห่งก็อยู่ใกล้ๆ ขับรถไปแปบเดียว

นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติชั้นนำทั้ง Brighton College, Ascot และ Wellington กระจายตัวอยู่ในย่านนี้ รวมถึงมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC), สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA), และมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
มีสถานพยาบาลที่ให้ความอุ่นใจอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลรามคำแหง, โรงพยาบาลเวชธานี, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลวิภาราม, โรงพยาบาลการุญเวชสุขาภิบาล 3, และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ที่อยู่ไม่ไกล
ทำเลของ Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha จึงเป็นทำเลที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่บ้านขนาดใหญ่ขึ้นขยับจากคอนโดมิเนียมมาอยู่บ้าน ต้องการความสงบเป็นส่วนตัว แต่ไม่ต้องการละทิ้งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตเมือง ทั้งการเดินทางเข้า-ออกเมือง การเข้าถึงห้างสรรพสินค้า และการส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนนานาชาติชั้นนำที่อยู่ใกล้ๆ

เมื่อขับรถเข้ามาภายในเราจะเห็น Main Gate ด้านหน้าที่เด่นชัดด้วยสถาปัตยกรรม Modern Minimal เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายนอกที่เชื่อมต่อกับ Clubhouse โดดเด่นด้วย Facade สีขาวออกแบบตามแนวคิด Mass & Void ที่ดูเรียบง่ายแต่่ให้มุมมองที่เฉียบคมด้วยการใช้เส้นสาย ทำให้เกิดภาพสะท้อนการตกกระทบของแสงและเงาในมิติต่างๆ ราวกับการมองดูเหลี่ยมมุมอันสมบูรณ์แบบของอัญมณีเม็ดงาม

บ้านในโครงการมีด้วยกัน 4 แบบตั้งชื่อ ABSOLUTE และตามด้วยขนาด ซึ่งแบบบ้านที่กานต์พามาชมกันในพาร์ทนี้ึคือ ABSOLUTE 289 ขนาดที่ดินเริ่มต้นตั้งแต่ 52.5 ตารางวา และมีแปลงมุมขนาดใหญ่ถึง 60 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 289 ตารางเมตร ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำและหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน เป็นแบบบ้านที่มอบความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างขนาดพื้นที่และฟังก์ชัน ด้วยพื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ โซนรับประทานอาหาร มีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นโฮมออฟฟิศได้

ภาพรวมของงานสถาปัตยกรรม หน้าบ้านสวยมาก ออกแบบโดยใช้แนวคิด Mass & Void ในบริบทของ Architectural Psychology คือการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างทึบตันกับช่องว่าง เพื่อให้แสงธรรมชาติและเงาทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง สิ่งที่โครงการนำเสนอผ่าน Aesthetic Terrace ที่อ้างอิงบรรยากาศ Cloud Forest เป็นต้นแบบ
บ้านบางแบบใส่รายละเอียดของช่องแสงและลมเข้าไปให้ทำหน้าที่เป็น Passive Cooling Mechanism ทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยดึงธรรมชาติภายนอกเข้ามาหล่อเลี้ยงฟังก์ชันภายใน ภายในบ้านสว่างโดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟและบ้านเย็นได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในเวลากลางวันเลยครับ ผลลัพธ์จึงไม่ได้จบที่ตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่เป็นความรู้สึกที่ใช่ของการอยู่อาศัยจริงๆ

บ้านตัวอย่างของโครงการ Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha ออกแบบให้ด้านในเป็น Common Area ที่ผสานพื้นที่รับแขกเข้ากับ Dining Area
มีชั้นวางทีวีที่ Living Area อยู่ฝั่งด้านหน้า เราสามารถเปิดทีวีขณะที่รับประทานอาหารไปด้วยได้ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองระหว่างมื้ออาหารได้ดี

Dining Area สามารถจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบขนาด 6-8 ที่นั่ง สำหรับจัดเลี้ยงต้อนรับแขกและจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์ได้

โต๊ะรับประทานอาหารจัดวางไว้ในบรรยากาศที่โปร่ง โล่ง เชื่อมต่อกันด้วยเคาน์เตอร์หินอ่อนที่ทำหน้าที่เป็น Divider อย่างนุ่มนวลสามารถปรับเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับจิบเครื่องดื่มเบาๆ ก่อนเริ่มมื้ออาหารหลักได้ครับ

แต่ที่กานต์ประทับใจเป็นพิเศษคือการใช้เพดานไม้วีเนียร์คุมโทนความอบอุ่นตลอดทั้งชั้น ร่วมกับแนว Linear LED ฝังเพดานที่ลากเส้นแสงแนวนอนไว้อย่างสะอาดตา โคมไฟทรงแผ่นกลมสีขาวที่แขวนอยู่เหนือโต๊ะอาหาร

สิ่งที่กานต์มองว่าคือ Highlight จริงๆ ของพื้นที่นี้ คือบานกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวสวนจากทั้งด้านหน้าและด้านข้างของบ้าน แสงธรรมชาติที่ลอดผ่าน Venetian Blind เข้ามาในช่วงกลางวันสร้าง Pattern แสงเงาบนพื้นที่สวยมาก แล้วพอพระอาทิตย์ตกก็เปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นโทนอบอุ่นโดยอัตโนมัติเลยครับ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

กานต์ชอบที่มันไม่พยายามเด่นเกินหน้าเกินตา แต่ทำหน้าที่ได้ดีมาก แสงที่กระจายลงมาอย่าง Soft ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นมื้อเย็นธรรมดาในวันทำงาน หรือจะ Host Dinner Party ฉลองวันครบรอบแต่งงานก็รองรับได้ทั้งหมดครับ ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการนั่งทานอาหารที่ร้านในโรงแรม Boutique เลยครับ

พอเดินออกมาสู่พื้นที่ด้านข้าง กานต์รู้สึกเลยว่า Nirvana ABSOLUTE ไม่ได้มองสวนเป็นแค่ Buffer ล้อมรอบตัวบ้านครับ แต่ออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันจริงๆ เพราะทำเป็นเฉลียงนั่งเล่นที่ใช้ระแนงไม้แนวนอนวางบนโครงเหล็ก ช่วยกรองแสงแดดได้ดีมาก ในขณะที่ยังคงความโปร่งและการระบายอากาศไว้ได้ เหมาะกับ Climate ของเมืองไทยมากครับ
ทางเดินที่ปูด้วยก้อนหินแบนสลับกรวดละเอียด รางน้ำที่ไหลเบาๆ เสียงน้ำที่ได้ยินพอดี ไม่ดังรบกวนจนเกินไป กานต์มองว่านี่คือการออกแบบ Landscape ที่เข้าใจเรื่อง Sensory Experience เป็นอย่างดีเลยครับ เพราะทุกรายละเอียดทำงานร่วมกันโดยที่เราแทบไม่รู้ตัวว่ากำลัง Decompress อยู่

Vincent van Gogh ศิลปินชื่อก้องโลกเคยบอกว่า “In nature, there is no color that is not beautiful.” – ในธรรมชาติไม่มีสีใดที่ไม่สวยงาม
รอบบ้านปลูกต้นไม้ไว้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไม้ดอก ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นฟอร์มเด่นสลับกันไปเพื่อให้เกิดร่มเงาและร่มรื่น มีน้ำตกไหลเย็น ได้ยินเสียงน้ำตกกระทบ ทำให้เกิดความร่มรื่นในการใช้ชีวิตเป็นการนำเอาศิลปะจากธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรม

ด้านหน้าบ้านจะมี Multi-purpose Area สามารถใช้เป็นห้องรับแขกแบบส่วนตัวก็ได้ หรือจะปรับเป็นพื้นที่ทำงานหรือห้องอ่านหนังสือ เป็นฟิตเนสภายในบ้านก็ลงตัว หรือจะใช้เป็นห้องซ้อมดนตรีแบบส่วนตัวก็ดีเลยนะครับ แต่ถ้าหากบ้านใครมีผู้สูงอายุก็สามารถปรับให้เป็นห้องนอนได้เช่นกัน

ห้องนี้ยังสามารถเปิดหน้าต่างออกไปเชื่อมต่อกับนอกบ้านได้เพื่อให้ปล่อยจอยกับบรรยากาศนอกบ้าน ใช้เป็นมุมวาดรูป พื้นที่อ่านหนังสือกลางแจ้งหรือนั่งจิบกาแฟยามเช้าได้
ติดกันด้านหน้าห้องเชื่อมต่อกับ Common Area จะมีห้องน้ำแบบ Powder Room 1 ห้อง สำหรับรองรับการใช้งานของแขกและสมาชิกในบ้าน จะอยู่ก่อนถึงทางเข้าครัวไทยเลยครับ

พื้นที่ของครัวไทยจะอยู่ถัดไปด้านหลังถือว่าเป็นห้องครัวที่มีขนาดใหญ่มาก โครงการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวแบบฟูลออปชั่นมาให้แล้วดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี มีฟังก์ชันการใช้งานมาให้ครบครัน ถือว่าใส่ใจในรายละเอียดได้ดีมาก
ห้องครัวไทยออกแบบให้อยู่ในทำเลที่สามารถประกอบอาหารได้สะดวก ปราศจากกลิ่นรบกวนเข้ามาในตัวบ้านและยังได้ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากจะอยู่บริเวณเดียวกับ Maid Plaza โซนทำงานของแม่บ้าน สามารถกั้นเป็นโซน Back of House คือให้เป็นทางเข้าออกของคนทำงาน ซึ่งแยกส่วนชัดเจนออกมาจากพื้นที่หลักของตัวบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัวของเราครับ

ชั้น 2 ฝั่งด้านหน้าบ้าน ออกแบบให้เป็น Family Room ขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งและอลังการ ใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของทุกคนในบ้าน พื้นที่นั่งเล่นตกแต่งด้วยโซฟาตัวแอลสีเทาควันบุหรี่ มีโต๊ะกลางหินอ่อนสีเทา เหมาะสำหรับนั่งอ่านหนังสือ ดูหนัง หรือพูดคุยสบาย ๆ กับครอบครัว หน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าบ้านที่ส่องผ่านเข้ามา ให้เราได้พักผ่อนในฟีลลิ่งส่วนตัว

กานต์ชอบ Vibes ของชั้นนี้มาก นอกจากจะดูโปร่งโล่งสบายให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายทว่าหรูหราแล้ว ยังเป็นห่้องที่เติมเต็มความสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวด้วยฟีลลิ่งที่เป็นกันเอง ทุกคนสามารถสวมชุดอยู่บ้านสบายๆ แล้วมาใช้พื้นที่กลางภายในบ้านร่วมกันได้ หรือจะเอากระเป๋าเดินมาทางแล้วแพ็คไปด้วยกัน เพราะเป็นบ้านที่อยู่ไม่ไกลสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิด้วยครับ


ด้านในเป็น Master Bedroom จะเห็นว่าภายในห้องแบ่งฟังก์ชันการใช้สอยได้หลากหลายและลงตัว ราวกับเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังซ่อนอยู่ ด้านหน้าเป็นพื้นที่พักผ่อน จัดวางเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์ได้สบายและยังมีพื้นที่ว่างรอบเตียงเดินได้อย่างไม่อึดอัด ฝ้าเพดานบุวัสดุลายไม้โทนอบอุ่นลากยาวต่อเนื่องลงมาถึงผนังหัวเตียง สร้างกรอบโอบล้อมที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยโดยไม่ต้องปิดทึบ เพราะอีกสองด้านเปิดรับแสงธรรมชาติผ่านกระจกบานใหญ่เต็มผนัง ฉากหลังเป็นต้นไม้ที่ใบพัดไหวพริ้วอยู่ริมระเบียง

แสงบ่ายสาดทแยงเข้ามาทอดเงาบนผืนพรมอย่างนุ่มนวล กานต์ว่ารายละเอียดแบบนี้ไม่มีสถาปนิกคนไหนวาดลงในแปลนได้ แต่มันจะเกิดขึ้นเองเมื่อช่องแสงถูกวางไว้ถูกตำแหน่ง

ถัดเข้าไปคือ Private Living Area พื้นที่ที่ทำให้ห้องนอนหลักของบ้านต่างจากห้องนอนใหญ่ทั่วไป ตรงนี้เป็นมุมพักผ่อนที่แยกจากเตียงอย่างเป็นสัดส่วน มีชุดโซฟา ชั้นวางบิวท์อินไม้สูงจรดเพดานที่ไฟ LED ซ่อนอยู่ด้านหลังทำให้ของสะสมทุกชิ้นถูกจัดแสงราวกับอยู่ในแกลเลอรี่ส่วนตัว นี่คือมุมสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด เปิดเพลงคลาสสิคจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงคลอเบาๆ หรือแค่นั่งเฉยๆ กับหนังสือเล่มที่เปิดค้างอยู่หน้าเดิมมาสามวันแล้ว เราใช้ชีวิตกันแบบสบายๆ ไม่ต้องมีใครมาเร่ง

ด้านในสุดเป็นมุมทำงานเล็กๆ ริมหน้าต่าง เชื่อมต่อกับ Private Living เราสามารถลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเอนหลังลงโซฟาได้ใน 3 ก้าว หรือเดินออกไประเบียงสูดอากาศได้ในทันที เพราะเราออกแบบมาเพื่อ Hometrovert อย่างแท้จริง เอาจริงๆ นะ คนที่รู้ว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัน มันไม่ได้เกิดขึ้นที่ข้างนอก …. แต่เกิดขึ้นตรงนี้

ถัดจาก Master Bedroom เข้ามาคือ Walk-in Closet ที่ติดตั้งตู้เสื้อผ้าบิวท์อินเต็มสองฝั่ง ราวแขวนพร้อมไฟ LED ส่องลงมาเฉพาะจุดให้เห็นสีและเนื้อผ้าของเสื้อผ้าแต่ละตัวอย่างชัดเจน ลิ้นชักด้านล่างสำหรับของชิ้นเล็ก ปลายสุดของห้องเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกที่วางตำแหน่งให้แสงจากช่องหน้าต่างหลังกระจกส่องเข้ามาพอดี

ติดกันเป็นห้องน้ำที่เท่ด้วยพาเลตต์สองโทนที่ขัดกันอย่างตั้งใจ ฝั่งหนึ่งเป็นผนังหินอ่อนสีขาว ส่วนอีกฝั่งเป็นสีเทาเข้ม ปูพื้นสีโทนอุ่นตัดความเย็นของหิน อ่างอาบน้ำทรงอิสระวางตัวอยู่ตรงกลาง rain shower แยกโซน สุขภัณฑ์แขวนผนังให้ความรู้สึกสะอาดโปร่ง ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างมีระเบียบแต่ไม่รู้สึกเคร่งเครียด

เรากำลังจินตนาการถึงคู่รักที่ยืนแปรงฟันด้วยกันหน้ากระจก ยิ้มกว้าง ฟันเปื้อนยาสีฟัน มือหนึ่งถือแปรง อีกมือถือกล้องฟิล์มถ่ายเซลฟี่ เราชอบภาพนี้นะ เพราะทลายทุกอย่างที่ห้องน้ำหรูพยายามจะเป็น ห้องน้ำของบ้านเราจึงเป็นพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัย เพราะคือพื้นที่ที่เราถอดทุกอย่างออก ทั้งเสื้อผ้า ทั้งบทบาท ทั้งหน้ากาก มันกว้างพอที่จะยืนแปรงฟันด้วยกันสองคนโดยไม่ชนศอก อบอุ่นพอที่จะอยากอาบน้ำนานกว่าปกติ และสวยพอที่จะถ่ายรูปลง Instagram ได้โดยไม่ต้องเปิดฟิลเตอร์

ขึ้นมาชั้น 3 กันบ้าง ชั้นนี้จะมีห้องนอนอยู่ 2 ห้องโดยห้องแรกจะอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้าน
สังเกตไหมครับว่าปกติเวลาพูดถึงห้องนอนรองในโครงการบ้านเดี่ยว ภาพในหัวของคนส่วนใหญ่คือห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หน้าต่างบานเดียว วางเตียงกับตู้เสื้อผ้าแล้วก็แทบไม่เหลือทางเดินเป็นห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อมีไว้แค่ให้ครบ
ทว่า ห้องนอนชั้น 3 ด้านหน้าของ Nirvana ABSOLUTE ทำลายสมมติฐานนั้นทิ้งหมดด้วยขนาดห้องที่กว้างเกือบจะเท่า Master Bedroom

เราชอบผนังหัวเตียงที่บุลายไม้โทนอุ่นรอบห้อง หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงและวิวต้นไม้สีเขียวด้านนอก ภายในจัดฟังก์ชันครบสามโซนอย่างลงตัว ทั้งเตียง โต๊ะทำงานพร้อมชั้นวางหนังสือบิวท์อินเหนือโต๊ะ และโซฟานั่งเล่นตัวเล็กริมหน้าต่าง พอเห็นแสงยามบ่ายที่ทแยงเข้ามาทาบบนผนังไม้สร้างเงาเฉียงที่เปลี่ยนบรรยากาศห้องทุกชั่วโมง ตอนเช้าห้องนี้สว่างโปร่ง เหมาะทำงาน ตอนบ่ายแสงอุ่นขึ้น เหมาะนั่งอ่านหนังสือบนโซฟา ตอนค่ำเปิดไฟซ่อนในชั้นวาง ห้องเปลี่ยนมู้ดเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัวทันที ห้องเดียว สามบทบาท ตามแสงของวัน

ถัดเข้าไปด้านในยังมีมุมแต่งตัวพร้อมกระจกทรงกลมบานใหญ่พร้อมไฟ LED ล้อมรอบ ให้แสงนุ่มเนียนเหมือนนั่งอยู่หน้ากระจกเชื่อมต่อกับตู้เสื้อผ้าแบบเปิดที่ราวแขวนพร้อมไฟส่องจากด้านบน ลิ้นชักด้านล่างเก็บของได้เป็นระเบียบ
จะว่าไป Nirvana ABSOLUTE Hometrovert บางทีก็ไม่จำเป็นต้องมีห้องนอนใหญ่เสมอไป บางทีแค่ห้องที่ “ใช่” ก็เพียงพอแล้ว

ห้องนอนอีกห้องอยู่ฝั่งด้านหลัง ทำให้กลายเป็นห้องที่เงียบที่สุดในบ้านเพราะหันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าหาความเงียบสงบ
ผนังหัวเตียงเลือกใช้สีเขียวเสจอ่อนๆ ตัดกับไม้โทนอุ่นรอบห้องดูเป็นสีเดียวกันกับบ้าน แต่คล้ายกับอยาจะแอบกระซิบว่าห้องนี้มีบุคลิกเป็นของตัวเอง ด้วยผ้าปูลายกราฟิกสีสันสดใส มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดออกสู่ระเบียงส่วนตัว

ด้านข้างเป็นโต๊ะการบ้านบิวท์อินพร้อมชั้นวางเปิดสำหรับหนังสือ ต้นไม้กระถางเล็ก และของสะสมชิ้นโปรด ตู้เสื้อผ้าบานปิดเรียบเนียนอยู่ฝั่งตรงข้าม ถัดไปเป็นมุมโต๊ะอ่านหนังสือพร้อมชั้นดิสเพลย์ทรงบ้านที่ไฟซ่อนด้านหลังให้แสงอุ่น

เราชอบบรรยากาศของห้องนี้ที่ดูอบอุ่น สบายๆ เป็นกันเอง ภาพที่ถ่ายออกมาสื่อสารออกมาผ่านห้องของคู่รักที่นั่งบนพื้น ผ้าห่มปูลาดเป็นที่นั่ง ผู้หญิงเล่นกีตาร์เท่มาก ผู้ชายนอนหงายยกขาพิงผนังแบบสบายๆ กระป๋องน้ำอัดลมวางข้างหนังสือเล่มโปรด ไม่มีใครนั่งบนเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ทั้งสองเลือกนั่งพื้นเพราะบางทีความสบายไม่ได้อยู่ที่โซฟาราคาเท่าไหร่ มันอยู่ที่รู้สึกอิสระพอจะนั่งตรงไหนก็ได้ในบ้านของตัวเอง
ภาพนี้บอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากเกี่ยวกับ Nirvana ABSOLUTE ว่าห้องทุกห้องในบ้านไม่ได้ถูกจำกัดไว้กับบทบาทเดียว พื้นที่เดียวกัน ร้อยความหมาย ขึ้นอยู่กับว่าใครอยู่ในห้องและวันนี้เรารู้สึกอย่างไร

มาดูในส่วนของ Clubhouse กันบ้าง ออกแบบในสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เห็นได้จากการปลูกต้นไม้ไว้โดยรอบ

Clubhouse เป็นอาคารสีขาว 2 ชั้นที่เชื่อมต่อกับ Main Gate ทำให้โครงการดูโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรม Modern Minimal สีขาว

และที่เป็นดั่งประติมากรรมเอก คือ บันไดวนอันโดดเด่นที่ทอดตัวโค้งมนขึ้นสู่ชั้นบน ความอ่อนช้อยของบันไดสร้างความคอนทราสต์ที่น่าสนใจกับเส้นสายที่เฉียบคมของสถาปัตยกรรม ทรงกล่อง ทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยมิติและการเคลื่อนไหวที่ดึงดูดสายตา เป็นจุดที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นโครงการบ้านที่ดูเรียบนิ่งแต่เพียงอย่างเดียว

บนชั้น 2 ส่วนที่เชื่อมกับอาคารออกแบบให้เป็นห้องออกกำลังกาย (Fitness Center) ที่ออกแบบมาอย่างโอ่อ่า กว้างขวาง เปิดรับทัศนียภาพสีเขียวจากภายนอกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย ให้เราสามารถเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้ในทุกช่วงเวลาที่ต้องการเลยครับ

ฟิตเนสติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานสากลครบครัน ไม่ว่าใครจะเป็นสาย Weight Training ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ, Cardio Zone ก็มีเครื่องลู่วิ่ง จักรยาน และเครื่อง Elliptical ที่ทันสมัย พร้อมหน้าจอส่วนตัวสำหรับติดตามผลการออกกำลังกาย หรือต้องการการออกกำลังกายแบบ Functional Training ตอบโจทย์การออกกำลังกายของเราได้เป็นอย่างดี

ด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำที่เชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวโดยรอบ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีสระเด็กแยกเฉพาะที่ตั้งอยู่ด้านข้าง พร้อมจัดวาง Sunbed เอาไว้ให้ได้พักผ่อนกันในวันสบายๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือหรือจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดก็มีความสุขทั้งนั้นครับ

สระว่ายน้ำเป็นแนวขวางขนานไปกับด้านหน้าโครงการท่ามกลางวิวของสนามหญ้าสีเขียวและไม้ดอกสีสันสดใส ทำให้บรรยากาศดูอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข สดชื่นเมื่อเราได้เห็นธรรมชาติกำลังเริงระบำ

สระว่ายน้ำจึงเป็นอีกหนึ่งมุมที่ให้เราได้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเสมอไปในวันพักผ่อน แค่เพียงนอนเอกเขนกบน Sunbed นอนอ่านเปิดหนังสือเล่มโปรดคลอเคล้าเสียงน้ำ หรือจิบเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วพลางปล่อยใจไปกับทิวทัศน์สีเขียวและสายลมเอื่อยๆ ที่พัดผ่าน ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ช่วงเวลาธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษครับ

เราสามารถพาน้องหมามาเดินเล่นได้และเรายังชอบที่โครงการออกแบบให้มี Pocket Garden ในหลายจุด ทำให้เห็นว่าสถาปนิกออกแบบให้มีต้นไม้และธรรมชาติสีเขียวคอยแทรกอยู่ในทุกส่วนของโครงการ

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการมีขนาดไม่ใหญ่แต่เน้นให้น้ำหนักกับพื้นที่สีเขียวทั้งไม้พุ่ม ไม้ดอก และต้นไม้ใหญ่ครับ มีสนามหญ้าและสนามเด็กเล่นเหมาะสำหรับกิจกรรมนันทนาการภายในครอบครัว

บรรยากาศของต้นไม้และไม้พุ่มสีเขียวดูร่มรื่นดีมาก เป็นชีวิตในแบบ Nature’s Cradle หรือ ต้นกำเนิดของธรรมชาติ

“An interior is the natural projection of the soul.”
— Coco Chanel
Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha เข้าใจดีเลยครับว่าบ้านคือการสื่อสารตัวตนของเรา โครงการจึงออกแบบพื้นที่ที่ให้เราได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ในทุกมิติของการใช้ชีวิต จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่ให้ความสำคัญกับ ตัวตน-พื้นที่-ดีไซน์ ที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และฟังก์ชันที่โปร่งโล่งและยืดหยุ่นสูง ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ และต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดในสังคมคุณภาพบนทำเลศักยภาพอย่างกรุงเทพกรีฑา
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1787
ลงทะเบียน : bit.ly/Nirvana-ABSOLUTE-KK
หรือ Line Official: bit.ly/Nirvana-LOA
FAQFrequently Asked Questions
Where is Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha located?
Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.
Design features of Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha?
KANT visited and reviewed Nirvana ABSOLUTE Krungthep Kreetha covering architecture and amenities.




