Last Updated: 16 August 2026
ENGLISH SUMMARY
KANT reviews Baan Phraya at Mandarin Oriental, Bangkok — a new chapter for a century-old riverside Thai house once home to Phraya Mahaisawan. Under chef Pom (Patchara Piraphak), the kitchen sets refined heritage Thai recipes against a contemporary reading, honoring the history that still lingers in the old teak rooms by the river.
บ้านพระยากับบทใหม่แห่งมรดกอาหารไทย
เรือนไม้เก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากับประวัติยาวนานกว่าศตวรรษกับการกลับมาของบ้านพระยา ภายใต้การดูแลของเชฟ ป้อม พัชรา พิระภาค เชฟผู้รังสรรค์ประสบการณ์อาหารไทยที่ละเมียดละไม ผสานความงดงามของตำรับโบราณเข้ากับมุมมองร่วมสมัยอย่างประณีต เพื่อเชิดชูเรื่องราวอันทรงคุณค่าของเรือนไทยแห่งประวัติศาสตร์หลังนี้

กรุงเทพฯ, 2 ธันวาคม 2568 – ห้องอาหารบ้านพระยา ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ฯ กับบทใหม่ ณ บ้านไม้เก่าแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของพระยามไหสวรรย์ และคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ สถานที่ซึ่งเคยเป็นที่ต้อนรับเหล่าชนชั้นสูงและแขกผู้มาเยือนจากต่างแดน เสน่ห์แห่งความอบอุ่น ความเอื้ออาทร และความหลงใหลในศิลปะอาหารไทยของทั้งสองท่าน ได้หล่อหลอมเอกลักษณ์ของบ้านหลังนี้ ส่งต่อความความงดงามของตำนานซึ่งยังคงอบอวลอยู่ในบ้านพระยาจวบจนปัจจุบัน
เชฟป้อม พัชรา พิระภาค
นำทีมโดย เชฟป้อม พัชรา พิระภาค เชฟผู้มีปรัชญาการทำอาหารที่สอดประสานกับจิตวิญญาณของบ้านพระยา ดุจเดียวกับคุณหญิงเลื่อนในอดีต เชฟป้อมเป็นที่รู้จักในด้านความประณีตพิถีพิถัน และความเข้าใจรสชาติของอาหารไทย เธอทำหน้าที่เสมือนผู้พิทักษ์วัฒนธรรมการทำอาหารไทย ถ่ายทอดเสน่ห์ของตำรับท้องถิ่นที่เลือนหายไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยมุมมองร่วมสมัย งานครัวของเธอยังคงยึดมั่นในวิถีดั้งเดิม ตั้งแต่การย่างด้วยถ่าน การโขลกเครื่องแกงด้วยครก จนถึงความวิจิตบรรจงของการทำขนมดอกจอก นำเสนอแต่ละจานอาหารด้วยความร่วมสมัยที่งดงาม และละเมียดละไม
เชฟป้อมรังสรรค์ทุกเมนูด้วยความสมดุลของรสชาติเป็นแก่นหลัก ใส่ใจรายละเอียดทั้งด้านรูปลักษณ์ กลิ่น รส และความรู้สึกที่ส่งต่อถึงแขก ผ่านเมนูสะท้อนอัตลักษณ์อันยืนยงของอาหารไทย ด้วยกลิ่นและรสชาติของสมุนไพร กับเทคนิคการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ และความประณีตของการเล่นรสเปรี้ยว เค็ม หวานอย่างกลมกล่อม
ความมุ่งมั่นของเชฟป้อมในการทำอาหาร เคียงคู่มากับแนวคิดด้านความยั่งยืนที่เธอยึดถือเป็นสำคัญ เชฟป้อมคัดสรรวัตถุดิบจากผู้ผลิตท้องถิ่นที่เชื่อถือได้จากทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ดอยในจังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงฟาร์มชุมชนขนาดเล็กในแต่ละจังหวัด รวมถึงบ้านพระยายังมีสวนออร์แกนิก ที่ปลูกผัก และสมุนไพร ซึ่งเชฟป้อมนำมาใช้ในบางเมนูเพื่อเพิ่มความรสชาติให้แต่ละจาน ตามปรัชญาของเธอเอง
เมนูซิกเนเจอร์
หนึ่งในจานซิกเนเจอร์ของเชฟป้อมคือ ต้มข่า จานที่ถูกตีความอย่างประณีต เชฟนำปลาหมึกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยัดไส้ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ก่อนนำไปย่างด้วยถ่านอ่อน ๆ เสิฟกับซุปต้มข่ากลิ่นหอม ที่แทรกด้วยสมุนไพรจากสวนออร์แกนิกข้างบ้านพระยา
อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ กุ้งแม่น้ำย่าง กุ้งแม่น้ำจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่าครึ่งย่างจนให้รสหวานฉ่ำตามธรรมชาติ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มมะขามพริกรสเปรี้ยวกลมกล่อม และซอสมันกุ้งแบบเข้มข้น
ประสบการณ์มื้อค่ำที่บ้านพระยา
บ้านพระยาแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติของเรือนหลังนี้เอง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารแห่งแรกของประเทศไทย จึงได้รับการตีความใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่อบอุ่นใกล้ชิดกับงานครัวที่สร้างสรรค์ของเชฟป้อม สร้างความสัมพันธ์ระหว่างครัวของเธอ กับโต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นใจหลักสำคัญของประสบการณ์การทานอาหาร ณ บ้านพระยา การตกแต่งด้วยรายละเอียดงานไม้ฉลุลายสุดประณีต องค์ประกอบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม อ้างอิงผ่านดอกกล้วยไม้แวนด้า ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏในงานเขียนของพระยามไหสวรรย์เกี่ยวกับศิลปะของพฤกศาสตร์ไทย ช่วยชูมรดกของเรือนไทยหลังนี้ด้วยมุมมองร่วมสมัย ซึ่งส่งถึงแขกตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าสู่บ้านพระยา
มื้อค่ำโดยเชฟป้อม ณ บ้านพระยา เริ่มต้นที่ชานของบ้าน โดยแขกจะได้รับการต้อนรับด้วย ม้าฮ่อ และ ขนมดอกจอก ม้าฮ่อผสานความเปรี้ยวของสับปะรดที่เชฟตีความออกมาเป็นแผ่นบางๆ เข้ากับไช้โป๊วหวานและถั่วลิสงคั่วเสิฟในหนึ่งคำ ส่วนขนมดอกจอกหอมด้วยกลิ่นจากส้มซ่า จับคู่กับมะขามและพริกเพื่อเพิ่มมิติของความกลมกล่อม หลังจากนั้น ใบเครือหมาน้อยสาหร่ายพวงองุ่น ของว่างชิ้นล้างปากเล็กๆ เสิร์ฟคู่กับคอมบูชาในโซนครัวเปิด ก่อนที่แขกจะถูกเชิญเข้าสู่ที่นั่งเพื่อเริ่มต้นมื้อค่ำ
บ้านพระยาต้อนรับแขกด้วยความอบอุ่นที่หล่อหลอมบ้านหลังนี้ไว้ ด้วยการบริการอย่างจริงใจ อาหารไทยที่ประณีต และขนบประเพณี สถานที่แห่งนี้คือพื้นที่ที่มรดกของอาหารไทยได้รับการรักษา งานฝีมือได้รับการยกย่อง และทุกมื้ออาหารเปิดโอกาสให้แขกได้ซึมซับรสชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง
ข้อมูลร้านและการจอง
เวลาทำการ
มื้อค่ำ: 18.00 – 23.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 21.00 น.)
วันศุกร์ – วันอังคาร
สำรองที่นั่งหรือติดต่อสอบถาม กรุณาโทร +66 (0) 2 659 9000 หรืออีเมล mobkk-baanphraya@mohg.com
ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่ mandarinoriental.com/bangkok







คำถามที่พบบ่อย — ห้องอาหารบ้านพระยา
ห้องอาหารบ้านพระยาอยู่ที่ไหน และเปิดเวลาใด
บ้านพระยาเป็นเรือนไม้เก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อายุยาวนานกว่าศตวรรษ อยู่ในโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เดิมเป็นที่พำนักของพระยามไหสวรรย์ และคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ บ้านหลังนี้เคยต้อนรับชนชั้นสูงและแขกจากต่างแดนมาก่อน ความอบอุ่นและความเอื้ออาทรของทั้งสองท่านจึงกลายเป็นบุคลิกของร้านมาจนถึงวันนี้ ห้องอาหารเปิดเฉพาะมื้อค่ำ เวลา 18.00 ถึง 23.00 น. สั่งอาหารได้ถึง 21.00 น. เปิดวันศุกร์ถึงวันอังคาร แนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านทางโรงแรม
ใครเป็นผู้ดูแลครัว และอาหารเป็นแนวไหน
ผู้นำทีมคือเชฟป้อม พัชรา พิระภาค เชฟที่ทำอาหารไทยด้วยความละเมียดละไม หยิบตำรับโบราณมาวางในมุมมองร่วมสมัยอย่างประณีต โดยไม่ทิ้งแก่นของสำรับไทยเดิม แนวทางของเชฟสอดประสานกับจิตวิญญาณของบ้านหลังนี้ อาหารไทยที่เสิร์ฟจึงทำหน้าที่เชิดชูเรื่องราวของเรือนไทยหลังนี้ไปพร้อมกัน บ้านพระยาวางตัวเป็นพื้นที่ที่มรดกอาหารไทยได้รับการรักษา งานฝีมือได้รับการยกย่อง และแขกได้ซึมซับวัฒนธรรมไทยผ่านทุกจานที่วางตรงหน้า
มื้อค่ำที่บ้านพระยาเริ่มต้นอย่างไร
มื้อค่ำไม่ได้เริ่มที่โต๊ะอาหาร แขกจะถูกต้อนรับที่ชานของบ้านก่อน ด้วยม้าฮ่อและขนมดอกจอก ม้าฮ่อของเชฟป้อมตีความสับปะรดออกมาเป็นแผ่นบาง จับรสเปรี้ยวเข้ากับไช้โป๊วหวานและถั่วลิสงคั่วให้จบในคำเดียว ส่วนขนมดอกจอกหอมกลิ่นส้มซ่า มีมะขามกับพริกมาเติมมิติความกลมกล่อม จากนั้นเป็นใบเครือหมาน้อยกับสาหร่ายพวงองุ่น ของว่างชิ้นเล็กล้างปาก เสิร์ฟคู่คอมบูชาในโซนครัวเปิด แล้วจึงเชิญแขกเข้าสู่ที่นั่งเพื่อเริ่มมื้อค่ำจริง
อ่านต่อ — Masters of the 150th มื้อฉลอง 150 ปี Mandarin Oriental Bangkok · รีวิว Mandarin Oriental Bangkok โรงแรม 150 ปี ริมเจ้าพระยา · รวมรีวิวร้านอาหารและไฟน์ไดนิ่งโดย KANT



