Last Updated: 13 August 2026
ENGLISH SUMMARY
Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery is a hillside resort in the Hang Dong hills outside Chiang Mai, part of Accor’s MGallery collection. This KANT review covers its terraced architecture stepping down the slope, its mountain-and-mist views, and its infinity pool floating above the valley. Rates start around THB 4,000 per night, suiting couples after a calm, elevated nature escape.
สรุปตรง
Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery คือรีสอร์ต 5 ดาว 71 ห้องบนไหล่เขาอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ในเครือ MGallery by Sofitel จุดที่ทำให้ต่างจากที่พักในเมืองคือทำเลบนลาดเขาที่เปิดวิวไร่ชา นาขั้นบันได และเทือกเขารอบตัว ห้องพักไล่ระดับตามไหล่เขาให้แทบทุกห้องเห็นวิว มีสระอินฟินิตี้ Veranda Spa และห้องอาหาร The Higher Room ที่ตั้งสูงเหนือรีสอร์ต อยู่ใน MICHELIN Guide จุดขายคือรีสอร์ตวิวภูเขาที่เงียบสงบห่างจากความวุ่นวายของตัวเมืองเชียงใหม่ ราคาเริ่มต้นหลักสี่พันต่อคืน
| KANT Rating | 4.6 / 5 |
|---|---|
| Location | หางดง · เชียงใหม่ |
| Price | เริ่มต้นราว 4,000 บาท/คืน |

กานต์ยกให้ Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery เป็นรีสอร์ตในเชียงใหม่ที่ผมไปพักบ่อยที่สุดแล้วครับ
ถามว่าชอบอะไร?
#อากาศ คือดีย์ อยู่กลางป่าเขาสีเขียวของต้นไม้เต็มไปหมด มีไม่กี่รีสอร์ตที่เราต่างอยากตื่นเช้ามาออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด
#บรรยากาศ โดยรวมคือมีกลิ่นอายเชียงใหม่ที่ได้รับความโมเดิร์นแฝงเข้ามา ให้รู้สึกว่ามีความเกร๋วๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวๆ สดชื่นสบายตา น่าไปพักเรื่อยๆ
#มุมถ่ายรูปสวย มาพักผ่อนทั้งทีก็ต้องมีรูปกลับไปเอาให้เต็มเมมโมรี่ ที่นี่มุมถ่ายรูปเยอะจริง ด้วยความเป็นรีสอร์ตทำให้มีพื้นที่กว้างขวาง เดินหามุมได้ทั้งวัน ไฮไลท์อยู่ที่ตอนเย็นคือมุมสระว่ายน้ำและที่ห้องอาหารระเบียงชา ผมว่าแสงสวยที่สุด
#พูลวิลล่า ดีงาม ได้ความมูจิในการตกแต่งสไตล์ไม้ๆ เรียบง่าย โซฟาบุผ้าผมว่าช่วยให้ห้องดูน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ภายในห้องกว้างขวางดี ขนาดห้องน้ำยังมีพื้นที่เยอะมาก ชอบมุมอ่างอาบน้ำ แต่น่าจะปลูกต้นไม้เพิ่มอีกสักหน่อยนะ
#อาหารอร่อย ยำส้มโอข้าวตังหมูย่าง ออร์เดิร์ฟเมือง พอร์คชอปซอสลำไย คือ 3 เมนูที่ผมบอกเลยว่า ไม่น่าพลาด ผมอยู่ 5 วัน ต้องสั่งมาทานตลอด แทบไม่ต้องออกไปหาร้านข้าวที่ไหน กินกันในรีสอร์ตนี่แหละ
เชียงใหม่ช่วงนี้อากาศดี๊ดี เริ่มกลับมาหนาวส่งท้ายกันอีกครั้ง พามาพักผ่อนกันที่ Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery มีบรรยากาศของขุนเขารายล้อมอันเป็นอัตลักษณ์ของการเที่ยวเชียงใหม่ ในการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว

คอนเซ็ปต์และการออกแบบ Veranda High Resort
สำหรับที่นี่ ดูจะมีความยูนีคอยู่ในตัวพอสมควร
ด้วยความตั้งใจที่จะให้ วีรันดา เชียงใหม่ ไฮ รีสอร์ต
เป็นที่หมายของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ชอบเที่ยวแบบมีสีสันและพักผ่อนในสถานที่ที่มีคอนเซ็ปต์ มีดีไซน์บ่งบอกรสนิยมของตนเอง
การออกแบบและตกแต่งจึงเน้นไปที่ความเป็นโมเดิร์นเชียงใหม่ ให้ความรู้สึกแตกต่าง เน้นวัสดุชั้นดี ดีไซน์สุดเก๋ และหรูหรามีระดับ ผสมผสานวัฒนธรรมล้ำค่าของภาคเหนือและความร่วมสมัยในแบบฉบับของวีรันดา

ดูภาพมุมสูงบ้าง ผมว่าการวางผังท่ามกลางต้นไม้สีเขียวเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทำออกมาได้สวยมากจริงๆ

อยากอยู่ที่นี่สักสิบคืน ตื่นมาก็เจอเขา … เป็นโรงแรมที่เน้นวิถียั่งยืนจากธรรมชาติมากเลยครับ
ชอบมากกกกกกกกกกกกก

กำแพงดินบริเวณโถงทางเข้า และจำลองเอาคูเมืองเชียงใหม่มาไว้ด้านหน้า ให้รู้ว่ามาถึงแล้วนะ

ศาลาวัดต้นเกว๋นจำลองแบบมาอีกที ดูแล้วมีความคลาสสิคมาก เหมาะสำหรับจัดกิจกรรม Exclusive นะผมว่า

เช็กห้องว่างและราคาที่ Trip.com
Lobby & บรรยากาศโดยรอบ
Lobby ที่ดูสวยทั้งตอนเช้าและตอนค่ำ

รีสอร์ตตั้งอยู่กลางป่า และมีไร่ชาเป็นวิวที่สวยมาก งานดีไซน์คือการผสมผสานวัฒนธรรมของภาคเหนือและความร่วมสมัยในแบบฉบับของวีรันดา ให้ออกมาสะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง

ยิ่งไปกว่านั้นทุกห้องยังเห็นวิวทิวเขาท่ามกลางธรรมชาติ และบรรยากาศนอกเมืองเชียงใหม่อันแสนสงบ

ห้องพัก Plunge Pool Pavilion
ห้องที่พักทริปนี้คือ Plunge Pool Pavilion ขนาด 88 ตร.ม. ถ้ารวมระเบียงอีกก็ประมาณ 133 ตร.ม. ถือว่ากว้างมาก นี่เฉพาะชั้นล่างนะ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำในตัว

ห้อง type นี้เพิ่งจะรีโนเวทใหม่ ให้ความเก๋ไก๋ สไตล์โมเดิร์นล้านนา

รักในการตกแต่งแบบนี้ มีความมูจิ ไม้ๆ คลีนๆ ไม่เน้นตกแต่งเยอะจนดูรกเกินไป
ไหน ใครไม่ชอบตรงไหน ให้เอาปากกามาวง

ชอบมุมนั่งเล่นภายในวิลล่านี้เป็นพิเศษ ช่วงบ่ายแก่ๆ เย็นๆ จะเห็นภาพที่สวยมาก เมื่อเราเห็นแสงแดดสาดเข้ามาทะลุม่านโปร่ง ให้ความรู้สึกเบาสบาย

มีประตูกระจกเปิดออกไปจะเป็นสระว่ายน้ำในวิลล่าแบบส่วนตัว

แช่น้ำท่ามกลางสีเขียวของต้นไม้ในบรรยากาศสบายๆ มีไอหมอกจางๆ

มาดูห้องน้ำกันบ้าง กว้างเหมือนเป็นอีกห้องนอนนึง มีอ่างล้างหน้า 2 ฝั่งจะได้ไม่แย่งกัน อีกด้านริมกระจกจะเป็นอ่างอาบน้ำ

ชอบแสงสว่างที่สาดลงมายังอ่างอาบน้ำผมว่ามันทำให้ภาพดูสวยมีมิติ ขาดอีกนิดเดียว น่าจะปลูกต้นไม้ต้นอะไรก็ได้ให้ดูเขียวๆ แน่นๆ หน่อย ถ่ายรูปออกมาจะได้ปังกว่านี้

ดินเนอร์ที่ห้องอาหารระเบียงชา
เย็นๆ ไปเดินเล่นกัน ก่อนจะไปทานข้าวที่ระเบียงชา ผมชอบมุมนี้ ถ้าจับจังหวะแสงดีจะได้ภาพพระอาทิตย์ลอดเข้ามาแบบนี้

เดินมาอีกนิดผ่านไร่ชาก็จะถึงที่ห้องอาหาร ผมทานที่นี่ทุกเย็นเลยครับ บรรยากาศดี ถ้ามาไวหน่อยก็จะได้แดดส่องเป็นแฉกสวยๆ

รอบๆ จะเป็นบรรยากาศของไร่ชา ผมว่าถ้าเตรียมคอสตูมสีสดใสมาน่าจะตัดกับเขียวได้ดี

บรรยากาศยามทไวไลท์ในหมู่มวลต้นไม้และป่าเขาลำเนาไพร ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจมาก

ห้องอาหารระเบียงชามีมุมให้เลือกนั่งได้หลากหลาย จะเป็นชั้นบนหรือใต้ถุนบ้าน หรือลานด้านหน้าก็ได้

ผมนั่งมาแล้วครบทุกมุม วันนี้เปลี่ยนเป็นตรงใต้ถุนบ้านบ้าง ได้บรรยากาศเหมือนกินข้าวที่บ้านตัวเองดีเหมือนกัน

ยำส้มโอข้าวตังหมูย่าง คือจานที่ห้ามพลาด ผมสั่งมาทานทุกวันเลย ตอนเย็นทานเป็นสลัดคือดีมาก อยากให้ลองสั่ง มันเข้ากันดีนะระหว่างข้าวตังกับส้มโอ

ทานข้าวเสร็จก่อนกลับแวะเก็บภาพที่ล้อบบี้ตอนเปิดไฟเอาไว้สักหน่อย ผมว่าสวยดี

กิจกรรมยามเช้าและสระว่ายน้ำ
ตอนเช้า ตื่นไปวิ่งในรีสอร์ตบ้าง ริมถนนบ้าง เพราะอยากบอกว่าอากาศมันดีจริงๆ อยากตื่นเช้ามาเจออะไรที่ดี แบบนี้บ้าง

จากนั้น ก็กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จะไปทานข้าวเช้ากัน ระหว่างนั้นก็เดินสำรวจเก็บภาพไปเรื่อยๆ

บางวันก็เจอน้อลลล แวะเล่นกับน้อลหน่อย

โถงทางขึ้นชั้น 4 จะเป็นโซนสระว่ายน้ำและห้องอาหาร

มุมจากสระว่ายน้ำตอนเช้าๆ คือดีย์เลยนะมีไอหมอกบางๆ

ถ้าอยากได้รูปสระตอนว่างๆ คงต้องเป็นตอนบ่าย เพราะแขกห้องเก่าเพิ่งเข็คเอ้าท์ แขกห้องใหม่ยังไม่เข้าที

วีรันดา เชียงใหม่มีไฮไลท์เป็นสระว่ายน้ำ ที่ถ่ายจากมุมไหนก็ปัง

วิวจากสระว่ายน้ำคือสวยมาก มองเห็นป่าไม้ทิวเขาสีเขียวและวิวพระธาตุบ้านปง โลหะปราสาท

จากรีสอร์ตเราจะมองเห็นวิวของโลหะปราสาทบ้านปง ซึ่งเป็นโลหะปราสาทรูปทรงล้านนาหลังแรกของโลกอีกด้วยครับ งดงามมาก น่าจะเป็น Unseen เชียงใหม่ ที่หลายคนต้องอยากมาชม และสุดท้ายต้องเลือกพักที่วีรันดา

อาหารเช้าและ Floating Breakfast
อาหารเช้าคือปัง อลังมากแม่ ไลน์อาหารเยอะ ผมดีใจที่จะมีหนึ่งหม้อเป็นอาหารเหนือแต่ทานง่ายนะ เช่น ผัดหน่อไม้ แกงไก่

มื้อกลางวันก็ฝากท้องที่นี่ได้เช่นกัน เพราะห้องอาหารระเบียงชายังไม่เปิด

ใครนอน Plunge Pool Pavilion แล้วอยากสั่งเป็นอาหารเช้าแบบลอยน้ำมาถ่ายรูปฉ่ำๆ ก็ทำได้นะ แจ้งพนักงานได้เลยครับ

สปาและ Afternoon Tea
สายๆ มีจองคิวสปาเอาไว้ครับ ผมชอบมุมนี้ ถ้าไม่ร้อนจะเป็นมุมที่มานอนทำสปากลางแจ้งมาก

พนักงานกำลังเตรียมอ่างน้ำอุ่นสำหนับแขกที่มาสปา

ผมว่าถ้าอยากเติมเต็มบรรยากาศของการพักผ่อนให้ลองมาสปาดูครับ

บ่ายๆ มีจิบชาท้าลมหนาว Afternoon Tea ของที่นี่ก็มีขนมอร่อยๆ ให้ทานยามบ่ายก็ได้เช่นกัน

จากนั้น เย็นๆ ค่อยไปหาอะไรนั่งดื่มริมสระน้ำส่วนตัวในวิลล่า ทอดอารมณ์เพลินๆ ไป เราไม่รีบ
แต่อย่าลืมกลับนะ เดี๋ยวไหม้

555 มุขน่ะครับ หลายคนตามไม่ทันกันเลยทีเดียว
ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศวันพักผ่อนสบายๆ เชิญได้ที่วีรันดา เชียงใหม่ ใช้เราเที่ยวด้วยกันก็ได้นะครับ สามารถตรวจสอบราคาและจองห้องพัก ได้ที่นี่ >> bit.ly/3GH4KmF
จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com
บันทึกทริปก่อนหน้า — Green Elite Experience

Green Elite Experience![]()
ขึ้นเหนือไปตามหาเขา ที่เราได้จากมานานแสนนาน
แม้บ้านเกิดผมจะอยู่ทางเหนือ
แต่เมื่อได้กลับบ้านทีไร ก็จะได้รับความสุขที่งดงามเสมอ
“โดยเฉพาะเมื่อได้ไปหา (ภู)เขา”
กานต์ไปพักผ่อนที่ Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery by Sofitel
เมื่อช่วงปลายหนาวที่ผ่านมาครับ อากาศดี๊ดี
มีบรรยากาศของขุนเขารายล้อมอันเป็นอัตลักษณ์ของการเที่ยวเชียงใหม่
ในการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว
สำหรับที่นี่ ดูจะมีความยูนีคอยู่ในตัวพอสมควร
ด้วยความตั้งใจที่จะให้ วีรันดา เชียงใหม่ ไฮ รีสอร์ต
เป็นที่หมายของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง
ชอบเที่ยวแบบมีสีสันและพักผ่อนในสถานที่ที่มีคอนเซ็ปต์
มีดีไซน์บ่งบอกรสนิยมของตนเอง
การออกแบบและตกแต่งจึงเน้นไปที่ความเป็นโมเดิร์นเชียงใหม่
ให้ความรู้สึกแตกต่าง เน้นวัสดุชั้นดี ดีไซน์สุดเก๋ และหรูหรามีระดับ
ผสมผสานวัฒนธรรมล้ำค่าของภาคเหนือ
และความร่วมสมัยในแบบฉบับของวีรันดา (ผมเป็นแฟนคลับเลยล่ะ)
สะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง
ห้องพัก Pool Villa ท่ามกลางขุนเขา
ยิ่งไปกว่านั้นทุกห้องยังเห็นวิวทิวเขาท่ามกลางธรรมชาติ
และบรรยากาศนอกเมืองเชียงใหม่อันแสนสงบ
อยากอยู่ที่นี่สักสิบคืน ตื่นมาก็เจอเขา …
เป็นโรงแรมที่เน้นวิถียั่งยืนจากธรรมชาติมากเลยครับ
ชอบมากกกกกกกกกกกกก�.
ทริปนี้ได้ออกไปเที่ยวไร่ชาอรักษ Araksa Tea Garden
และไปชม PUR Farm PURproject ซึ่งเป็นโปรเจคของทางฝรั่งเศส
เน้นทำการเกษตรโดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ
ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม สร้างชีวิตใหม่ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน
เหมาะที่จะไปเรียนรู้สำหรับคนที่เบื่อวิถีแบบคนกรุง
ผมก็ชักจะเบื่อๆ ล่ะ ดีนะที่ได้ไปเปิดรับสิ่งใหม่ๆ
อาจจะทำให้มีไอเดียในการใช้ชีวิตได้อีกเยอะเลยครับ
ห่างจากสนามบินเชียงใหม่ มุ่งหน้าอำเภอหางดง ราว 30 นาที เป็นที่ตั้งของรีสอร์ต MGallery ในเครือ Accor แห่งเดียวของเชียงใหม่ “Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery” (วีรันดา เชียงใหม่ ไฮ รีสอร์ต – เอ็ม แกลลอรี่) โรงแรมแบบบูติกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อเป็นบันทึกการเดินทางที่น่าจดจำ

กานต์ไปพักผ่อนที่นี่มาเมื่อช่วงปลายหนาวที่ผ่านมาครับ ท่ามกลางบรรยากาศของขุนเขาที่รายล้อม แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นอัตลักษณ์ของการเที่ยวเชียงใหม่ในการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว แต่สำหรับที่นี่ ดูจะมีความยูนีคอยู่ในตัวพอสมควร ด้วยความตั้งใจที่จะให้ วีรันดา เชียงใหม่ ไฮ รีสอร์ต เป็นที่หมายของกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง นิยมการท่องเที่ยวแบบมีสีสันและชื่นชอบพักผ่อนในสถานที่ที่มีคอนเซ็ปต์ดีไซน์บ่งบอกรสนิยมของตนเอง การออกแบบและตกแต่งจึงเน้นไปที่ความเป็นโมเดิร์นเชียงใหม่ ให้ความรู้สึกแตกต่าง เน้นวัสดุชั้นดี ดีไซน์สุดเก๋ และหรูหรามีระดับ ผสมผสานวัฒนธรรมล้ำค่าของภาคเหนือและความร่วมสมัยในแบบฉบับของวีรันดา สะท้อนไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นทุกห้องยังเห็นวิวทิวเขาท่ามกลางธรรมชาติ รายล้อมรอบด้วยหุบเขา และบรรยากาศนอกเมืองเชียงใหม่อันแสนสงบและคงไว้ซึ่งความสวยสดงดงาม

The Signature : Infinite Pool Mountain View

ป้ายด้านหน้า บ่งบอกความเป็น Category ที่ชัดเจนของโรงแรมในเชน ALL – Accor Live Limitless

รถตู้ที่ไปรับมาจากสนามบินจอดที่บริเวณด้านหน้า ก่อนจะเดินผ่านกำแพงดินและซุ้มประตูเข้าไป ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเวลามาเชียงใหม่ที่มีประตูเมืองเก่า คอยทำหน้าที่ป้อมปราการ ก่อนจะผ่านเข้าไปด้านในที่มีด่านที่สองเป็นคูเมือง ที่วีรันดาเชียงใหม่ก็เช่นกัน หลังจากเดินผ่านประตูเข้ามาจะพบกับสระน้ำตื้นขนาดใหญ่ที่ปลูกบัวไว้ตรงกลาง เบื้องหน้าที่เราต้องเดินผ่านโถงทางเดินสไตล์ล้านนาไป คือล้อบบี้ที่รอต้อนรับและทำหน้าที่เช็คอิน

เริ่มต้นด้วยเวลคัมดริงก์เย็นๆ และมาลัยกรต้อนรับ ทำให้การเดินทางอันแสนเหนื่อยล้าจากการตื่นเช้า กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

ล้อบบี้เป็นเหมือนซุ้มขนาดใหญ่ ภายในประดับประดาด้วยโคมไฟรูปทรง ดีไซน์และขนาดที่แตกต่างกัน เล่นระดับในความเป็นโมเดิร์น มีซุ้มหวายเล็กๆ บุด้วยเบาะผ้านุ่มๆ กระจายตัวอยู่ทั่วล้อบบี้สำหรับต้อนรับผู้เข้าพัก

วิวจากห้องจากุซซี่ พาวิลเลียน ที่มาพร้อมอ่างอาบน้ำบนระเบียงเปิดโล่งขนาดใหญ่ ถ้าได้แช่น้ำ จิบไวน์ ชมวิว ก็คงจะรีแล็กซ์ดี ซึ่งแต่ละห้องก็จะทำหน้าที่มอบความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าพักเสมือนเป็นโอเอซิสแห่งความสงบ
มองออกไปจะเห็นชาขั้นบันได – ใช่แล้ว ผมไม่ได้พิมพ์ผิด เป็นแนวต้นชาที่ปลูกลดหลั่นกันออกไป สุดลูกหูลูกตา สลับกับอาคารห้องพักและส่วนบริการต่างๆ ของทางรีสอร์ต ส่วนฉากหลังเป็นแนวทิวเขาสีเขียวที่ทอดยาวและสูงต่ำราวเกลียวคลื่น ตอนเช้าๆ จะเห็นหมอกปกคลุมอยู่เป็นภาพที่สวยงามน่าดูชมเป็นอย่างมากครับ

เมื่อกระบวนการเช็คอินเสร็จสิ้น รถกอล์ฟจะพาเราลัดเลาะขึ้นไปตามทางภายในรีสอร์ต เพื่อไปยังห้องพัก ซึ่งมีด้วยกันหลาย type จำนวนทั้งหมด 69 ห้อง ในโลเคชั่น วิวและการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป
ส่วนตัวชอบห้องวัลเลย์ ดีลักซ์ เอสเคป ที่พันเข้าหากำแพงเมืองโบราณจำลอง (ซึ่งทำให้เก่าได้เหมือนกำแพงเมืองของเก่ามาก) แถมยังมีคูเมืองคล้ายกับพูลวิลล่า แต่ไม่น่าเล่นน้ำสักเท่าไร

ห้องพัก type ที่ผมเลือกก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้ทั้งความเป็นเมืองเก่าและวิวภูเขาในตัว คือห้องแบบวัลเลย์ ดีลักซ์ ซีนเนอร์รี่ วิวภูเขา ขนาด 43 ตารางเมตร และเพิ่มระเบียงอีก 15 ตารางเมตร ซึ่งกว้างพอสมควร

ตึกนี้จะมีสระน้ำเป็นของตัวเอง สระขนาดไม่ใหญ่มาก แต่วิวสวยมาก เหมาะสำหรับการขนเสื้อผ้ามาเพื่อถ่ายรูปในบรรยากาศสวยๆ

ห้องแบบวัลเลย์ ดีลักซ์ ซีนเนอร์รี่ วิวภูเขา ขนาด 43 ตารางเมตร และเพิ่มระเบียงอีก 15 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่มากเหมาะแก่การพักผ่อน ภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นล้านนา ชอบหมอนปักลายชนเผ่ามากๆ น่ารักดี ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เสียดายที่ห้องนี้อ่างอาบน้ำอยู่ด้านใน แนะนำให้อัพเกรดไปเป็นห้องจากุซชี่ พาวิลเลี่ยน ดีกว่า

กระจกตรงอ่างล้างหน้า เก๋ดีครับ

ห้องอาหารและอาหารเช้า
มองจากห้องพักออกมาจะเห็นวิวไร่ชาขั้นบันไดลดหลั่น ทอดยาวไปจนถึงร้านอาหารระเบียงชา ที่ถูกออกแบบมาโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “หลองข้าว” หรือว่ายุ้งข้าวของชาวนา เป็น “เฮือนบ่าเก่า” ที่เอามาตีความ รีโนเวทใหม่ ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น มีทั้งห้องส่วนตัวและโต๊ะด้านนอกบริเวณกลางแจ้ง ตลอดจนลานสนามหญ้าที่สามารถประยุกต์มาเพื่อจัดงานต่างๆ อย่างวันที่ผมไปพัก ทางโรงแรมก็จัดให้เป็นบรรยากาศแบบ Lanna Dinner

เย็นๆ ออกมาถ่ายรูปเล่นที่ไร่ชา แสงสวยกำลังดีครับ

สปาและกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
ซุ้มประตูโค้งสวยดี เป็นทางเข้าเพื่อขึ้นไปยังอาคาร 4 ชั้น ซึ่งเป็นทั้งสปา ห้องอาหาร และสระว่ายน้ำหลัก

ชั้น 4 เป็นที่ตั้งของ ห้องอาหาร The Higher Room Restaurant ชื่อก็บอกแล้วว่าอยู่บนชั้น 4 ติดกับสระว่ายน้ำแบบ Infinite Pool ซึ่งเป็นวิวที่สวยงามมาก ฉากของภูเขาสีเขียวสุดลูกหูลูกตา ตัดกับสีฟ้าของน้ำในสระ ควบคู่ไปกับการออกแบบสไตล์โมเดิร์น เพื่อการพักผ่อนที่แท้ทรู สระมีขนาดใหญ่ สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริงจังเลยครับ

ช่วงบ่าย สามารถมานั่งทาน Afternoon Tea ที่นี่ได้ครับ บรรยากาศดียามบ่าย กับการจิบชาคู่กับขนมหวานอันหลากหลาย Executive Pastry Chef น่ารักมาก คอยเดินมาเชียร์อัพขนมให้ทานหลายตัว ผมว่าของหวานที่นี่รสชาติดีมากครับ ถ้าไปเชียงใหม่ครั้งหน้า ตั้งใจว่าจะขับรถเพื่อมาทานชาที่นี่โดยเฉพาะเลย

The Higher Room Restaurant ชั้น 4 โซนด้านในแต่งสวยสไตล์โมเดิร์นล้านนา เราทานอาหารเช้ากันที่นี่ครับ

The Higher Room เป็นร้านอาหารที่เปิดตลอดทั้งวัน อาหารเช้าที่นี่ให้บริการที่หลากหลายน่าประทับใจมาก การจัดวางไลน์ค่อนข้างลงตัว เน้นเรื่องสุขภาพเป็นหลักครับ มีขนมปัง gluten-free เตรียมไว้ให้ด้วย ส่วนเบเกอรี่ อร่อยดีทุกตัว มีน้ำส้มคั้นสด มีขนมไทยให้ทานในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน ผักสดที่จัดวางไว้ให้ทำสลัดในแบบของเราเอง หรือจะสั่งอาหารจานไข่จากพนักงานด้านนอกก็ได้ครับ แต่ที่ชอบมากคือมีอาหารเหนือมาแจมด้วย เช้าละ 1 เมนู เช้าแรกที่เจอ “คั่วหน่อไม้ใส่ไข่” ดีใจแทบจะเป็นลมเพราะเป็นอาหารจานโปรดของผมเองครับ

เราสามารถเดินไปตักอาหารเช้าซึ่งเป็นบุฟเฟต์แล้วออกมานั่งทานที่ซุ้มด้านนอกเพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ของวัน บรรยากาศเสมือนรับประทานอาหารท่ามกลางหุบเขา ที่สามารถชมวิวความงดงามของขุนเขาและร่มไม้ ยามเช้าของที่นี่จะสามารถมองเห็นสายหมอกลอยผ่านไหลไปตามซอกหุบเขา ก็เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ดีครับ ทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงามอีกด้วยครับ

ถ้ามองออกไปจากห้องอาหาร The Higher Room ผ่านสระว่ายน้ำ เราจะเห็นสิ่งก่อสร้างอยู่ไกลๆ คล้ายปราสาทของชาวล้านนา ถาม GM ได้ความว่าเป็นโลหะปราสาท พระธาตุศรีเมืองปง ตอนสายๆ จึงพาเราไปชมที่นั่นด้วยครับ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่แล้วเสร็จ เพราะใช้ทุนค่อนข้างสูง การก่อสร้างก็ค่อนข้างยาก เพราะตั้งอยู่บนเขา แต่งานสถาปัตยกรรมนั้น วิจิตรงดงามมากครับ วัดบ้านปงเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวบ้านในพื้นที่ เราสามารถเดินเท้าขึ้นเขาไปโลหะปราสาทได้ มีบันได 999 ขั้นครับ แต่ถ้าจะให้ดี นั่งรถยนต์ขึ้นไปเถอะครับ จะได้ไม่เหนื่อยมาก หากใครสนใจลองสอบถามทางโรงแรมดูให้เค้าพาไป

ช่วงสายเราออกไปชมวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืนที่ PUR Farm ของ PUR Projet ซึ่งเป็นโปรเจ็คระดับโลก โดยคุณ Tristan Lecomte ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ก่อตั้ง โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในปารีส เพื่อที่จะได้ศึกษาเรียนรู้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานผ่านการทำเกษตรกรรม เป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกรของไทยแบบครบวงจร ทั้งการปลูกพืชผัก การอนุรักษ์ต้นไม้ การเลี้ยงสัตว์ เพื่อนำไปสู่การมีวิถีชีวิตแบบยั่งยืน ในขณะเดียวกัน โครงการนี้ได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างโอกาสการจ้างงานสำหรับคนในท้องถิ่น และส่งเสริมวิถีชีวิตในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สิ่งแรกที่ได้จากการมาเยี่ยมชม PUR Project คือการได้รู้ว่า มีองค์กรระดับโลกมากมายที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมของไทย เน้นให้คนในท้องถิ่น เรียนรู้จักรักษ์ชุมชน นำนวัตกรรมใหม่เข้ามาใช้ในการเกษตรเช่น biodynamic การปลูกข้าวโดยไม่ใช้น้ำ ลดการปล่อยก๊าซมีเทนลงในนาข้าว ลดข้อจำกัดและเพิ่มขีดความสามารถในการทำการเกษตร เป็นกิจกรรม Green Elite Experiences ที่โรงแรมในเครือ Accor Group เดินหน้าเรื่องนี้มาโดยตลอด ในการให้แขกของโรงแรมและรีสอร์ทหลายแห่ง ได้ร่วมดื่มด่ำกับธรรมชาติที่อยู่รอบๆ ที่พัก และให้พวกเขาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาสามารถมีส่วนร่วมในการปกป้องโลกและดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน

อาหารกลางวันสไตล์มังสวิรัติ ใช้วัตถุดิบออร์แกนิคทั้งหมด

อีกจุดหนึ่งที่ได้ไปเยี่ยมคือไร่ชา Araksa “ไร่ชาอรักษ” (อ่านว่า อะ-รัก-สะ) มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “รักษาให้คงอยู่” เป็นไร่ชาออร์แกนิกที่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ นั่งรถออกไปไกลหน่อย เพราะตั้งอยู่ที่ อ.แม่แตง ตกแต่งแบบมินิมอล

ที่นี่เป็นไร่ชาออร์แกนิกที่รายล้อมด้วยขุนเขา บรรยากาศดีมาก สวยงาม หากได้มาใช้ชีวิตอยู่กลางไร่ชาแบบนี้ทุกวัน คงเป็นเรื่องที่เกินจะฝันมาก ยิ่งได้ทราบว่า ปรัชญาของไร่ชาอรักษ คือการรักษาและอนุรักษ์ทั้งสภาพแวดล้อม ธรรมชาติล้อมตัวให้คงอยู่ไว้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่า การทำอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมที่ดี จะทำให้ชีวิตเราดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน ทว่าเรียบง่ายมากๆ ครับ
ลองมาเป็นพนักงานไร่ชาสักวัน

ชอบความ Tea Pairing คล้ายกับ Wine Pairing ลองจิบชาคู่กับขนมต่างๆ นานา เพื่อให้รู้ว่ารสชาติแบบไหนไปในทิศทางเดียวกัน

ชาของที่นี่หอมทุกตัวครับ ชอบ Preserve Tea มากที่สุด ชาแต่ละตัวที่ทำออกมาค่อนข้างยาก ที่นี่เป็นชาออร์แกนิคที่มีกรรมวิธีการปลูกแบบธรรมชาติ 100 % ด้วยทุกกระบวนการขั้นตอนตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บใบชา และการผลิตชา ล้วนมาจากวิธีธรรมชาติ
ชา Araksa ทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะ มีรสชาติละมุน และเข้ม หอม แตกต่างกันไป สามารถเข้าถึงทั้งรสและกลิ่นจากชาออร์แกนิคขนานแท้ 100 % เพราะที่นี่นำเสนอวัฒนธรรมการคั่วชาในท้องถิ่นด้วยการคั่วมือซึ่งใช้เวลาทำนานมาก และได้ปริมาณน้อย คือใบชาจำนวน 1 กิโลกรัมเมื่อผ่านกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนจะเหลือน้ำหนักชาจริงๆ เพียง 2 ขีดเท่านั้น จึงไม่ต้องแปลกใจหากใบชาของที่นี่จะราคาสูงกว่าชาตลาดทั่วไป

ดินเนอร์ที่โรงแรม ทานที่ห้องอาหารระเบียงชา ให้บริการไทยทั้งในรูปแบบอาหารเหนือประยุกต์ ตลอดจนอาหารไทยและอาหารตะวันตก

ได้นั่งสนทนากับ GM ของโรงแรม เป็นคนที่คุยสนุก เล่าประสบการณ์ในการเป็น GM โรงแรมต่างๆ ทั้งในต่างประเทศและในไทยให้ฟัง ตลอดจนการใช้ชีวิตในเมืองสโลว์ไลฟ์ของฝรั่งในเมืองเชียงใหม่ บทสนทนาดีๆ ทำให้อาหารมื้อนี้อร่อยและประทับใจได้มากครับ

อีกคืน ดินเนอร์สไตล์ขันโตกประยุกต์กลางแจ้ง ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย เป็นมื้ออาหารที่ประทับใจมาก

Appritizer ขันโตกอาหารเหนืออร่อยมาก ทานข้าวเหนียวกับน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว เกือบหมดถาดจนต้องขอเติม

รสชาติอาหารของที่นี่ค่อนข้างจะออกรสชาติกลางๆ ไม่จัดจ้านจนเกินไป บางจานก็หวานเกิน คงทำให้เหมาะกับลูกค้าต่างชาติด้วย อย่างจานหลักที่ผมทานคือ สเต๊กหมูคุโรบุตะนำไปคาราเมลไรซ์กับเห็ดและหอมหัวใหญ่ หวานจนรู้สึกว่ามันไม่เข้ากันเลย

William Shakespeare กล่าวเอาไว้ว่า ” … our life, exempt from public haunt, finds tongues in trees, books in the running brooks, sermons in stones, and good in everything.”
ความงามของธรรมชาติคือความจริงที่แท้ทรูของชีวิตครับ Green Elite Experiences กับ Veranda High Resort Chiang Mai – MGallery โดย Accor ทำให้เราได้ตระหนักถึงคำว่า “ใช้ชีวิต” ได้เป็นอย่างดี ผ่านการตีตวามในแง่มุมของปรัชญาแห่งความยั่งยืน เพียงแค่ได้อยู่ท่ามกลางสวนสวยสีเขียว สูดลมหายใจเข้าเบาๆ ลึกๆ ใช้ชีวิตอย่างมีสุนทรียะและรื่นรมย์ ชื่นชมกับความงามที่เกิดขึ้นรอบตัว หนังสือดีๆ สักเล่ม อาหารอร่อยเพื่อสุขภาพสักจาน เพียงเท่านี้ ชีวิตก็จะพบกับคำว่า “ความสุข” ที่แท้จริงแล้วครับ
คำถามที่พบบ่อย
Veranda High Resort Chiang Mai อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร
ตั้งอยู่ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ บนเนินเขาที่เปิดวิวขุนเขา ลำธาร และนาขั้นบันไดของหุบเขา การเดินทางสะดวกเพราะอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เพียงราว 20-30 นาทีโดยรถ รีสอร์ตมีแพ็กเกจห้องพักพร้อมรถรับส่งสนามบินไป-กลับสำหรับการเข้าพักตั้งแต่สองคืนขึ้นไป ทำเลหางดงยังอยู่ใกล้แหล่งงานคราฟต์และคาเฟ่ที่ขึ้นชื่อของเชียงใหม่
ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม
ราคาเริ่มต้นราว 3,500-5,500 บาทต่อคืน ขึ้นกับฤดูกาลและประเภทห้อง ห้องพักทุกห้องมีระเบียงส่วนตัวกว้างเปิดรับวิวหุบเขา ความคุ้มอยู่ที่การเป็นรีสอร์ตห้าดาวในเครือ MGallery by Accor ที่ขายประสบการณ์วิวภูเขาแบบเต็มตา ในเชิงตลาดราคานี้นับว่าสมเหตุสมผลสำหรับรีสอร์ตบนเนินเขาที่ทำเลและวิวหาคู่แข่งในระดับเดียวกันได้ยากในหางดง
จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร
ไฮไลต์คือทำเลบนเนินลาดของหุบเขาที่ทำให้ทุกห้องเปิดวิวภูเขาและนาขั้นบันไดแบบไม่มีอะไรบัง ห้องพักออกแบบเปิดโล่งด้วยห้องน้ำสไตล์โอเพนแอร์และระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ จุดเด่นอีกอย่างคือสระอินฟินิตี้ที่ทอดตัวรับแนวเทือกเขา งานออกแบบของ MGallery เลือกใช้วัสดุพื้นถิ่นล้านนาผสมความร่วมสมัย จนได้บรรยากาศรีทรีตบนภูเขาที่สงบและกลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัว



