Sunday 26 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  DOMESTIC
LEISURE TRAVEL · DOMESTIC·28 Jul 2022

รีวิว The Chiang Mai Old Town

เชียงใหม่ทริปสั้นๆ และรวมเรื่องราวกับทริปก่อนหน้าโพสต์นี้กานต์เลยจะพาไปเที่ยววัด เดินเล่นย่านเมืองเก่า จิบกาแฟและกินอาหารอร่อยๆ จากร้าน local ที่ผมชอบ บางร้านกินมาตั้งแต่เด็ก ผูกปิ่นโตเป็นขาประจำมาจนถึงตอนนี้

Words & Photography · KANT
เรือนพักไม้ของโรงแรมยามพลบค่ำ แสงไฟอุ่นส่องบันไดทางขึ้น

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

The Chiang Mai Old Town is a compact five-star hotel set inside Chiang Mai’s historic walled quarter, within walking distance of its temples and cultural lanes. This KANT review covers its contemporary reinterpretation of Lanna design, its intimate boutique scale and its appeal for slow, walkable exploration of the old city. Rates start around THB 5,500 per night.

สรุปตรง

The Chiang Mai Old Town คือบูทีกโฮเทลระดับ 5 ดาวกลางเมืองเก่าเชียงใหม่ ภายในกำแพงเมืองประวัติศาสตร์ เดินถึงวัดพระสิงห์และวัดเจดีย์หลวง งานออกแบบเน้นห้องพักดีเทลสูงและบริการแบบเป็นส่วนตัว วางตัวเยื้องจากศูนย์กลางความวุ่นวายเล็กน้อยเพื่อให้ได้ความเงียบ แต่ยังเดินเที่ยวเมืองเก่าได้สะดวก มีห้องอาหาร Vorra Bistro เสิร์ฟอาหารอิตาเลียน และอยู่ห่างจากสนามบินเชียงใหม่เพียงราว 3 กิโลเมตร เป็นทางเลือกของคนที่อยากพักในกำแพงเมืองเก่าแบบหรูเงียบ ราคาเริ่มต้นหลักห้าพันปลายๆ

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
Locationเมืองเก่า · เชียงใหม่
Priceเริ่มต้นราว 5,500 บาท/คืน
ภาพมุมสูงของเมืองเชียงใหม่เลียบแม่น้ำปิง พร้อมตัวอักษร CHIANG MAI บนปกรีวิวโรงแรม The Chiang Mai Old Town

#เจียงใหม่เมืองบ่ะเก่า

จริๆ คำนี้อาจจะแปลได้สองความหมายครับ หนึ่งคือความเป็นเมืองเก่าแก่แห่งล้านนา กับความหมายเชิงปฏิเสธที่ว่า “เชียงใหม่ไม่เคยเก่าเลย”

เชียงใหม่ทริปสั้นๆ และรวมเรื่องราวกับทริปก่อนหน้าโพสต์นี้กานต์เลยจะพาไปเที่ยววัด เดินเล่นย่านเมืองเก่า จิบกาแฟและกินอาหารอร่อยๆ จากร้าน local ที่ผมชอบ บางร้านกินมาตั้งแต่เด็ก ผูกปิ่นโตเป็นขาประจำมาจนถึงตอนนี้

โรงแรม The Chiang Mai Old Town

ทริปนี้เราพักกันที่โรงแรม The Chiang Mai Old Town ห่างจากสนามบินประมาณ 10 นาทีไม่เกินนี้งานดีไซน์ได้แรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่ เป็น Luxury Boutique เล็กๆที่แทรกตัวอยู่ย่านเมืองเก่า … วางกระเป๋าแล้วออกเที่ยวรอบเวียง เดินคูเมือง ได้เลยครั

ทริปนี้จะพาไปเดินเที่ยว

เที่ยววัดและย่านเมืองเก่า

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

วัดพันเตา

วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม

คาเฟ่และร้านอาหารเชียงใหม่

ร้านกาแฟอาข่า อาม่า

(อดีต) โรงแรมศรีประกาศ https://bit.ly/3PKGW6K

ขจี คาเฟ่ https://bit.ly/3zEH4Po

ร้าน GRAPH Contemporary

สุกี้ช้างเผือก

ข้าวซอยอิสลาม

ขนมจีนสันปาข่อย

ข้าวต้มย้ง

เชียงใหม่ทริปนี้เที่ยวกันสบายๆ ผมจะเดินไปเล่าไปถึงเรื่องราวเก่าใหม่ ผ่านรูปภาพที่ถ่ายมาฝากกัน เผื่อเป็นไอเดียในช่วงหน้าหนาว ถ้าใครมองหาสถานที่เก่าๆ เรียบง่ายในความทรงจำ ก็ตามรอยกันมาได้ครับ

เชียงใหม่ มีสายน้ำปิงเป็นเส้นเลือดหลัก หล่อเลี้ยงนพบุรีศรีนครพิงค์จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน เป็นอดีตราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความเป็นมาหลายศตวรรษ

อาคารไม้เก่าสองชั้นริมถนนในย่านเมืองเก่าเชียงใหม่ มีมอเตอร์ไซค์แล่นผ่าน

ขัวเหล็ก รถเครื่อง เมืองเก่า เป็น 3 เรื่องราวที่ผมนึกถึงเสมอเมื่อมาเชียงใหม่ ฉากที่ดากานดาซ้อนรถเครื่องวิ่งผ่านสะพานนวรัฐยังคงเป็นภาพแห่งความทรงจำเสมอ นึกถึงตอนเด็กๆ แว้นมอเตอร์ไซค์จากลำปางมาเชียงใหม่ พักแล้วขี่ขึ้นไปดอยสุเทพกัน ปัจจุบันก็ยังคงมีภาพแบบนี้อยู่ ท่ามกลางความเป็นเมืองที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

เชียงใหม่รถราเยอะขึ้น ช่วงเช้า-ช่วงเย็นคือติดหนึบไม่แพ้กัน

ทางเดินอุโมงค์อิฐโค้งภายในวัด ปลายทางประดิษฐานพระพุทธรูปขนาบด้วยโคมไฟ

ทริปนี้อยากพาย้อนเรื่องราวไปกับความทรงจำเก่าๆ ของกานต์กับเมืองที่ไม่เคยเก่า เพราะเชียง-ใหม่ ตลอดเวลา

พาเที่ยวทั้งวัดวาอาราม ชิมอาหารอร่อย จิบกาแฟร้านโปรดของผม จดไว้เผื่อมาเที่ยวเชียงใหม่ตอนหน้าหนาว

อาคารโรงแรม The Chiang Mai Old Town ที่ออกแบบด้วยไม้และอิฐโทนเข้ม กลมกลืนไปกับต้นไม้โดยรอบ

ทริปนี้ตั้งต้นจากย่านเมืองเก่า หรือว่า Old Town ครับ ถ้าพักแถวนี้ก็มีจุดเด่นคืออยู่ไม่ไกลสนามบิน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน สามารถเดินเที่ยวหรือยืมจักรยานปั่นเที่ยวได้โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

มุมสูงเหนือเมืองเชียงใหม่ เห็นแม่น้ำปิงคดเคี้ยวผ่านอาคารบ้านเรือนกลางเมือง

“If Thailand is one of the best countries to eat in, in Chiang Mai, it’s a particularly good city to find yourself hungry.”

– Anthony Bourdain

ลานสวนกลางโรงแรม จัดวางเรือนไม้สักเก่าและมุมนั่งเล่นกลางแจ้งใต้ร่มไม้ใหญ่

ลงเครื่องจากสนามบินใช้เวลาประมาณ 10 นาที (จริงไม่ถึงด้วยซ้ำ) ก็มาถึงที่โรงแรม The Chiang Mai Old Town เป็น Luxury Boutique เล็กๆ ที่แทรกตัวอยู่ในย่านเมืองเก่า เข้าซอยมาเล็กน้อยจากคูเมืองด้านหน้า สัมผัสแรกคือโรงแรมมาพร้อมกับความเป็นเรือนไม้สไตล์ล้านนาและนำเสนอวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น

มุมเลานจ์ภายในโรงแรม ตกแต่งด้วยไม้โทนเข้ม ชั้นวางของสะสม และเก้าอี้หนัง

เช็คอินที่ Lobby ซึ่งเป็นเล้าจน์ให้มานั่งพักผ่อนด้วยครับ ตกแต่งด้วยถ้วยโถโอชามเครื่องสังคโลกและเครื่องปั้นดินเผา จัดเรียงอยู่ในตู้ไฟอย่างสวยงาม

สระว่ายน้ำของโรงแรม The Chiang Mai Old Town พร้อมเตียงอาบแดดริมสระ ล้อมด้วยต้นไม้และศาลาไม้

ติดกับอาคารต้อนรับส่วนหน้าจะเป็นสระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่ เน้นความสดชื่นสบายตาของไม้ดอกไม้ประดับสีเขียวตัดสลับกับสีฟ้าของน้ำในสระ ช่วงเวลาเช้าๆ กับเย็นๆ จะนั่งสบายมาก

เรือนพักไม้ของโรงแรมยามพลบค่ำ แสงไฟอุ่นส่องบันไดทางขึ้น

อาคารที่พักมี 2 ตึกแยกกัน ผมพักที่ห้อง Suite จะอยู่ The Heritage House เป็นบ้านแยกออกมา เป็นลักษณะของบ้านไม้โบราณล้านนา หรือที่เราเรียกติดปากว่า “บ้านบ่ะเก่า” ให้ความรู้สึกคลาสสิค

ภาพระยะใกล้ของไหเซรามิกในมุมตกแต่งภายในโรงแรม เก็บโฟกัสนุ่มละมุน

ด้านล่างมีตุ่มดินเผา ทำหน้าที่รองรับน้ำฝนที่ไหลลงมาจากราง เป็นภูมิปัญญาของการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในสมัยโบราณ ปัจจุบันไม่นิยมแล้วเพราะน้ำฝนไม่ค่อยสะอาดแล้วครับ แต่เราจะยังเห็นภาพแบบนี้ในบ้านเรือนโบราณ

รายละเอียดผนังไม้เก่าและช่องหน้าต่างไม้ ข้างบันไดภายในโรงแรม

ฝาบ้านไม้ใช้เทคนิคแบบโบราณ คือการขึ้นโครงด้านใน แล้วนำไม้ฝามาเรียงไม้ในแนวตั้ง ข้อดีก็คือสวยงาม กันน้ำกันลมได้ดี มีความมิดชิด แต่จะต้องใช้จำนวนไม้มากกว่าการปะฝาบ้านแนวนอน แต่ความเก๋ก็คือเป็นงานดีไซน์แบบโบราณที่แท้ทรู เพราะตั้งใจไม้ฝาบ้านมีขนาดไม่เท่ากันเพื่อให้เกิด texture ที่สวยงาม

มุมนั่งเล่นในห้องพัก โซฟาผ้า ผ้าม่านยาว ภาพกรอบบนผนัง และโคมไฟแสงอุ่น

ชั้น 2 จะมีห้องสวีทอยู่ 2 ห้องครับ มีขนาดใหญ่พอๆ กันแต่วางเลย์เอ้าท์ไม่เหมือนกัน ห้องที่ผมพักจะมุมนั่งเล่นอยู่ในห้องนอน สำหรับพักผ่อน ดูทีวี

ห้องนอนในโรงแรม เตียงนุ่มพร้อมภาพศิลปะเหนือหัวเตียงและผนังไม้ระแนง

ติดกันเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ หนานุ่มดีมาก เตียงเป็นโครง 4 เสาแบบโบราณ แต่ไม่มีมุ้งมาทำให้รำคาญใจ

มุมทำงานริมหน้าต่างในห้องพัก โทนไม้เข้มตัดกับผ้าม่านยาว

ปลายเตียงมีโต๊ะทำงานขนาดไม่ใหญ่ พอให้นั่งอ่านหนังสือหรือว่าพิมพ์งาน เซ็นเอกสารได้ ด้านข้างเป็นประตูกระจกเปิดช่องแสงขนาดใหญ่ในตอนกลางวัน

ห้องสวีทของโรงแรม เตียงนอน กระจกทรงโค้ง และมุมนั่งเล่นในโทนไม้อบอุ่น

ด้านนอกจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง มินิบาร์ และมีห้องน้ำอยู่ถัดเข้าไปด้านใน โทนสีที่ใช้ทั้งหมดเน้นสีขาว ดำ ทองเป็นหลัก ดูเรียบหรูดี

อาคารโรงแรม The Chiang Mai Old Town มองจากภายนอก เห็นสระน้ำลดหลั่นและแมกไม้รายล้อม

ที่เห็นเป็นเลเยอร์คือนาขั้นบันไดแต่เพิ่งปักกล้าไปเลยยังไม่เขียวสวยเต็มที่ ส่วนอีกอาคารที่เห็นก็เป็นห้องพักเช่นกัน และเป็นที่ตั้งของสปา ฟิตเนสเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ

ภาพชุดของแก้วไวน์บนเคาน์เตอร์โทนเข้มและมุมห้องสลัว

สปาเป็นสไตล์ล้านนา มีทั้งห้องนวดไทยวางฟูกกับพื้นนวดกันสบายๆ ส่วนเราเลือกเป็นนวดน้ำมัน จะใช้ห้องทรีตเมนต์ด้านใน

ภาพมุมสูงเหนือสระว่ายน้ำกระเบื้องสีฟ้า มีเตียงอาบแดดเรียงรอบขอบสระ

นวดเสร็จมามานั่งเล่นต่อที่สระว่ายน้ำได้ครับ ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก เอาไว้นั่งพักผ่อนชิลๆ หลังกลับจากเดินเที่ยว

สระน้ำส่วนตัว มีผู้พักผ่อนเอนกายบนเตียงนวมริมน้ำท่ามกลางต้นไม้เขียวครึ้ม

สั่งเครื่องดื่มจากบาร์มาได้นะครับ ช่วงเย็นๆ จะร่มรื่นดีมาก

ภายนอกโรงแรมยามค่ำ อาคารอิฐส่องไฟอบอุ่นสะท้อนผิวน้ำในสระ

ตอนหัวค่ำก็สวยดีครับ มองเห็นเป็นบ้านเรือนโบราณอาคารขนาดย่อมอยู่ท่ามกลางชุมชนกลมกลืนดี

ห้องอาหารของโรงแรม เพดานไม้เป็นช่อง โต๊ะอาหารเรียงราย บรรยากาศอบอุ่น

ห้องอาหาร The Vorra Bistro

มื้อค่ำทานที่ห้องอาหารอิตาเลี่ยน The Vorra Bistro ภายในร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นล้านนา

ห้องรับประทานอาหารส่วนตัว โต๊ะยาว โคมระย้า และเก้าอี้โทนส้มตัดน้ำเงินในห้องไม้

มี Long Table สำหรับแขกที่จองมาเป็นกลุ่มหรือต้องการความเป็นส่วนตัวด้วยครับ จัดโต๊ะไว้หรูหราดีมาก

จานอาหารไฟน์ไดนิ่งจัดตกแต่งอย่างประณีตบนพื้นภาพโทนเข้ม

อาหารที่เสิร์ฟจะเน้นอิตาเลี่ยนเป็นหลักนะครับ อาจจะมีเอเชี่ยนทวิสต์บ้าง ตกแต่งจานสวยเชียว

ภาพชุดของมื้อเช้าและมุมรับประทานอาหารกลางแจ้งใต้ร่มผ้าใบ

อาหารเช้าก็ทานที่ห้องอาหาร The Vorra Bistro เช่นกัน เลือกได้เลยว่าอยากจะนั่งด้านในหรือรับแดดอ่อนๆ ตอนเช้าที่ด้านนอก อาหารจะเป็นเซ็ทเมนูมาให้เลือกมีอยู่ 5-6 เซ็ท เลือกเป็นอาหารเหนือ 1 และเซ็ทไข่ดาว 1 ถือว่าค่อนข้างน้อยครับ ทานไม่อิ่มเลย

งานปูนปั้นรูปทรงนามธรรมบนผนังคอนกรีต

แต่ไม่เป็นไร เราตั้งใจจะไปเดินเล่นหาอะไรกินต่อในย่านนี้อยู่แล้วครับ ทานข้าวเช้าเสร็จก็ออกเดินกันเลย เข้าถนนราชมัคคา เดินไปเรื่อยๆ สบายๆ เจออะไรน่ารักๆ ก็ถ่ายรูปเก็บไว้

วัดล้านนาเก่าแก่ หลังคาซ้อนชั้นประดับลวดลาย ท่ามกลางสวนเขียว

เดินมาเรื่อยๆ เราจะถึงวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระสิงห์ หรือพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนามานานครับ สามารถเดินเข้าไปกราบสักการะด้านในได้

จิตรกรรมฝาผนังเก่าภายในวัด

มีภาพจิตรกรรมฝาผนังโบราณสวยงามมาก ถ่ายรูปบันทึกภาพไว้ได้ แต่งดใช้แฟลชเพื่อป้องกันความเสียหายนะครับ

ช่องหน้าต่างไม้มองออกไปเห็นต้นไม้ จากห้องโทนเข้มภายในโรงแรม

เดินมาอีกนิด ผมเจอเข้ากับร้านกาแฟ อาข่าอาม่า สาขาพระสิงห์ ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงดังไปถึงญี่ปุ่น เป็นสาขาที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ตกแต่งด้วยอิฐให้อารมณ์เหมือนกำแพงคูเมืองเก่า

ภาพชุดของเก้าอี้ไม้ บันไดเวียน และพื้นผิวงานสานภายในโรงแรม

ภายในร้านกว้างขวางราคาไม่แพงมาก แต่กาแฟดี เกิดจากการที่คุณลี “อายุ จือปา” ต้องการพัฒนาเมล็ดกาแฟจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำให้มีคุณภาพ และได้ราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร ผมสั่งเป็นอเมริกาโน่มาชิมกาแฟฟรุตตี้นิดๆ อร่อยดีครับ

ภายในวิหาร พระสงฆ์ครองจีวรยืนอยู่ เบื้องหน้าเรียงรายด้วยบาตรสีดำ

เดินต่อมาจะถึงวัดพันเตาครับ วัดมีขนาดไม่ใหญ่ เข้าไปไหว้พระด้านในกันก่อน เรามักจะชอบมาขอพรกันที่นี่เพราะชื่อวัดคือพันเตา (ปันเต้า) พ้องเสียงแปลว่าพรจะทวีคูณเป็นพันๆ เท่า

แต่จริงๆ แล้วในอดีตวัดนี้เป็นวัดที่สร้างเตาหล่อพระนับร้อยนับพันเตาครับ

เจดีย์อิฐโบราณตั้งตระหง่านตัดกับท้องฟ้า ในเขตเมืองเก่าเชียงใหม่

ใกล้ๆ กับวัดพันเตาจะเป็นวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ผมมากราบพระอาจารย์ที่วัดนี้บ่อยมาก เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ โดดเด่นด้วยเจดีย์ที่เคยได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ต่อมาได้มีการบูรณะ พร้อมกับนำบันไดนาคปรกมาไว้ตรงทางขึ้นและประดับด้วยรูปปั้นช้าง แนะนำให้มาชมความเก่าแก่และสวยงามของโบราณสถานแห่งนี้ได้ครับ

ลำต้นไม้ใหญ่พันด้วยผ้าแพรหลากสีตามความเชื่อ

ต้นยางนาที่วัดเจดีย์หลวง จริงๆ แล้วเราจะเรียกว่า ไม้หมายเมืองครับ ซึ่งก็มีความหมายถึงการเป็นหมุดหมายของเมือง ในอดีตถ้าจะมองหาเมืองเชียงใหม่ ให้มองหาต้นยางนาต้นนี้ ซึ่งอยู่หลังเสาอินทขิล

เจดีย์สีทองโผล่พ้นยอดไม้เขียว

ต่อมาต้องนั่งรถไปไกลหน่อยครับแถวๆ มช. ไปวัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรมกันครับ เป็นวัดที่สวยงามและเงียบสงบมาก ขึ้นบันไดไปด้านบนก่อนเลยครับ เพื่อจะไปชมความงามของพระเจดีย์ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ามังราย

อุโมงค์อิฐโค้งเก่าแก่ ปลายทางมีพระพุทธรูปในแสงสลัว

อุโมงนี้สร้างขึ้นในสมัยสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช มีทางเข้าออก 4 ช่อง เชื่อมต่อกัน ข้างฝาผนังด้านในอุโมงค์เจาะช่องเล็กๆ สำหรับจุดประทีปให้เกิดความสว่างแก่พระสงฆ์ที่เดินจงกรมเป็นระยะ งดงามมากครับ

เรือนไม้สักล้านนาเก่าผุกร่อน มีผู้คนเดินผ่านด้านหน้า

จากนั้น ไปศรีประกาศ อดีตโรงแรมชั้นนำอันดับแรกๆ ของเมืองเชียงใหม่ ด้านในคลาสสิคมากครับ เป็นอาคารที่ผสมผสานความเป็นล้านนาโบราณที่มีกลิ่นอาย Colonial Style เล็กน้อย

ภาพชุดของคาเฟ่ มุมขนมอบ และเคาน์เตอร์หินอ่อน

แวะมาพักกินขนมอร่อยๆ ที่ร้านขจี มีคอนเซปต์คือใช้ยีสต์สดธรรมชาติในการอบขนม ร้านตกแต่งน่ารักดี มีสไตล์ที่มินิมอล เรียบง่าย

ใครเอารถมาสามารถจอดรถได้ที่อาคารศรีประกาศแล้วเดินมาทานกาแฟได้เลย

ขนมหวานไทยในถ้วยกระดาษสีแดงวางบนโต๊ะไม้

ขจีเป็นร้านขนมที่ผมชอบที่สุดในเชียงใหม่เลยครับ

ภายในแกลเลอรี ผู้ชมยืนดูภาพศิลปะกรอบบนผนังขาว ผ่านซุ้มประตูโค้ง

เดินตรงออกจากขจีจะเป็นสี่แยกเลยขัวเหล็กมาเล็กน้อยจะเจอกับร้านกาแฟร้านโปรดของผม GRAPH contemporary เป็นร้านมีกลิ่นอาย Art Gallery สไตล์วินเทจที่น่าสนใจ ตีโจทย์ใหม่ให้กับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่ไม่ใช่แค่ Third Palce แต่ต้องเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจ ไอเดียใหม่ๆ จุดประกายความคิด เป็นคอมมิวนิตี้ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ระหว่าง ร้าน ลูกค้า และกาแฟ

ภาพชุดของคาเฟ่ที่มีตัวอักษร PHILOSOPHY บนผนัง

ทางเข้าดูจากภายนอกเหมือนไม่ใหญ่ แต่เข้าไปด้านในคือว้าวและใหญ่มาก ออกแนววินเทจเฟรนซ์โคโลเนียล ลอฟ์ท 555 หลายสไตล์จัง เหมือนหลุดเข้าไปในหนังยุค 1920

ร้านออกแบบได้ดูดิบเท่ห์ แต่มีสไตล์ ร้านขนาดใหญ่ 2 ชั้น เรียกได้ว่าถ่ายรูปได้ทุกมุมจริงๆ คล้ายกับแกลอรี่ มีการจัดแสดงภาพเขียนของสะสมมากมาย

ร้านสวยยอมใจ ใครไปเชียงใหม่ควรแวะ

หน้าร้านอาหารริมทางป้ายสีแดง ลาบช้างเผือก ในเมืองเชียงใหม่

สุกี้ช้างเผือก เป็นร้านที่คนเยอะ รอคิวไม่นานมาก เพราะโต๊ะเยอะและทำเสร็จไว (บางครั้งไปก็ได้ผักกาดขาวแบบยังไม่ทันจะสุกกรอบนอกนุ่มใน) แต่ถ้าอยากกินสุกี้ทีไรก็มากินช้างเผือกตลอดเลย

หน้าร้านข้าวซอยอิสลาม ป้ายสีน้ำเงิน-เขียวในเมืองเชียงใหม่

ร้านนี้ชอบมาก จอดรถยากหน่อย แต่อร่อยที่สุด เข้าซอยเจริญประเทศ 1 มาเล็กน้อย

ชามข้าวซอยถ่ายจากมุมบน เคียงด้วยเครื่องเคียง

เป็นสูตรที่ขายกันมา 100 ปีทายาทรุ่น 3 แล้วครับ สั่งเป็นข้าวซอยรวมมา น้ำซุปหอมกะทิและเครื่องเทศ กลิ่นเนื้อคือดีย์ ที่สำคัญผักดองอร่อยมาก

เคาน์เตอร์ร้านอาหารริมทาง ป้ายเมนูเหนือหัว มีผู้คนยืนสั่งอาหาร

ตามรอยมิชลิน มากินขนมจีนสันป่าข่อย จริงๆ เรากินร้านนี้มานานมากแล้วครับ รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง

หม้อข้าวซอยเดือดพล่าน มือกำลังตักเสิร์ฟ

ขนมจีนแกงเผ็ดเนื้อคือเทพมาก มาดึกไม่ได้นะ เดี๋ยวหมดก่อน ขนมจีนน้ำเงี้ยวก็ดี ปกติจะสั่ง 2 น้ำนี้ประจำ

ภายในศูนย์อาหาร เห็นซุ้มร้านข้าวซอยและผู้คนเดินเลือกซื้อ

“ย้ง” ร้านข้าวต้มที่ต้องมากินก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพทุกครั้ง ดังตั้งแต่ยังไม่ได้มิชลิน ตอนนี้ยิ่งรอคิวนาน แต่ก็ไม่หวั่นครับ

ภาพชุดของอาหารเหนือสี่จาน ทั้งแกง ซุป และกับข้าว

จริงๆ แนะนำไม่ถูกเลยว่าควรสั่งเมนูไหนดี เพราะอร่อยทุกอย่าง แต่ที่ผมสั่งประจำเป็นเมนเลยก็คือหมูกรอบ กับเลือดพะโล้ ยอม!!

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/xcOhYyErFU2

คำถามที่พบบ่อย

The Chiang Mai Old Town อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

The Chiang Mai Old Town ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่าเชียงใหม่ ภายในกำแพงเมืองประวัติศาสตร์ ใกล้วัดเจดีย์หลวงและประตูท่าแพ เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงวัด ตลาด และร้านอาหารท้องถิ่น การเดินทางสะดวกมาก ห่างจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เพียงราว 4 กิโลเมตร หรือราว 10 นาทีโดยรถยนต์ ทำเลนี้จึงเหมาะกับนักเดินทางที่อยากซึมซับเสน่ห์เมืองเก่าแบบเดินถึงทุกที่

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาห้องพักเริ่มต้นราวสองถึงสามพันบาทต่อคืน นับว่าจับต้องได้สำหรับบูทีคโฮเทลระดับห้าดาวในทำเลใจกลางเมืองเก่า ที่นี่เป็นโรงแรมแบบออลสวีต มีห้องพัก 5 แบบ ขนาด 40–60 ตารางเมตร ทุกห้องกว้างขวางสบาย ความคุ้มอยู่ที่งานออกแบบกลิ่นอายล้านนาร่วมสมัย ทำเลที่เดินถึงแลนด์มาร์กสำคัญ และบริการอบอุ่นแบบเชียงใหม่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้พักในบ้าน

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

จุดเด่นคืองานสถาปัตยกรรมที่ตีความมรดกเจ็ดศตวรรษของเชียงใหม่ให้เป็นโรงแรมโมเดิร์น ผสานความสง่างามแบบล้านนาเข้ากับความสบายร่วมสมัยได้ลงตัว ภายในมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปาครบวงจร และ The Vorra Bistro ห้องอาหารบรรยากาศสวนที่เสิร์ฟตั้งแต่มื้อเช้าถึงค่ำ ทั้งทำเลกลางเมืองเก่าและดีไซน์ที่ใส่ใจรายละเอียดทำให้ที่นี่เป็นฐานพักผ่อนที่ลงตัวสำหรับการสำรวจเชียงใหม่

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.