Sala Ayutthaya

หนึ่งในปรากฏการณ์อยุธยาแตก‼️ตามรอย “ออเจ้า”✨

🔅กับโรงแรมดีไซน์มีลายเสือเผ่น🐅พร้อมวิวพระปรางค์สุดอลัง

KΔNT The #COLLECTION105 x SALA Hospitality Group

.

.

“We travel to see beautiful places and to meet great souls.”

คือยุทธศาสตร์ที่หนึ่งในโรงแรมเมืองเก่าจะเอามาใช้ได้

คือการชูจุดขายเรื่องของความสวยงามทางสถาปัตยกรรม

ที่สัมพันธ์กับสถานที่ เวลาและจิตวิญญาณ

.

กานต์มองว่า “ศาลา อยุธยา” ไม่ได้มาก่อนกาล

แต่มาเหนือกาลเวลา

ด้วยจุดแข็งที่โรงแรมในเครือนี้พึงมี

.

อย่างที่ทราบ …

ผมเป็นแฟนคลับของโรงแรมใน ”เครือ SALA”

พยายามไล่ตะเวนพักมาเรื่อย

โดยตั้งใจว่าจะเข้าพักให้ครบทุกแห่ง

เชื่อว่าหลายคนก็อยู่สถานะเดียวกันกับผม

ด้วยความชื่นชมเรื่องแนวคิด

ในการออกแบบและก่อสร้างโรงแรมแต่ละสาขาอย่างตั้งใจ

มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ “แตกต่าง แต่ไม่ แตกแยก”

อย่างเช่นที่โรงแรมศาลา อยุธยา ก็เช่นกัน

ครั้งนี้ผมเลือกพักห้องแบบ Deluxe River View

แนะนำเลยครับ เพราะเป็นห้องวิวแม่น้ำที่เป็น …

THE SIGNATURE OF SALA

.

ศาลาที่นี่มีความโดดเด่นใน “มุมขาย”

ที่สไตล์บูทีคโฮเท็ล พึงมี

ในที่นี้คือ ผนังอิฐสีแดงส้มที่เรียงเป็นกําแพงสูง

ตัดกับสีขาวตามสีของพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ ฝั่งตรงข้าม

ออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมโมเดิร์นไทย

ที่ลดทอนองค์ประกอบให้ดูเรียบง่าย

มีอาคารพักสีขาว ขนาบด้วยสระน้ำเล่นระดับสีฟ้า

มีสีเขียวของต้นไม้ที่ปลูกไว้โดยรอบ

หนึ่งในนั้นคือต้นสาละลังกา

ต้นไม้ในสมัยพุทธกาลที่ให้ความรู้สึก

สอดคล้องกับความเป็นอยุธยาในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี

.

ถึงตอนนี้ ถ้าทุกคนพร้อม

ผมจะพาไปชมความงามของโรงแรมศาลาอยุธยา

และใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันที่นี่สักคืนนะครับ

sala ayutthaya
น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่น

SALA AYUTTHAYA
9/2 Moo 4, U-Thong Road, Pratu Chai Phra Nakhon Si Ayutthaya, 13000 Thailand

RESERVATIONS
T : +66-35-242-588, +66-99-286-6278
F : +66-35-242-589
E : stay@salaayutthaya.com 

อัตลักษณ์ทางการออกแบบของโรงแรมศาลาอยุธยา มาพร้อทกับแลนด์มาร์คที่โดดเด่น เป็นแนวทางเดินกำแพงอิฐมอญสีส้มอิฐทรงโค้งแล้วค่อย ๆ สอบลง ซึ่งเป็นวิธีการก่ออิฐแบบโบราณ ผสานกับดีไซน์ร่วมสมัย เกิดความนุ่มนวลในมิติของความโค้งเว้าที่ใส่เข้าไปการออกแบบ ใช้วัสดุอย่างเหล็ก ไม้ กระจกเข้ามาเสริมให้ดูโมเดิร์นมากขึ้น

ดีไซน์ลายเสือเผ่นบนหัวเตียง นคือเกร๋ มากครับ อัตลักษณ์ชัดเจน แต่พรีเซนต์ในมุมที่โมเดิร์นขึ้น เป็นความเชื่อของผู้คนในสมัยกรุงศรีอยุธยาว่าถ้ามีการสักเสือเผ่น จะเกิดความขลัง สร้างขวัญกำลังใจ และความเป็นสิริมงคล จึงนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบห้องพักที่นี่ช่วยเพิ่มความขลังให้กับสตอรี่ของโรงแรมได้เป็นอย่างดี

ถึงแล้วครับโรงแรมอยู่แถวโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา แถวดงโรตีสายไหมเลยครับ

ด้านหน้าประตูเหล็กสีสนิม พิมพ์ชื่อโรงแรมศาลา อยุธยา ตัดสลับกับวัสดุอย่างอิฐมอญ กระจก และไม้ให้ความรู้สึกโมเดิร์นวินเทจดีครับ

เข้าประตูมาเช็คอินกันก่อนครับผมล่ะยอมใจในความ minimal ของโรงแรมในเครือศาลาเสียจริงๆ

น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชั่น

เมื่อเดินตามทางกำแพงเรื่อยมาจากจุดต้อนรับ เดินผ่านโถงแกลเลอรีที่จัดแสดงงานของศิลปินเรื่อยมา จากนั้นเป็นโซนห้องอาหารริมน้ำ เพื่อจะนำแขกที่เข้าพักได้ไปสู่โลกแห่ง “SALA” ที่เนรมิตขึ้นมาใหม่อย่างตั้งใจ

ผมเข้าพักที่ห้องริมน้ำสมใจ ได้ตามความตั้งใจที่พยายามจองไว้ตั้งแต่ต้น เป็นห้องแบบ DELUXE RIVER VIEW อยู่ใกล้ชิดริมน้ำพร้อมระเบียงชานส่วนตัว แต่ตอนที่ไปฝนใกล้ตก พนักงานเลยนำผ้าใบมาคลุมเก้าอี้ไว้ครับ ห้องเบอร์ 5 น่าจะเป็น Best View

มีเวลคัมดรายฟรุต วางไว้รอต้อนรับบนเตียงครับ ไปที่โรงแรมศาลาไหน ก็จะเจอแบบนี้

ผมชอบมุมนี้ที่สุดครับเป็น เฉลียงภายในห้องพัก ให้มุมมองของการพักผ่อนที่แท้ทรู โดยจะหันหน้าออกทางแม่น้ำ และมองเห็นพระปรางค์ได้อย่างชัดเจนครับ

นั่งดูเรือล่องแม่น้ำผ่านไปมา ก็อดจะยกกล้องคู่ใจขึ้นมาเก็บภาพไม่ได้ เป็นวิถีชีวิตที่หาชมได้ยาก

เก็บกระเป๋า เอาเสื้อผ้าไปแขวนก่อนครับ มีความ proudly present กระเป๋าเดินทางของตัวเองมากๆ สั่งทำเองแบบ limited เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวสั้นๆ ไม่เกิน 3-4 วัน ไม่มีขายเด้อ

ไปเดินเล่นดูส่วนต่างๆ ของโรงแรมกันดีกว่าครับ

เมื่อเข้ามาภายในโซนพักอาศัย จะเป็นส่วนของห้องพักและคอร์ตสวนเล็กๆ ตรงกลางให้ห้องพักแต่ละห้อง จัดวางให้มีลักษณะและรายละเอียดแตกต่างกันไป ดังนั้น หากจะจองห้องต้องศึกษารูปแบบของห้องแต่ละ type ให้ดีครับ เพราะที่นี่ห้องพักมีหลายแบบ โซนนี้จะเป็นวิวสวนและสระว่ายน้ำ มี 2 ชั้น ที่นี่เราอยู่กันแบบเงียบๆ และเรียบง่าย

สถาปนิกเก่งมากที่สามารถออกแบบโรงแรมให้เป็นแบบไทย-โมเดิร์นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ใช้การจับคู่กันของอิฐมอญสีแดงส้ม กับผนังเรียบสีขาว ตัดด้วยสีของท้องฟ้าถ้เงยหน้ามองบน สามารถผสานเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ทั้งในส่วนของห้องพัก พื้นที่ส่วนกลาง และ outlet ต่างๆ ภายในเน้นการใช้งานที่สะดวกแบบสมัยใหม่ มีความเงียบสงบที่โอบล้อมทัศนียภาพจากภายนอกทั้งหมดเอาไว้ เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้แก่ผู้เข้าพัก

ปกติ ทางโรงแรมจะมีแขกทั่วไปแวะมาทานอาหาร ดื่มกาแฟ และเก็บภาพเป็นที่ระลึก แต่โซนสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่สำหรับแขกที่เข้าพักเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวครับ

สระน้ำของศาลา อยุธยา รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจาก ขั้นบันไดริมแม่นำ้ step well ของประเทศอินเดีย โดยออกแบบให้มีขั้นลดหลั่นกันไปตั้งแต่ที่นั่งริมสระลงไปถึงใต้น้ำ นอกจากนี้ยังคำนึงถึงสุขภาพโดยให้เป็นสระนำ้เกลือ พร้อมกับสงวนสิทธิ์ เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแขกผู้เข้าพักเท่านั้น
สระว่ายน้ำของที่นี่อาจะไม่ได้มีขนาดใหญ่กว้างขวางมากนัก ถ้าอยากได้สระแบบโอลิมปิค ต้องแนะนำให้ไปโรงแรมอื่น แต่ถ้าอยากได้สระน้ำที่ถ่ายรูปเกร๋ๆ นั่งดื่มสบายๆ นั่งเล่นน้ำเม้าท์กับเพื่อนแบบชิลๆ ได้ แถมมีโซฟาขนาดใหญ่ให้ได้นอนเอกเขนกสบายๆ ก็เชิญที่นี่ครับ เป็นสระว่ายน้ำสีขาวแลสวยงามดูสบายตา เอาเข้าจริง แทบจะมีความเป็นส่วนตัวสูงมากเพราะจำนวนห้องพักมีไม่เยอะ

ส่วนตัวชอบห้องเบอร์ 11 และ 12 ดูมีความเชื่อมต่อกันและต้องการความเป็นส่วนตัว กอรปกับภายนอกที่ดูมินิมอล เรียบง่ายดีครับ เสียดายไม่ได้เข้าไปชมด้านใน ครั้งหน้าอาจจะจองห้อง type ไว้บ้าง

ทางเดินไปยังส่วนของพนักงาน ทำเป็นหลืบซ่อนเอาไว้ ไม่ต้องการให้เป็นที่โดดเด่นมากนัก และส่วนตลอดทางเดินจะมีอ่างแก้วที่ซ่อนไฟไว้ตรงฐาน พร้อมกับท่อทองเหลืองที่ต่อมาสร้างหยดน้ำลงมาจากผนัง เมื่อน้ำหยดลงในอ่างแก้วจนกระเพื่อมเป็นวง แสงที่ส่องจากฐานของอ่างแก้วจะขยับวูบไหวไปมาตามจังหวะของน้ำ เหมือนแสงเทียนที่ไม่นิ่งหากเกิดลมพัดเบาๆ เกิดแสงเงาวูบไหวสร้างจินตนาการมากกว่าแสงที่นิ่งแบบแสงประดิษฐ์จากไฟฟ้าทั่วไป สร้างมิติของการมองให้เหมือนจริงมากขึ้น งดงามมากเมื่อต้องแสงไฟในยามค่ำคืน

ความพิเศษของรายละเอียดไม่ได้อยู่แค่การใช้ไฟส่อง Uplight เท่านั้น แต่เป็นการใช้อ่างแก้วใส่น้ำวางทับโคมไฟ พร้อมกับต่อท่อน้ำหยดทองเหลืองขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดมิติ

นำการออกแบบบันไดมาให้ชมกัน ใช้การออกแบบทรงทวิสต์บิดเพื่อให้เกิดความเข้ากันได้กับเส้นโค้งทรงสอบของอิฐ ใช้วัสดุอย่างเหล็กเพื่อให้ดูแข็งแรงและร่วมสมัย ขั้นบันไดหล่อด้วยปูน

เราขึ้นมาดูวิวจากมุมสูงชั้น 2 กันดูบ้างครับ สวยแปลกตา ไปอีกแบบ

โถงแกลเลอรี่ ของโรงแรมศาลา อยุธยา ค่อนข้างกว้างขวาง ทาสีขาวตัดด้วยคานและพื้นปูนเปลือยให้อารมณ์ดิบ ๆ แบบรัสติก เชื่อมอารมณ์มาจากส่วนต้อนรับด้านหน้า

ห้องอาหารของที่นี่ชื่อ “Sala Ayutthaya Eatery and Bar” เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ได้สัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของวัดพุทไธศวรรย์ได้อย่างชัดเจนครับ

ภายในห้องอาหารตกแต่งโคมไฟหินกลึงรูปทรงระฆังคว่ำ โยงสายไฟไปมาไล่ระดับ ให้ความรู้สึกเหมือนวัดไทยที่มีระฆังเรียงรายอยู่ตามชายคา

ห้องอาหารแยกออกเป็นส่วนอินดอร์และเอ๊าต์ดอร์กั้นด้วยกระจกใส ทั้งนั่งด้านนอกก็จะได้วิวของวัดพุทไธศวรรย์ฝั่งตรงข้ามที่มีแม่น้ำเจ้าพระยากั้นกลาง เหมาะมากๆสำหรับมานั่งชมวิวดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ

ผมว่าห้องอาหารยามค่ำคืนก็สวยไปอีกแบบครับ ให้ความรู้สึกลึกลับ ดูย้อนยุคนิดๆ

ผมว่าห้องอาหารยามค่ำคืนก็สวยไปอีกแบบครับ ให้ความรู้สึกลึกลับ ดูย้อนยุคนิดๆ

วิวติดแม่น้ำถือเป็นจุดขายของที่นี่ โรงแรมนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อน ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ เย็นใจ มาผ่อนคลายจากภาระอันเหน็ดเหนื่อยทั้งหลาย หรือหากไม่ได้เข้าพักก็มาแวะทานอาหารกันได้ครับ

นำบรรยากาศยามต้องแสงไฟในตอนกลางคืนให้ชมกัน

อาหารที่เชฟแนะนำก็มีหลากหลายครับ เริ่มต้นจะเป็นจานเรียกน้ำย่อยอย่างแสร้งว่า จากนั้นก็สั่งถุงทองลาบหมู เสิร์ฟมาในหาบน่ารักเชียวครับ ส่วนที่ชอบคือยำส้มโอกุ้งย่าง รสชาติกลางๆ ไม่เผ็ดเปรี้ยวจนเกินไป

จริงๆ ลองสั่งได้หลายๆ เมนูครับ ผมก็ลองเลือกๆ ดูจากที่ตัวเองชอบ อยากเน้นบรรยากาศมากกว่า ผมว่าทานอาหารค่ำที่นี่ ให้ความรู้สึกที่ดีมากครับ ติดตรงราคาที่สูงไปหน่อย แต่รับรองอร่อยทุกจานครับ

ตอนนี้ศาลาอยุธยาเปิดโซนใหม่เอาใจสายดื่ม หากอยากได้บรรยากาศแบบสบายๆ ในห้องใต้หลังคาชั้น 2 ที่มองเห็นวิวโดยรอบในมุมใหม่ ก็มาได้ที่รูฟท๊อปบาร์ครับ

เมื่อเข้าห้องมาก็ยังมีน้ำสมุนไพรให้ดื่มก่อนนอน เป็นสไตล์ของโรงแรมเครือศาลาเขา แม่บ้านจะนำมาวางไว้ให้ตอนเทิร์นดาวน์ครับ

เป็นห้องที่วิวดีจริงๆ ครับ เอาเข้าจริงแทบไม่อยากจะออกไปไหนเลย อยากใช้ชีวิต เพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง นั่งมองวัด ชมวิว ชมวิถีริมฝั่ง กลางน้ำ ชาร์ตแบตให้ตัวเองอีกครั้ง เอาให้คุ้มกับตังค์ที่จ่ายไป

ส่วนไลน์อาหารเช้าของที่นี่อาจจะไม่ได้เยอะมาก เนื่องจากจำนวนห้องและแขกไม่มาก อาหารเช้าของที่เสิร์ฟแบบ a la carte หรือการสั่งจากเมนู มีอาหารให้เลือกหลายแบบหลายเซ็ตเลย อาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างสั่งได้จากพนักงานเลยครับ ผมเลือกเป็น ก๋วยเตี๋ยวน้ำหมูสับอยุธยา ครับ อยากลองอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง

สายๆ ก็ไปสปา ผ่อนคลายกันหน่อย สปาไม่ค่อยใหญ่ ดังนั้นแนะนำให้จองไว้ตั้งแต่ตอนเช็คอินครับ ผมได้คิวตอน 10 โมงของอีกวันก่อนกลับ

“พร้อมถอดเสมอเมื่อเจอ SPA”

#โดยสรุป ความงามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมแบบไทยๆ นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง ที่ชวนให้คนไทยเรารวมถึงชาวต่างชาติหลงใหลเสมอมา ดังนั้นการออกแบบโรงแรมให้มีเอกลักษณ์ โดยการดึงอัตลักษณ์ของพื้นที่มานำเสนอเป็นจุดขาย เสริมด้วยการวางผัง การใช้วัสดุ และการคำนึงถึงพื้นที่ภายใน ที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตเก่าแก่ของผู้คน เหมือนที่ Sala Ayutthaya ทำเอาไว้ จึงกลายเป็น Signature ที่น่าสนใจครับ

หากใครต้องการสถานที่ผ่อนคลายในวันว่างที่ไม่ต้องขับรถไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สักอยุธยาก็ถือว่าเดินทางสะดวกดีเลยทีเดียว ได้พักผ่อนอย่างสบาย ในบรรยากาศดีๆ ที่นี่จึงน่าจะเป็นคำตอบที่ตรงใจที่สุด

แต่หากใครต้องการพักห้องริมน้ำแบบผม อาจจะต้องล่วงหน้านานสักหน่อย เพราะของดีมีน้อย … เต็มไว

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน