Saturday 18 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·23 Mar 2021

รีวิว SAii Phi Phi Island Village

Words & Photography · KANT
บังกะโลหลังคามุงจากยามค่ำ กับแสงไฟอบอุ่นและสวนรอบตัว

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

SAii Phi Phi Island Village is a five-star resort on secluded Loh Bagao Bay, on the quieter side of Koh Phi Phi Don, Krabi. This KANT review covers its Thai-style bungalows and pool villas set in a beachfront coconut plantation, its rich house reef, and its calm away from busy Tonsai Bay. Rates start around THB 4,000 per night.

สรุปตรง

SAii Phi Phi Island Village คือรีสอร์ต 5 ดาว 201 บังกะโลและวิลล่าในอ่าวโละบาเกา เกาะพีพีดอน จังหวัดกระบี่ ซ่อนตัวกลางสวนมะพร้าวบนหาดส่วนตัวยาว 800 เมตร แบ่งเป็นบังกะโลสไตล์ไทย 189 หลัง จูเนียร์สวีต 14 ห้อง และพูลวิลล่าบนเนิน 12 หลัง เป็นหนึ่งในรีสอร์ตรุ่นแรกๆ ของเกาะพีพีที่ยังรักษาสเกลแนวราบกลางธรรมชาติไว้ จุดที่ทำให้ต่างจากที่พักพีพีทั่วไปคือทำเลในอ่าวโละบาเกาที่เงียบสงบ ห่างจากความวุ่นวายของอ่าวต้นไซน์ และต้องนั่งเรือมาเฉพาะ ทำให้ได้พีพีในเวอร์ชันที่สงบกว่า มีห้องอาหาร 5 แห่งและบาร์ 3 แห่ง ฟาร์มปูแสม และแนวปะการังหน้าหาด จุดขายคือรีสอร์ตเกาะพีพีที่เน้นความเป็นส่วนตัวและธรรมชาติ ราคาเริ่มต้นหลักสี่พันต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.8 / 5
Locationอ่าวโละบาเกา · เกาะพีพี · กระบี่
Priceเริ่มต้นราว 4,000 บาท/คืน
ภาพปกลำคลองสีเทอร์ควอยซ์กลางป่าโกงกาง กับเรือคายักของ SAii Phi Phi Island Village

ชวนไปติดเกาะ #นอนพีพี ช่วงนี้กำลังน่าเที่ยว

ต้นไม้ ทะเล น้ำ ฟ้า ป่า เขา มีครบจบในเกาะเดียว🏝

SAii Phi Phi Island Village

พีพีเป็นเกาะที่กานต์เคยแต่เฉียดแต่ไม่เคยไปมาก่อน เพราะตอนไปทริปกระบี่เมื่อหลายปีมาแล้วลงอ่าวมาหยา

ไอ้หยา!! คนเยอะชิบ-าย ดำน้ำไปไม่เจอหรอกนะปลาตีน

เจอแต่ตีน ….

ตอนนี้มาหยาปิดบำรุง ต่างชาติมาไม่ได้ คนไทยเที่ยวเอง บรรยากาศสบายๆ น้ำใส ไปแล้วว๊าวมาก ธรรมชาติดีงามสุดๆ

ทริปนี้เพื่อนชวนมาพักโรงแรมรีโนเวทใหม่บนเกาะพีพี สิงห์ เอสเตทมาซื้อไว้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น SAii Phi Phi Island Village

มีทีเด็ดคือ วิลล่าบนชายหาด แบบระยะประชิด นับหนึ่งถึงสามคือเท้าเหยียบทราย ไปนอนให้คลื่นซัด ลมพัดเย็นๆ กระทบใบหน้า ผมว่า อะไรจะสุขใจแบบนี้ไม่มีอีกแล้วนะครับ

นอนแช่เปลกลางทะเล นึกถึงเพลง #เที่ยวละไม ขอวงเฉลียงเลย

“ชีพที่ยาวนาน หรือสั้นแต่เพียงคำ เอาตูดแช่น้ำแล้วเดินต่อไป”

อุ้ยยย!! บ่งบอกวัย

เพื่อนพาลูกหลานมาด้วย เด็กๆ สนุกกันใหญ่ ในรีสอร์ตมีกิจกรรมเยอะมาก ทั้งแพดเดิลบอร์ด พายคายัค ดำน้ำตื้น ชมป่าชายเลน เล่นเทนนิส สปากลางป่า ล่องเรือเที่ยวปิเล๊ะ เที่ยวเกาะ ดูเต่า ดูปลาที่ Marine Discovery มีเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน

ใครชอบว่ายน้ำก็ไป เบื่อทะเลก็มาเล่นสนุกต่อที่วิลล่า วิวจากพูลวิลล่าบนเขาคือว๊าวมาก ได้เห็นพีพีในมุมที่แปลกตา #อยากติดเกาะสักอาทิตย์นึง

โดยรวมคือดีเลยครับ เหมาะสำหรับวันพักผ่อน อยู่กับตัวเอง อยู่กับเพื่อน อยู่กับครอบครัว และอยู่กับธรรมชาติ อยากให้ลองไปพักกัน

#luxurytravel#leisuretravel#hotellifestyle

#ท่องเที่ยวพักผ่อน#ชอบนอนโรงแรมสวย

บ่ายวันหนึ่งขณะเลื่อนฟีด IG ของใครสักคน มาเจอรูปประมาณนี้ ผมเหลือบไปดู tag GEO บอกสถานที่ว่าเป็น คลองข้าง SAii Phi Phi Island Village ยกหูบอกเพื่อนทันทีว่าอยากไปที่นี่

#อยากได้รูปแบบนี้

ได้ “กูเอาหลานๆ ไปด้วยนะ” – เพื่อนบอก

มุมสูงเห็นบังกะโลหลังคามุงจากกระจายตัวบนเนินเขาเขียวขจี

SAii Phi Phi Island Village เป็นรีสอร์ตที่จะว่าใหม่ก็ไม่ใหม่เสียทีเดียว แต่เป็นการยกเครื่องจากของเดิมให้ดูว๊าวมากขึ้น โดยสิงห์ เอสเตท ที่ตอนหลังรุกตลาด Hospitality เยอะมาก พอปรับปรุงใหม่ใช้งบ 72 ล้าน ทำการบ้าน ทำตลาดดีๆ ผมว่า ทราย พีพี ไปได้สวยเลยครับ

โดยเฉพาะห้องแบบ Hillside Pool Villa บนเขา ผมว่าดีมากเลย หลังใหญ่ มีสระว่ายน้ำส่วนตัว วิวก็สวย

ทายสิผมอยู่หลังไหนน๊าาาาาา

แขกเอนกายบนเปลที่ขึงเหนือผืนน้ำใสสีเทอร์ควอยซ์

ชอบฟีลลิ่งแบบนี้มาก นอนเปลริมทะเลให้คลื่นซัดเล่น เอาตูดแช่น้ำเย็นๆ สบายใจ ถ่ายรูปออกมาก็ฟินดี ว่ามั้ยครับ

เป็นจุดเช็คอินถ่ายรูปลง IG ที่ฮิตมากเลยนะ

มุมสูงเห็นคอคอดสองอ่าวอันเป็นภาพจำของเกาะพีพียามอาทิตย์อัสดง

SAii Phi Phi Island Village ตอนเย็นๆ แสงสวยมาก เป็นอีกเกาะในฝันของใครหลายคน ผมว่าช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุดของเกาะพีพีคือประมาณพฤศจิกายนไล่มาจนถึงเมษายน เจะเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบ ฟ้าสวยใส น้ำทะเลนิ่ง ไม่ขุ่น ถ่ายรูปออกแล้วแจ่มแมวมากครับ

มุมสูงเห็นหาดทรายทอดโค้งยาว กับน้ำทะเลใสและเกาะแก่งไกล

ช่วงน้ำลงก็ยังคงสวย หาดทรายสีขาวไล่ยาวไปจนถึงน้ำทะเลที่มีเฉดสีหลายเลเยอร์มาก อยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาตัวเอง จะได้รู้ว่า นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ

ภาพรีสอร์ตเมื่อมองจากทะเล เห็นบังกะโลเรียงรายตามแนวเขาเขียว

SAii Phi Phi Island Village ตั้งอยู่บนอ่าวโละบาเกา เกาะพีพีดอน จริงๆ เราสามารถมาขึ้นเรือได้ทั้งจากภูเก็ตหรือ กระบี่ ครับ

ผมลงที่ภูเก็ตแล้วจองบริการรับ-ส่งไว้กับทางรีสอร์ทเอาไว้เลย ค่อนข้างสะดวกดี จะมีรถรับจากสนามบินมาต่อเรือที่ ท่าเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า เพื่อไปขึ้นเรือสปีดโบ๊ท หรือใครจะขับรถมาจอดไว้ที่ท่าเรือ ก็ได้

รีสอร์ตมีห้องรับรองเย็นสบายในระหว่างที่เรารอขึ้นเรือ มีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม ขนม ให้ทานได้โดยไม่คิดตังค์เพิ่ม

จากนั้นใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สปีดโบ๊ท สุดเร้าใจ ก็นำคุณกานต์มาเทียบท่า

มองจากเรือออกไปยังรีสอร์ตคือสวยมาก ดูแล้วเป็นวิลเลจจริงๆ เพราะเนื้อที่เยอะ วิลล่าก็เยอะมาก สวยงามฝุดๆ 

ป้าย SAii บนหาดทรายขาว กับต้นมะพร้าวและทะเลสีเทอร์ควอยซ์

ถึงแล้ว SAii Phi Phi Island Village รีสอร์ตสำหรับนักเดินทางที่มีหัวใจนักสำรวจ และรักในการแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ชอบเรื่องการผจญภัยและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

คอนเซปต์ย๊าวยาว เอาเป็นว่า #น้องทรายสวย ฟีลลิ่งดี เหมาะสำหรับคนที่อยากจะมาพักผ่อนจริงๆ แนะนำให้เลือกที่นี่ถ้ามาพีพีครับ

มุมสูงเห็นรีสอร์ตกับสระน้ำและบังกะโลท่ามกลางป่าริมทะเลยามแสงทอง

ห้องพักมีให้เลือกหลายแบบ แต่ถ้าให้แบ่งคร่าวๆ คือบังกะโลกับฮิลล์ไซด์บนเขา เลือกเอาตามที่สะดวกเลยครับ

ทริปนี้ผมพักทั้ง 2 แบบเลย ทำให้ได้ฟีลลิ่งที่แตกต่างกันพอสมควร แต่ก็ประทับใจทั้งคู่ เดี๋ยวจะได้เล่าให้ฟัง

บังกะโลหลังคามุงจากพร้อมสระส่วนตัว กับแขกยืนอยู่ในแสงยามเย็น

Hillside Pool Villa วิลล่าบนเขา

คืนแรก พัก “ฮิลไซด์ พูลวิลล่า” (Hillside Pool Villa) ห้องใหญ่เว่อร์วัง ขนาด 125 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว #คุณกานต์ชอบมาก มีความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่เงียบสงบ ใครมาเป็นคู่ก็ยิ่งดูโอเคใหญ่เลย

แต่คืนนี้นอนคนเดียวบนเขา ปล่อยให้เพื่อนๆ และลูกๆ หลานๆ ของพวกเขา นอนริมชายหาดด้านล่าง ว่างๆ เราค่อยลงไปแจม

วิลลาซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้ มองเห็นทะเลเบื้องหน้า

การออกแบบและตกแต่งวิลล่า

ยอมรับว่า “Last Word Studio” ซึ่งเป็นสตูดิโอออกแบบชื่อดัง รีดีไซน์พูลวิลล่าขึ้นมาใหม่ให้สีสันสดใส เฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเล และจับคู่สีใหม่ที่ลงตัวมาก เหลือง-เขียว เหลือง-ฟ้า ดูแปลกตาดี

วัสดุส่วนใหญ่ในวิลล่ามาจากธรรมชาติ เป็นการพักผ่อนแบบออร์แกนิกไลฟ์ ให้ความเป็นอยู่ที่ดีที่ผสมผสานเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่แท้ทรู

ภาพชุดห้องนอนโทนอบอุ่น กับผนังสีเขียวมรกตเป็นจุดเด่น

เข้ามาในวิลล่าแบบ 1 ห้องนอน (มีแบบ 2 ห้องนอนด้วยนะ) ก่อนอื่นเราจะเจอกับโถงห้องนั่งเล่นที่ใหญ่ราวกับห้องนอนอีกห้อง พร้อมเดย์เบด 2 จุด จริงๆ ผมว่าวิลล่านี้พัก 8 คนยังได้เลย ด้านใน Living Room มีมินิบาร์และห้องน้ำเล็กๆ สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือทำธุระระหว่างอยู่นอกห้องนอน หรือที่สระว่ายน้ำ

เปิดประตูไม้เข้าไป ด้านในเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์น ก่อนจะทะลุไปจนสุดจะเป็นมุมแต่งตัวและห้องน้ำ

ห้องน้ำกับอ่างอาบน้ำริมหน้าต่างมองเห็นทะเล และโต๊ะอ่างคู่โทนเขียว

ห้องน้ำคือใหญ่เว่อร์มาก และเป็นกระจกใสบริเวณอ่างอาบน้ำ ทริปนี้ลงอ่างมาเหมือนกันนะ แต่ว่าไม่ถ่ายรูปเอามาลงหรอก เดี๋ยวมาคนแซว 555

อ่างล้างหน้าแยกชายหญิงก็ใหญ่ พร้อม Amenities ที่บรรจุไว้ในซองกระดาษและขวดเซรามิคแบบรีฟีล เพื่อลดการใช้พลาสติกครับ

แขกยืนมองวิวทะเลผ่านบานกระจกใต้หลังคามุงจาก

ชอบวิลล่านี้ตรงที่มีหน้าต่างรอบบ้าน ทำให้เราได้เสพวิวทะเลเต็มตา ชมความงดงามของพีพีได้เต็มที่

นี่เป็นมุมสะท้อนจากห้องนอนของผมในคืนนี้ … ไม่ปิดม่านนะครับ อยากได้วิวทะเลตอนตื่น

มุมสูงเห็นทิวมะพร้าวเหนืออ่าวน้ำใส กับหาดทรายและเกาะแก่ง

วิวที่มองจากบนวิลล่าลงมา ดูสีฟ้าเทอควอยซ์ของน้ำทะเลตอนน้ำขึ้นสิครับ มันช่างงดงามเย้ายวนใจ

ทะเลสงบกับเรือหางยาวจอดทอดสมอ และเกาะไกลลิบ

A boat may stay in water, but water should not stay in boat. A spiritual aspirant may live in the world, but the world should not live within him.

ผมคิดถึงประโยคนี้ขึ้นมาตอนเห็นภาพนี้ เพราะมันคือความจริงของโลก เรือก็ต้องอยู่บนน้ำสินะ เราไม่อาจจะปรารถนาที่จะให้โลกหมุนรอบตัวเราได้

ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจและอยู่บนโลกนี้ให้มีความสุขที่สุด

มุมสระส่วนตัว กับแขกเอนกายใต้ร่มริมรั้วไม้ไผ่

ชอบนั่งริมพูลในวิลล่า คิดอะไรเพลินๆ ไป ปล่อยกายไปกับแสงแดด สายลม ปล่อยอารมณ์ไปกับธรรมชาติรอบตัว

ทะเลยามพลบค่ำกับเรือลำหนึ่งทอดสมอ และเกาะไกล

หลายคนบอกว่า ทำไมได้เที่ยวแต่ที่แพงๆ ดีๆ เอาเป็นว่าผมชอบแบบนี้ ผมชอบเที่ยว พักผ่อน เติมเต็มประสบการณ์ ท่องเที่ยว ท่องโลก เปิดออกไปให้เห็นอะไรที่มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ไม่ได้เน้นว่าต้องเที่ยวแพงหรืออะไร ชอบอะไรที่มันพอเหมาะพอสม หาไลฟ์สไตล์ที่เข้ากับเรา #เที่ยวแล้วทุกข์ ผมก็ไม่เอาครับ

อย่างที่ SAii Phi Phi Island Village ก็ไม่ได้แพงมาก ตอนนี้มีโปรพิเศษอยู่ด้วย Ready to SAii-in

สามารถจองได้ถึง 30 มิถุนายน สำหรับเข้าพักถึง 31 ตุลาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 3,750 บาท รวมอาหารเช้า

บริการรับ-ส่งฟรีทั้งเรือและรถ เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีพักฟรี พร้อมส่วนลด 25% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ทรีทเมนท์สปา แพ็คเกจทัวร์เกาะ และกิจกรรมอื่นๆ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองเลย! ที่ https://bit.ly/3b5r7V5

แขกแช่ตัวในสระไร้ขอบ มองออกไปเห็นทะเลและหน้าผายามเย็น

แช่น้ำในพูลวิลล่าตอนเย็น แสงกำลังสวยดี ชอบที่ได้เห็นวิวทะเลได้ตลอดเวลา สบายใจ

ห้องอาหารใต้หลังคามุงจากโทนเข้ม กับอ่างบัวกลางห้อง

แอบมาถ่ายล็อบบี้ตอนค่ำ เพราะตอนบ่ายคนเยอะมากครับ เป็นรีสอร์ตที่ยอดฮิตในเวลานี้ แนะนำว่าให้โหลด app “SAii” เอาไว้ตั้งแต่เช็คอิน เพราะมีข้อมูลทุกอย่างของโรงแรมอยู่ในนี้ และเอาไว้ติดต่อกับพนักงานด้วยครับ เรียกรถบัคกี้ได้จากทุกที่เลย สะดวกสบายดี

บาร์เปิดโล่งริมทะเล กับงานไม้โทนเข้มและชั้นเครื่องดื่มส่องไฟ

ล็อบบี้ ห้องอาหาร บาร์และคาเฟ่ ของโรงแรมจะเป็นแบบเปิดโล่งรับลมเย็นๆ ครับ

ผมชอบมานั่งจิบกาแฟหอมๆ พร้อมทานขนมอร่อยที่ Bean&Co

ภาพชุดห้องอาหารหลังคามุงจาก ทั้งภายในและภาพยามค่ำ

ห้องอาหารของ SAii Phi Phi Island Village คือ API Restaurant &Bar เป็นห้องอาหารแบบ All day dining สามารถฝากท้องได้ทุกมื้อ ทั้งอาหารเช้า กลางวันและเย็นครับ ช่วงหัวค่ำก็จะมีดนตรีสดเล่นให้ฟังด้วย เพลินมาก เข้าใจว่านักร้องหลักเป็นฟิลิปปินส์ ร้องเพลงสากลคือดี เนื้อเสียงออกไปทาง Shakira

อาหารไทยหลากจานจัดวางบนโต๊ะ

อาหารที่นี่ ต้องใช้ภาษาใต้ว่า “หรอยได้แรงอก” เพื่อนสอนมาอีกที ขนาดเพื่อนเป็นคนพังงา ยังต้องยกนิ้วให้ เพราะอาหารทั้งไทย อาหารใต้และเวสเทิร์น คือดีย์หมด คั่วกลิ้งคือเด็ดสุด ต้องสั่ง!!

มุมสูงของสระว่ายน้ำกลางป่า กับถาดอาหารเช้าลอยน้ำและผู้แหวกว่าย

ส่วนมื้อเช้าผมทานเป็น Floating Breakfast ที่วิลล่าครับ เซ็ตสำหรับ 1 ท่าน จัดมากำลังดี

หลังๆ ไม่ค่อยชอบลอยไปลอยมาถ่ายรูป นั่งกินริมสระฟินๆ นี่แหละดี จะได้จบ

555

แขกบนเรือหางยาวกับห่วงชูชีพ ฉากหลังเป็นหน้าผาหินปูน

สายๆ จองเรือกับทางรีสอร์ตเอาไว้ จะไปเที่ยวลัดเลาะตามเกาะแก่งต่างๆ กัน เด็กๆ ตื่นเต้นกันมาก

เรือหางยาวลำเดียวกลางทะเลสีคราม

ส่วนมากเป็นเรือหางยาวของชาวบ้านแถวนี้ ที่บริการรับส่งนักท่องเที่ยวแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน บรรยากาศดีมาก ออกเที่ยวครึ่งเช้าจะดี แล้วค่อยกลับมาทานกลางวันที่รีสอร์ต

หน้าผาหินปูนตั้งตระหง่านเหนือน้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์

ปิเล๊ะลากูนคือสวยมากกกกกกกกกก เกินกว่าจะบรรยาย #เที่ยวไปให้ใครต่อใครเค้ารู้ว่าเมืองไทยเราสวย

แขกขึ้นเรือหางยาวกลางน้ำใสสีเทอร์ควอยซ์

โทษทีติดเกาะนานไปหน่อย หนวดเครายาวเฟ้ยเลย 555

หน้าผาหินปูนกับนักดำน้ำตื้นในน้ำทะเลสีมรกต

ดำน้ำตื้นดูโลกใต้ทะเลกัน ทางรีสอร์ตเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำมาให้พร้อม เด็กๆ สนุกสนานกันมาก ตื่นเต้นที่ได้เห็นโลกกว้างใต้น้ำ

หมู่เกาะหินปูนกับเรือหางยาวกลางทะเล

มาหยา ยังคิดปิดฟื้นฟูอยู่นะครับ จะมีแนวทุ่นกั้นไว้ ไม่ได้เข้าไปใกล้ เห็นทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังได้พักจากการรับใช้ชาติ แล้วก็ดีใจ

ต่อไปเราจะไม่สามารถมาจอดเรือที่หน้ามาหยาแบบเดิมได้แล้วนะครับ จะมีทางเดินเชื่อมจากด้านหลังกำลังสร้างอยู่ใกล้เสร็จแล้ว เรือจะไปจอดจุดนั้นแล้วเดินข้ามมาทางฝั่งนี้แทน

แขกนั่งบนเรือหางยาว สวมแว่นกันแดด กับฉากหน้าผาเบื้องหลัง

เรือพาเราไปในหลายจุดเลยครับ ทั้งเกาะผักเบี้ย เกาะลิง เหลาลาดิง สนุกมาก สักครึ่งวันกำลังดี เพราะมีเด็กๆ มาด้วย จากนั้นก็กลับไปพักผ่อนเล่นสนุกกันต่อที่รีสอร์ตครับ

บังกะโลหลังคามุงจากยามค่ำ กับแสงไฟอบอุ่นและสวนรอบตัว

Beach Front Cottage ริมชายหาด

คืนนี้ย้ายลงมานอนที่คอจเทจด้านล่างริมชายหาด เป็น Beach Front เลยครับ เดินลงบันไดมาแตะพื้นคือหาดทราย นับไปอีก 3 ก้าวก็ทะเลแล้ว

ผมว่าเค้าดีไซน์ให้เหมือนหมู่บ้านชาวประมงภาคใต้ในสมัยก่อน สวยดีครับดูธรรมชาติมากๆ

ห้องนอนโทนอบอุ่น กับภาพทะเลเหนือหัวเตียงและพัดลมเพดาน

ดูเหมือนบังกะโลจะหลังเล็ก แต่พอเข้ามาข้างในคือใหญ่เว่อร์ ห้องนอนกว้างมากโทนสีอบอุ่น ตกแต่งแบบเรียบง่าย คุมโทนให้เข้ากับความเป็นทะเล เก๋ดีจัง

ห้องน้ำกับอ่างอาบน้ำริมหน้าต่างมองเห็นหน้าผา และโต๊ะอ่างคู่

ห้องน้ำก็ใหญ่ตามไปด้วย จัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมอ่างอาบน้ำที่หันออกไปทางเฉลียงหน้าบ้าน ถัดจากนั้นก็เป็นวิวทะเลเลยครับ

ฝักบัวกลางแจ้งริมผนังบังกะโลหลังคามุงจาก

ชอบที่สุดคือ Outdoor Shower ด้านนอกครับ ยกระดับไม้กั้นขึ้นมา แต่ว่าระดับสายตายังมองเห็นทะเล เท่ชะมัดยาด

แขกนั่งริมหาดยามอาทิตย์ตก มองออกไปสู่ทะเลสะท้อนแสงทอง

ตอนเช้า ออกไปนั่งเล่นหน้าบ้าน น้ำทะเลลงพอดี พอให้มีที่เดินเล่นได้ และรีสอร์ตจัดที่นั่งให้ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นตามเหลี่ยมเขา ว๊าวสุดๆ

หาดทรายขาวกับร่มมุงจาก เก้าอี้ และต้นมะพร้าวริมทะเลใส

มุมนี้คือสวยมาก ใครชอบอาบแดด ตรงนี้คือที่ของคุณครับ ยอมใจในบรรยากาศ ไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้ สิงห์เอสเตท แต่งตัวยกเครื่องให้ SAii Phi Phi Island Village สวยขึ้นอีกเป็นกอง

ต้องจองแล้วหล่ะ

แขกในชุดขาวยืนกลางน้ำตื้นสีเทอร์ควอยซ์ ใกล้เปลริมทะเล

เล่นน้ำทะเลบ้างอะไรบ้าง

สระไร้ขอบกับแขกและร่มสีขาว มองออกไปเห็นทะเลและทิวมะพร้าว

เบื่อน้ำทะเลก็มาเล่นน้ำในสระ

สระว่ายน้ำของที่ SAii Phi Phi Island Village มี 2 จุดคือฝั่งซ้ายและขวาของรีสอร์ตเลยครับ เลือกได้ตามสบาย

สระนี้จะอยู่ปีกซ้ายใกล้ห้องอาหารครับ

ห้องกิจกรรมใต้หลังคามุงจาก กับแบบจำลองเกาะและภาพวาดสีน้ำเงิน

ที่ SAii Phi Phi Island Village มีศูนย์เรียนรู้ทางทะเลด้วยครับ ทั้งเรืองราวของเกาะพีพี การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน การรักษาสิ่งแวดล้อม เด็กๆ จะชอบ Marine Discovery เป็นพิเศษครับ สนุกและได้ความรู้ด้วย

ลำคลองสีเทอร์ควอยซ์กลางป่าโกงกาง กับแขกพายคายักและหน้าผาหินปูน

ด้านข้างมีคลองป่าโกงกาง น้ำจะเริ่มหนุนเข้าราวๆ สิบโมง แต่ละวันน้ำขึ้นลงไม่เท่ากันต้องเช็คจากทาง Sport Center ของรีสอร์ตครับ มีคายัค แพดเดิลบอร์ดให้เอามาพายเล่นถ่ายรูปเกร๋วๆ

ห้องทรีตเมนต์สปา กับเตียงนวดคู่ใต้หลังคามุงจากและวิวทะเล

หรือใครชอบสปา ก็ต้องมานวดคลายเมื่อยกันหน่อย มีทั้งห้องสปา วิวทะเลและวิวป่า น่าสนใจทั้งคู่ครับ สปาจะแยกตัวออกไปทำให้ได้ความสงบเงียบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนจริงๆ

มุมสูงเห็นบังกะโลกระจายตัวท่ามกลางแมกไม้ริมหาด

#โดยสรุปSAii Phi Phi Island Village เด็ดจริงๆ ยืนหนึ่งบนเกาะพีพี ด้วยความที่พื้นที่เยอะกว่า 170 ไร่ ทำให้มีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก อยู่กับแค่หมู่บ้านเราหมู่บ้านเดียว จะเรียกแบบนั้นก็ได้ ก็ดูสิครับว่ากว้างใหญ่แค่ไหน

เหมาะกับวันพักผ่อนที่อยากจะหลีกหนีความร้อนอกร้อนใจ มาให้ธรรมชาติปลอบประโลมก็มาได้ที่เกาะพีพี

ตอนนี้โปรดีมาก Ready to SAii-in สามารถจองได้ถึง 30 มิถุนา สำหรับเข้าพักถึง 31 ตุลาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 3,750 บาท รวมอาหารเช้า

พร้อมบริการรับ-ส่งฟรีทั้งเรือและรถ เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีพักฟรี พร้อมส่วนลด 25% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ทรีทเมนท์สปา แพ็คเกจทัวร์เกาะ และกิจกรรมอื่นๆ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองเลย! ที่ https://bit.ly/3b5r7V5

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/GC6aPmHrFU2

คำถามที่พบบ่อย

SAii Phi Phi Island Village อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

ตั้งอยู่ในอ่าวโละบาเกา ทางเหนือของเกาะพีพีดอน จังหวัดกระบี่ เดินทางโดยนั่งเรือจากภูเก็ตหรือกระบี่ หรือต่อเรือหางยาวและสปีดโบ๊ตจากอ่าวต้นไซน์ โดยรีสอร์ตมีบริการเรือรับส่งและแพ็กเกจรถ-เรือจากภูเก็ตราว 1,000 บาทต่อคนต่อเที่ยว ทำเลในอ่าวโละบาเกาเข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น จึงเงียบกว่าโซนนักท่องเที่ยวหลักของเกาะ

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาเริ่มต้นราว 4,000 บาทต่อคืน ปรับขึ้นตามฤดูกาลและประเภทห้อง ตั้งแต่บังกะโลในสวนหรือวิวทะเลไปจนถึงพูลวิลล่าบนเนิน ด้วยหาดส่วนตัวยาว 800 เมตรและความเป็นส่วนตัวระดับเกาะที่หาได้ยากบนพีพี ราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับที่พักส่วนใหญ่บนเกาะที่เน้นราคาประหยัดและอยู่ในโซนพลุกพล่าน

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ทำเลในอ่าวโละบาเกาบนหาดส่วนตัวยาว 800 เมตรกลางสวนมะพร้าวที่เข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้นคือจุดขายหลัก ทำให้ได้สัมผัสเกาะพีพีในแบบที่เงียบสงบกว่า พร้อมบังกะโลสไตล์ไทยและพูลวิลล่าบนเนิน ห้องอาหาร 5 แห่ง ฟาร์มปูแสมเพื่อการอนุรักษ์ และแนวปะการังหน้าหาดที่ดำน้ำตื้นได้ทันที

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.