Thursday 30 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·18 May 2022

รีวิว Paradee

Words & Photography · KANT
แนวชายฝั่งเกาะเสม็ดและผืนทะเลกว้างมองจากมุมสูง

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

Paradee is the only five-star resort on Koh Samet, set on a private beach on the island’s quieter southern tip in Rayong. This KANT review covers its beachfront private villas, its adults-oriented, privacy-led atmosphere, and its standing as the luxury escape on an island better known for budget travel. Rates start around THB 12,000 per night.

สรุปตรง

Paradee คือรีสอร์ต 5 ดาวแบบผู้ใหญ่ (adults only) 40 วิลล่าริมหาดอ่าวกิ่ว ทางใต้ของเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เป็นรีสอร์ตห้าดาวแห่งเดียวบนเกาะ จุดที่ทำให้ต่างจากที่พักเสม็ดทั่วไปคือหาดอ่าวกิ่วที่เปิดเฉพาะแขกของรีสอร์ต ทำให้ทรายขาวและน้ำใสยังคงความเป็นส่วนตัว วิลล่าแต่ละหลังหลังคาจั่วสูงโปร่งกว่า 100 ตร.ม. มีสระอินฟินิตี้และบาร์ซันเซ็ต รีสอร์ตจัดสปีดโบ๊ตรับส่งฟรีจากท่าเรือบ้านเพ จุดขายคือความเป็นส่วนตัวระดับเกาะที่ใกล้กรุงเทพฯ ราคาเริ่มต้นหลักหมื่นต้นๆ ต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.5 / 5
Locationเกาะเสม็ด · ระยอง
Priceเริ่มต้นราว 12,000 บาท/คืน
ภาพมุมสูงของพาราดี รีสอร์ตริมหาดบนเกาะเสม็ด สระว่ายน้ำและเตียงผ้าใบเรียงรับแนวทราย

“ปารดี” รีสอร์ตระดับ Luxury✨

ของดีที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ บนเกาะเสม็ด

ใครจะรู้ว่าอีกมุมหนึ่งทางตอนใต้ของเกาะ ช่วงอ่าวกิ่ว จะมีรีสอร์ตที่สวยงาม หรูหรา ทว่า สงบเงียบ กินพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งของอ่าว ทำให้เรามองเห็นทั้งวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในคราวเดียวกัน เป็นบรรยากาศที่งดงามดุจสวรรค์ก็มิปาน สมชื่อ ปารดี (Paradee) ที่แปลว่า สวรรค์ชั้นหก (The Sixth Heaven) เป็นหนึ่งในรีสอร์ตที่กานต์อยากมาพักมากที่สุด ด้วยความที่ใกล้กรุงเทพ เดินทางง่าย เพียงแค่ไปเกาะเสม็ด

ใช่แล้วครับ เกาะเสม็ดที่เราชอบไปพักผ่อน เดินชายหาด เล่นน้ำทะเล กินหมูกะทะ ปาร์ตี้มีดนตรีตึ๊ดๆ สนุกสนานกันนั่นแหละ

การเดินทางสู่เกาะเสม็ด

ช่วงนี้ที่เกาะเสม็ดคุมเข้มเรื่องโควิด จึงต้องนั่งสปีดโบ๊ทของทางรีสอร์ตซึ่งขึ้นที่ท่าเรือจเด็จ ไปยังหน้าด่าน ก่อนจะมีรถของรีสอร์ตมารับเราไปอีกต่อหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นช่วงก่อนหน้านี้ จะนั่งเรือไปถึงที่รีสอร์ตเลยครับ แต่ไม่เป็นไร มันได้ฟีลแบบเที่ยวเสม็ดที่คุ้นเคยดี

ที่ทำให้ผมแปลกใจและเชื่อว่าแขกหลายคนก็คงเป็นเหมือนกัน คือกำลังคิดว่ามันคือเสม็ดเดียวกันหรือไม่ เพราะในบริเวณรีสอร์ตคือเงียบสงบ ราวกับเป็นเกาะส่วนตัว ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร มีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดสาด ลมพัดต้นมะพร้าวกับน้ำทะเลสีฟ้าเทอควอยซ์ที่คอยต้อนรับเราอยู่ พร้อมกับการบริการสุด Exclusive

Beachfront Pool Villa

เราไปเช็คอินที่ในวิลล่าครับ พัก Beachfront Pool Villa เรียกได้ว่าห่างเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเราก็ได้สัมผัสน้ำทะเล ดีไซน์เป็นแบบโอเรียลทอลที่ผสมผสานกลิ่นอายของโมร็อคโก ผมชอบด้านหน้าซึ่งจัดที่นั่งไว้ให้ สามารถหอบงานมาทำพร้อมกับนั่งฟังเสียงคลื่นคอยบรรเลงไปเป็นเพื่อน มี Afternoon Tea เสิร์ฟช่วงบ่ายทุกวัน

สระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่า ผมว่าเราเอาไว้แช่ตัว เล่นน้ำ จิบเครื่องดื่มและอ่านหนังสือเล่มโปรดพอได้ แต่ถ้าอยากว่ายน้ำออกกำลังกายจริงจัง สามารถเดินไปใช้บริการที่สระใหญ่ใกล้ๆ วิลล่า หรือจะลงไปเล่นน้ำทะเลเลยก็ได้ครับ มีกิจกรรมทางน้ำเพียบ!!

วิวพระอาทิตย์ขึ้นและชายหาด

ฝั่งที่วิลล่าตั้งอยู่จะเป็นทิศตะวันออก ทำให้เรามองเห็นแสงแรกของวันได้จากบนเตียงนอน แต่ถ้าเดินข้ามถนนไปจะเป็นซันเซ็ท บาร์ ที่มาพร้อมกับเครื่องดื่มแก้วโปรด ผมชอบดื่มวานิลลาสกาย สีสันของแก้วนี้ มันเข้ากับสีของท้องฟ้าในเย็นวันนั้นมากเลยครับ ชอบโมเมนต์นี้จัง ประทับใจสุดๆ

“𝑯𝒆𝒂𝒗𝒆𝒏 𝒘𝒐𝒖𝒍𝒅 𝒏𝒆𝒗𝒆𝒓 𝒃𝒆 𝒉𝒆𝒂𝒗𝒆𝒏 𝒘𝒊𝒕𝒉𝒐𝒖𝒕 𝒚𝒐𝒖.”

― Richard Matheson, What Dreams May Come

ชอบภาพนี้มาก กานต์ว่ามันเล่าเรื่องราวของปารดีรีสอร์ตได้ดีมากครับ ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ดูมีความ eco-friendly ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ

หาดทรายขาวละเอียดของพาราดี วิลลาหลังคาจากเรียงตัวหลังแนวต้นไม้ แขกยืนแช่เท้าในน้ำตื้น

ปารดี แปลว่า สวรรค์ชั้นหก การได้มาพักผ่อนที่นี่ ผมยกให้เป็นการค้นพบมุมมองใหม่ของเสม็ด เพราะแทบไม่ได้มานานมากเลยครับ ทริปล่าสุดคือ บ้านพลอยสีเมื่อ 7 ปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าเสม็ดคนเยอะ แต่พอมาเจอปารดี ผมชอบตรงที่เงียบสงบดี ด้วยความที่อยู่บนอ่าวกิ่วทำให้เป็นเหมือนพื้นที่ปิด เพราะไม่ค่อยมีคนลงมากันถึงทางใต้ของเกาะแบบนี้

มุมสูงของแขกนอนเล่นบนหาดทรายขาว คลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นริ้ว

แต่ด้วยความที่เสน่ห์ของเสม็ดคือ น้ำทะเลสวย เดินทางง่าย เพราะเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กรุงเทพ เลยทำให้เลือกมาพักผ่อนที่นี่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง ดูสีน้ำทะเลซิครับ สวยใสมาก

พูลวิลลาส่วนตัวมองจากด้านบน แขกแหวกว่ายในสระสีครามท่ามกลางพรรณไม้เขียว

เราจองเป็นห้อง Beachfront Pool Villa ที่อยู่หน้าหาด มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวและพื้นที่พักผ่อนด้านหน้า ช่วงนี้ถือว่าราคาดีมากครับ

แหลมเขียวครึ้มของเกาะเสม็ดยื่นลงสู่อ่าวน้ำใสสีเทอร์ควอยซ์

เราเดินทางโดยสปีดโบ๊ทส่วนตัวของทางรีสอร์ต มีตรวจ ATK ก่อนขึ้นเรือด้วยนะครับ ใช้เวลาไม่นานประมาณ 10 นาทีไม่เกินนี้ ก็มาถึงที่เกาะเสม็ด เป็นการเดินทางที่ไวจนน่าตกใจ เล่นเกมยังไม่ผ่านไปสักตาเลย

เรือจะไปส่งที่หน้าด่านครับ จากนั้นจะมีรถของทางรีสอร์ตไปรับ นั่งต่อมายังสุดท้ายเกือบปลายเกาะกันเลยทีเดียว

รีสอร์ตพาราดีกระจายตัวบนเนินป่าเหนืออ่าวโค้งน้ำใส มองจากมุมสูง

จากภาพมุมสูงจะเห็นว่าปารดี รีสอร์ตตั้งอยู่ในโลเคชั่นที่ดีมาก เพราะกินพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งของอ่าวกิ่ว (จากรูปคงเดาออกว่าทำไมเรียกอ่าวกิ่ว) เพราะเป็นช่วงคอดของเกาะที่ได้พื้นที่ทั้งอ่าวกิ่วนอกและอ่าวกิ่วใน และทำให้ได้วิวพระอาทิตย์ขึ้นกับพระอาทิตย์ตกในที่เดียวกัน

ซุ้มโค้งผนังปูนสีขาว ทางเข้าสู่เดอะ ซิกซ์ เฮฟเว่นของพาราดี

เราเช็คอินกันในวิลล่า ผมชอบงานดีไซน์ของที่นี่มาก มันยากจะบอกว่าเป็นฟีลไหน ไม่ใช่บาหลี แต่มีความเรียบง่าย ให้อารมณ์เหมือนบ้านดินฉาบด้วยปูน มีระแนงไม้ ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ทว่าหรูหรามาก ราวกับสวรรค์ชั้นหกก็มิปาน

นี่เป็นป้ายด้านหน้าวิลล่า ที่ประดับไว้อย่างเรียบง่าย

วิลลาทรงเมดิเตอร์เรเนียนผนังขาว ประตูโค้งและหลังคาจาก เปิดออกสู่ทะเล

Beachfront Pool Villa มีทั้งหมด 11 หลัง ผมพัก 108 ซึ่งเป็นวิลล่าที่วิวดีมาก เพราะด้านหน้าจะไม่มีต้นไม้มาบังวิวทะเล

แนวชายฝั่งเกาะเสม็ดและผืนทะเลกว้างมองจากมุมสูง

ปารดี จะมีทั้งสิ้น 40 วิลล่า
แบ่งออกเป็น
– Garden Villa
– Garden Pool Villa
– Beach Front Pool Villa ที่เราพักกันในทริปนี้
– Beach Front Pool Villa (Room no. 101, 102) อยู่ทางด้านซ้ายของภาพ จะได้ความเป็นส่วนตัวกว่า
ส่วน Suite Villa จะเป็นหลังใหญ่ด้านขวาของภาพ ผมชอบหลังนี้ที่สุด

ห้องนอนผนังสีดินเผา เตียงคลุมผ้าและเพดานไม้ ให้อารมณ์อบอุ่นแบบรีสอร์ตเกาะ

วิลล่าของปารดี รีสอร์ตจะสร้างให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติและโดดเด่นด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยสีสันสดใสสไตล์โมร็อกโก แต่ก็ไม่ลืมเสน่ห์ของเอเชี่ยนที่แทรกไว้ในการออกแบบ

อีกมุมของห้องนอนสีดินเผา ผ้าม่านสีแดงและโครงหลังคาไม้

วิลล่ามีขนาด 100 ตร.ม. ถือว่ากว้างใหญ่มาก เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับ Living Area ที่เปิดมุมกว้างด้วยหน้าต่างบานใหญ่โดยรอบ มองเห็นวิวทะเลเบื้องหน้า ส่วนอีกด้านจะเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว

แขกในหมวกสานยิ้มรับวันใหม่ริมหน้าต่างที่เปิดสู่สวน

เมื่อมาในถึงในวิลล่า เราเช็คอินกันเสร็จ ได้ยินเพลย์ลิสต์เพลงเก๋ๆ ที่เปิดไว้รอต้อนรับ ผมหยิบหนังสือเล่มโปรดมาอ่านต่อ ชอบที่นั่งริมหน้าต่างนี้มาก แต่ยังไม่อยากออกไปสัมผัสทะเลด้านนอก เพราะยังร้อนอยู่ อยากนั่งพักผ่อนเย็นๆ สบายๆ ในวิลล่าสักพัก

รายละเอียดห้องพัก เตียงนุ่มและผนังสีดินเผาประดับภาพกรอบเรียบ

ด้านในเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมม่านมุ้ง ซึ่งไม่ต้องกางก็ได้ครับ ในวิลล่าผมไม่เจอยุงเลยนะ หัวเตียงมีไฟส่องสว่างและโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือ พร้อมโต๊ะทำงานด้านใน

ส่วนด้านข้างจัดวาง Day Bed สีม่วงเอาไว้ให้ ช่างเลือกคู่สีได้ตัดกันกับสีเหลืองดีครับ มีมินิบาร์ ชา กาแฟ เตรียมไว้ให้บริการฟรี พร้อมน้ำดื่มที่ขอเพิ่มได้ตลอดเวลา

เตียงเสาสูงคลุมมุ้งโปร่งในห้องผนังสีดินเผา ใต้เพดานไม้ทรงสูง

เตียงนอนคือยิ่งใหญ่อลังการ ทุกอย่างผ่าน hygiene มาเรียบร้อย เตียงนุ่มกำลังดี อยู่ในเลเวลที่ผมชอบ ไม่ชอบเตียงที่นุ่มมากๆ ผมว่านอนไม่สบายตัว หัวเตียงจะหันไปฝั่งตรงข้าม ทำให้เราตื่นมา จะมองเห็นทะเลพร้อมกับแสงแรกของวันได้ในทันที

ห้องน้ำพร้อมอ่างแช่ในซุ้มโค้งสีดินเผา โทนอุ่นชวนผ่อนคลาย

ด้านข้างเป็นซุ้มโค้งยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อเดินไปยังห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กว้างใหญ่มากกกกกก

ช่องประตูโค้งเชื่อมห้องนอนกับห้องน้ำที่มีอ่างทองแดง บรรยากาศอบอุ่น

ห้องน้ำแบ่งสัดส่วนได้ดี ด้านซ้ายของประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้า ซึ่งบานเลื่อนตู้สามารถเลื่อนมาปิดประตูได้ อีกด้านเป็นอ่างล้างหน้าซึ่งมาพร้อมกับ Amenities ของรีสอร์ตที่เราเลือกกันไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือ พร้อมกับกลิ่นของอโรม่าในวิลล่า

ด้านข้างจะมีประตูเปิดออกไปยังสระว่ายน้ำทำให้เราเดินเข้ามาแล้วอาบน้ำในห้องน้ำได้ทันที ไม่ต้องอ้อมผ่าน Living Area

แขกแช่อ่างฟองนุ่มในห้องน้ำซุ้มโค้ง เพลินกับการอ่านหนังสือ

อ่างอาบน้ำคือดีย์ เป็นอ่างที่ใหญ่ให้ความหรูหราดุจเจ้าชายในปราสาทราชวังแห่งเมืองมาราเกซ

เงาแขกเดินผ่านช่องโค้งที่ส่องแสงอุ่น บรรยากาศเงียบสงบ

ถ้าไม่อยากแช่อ่าง ก็จะมีห้องอาบน้ำจัดเตรียมไว้ให้ซึ่งก็ดีไซน์ได้เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน

ฝักบัวเรนชาวเวอร์กลางแจ้งกรุกระเบื้องโมเสก เปิดรับวิวต้นไม้และทะเล

เป็น Outdoor Shower ผมชอบมาก โดยเฉพาะฝักบัวขนาดใหญ่ น้ำไหลแรงดี มีความเปิดโล่งด้านบน อารมณ์เหมือนได้เล่นน้ำฝน

วิวมองผ่านช่องหน้าต่างเห็นแนวมะพร้าว เตียงอาบแดด และทะเลเบื้องหน้า

มุมจากห้องอาบน้ำจะเห็นทะเลอยู่ด้านหน้า ใกล้วิลล่ามาก อยากไปเล่นน้ำแล้วครับ

แขกแช่ตัวในสระส่วนตัว เพลินกับแท็บเล็ตยามบ่าย

ก่อนจะไปเล่นน้ำทะเล มาดูสระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่ากันก่อน มีขนาดไม่ใหญ่มาก พอว่ายน้ำได้นิดหน่อย เหมาะสำหรับแช่ตัวพักผ่อนชมวิวมากกว่า เพราะว่าจะเห็นทะเลอยู่เบื้องหน้าเลยครับ

มุมสูงของพูลวิลลา สระน้ำสีครามแทรกอยู่กลางสวนเขียว

ชอบความเป็นหนึ่งเดียวกับหาดทราย จะเห็นว่าวิลล่าคือใกล้ทะเลสุดๆ

นี่สิถึงเรียกว่าเป็น Beachfront Pool Villa ของจริง

แขกเอนกายอ่านหนังสือบนเก้าอี้ผ้าใบ ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่น

ด้านหน้าวิลล่ามีศาลาไม้พร้อมโต๊ะเก้าอี้จัดวางไว้ให้เรามานั่งเล่นพักผ่อน หรือประชุมออนไลน์ได้ ตามไลฟ์สไตล์ Nomad ของเรา เที่ยวได้ ทำงานด้วย

มื้อเช้าและกาแฟร้อนบนระเบียงไม้ พร้อมแขกนั่งชมวิวหาดและมะพร้าว

ทุกช่วงบ่ายจะมี Afternoon Tea บริการทุกวันครับ จะรับทีวิลล่าก็ได้ หรือจะไปทานที่ห้องอาหารก็ได้ ผมขอให้มาเสิร์ฟในวิลล่า เพราะอยากกจะจิบกาแฟแลวิวทะเลไปด้วย

ปล. เค้กมะพร้าวที่นี่อร่อยมากกกก

แขกในชุดขาวเดินเล่นริมหาด ฉากหลังเป็นวิลลาสีขาวใต้ร่มไม้

บ่ายแก่ๆ แดดเริ่มร่มเพราะจะย้อนกลับไปทางอีกฝั่งของรีสอร์ตแทน ก็ได้เวลาเราออกมาเดินเล่นสำรวจบริเวณโดยรอบกัน

มองไปข้างหน้าเห็น Suite Villa น่าพักมาก ทริปหน้าไม่พลาดแน่นอน

เตียงไม้ใต้ร่มไม้ริมหาด มองออกไปเห็นทะเลสีเทอร์ควอยซ์

ด้านหน้าชายหาดจัดวางเก้าอี้นั่งอาบแดดไว้ให้ จะสังเกตว่าบริเวณหน้าวิลล่า 108 คือวิวดีมาก ไม่มีต้นไม้มาบัง

มุมสูงของต้นไม้กลางหาดทรายขาว ขนาบด้วยเตียงอาบแดดสองตัว

ผมชอบปารดีอย่างหนึ่งตรงที่ว่า แทบจะไม่ตัดต้นไม้เลยครับ ต้นไหนเคยอยู่มาอย่างไรก็จะอยู่แบบนั้นตลอดไป หน้าบ้านเราจึงร่มรื่น ไปจนถึงริมชายหาด สามารถมานั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ได้

กิ่งไม้โค้งกรอบภาพทะเลใสริมหาด พร้อมมุมปิกนิกเบื้องหน้า

เป็นฟีลเหมือนมาติดเกาะจริงๆ ครับ นั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ ได้เครื่องดื่มแก้วโปรด กับแมกกาซีนเก๋ๆ นั่งชิลล์เพลินดีมาก

มุมสูงของสะพานไม้ทอดยาวเหนือน้ำใสที่เห็นแนวปะการังใต้ผิวน้ำ

เผาหัวกันมาพอประมาณ เราจะไปต่อกันที่ Sunset Bar ซึ่งอยู่อีกฝั่งของรีสอร์ตต้องข้ามถนนไป จะมีท่าเรือด้วยครับ สำหรับช่วงก่อนหน้านี้เราสามารถตรงเข้ามาที่รีสอร์ตได้เลย ซึ่งผมเคยเห็นภาพจะมีพนักงานมาตั้งแถวรอต้อนรับ บรรยากาศน่ารักอบอุ่นมาก

เย็นนี้เราจะมานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่ครับ

พ่อลูกนั่งเล่นบนโซฟาริมทะเลยามอาทิตย์อัสดง บรรยากาศอบอุ่น

เราสามารถนั่งเล่นที่ Sunset Bar ได้เพราะมีอาหารและเครื่องดื่มบริการ (ชำระเงินเพิ่ม) แต่ทุกครั้งจะมีสแน็คมาให้ทานกันเล่นๆ ก่อนครับ ไม่เสียเงิน ซึ่งแขกทุกคนจะได้รับเครื่องดื่มคนละ 1 แก้วฟรี ต่อ 1 การเข้าพัก

เครื่องดื่มสีชมพูเย็นชื่นใจในมือ ฉากหลังเป็นทะเลและภูเขายามเย็น

เย็นนี้ท้องฟ้าสีสวย ผมสั่งเครื่องดื่มแก้วนี้มาทาน ทายสิว่า Cocktail แก้วนี้ชื่อว่าอะไร ใครตอบได้เดี๋ยวเลี้ยงเลย 555

ท้องฟ้าสีพาสเทลยามพลบค่ำเหนือทะเล เงาเกาะทอดเป็นแนวไกล

ท้องฟ้าวานิลลาสกายมาก สีสวยเกินปุยมุ่ยยยยยยยย

แขกเดินเล่นบนสะพานไม้ยื่นลงทะเลยามแสงเย็น

ไปเดินเล่นหามุมถ่ายภาพกันดีกว่าครับ

แขกบันทึกภาพวิวทะเล คู่กับเครื่องดื่มเย็นริมโขดหิน

มานั่งเล่นตรงโขดหินกันบ้างครับ ผมชอบฟีลลิ่งแบบนี้จัง มันช่างเงียบสงบ มีแค่พระอาทิตย์ตกดิน โขดหินและเครื่องดื่มแก้วโปรด อดที่จะเก็บภาพโมเมนต์นี้เอาไว้ไม่ได้

แขกยืนถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกจากปลายสะพานไม้

เป็นมุมที่ผมชอบมากครับ ดูเงียบสงบและมีแต่ความประทับใจ เวลาที่ฟ้าสีสวยๆ แล้วทุกคนพร้อมใจกันยกกล้องและมือถือขึ้นมาเก็บความสวยงามของช่วงเวลานี้ไว้

เงาแขกที่ปลายสะพานไม้ตัดกับท้องฟ้าสีส้มชมพูเหนือทะเล

เย็นแรกของเราอาจจะฟ้าไม่ค่อยสวยเพราะมีเมฆมาก ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจคอนโทรลได้

ทำได้เพียงภาวนาให้เย็นของอีกวัน ฟ้าสีสวยสดใส ให้เราได้ถ่ายรูปกันเก็บไว้หน่อย

แล้วก็มาตามนัด … ท้องฟ้าเย็นนี้สีสวยมากกกกกก

วิวทะเลและมะพร้าวยามพลบค่ำมองจากภายในห้องพักโทนมืด

ตื่นนอนตอนเช้ากับวิวนี้จากบนที่นอนเลยครับ ผมรีบลุกขึ้นมาเก็บภาพแสงแรกของวันกันก่อนเลย

อาคารสีขาวบนแหลมริมหาด ตัดกับท้องฟ้าสีทองยามอาทิตย์ตก

มาเสม็ดก็หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ขึ้นที่สีสันสวยงามมาก เข้ากันดีทั้งสีของฟ้าและน้ำทะเล

พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาผ่านเงาต้นไม้ริมหาด แสงทองสาดผืนทราย

ช่วงนี้หน้าร้อน พระอาทิตย์ขึ้นไว้ มีเวลาถ่ายรูปกันไม่มาก แต่เท่าที่ได้รูปมาก็อยากบอกว่า รูปสวยทุกใบเลยครับ ประทับใจทริปนี้มาก

เงาแขกเดินเลียบแนวคลื่นยามอาทิตย์ตก ผิวน้ำทอประกายทอง

เช้าๆ มาเดินเล่นบนชายหาดเอาเท้าแตะทรายสลับกับว่ายน้ำทะเลเล่นกัน เป็นการชาร์จพลังบวกและคายประจุลบออกจากตัว ให้ธรรมชาติคอยฮีลจิตใจของเราอีกที

หาดทรายมองผ่านกิ่งไม้เข้ม แขกเดินเล่นอยู่ไกลริมน้ำ

แดดอ่อนๆ ตอนเช้า ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การวิ่งออกกำลังกายบนชายหาดมากครับ ได้เหงื่อ ก่อนไปทานอาหารเช้า

มุมสูงของพาราดี สระว่ายน้ำและศาลาทรงจากท่ามกลางสวนเขียวริมทะเล

ห้องอาหารหลักของทางรีสอร์ต เราฝากท้องไว้ที่นี่ทุกมื้อเลยครับ ห้องอาหารจะหันหน้าไปหาทะเลยามเช้า จึงเป็นวิวที่สวยมาก

ใบไม้เขียวครึ้มทอดเหนือเส้นขอบทะเลอันเงียบสงบ

มีให้เลือกนั่งทั้งด้านบนและริมหาดด้านล่าง ส่วนมากเป็นแขกฝรั่งมานั่งจิบกาแฟสักแก้ว รับลมสบายๆ ก่อนขึ้นไปทานอาหารเช้าต่อ

ทีมเชฟปรุงอาหารสดใหม่ที่สเตชันกลางบรรยากาศรีสอร์ต

ไลน์อาหารอาจจะไม่ได้เยอะมากเท่ากับโรงแรม 5 ดาวใหญ่ๆ แต่เน้นเมนูที่ทานได้ ทานง่ายและอร่อย เมนูที่เป็นอินเตอร์คอนติเนนก็มีครบหมดนะครับ มีครัวไข่ทำกันสดๆ สั่งน้องๆ ได้เลย

มื้อเช้าหลากเมนู ตั้งแต่ติ่มซำ โรตี ไปจนถึงปลาแซลมอนรมควัน

คัดมาให้แล้ว สำหรับเมนูที่ผมชอบ และคิดว่าห้ามพลาดเมื่อไปพักที่ปารดี เกาะเสม็ด ผมชอบแซลม่อนรมควัน เอามาท๊อปกับสลัดคือดีมาก

ติ่มซำนึ่งสด ผมว่า ขนมจีบกุ้งอร่อยมาก

ของหวานคือดีทุกตัว แต่ละมื้อเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกัน คัสตาร์ดเช้านี้ก็อร่อย

แต่ที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือไอเท็ม (เกือบ) ลับ อย่างโรตี แป้งงี้ บางกรอบบบ ทอดติดเกรียมนิดๆ จะหอมเนยขึ้นมาทันที

แขกในเสื้อโปโลสีเหลืองท่ามกลางพรรณไม้เขตร้อนของรีสอร์ต

เมนูอาหารทุกจานทั้งรีสอร์ต ดูแลโดยคุณหมึกแดงครับ วันที่ผมไป เชฟก็อยู่ ตอนสายๆ เห็นเดินตรวจดูความเรียบร้อยตลอดเวลา มิน่าล่ะ อาหารที่นี่จึงไม่เหมือนร้านอาหารบนเกาะทั่วไป อร่อยถูกใจยิ่งกว่าร้านอาหารหรูๆ ในโรงแรม 5 ดาวในกรุงเทพอีกนะ

สระว่ายน้ำริมทะเล มะพร้าวสูงและกระถางไม้ดอกขนาบเตียงอาบแดด

วิวจากสระว่ายน้ำเช้านี้ แดดแบบนี้ถือว่าอากาศสบายๆ ไม่ร้อน เล่นน้ำได้สนุก แขกทั่วไปอาจจะชอบ แต่สายถ่ายรูปแบบผมไม่ชอบ อยากได้แดดจ้าๆ รูปออกมาจะได้สวยปังๆ แต่ก็ถือว่า แต้มบุญยังมี ตอนสายๆ แดด ดี เราจะได้ลงมาเล่นน้ำกัน

มุมสูงของสระว่ายน้ำทรงโค้งกลางสวนเขียวและศาลาหลังคาจาก

สระว่ายน้ำของปารดี รีสอร์ต คือใหญ่มาก อย่าลืมว่านี่คือบนเกาะเสม็ด และนี่คือรีสอร์ตที่สร้างมาได้หลายปีมาก แต่ดูแล facilities ดีมาก ไม่ดูโทรม ไม่ดูเก่าเลยครับ

ริมสระพร้อมร่มจากและเตียงอาบแดดเรียงราย ใต้แนวมะพร้าว

สระว่ายน้ำสวย วางร่มและเก้าอี้อาบแดดไว้รอบๆ ให้แขกได้มานั่งพักผ่อนกัน เช้านี้เรานัดน้องยินดีมาเล่นน้ำตามหาปลาหมึกกัน

พ่อลูกเล่นน้ำในสระด้วยกัน บรรยากาศวันพักผ่อนของครอบครัว

ยินดีกำลังโชว์สกิลล์ดำน้ำหลังจากที่ได้ไปเรียนมา ภารกิจตามล่าหาปลาหมึกในสระกำลังจะเริ่ม

แขกในเสื้อชูชีพพายเรือคายักของพาราดีออกสู่คลื่น

ไม่รู้แม่ใส่ถ่านชาร์จเบอร์อะไร เด็กน้อยยินดีแรงดีไม่มีตก ไปพายเรือคายัคกันต่อ

สองแขกพายเรือคายักสีเหลืองสำรวจผืนทะเลอันเงียบสงบ

ไกลแค่ไหนคือใกล้ เพลงนี้ต้องมา จากภาพเหมือนพายออกไปไกลมาก แต่เพื่อความปลอดภัย เราพายกันใกล้ๆ พร้อมให้คุณลุงกานต์ยืนประกบและกดชัตเตอร์ให้จ้า สนุกเชียว

ปารดีเป็นรีสอร์ตที่อยากแนะนำให้ชวนเด็กๆ มาพักผ่อนกัน นอกจากจะเงียบสงบคนไม่พลุกพล่านแล้ว ชายหาดยังทรายขาวละเอียด หน้าหาดกว้าง มีร่มไม้ บรรยากาศดี เป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้นอกตำราที่น่าสนใจ

ทีมงานพาราดีเรียงแถวยกมือไหว้ต้อนรับแขกอย่างอบอุ่น

3 วัน 2 คืนผ่านไปไวมาก เที่ยงนี้เราก็ต้องเช็คเอ้าท์ออกแล้ว ต้องเผื่อเวลาไปท่าเรือ เป็นสปีดโบ๊ทของทางรีสอร์ตเช่นเคย มีพี่ๆ น้องๆ พนักงานเรียงแถวรอส่งและคอยโบกมืออำลาจนรถลับสายตา เป็นภาพสุดท้ายที่ประทับใจมาก สัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงในการให้บริการ

เป็นการบอกว่า เรา (แขก) คือคนสำคัญของพนักงานทุกคนที่นี่ เดี๋ยวจะหาเวลาไปอีกนะครับ

สำรองห้องพัก โทร
+66 (0)38-644 285 – 7
+66 (0)61 4138 465 – 67
หรืออีเมลล์ frontoffice@paradeeresort.com
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.samedresorts.com/paradee/

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

คำถามที่พบบ่อย

Paradee อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

ตั้งอยู่บนหาดอ่าวกิ่ว ปลายใต้สุดของเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง บนผืนทรายขาวที่สงบและเป็นส่วนตัว การเดินทางเริ่มจากขับรถจากกรุงเทพฯ มายังบ้านเพราว 3 ชั่วโมง แล้วลงเรือที่ท่าเรือเจษฎาของรีสอร์ตเอง โดยมีสปีดโบ๊ตรับส่งฟรีข้ามมายังเกาะ ทำให้ไปถึงห้องพักได้สะดวกโดยไม่ต้องเบียดกับเรือโดยสารสาธารณะที่ท่าหน้าด่าน

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาเริ่มต้นราว 12,000 บาทต่อคืน รวมเรือรับส่งและอาหารเช้า ปรับขึ้นลงตามฤดูกาลและประเภทวิลล่า จุดที่ทำให้ราคานี้สมเหตุสมผลคือ Paradee เป็นรีสอร์ตห้าดาวเต็มรูปแบบเพียงแห่งเดียวบนเกาะเสม็ด ซึ่งโดยทั่วไปเป็นเกาะของที่พักราคาประหยัด เมื่อมองในเชิงตลาด นี่คือการซื้อความเอ็กซ์คลูซีฟและหาดส่วนตัวในระยะขับรถจากกรุงเทพฯ

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ไฮไลต์อยู่ที่หาดอ่าวกิ่วซึ่งสงวนไว้เฉพาะแขกของรีสอร์ต ให้ความรู้สึกเหมือนเกาะส่วนตัวกลางอ่าวไทย วิลล่าทั้ง 40 หลังออกแบบด้วยไม้สักและผ้าไหมไทย หลังคาจั่วสูงโปร่งกว่า 100 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและระเบียงเปิดรับวิว งานออกแบบเลือกวัสดุพื้นถิ่นมาเล่ากับธรรมชาติรอบตัว เสริมด้วยสปา กิจกรรมดำน้ำตื้น และวินด์เซิร์ฟริมหาด

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.