Last Updated: 16 August 2026
ENGLISH SUMMARY
KANT flies in for the opening of MUJI HOTEL GINZA — the brand's first hotel in its home country and third in the world after Shenzhen and Beijing, and its largest. A one-of-a-kind concept gathering a MUJI store, restaurant, cafe, bar, gallery, library and hotel under one roof, holding to MUJI's ethos of simple, thoughtful, environmentally friendly design.

กานต์บินตรงจากไทย เพื่อมาร่วมเปิดโรงแรมมูจิ กินซ่า (MUJI HOTEL GINZA) แห่งแรกในบ้านเกิดที่ญี่ปุ่น แต่เป็นสาขาที่ 3 ของโลกต่อจากเซิ่นเจิ้นและปักกิ่งครับ

นอกจากจะเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของมูจิ ที่รวมเอาไว้ทั้งร้านขายสินค้าของแบรนด์ ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ แกลอรี่ และที่นี่ยังเป็นโรงแรมด้วย “MUJI HOTEL GINZA” MUJI ที่นี่ยังเป็นแนวคิดใหม่ ไม่เหมือนสาขาใดในโลกครับ เพราะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ โรงแรมแกลอรี่และมีห้องสมุด
ล้ำลึกมากเลยนะครับ “มูจิเป็นแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์ แต่ในความไม่มีแบรนด์ นั่นคือแบรนด์”
ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มีอะไร – แล้วมูจิมีอะไร?
What is MUJI?
MUJI ย่อมาจาก Mujirushi Ryōhin แปลว่า สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่หวันเปิดตัว 04.04 ที่กินซ่า


ในวันเปิดตัว 04.04 บริเวณด้านหน้าร้านค้ามูจิ มีแฟนๆ มารอตั้งแต่เช้าตรู่ ใครมาเที่ยวกินซ่าช่วงนี้ จะเจอธงของมูจิสีเลือดหมู ปักอยู่ทั่วเลยครับ โรงแรมมีพิธีเปิดตอน 10 โมงเช้า เป็นไปอย่างเรียบง่าย มีแค่ผู้จัดการสาขามากล่าวต
เช็กห้องว่างและราคาที่ Trip.com
ทัวร์ร้านมูจิ กินซ่า ทีละชั้น
เข้ามาดูด้านในกันดีกว่าพาขึ้นบันไดไปทัวร์ทีละชั้น 


ชั้น 1 ขายพวกกะปิ น้ำปลา ไม่มี!! มีเบเกอรี่ ผัก ผลไม้ เครื่องปรุง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่ม มีซุ้มสมูทตี้ด้วย คนรอคิวกันแน่น โซนเบเกอรี่ก็ขายดีครับ คนต่อแถวซื้อกันเพียบ ทำแทบไม่ทัน เป็นขนมสดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด ปั้นแป้ง ใส่ไส้แล้วอบกันตรงนั้นเลยค

ชั้น 2 ขายเสื้อผ้าทั่วไป มีไลน์ MUJI Labo เสื้อผ้าคอนเซปต์ใหม่ ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ตัดเย็บจากวัสดุธรรมชาติ – ราคาก็สูงพอสมควร
ชั้น 3 MUJI to Go สินค้าสำหรับเดินทาง กระเป๋าเดินทางถูกกว่าที่ไท
ชั้น 4 ชั้นแม่และเด็ก เครื่องครัว และร้านหนังสือ MUJI BOOK – ชอบร้านหนังสือมูจิ มีหนังสือเกี่ยวกับไอเดียเย


ชั้น 5 ของใช้ภายในบ้าน โต๊ะ ตู้ เตียง ผ้าม่าน หาได้ที่นี่ ใครอยากออกแบบตกแต่งภายใน ที่นี่มีอินทีเรีย บริการฟรี (ถ้าซื้อของ) – ถ้ามีบ้านอยู่ญี่ปุ่นอยากทำ
เชื่อมแต่ละชั้นด้วยบันไดเลื่อน ดีไซน์เก๋ไก๋ ขึ้นไปชั้น 6 ดีกว่า ตื่นเต้น เพราะเป็นชั้นไฮไลท์ มีบาร์ มีซาลอนไว้คอยบริการเครื่อง




นอกจากนี้ ยังมีจุดให้นั่งพัก เพื่อพูดคุย ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับ


มี ATELIER MUJI แสดงนิทรรศการที่หมุนเวียนก
ถ้าอ้อมไปอีกด้านของตึกเชื่อมต
หน้าบ้านของโรงแรมมูจิ เป็นส่วนที่คนให้ความสนใจเข
จากนั้นก็ได้เวลาเช็คอิน วันนี้คนเข้าพักเยอะมากครับ ห้องมี 9 type แต่ละห้องราคาจะแตกต่างกันแต่ที่สำคัญคือราคาในแต่ละแบบนั้นจะเท่ากันทุกวัน ตรงนี้ เป็นจุดที่ชอบมากคือเรื่องราคาที่ไม่เปลี่ยน แม้จะเป็นวันหยุดหรือช่วงเทศกาล ก็จะยังได้ราคานี้ ขอเพียงจองให้ทัน ตามคอนเซปต์ “anti-gorgeous, anti-cheap” คือไม่ได้หรูหราแต่ว่าก็ไม่ได้ถูกเกินไป สามารถตอบสนองความพึงพอใจและการใช้สอยภายในโรงแรมและห้องพักได้อย่างครบถ้วน พร้อมสไตล์ที่เห็นแล้วรู้เลยว่า นี่คือมูจิ 
ตอนเช็คอิน พนักงานจะมีกิมมิคเล็กน้อย ด้วยการให้เลือกกลิ่นอโรม่า

เมื่อเปิดประตูเข้ามาพบว่า ห้องเป็นดีไซน์ใหม่ที่แปลกต
า
ห้องพักชั้น 8 และงานออกแบบภายในห้อง



กานต์ได้ห้องชั้น 8 ครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาพบว่า ห้องเป็นดีไซน์ใหม่ที่แปลกตา คือเป็นห้องแนวลึก ด้านหน้าดูเหมือนแคบกว่า เพราะเว้าเข้าไปเป็นห้องน้ำ

แถมมีชุดนอนผ้าลื่นๆบางๆ เบาสบายดีไซน์แบบมินิมอลเตรียมไว้ให้ใส่ด้วย ใส่แล้วน่ารักมาก ถ้ามาเป็นคู่คงได้ตีมเสื้อน








เห็นจะมีเพียงชักโครกที่เป็นของ TOTO เพราะมูจิยังไม่ได้ทำชักโครกขาย 555 Amenity ในห้องน้ำล้วนแล้วแต่มีขายในร้านมูจิทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ แต่ที่เลือกมาให้ใช้เป็นกลิ่นคล้ายส้มยุซุ อาบแล้วสดชื่นดีครับ หอมมาก จนต้องซื้อกลับไทย ส่วนของใช้อื่นๆ ก็เตรียมไว้ให้ครบ มีหวี มีดโกน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า มอซเจอร์ไรเซอร์ กระจกพับบานเล็ก ส่วนใครเสียดายหวี อันนี้ก็ขนกลับมาได้นะครับ

ในห้องมีหนังสือเกี่ยวกับงานดีไซน์วางไว้ให้อ่านในห้อง 4-5 เล่มรวมถึงสินค้ามีดีไซน์ของมูจิเองด้วย อ่านเพลินมากครับ อ่านปุ๊บอยากลงไปซื้อของปั๊บ
ปรัชญามูจิมีให้อ่านทุกห้องครับ อีกนัยหนึ่งคือแคทตาล็อกขาย
ของ อ่านแล้วอยากได้ชิ้นไหน โทรสั่งพนักงานได้เลย
อาหารเช้าที่ห้องอาหาร WA


ส่วนอาหารเช้าทานกันที่ห้องอาหาร WA เฟอร์นิเจอร์ในห้องอาหารล้ว



ที่นี่เป็นไลน์บุฟเฟต์แบบง่ายๆ ไม่เยอะมาก ดีไซน์อาหารและการจัดวาง ออกมาน่ารักครับ ทุกอย่างไม่เว้นถ้วยช้อนจาน
MUJI Diner ชั้น B1
ชั้น B1 เป็นร้านอาหารคอนเซปต์ใหม่ ชื่อว่า MUJI Diner ขายทั้งเช้า / กลางวัน /
เป็นทริปญี่ปุ่นที่กานต์ตั้งใจมาพักโรงแรมมูจิ กินซ่าโดยเฉพาะ ส่วนตัวแล้วถูกใจในดีไซน์ และการนำเสนอ แต่ก็มีส่วนที่ไม่ค่อย “ถูก” (ราคา) ถือซะว่า “ซื้อ” ประสบการณ์แบบมูจิที่หาที่ไหนไม่ได้ครับ และชวนให้คิดอะไรได้บางอย่างระหว่างหัวถึงหมอน
MUJI ย่อมาจาก Mujirushi Ryōhin แปลว่า สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ ซึ่งเป็นความคิดที่สวนกระแสวัตถุนิยมของสังคมญี่ปุ่นในยุคเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้ผมได้คิดว่า ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยน แต่ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้ลูกค้าและสังคมของมูจิไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเน้นความเรียบง่าย ไม่มีโลโก้ ไร้สีสัน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ ต้องมีคุณภาพ ไม่สนใจว่าใครจะเรียกว่าอินดี้ ไม่ตามกระแส หรือว่าฮิปสเตอร์
พูดถึงฮิปสเตอร์ ผมเพิ่งอ่านบทความของ a day magazine เขียนโดยแชมป์-ทีปกร ตอนหนึ่งบอกว่า
“ … การแหกขนบโดยไม่มีแนวคิดที่มั่นคงภายใน เป็นการ ‘แหกเพื่อให้ตัวเองเป็นส่วนน้อย’ ‘ขอให้ได้คิดต่างก็พอใจแล้ว’ โดยที่ไม่รู้ว่าคิดต่างไปทำไมนั้นอาจทำให้เราไม่ต่างอะไรไปจากแบบจำลองในโมเดลทดลองง่ายๆ ของโจนาธาน … “
นั่นคือความเป็นฮิปสเตอร์ที่ไม่เป็นฮิปสเตอร์ – ผมสรุปความได้แบบนี้ เป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่เชื่อมั่นว่าดี และทำมันให้ดีที่สุด … แค่นี้ก็พอครับ
MUJI HOTEL GINZA 6F, 3-3-5, Ginza, Chuo-ku, Tokyo, Japan
tel. +81-3-3538-6101https://hotel.muji.com/จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com
ห้องพักและราคา — เลือกนอนแบบไหนดี
ทั้งโรงแรมมี 79 ห้อง แบ่งเป็น 9 รูปแบบ ตั้งแต่ Type A ห้องเล็กสุดสำหรับพักเดี่ยว ราคาช่วงเปิดตัวเริ่มต้น 14,900 เยน ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่ และมีห้องเตียงสองชั้นที่ให้อารมณ์เหมือนนอนหอในกับเพื่อนรัก กานต์เลือกพัก Type C ขนาด 24–25 ตารางเมตร คืนละ 29,900 เยน เป็นแบบที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 44 ห้อง พื้นที่กำลังพอดีสำหรับสองคน และทุกชิ้นในห้องคือสินค้า MUJI ที่จับต้องแล้วซื้อกลับบ้านได้จริง
ช่วงเปิดตัวห้องถูกจองเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ แต่เคล็ดลับที่กานต์ใช้ได้ผลคือหมั่นเข้าไปเช็กที่เว็บ hotel.muji.com/ginza เพราะมีห้องหลุดจองกลับมาให้เห็นแทบทุกวัน ใครวางแผนไปช่วงไฮซีซัน วิธีนี้ยังใช้ได้เสมอ
พื้นที่ส่วนกลางใช้ชื่อว่า ATELIER MUJI GINZA รวมแกลเลอรี ห้องสมุด คาเฟ่ และร้านอาหารไว้ในที่เดียว สำหรับนั่งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามประสาคนรักมูจิ
เรื่องเล่าเบื้องหลัง MUJI HOTEL GINZA — EP3
สรุปตรง
MUJI Hotel Ginza คือดีไซน์โฮเทล 79 ห้องบนชั้น 7-10 ของแฟลกชิปสโตร์ MUJI ใจกลางย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จุดที่ทำให้ต่างจากโรงแรมทั่วไปคือปรัชญา anti-gorgeous, anti-cheap ที่ทุกห้องสะท้อนความเรียบง่ายแบบ MUJI ทั้งโทนเทา-ขาว พื้นไม้ และวัสดุรีไซเคิลอย่างหินปูถนนรถรางเก่าอายุ 100 ปี ห้องมีตั้งแต่สตูดิโอ 14 ตร.ม. ถึงอพาร์ตเมนต์ 52 ตร.ม. มีร้าน MUJI Diner ชั้นใต้ดินและร้านอาหารญี่ปุ่น WA จุดขายคือการได้นอนในโลกของ MUJI กลางกินซ่า ราคาเริ่มต้นหลักเจ็ดพันต่อคืน

MUJI HOTEL
#โรงแรมนี้มีเรื่องเล่า EP3 :
#เคยคิดมั้ยว่าอยากไปนอนในร้านมูจิสักคืน
กานต์เคยและได้ไปนอนมาแล้วที่โรงแรมมูจิ กินซ่า
_
ดูพิธีเปิดโอลิมปิคแล้วก็อุทานในใจ “ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นญี่ปุ่น”
ดูเรียบง่าย เป็นไปตามสถานการณ์และสื่อสารภาษาสากล
กานต์นึกไปถึงไลฟ์สไตล์สโตร์แบรนด์ MUJI (มูจิ)
แบรนด์เป็นโปรดของใครหลายคน แน่นอนว่ารวมถึงผมด้วยครับ
ปรัชญาของมูจิคือ “แบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์”
ย่อมาจากคำว่า Mujirushi Ryohin ในภาษาญี่ปุ่น
มีความหมายว่า “สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ”
เป็นการตลาดแบบไร้แบรนด์
ทว่า แนวคิดการออกแบบของ MUJI กลับเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน
ในทุกๆ ขั้นตอน คือ Less is More
สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ดี
จนหลายคนมักจะนิยามว่า MUJI=Minimal
พอมาเปิดโรงแรม ก็เลยทำให้หลายคนตั้งตารอว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร
แต่เดาได้เลยว่า เกือบของใช้ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด
จะต้องเป็นสินค้าของ MUJI เพราะมีขายแทบจะทุกอย่าง
สาขาแรกเป็นที่เซิ่นเจิ้น สาขาต่อมาคือปักกิ่ง ประเทศจีน
สาขาที่ 3 ที่กานต์ไปพักมาคือกินซ่า (Ginza) บ้านเกิดของ MUJI ครับ
จำได้เลยว่า ผมรีบจองห้องพักล่วงหน้า
ผ่านทางเวปไซต์ https://hotel.muji.com/ginza/en ทันทีที่เปิดให้จอง
จากนั้นค่อยตีตั๋วบินตามไปพัก
ตอนนั้นเหลือห้อง type ไหนก็ต้องรีบบุ๊คเพราะเต็มไวเหลือเกิน
… สุดท้าย ก็ได้วันแรกๆ ของการเปิดให้เข้าพัก
ห้องพักมีทั้งหมด 79 ห้อง เริ่มที่ชั้น 7-10 ของโรงแรม
ส่วนชั้นใต้ดินเป็นห้องอาหาร MUJI Diner, ชั้น 1-5 เป็นร้านค้า MUJI
ชั้น 6 เป็น Bar และ Gallery เชื่อมต่อกับ Lobby โรงแรมที่ชั้นนี้
ห้องพักมี 9 type แต่ละห้องราคาจะแตกต่างกัน
ที่สำคัญคือราคาในแต่ละแบบนั้นจะเท่ากันทุกวัน
ตรงนี้ เป็นจุดที่ชอบมากคือเรื่องราคาที่ไม่เปลี่ยน
แม้จะเป็นวันหยุดหรือช่วงเทศกาล ก็จะยังได้ราคานี้
ขอเพียงจองให้ทัน ตามคอนเซปต์ “anti-gorgeous, anti-cheap”
ห้องพักแต่ละแบบดีไซน์ให้มีความสงบ
เปิดรับช่องแสงจากด้านนอกไม่มาก มีแสงจากโคมไฟ (ของ MUJI)
และเตียงที่คิดค้นมาอย่างดีว่าจะช่วยให้การนอนหลับของแขกง่ายขึ้น
ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เฟอร์นิเจอร์ในห้องและในโรงแรมทุกชิ้น ล้วนแต่เป็นของ MUJI ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะบิลด์อิน หรือลอยตัว วัสดุตกแต่งส่วนมากทำจากไม้
ของใช้ ของประดับภายในห้องกระจุกกระจิก
ปากกา ยาสีฟัน Amenity ในห้องน้ำ ช้อนกาแฟ กาต้มน้ำ แก้วน้ำ
อโรม่า โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ เตียง หมอน ที่นอน ผ้าห่ม โคมไฟ
ล้วนเป็นของ MUJI ทั้งสิ้น ขนาดทีวี ก็ยังใช่
มีขนมของมูจิวางไว้ให้ทาน มีกาแฟและชามะลิให้ดื่มฟรี
แต่ชักโครกที่เป็นของ TOTO เพราะมูจิยังไม่ได้ทำชักโครกขาย
ชุดนอนเป็นผ้าลื่นๆ บางๆ เบาสบายดีไซน์แบบมินิมอล
ใส่แล้วน่ารักมาก (ไม่มีใครชม ก็ชมตัวเอง 555) ถ้ามาเป็นคู่คงได้ตีมเสื้อนอนคู่
มีแคทตาล็อกสินค้า MUJI ไว้ในห้อง อยากได้ชิ้นไหน โทรสั่งได้เลย
อาหารเช้าเสิร์ฟอาหารที่นำวัตถุดิบจากฟาร์มเกษตร เน้นทำสดใหม่
ทำรสชาติที่เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด
ใครเคยลองทานที่ MUJI CAFE and MEAL มาก่อนจะเก็ทเลย
หลักการของ MUJI คือ การเลือกสรรวัตถุดิบ / วัสดุที่มีคุณภาพ
เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่เสริมแต่งมากนัก
หรือแม้แต่การนำวัสดุเหลือทิ้งมาคิดค้นใหม่ หาทางปรับปรุง
แล้วนำมากลับมาใช้ให้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามคอนเซปต์
“เรียบง่าย สร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการคิดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
ส่วนวิธีคิดในการทำงานดีไซน์ จะมีปรัชญาการออกแบบคือ
การตอบโจทย์ชีวิตของลูกค้า
เฟ้นหาช่องโหว่ต่างๆ แล้วสร้างอะไรบางอย่างมาเติมเต็ม
ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้หลายคนคิดในใจ “คิดได้ไงอ่ะ”
ลองคิดดูสิว่า 40 ปีที่ผ่านมา มีคนเห็นสินค้าของ MUJI
แล้วจะร้องแบบนี้กี่ครั้ง!?!!
แต่ที่แน่ๆ วันที่ผมเข้าพักที่โรงแรม MUJI GINZA
ผมอุทานเบาๆ มากกว่า 40 ครั้งแน่นอน

























คำถามที่พบบ่อย — MUJI HOTEL GINZA
MUJI HOTEL GINZA พิเศษอย่างไร ทำไมต้องไปนอน
MUJI HOTEL GINZA เป็นโรงแรมลำดับที่ 3 ของมูจิในโลก ต่อจากเซินเจิ้นและปักกิ่ง แต่เป็นแห่งแรกในบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่น ตั้งอยู่เหนือแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ใจกลาง Ginza กานต์ว่าเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การแปลปรัชญา “Anti-gorgeous, Anti-cheap” ให้กลายเป็นโรงแรมจริง ทุกชิ้นในห้องตั้งแต่เตียง ผ้าปู ไปจนเครื่องเขียน คือสินค้า MUJI ที่จับต้องและซื้อกลับได้
ห้องพักมีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่
ทั้งโรงแรมมี 79 ห้องใน 9 รูปแบบ ตั้งแต่ Type A ห้องเล็กสุดสำหรับนอนคนเดียว ไปจนห้องขนาดใหญ่ กานต์เลือกพักห้อง Type C ขนาด 24–25 ตารางเมตร ซึ่งเป็นแบบที่มีมากที่สุดถึง 44 ห้อง เพียงพอสำหรับสองท่าน ราคาเริ่มต้นคืนละ 29,900 เยน งานออกแบบเน้นวัสดุธรรมชาติ ไม้ และโทนสีดินตามแบบฉบับ MUJI ที่เงียบและไม่ตะโกน
ทำเลเป็นอย่างไร เหมาะกับใคร
โรงแรมตั้งอยู่ย่าน Ginza โตเกียว ย่านค้าปลีกหรูที่สุดของเมือง เดินถึงสถานี Ginza และ Tokyo Station ได้สบาย เหมาะกับนักเดินทางที่มองหา Modern Luxury แบบมินิมอลมากกว่าความหรูแบบโชว์ สำหรับกานต์ เสน่ห์ของ MUJI HOTEL คือความพอดีที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ จนกลายเป็นภาษาหรูอีกแบบที่คนเข้าใจดีไซน์อ่านออก

เมื่อเปิดประตูเข้ามาพบว่า ห้องเป็นดีไซน์ใหม่ที่แปลกต
ปรัชญามูจิมีให้อ่านทุกห้องครับ
อีกนัยหนึ่งคือแคทตาล็อกขาย

