Last Updated: 30 June 2026
ENGLISH SUMMARY
MUJI HOTEL GINZA is a minimalist hotel in the heart of Tokyo’s Ginza, occupying the upper floors above MUJI’s global flagship store. This KANT review covers its "anti-gorgeous, anti-cheap" philosophy, its rooms furnished entirely in MUJI’s pared-back style of wood and stone, and its use of materials recycled from old Tokyo. Rates start around THB 7,000 per night.
สรุปตรง
MUJI Hotel Ginza คือดีไซน์โฮเทล 79 ห้องบนชั้น 7-10 ของแฟลกชิปสโตร์ MUJI ใจกลางย่านกินซ่า กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จุดที่ทำให้ต่างจากโรงแรมทั่วไปคือปรัชญา anti-gorgeous, anti-cheap ที่ทุกห้องสะท้อนความเรียบง่ายแบบ MUJI ทั้งโทนเทา-ขาว พื้นไม้ และวัสดุรีไซเคิลอย่างหินปูถนนรถรางเก่าอายุ 100 ปี ห้องมีตั้งแต่สตูดิโอ 14 ตร.ม. ถึงอพาร์ตเมนต์ 52 ตร.ม. มีร้าน MUJI Diner ชั้นใต้ดินและร้านอาหารญี่ปุ่น WA จุดขายคือการได้นอนในโลกของ MUJI กลางกินซ่า ราคาเริ่มต้นหลักเจ็ดพันต่อคืน
| KANT Rating | 4.5 / 5 |
|---|---|
| Location | กินซ่า · โตเกียว |
| Price | เริ่มต้นราว 7,000 บาท/คืน |

MUJI HOTEL
#โรงแรมนี้มีเรื่องเล่า EP3 :
#เคยคิดมั้ยว่าอยากไปนอนในร้านมูจิสักคืน
กานต์เคยและได้ไปนอนมาแล้วที่โรงแรมมูจิ กินซ่า
_
ดูพิธีเปิดโอลิมปิคแล้วก็อุทานในใจ “ญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นญี่ปุ่น”
ดูเรียบง่าย เป็นไปตามสถานการณ์และสื่อสารภาษาสากล
กานต์นึกไปถึงไลฟ์สไตล์สโตร์แบรนด์ MUJI (มูจิ)
แบรนด์เป็นโปรดของใครหลายคน แน่นอนว่ารวมถึงผมด้วยครับ
ปรัชญาของมูจิคือ “แบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์”
ย่อมาจากคำว่า Mujirushi Ryohin ในภาษาญี่ปุ่น
มีความหมายว่า “สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ”
เป็นการตลาดแบบไร้แบรนด์
ทว่า แนวคิดการออกแบบของ MUJI กลับเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน
ในทุกๆ ขั้นตอน คือ Less is More
สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ดี
จนหลายคนมักจะนิยามว่า MUJI=Minimal
พอมาเปิดโรงแรม ก็เลยทำให้หลายคนตั้งตารอว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร
แต่เดาได้เลยว่า เกือบของใช้ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด
จะต้องเป็นสินค้าของ MUJI เพราะมีขายแทบจะทุกอย่าง
สาขาแรกเป็นที่เซิ่นเจิ้น สาขาต่อมาคือปักกิ่ง ประเทศจีน
สาขาที่ 3 ที่กานต์ไปพักมาคือกินซ่า (Ginza) บ้านเกิดของ MUJI ครับ
จำได้เลยว่า ผมรีบจองห้องพักล่วงหน้า
ผ่านทางเวปไซต์ https://hotel.muji.com/ginza/en ทันทีที่เปิดให้จอง
จากนั้นค่อยตีตั๋วบินตามไปพัก
ตอนนั้นเหลือห้อง type ไหนก็ต้องรีบบุ๊คเพราะเต็มไวเหลือเกิน
… สุดท้าย ก็ได้วันแรกๆ ของการเปิดให้เข้าพัก
ห้องพักมีทั้งหมด 79 ห้อง เริ่มที่ชั้น 7-10 ของโรงแรม
ส่วนชั้นใต้ดินเป็นห้องอาหาร MUJI Diner, ชั้น 1-5 เป็นร้านค้า MUJI
ชั้น 6 เป็น Bar และ Gallery เชื่อมต่อกับ Lobby โรงแรมที่ชั้นนี้
ห้องพักมี 9 type แต่ละห้องราคาจะแตกต่างกัน
ที่สำคัญคือราคาในแต่ละแบบนั้นจะเท่ากันทุกวัน
ตรงนี้ เป็นจุดที่ชอบมากคือเรื่องราคาที่ไม่เปลี่ยน
แม้จะเป็นวันหยุดหรือช่วงเทศกาล ก็จะยังได้ราคานี้
ขอเพียงจองให้ทัน ตามคอนเซปต์ “anti-gorgeous, anti-cheap”
ห้องพักแต่ละแบบดีไซน์ให้มีความสงบ
เปิดรับช่องแสงจากด้านนอกไม่มาก มีแสงจากโคมไฟ (ของ MUJI)
และเตียงที่คิดค้นมาอย่างดีว่าจะช่วยให้การนอนหลับของแขกง่ายขึ้น
ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
เฟอร์นิเจอร์ในห้องและในโรงแรมทุกชิ้น ล้วนแต่เป็นของ MUJI ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะบิลด์อิน หรือลอยตัว วัสดุตกแต่งส่วนมากทำจากไม้
ของใช้ ของประดับภายในห้องกระจุกกระจิก
ปากกา ยาสีฟัน Amenity ในห้องน้ำ ช้อนกาแฟ กาต้มน้ำ แก้วน้ำ
อโรม่า โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ เตียง หมอน ที่นอน ผ้าห่ม โคมไฟ
ล้วนเป็นของ MUJI ทั้งสิ้น ขนาดทีวี ก็ยังใช่
มีขนมของมูจิวางไว้ให้ทาน มีกาแฟและชามะลิให้ดื่มฟรี
แต่ชักโครกที่เป็นของ TOTO เพราะมูจิยังไม่ได้ทำชักโครกขาย
ชุดนอนเป็นผ้าลื่นๆ บางๆ เบาสบายดีไซน์แบบมินิมอล
ใส่แล้วน่ารักมาก (ไม่มีใครชม ก็ชมตัวเอง 555) ถ้ามาเป็นคู่คงได้ตีมเสื้อนอนคู่
มีแคทตาล็อกสินค้า MUJI ไว้ในห้อง อยากได้ชิ้นไหน โทรสั่งได้เลย
อาหารเช้าเสิร์ฟอาหารที่นำวัตถุดิบจากฟาร์มเกษตร เน้นทำสดใหม่
ทำรสชาติที่เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด
ใครเคยลองทานที่ MUJI CAFE and MEAL มาก่อนจะเก็ทเลย
หลักการของ MUJI คือ การเลือกสรรวัตถุดิบ / วัสดุที่มีคุณภาพ
เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่เสริมแต่งมากนัก
หรือแม้แต่การนำวัสดุเหลือทิ้งมาคิดค้นใหม่ หาทางปรับปรุง
แล้วนำมากลับมาใช้ให้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามคอนเซปต์
“เรียบง่าย สร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการคิดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
ส่วนวิธีคิดในการทำงานดีไซน์ จะมีปรัชญาการออกแบบคือ
การตอบโจทย์ชีวิตของลูกค้า
เฟ้นหาช่องโหว่ต่างๆ แล้วสร้างอะไรบางอย่างมาเติมเต็ม
ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้หลายคนคิดในใจ “คิดได้ไงอ่ะ”
ลองคิดดูสิว่า 40 ปีที่ผ่านมา มีคนเห็นสินค้าของ MUJI
แล้วจะร้องแบบนี้กี่ครั้ง!?!!
แต่ที่แน่ๆ วันที่ผมเข้าพักที่โรงแรม MUJI GINZA
ผมอุทานเบาๆ มากกว่า 40 ครั้งแน่นอน
อ่านเรื่องราวของโรงแรม MUJI GINZA เพิ่มเติมได้ที่ Blog https://www.kantjournal.com/muji-hotel-ginza-japan ครับ

























คำถามที่พบบ่อย
MUJI Hotel Ginza อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร
MUJI Hotel Ginza ตั้งอยู่ใจกลางย่านกินซ่า โตเกียว บนชั้น 7 ถึง 10 ของอาคารแฟลกชิปสโตร์ MUJI ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น การเดินทางสะดวกมาก เพราะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินกินซ่าเพียงราวสามนาทีเดิน และเดินถึงสถานี JR ยูรากุโชได้ไม่ไกล จากสนามบินนาริตะหรือฮาเนดะสามารถนั่งรถไฟต่อเข้ากินซ่าได้โดยตรง ทำเลกลางย่านช้อปปิ้งและแกลเลอรีระดับโลกทำให้โรงแรมเป็นฐานเดินเที่ยวโตเกียวที่ลงตัว
ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม
ราคาห้องพักของ MUJI Hotel Ginza อยู่ในระดับกลางสำหรับโรงแรมใจกลางกินซ่า เริ่มต้นหลักพันปลายถึงหมื่นต้นบาทต่อคืนขึ้นกับขนาดห้องและฤดูกาล สิ่งที่รวมอยู่คือการได้สัมผัสปรัชญา MUJI แบบเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องนอน เครื่องเขียน ไปจนถึงของใช้ในห้องที่เป็นสินค้าจริงของแบรนด์ ความคุ้มค่าวัดจากดีไซน์ ทำเลกลางเมือง และประสบการณ์แบรนด์ที่หาไม่ได้จากโรงแรมทั่วไป มากกว่าการนับสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา
จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร
จุดเด่นของ MUJI Hotel Ginza คือแนวคิด anti-gorgeous, anti-cheap หรือความงามที่ไม่หรูเกินจริงและไม่ถูกจนด้อยค่า ห้องพักทั้ง 79 ห้องใน 9 รูปแบบใช้วัสดุธรรมชาติ ไม้ และโทนสีเอิร์ธโทนตามภาษางานออกแบบของแบรนด์ รายละเอียดที่น่าสนใจคือการนำหินปูถนนรางรถรางเก่าอายุร้อยปีของโตเกียวและวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในงานตกแต่ง ด้านล่างเชื่อมกับร้าน MUJI ห้าชั้น คาเฟ่ และเบเกอรี ทำให้การเข้าพักกลายเป็นการใช้ชีวิตในโลกของ MUJI อย่างสมบูรณ์



