Japanese Beach Vibes

🏖สิงหาเป็นช่วงหน้าร้อนของญี่ปุ่นครับ🎌

คนไทยไม่ค่อยเที่ยว เพราะบ้านเราก็ร้อนอยู่แล้ว

แต่ถ้าเป็นคนญี่ปุ่น🎏หน้าร้อนจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ที่หลายคนรอคอย👙

“ถ้าใจเรามันเซ … ทะเลคือจุดหมาย”🌊

.

กานต์พานั่งรถไฟจากโตเกียว🚇มุ่งลงไปทาง Izu Peninsula

ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น Best Beach Destination near Tokyo

ชนิดที่ว่าไปเช้าเย็นกลับได้ หรือใครจะค้างสักคืน สองคืนก็ไม่ว่ากันครับ

.

ใช้🎟JP PASS / Tokyo Wide Pass ได้ แต่กานต์ใช้ JR PASS TOHOKU ครับ

คุ้มกว่าเพราะเที่ยวทางภาคอีสานได้ด้วย แถมตั๋วไม่ต้องใช้ติดต่อกัน

วันไหนนั่งรถไฟไปไกลๆ ก็ค่อยหยิบมาแสตมป์ตรา ได้ทั้งหมด 5 วัน‼️

.

อย่างเช่นนั่งรถไฟจากโตเกียวมาแหลมคาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula)

จองขบวน Superview Odoriko จะเก๋มาก

หลังคาโค้ง หน้าต่างกว้าง เป็นกระจก เสพวิวได้เต็มตายันเงยหน้ามองฟ้า

เป็นขบวนท่องเที่ยวที่จองยากไปสักนิด ต้องวางแผนก่อนเดินทางดีๆ นะครับ

.

แต่ทริปนี้ กานต์แวะไปเดินเล่นที่สถานี Atami ก่อน

Atami เปรียบเสมือนเป็นปากประตูสู่แหลม Izu

คนชอบมาแวะเที่ยวชมวิวมุมสูงที่ปราสาท Atami

เดินเล่นที่ชายทะเล Atami Sun Beach

จากนั้นก็เข้าเมืองไปเดินตลาดหาซื้ออาหารทะเลแปรรูปแปลกๆ กลับไทย

.

จากนั้นค่อยนั่งรถไฟขบวน Marine Express ODORIKO ก็ได้เหมือนกัน

เบาะภายในสีแดงเข้ม ตัดสลับสีดำ ผมว่าแต่งสวยดี

ขาไปให้เลือกนั่งฝั่งซ้าย ส่วนขากลับนั่งด้านขวา ก็จะได้เห็นวิวทะเลตลอดทางครับ

.

นั่งสักพักก็ถึงที่ IZU เป็นเมืองชายทะเลที่อากาศดี

เป็นแหล่งรวมบ้านพักตากอากาศชายทะเลยอดนิยม

.

แวะที่ ชายหาด Shirahama เขาเคลมว่าหาดทรายเขาขาว

แต่เอาจริงชายหาดญี่ปุ่นไม่สวย

ความขาวยังสู้อันดามันบ้านเราไม่ได้

แต่ที่นี่กินขาดเรื่องความสะอาดเลยครับ กินแล้วเก็บจนเกลี้ยง

ขยะรกหูรกตาไม่มีให้เห็น

ที่ชอบคือน้ำทะเลที่นี่สีน้ำเงินสด น้ำใสดีครับ

ยิ่งถ้าเป็นซัมเมอร์แบบนี้ วัยรุ่นญี่ปุ่น ออกมาเล่นน้ำทะเลกันเยอะมากครับ

หนุ่มญี่ปุ่นชอบอาบแดดให้ผิวสีแทน

จิบเบียร์ อ่านหนังสือนั่งๆ นอนๆ ริมทะเลกันได้เป็นวัน

เป็นสไตล์การพักผ่อนที่กานต์ชอบมากครับ

.

“I like summer.

I like warmer weather and long days.

I’m one of those silly people who still enjoy lying in the sun

Summer has always been my favourite season. I feel happier.”

.

📌ที่เด็ดคือสุดชายหาดทางเหนือมีศาลเจ้าเล็กๆ อยู่บนโขดหินไดเมียวจินชื่อว่า ศาลเจ้าอิโคนะฮิเมะโนะมิโคโตะ เป็นศาลเจ้าที่มีจุดเด่นเรื่องโชคแห่งการแต่งงาน ดังนั้นคนที่อยากมีโชคเรื่องความรักต้องไปที่นี่สักครั้ง

ป่ะ!! ลุย!!

/ the journalist /

LEISURE TRAVEL x HOTEL LIFESTYLE

website : https://www.kantjournal.com

fanpage : https://www.facebook.com/kantjournal

twitter : https://twitter.com/kantjournal

instagram : https://www.instagram.com/kantjournal

soundcloud : https://www.soundcloud.com/kantjournal

podbean : https://www.podbean.com/kantjournal

#KANT#KΔNT#leisuretravel#hotellifestyle

#journalisttravel#luxurytravel#Atami#IZU

“All I need is a little Vitamin Sea.” — หลายคนบอก

Just only You, me, and the sea.

Happiness is a day at the beach.

Simple but true. Life is just better at the beach. Everything is better at the beach! With no where to go and no where to be, a day at the beach is just what you need.

ญี่ปุ่น ประเทศที่ถูกห้อมล้อมด้วยทะเล แค่นั่งรถไฟออกไปตามแถบชานเมืองก็จะมีทะเลและชายหาดสวย ๆ มากมาย

พอเข้าฤดูร้อน คนญี่ปุ่นนิยมเที่ยวเล่นน้ำทะเล มีทั้งไปแบบครอบครัว เพื่อนสนิท หรือไปเป็นคู่รักเลยล่ะครับ

ชายหาดบางแห่งจะจัดงาน “วันเปิดชายหาด” ด้วย โดยจะกำหนดขึ้นโดยดูจากอุณหภูมิน้ำทะเลและคุณภาพน้ำทะเลเป็นหลัก ซึ่งในวันงานก็จะมีการบวงสรวงบูชาเทพเจ้าขอพรให้ฤดูร้อนในปีนี้ มีความปลอดภัยด้วย เล่นน้ำทะเลกันได้อย่างมีความสุข

คนญี่ปุ่นชอบตกปลาครับ โดยเฉพาะวันหยุดหรือวันที่อากาศดีๆ มักจะไปหากิจกรรมนอกบ้านทำ เคยถามว่าทำไมเลือกมาตกปลา เขาบอกว่า ได้อยู่นิ่งๆ กับตัวเอง และฝึกให้รู้จักการอดทน รอคอย เมื่อปลามากินเหยื่อก็ถือเป็นผลลผลิตจากความอดทนจนสำเร็จ

ทริปนี้ กานต์นั่งรถไฟจากโตเกียวครับ โดยใช้ JR PASS TOHOKU จองขบวน Limited Superview Express Odoriko ปลายทางอยู่ที่สถานี Izukyu-Shimoda

Odoriko แปลว่านางรำ ส่วน Super view ก็คือการออกแบบให้มีหน้าต่างขนาดใหญ่ไปจรดหลังคาให้ชมวิวได้อย่างเต็มตาครับ

ขบวนนี้จะวิ่งบนรางรถไฟของเอกชน Izu Kyuko ซึ่งหากไม่ได้ใช้พาสจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะครับ

รถไฟจะวิ่งผ่านบ้านคนสองข้างทาง แนะนำให้จองที่นั่งทางฝั่งซ้าย จะได้วิวทะเลเพิ่มเติม แต่ก็จะมีลอดอุโมงค์ในบางช่วงจังหวะ

ผมชอบนั่งรถไฟญี่ปุ่นครับ สามารถมองข้างทาง นั่งถ่ายรูปไปด้วยได้ แถมยังอัพลงไอจีได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย

KΔNT : https://www.instagram.com/kantjournal

14 สิงหาคม 2019  · 

ขบวนนี้ กานต์จะลงที่สถานี Atami ก่อนครับ เพื่อจะออกไปเดินเที่ยวชมเมืองและขึ้นเขาไปชมวิวมุมสูงจากปราสาทอาตามิ

สถานีนี้น่ารักดี มีออนเซ็นสาธารณะไว้สำหรับแช่เท้าด้วยครับ

แถวนี้จะมีย่านการค้าของเมืองชื่อ Atami Station Ekimae Heiwa Shopping Street อยู่ติดกับสถานีอาตามิออกมาทางด้านขวา เดินเท้ามาสักนาทีก็ถึงครับ ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย โดยเป็นแหล่งรวมทั้งร้านของกินของฝาก, ร้านขนมญี่ปุ่น, ร้านอาหาร, ร้านอาหารแห้ง และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประจำท้องถิ่น ไว้มาเดินเล่นดูของ ช้อปปิ้งอาหารทะเลแปรรูปได้ครับ เป็นของฝากกลับไทยได้ครับ เดินสบายๆ มีหลังคามุงตลอดทาง ไม่ร้อนมากครับ

อาตามิเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยของฝากมากมายครับ ผมชอบเซมเบ้ หรือว่าข้าวเกรียบ ชอบทานรสกุ้ง กับรสปลาหมึก แล้วก็ซื้อพวกของหมักดอง เพราะญี่ปุ่นจะมีกรรมวิธีการถนอมอาหารที่โดดเด่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจากอาหารทะเล และขนมญี่ปุ่น ซึ่งที่ดังที่สุดก็คือ “ออนเซ็นมันจู” มีให้เลือกหลายร้านเลยครับ

มองจากชายทะเลด้านล่างขึ้นไปยังบนเขาซึ่งจะเห็นตัวปราสาทอยู่ลิบๆ

ซึ่งเอาเข้าจริงตัวปราสาทอาตามิ ผมว่าไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นในแง่ประวัติศาสตร์ แต่ที่ต้องมาเพราะจะนั่งรถขึ้นเขาเพื่อมาชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองอาตามิ ในมุมสูง

คนญี่ปุ่นเปรียบอาตามิ ว่าเหมือน “พัทยา” ที่เมืองไทย คือเดินทางไม่ไกลจากโตเกียว อยู่ทางทิศตะวันออกสุดของจังหวัดชิซุโอกะ ติดกับเขตจังหวัดคานากาว่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลและชายหาด มีโรงแรมรีสอร์ทเยอะ มีบ้านพักตากอากาศ มีแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนชอบเที่ยวกลางวันและกลางคืน มีจุดชมวิวบนเขา คล้ายกับ สทร. บ้านเราด้วยนะ เป๊ะเนอะ!!

อีกหนึ่งไฮไลท์ของอาตามิซึ่งตั้งอยู่ติดกับ Atami Sun Beach เลยก็คือรูปปั้นคันอิจิและโอมิยะ จุดถ่ายรูปสัญลักษณ์ประจำอาตามิ ซึ่งมีที่มาจาก นวนิยายของ “โอซากิ โคโย” เรื่อง “คอนจิกิยาฉะ” ภายในนวนิยายเรื่องนี้มีฉากโอมิยะโนะมัตสึและชายฝั่งทะเลอาตามิปรากฏอยู่ในเรื่อง ทำให้เมืองอาตามิกลายเป็นที่สนใจอย่างมากขึ้น ที่สำคัญ ผมก็เพิ่งรู้ว่า อาตามิเป็นบ้านเกิดของเหล่านักเขียนขึ้นชื่อมากมายในสมัยเมจิ ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งผลิตผลงานชื่อดังไปโดยปริยาย

วิวมองจากบนเขาลงมาเห็น Atami Sun Beach

“My soul is full of longing for the secret of the sea. And the heart of the great ocean. Sends a thrilling pulse through me.”

ฟ้าสีครามกับหาดทรายสีขาว รายล้อมด้วยโรงแรมและเรียวกัง เป็นเมืองที่คึกคักมากครับ

At the beach, life is different. Time doesn’t move hour to hour but mood to moment. We live by the currents, plan by the tides and follow the sun.

วินัยของคนญี่ปุ่นดีมาก รับผิดชอบส่วนรวมก่อน แล้วไม่ลืมที่จะดูแลตัวเอง ขยะตามชายหาดจึงน้อย เมื่อถึงเวลาที่หาดปิด ทุกคนจะเก็บของกลับจนโล่ง เคลียร์มาก

จากนั้นได้เวลาออกจากเมืองอาตามิ มุ่งหน้าสู่ แหลมคาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula) โดยเปลี่ยนไปนั่งรถไฟขบวน Marine Express ODORIKO เบาะภายในสีแดงเข้ม ตัดสลับสีดำ ผมว่าแต่งสวยดี นั่งเลียบทะเลไปเรื่อยๆ ครับ

JR PASS ขึ้นฟรีตามเคย!!

ใช้สูตรเดิมครับ ขาไปให้เลือกนั่งฝั่งซ้าย ส่วนขากลับนั่งด้านขวา ก็จะได้เห็นวิวทะเลตลอดทางครับ

Fishing provides that connection with the whole living world. It gives you the opportunity of being totally immersed, turning back into yourself in a good way. A form of meditation, some form of communion with levels of yourself that are deeper than the ordinary self.

นั่งรถไฟไม่นานนักก็ถึงที่ Izukyu-Shimoda ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของคาบสมุทร IZU
อ่านประวัติศาสตร์มาบอกว่า ญี่ปุ่นโดนอเมริกาบีบบังคับให้เปิดประเทศ ด้วยการส่งนายพล Matthew Perry คุมกองเรือสีดำมากดดันจนต้องยอมติดต่อกับชาติตะวันตก โดยที่นี่คือหนึ่งในสองเมืองแรก และทุกปีที่เมืองนี้จะจัดงาน Black Ship Festival เพื่อจำลองเหตุการณ์ในอดีตครั้งนั้น

เรือจำลองรูปนี้ชื่อว่า Susquehanna กานต์ถ่ายที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟ Izukyu Shimoda ครับ

จากสถานีรถไฟ Izukyu-Shimoda ถ้าจะไปชายหาด Shirahama สามารถรอรถเมล์สาธารณะได้ที่ป้ายหมายเลข 9 ครับ หรือจะเรียกแท็กซี่ไปก็ได้ ถ้าไม่อยากเสียเวลารอรถนานๆ นั่งไปไม่ไกลครับ ราวๆ 10 นาที

Shirahama Beach (白浜海岸) ที่นี่เคลมว่า หาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส เเละด้วยความโค้งของชายหาดเเห่งนี้ทำให้ได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกชายหาดที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง

เดินเล่นเลาะไปตามชายหาดทางตอนเหนือจะเห็นโขดหินไดเมียวจินที่หันหน้าสู่ทะเล บนนั้นมีเสาโทริอิเล็กๆ ริมทะเล ชื่อว่า ศาลเจ้าอิโคนะฮิเมะโนะมิโคโตะตามตำนานบอกว่าเป็นศาลเจ้าที่มีเทพเจ้าผู้หญิงชื่อ อิโคนะฮิเมะโนะมิโคโตะ สถิตอยู่ หากมาที่นี่จะได้สื่อสารกับเหล่าทวยเทพแห่งหมู่เกาะอิสุชิจิโต

ที่นี่ยังเป็นศาลเจ้าที่มีจุดเด่นเรื่องโชคแห่งการแต่งงาน ดังนั้นคนที่อยากมีโชคเรื่องความรักต้องไปที่นี่สักครั้ง

ชายหาด Shirahama Beach (白浜海岸) จะมีเนื้อทรายที่ละเอียดเเละขาว เป็นจุดที่เหมาะอย่างมากสำหรับการมานอนอาบเเดด หรือจะนั่งชิลๆ ชมความสวยงามกับบรรยากาศของทะเล

โดยฝั่งตรงข้ามนั้นก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ เเละร้านสะดวกซื้อที่เตรียมไว้บริการเเก่ผู้ที่มาเที่ยวเเละมาเล่นน้ำที่ชาวหาดเเห่งนี้กันอย่างมากมาย

ชายหาดแห่งนี้คึกคักมาก คนก็เยอะ พ่อค้าแม่ค้าก็มี ขายของกินก็มีให้เลือกไม่ขาดสาย แต่ที่นี่จัดระเบียบได้ดีกมาก ทำให้ไม่เสียอารมณ์ในการเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ เลยครับ

Beach please.

ชายหาดแห่งนี้มีความยาวรวมๆแล้วประมาณ 800 เมตร ซึ่งจะขนานกับถนนสายหลักทำให้เห็นได้ง่ายๆผู้คนมักมาเดินเล่นเพลิดเพลินไปกับหาดทรายและนอนอาบแดด

Life with Sea

การมาเที่ยวทะเลที่ญี่ปุ่นนั้น กานต์ว่าน่าจะเป็นในช่วงเวลากลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งอากาศดีเหมาะเเก่การมาเล่นน้ำ นอนอาบเเดดกันอย่างยิ่ง

ทะเลญี่ปุ่นจึงอาจจะเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยวชมความสวยงามกัน

Izu will let you enjoy all year around but I personally love there during summer because there are amazing beaches and it’s a perfect short summer trip destination from Tokyo.

“Sea you soon.”

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน