จากประสบการณ์ระดับโลกสู่บ้านที่ไม่ต้องเช็คเอาท์
InterContinental Residences Bangkok Asoke
จากที่กานต์ได้เข้าพักโรงแรมมาแล้วหลายร้อยแห่งทั่วโลก สิ่งหนึ่งที่ชอบและมองว่าโดดเด่นของ InterContinental ทั่วโลกคือ “ความสอดคล้องในมาตรฐาน” ท่ามกลาง “เอกลักษณ์ที่แตกต่าง”
.
ไม่ว่าจะเป็น InterContinental Khao Yai ที่ออกแบบด้วยแนวคิดรถไฟหรูสมัยรัชกาลที่ 5, InterContinental Danang ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ หรือ InterContinental Paris – Le Grand ที่แสนคลาสสิกใจกลางมหานครปารีส
.
สิ่งที่ทุกโรงแรมมอบให้เราเหมือนกันคือความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้รู้สึกว่าเราอยากอยู่ที่นี่ InterContinental จึงไม่ใช่แค่การมีห้องพักสวย สระว่ายน้ำใหญ่ หรือร้านอาหารดี แต่คือการที่ทีมงานจำชื่อกานต์ได้ตั้งแต่วันที่สอง การที่เราไม่ต้องขออะไรเพราะทุกอย่างถูกเตรียมไว้ก่อนแล้ว และที่สำคัญที่สุด คือการที่เมื่อออกจากโรงแรม เราจะรู้สึกว่าอยากกลับมาอีก
.
InterContinental เริ่มต้นในปี 1946 สร้างขึ้นภายใต้แนวคิดหลักคือ “Sense of Place” ที่แตกต่างในแต่ละเมือง แต่รักษามาตรฐานเดียวกัน ปัจจุบัน InterContinental มีโรงแรมกว่า 200 แห่งใน 60 ประเทศภายใต้ IHG Hotels Group และพัฒนาจนกลายเป็น New Gen Luxury ที่คนรุ่นใหม่ยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง Byredo หรือการปรับโฉมให้เก๋ขึ้น ดูทันสมัยแต่ยังคงความคลาสสิกที่ไร้กาลเวลา
.
ตลอดจนการพัฒนามาเป็น Residences เช่นที่ InterContinental Residences Bangkok Asoke เพื่อนำเสนอประสบการณ์ในแบบ InterContinental
.
เพราะ InterContinental Residences Bangkok Asoke ไม่ใช่เพียงโครงการคอนโดหรู แต่เป็นการนำเอามาตรฐานและประสบการณ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วเกือบ 80 ปีจากโรงแรม InterContinental ทั่วโลก มาสู่พื้นที่อยู่อาศัยส่วนตัวของเรา
.
ลองนึกภาพตามนะครับ เมื่อได้เป็นเจ้าของที่นี่ ทุกวันจะเป็นวันที่เราจะได้สัมผัสการบริการระดับ InterContinental ไม่ใช่แค่สองคืนสามวันของการเข้าพักโรงแรม แต่เป็นทุกๆ วันตลอดทั้งชีวิต นี่คือการนำ “มาตรฐานโรงแรมระดับโลก” มาสู่การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง ที่ซึ่งความสะดวกสบายระดับ 5 ดาวกลายเป็น “ความปกติ” ไม่ใช่ “ความพิเศษ”
.
การเปิดตัว InterContinental Residences Bangkok Asoke ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง CG Capital กองทุน Private Equity จาก Central Group และ IHG Hotels & Resorts มูลค่าโครงการ 5,500 ล้านบาท
.
กานต์มองว่าสิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือเป็นโครงการ Branded Residences แบบ Standalone แห่งแรกของ InterContinental ในโลก หมายความว่าที่นี่ไม่ใช่คอนโดที่ติดกับโรงแรม แต่เป็นที่พักอาศัยล้วนๆ ที่ได้รับมาตรฐานการบริการและการออกแบบระดับ InterContinental อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกรรมสิทธิ์ Freehold อย่างสมบูรณ์ นี่จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมสำหรับใครที่ต้องการใช้ชีวิตแบบอยู่โรงแรม 5 ดาว ตลอดชีวิต และได้รับความเป็นส่วนตัวและเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์
.
โครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 1.5 ไร่ในซอยสุขุมวิท 16 เป็นอาคารสูง 32 ชั้น แต่มีเพียง 88 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการส่งมอบความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง ในชั้นทั่วไปจะมีเพียง 4 ยูนิตต่อชั้น ส่วนโซนชั้นสูงมีแค่ 2 ยูนิตต่อชั้น และสุดยอดไปกว่านั้นคือชั้น 31 และะชั้น 32 เป็น Penthouse ชั้นละหนึ่งยูนิต นี่คือความหรูหราและการส่งมอบพื้นที่ส่วนตัวอันแสนสงบให้กับเรา ซึ่งเป็น Rare Item มากๆ ในยุคที่คอนโดหรูหลายโครงการมักมีหลายร้อยยูนิต
.
ห้องพักมีให้เลือก 4 แบบ เริ่มจาก 2 ห้องนอนขนาด 139 ตารางเมตร
3 ห้องนอนขนาด 193 ตารางเมตร
3 ห้องนอน Deluxe & Premier ขนาด 236-254 ตารางเมตร (มีเพียง 6 ยูนิตทั้งโครงการ)
และ Mali & Malai Penthouse ขนาด 453-547 ตารางเมตร (มีเพียง 2 ยูนิตทั้งโครงการ)
.
ทุก Unit Layout ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน Master Bedroom มีขนาดใหญ่พร้อม Walk-in Closet ส่วน Living Room, Dining Area และ Kitchen เป็น Open Space สามารถชื่อมต่อกันอย่างลงตัว และยังมีโซน Service แยกออกมาต่างหาก เพื่อให้พื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่รับแขกไม่รบกวนกัน นี่คือการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตของเราได้อย่างแท้จริงไม่ใช่แค่ทำให้ดูดีในแปลนตอนขาย
.
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของโครงการนี้คือเป็น Corner Unit ทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าทุกยูนิตจะได้รับแสงธรรมชาติจากสองด้าน ไม่มีมุมใดในห้องที่เป็นมุมอับหรือมืดสนิท เป็นคุณภาพชีวิตใจกลางเมืองที่เราอยากสัมผัสกับแสงธรรมชาติ ทำให้เกิดความรู้สึกน่าอยู่อาศัยและกลายเป็นความมีชีวิตชีวาใจกลางกรุง นอกจากนี้ ยังออกแบบให้เสาโครงสร้างอยู่ด้านนอกอาคารทั้งหมด ไม่มีเสาอยู่ภายในห้องพัก ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและตกแต่งห้องได้อย่างอิสระ
.
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 40.8 ล้านบาท หรือประมาณ 293,000 บาทต่อตารางเมตร หลายคนอาจแปลกใจเหมือนกานต์ไหมครับว่าราคานี้ถูกเกินไปหรือเปล่า?
.
ถ้าเรามองว่านี่คือ Freehold branded residence ที่มีการบริการระดับโรงแรม 5 ดาว มีที่จอดรถถึง 200% โดยทุกยูนิตได้ Fixed Parking อย่างน้อย 1 คัน พร้อมที่จอดพิเศษสำหรับ Supercar 12 คัน และจุดชาร์จรถไฟฟ้า 20 จุดที่สามารถขยายได้ถึง 50 จุด และที่สำคัญที่สุด คือประสบการณ์และมาตรฐานของแบรนด์ InterContinental ที่ส่งมอบให้ครับ
.
การบริการคือหัวใจหลักที่ทำให้ InterContinental Residences แตกต่างจากคอนโดหรูทั่วไป ที่นี่จะมี IHG Verified Residential Director และทีมงานที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน InterContinental มาคอยดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมง บริการพื้นฐานที่ได้รับโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่ การทำความสะอาดห้องทุกสัปดาห์โดยทีมแม่บ้านมืออาชีพ, Concierge Service ตลอด 24 ชั่วโมง, ช่างซ่อมบำรุงที่พร้อมให้บริการทันทีตลอด 24 ชั่วโมง, บริการรถรับส่ง, บริการส่งอาหารและพัสดุถึงหน้าประตูห้อง, Doorman ที่จำชื่อและใบหน้าของเราได้ และบริการที่สระว่ายน้ำรวมถึงผ้าเช็ดตัวสะอาดที่เตรียมพร้อมไว้เสมอ
.
นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมแบบ a la carte ที่เราสามารถเรียกใช้เมื่อต้องการ เช่น บริการซักรีด, บริการช้อปปิ้งของในซูเปอร์มาร์เก็ต, บริการรับส่งสนามบิน, เทรนเนอร์ส่วนตัว, บริการจัดดอกไม้, Event Organizer หรือแม้แต่ Spa Therapist ที่มาให้บริการถึงห้อง นี่ไม่ใช่ความพิเศษ แต่เป็นเรื่องปกติ ของการใช้ชีวิตแบบ InterContinental ที่ทำให้ทุกวันธรรมดากลายเป็นวันพิเศษได้
.
ที่กานต์ชอบอีกอย่างและมองว่าคุ้มค่ามาก ก็คือทุกยูนิตจะได้รับ Diamond Elite Status ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูงสุดของโปรแกรม IHG One Rewards เราสามารถใช้สิทธิพิเศษได้กับโรงแรมในเครือ IHG กว่า 6,000 แห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Six Senses, Regent, InterContinental, Kimpton หรือ Vignette Collection สิทธิประโยชน์ที่ได้รับรวมถึงการอัพเกรดห้องพักฟรี, ได้เช็คอินก่อนและเลทเช็คเอาท์, มีของต้อนรับพิเศษให้ คิดดูว่าแค่ได้อัพเกรดเป็นห้อง Suite ก็มีมูลค่าคืนละหลายหมื่นบาทแล้ว กลายเป็นมูลค่าที่แท้จริงที่เพิ่มเข้ามาในการได้เป็นเจ้าของที่นี่ครับ
.
ด้านเทคโนโลยีและสุขภาพ ทุกยูนิตติดตั้งระบบกรองอากาศ MERV-13 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล สามารถกรอง PM 2.5 และมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อากาศจากภายนอกจะถูกกรองและทำให้เย็นลงก่อนเข้าสู่ระบบปรับอากาศภายในห้อง ทำให้มั่นใจได้เลยว่าทุกลมหายใจในห้องของเราคืออากาศบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิที่ช่วยประหยัดพลังงานด้วยครับ
.
พื้นที่ส่วนกลางได้รับการออกแบบให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำยาว 25 เมตร, Hot & Cold Plunge Pool, ห้องซาวน่าและสตีม, ฟิตเนส, พิลาทิสและโยคะ สตูดิโอ, ห้องประชุมส่วนตัวพร้อม Pantry, ห้องเล่นเกม, ห้องศิลปะ, Co-Working Space, ล็อบบี้และเลาจน์สำหรับต้อนรับแขก รวมไปถึงห้องพักสำหรับคนขับรถ
.
คุณภาพการก่อสร้างเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่ควรมองข้าม InterContinental Residences Bangkok Asoke ใช้บริษัทสี่พระยาก่อสร้างเป็นผู้รับเหมาหลัก ซึ่งเป็นผู้รับเหมาระดับ Top Tier ของประเทศไทยที่มักรับงานเฉพาะโครงการระดับ Luxury Segment สำหรับของที่ให้ภายในห้อง เช่น ชุดครัวและตู้เสื้อผ้าใช้ Poliform จากอิตาลี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักดีในวงการเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์
.
ทำเลของซอยสุขุมวิท 16 อาจดูธรรมดาสำหรับคนที่ไม่รู้จัก แต่จริงๆ แล้วเป็นหนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดในกรุงเทพฯ ห่างจาก BTS อโศกเพียง 500 เมตร ใกล้ MRT สุขุมวิท และที่สำคัญคือซอยนี้ขนานกับถนนรัชดาภิเษก เชื่อมต่อไปยังถนนพระราม 4 ได้ที่ซอยไผ่สิงโต หรือเชื่อมเข้าซอยสุขุมวิท 22 และ 24 ก็ได้ การมีทางเลือกหลายเส้นทางนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ จริงๆ เพราะช่วยให้หลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดบนถนนสุขุมวิทได้ นอกจากนี้ จุดขึ้น-ลงทางด่วนก็อยู่ใกล้ ทำให้สะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ
.
อีกหนึ่งจุดเด่นที่กานต์ชอบคือ InterContinental Residences Bangkok Asoke อยู่ห่างจากสวนเบญจกิติเพียง 200 เมตรเท่านั้น เราสามารถเดินไปออกกำลังกายที่สวนขนาดใหญ่ มีทะเลสาบและบรรยากาศร่มรื่นได้ทุกวัน และที่สำคัญคือสวนนี้ยังเชื่อมต่อกับสวนลุมพินีอีกด้วยครับ การมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่แบบนี้ในย่านใจกลางเมืองถือเป็นของหายากที่มีค่ามาก นอกจากนี้ ย่านนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติ และศูนย์การค้าระดับโลกอยู่ใกล้เคียง ทำให้เหมาะกับทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน
.
รายงานจาก NPP Realty & Consultants รายงานระบุว่า Thailand’s luxury property market มีมูลค่าประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโต 3.4% ต่อปีจนถึง 2029 (Bangkok Post, 27 มกราคม 2025) และตามรายงานของ CBRE Thailand (ตุลาคม 2025) กรุงเทพฯอยู่ในอันดับที่ 7 ของเมืองที่มี branded residence projects มากที่สุดในโลกส่งผลให้การลงทุนใน branded residences และคอนโดหรูระดับ super-luxury บนย่านไพรม์ของกรุงเทพฯให้ผลตอบแทนจากค่าเช่าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.8% ต่อปี โดยบางโครงการสามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึง 7.9% InterContinental Residences Bangkok Asoke นี้จึงเป็นโอกาสที่น่าสนใจ
.
โครงการจะเปิดขายอย่างเป็นทางการวันที่ 16 พฤศจิกายน 2025 ที่โรงแรม InterContinental Bangkok (ราชประสงค์) เราชอบการเลือกสถานที่จัดงานมาก เพราะจะได้สัมผัสถึงมาตรฐานและบริการของ InterContinental ด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
.
กานต์มองว่า InterContinental Residences Bangkok Asoke ไม่ได้แค่ขายพื้นที่อยู่อาศัย แต่กลับเป็นการส่งมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ มาตรฐานระดับโลก ที่เราจะได้รับในทุกๆ วันโดยไม่ต้องเช็คเอาท์อีกเลย เป็นผู้นำนิยามใหม่ของบ้านสำหรับคนที่ไม่ยอมประนีประนอมกับคุณภาพชีวิต และเข้าใจดีว่าความหรูหราที่แท้จริงไม่ได้มาจากความวิบวับหรูหรา แต่มาจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในทุกๆ วัน
.
เพราะ InterContinental Residences Bangkok Asoke คือบ้านที่ไม่มีวันเช็คเอาท์
.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/47vLrMq

เพราะ InterContinental Residences Bangkok Asoke คือบ้านที่ไม่มีวันเช็คเอาท์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/47vLrMq














