Last Updated: 16 August 2026
ENGLISH SUMMARY
KANT calls the Sunday brunch at Phra Nakhon, Capella Bangkok, the best in the city right now — a rare unqualified endorsement. The review weighs both the food and the value at the riverside restaurant, where guests spread between an air-conditioned room and shaded tables by the water.

นี่คือ Buffet Sunday Brunch ที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ ในเวลานี้
นานๆ ที กานต์ถึงจะยอมการันตีแบบพลีชีพเช่นนี้ให้ แต่ก็เป็นการตัดสินใจบนพื้นความคิดของผมเป็นหลักนะครับ ทั้งอร่อยและคุ้มค่า
เอาเป็นว่า Capella Brunch กานต์ชอบมากครับ
บรรยากาศห้องอาหาร Phra Nakhon
วันอาทิตย์เราตื่นสายกันสักนิด บิดขี้เกียจแล้วขับรถไปที่โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ เลยครับ
ห้องอาหารพระนคร (Phra Nakhon) เปิดตอนเที่ยง ไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อยพบว่ามีแขกมารอเยอะเลยครับ
ที่นั่งมีให้เลือกทั้งแบบในห้องแอร์และ Outdoor ลมพัดเย็นสบาย แขกบางคนก็เลือกนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ เราเริ่มจากเอนจอยกับน้ำผลไม้คั้นสดเย็นๆ ก่อนเลยครับจิบแล้วสดชื่นคลายร้อนได้ดีมาก
เมนูไฮไลท์
อาหารมีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบไลน์บุฟเฟ่ต์และมีเมนูให้เลือกสั่งกับพนักงาน ที่ห้องอาหารพระนครจะเน้นคุณภาพของวัตถุดิบที่สดใหม่และการปรุงที่พิถีพิถันตามแบบตำรับอาหารไทย
ส่วนไฮไลท์เราเริ่มจากล็อปสเตอร์ไม่อั้น เสิร์ฟกันมาเป็นแบบ Seafood Platter 2 ชั้น เนื้อหวานกรอบเด้งดีมาก และยังมีกุ้ง ขาปูอลาสก้ายักษ์มาให้ด้วย กินคู่กันกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสชาติสุดยอดมากครับ ส่วนหอยนางรม Fine de Claire นำเข้าจากฝรั่งเศสก็สามารถสั่งได้ไม่อั้นเช่นกัน
ในเมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยให้สั่ง อาทิ ส้มตำไทย ตำซั่ว กุ้งสะเต๊ะ ลาบหมู ผัดไทปูนิ่ม หมูกรอบผัดพริกเกลือ ข้าวซอยล็อปสเตอร์ ต้มกะทิสายบัว หมกปลา ฯลฯ
อีกหนึ่งสเตชั่นที่ไม่อั้นและได้รับความสนใจมากคือฟัวกราส์ครับ ชิ้นใหญ่มาก ไปเดินดูในไลน์ยังมีเนื้อวากิว A5 เนื้อแกะ มี Homemade Pasta ทำเส้นมาหลายแบบเลยครับ
อีกจุดคือด้านหน้ามีสเตชั่นอาหารญี่ปุ่นทำสด มี Ham Cheese และ Charcuteries มีให้เลือกเยอะมากเลยครับ อีกฝั่งเป็นร้านขนมหวานชื่อดังของทางโรงแรม Kin จะมี เบเกอรี่น่ากินเยอะเลย ส่วนสายขนมไทยก็มีให้ลองเช่นกัน



ปกติแล้วห้องอาหารพระนคร (Phra Nakhon) โรงแรม Capella Bangkok จะเน้นเสิร์ฟอาหารไทยในวันธรรมดา แต่วันอาทิตย์แปลงร่างมาเป็น Capella Brunch เหมือนเป็นงานโชว์เคสที่เน้นของเด็ดของไทยและวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก เพราะว่าเสน่ห์ของห้องอาหารพระนครคือการถ่ายทอดตำรับอาหารไทยทั้ง 4 ภาคจากครัวสู่จานให้เราได้ทานกัน

ห้องอาหารพระนครเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิคจากแหล่งเพาะปลูกและการรับซื้อตรงจากชาวสวน ชาวประมง ทำให้คงคุณภาพเอาไว้ได้เป็นดำเนินไปตามแนวคิด Sustainability อีกด้วยครับ

Capella Sunday Brunch ราคาท่านละ 3,532 บาทถ้วน รวมน้ำดื่ม กาแฟ ชา และน้ำผลไม้

เราขอรีเควสที่นั่งเป็นด้านนอกริมแม่น้ำรับลมสบายๆ มีพัดลมเสริมให้ด้วยครับ พอได้เวลาเที่ยงดนตรีก็เริ่มบรรเลง แขกบางท่านเริ่มเดินไปที่ไลน์บุฟเฟ่ต์ ส่วนเราขอสั่งน้ำส้มมาจิบก่อนเบาๆ แล้วสั่ง Seafood Platter มาก่อนเลยครับ ระหว่างนั้นก็สั่งอาหารอื่นๆ ที่มีให้เลือกในเมนูเยอะเลย ทุกเมนูสามารถสั่งได้ไม่จำกัด
อ่านลิสต์เมนูแล้ว ห้ามใจไม่ไหว เราสั่งกันไปเยอะเลยครับ มีทั้ง ลาบหมู ผัดไทยปูนิ่ม หมูกรอบคั่วพริกเกลือ เส้นหมี่แกงปู ข้าวซอยล็อปสเตอร์ ต้มกะทิสายบัว หมกปลา และที่ขาดไม่ได้คือส้มตำปูปลาร้านัวมาก

จากนั้น ก็ไปเดินสำรวจไลน์อาหารด้านในกันครับ ขนมหวานจะอยู่โซนด้านหน้าทางเข้า ดังนั้น เราจะเริ่มจากไลน์เนื้อกันก่อน

มีสเต๊กเนื้อวากิวไพรม์ริบ A5 กับซี่โครงแกะ ห้องอาหารเตรียมมัสตาร์ดหลายชนิดเอาไว้ให้กินคู่กัน ติดกันเป็นมุมบาร์บีคิว ล็อบสเตอร์ กุ้ง กั้ง หมึก และปลา มีหมูปิ้งด้วยนะครับ
ติดกันเป็นฟัวกราส์ชิ้นใหญ่ เวลาสั่งแนะนำให้หยิบป้ายหมายเลขโต๊ะติดตัวมาด้วยนะครับ จะได้แจ้งพนักงานไว้ เพราะเชฟจะปรุงรสอย่างเรียบง่ายด้วยเครื่องเทศกับน้ำผึ้ง ทุกเมนูเน้นทำสดใหม่ทุกจาน เสิร์ฟคู่กับบริยอชและมัลเบอร์รี มีบริกรนำไปเสิร์ฟให้ถึงที่โต๊ะเลยครับ

แต่ที่กานต์ชอบคือสเตชั่นพาสต้าเส้นสด เชฟจะขึ้นแป้ง นวดและทำเส้นกันสดๆ ใหม่ๆ มีให้เลือกหลายแบบทั้งเส้น ซอส และเครื่องปรุงมากมายให้เราเลือกจับคู่ตามใจชอบ สนุกดีเหมือนกัน แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ให้เชฟจัดมาให้เลยก็ได้ครับ


ด้านหน้าเป็นสเตชั่นอาหารญี่ปุ่นมีทั้งหอยเชลล์ฮอกไกโด ซูชิ ชาซิมิ นิกิริ วัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้ามาเกือบทั้งหมด

สเตชั่นชีสต์ มีให้เลือกทานเยอะมากครับ

ติดกันยังมีถังไม้โอ๊คที่อัดน้ำแข็ง ด้านบนจัดวางหอยนางรมเอาไว้แน่นชั้น

หอยนางรมส่งตรงจากฝรั่งเศส ทั้ง David Herve, Fine de Claire และ Irish เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย เอาใจคนรักหอยนางรมเป็นพิเศษเลยครับ

ได้มาแล้วครับ Seafood Platter ที่มีทั้งล็อปสเตอร์ ขาปูอลาสก้ายักษ์ กุ้งตัวใหญ่ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดจัดจ้านถึงใจ สั่งได้ตลอดครับ

อาหารอื่นๆ ที่สั่งไปก็ทยอยลงโต๊ะเรื่อยๆ แล้วครับ ถือว่าไวอยู่นะ

“Sundays are for brunch.”

ส่วนตัวนอกจากจะประทับใจล็อปสเตอร์แล้ว ยังชอบอาหารญี่ปุ่น ปลาสดดีมาก เนื้อวากิวก็นุ่มดีครับ ส่วนแกะทำออกมาได้ดีไม่มีกลิ่นสาบเลยหอมเครื่องเทศอ่อนๆ รสชาติดีมากครับ

ระหว่างที่นั่งทานอยู่ก็จะมีเชฟเข็นรถอาหารมาตามโต๊ะเพื่อจะปรุงเมี่ยงคำและยำส้มโอสดๆ ให้เราได้ทาน กินเข้าไปแล้วหอมเครื่องปรุง รสชาติครบจบในคำ เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ได้รับครับ

มาถึงไลน์ของหวานกันบ้างครับ มื้อนี้ ถึงจะอิ่มแค่ไหนเราก็ต้องเผื่อพื้นที่ว่างเอาไว้ให้กับขนมหวานเสมอครับ สามารถสั่งชาหรือกาแฟ มาทานคู่กับขนมหวานได้นะครับ
ไฮไลท์คือมี Pastry และ Bakery จากร้านขนม Kin อันเลื่องชื่อ

เรายังสั่งเพิ่มเป็น มูสช็อคโกแล็ตแพสชั่นฟรุ๊ต ด้านบนขึ้นรูปเป็นนกดูสวยหรู ดูแพงมาก และยังมีช็อกโกแลตซูเฟล่ ชีสเค้ก สตรอว์เบอร์รีกับอัลมอนด์เมลบา ทิรามิสุชาเขียว มองต์บลัง เครมบรูเล ชูครีม

นอกจากนี้ ยังมีสเตชั่นขนมไทยที่เชฟทำกันสดๆ เช่น บัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวมูนสังขยา วุ้นกะทิ ขนมครกสิงคโปร์ ฯลฯ

ใกล้จะอิ่ม แต่เห็นเชฟเข็นรถมาอีกแล้ว คราวนี้เป็นตาของไอศกรีมกะทิใส่เครื่องครับ ไม่น่าจะอดใจไหวขอรับน้ำใจเชฟไว้สักถ้วยนะครับ รสชาติหอมหวานมันดีมากครับ
ได้ทานไอศกรีมปิดท้ายในมือกลางวันช่างเป็นการเติมเต็มมื้อนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

อ่านต่อ — รีวิว Capella Bangkok · รีวิว Lord Jim’s ห้องอาหารตำนานสไตล์อาร์ตเดโค @Mandarin Oriental Bangkok · รวมรีวิวร้านอาหารและไฟน์ไดนิ่งโดย KANT



