Monday 17 August 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  TASTE  ·  30 May 2024

รีวิว Lord Jim’s ห้องอาหารตำนานสไตล์อาร์ตเดโค @Mandarin Oriental Bangkok

Words & Photography ·
รีวิว Lord Jim’s ห้องอาหารตำนานสไตล์อาร์ตเดโค @Mandarin Oriental Bangkok — Lord Jim 3.

Last Updated: 16 August 2026

EDITORIALQuick Facts: รีวิว Lord Jim’s ห้องอาหารตำนานสไตล์อาร์ตเดโค @Mandarin Oriental Bangkok
LocationBangkok, Thailand
ByKANT
Updated16 Aug 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews Lord Jim's at Mandarin Oriental, Bangkok — a 48-year institution long called 'the living room of Bangkok.' Named for the Joseph Conrad character (Conrad once stayed at the hotel), its Art Deco room of brass, marble and teak evokes dining aboard a grand liner, with the Chao Phraya just beyond the glass.

Lord Jim’s (ลอร์ด จิมส์) ที่แมนดาริน โอเรียนเต็ล กานต์​มองว่าเป็นเหมือนตำนานของร้านอาหารหรูในโรงแรมไทยเลยครับ เพราะตลอดระยะเวลา 48 ปี ที่นี่กลายเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของนักเดินทาง นักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จนได้รับสมญานามว่าเป็น “ห้องนั่งเล่นของกรุงเทพฯ” ไปเสียแล้ว

Lord Jim’s เป็นชื่อของกะลาสีเรือ ตัวละครซึ่งมาจากปลายปากกาของนักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ Joseph Conrad ซึ่งเคยมาพักที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อปี พ.ศ. 2431

บรรยากาศและอาหาร

เมื่อเข้ามาด้านใน เราได้พบการตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกหรูหราเหมือนมาทานอาหารในเรือสำราญสไตล์อาร์ตเดโค โดดเด่นด้วยวัสดุสีทองเหลืองและหินอ่อน ตัดกับสีน้ำเงิน โถงทางเข้าประดับด้วยไม้สักให้สัมผัสถึงธรรมชาติ ถ้าใครนั่งโต๊ะริมกระจกจะมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ฟีลมากยิ่งขึ้นครับ

ช่วงเย็นห้องอาหารจะเสิร์ฟเป็นเมนู a la carte นำโดยทีมเชฟมากประสบการณ์ของลอร์ด จิมสที่ได้บรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ปรุงด้วยกรรมวิธีและสูตรลับตามแบบฉบับของ Lord Jim’s เสิร์ฟมาให้เราได้ลิ้มลองกัน และยังมีให้เลือกทั้งแบบ 3 คอร์สและ 4 คอร์ส เพื่อให้เราได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางไปพร้อมกับกะลาสีเรือ JIM เจ้าของชื่อห้องอาหาร Lord Jim’s ซึ่งมีตั้งแต่อาหารทะเลสดและเนื้อย่างไปจนถึงอาหารนานาชาติและฟัวกราส์ทอด pan-fried อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lord Jim’s

ข้อมูลร้าน

ห้องอาหาร Lord Jim’s เปิดบริการมื้อค่ำ ทุกวัน ​เวลา 18.30 – 22.30 น.

สำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่าน Mandarin Oriental, Bangkok โทร. 02-659-9000

ห้องอาหาร Lord Jim’s ตกแต่งโดยเน้นสีเหลืองทองให้ฟีลเหมือนทานอาหารอยู่ในเรือสำราญหรู และเลือกใช้สีน้ำเงินที่สื่อถึงน้ำทะเล แต่ยังมีที่นั่งในบางมุมที่เพิ่มความน่าสนใจด้วยเบาะผ้าไหมสีแดงอมส้ม เมื่อสะท้อนกับแสงแดดในช่วงเวลาเย็นๆ จะเป็นสีสันที่ทำให้ห้องอาหารดูโดดเด่นและน่าสนใจมาก

ห้องอาหาร Lord Jim’s ขึ้นชื่อเรื่องเสต๊กเนื้อชั้นเลิศและซีฟู๊ดที่สดจากแหล่งวัตถุดิบ ดังนั้นอยากแนะนำให้สั่ง Seafood Tower มาลองทานกันก่อนเลยครับ

Jeffrey Wilkes เป็นดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบตกแต่งอาคารริเวอร์ วิงและห้องอาหาร Lord Jim’s โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรือสำราญสไตล์อาร์ตเดโค ที่มีความโค้งมนของไม้และทองเหลือง 

Lord Jim’s ยังได้ปรับโฉมโลโก้เสียใหม่ ดีไซน์คล้ายกับแผงสวิชตช์ในห้องคอนโทรลเรือ โดยตัวอักษรด้วย L ออกแบบให้มีลักษณะใบของเรือ ส่วนตัวอักษร J จะพริ้วไหวคล้ายการเคลื่อนตัวของท้องเรือ ที่โอบอุ้มทุกอย่างเอาไว้ นำพาเราล่องลอยและเพลิดเพลินไปกับอาหารทุกจานภายใต้การดูแลของเชฟ Steen Nagel Nielsen ชาวเดนมาร์ก

เราเดินเข้าไปภายในห้องอาหาร ด้านในสุดเป็นชุดที่นั่งสีน้ำเงินตัดกับสีน้ำตาลจากไม้ ผนังเป็นกระจกใสบานใหญ่แบบพาโนรามิคให้เราได้ดื่มด่ำไปกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ที่มีเรือล่องนาวาผ่านไปมาจริงๆ และ Lord Jim’s ก็เปรียบเสมือนเรืออีกหนึ่งลำที่กำลังล่องอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้

อยากแนะนำให้สั่ง Seafood Tower มาเรียกน้ำย่อยกันก่อนครับ มีให้เลือกทั้งแบบ 2 ท่านและ 4 ท่าน ซึ่งในเซ็ทจะมีทั้ง กุ้งเครย์ฟิช กุ้งลายเสือ กุ้งแม่น้ำ เนื้อปู หอยนางรม หอยแมลงภู่นำเข้าและหอยเชลล์ เรายังสามารถสั่ง Boston Lobster มาเพิ่มในทาวเวอร์ได้อีกด้วยครับ

Pan Seared Foie Gras (ฟัวร์กราส) เป็นอาหารจานแรกที่อยากแนะนำ สำหรับที่มาทานห้องอาหาร Lord Jim’s ต้องสั่งเลยครับ ตับห่านหั่นมาชิ้นความหนากำลังพอดีไม่บางจนย่างแล้วดูแห้งเกินไป มีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ทานกับซอสองุ่นสูตรพิเศษของห้องอาหารเข้ากันได้ดีมาก

อาหารเรียกน้ำย่อยจานต่อมา เราสั่งเป็น Grilled Cod Fish เชฟนำปลาคอดไปย่างไฟอ่อน จากนั้นราดด้วยซอสครีมหอมหัวใหญ่ รสชาติหวานกำลังดี มีปลาโอแห้งของญี่ปุ่นโรยมาให้ด้วย ท๊อปด้วยผักเคลหรือคะน้าใบหยิกที่เชฟนำไปย่างให้หอมและกรอบ

อาหารจานหลักเราสั่งเป็นเสต๊กเนื้อครับ กริลล์มาได้เพอร์เฟคมากสมกับความเป็นต้นตำรับของอาหารจานเนื้อที่นักเดินทางทั้่วโลกต่างอยากมาลิ้มลองสักครั้ง บริกรบรรจงราดซอสอย่างตั้งใจซึ่งก็มีให้เลือกหลายตัวมาก จะสั่งเป็นซอสตัวหลักหรือจะทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยๆ ก็มีให้เลือกเช่นกัน

สามารถสั่งเครื่องดื่มเพิ่มเติมได้ครับ เมื่ออาหารจานหลักเราเป็นเนื้อ แน่นอนว่าเราควรต้องสั่งไวน์แดงมาจิบคู่กัน 

ที่ Lord Jim’s เองก็มีไวน์นำเข้าหลายฉลากจากผู้ผลิตไวน์ชั้นนำทั่วโลก บอกเลยว่า Sommelier ของที่นี่เลือกไวน์ได้เนี๊ยบมาก สามารถแนะนำไวน์ให้เราเอาไว้กินกับอาหารแต่ละตัวได้เข้าและเสริมรสทุกจานเลยครับ

เมนูของหวานเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าของหวานจาก แมนดาริน โอเรียนเต็ล อร่อยและไม่เคยทำให้ผิดหวัง เมนูของหวานในคอร์สจะเป็น Strawberry & Champagne สีสันหวานละมุนน่าทานดีมากครับ

เชฟแนะนำของหวานอีกจานให้ลองทานเป็นไอศกรีมทานคู่กับสตอเบอรี่สด ที่นำไปเกลสกับน้ำตาล ก่อนตักจะต้องราดด้วยซอสสตอเบอรี่สีสดลงไป จานนี้ให้รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้ดีมากครับ

จบคอร์สแล้วเชฟยังเสิร์ฟ Petits Fours เป็นการส่งท้าย เราสามารถสั่งชาหรือกาแฟ มาทานคู่กันได้ด้วยครับ

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.