ก่อนปี 1889 คำว่าโรงแรมหรูในลอนดอนแปลว่าห้องกว้างกับพนักงานจำนวนมาก หลังจากนั้นคำเดียวกันแปลว่าไฟฟ้า ลิฟต์ และห้องน้ำในห้องพัก


คนที่เปลี่ยนนิยามคือ Richard D’Oyly Carte นักธุรกิจโรงละคร เขาเอากำไรจากอุปรากรของ Gilbert and Sullivan มาสร้างโรงแรมติดกับ Savoy Theatre ของตัวเอง เปิดวันที่ 6 สิงหาคม 1889 บนถนน Strand แล้วจ้าง César Ritz มาเป็นผู้จัดการ กับ Auguste Escoffier มาคุมครัว สองชื่อนี้คือคนที่วางมาตรฐานงานบริการและงานครัวของโรงแรมหรูทั้งอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา


กานต์มองว่าเรื่องของ The Savoy เป็นเคสธุรกิจมากกว่าเรื่องของโรงแรม คนทำโรงละครคนหนึ่งมองออกว่าคนดูอุปรากรต้องการที่พักแบบไหน แล้วสร้างมันขึ้นมาข้างโรงละครตัวเอง


โรงแรมแรกของอังกฤษที่มีไฟฟ้าทั้งหลัง
สิ่งที่ The Savoy ใส่มาตั้งแต่วันเปิดคือไฟฟ้าทั่วทั้งอาคาร ลิฟต์ไฟฟ้า ห้องน้ำในห้องพักเกือบทุกห้อง และน้ำร้อนน้ำเย็นที่ไหลตลอดเวลา ทั้งหมดนี้เป็นของใหม่สำหรับอังกฤษในปี 1889 และเป็นเหตุผลที่โรงแรมแห่งนี้ถูกเรียกว่าโรงแรมหรูแห่งแรกของประเทศ


ปัจจุบันโรงแรมมีห้องพักและสวีท 268 ห้อง ตัวอาคารปิดปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อธันวาคม 2007 แล้วกลับมาเปิดอีกครั้งวันที่ 10 ตุลาคม 2010 งานบูรณะใช้งบราว 100 ล้านปอนด์ ออกแบบโดย Pierre-Yves Rochon ทำงานร่วมกับ ReardonSmith Architects


วิธีทำงานของโครงการนี้คือรื้อกลับไปหาโครงสร้างเดิม วางระบบอาคารใหม่ทั้งชุด จัดผังภายในใหม่ แล้วบูรณะหรือทำซ้ำองค์ประกอบงานออกแบบเดิมที่มีค่าเอาไว้ ผลที่ออกมาคือโรงแรมที่ยัง Classic ทั้งที่ระบบข้างในเปลี่ยนไปหมดแล้ว


ถนนสายเดียวในอังกฤษที่ต้องขับชิดขวา
ทางเข้าโรงแรมคือ Savoy Court ถนนสั้น ๆ ที่แยกออกจาก Strand และเป็นถนนสายเดียวในสหราชอาณาจักรที่รถต้องขับชิดขวา เรื่องนี้มีพระราชบัญญัติรองรับเป็นการเฉพาะ


เหตุผลอยู่ที่ผังของพื้นที่ Savoy Theatre ตั้งอยู่ทางขวามือของถนนเส้นนี้ การให้รถวิ่งชิดขวาทำให้แท็กซี่ส่งคนดูละครลงตรงหน้าโรงละครได้เลยโดยไม่ต้องกลับรถหน้าโรงแรม แล้วพอวิ่งวนกลับออกมาก็รับผู้โดยสารจากฝั่งโรงแรมต่อได้พอดี รถวิ่งแบบนี้มากว่าร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ยุครถม้าจนถึงยุคแท็กซี่


กานต์ชอบรายละเอียดนี้มาก เพราะเป็นตัวอย่างที่ชัดว่างานออกแบบประสบการณ์ที่ดีบางครั้งไปไกลถึงขั้นแก้กฎจราจรของประเทศ


American Bar และหนังสือค็อกเทลที่ยังพิมพ์อยู่
American Bar เปิดในปี 1893 เดิมทำขึ้นเพื่อรองรับแขกอเมริกัน ปัจจุบันนับเป็นบาร์ค็อกเทลที่เก่าแก่ที่สุดในลอนดอนที่ยังเปิดอยู่ คนที่ทำให้บาร์นี้กลายเป็นศูนย์กลางสังคมลอนดอนช่วงทศวรรษ 1920 ถึง 1930 คือ Harry Craddock ที่เข้ามารับตำแหน่ง Head Bartender ในปี 1925


ผลงานที่อยู่ยงที่สุดของเขาคือ The Savoy Cocktail Book ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1930 รวมสูตรไว้ 750 สูตร และยังพิมพ์ขายอยู่จนถึงทุกวันนี้ สูตรที่คนรู้จักกันดีจากเล่มนี้มีทั้ง White Lady, Corpse Reviver #2 และ Dry Martini เกร็ดที่คนมักเข้าใจผิดคือ Craddock ไม่ใช่คนอเมริกัน เขาเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด


Kaspar แมวไม้ตัวที่สิบสี่
ปี 1898 Woolf Joel นักธุรกิจเหมืองเพชรชาวแอฟริกาใต้จัดมื้อเลี้ยงอำลาที่ The Savoy แขกคนหนึ่งยกเลิกกะทันหัน เหลือคนนั่งโต๊ะพอดีสิบสามคน ความเชื่อในสังคมยุค Victorian และ Edwardian บอกว่าเมื่อสิบสามคนกินข้าวร่วมโต๊ะ คนที่ลุกจากโต๊ะเป็นคนแรกจะตายก่อน Joel หัวเราะกับเรื่องนี้ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเขาถูกยิงเสียชีวิตในออฟฟิศที่โจฮันเนสเบิร์ก


กลางทศวรรษ 1920 คณะกรรมการโรงแรมจึงว่าจ้าง Basil Ionides ให้แกะแมวสูงสามฟุตจากไม้ Plane เพียงท่อนเดียว ตั้งชื่อว่า Kaspar เวลามีคณะสิบสามคนนั่งโต๊ะเดียวกัน พนักงานจะยก Kaspar มานั่งเก้าอี้ตัวที่สิบสี่ ผูกผ้ากันเปื้อนที่คอ แล้วเสิร์ฟอาหารให้ครบทุกคอร์ส พร้อมชุดจาน แก้ว และช้อนส้อมของโรงแรมเต็มชุด
ธรรมเนียมนี้ยังใช้อยู่ ส่วนตัว Kaspar เมื่อไม่ได้ออกงานจะประจำอยู่ที่ทางเดินโซน Private Rooms
Savoy Grill และมื้อกลางวันวันอาทิตย์
Savoy Grill อยู่ในความดูแลของ Gordon Ramsay ห้องอาหารตกแต่งสไตล์ Art Deco เมนูวางอยู่บนรากอังกฤษผสมฝรั่งเศส คู่กับไวน์ลิสต์ที่หนาพอตัว วันอาทิตย์มีเมนูพิเศษสำหรับมื้อกลางวันโดยเฉพาะ
วันที่กานต์ไปจองโต๊ะไว้บ่ายสองโมง แล้วก็เต็มทุกโต๊ะ ที่นี่ไม่จองแล้วเดินเข้าไปแทบไม่มีทางได้ที่นั่ง จานที่สั่งคือ Classic Beef Wellington เพราะอยากชิมสูตรต้นตำรับของ Ramsay มานาน มาก่อนเวลานัดสักหน่อยกลับดี เพราะได้เดินดูตัวโรงแรมก่อน ชั้นล่างมีห้องน้ำชาที่ต้องจองล่วงหน้าเช่นกัน
แท็กซี่จากย่านกลางเมืองใช้เวลาราวสิบห้านาทีถ้าไม่ติด จอดหน้าประตูแล้วมีพนักงานมาเปิดประตูรับ ติดกันคือ Savoy Theatre
เด็กยกกระเป๋าชื่อ Guccio Gucci
ปี 1898 เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดจากฟลอเรนซ์ชื่อ Guccio Gucci เดินทางมาลอนดอนแล้วได้งานที่ The Savoy ตำแหน่งพนักงานยกกระเป๋า ก่อนขยับไปเป็นพนักงานประจำลิฟต์ งานทั้งสองอย่างทำให้เขาได้เห็นกระเป๋าเดินทางหนังของแขกระดับบนทุกวัน
สิ่งที่เขาเก็บกลับอิตาลีคือรสนิยมของลูกค้ากลุ่มนั้น ปี 1921 เขาเปิดร้านเครื่องหนังของตัวเองที่ฟลอเรนซ์ กลายเป็นจุดตั้งต้นของแบรนด์ Gucci ทุกวันนี้ที่ The Savoy มีร้าน Gucci Valigeria อยู่ชั้นล่าง และมี Royal Suite ที่ตกแต่งด้วย Gucci Décor Collection
ในเชิงแบรนด์ กานต์ว่านี่คือ Brand Story ที่หายากมาก เพราะทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์จากเรื่องเดียวกัน โรงแรมได้ตำนาน แบรนด์ได้จุดกำเนิดที่จับต้องได้ และจุดกำเนิดนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมให้คนเดินเข้าไปดูได้จริง
มุมมองแบรนด์
สิ่งที่ทำให้ The Savoy ต่างจากโรงแรมเก่าแก่ทั่วไป คือทุกองค์ประกอบที่คนพูดถึงล้วนเป็นของที่โรงแรมสร้างขึ้นเองแล้วรักษาไว้ ถนนที่ขับชิดขวา หนังสือค็อกเทลที่ยังพิมพ์อยู่ แมวไม้ที่ยังทำหน้าที่ และเด็กยกกระเป๋าที่กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก
ของพวกนี้ซื้อไม่ได้ และงบบูรณะ 100 ล้านปอนด์ก็สร้างขึ้นใหม่ไม่ได้ สิ่งที่งบก้อนนั้นทำได้คือรักษามันเอาไว้ให้ยังทำงานต่อ
คำถามที่พบบ่อย — The Savoy London
The Savoy อยู่ที่ไหน และเดินทางไปอย่างไร
โรงแรมตั้งอยู่บนถนน Strand กลางลอนดอน ทางเข้ารถคือ Savoy Court ถนนสั้น ๆ ที่แยกจาก Strand และเป็นถนนสายเดียวในสหราชอาณาจักรที่รถต้องขับชิดขวา มีพระราชบัญญัติรองรับเป็นการเฉพาะ เหตุผลคือ Savoy Theatre ตั้งอยู่ทางขวามือ แท็กซี่จึงส่งคนดูละครลงหน้าโรงละครได้โดยไม่ต้องกลับรถหน้าโรงแรม วันที่กานต์ไปนั่งแท็กซี่จากย่านกลางเมืองใช้เวลาราวสิบห้านาที จอดหน้าประตูแล้วมีพนักงานมาเปิดประตูรับ
The Savoy มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์โรงแรม
เปิดวันที่ 6 สิงหาคม 1889 สร้างโดย Richard D’Oyly Carte ด้วยกำไรจากอุปรากรของ Gilbert and Sullivan นับเป็นโรงแรมแรกของอังกฤษที่ติดไฟฟ้าทั้งอาคาร มีลิฟต์ไฟฟ้า มีห้องน้ำในห้องพักเกือบทุกห้อง และมีน้ำร้อนน้ำเย็นไหลตลอดเวลา ผู้จัดการคนแรกคือ César Ritz ส่วนหัวหน้าครัวคือ Auguste Escoffier ปัจจุบันมีห้องพักและสวีท 268 ห้อง ปิดปรับปรุงเมื่อธันวาคม 2007 แล้วกลับมาเปิดวันที่ 10 ตุลาคม 2010 ด้วยงบราว 100 ล้านปอนด์
มีอะไรที่ควรไปดูหรือไปลองบ้าง
American Bar เปิดมาตั้งแต่ปี 1893 เป็นบาร์ค็อกเทลเก่าแก่ที่สุดในลอนดอนที่ยังเปิดอยู่ Harry Craddock ที่มาคุมบาร์ในปี 1925 เขียน The Savoy Cocktail Book รวม 750 สูตร ตีพิมพ์ปี 1930 และยังพิมพ์ขายถึงทุกวันนี้ ฝั่งห้องอาหารคือ Savoy Grill โดย Gordon Ramsay ตกแต่งสไตล์ Art Deco วันอาทิตย์มีเมนูพิเศษมื้อกลางวัน ต้องจองล่วงหน้าเพราะเต็มตลอด อีกจุดที่คนมองข้ามคือ Kaspar แมวไม้สูงสามฟุตที่โรงแรมยกมานั่งเก้าอี้ตัวที่สิบสี่เวลามีคณะสิบสามคน



