Pimalai -Resort & Spa — Pimalai 3 e

Pimalai -Resort & Spa

PROPERTYQuick Facts: Pimalai -Resort & Spa
TypeLuxury Property
ByKANT
Updated20 May 2026

กานต์เพิ่งกลับจาก “พิมาลัย” ทริป 4 วัน 3 คืน

ตอนคุณเกด (เจ้าของ) เล่าว่า แขกหลายคนกลับมาที่นี่ทุกปี

ทีแรกก็คิดว่าจริงเหรอวะ !?!!

แต่สุดท้ายก็เข้าใจได้แล้วว่า … ทำไม

นี่เป็นการมาพิมาลัยครั้งที่ 5 ของกานต์ เฉลี่ยแล้วมาปีละครั้ง

5 ครั้ง 5 ปี และทุกครั้งกานต์กลับมาด้วยความรู้สึกเดียวกัน เพราะพิมาลัยไม่ได้ขายห้อง ไม่ได้ขายวิว ไม่ได้ขายแม้แต่ชายหาด

แต่พิมาลัยขาย “เวลา”

ในยุคที่อุตสาหกรรมโรงแรมไทยกำลังแข่งกันเปิดเชนต่างชาติ พร้อมจ่าย brand premium ให้กับโลโก้โรงแรมดังๆ แต่พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา (Pimalai Resort and Spa) กลับเลือกอยู่ตรงนี้ที่เดิม ไม่เคยย้ายตัวเข้าเชนไม่เคยรีแบรนด์และไม่เคยเปลี่ยน positioning ตามคลื่นกระแส

จากสนามบินกระบี่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถของรีสอร์ต ผ่านสะพาน สวนยาง สวนปาล์ม ผ่านตลาดท้องถิ่น

กว่าจะมาถึงถึงตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่ก็ใช้เวลาอีกสักพัก

แต่กานต์กลับมอบว่า ระยะทางนี้คือสิ่งที่พิมาลัยใช้กรองแขก โดยไม่ต้องใช้ราคา และในระยะเวลา 5 ปีที่กานต์มาที่นี่ ระยะทางนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน คนต้อนรับที่สนามบิน คนขับ น้ำเย็นและผ้าเย็นที่ส่งให้ในรถยังคงเป็นแบบเดิม เพิ่มเติมคือมีไวไฟและเช็คอินผ่านแอพบนรถได้เลย

พิมาลัยตั้งอยู่บนอ่าวบากันเตียง (Ba Kantiang Bay) เกาะลันตา เปิดมาจะ 25 ปีแล้วครับ ไฮไลท์คือชายหาดส่วนตัวเกือบ 900 เมตร และไหล่เขาที่ลาดลงสู่ทะเลแบบทำมุมเฉียง

และนี่คือจุดที่ design กับ land strategy ของพิมาลัยเริ่มทำงาน

พิมาลัยไม่ได้สร้างรีสอร์ตลงบนที่ดินผืนใหญ่ แต่พิมาลัย สร้าง landscape ที่บังเอิญมีรีสอร์ตซ่อนอยู่ในนั้น

ทริปนี้กานต์เลือกพัก Hillside Ocean View Private Pool Villa ภายใต้แพ็กเกจ Thai Resident 4 วัน 3 คืน

ทั้ง 5 ครั้งที่มา กานต์เคยลองหลายห้องประเภท แต่ Hillside Pool Villa คือห้องที่รู้สึกว่าพิมาลัยทำออกมาได้ลงตัวที่สุด

สถาปัตยกรรมเป็น tropical modernism ใช้ Thai hardwood กับ stone cladding หยิบ texture ของหน้าผาบนเกาะมาเล่นต่อ

พิมาลัยได้ Green Globe certification มานานมากตั้งแต่ในยุคที่ sustainability ยังเป็น CSR ไม่ใช่ marketing pillar

สิ่งที่กานต์ชอบที่สุดในห้อง คือ proportion ของสระว่ายน้ำส่วนตัว ยาวพอจะ “ว่าย” ได้จริง ไม่ใช่ plunge pool ขนาดอ่างจากุซซี่ที่หลายรีสอร์ตใช้คำว่า pool villa อย่างฟุ่มเฟือย

ระเบียงเปิดออกไปเห็นอ่าวบากันเตียงเต็มตา ไม่มีอาคารใดบดบัง

กานต์อยากพูดเรื่องจำนวนคืนตรงนี้ครับ

เพราะ 5 ปี 5 trip ที่ผ่านมา กานต์เคยลองทั้งแบบ 2 คืน 3 คืน และ 4 คืน

2 คืน คือ getaway สั้นเกินไป กลับบ้านมาแบบยังไม่ทันได้พักเหนื่อย

4 คืน เริ่มรู้สึกว่ามีเวลาให้ใช้มากเกินจำเป็น (แต่มีแขกหลายท่านเลือกพักกันยาวๆ ที่นี่ก็มีนะ)

สำหรับกานต์ 3 คืน คือจำนวนที่ลงตัวที่สุดสำหรับวิลล่าแบบนี้

คืนแรก พักผ่อนจากการเดินทาง เปิดประตูออกระเบียง สั่ง room service มากินบนเตียง ฟังเสียงคลื่น เปิดเมนูสปาตอน 5 ทุ่มแล้วเริ่มจองทรีตเมนต์ตอนก่อนกลับ

คืนที่ 2 ใช้ชีวิตในวิลล่า นั่งปั่นงานบนระเบียงตอนเช้า อ่านหนังสือริมสระตอนสาย ว่ายน้ำ 2 รอบก่อนเที่ยง บ่ายแก่ๆ ลงไปเดินชายหาด เย็นกลับมาแช่สระในวิลล่าอีกรอบช่วงก่อน sunset

คืนที่ 3 หลังออกเรือชมเกาะ นั่งปล่อยจอยปล่อยใจ ตอนเย็นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ Heritage Bar และทานข้าวต่อที่ห้องอาหาร Seven Sea

วันที่ 4 ทานอาหารเช้าเสร็จ แว๊บไปนวดที่สปา จากนั้นตอนเที่ยงก็นั่งเรือกลับเข้าฝั่งเตรียมบินกลับกรุงเทพ เพราะที่รีสอร์ตมีเรือและรถรับส่งให้บริการฟรีด้วยครับสำหรับแพ็กเกจนี้

พิมาลัยอาจจะไม่ใช่รีสอร์ตที่ดีในความหมายของรีวิวทั่วไป แต่พิมาลัยคือ proof of concept ของ 𝐐𝐮𝐢𝐞𝐭 𝐋𝐮𝐱𝐮𝐫𝐲 เวอร์ชั่นไทย ที่ไม่ต้องเรียกตัวเองว่า Quiet Luxury เพราะเป็นแบบนี้มา 25 ปี ก่อนคำนี้จะฮิตเสียอีกครับ

และปีหน้ากานต์ก็จะกลับมาที่นี่อีก — เป็นครั้งที่ 6

สนใจจองที่ LINE @pimalai ครับ (มีเครื่องหมาย @ ด้านหน้าด้วยนะครับ)

ดูข้อมูลเพิ่มเติม www.pimalai.com

หรือโทร +66 2 320 5500

.

📸✨ ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th

พิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา ตั้งอยู่บนอ่าวบากันเตียง (Ba Kantiang Bay) เกาะลันตา เปิดมาจะ 25 ปีแล้วครับ
ตัวรีสอร์ตจัดวางวิลล่าและห้องพักไปตามทิวเขาและขนานยาวไปกับหน้าชายหาดที่กว้างถึง 900 เมตร มีความ private สูงมาก

จริงๆ ชอบมากระบี่นะครับ เพราะเงียบสงบไม่พลุกพล่าน ยังมีความเป็นธรรมชาติสูง มีจิตวิญญาณคนท้องถิ่นที่ยังคงอยู่

นี่คือสระที่เรามาว่ายตอนเช้าทุกครั้งที่มาพิมาลัย เป็นมุมที่ทำให้รู้สึกว่ารีสอร์ตทั้งหมดทอดยาวไปจรดทะเลในเฟรมเดียวกัน

อ่าวที่กานต์เคยมานั่งดูพระอาทิตย์ตกมาแล้วหลายครั้งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แต่ทุกครั้ง สีของท้องฟ้าก็ไม่เคยซ้ำกันสักครั้งเลย ตอนเช้าจนถึงเที่ยงท้องฟ้าและน้ำทะเลจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีฟ้าอ่อนๆ ไปจนถึง blue sky และน้ำทะเลสีสวยมาก

การเดินทาง เรานั่งเครื่องมาลงที่สนามบินกระบี่นะครับ จากนั้นจะมีพี่เจ้าหน้าที่ถือป้ายคอยต้อนรับและนำไปส่งที่รถเพื่อมายังท่าเรือส่วนตัวของพิมาลัย ทำให้ไม่ต้องลำบากในการต่อคิวขึ้นเรือ จากนั้นก็จะนั่งเรือสปีดโบ๊ทไปที่รีสอร์ตกันต่อครับ

ในการเดินทางจากท่าเรือฝั่งกระบี่ถึงรีสอร์ตมีทั้งวิธีการนั่งเรือข้ามมาฝั่งเกาะแล้วต่อรถตู้ หรือนั่งเรือยาวมาต่อเลยครับ แล้วแต่จังหวะน้ำขึ้นน้ำลง

แต่ใดๆ ทั้งหมดนี้รวมในแพ็กเกจที่เราเลือกมาครับ

สอบถามแพ็กเกจ แอดไลน์ @pimalai ได้เลยครับ

ใช้เวลานั่งเรือมาไม่นานก็ถึงหน้ารีสอร์ตครับ อลังการดาวล้านดวงมากเว่อร์ มองเห็นที่พักลดหลั่นกันไปแทรกตัวอยู่ในเขา ด้านหน้าเป็นทะเลอันดามันใหญ่ หาดทรายกว้าง

ถึงแล้วพิมาลัย รีสอร์ต แอนด์ สปา กลับมาบ้านที่เราคิดถึงกัน

เช็คอินที่ lobby ก่อนนะครับ เป็นแบบ Open air ลมพัดเย็นทั้งวัน แต่ก็มีไอร้อนแผดเข้ามาบ้างในบางจังหวะ ได้ผ้าเย็นกับ welcome drink ก็สดชื่นละครับ

lobby ใหญ่เว่อร์วัง มานั่งเล่นอ่านหนังสือได้นะครับ

เราพักฝั่ง hillside ต้องนั่งรถขึ้นไปบนเขาประมาณ 5-10 นาทีครับ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

วิลล่าของเราตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้สีเขียวหนาทึบ หลังคาทรงไทยประยุกต์สีน้ำตาลอิฐดูเข้ากันได้ดีกับป่ารอบตัว การออกแบบจัดวางตัวอาคารแยกเป็นหลังๆ แบบนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวของแขกที่มาพักแล้ว ยังทำให้รู้สึกเหมือนได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ

นั่งพักผ่อนบนศาลา มองเห็นสระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่าที่เปิดรับวิวทะเลแบบไม่มีอะไรบดบัง มีรูปปั้นพ่นน้ำรูปปลาตั้งขนาบอยู่ตรงขอบสระ แสงแดดสะท้อนผิวน้ำสีฟ้าใสเชื่อมต่อไปกับเส้นขอบฟ้าและเกาะแก่งด้านนอก เป็นสเปซที่นิ่งและผ่อนคลายสายตามากครับ

ภายในห้องนอนเน้นสไตล์ไทยโมเดิร์นที่ดูอบอุ่น โครงหลังคาไม้โชว์ความสูงทำให้ห้องดูโปร่ง จุดเด่นคือเตียงนอนสี่เสาพร้อมมุ้งสีขาวโปร่งตา ด้านหน้าจัดวางเดย์เบดตัวยาวและเบรกความขรึมของงานไม้ด้วยหมอนอิงสีส้มอิฐ พร้อมแจกันดอกไม้สดที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ห้อง

มุมนี้เชื่อมต่อระหว่างห้องน้ำและพื้นที่พักผ่อน ไฮไลท์คืออ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดหน้าต่างกระจกบานโต แช่น้ำไปมองวิวต้นไม้และทะเลด้านนอกไปได้พร้อมๆ กัน แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเต็มที่ทำให้ห้องดูสว่างและน่าใช้งาน

ห้องน้ำกว้างขวางและดูเรียบร้อยมาก มีการแยกพื้นที่ใช้งานชัดเจน เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเป็นแบบคู่ (His & Her) ตัวฐานไม้ดีไซน์ส่วนโค้งเว้าแบบคลาสสิก กระจกบานใหญ่ซ่อนไฟรอบกรอบให้แสงที่นุ่มนวล พร้อมตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวที่จัดสรรไว้อย่างเป็นสัดส่วน

มุมนั่งเล่นกึ่งเอ้าท์ดอร์ใต้ชายคาวิลล่า จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งทานของว่างหรืออ่านหนังสือ แสงแดดยามบ่ายสาดเข้ามาเป็นเส้นสายสร้างมิติบนพื้นระเบียงไม้ ข้างๆ เป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวที่มองออกไปเห็นวิวอ่าวสีฟ้าคราม

พักผ่อนสักพัก บ่ายแก่ๆ ก็มานั่งเล่นที่ Pimalai HERITAGE ป้ายตัวอักษรสีทองบนพื้นป้ายโลหะสีเข้มตอกหมุดดูคลาสสิกและมีเรื่องราว ฉากหลังเบลอให้เห็นบรรยากาศด้านในบาร์ที่เปิดไฟสีวอร์มไลท์นวลตา ชวนให้อยากเดินเข้าไปสัมผัสบรรยากาศด้านใน

ภายใน Pimalai Heritage ออกแบบหลังคาทรงสูงรับลมได้ดี รอบด้านติดตั้งประตูกระจกบานเฟี้ยมที่เปิดรับวิวได้ตลอดแนว การจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างอาร์มแชร์และโซฟาทำได้หลวมๆ ดูสบายใจ ตรงกลางโดดเด่นด้วยแชนเดอเลียร์งานจักสานชิ้นใหญ่ที่ดึงเอาเสน่ห์ของงานคราฟต์ท้องถิ่นมาใช้ได้อย่างมีรสนิยม

ชอบบรรยากาศของ Pimalai Heritage มาก เน้นการเปิดรับแสงธรรมชาติ ผนังกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานทำหน้าที่เหมือนกรอบรูปบานยักษ์ที่โชว์วิวทะเลอันดามันแบบพาโนรามา

ยังคงจิตวิญญาณพิมาลัยเอาไว้ครับ ด้านในเป็นมุมห้องสมุดและแกลเลอรีที่ดูอบอุ่นและสุขุม ชั้นวางของบิวท์อินจัดวางเครื่องปั้นดินเผา โทรฟี่รางวัล และของสะสมอย่างเป็นระเบียบ ผนังตรงกลางตกแต่งด้วยภาพถ่ายขาวดำเล่าเรื่องราวในอดีต มีโต๊ะท็อปหินอ่อนและรูปปั้นช้างแกะสลักตั้งเป็นประธานอยู่กลางห้อง แสงไฟสีเหลืองนวลช่วยสร้างมู้ดที่ดูสงบนิ่งและน่าค้นหาครับ

ใครจองแพ็กเกจ 4 วัน 3 คืนมา จะแถมอาฟเตอร์นูนทีด้วยนะครับ มีทั้งแบบไทยและสากลให้เลือก และเรายังสั่งของทานเล่นมานั่งกินระหว่างรอชมวิวพระอาทิตย์ตกด้วยครับ

ตอนบ่ายแก่ๆ แสงแดดเริ่มอ่อนตัวลง สะท้อนผิวน้ำด้านนอก ตัดกับความเย็นสบายและโทนสีอบอุ่นของเฟอร์นิเจอร์ไม้ด้านในได้อย่างลงตัว

แขกที่มาพักกำลังนั่งดื่มด่ำกับเครื่องดื่มและวิวพระอาทิตย์ตกที่ Pimalai Heritage Bar แสงสีทองฉาบไปทั่วท้องฟ้าและผืนน้ำ เป็นช่วงเวลา Magic Hour ที่สะกดทุกคนให้หยุดนิ่ง เป็นการเสพความสุขจากธรรมชาติที่แท้จริ

snap ภาพ Silhouette มา สวยมาก

บรรยากาศภายใน Pimalai Heritage บาร์และเลานจ์ในช่วงพลบค่ำ ไฟแชนเดอเลียร์งานจักสานถูกเปิดขึ้นสร้างความโดดเด่นให้กับโถงบาร์ แสงไฟสีวอร์มไวท์ช่วยขับให้สเปซนี้ดูอบอุ่นและคลาสสิกมากขึ้น เป็นอีกหนึ่งมุมที่เหมาะมานั่งจิบเครื่องดื่มก่อนจะไปทานอาหารค่ำกัน

ช่วงเวลาหัวค่ำ ผนังกระจกใสบานใหญ่เปิดให้เห็นวิวท้องฟ้าและทะเลที่เปลี่ยนสีไปตามช่วงเวลา การจัดแสงภายในห้องที่พอดีไม่สว่างจ้าเกินไป ช่วยเน้นวิวภายนอกให้โดดเด่น และยังคงมู้ดความผ่อนคลายเอาไว้

ดินเนอร์เราจะทานกันที่นี่ครับ The Seven Seas Wine Lounge & Restaurant ซึ่งตั้งอยู่บนระเบียงกว้างริมสระว่ายน้ำ การจัดโต๊ะที่ประณีตพร้อมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม

มาแอบทักทายเชฟระหว่างเตรียมมื้อค่ำ เชฟกำลังพิถีพิถันราดซอสลงบนสเต็กปลาชิ้นโต ไปจนถึงการจัดแต่งทาร์ทาร์ลงบนแผ่นแป้งกรอบๆ เป็นภาพที่กระตุ้นความอยากอาหารได้ดีทีเดียว

สั่งเครื่องดื่มมาดื่มคู่กับอาหารด้วยนะครับ ที่นี่ไวน์ลิสต์เยอะมาก

วิวจากด้านบนทางเดินก่อนไปห้องอาหารครับ แสงเย็นสวยมาก

The Seven Seas เป็นห้องอาหารเช้าของเราด้วยครับ เป็นห้องอาหารที่อาหารอร่อยและได้วิวสวยมาก

ที่นั่งมีหลากหลายมุมนะครับ จะเป็นมุมด้านหน้าที่มองเห็นวิวทะเลแบบนี้ก็ได้ แต่อาจจะต้องมาไวนิดนึง เพราะเป็นมุมมหาชน

หรือชอบแบบไม่ค่อยมีคนแย่งก็มานั่งด้านหลังครับเป็นวิวเขาที่โอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

ไฮไลต์คือผนังที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะเท็กซ์เจอร์นูนต่ำโทนสีเหลืองทอง ลวดลายใบไม้และดอกไม้ ดึงเอาความสดใสของพรรณไม้เมืองร้อนมาไว้บนผนังได้อย่างมีชั้นเชิง เป็นมุมที่นั่งทานมื้อเช้าไป รับพลังงานดีๆ ไปได้อย่างเต็มเปี่ยม

ไลน์บุฟเฟต์ที่ถูกจัดวางอย่างประณีตบนเคาน์เตอร์ฐานไม้แกะสลักรูปช้างสุดคลาสสิก โซนนี้จะเป็นขนมอบ เบเกอรี่ ด้านหลังมีอาหารหลากหลายให้เลือก

ด้านในมีห้องแยก ไลน์อาหารเช้าที่อลังการ ภายในดูหรูหราด้วยแชนเดอเลียร์ทรงกระบอกฉลุลายสีฟ้าคราม สเตชั่นอาหารจัดแบ่งหมวดหมู่ไว้บนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างเป็นระเบียบ การซ่อนไฟหลืบหลังผนังระแนงไม้ช่วยเพิ่มมิติให้สเปซดูอบอุ่นและมีระดับ

รวมภาพมื้อเช้าที่เน้นคุณภาพมากกว่าแค่ปริมาณ ตั้งแต่วาฟเฟิลและแพนเค้กทำสดใหม่ในตะกร้าสาน น้ำมะเขือเทศสกัดเย็นจากฟาร์มออร์แกนิค “ริมปิง” ส่งตรงจากเชียงใหม่ที่แช่เย็นไว้ตลอดเวลา ไปจนถึง Eggs Benedict ที่ซอสฮอลแลนเดซเคลือบไข่ดาวน้ำมาแบบกำลังดี สีสันและหน้าตาน่าทานมากครับ

ทานข้าวเช้าเสร็จก็ลงมาที่ สระอินฟินิตี้ใต้ศาลาหอระฆัง ทอดสายตามองออกไปสู่เส้นขอบฟ้า เป็นโมเมนต์แห่งการพักผ่อนแบบไม่ต้องทำอะไรเลย (The Art of Doing Nothing) ปล่อยให้สถาปัตยกรรมและธรรมชาติทำหน้าที่ฮีลลิ่งจิตใจ

Daybed ไม้บุเบาะหนานุ่ม มุมโปรดของเรา จัดวางเรียงรายเป็นระเบียบใต้ร่มคันใหญ่สีขาวสะอาดตา เติมความกิมมิคเล็กๆ ด้วยผ้าเช็ดตัวขอบสีเหลืองม้วนวางเตรียมไว้ให้ เป็นมุมที่เชิญชวนให้มานอนอาบแดด อ่านหนังสือ หรือแค่นอนฟังเสียงลมเสียงคลื่นก็มีความสุขแล้ว

สระว่ายน้ำมี 2 โซนนะครับ สระแรกอยู่ Hill Side ภาพจากมุม Top View ทำให้เราเห็นฟอร์มของสระว่ายน้ำที่ล้อไปกับแนวหน้าผาและผืนป่าด้านล่างได้อย่างชัดเจน สระสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีเขียวของต้นไม้ มีสระจากุซซี่ทรงครึ่งวงกลมยื่นออกไป เป็นดีไซน์ที่เคารพบริบทของพื้นที่และสร้างประสบการณ์การว่ายน้ำที่เหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างแท้จริงครับ

สระว่ายน้ำโซนบนจะเดินลงมาด้านล่างจากห้องอาหารและบาร์นะครับ มุมนี้โชว์การเล่นระดับของพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ มีการใช้เส้นสายของบันไดเป็นสถาปัตยกรรมที่ดูสะอาดตา ผสมผสานกับหลังคาทรงไทยประยุกต์ การจัดวางเตียงอาบแดดพร้อมร่มตามจุดต่างๆ ดูเป็นระเบียบ เป็นสเปซที่ให้ความรู้สึกแกรนด์แต่ไม่ละทิ้งความผ่อนคลาย

มุมนี้ Signature ของรีสอร์ตเลยครับ

สระว่ายน้ำส่วนกลางอีกจุดจะอยู่ Beach Side ถูกโอบล้อมด้วยความเขียวขจีของทิวพร้าวและป่าไม้ เป็นการวางผัง (Master Plan) ที่ชาญฉลาด สถาปัตยกรรมแทรกตัวอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

มองจากด้านในสระออกไปหน้าหาดจะเห็นสระว่ายน้ำทอดตัวขนานกันไป มีศาลากลิ่นอายแบบทรอปิคอล ให้เรานั่งแช่น้ำชมพระอาทิตย์ตกกันได้ที่นี่ครับ

สระว่ายน้ำช่วง sunset สวยมาก ผิวน้ำในสระเต้นระยับสะท้อนแสงสีทองของพระอาทิตย์ ตัดกับเงาซิลลูเอทของต้นมะพร้าว เป็นโมเมนต์แห่งการปลีกวิเวก ให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองในความเงียบสงบตามนิยามของ Quiet Luxury จริงๆ

ด้วยความที่ชายหาดค่อนข้างยาวเกือบกิโลเมตร จึงเป็นจุดที่ชอบมาวิ่งออกกำลังกายช่วงเช้าหรือเย็นได้สบายเลยครับ

หรือหากใครจะใช้บริการฟิตเนสที่นี่ก็มีเช่นกัน ยิมใหญ่เว่อร์มาก

นอกจากนี้ยังมีสนามเทนนิสอีกด้วยครับ สามารถจองคอร์ดใช้บริการผ่าน Guest Service ได้เลยครับ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่อยากแนะนำคือ กิจกรรม Island Hopping ของทางรีสอร์ต ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกครับ สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อจองเรือก่อนได้เลยเมื่อมาถึง

เรือจะจอดให้เราทำกิจกรรมดำน้ำตื้น เลือกจุดจอดเรือได้ดีมาก โอบล้อมด้วยเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่าน แสงแดดที่ลอดผ่านยอดเขาลงมาตกกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ความลักชูรีที่แท้จริงในมุมมองของผม คือการพาตัวเองมาอยู่ในจุดที่ธรรมชาติยังคงความบริสุทธิ์และสวยงามระดับนี้ได้ครับ

ชอบภาพนี้มาก ซูมอินเข้าไปเราจะเห็นรายละเอียดของธรรมชาติ ฝูงนกนางนวลทะเลที่เกาะกลุ่มพักพิงอยู่บนโขดหินที่เต็มไปด้วยเปลือกหอย ซ่อนตัวอยู่ใต้เพิงผาหินปูนขนาดใหญ่ เป็นภาพที่สื่อให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศรอบๆ เกาะ ซึ่งหาดูได้ยากในแหล่งท่องเที่ยวที่พลุกพล่าน

บริการทริปออกทะเลของที่นี่เน้นความเป็นส่วนตัวและสะดวกสบาย ใครมาหลายคนจองแบบส่วนตัวเหมาลำได้เลยครับ รับรองว่าจะทำให้เส้นทางระหว่างการเดินทางมีความสุนทรีย์ไม่แพ้จุดหมายปลายทางเลยครับ

ได้เวลาก่อนค่ำเราก็กลับถึงรีสอร์ตครับ มองจากในเรืออกไปจะเห็นตัวอาคารและวิลล่าค่อยๆ ไต่ระดับไปตามความลาดชันของภูเขา แทรกตัวกลมกลืนไปกับผืนป่าสีเขียวเข้ม โดยมีชายหาดสีทองทอดยาวเป็นฉากหน้า เป็นงานออกแบบที่ถ่อมตัวและยอมสยบให้กับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

เท่าที่ดูจะเห็นว่าเตียงผ้าใบและร่มชายหาดจะวางค่อนข้างห่างกันนะครับ เนื่องจากหน้าหาดกว้าง ทำให้แขกแต่ละคนได้ซึมซับความสงบของตัวเอง เป็นการนิยามคำว่า Privacy ผ่านการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม

บริเวณชายหาดมี Beach Center ด้วยนะครับ มีกิจกรรมให้เลือกทำเยอะเลย พายเรือคายัค แพดเดิลบอร์ด ก็มี จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและดูแลอยู่ครับ

มีเรือใบให้เช่าล่องไปในทะเลด้วยนะครับ แอบเก็บภาพมาสวยมาก เรือตัดกับแสงสะท้อนระยิบระยับของผิวน้ำช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงสีทองที่ฉาบไปทั่วทั้งภาพให้มู้ดที่โรแมนติกและเปี่ยมไปด้วยเอนเนอร์จี้ดีๆ

ช่วงพระอาทิตย์ตกคือไฮไลท์เลยครับ เราจะเห็นแขกมานั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกๆ กันริมชายหาดเต็มไปหมด แสงทองของวิวทำให้เรารู้สึกอบอุ่น เป็นช่วงเวลาที่เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง แต่พระอาทิตย์ก็ตกไวเว่อร์

Beach Bar เมื่อมองจากมุมบันไดด้านบนลงมาจากสระว่ายน้ำ ดีไซน์โครงสร้างไม้ทรงกลมที่เปิดโล่งรอบด้าน ทำให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบๆ ไม่ว่าจะมองจากมุมด้านหลังที่เห็นการซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้

ตอนเย็นๆ เราชอบมานั่งชิลล์ที่นี่กันบรรยากาศดีมากเว่อร์ ด้านหน้าบาร์จะเปิดรับวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกแบบพาโนรามา เป็นบาร์ที่ไม่ได้ตะโกนความหรูหรา แต่นำเสนอความชิลระดับพรีเมียมได้อย่างลงตัว

สั่งเครื่องดื่มมาจิบสักแก้ว

หน้าหาดจะมีห้องอาหารชื่อรักษ์ทะเล Rak Talay บรรยากาศแบบชิดติดริมชายหาด มาทานอาหารช่วงเย็นกันที่นี่ครับ

ห้องอาหารค่อนข้างกว้างมีทั้งมุมด้านใน สามารถนั่งในห้องปรับอากาศได้ หรือมุมด้านนอกริมทะเลที่อาจจะต้องจองก่อนล่วงหน้าสำหรับมุมนี้

ถ้ามารักษ์ทะเลต้องสั่งเมนูซีฟู๊ดครับ เพราะของสดดีมาจากชาวประมงที่เกาะลันตา ชอบคารามารีและทอดมันกุ้งมากๆ

วิวจากห้องอาหารจะเห็นบรรยากาศของ sunset กลางทะเล มีเรือน้อยใหญ่จอดเรียงราย มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและผืนน้ำที่ถูกย้อมด้วยสีเหลืองทองของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน เป็นภาพที่สงบและทรงพลังมากครับ

จริงๆ ที่พิมาลัยจะมีอีกห้องอาหารนะครับ ชื่อ Spice and Rice เปิดเป็นมื้อเช้าในบางวันที่แขกเยอะ และมีบุฟเฟ่ต์ไนท์ด้วยครับ เป็นห้องอาหารที่ตกแต่งสวยคลาสสิกเป็นการผสมผสานกลิ่นอายความพื้นถิ่น (Local Touch) เข้ากับความหรูหราได้อย่างมีชั้นเชิง เป็นศิลปะการนำเสนอที่น่าชื่นชมครับ

ไลน์อาหารเยอะมาก เน้นอาหารไทย 4 ภาคเลยครับ ชอบข้าวซอย ส้มตำ รสชาติจัดจ้านดีมาก ส่วนคุณฝรั่ง เท่าที่สังเกตจะชอบแกงเขียวหวานกับข้าวเหนียวมะม่วงนะ

ก่อนกลับกรุงเทพ เราแวะมานวดที่สปา กันก่อนครับ พิมาลัย สปา ออกแบบให้เป็นเหมือนหมู่บ้านสปา (Spa Village) ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าฝนเขตร้อน มีลำธารและน้ำตกเล็กๆ ไหลผ่าน คอนเซปต์หลักคือการดึงเอาธรรมชาติมาช่วยบำบัดร่วมกับการนวดแผนไทยและเทคนิคร่วมสมัย ซึ่งการันตีด้วยรางวัลระดับโลก

สปาออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ สองข้างทางขนาบด้วยพรรณไม้เมืองร้อนฟอร์มสวย ทันทีที่เราก้าวขึ้นบันไดไม้และมองเห็นศาลาหลังคามุงจากอยู่ด้านหน้า มันเหมือนเป็นการค่อยๆ ปรับโหมดจิตใจและทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง นี่คือวิธีคิดของการทำแบรนด์สปาที่ชาญฉลาด การใช้ธรรมชาติเป็นตัวนำทางคือความหรูหราในนิยามของ New Luxury ครับ

ห้องทรีตเมนต์หลังคามุงจากแทรกตัวอยู่ท่ามกลางดงใบไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกที่เงียบสงบมากๆ

ตอนนวดไม่ได้ถ่าย เพราะอยากให้เวลาพักผ่อนเต็มที่กับตัวเองครับ นวดเสร็จก็มาแช่จากุซชี่กันต่อ เติมความสดชื่น

สำหรับกานต์แล้ว พิมาลัยไม่ได้พยายามสร้างสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่เพื่อเอาชนะบริบทดั้งเดิม แต่กลับเลือกที่จะสร้างพื้นที่แห่งความสงบที่โอบรับคุณภาพชีวิต เป็นรีสอร์ตที่เข้าใจความหมายของการพักผ่อนอย่างดีเลยครับ เหมาะแก่การมาเยือนที่นี่สักครั้ง เพราะจะเป็นประสบการณ์ที่ช่วยรีชาร์จพลังงานและตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบมีรสนิยมได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

สอบถามและจองโปรคนไทยแอดไลน์ @pimalai ได้เลยครับ

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน