Monday 17 August 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  THAILAND  ·  CHIANG MAI  ·  18 Dec 2023

รีวิว INTERCONTINENTAL CHIANG MAI The MAE PING

Words & Photography ·
อาคารโรงแรมหลังใหญ่ยามพลบค่ำ ขนาบด้วยต้นปาล์มและไฟอบอุ่น

Last Updated: 15 August 2026

HOTELQuick Facts: รีวิว INTERCONTINENTAL CHIANG MAI The MAE PING
LocationChiang Mai, Thailand
TypeLuxury Hotel
KANT Rating4.7/5
ByKANT
Updated15 Aug 2026

ENGLISH SUMMARY

InterContinental Chiang Mai The Mae Ping is a five-star city hotel in central Chiang Mai, a contemporary reworking of the former Imperial Mae Ping. This KANT review covers its Lanna-influenced design, its pool and dining, and its convenient base for exploring the old city. Rates start around THB 6,400 per night.

สรุปตรง

InterContinental Chiang Mai The Mae Ping คือโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองเชียงใหม่ เปิดให้บริการกลางปี 2023 บนอาคารอดีต Imperial Mae Ping Hotel ที่อยู่คู่เมืองมากว่า 30 ปี มีห้องพักและสวีทรวม 240 ห้อง ค่าห้องเริ่มต้นราว 6,400 บาทต่อคืน งานออกแบบภายในโดย PIA Interior ที่ตีความมรดกล้านนาผ่านไม้ไผ่ ไม้แล็กเกอร์ และงานโลหะ มองเห็นเมืองเก่าและดอยสุเทพ จุดที่กานต์ประทับใจคือการรักษาความทรงจำของโรงแรมเดิมไว้ในอาคารที่รีแบรนด์ใหม่ เหมาะกับนักเดินทางที่ชอบเมืองเชียงใหม่ คู่รัก และคนที่มองหาโรงแรมในเมืองที่มีกลิ่นอายล้านนา

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
Locationเชียงใหม่
Priceเริ่มต้นราว 6,400 บาท/คืน
ภาพปกรีวิว InterContinental Chiang Mai The Mae Ping เผยเจดีย์ขาวท่ามกลางสวนปาล์ม

จุดบรรจบของ Luxury กับ Heritage ที่ลงตัวที่สุด

INTERCONTINENTAL CHIANG MAI The MAE PING

ถือเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่กานต์รอคอยอยากจะเข้าพักเลยครับ สำหรับโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง ซึ่งเป็นโรงแรมหรูที่สุดในเชียงใหม่และเป็นอินเตอร์คอนฯ แห่งแรกในภาคเหนือ

โรงแรมเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เลยอยากจะนำประสบการณ์เข้าพักมาเล่าให้ฟังครับ

การเดินทางถือว่าสะดวกรวดเร็วจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ให้รถโรงแรมไปรับเป็น Mercedes Benz GLC ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ถึงครับ

โรงแรมอยู่ใจกลางเมืองย่านท่าแพ วันอาทิตย์มีถนนคนเดินคึกคักมาก นักท่องเที่ยวเยอะ เดินไปคลองแม่ข่าได้ประมาณ 600 เมตร หรือจะช้อปปิ้งที่ไนท์บาร์ซาก็ได้

เมื่อไปเช็คอิน พนักงานเสิร์ฟ Welcome Drink จากนั้นเราจะได้ตีฆ้อง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเอาฤกษ์เอาชัยตามคติความเชื่อของลานนา อีกทัังโรงแรมอยู่ติดกับวัดช่างฆ้อง โรงแรมก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยอนุรักษ์โบราณสถานจึงถือเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป

ผมชอบเคาน์เตอร์เช็คอินที่ออกแบบผนังคล้ายกับฐานเจดีย์สีทองของวัดพระธาตุดอบสุเทพราชวรวิหาร ดูอร่ามและสร้างความประทับใจสามารถบอกเล่าเรื่องราวของโรงแรมได้ทันที เพราะคอนเซปต์ของที่นี่คือ Living Museum พิพิธภัณฑ์มีชีวิต เพราะหยิบยกเอาเรื่องราวของสล่า (หรือช่าง ในภาษาเหนือ) มาเป็นองค์ประกอบของการออกแบบและตกแต่ง เราจึงเห็นชิ้นงานโบราณประดับอยู่ทั่วโรงแรม ตั้งแต่ ทางเข้า ล็อบบี้ ผนัง โถงทางเดิน ห้องอาหาร ห้องพักไปจนถึงห้องน้ำ!!!

ทุกพื้นที่ของโรงแรม จึงบอกเล่าเรื่องราวศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอันรุ่งโรจน์ของเชียงใหม่ที่มีความสวยงาม ปราณีต เป็นงานคราฟท์แบบล้านนา ซึ่งได้ร่วมกับชุมชนต่างๆ ในการสร้างสรรค์ชิ้นงานมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้

ระหว่างทางเดิน เราจะผ่านงานจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนภาพไว้คล้ายกับวัดในเชียงใหม่ โดยเฉพาะโถงที่ขึ้นไปห้องบอลรูม ถือว่าวิจิตรงดงามมากครับ

ส่วนในห้องพักก็ประดับด้วยงานศิลปะแบบล้านนาเช่นกัน เป็นงานที่ร่วมกับสล่า (ช่าง) ในชุมชนไม่ว่าจะเป็น ชิ้นงานเครื่องเงินของชุมชนวัวลายที่ประดับบริเวณหัวเตียง งานแกะสลักไม้บริเวณราวแขวนผ้าและขาโต๊ะซึ่งเป็นไม้ท่อนขนาดใหญ่จากชุมชนบ้านถวาย หมอนอิงและเบาะนั่งเป็นผ้าทอลายแบบคนเมืองเหนือและมีงานฉลุ งานแกะสลัก งานเครื่องเขินของชุมชนบ้านนันทาราม อีกหลายจุด ประดับประดาด้วยแจกันดินเผา เครื่องเขิน เครื่องเงิน หลากหลายแบบดูอลังการ มองออกไปจากห้องจะเห็นวิวดอยสุเทพที่มีฉากหน้าเป็นชุมชนในเมืองเชียงใหม่

อีกหนึ่งจุดน่าสนใจที่ผมชอบคือ Kam Lobby Lounge (คำ ล็อบบี้เล้าจ์) ซึ่งนำอัตลักษณ์จากเทศกาลยี่เป็งมาประดับตกแต่งเหนือเพดานในรูปแบบของโคมไฟแบบล้านนาร่วมสมัย ตอนบ่ายแก่ๆ เวลาที่แสงแดดสาดผ่านม่านสีขาวเข้ามา ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเล้าจน์ที่นำพาเราย้อนอดีตไปในสมัยก่อน Vibes ดีสุดๆ เหมาะกับการจิบชายามบ่ายหรือดื่มคอคเทลเบาๆ ในช่วงพรีดินเนอร์

ห้องอาหารและอาหารเช้า

ติดกันเป็นห้องอาหาร Gad Lanna (กาดลานนา) นำเอาคอนเซปต์ของกาด หรือตลาดที่มีของกินให้เราได้เลือกมากมาย ภายในตกแต่งได้สวยงามหรูหราเช่นกัน นำเอา elements ของความเป็นภาคเหนือมาตกแต่งไว้ทุกจุดตั้งแต่ฝ้าเพดาน งานโต๊ะ เก้าอี้ไม้บุผ้า มีที่นั่งด้านนอกในสวนยามเช้าอากาศดีมาก มองออกไปเห็นเจดีย์และโบสถ์เก่าของวัดช่างฆ้อง ซึ่งดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับโรงแรม

เราทานมื้อเช้ากันที่นี่ เป็นแบบ Live Kitchen ส่วนกลางวันและมื้อเย็นเสิร์ฟอาหารเหนือต้นตํารับที่ปรุงด้วยวัตถุดิบออร์แกนิกตามฤดูกาลจากโครงการหลวงและฟาร์มในท้องถิ่น ส่วนตัวผมชอบข้าวซอยผัดแห้งกับเซ็ทน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วที่สุด ทานแล้วถึงเชียงใหม่จริงๆ

กานต์พาไปชมภาพที่ถ่ายมาฝากกัน พร้อมกับชวนอ่านแคปชั่นในเรื่องราวของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง ใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://chiangmai.intercontinental.com

INTERCONTINENTAL CHIANG MAI The MAE PING

เมื่อความ Luxury มาบรรจบกับ Heritage

อาคารโรงแรมหลังใหญ่ยามพลบค่ำ ขนาบด้วยต้นปาล์มและไฟอบอุ่น

โรงแรมโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ท่าแพ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ เดินทางง่าย ไม่ไกลจากสนามบิน มีสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารกินดื่มมากมาย

วิวเมืองเชียงใหม่และแนวดอยยามเย็น มองจากโรงแรม

มองออกไปจากห้องพักภายในโรงแรมเราจะเห็นทิวเขาของดอยสุเทพ ทอดตัวอย่างสงบเป็นแนวยาว ผมถ่ายมาเป็นบรรยากาศช่วงเช้าหลังตื่นนอน แสงสวยงามมากครับ

อาคารโรงแรมท่ามกลางสวนเขียว ใต้ท้องฟ้าโปร่งกลางวัน

อีกด้านของโรงแรมจะเป็นสวนและสนามหญ้าขนาดใหญ่ เพื่อให้แขกได้มานั่งทานอาหาร พักผ่อน และเอนจอยกับธรรมชาติ ศิลปะ วัฒนธรรม เพราะจะมองเห็นเจดีย์ของวัดช่างฆ้องที่อยู่ติดกันด้วย

รายละเอียดป้ายสัญลักษณ์ InterContinental บนผนังโทนเข้ม

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เองครับ ถือโอกาสมาช่วยตัดริบบิ้นเสียเลย นั่งรถจากสนามบินเชียงใหม่ ใช้เวลาไม่นานประมาณ 15 นาทีก็ถึง

ล็อบบี้โรงแรม ฝ้าไม้ระแนงและเคาน์เตอร์ต้อนรับบนพื้นหินอ่อน

เมื่อประตูโรงแรมเปิดออก เราจะมองเห็นเคาน์เตอร์เช็คอินที่ล็อบบี้สีเหลืองทองอร่าม ดูงามตา สร้างความประทับใจแรกได้ในทันที

เลานจ์ในล็อบบี้ ชั้นหนังสือสูงและโซฟารับแขกบนพรมลายล้านนา

เช็กห้องว่างและราคาที่ Trip.com

การออกแบบและล็อบบี้

งานตกแต่งทุกพื้นที่ในโรงแรมจะเน้นความเป็นอัตลักษณ์ล้านนา ไม่ว่าจะเป็นขื่อ เพดาน ผนัง งานแกะสลักและประดับตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปสู่ประตูแห่งดินแดนล้านนาในอดีตจริงๆ

โถงล็อบบี้สมมาตร พร้อมภาพไลฟ์สไตล์กลางพื้นที่ต้อนรับ

ส่วนทางเดินด้านในดีไซน์คล้ายกับเป็นประตูเมืองเพื่อเปิดต้อนรับเข้าไปสู่เรื่องราวการเดินทางของเราสู่อดีตที่ยิ่งใหญ่ในอณาจักรล้านนา เป็นอีกมุมทีผมว่าถ่ายรูปสวยดีครับ

มุมนั่งเล่นในล็อบบี้ เก้าอี้ดีไซน์และต้นไม้ในโทนเข้ม

โถงทางเดินจัดวางเก้าอี้ไว้ริมผนังกระจกสูง เพื่อเปิดรับแสงแดดยามเช้า และมองเห็นวิวสระว่ายน้ำ

ภาพรายละเอียดงานตกแต่งและป้ายห้องอาหาร KAM

ส่วนด้านในประดับด้วยเครื่องเงิน เครื่องเขิน แจกันดินเผาให้ความรู้สึกเก่าแก่วินเทจดูย้อนสมัย

ต้นคริสต์มาสประดับกลางล็อบบี้ รับบรรยากาศเทศกาล

ช่วงนี้ใกล้ Festive มีประดับต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่เอาไว้ในโรงแรม

ภาพไลฟ์สไตล์ในโรงแรม ฉากหลังผนังไม้ลายล้านนา

บริเวณนี้จะเป็นทางเดินเชื่อมไปยังห้องบอลรูมแต่ที่สวยคือภาพเขียนวาดลวดลายดอกไม้สไตล์ล้านนา ซึ่งเป็นงานทำมือทั้งหมด

บันไดเลื่อนในโถงโรงแรม ผนังไม้โทนอบอุ่น

ภาพวาดให้ฟีลเหมือนจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวแบบล้านนาในวัด ประดับไว้ยาวตั้งแต่โถงทางเข้า บันไดเลื่อนขึ้นห้องบอลรูม ทำให้มุมนี้ดูสีทองอร่ามตามาก

ทางเดินสู่ห้องพัก ฝ้าโค้งและพรมนำสายตาสู่สวนปลายทาง

เช่นเดียวกับโถงทางเดินหน้าห้องที่ประดับไฟฝ้าเพดานสีเหลืองทองสร้างความอลังการ ห้องบอลรูมและห้องประชุมสัมมนาของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง มีขนาดใหญ่มาก รองรับ MICE เพื่อให้สมกับที่เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของเมืองเหนือ

ทางเดินฝ้าโค้งสีทอง พร้อมภาพไลฟ์สไตล์บนพรมลายวิจิตร

อีกจุดที่ผมว่าสวยคือสะพานทางเชื่อมที่ประดับด้วยโครงสีทองไล่เฉดเมื่อต้องกับแสงแดดยามเช้าและยามเย็น

งานศิลปะผนังไม้แกะลายคลื่น สื่อศิลปะล้านนาร่วมสมัย

ส่วนในลิฟต์ก็เป็นสีทองเช่นกัน ประดับผนังด้วยลอนคลื่น ที่มีภาพเขียนมือประดับเอาไว้

ทางเดินห้องพัก ประตูโทนเขียวเข้มบนพรมลายเรขาคณิต

โถงทางเดินภายในชั้นห้องพัก เราพักกันชั้น 14 จะเป็นสีเขียวไก่กาให้ความรู้สึกเบาสบายใจและมีความวินเทจย้อนยุคนิดๆ

ห้องพัก เตียงและมุมนั่งเล่นโต๊ะกลมในโทนอบอุ่น

เราพักห้อง Premium King Mountain View ขนาด 43 ตร.ม. ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวอมน้ำตาลและสีครีม เฟอร์นิเจอร์ทำมือ โคมไฟและผ้าดีไซน์ท้องถิ่น

วิวขุนเขาจากห้องพัก พร้อมภาพไลฟ์สไตล์ริมหน้าต่าง

หน้าต่างขนาดใหญ่ 2 บานที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น

วิวเมืองและแนวดอยยามพลบค่ำ มองจากห้องพัก

มองจากในห้องออกไปเห็นวิวทิวเขาน้อยใหญ่แบบพาโนรามิค พร้อมกับบ้านเรือนผู้คนของชาวเชียงใหม่

ห้องน้ำในห้องพัก อ่างอาบน้ำลอยตัวหลังฉากฉลุลายและโต๊ะเครื่องแป้ง

ส่วนห้องน้ำอยู่ด้านในมาพร้อมกับห้องอาบน้ำ และมีอ่างอาบน้ำแบบสแตนด์อโลน ตกแต่งด้วยลวดลายของกระเบื้องที่สวยงามพร้อมงานเครื่องเงินที่ตอกเป็นแผ่นบางๆ จากนั้น นำมาเข้ากรอบประดับฝาผนังเอาไว้

ห้องพักรับแสงธรรมชาติ เตียงและมุมนั่งเล่นโต๊ะกลม

ตรงกลางเป็นเตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่เพื่อการนอนหลับสนิทตลอดคืน ปลายเตียงจัดวางชุดโซฟาที่นั่งพร้อมหมอนอิงและเบาะบุผ้าลวดลายล้านนาเอาไว้

รายละเอียดโคมไฟตั้งพื้นบนพรมลายล้านนา

สังเกตเห็นว่า งานออกแบบและตกแต่งลงรายละเอียดไว้ในทุก element ไม่เว้นแม้กระทั่งขาโต๊ะที่แกะสลักเป็นลวดลายดอกไม้โบราณทั้งท่อน

ภาพรายละเอียดสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก ทั้งเก้าอี้และตู้เสื้อผ้า

element ต่างๆ ในห้องนอนก็คือตกแต่งให้ความรู้สึกหรูหราแบบ elite Lanna จริงๆ

งานศิลปะผนังสีทอง ลายเส้นสถาปัตยกรรมล้านนา

เรากดลิฟต์ลงไปห้องอาหารบริเวณชั้น 1 เดินผ่านโถงหน้าลิฟต์ที่ประดับด้วยภาพวาดมือบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตล้านนาโบราณ ชอบมากเลยครับ ดูคราฟ์ดี

ทางเข้าห้องอาหาร KAM ตกแต่งโทนทอง พร้อมภาพไลฟ์สไตล์

พาไปชม Kam Lobby Lounge (คำ ล็อบบี้เล้าจ์) เป็นห้องสำหรับนั่งดื่มเบาๆ ในทุกช่วงเวลาของวัน เสิร์ฟเครื่องดื่มทั้งชา กาแฟ คอคเทล และเป็นบาร์ไปในตัว

ภาพมุมบาร์ บรรยากาศบาร์เทนเดอร์รังสรรค์ค็อกเทล

Mixologist กำลังรังสรรค์เครื่องดื่มให้เรา ผมเลือกเป็นตัว Signature ชื่อว่า เวียงพิงค์

ห้องอาหารโรงแรม บรรยากาศมื้อค่ำใต้แสงโคมอบอุ่น

ผมชอบบรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์บาร์ รู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคไปนั่งในคอคเทลเล้าจน์ของโรงแรมแบบเก่า แต่ดูโมเดิร์นกว่า โดยเฉพาะโคมไฟประดับเพดานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไฟในเทศกาลยี่เป็ง

เลานจ์ริมหน้าต่างโค้ง เก้าอี้รับแขกเปิดมุมมองสวน

เดินเข้าไปด้านในช่วงบ่ายสวยมาก แสงแดดสาดส่องเข้ามา ทำให้ภายในห้องเป็นสีโทนอบอุ่น เหมาะสำหรับช่วงฤดูหนาวของเชียงใหม่

มุมคาเฟ่และเลานจ์ พร้อมภาพไลฟ์สไตล์ท่ามกลางต้นไม้

มุมนี้สามารถเปิดออกมานั่งรับลมจิบเครื่องดื่มด้านนอกได้ด้วยครับ พร้อมกับพักผ่อนบริเวณริมสระว่ายน้ำ

เฉลียงกลางแจ้ง ผนังอิฐและต้นไม้ริมผนังกระจก

ส่วนตัวผมชอบบรรยากาศของ Pool Side ที่ให้ความสบายๆ แบบเปิดโล่ง สามารถเดินออกมาจากโถงล็อบบี้ได้เลย

ภาพรวมสระว่ายน้ำและบาร์บนชั้นดาดฟ้า

สระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำมาพร้อมกับบาร์และเตียงอาบแดด วางไว้รายรอบ ด้านในสุดมีคาบาน่า ให้เราได้ใช้เวลาผ่อนคลาย ในวันหยุดสบายๆ

ภายในลิฟต์โรงแรม ตกแต่งลายล้านนาอันเป็นเอกลักษณ์

มื้อค่ำเดินไปทานข้าวที่ห้องอาหารกาดลานนา ประดับด้วยไม้พร้อมกับต๋าแหลว เป็นเครื่องจักรสานของทางล้านนา

ห้องจัดเลี้ยง ผนังไม้และโคมระย้าในบรรยากาศหรู

ภายในห้องอาหารกว้างมาก รองรับแขกได้เยอะมากมีที่นั่งจัดวางเอาไว้ในหลายจุด จะนั่งด้านหน้าบาร์เครื่องดื่มก่อนเริ่มต้นมื้ออาหารก็ได้

ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ เรียงโคมระย้าตลอดแนวเพดาน

ด้านในตกแต่งสวยงามด้วยโคมไฟและสีสันจากเบาะบุผ้าที่ให้ลวดลายแบบล้านนาน มองออกไปเห็นวิวสวนด้านนอก ซึ่งจะเปลี่ยนสีออกไปในช่วงเวลาที่แสงแตกต่างกันในแต่ละวัน

ภาพไลฟ์สไตล์มุมจิบเครื่องดื่ม บรรยากาศผ่อนคลายในโรงแรม

สั่งเครื่องดื่มจากบาร์มาดื่มต่อที่นี่ เป็นเมนูพิเศษที่ครีเอทขึ้นมาในช่วงเทศกาลคริสมาสต์เท่านั้น

เมนูซิกเนเจอร์ของโรงแรม จัดจานอย่างประณีต

จากนั้น สั่งอาหารมาทาน แน่นอนว่าอยากทานอาหารเหนือเป็นหลัก เลือกสั่งเป็นข้าวซอยลุงพนม จานนี้แนะนำมากเพราะเนื้อตุ๋นมาจนเปื่อยนุ่ม ส่วนซุปข้าวซอยจะแยกออกมาไว้คล้ายกับสกึเมงของญี่ปุ่นจะทานเป็นแบบน้ำหรือว่า ใช้วิธีแบบนำเส้นไปจุ่มก็ได้เช่นกัน

ภาพรวมเมนูอาหารเหนือและนานาชาติของห้องอาหาร

เมนูมีหลากหลายสมชื่อกาดหรือตลาดจริงๆ ครับ มีทั้งอาหารเหนือ อาหารเวิร์สเทิร์น อยากกระซิบว่า The Best ของเราก็ยังคงเป็นไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่มอยู่ดี รสชาติกลมกล่อมไม่เผ็ดมาก

สวนของโรงแรม เจดีย์ขาวและมุมรับประทานอาหารกลางแจ้ง

มีที่นั่งด้านนอกให้เลือกนั่งสบายๆ ด้วยครับ ตอนเช้าก็จะอากาศเย็นๆ มองเห็นเจดีย์และโบสถ์ของวัดช่างฆ้องที่อยู่ติดกัน ท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว สามารถมานั่งที่คาบาน่าได้ด้วยครับ

มุมรับประทานอาหารกลางสวน พร้อมภาพไลฟ์สไตล์การบริการ

ส่วนมื้อค่ำก็จะเปิดไฟโคมที่ประดับไว้บนต้นไม้เพิ่มเพื่อสร้างบรรยากาศ

ศาลากระจกสำหรับมื้อพิเศษ สะท้อนเงาสวนโดยรอบ

ด้านในห้องอาหารก็สามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติสวนและต้นไม้ภายนอกได้เช่นกัน

รถเข็นรวงผึ้งและของหวาน จัดเสิร์ฟถึงโต๊ะ

อาหารเช้า เน้นวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มและผู้ประกอบการท้องถิ่นเป็นหลัก อย่างเช่นน้ำผึ้งก็มาเป็นรวงแบบนี้เลยครับ

ภาพเบื้องหลังครัว บรรยากาศเชฟรังสรรค์เมนู

อาหารเช้าอลังการมาก เลือกทานกันแทบไม่ถูกเลยครับ เยอะจัด ทั้งอาหารเหนือ อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารยุโรป ส่วนตัวชอบขนมครก โรยน้ำตาล ให้ความรู้สึกเหมือนเดินตลาดแถวบ้านในวัยเด็ก

ภาพไลฟ์สไตล์ที่เคาน์เตอร์ครัวเปิด เชฟปรุงอาหารสด

มีสเตชั่นหลักเป็น Live Kitchen ในหลายจุด อย่างเช่นครัวนี้เราสามารถสั่งเมนูไข่ในแบบที่เราต้องการได้ ส่วนด้านในเป็นเมนูปรุงสดอย่างอื่นซึ่งจะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย ข้าวผัด ฯลฯ

ภาพมุมกว้างอาคาร InterContinental Chiang Mai The Mae Ping ท่ามกลางต้นปาล์ม

นับว่าเป็นการบินมาพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ได้ฟีลของเมืองเชียงใหม่ล้านนา โดยแทบจะไม่ต้องออกไปจากนอกโรงแรมเลยครับ

ช่วงฤดูหนาวแบบนี้ เชียงใหม่ยังเป็นจุดหมายการเดินทางที่น่าสนใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเสมอ อยากแนะนำให้มาพักที่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ เดอะ แม่ปิง กันดูครับ

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

คำถามที่พบบ่อย — InterContinental Chiang Mai The Mae Ping

InterContinental Chiang Mai The Mae Ping อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร

InterContinental Chiang Mai The Mae Ping ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ติดกับไนต์บาซาร์และอยู่ไม่ไกลจากประตูท่าแพและคูเมืองเก่า เดิมคือโรงแรม Imperial Mae Ping ที่รีแบรนด์ใหม่ภายใต้ความร่วมมือของ IHG กับ Asset World Corporation จากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (CNX) ใช้เวลารถยนต์เพียงราว 10–15 นาที จึงเข้าออกตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้สะดวกมาก

ใครออกแบบ InterContinental Chiang Mai The Mae Ping

การแปลงโฉมจากโรงแรมในตำนานครั้งนี้อยู่ในมือ PIA Interior หนึ่งในสตูดิโอออกแบบชั้นนำของไทย ที่หยิบงานหัตถศิลป์ล้านนาอย่าง ‘ช่างสิบหมู่’ มาเล่าใหม่ผ่านงานแกะสลัก ลงรัก และปูนปั้นทั่วทั้งอาคาร โรงแรมมี 240 ห้องพักและสวีทที่มองเห็นตรอกเมืองเก่าหรือดอยสุเทพ ความตั้งใจคือรักษามรดกของ Mae Ping เดิมไว้พร้อมเติมความร่วมสมัยระดับสากล

InterContinental Chiang Mai The Mae Ping เหมาะกับใคร

จุดแข็งของที่นี่คือการเป็นโรงแรมระดับห้าดาวกลางเมืองที่ยังเล่าเรื่องวัฒนธรรมล้านนาได้อย่างมีรสนิยม ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทางเชิงธุรกิจ ครอบครัว และผู้ที่อยากสัมผัสเชียงใหม่แบบสบายแต่มีระดับ ในเชิงตลาด การที่ AWC ดึง IHG เข้ามาบริหารสะท้อนการยกระดับทำเลไนต์บาซาร์ให้กลับมาเป็นย่านโรงแรมหรูอีกครั้งหลังซบเซาไปช่วงหนึ่ง

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.