Thursday 2 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·19 Aug 2022

รีวิว Venue I-D Pinklao – Salaya

Words & Photography · KANT
คลับเฮาส์ทรงจั่วกับสระว่ายน้ำและสวนจัดภูมิทัศน์

Last Updated: 23 June 2026

ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW

A comprehensive property review of รีวิว Venue I-D Pinklao – Salaya by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.

สรุปตรง

Venue I-D ปิ่นเกล้า–ศาลายา คือโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จาก SC Asset ภายใต้แบรนด์ Venue ID ที่วางคอนเซปต์งานออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากหมู่บ้านญี่ปุ่น Shirakawa-go ตั้งอยู่ย่านปิ่นเกล้า–ศาลายา ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ราว 5 กิโลเมตร พื้นที่โครงการประมาณ 45 ไร่ จำนวน 174 ยูนิต เนื้อที่ดินเริ่ม 50–62.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 190–296 ตารางเมตร แบบบ้าน 3–5 ห้องนอน ราคาเริ่ม 6–12 ล้านบาท จุดยืนของโครงการคือการนำดีไซน์ญี่ปุ่นแบบอบอุ่นมาจับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันตกที่กำลังขยายตัวตามแนวถนนและคอมมูนิตี้ของย่านศาลายา ด้วยจำนวน 174 ยูนิตบนพื้นที่ราว 45 ไร่และส่วนกลางที่ออกแบบให้สอดคล้องกับธีมญี่ปุ่น โครงการจึงวางตำแหน่งเป็นบ้านเดี่ยวที่มีคาแรกเตอร์ดีไซน์ชัดเจนในตลาดฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ

Key Facts
DeveloperSC Asset
Typeบ้านเดี่ยว
Locationปิ่นเกล้า–ศาลายา · บางกรวย · นนทบุรี
Priceเริ่ม 6–12 ล้านบาท
ภาพปกรีวิว Venue I-D Pinklao-Salaya บ้านเดี่ยวทรงจั่วสไตล์โมเดิร์น ท่ามกลางสวน

พาเที่ยว #ชิรากาวะโกะ🎏

🎌ชมบ้านดีไซน์ญี่ปุ่นสุดมินิมอล

ชิรากาวะ-โกะ(SHIRAKAWA-GO) กานต์ว่าแฟนตัวยงประเทศญี่ปุ่นต่างรู้จักกันดี เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดกิฟุ ขนาบข้างด้วยภูเขาหลายลูก มีดีไซน์ของบ้านโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ คือจั่วหลังคาสามเหลี่ยม

ถ้าใครชอบดีไซน์แบบนี้ อยากชวนให้ไปชมโครงการ Venue I-D ปิ่นเกล้า-ศาลายา ที่ได้แรงบันดาลใจของการออกแบบบรรยากาศมาจากหมู่บ้านมรดกโลกแห่งนี้ ด้วยคาแรกเตอร์แบบเรียบง่ายได้ฟีลลิ่งของบ้านแดนอาทิตย์อุทัยในแบบ Less is more ตามแนวทางงานสถาปัตยกรรมตามวัฒนธรรมดั้งเดิมญี่ปุ่น เน้นการออกแบบที่เรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติ ซึ่งเราเรียกว่า “สารัตถะสถาปัตยกรรม” หรือ Minimalism in Architecture

เราจึงได้เห็นการดีไซน์บรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ที่เน้นโชว์งานโครงสร้างไม้ จั่วหลังคาสามเหลี่ยมแบบญี่ปุ่น ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “กัสโซ-ซึคุริ“ เป็นคำที่ใช้เรียกบ้านหลังคาสูงที่คล้ายกับพระสงฆ์พนมมือสวดมนต์ที่เราเคยเห็นกันที่ชิรากาวะ-โกะนั่นเอง

Clubhouse ภายในโครงการจึงเป็นการหยิบเอาเอกลักษณ์ดั้งเดิมมาใช้ ผ่านการออกแบบให้ดูร่วมสมัยลดทอนรายละเอียดด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน เลือกใช้สีที่อิงกับธรรมชาติเช่น สีน้ำตาลของไม้ สีเทาดำของหิน หรือแนวเอิร์ธโทน โชว์โครงสร้างแบบเปิด (Open Structure) ให้เราแสดงตัวตนได้เต็มที่ บางจุดมีเว้นสเปซแบบเปิดโล่ง มีความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ ผนังเป็นกระจกเพื่อให้ดูโปร่งและเบาสบาย มี Engawa หรือว่าเฉลียง เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกให้ต่อเนื่องกัน ตกแต่งภายในด้วยวัสดุเทียมไม้ มีโต๊ะที่นั่งแบบหลุมหรือถ้าเบื่อๆ ก็หยิบหนังสือมานั่งอ่านที่ Sunken ด้านนอกใกล้สระว่ายน้ำได้เช่นกัน

แบบบ้านที่เราพามาชมกันในครั้งนี้คือ TSUBAKI เป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ฟังก์ชั่น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ เรียกว่ารองรับได้ทุกความต้องการ บ้านตัวอย่างตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Luxury เข้ากับบรรยากาศของภาพรวมโครงการ

Tadao Ando สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่นเคยพูดไว้ว่า “You can’t really say what is beautiful about a place, but the image of the place will remain vividly with you.” สำหรับผมแล้วความรักในญี่ปุ่นและภาพจำที่มีสามารถบอกเล่าผ่านโครงการ Venue I-D ปิ่นเกล้า-ศาลายา ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชิรากาวะ-โกะ ของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://m.scasset.com/9kSN

สอบถามโทร. 061-410-4442

หรือ Line: @vnidpy (https://lin.ee/6kGbpXO)

First Impression :

เมื่อมาถึงโครงการ เราจะพบกับสวนสีเขียวแซมด้วยสีขาวของดอกไม้ชูช่อรอต้อนรับอยู่ด้านหน้า Main Gate ดีไซน์เรียบง่าย เป็นโครงสร้างไม้ที่โชว์หลังคาทรงหน้าจั่วสามเหลี่ยม ตัวอาคารทาสีขาวเน้นความโดดเด่นของไม้และให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายตา ทำหน้าที่ด่านแรกในการต้อนรับอาคันตุกะ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่รปภ. กล้อง CCTV รั้วไฟฟ้าอัตโนมัติ เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Easy Pass พร้อมติดตั้งติดตั้งระบบ Home Automation, Magnetic Sensor มี Smoke Detector และ Heat Detector มาให้เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้าน

สถาปัตยกรรมภายนอกบ้าน Venue I-D Pinklao-Salaya ทรงจั่วกับสระว่ายน้ำและงานไม้

Location :

โครงการ Venue I-D ปิ่นเกล้า-ศาลายา ถือว่าเดินทางมาสะดวกมากครับสำหรับคนที่มองหาบ้านในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนถนนสำเร็จพัฒนา เชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสายทั้งถนนบรมราชชนนี ทางคู่ขนานลอยฟ้า ถนนกาญจนาภิเษก ไปทางบางปะอินหรือพระราม 2 ได้ เชื่อมกับทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเส้นตัดใหม่ วิ่งเข้าจตุจักรได้ไวมาก นอกจากนี้ยังเชื่อมกับถนนศาลายา-นครชัยศรี ถนนพุทธมณฑลสายต่างๆ วิ่งต่อไปทางจังหวัดนครปฐมได้ ส่วนในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา สามารถใช้บริการได้ที่สถานีศาลาธรรมสพน์ ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.

ด้วยความที่ผมคุ้นเคยกับพื้นที่โซนนี้มานานทำให้มองเห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของทำเล ปัจจุบันย่านนี้เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า Community Mall Hypermarket ตลาดขนาดใหญ่ และยังมีร้านอาหาร คาเฟ่เปิดใหม่มากมายเลยทีเดียว ส่วนสถานศึกษาก็มีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายาเป็นหลักและมีโรงเรียนสาธิต โรงเรียนนานาชาติ และแน่นอนว่าสถานพยาบาลก็มีทั้งศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลชั้นนำอีกมากมาย

สระว่ายน้ำกับเตียงอาบแดดและเดย์เบด มุมพักผ่อนดีไซน์โมเดิร์น

Overview :

Venue I-D ปิ่นเกล้า-ศาลายา เป็นโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบภาพรวมของโครงการมาจากเมืองมรดกโลก ชิรากาวะ-โกะ (SHIRAKAWA-GO) ประเทศญี่ปุ่น บอกเล่าผ่านสถาปัตยกรรมภายในโครงการ และบรรยากาศแวดล้อมในสไตล์โมเดิร์นที่ให้กลิ่นอายของแดนอาทิตย์อุทัย เต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวและธรรมชาติที่งดงาม เป็นบ้านที่ส่งต่อความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 174 ยูนิต

สถาปัตยกรรมภายนอกบ้านโมเดิร์นกับชายถือกระเป๋าเดินทาง ในสวนของ Venue I-D Pinklao-Salaya

แบบบ้านที่กานต์พามาชมกันในรีวิวนี้คือ TSUBAKI เป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 296 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้นประมาณ 62.7 ตร.วา ขนาดฟังก์ชั่น 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำสามารถจอดรถได้มากถึง 3 คัน ซึ่งสามารถเข้าบ้านได้ทางประตูหลักด้านหน้าหรือว่าเข้าจากประตูลานจอดรถแล้วตรงเข้าครัวได้เลยเช่นกัน

สถาปัตยกรรมภายนอกบ้านโมเดิร์นกับระเบียงและผนังกระจก ท่ามกลางแมกไม้

ตัวบ้านเน้นสีที่เรียบง่ายในแบบเอิร์ธโทน คือ เทาเข้ม เทาอ่อน ส้มอิฐ ครีม ดูเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น และเป็นบ้านที่มี engawa หรือว่าเฉลียงขนาดกว้างมาก

ห้องนั่งเล่นและโฮมเธียเตอร์กับจอทีวีและโซฟา ผนังโทนเขียวเข้มในบรรยากาศอบอุ่น

เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านเราจะพบกับโถง Living Area ที่มีขนาดใหญ่มาก บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้ที่ผนังที่สามารถเปิดเพื่อเชื่อมต่อกับ Terrace ได้

ชายนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ กับจอทีวีแสดงข่าวเศรษฐกิจ ในมุมไลฟ์สไตล์

ส่วนผนังด้านในติดตั้งชั้นวางทีวีพร้อมเลือกเป็นทีวีขนาดใหญ่ได้เลยครับเนื่องจากมีระยะในการรับชมที่มากพอ บ้านตัวอย่างเลือกใช้ทีวีเป็นแบบแขวนเพื่อให้บ้านดูโมเดิร์นขึ้น กรุผนังกระจกสีชาก็ทำให้บ้านดูกว้างขวางและเพิ่มมิติให้กับมุมนั่งเล่นได้อย่างน่าสนใจ

ห้องนั่งเล่นกับโซฟา เปิดรับวิวสวนแบบเปิดโล่งในบรรยากาศอบอุ่น

พื้นที่โดยรอบเปิดช่องแสงเอาไว้ทำให้บ้านดูสว่างในตอนกลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ ผมลองถ่ายภาพมองย้อนออกไปยังหน้าบ้านก็ดูเชื่อมโยงกับบริบทของสังคมได้ดี

ภาษาญี่ปุ่นเรียกแนวคิดนี้ว่า “Shakkei” คือการหยิบยืมเอาพื้นที่ภายนอกมาเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน เราจึงสามารถมองเห็นวิวสวยๆ หน้าบ้าน ดูความเคลื่อนไหวของเพื่อนบ้านที่ผ่านไปมาด้านหน้าได้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะรักษาพื้นที่ส่วนตัวภายในบ้านเอาไว้ให้กับเรา

ห้องรับประทานอาหารกับฝ้าทอง เก้าอี้สีน้ำเงินและผนังสีเขียว ดีไซน์โมเดิร์นหรู

ถัดเข้าไปด้านในเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ด้านหลังติดตั้งผ้าม่านเอาไว้ ถ้าเปิดม่านออกเราสามารถเดินเชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนด้านหลังบ้านที่เชื่อมต่อกับลานด้านหลัง เหมาะสำหรับจัดปาร์ตี้ มีเตาบาร์บีคิวเอาไว้ด้านนอก และสามารถใช้พื้นที่โต๊ะรับประทานอาหารเพื่อสังสรรค์ได้ในเวลาเดียวกัน

มุมรับประทานอาหารกับชาย โคมไฟใบไม้ทองและผนังลายดอกไม้ บนโต๊ะหินอ่อน

บ้านตัวอย่างจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ และวางเก้าอี้ไว้ประมาณ 10 ตัว นั่งได้สบายๆ เลยครับ โดดเด่นด้วยโคมไฟแขวนฝ้าเพดานดีไซน์เก๋พร้อมดรอปฝ้าทาสีทองช่วยให้ห้องในมุมนี้ดูเรียบหรูมากขึ้น ด้วยความที่บ้านมีความสูงฝ้าเพดานชั้นล่างอยู่ที่ 2.6 ม. พื้นในบ้านมาตรฐานปูกระเบื้องแกรนิตโต้ สีครีม ก็ยิ่งทำให้บ้านดูโปร่งและกว้างขวางดี อยู่สบายไม่รู้สึกอึดอัด

ภาพรวมโฮมเธียเตอร์กับจอฉายภาพและช่วงเวลารับชม

นอกจากนั้น ยังสามารถใช้งานห้องนอน 5 ซึ่งสามารถปรับให้เป็นห้องเอนกประสงค์ได้ ดังเช่นบ้านตัวอย่างที่ออกแบบเป็น Entertainment Room มีชุดโซฟาพร้อมจอทีวีขนาดใหญ่เอาไว้นั่งดูหนังฟังเพลง นั่งเล่นเกมส์ชิลล์ๆ พร้อม Wine Cellar เพื่อที่ว่าต้องรองรับปาร์ตี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งโดยหลักของการออกแบบที่ผมเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้คือ Open Plan การออกแบบจึงเปิดให้มีความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่และตรงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยในแต่ละบ้าน

ห้องนั่งเล่นและโฮมเธียเตอร์กับจอทีวีและเดย์เบด มู่ลี่ในบรรยากาศโมเดิร์น

ถัดจากโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็นห้องนอน 4 อยู่ตรงข้ามกับบันไดขึ้นชั้นบนและห้องเก็บของ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับทางไปครัว เป็นห้องที่มีหน้าต่างในตัวสามารถเปิดออกรับลมระบายอากาศได้

ห้องนี้เราสามารถปรับให้เป็นห้องเอนกประสงค์ได้เช่นกันแล้ว แต่ความตั้งใจและไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในบ้านเลยครับ จะปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุก็ได้ เนื่องจากอยู่ใกล้กับห้องน้ำชั้นล่างซึ่งจะทำให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น ออกไปเดินเล่นที่สวนหน้าบ้านตอนเช้า จากนั้นก็มาเข้าครัวทำอาหารให้หลานๆ ได้ทานก่อนออกไปโรงเรียนได้ ทั้งยังใกล้กับประตูทางออกลานจอดรถทำให้สะดวกในการเดินไปขึ้นรถ ทั้งนี้ ด้วยขนาดพื้นที่ของห้อง สามารถจัดวางเตียงเดี่ยวพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งแบบเข้าชุด และติดตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดพอเหมาะไว้ที่มุมห้องได้

ส่วนบ้านตัวอย่าง ออกแบบให้เป็นห้องทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเอาไว้ดูความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น หรือจะเพิ่มโต๊ะเก้าอี้แล้วทำเป็นออฟฟิศก็ได้เช่นกัน

ตรงข้ามห้องนอนจะเป็นตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ หรือจะปรับเป็นตู้เก็บของทรงสูงจากพื้นจรดฝ้าเพดานก็ได้เช่นกัน เพื่อให้การจัดระเบียบบ้านทำได้ง่ายขึ้น

ครัวกับตู้สีเทาและช่องหน้าต่าง ตกแต่งด้วยต้นไม้สไตล์โมเดิร์น

ถัดจากห้องนอน 4 จะเป็นโถงทางเดินสำหรับไปยังห้องครัวด้านหลัง ซึ่งจะต้องเดินทางห้องเก็บของใต้บันได ถัดไปเป็นประตูเล็กสำหรับเดินออกไปยังลานจอดรถซึ่งสะดวกมากหากเราซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เก็ต สามารถนำเข้ามาเก็บในครัวได้ทันที ลานจอดรถลงเสาเข็มเท่าตัวบ้านมาให้เรียบร้อยแล้ว และรองรับระบบ EV Charger ด้วยครับ

จากนั้นจะเป็นห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งจะต้องรองรับทุกการใช้งาน รวมถึงหากการที่บางบ้านต้องการออกแบบให้ห้องเอนกประสงค์ชั้นล่างปรับให้เป็นห้องนอน ทำให้ต้องใช้ห้องน้ำชั้นล่างร่วมกัน ดังนั้น ภายในห้องน้ำจึงออกแบบให้มีขนาดใหญ่และฟังก์ชั่นครบ ทั้งอ่างล้างมือ สุขภัณฑ์เป็นของ COTTO และมีฝักบัวแยกโซนเปียกแห้งมาให้เรียบร้อย พร้อมบานกระทุ้งสามารถเปิดออกได้เพื่อระบายอากาศและความชื้น

ด้านในสุดตรงข้ามห้องน้ำจะเป็นห้องครัว โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เป็นรูปตัวแอล (L Shape) พร้อมตู้เก็บของบน-ล่าง เจาะช่องด้านข้างสำหรับติดตั้งตู้เย็นขนาดใหญ่ ห้องครัวจะมีหน้าต่างบานสไลด์มาให้ 2 ฝั่ง สามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศได้ เมื่อเปิดประตูไปด้านหลังจะเป็นลานซักล้าง โครงการลงเสาเข็มมาให้แล้ว สามารถต่อเติมหลังคาและเคาน์เตอร์เพื่อทำเป็นครัวไทยด้านนอกได้

โถงบันไดและมุมทำงานกับบันไดไม้และชั้นวางของ เพดานสูงสไตล์โมเดิร์น

ขึ้นบันไดไปดูชั้น 2 กันบ้าง จะเห็นฟังก์ชั่นการใช้งานที่เชื่อมต่อกันของทั้ง 2 ชั้น เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ออกแบบเน้นการอยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของแต่ละบ้านจริงๆ ครับ

ทางเดินกับโคมระย้าทรงสปุตนิกทอง ในบรรยากาศโทนเข้มดรามาติก

ถงบันไดเป็นมุมที่ผมชอบมาก ดูหรูหราด้วยโคมไฟทรงกลมขนาดใหญ่ บริเวณชานพักค่อนข้างกว้างเป็นแบบสี่เหลี่ยมเต็มขั้นไม่ค่อยได้พบเห็นกันบ่อยนัก ส่วนมากจะเป็นชานพักแบบสามเหลี่ยมมากกว่า พร้อมเปิดช่องแสงขนาดใหญ่เอาไว้บริเวณโถงเพื่อให้บ้านไม่มืดจนเกินไป ขณะเดียวกันก็สามารถเปิดบานกระทุ้งออกเพื่อระบายอากาศกลางบ้านได้

ตัวโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวจับเป็นเหล็ก ขอบราวเป็นไม้ ลูกตั้งลูกนอนเป็นไม้จริงได้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ จุดนี้ผมชอบมาก

ห้องสมุดและมุมอ่านหนังสือกับชั้นวางและพื้นที่นั่งสบาย

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะพบกับ Family Area บริเวณโถงกลางบ้าน ฝ้าเพดานชั้นบนจะอยู่ที่ 2.8 เมตร และติดกระจกผนังทำให้ยิ่งดูกว้างขึ้นไปอีก พื้นปูด้วยลามิเนตลายไม้ทำให้ดูอบอุ่นดี ผนังด้านหลังจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่เปิดออกไปได้และเป็นช่องแสงธรรมชาติที่ทำให้บริเวณนี้ดูสว่างมากขึ้น และเปิดรับลมระบายอากาศได้ดี

ห้องทำงานกับโต๊ะและชั้นวางของ เปิดรับวิวสวนบนพรมทรงกลมสไตล์โมเดิร์น

บ้านตัวอย่างตกแต่งให้เป็นพื้นที่ของสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริง Family Area สามารถใช้งานได้ทั้งการเป็นห้องเรียนออนไลน์และมุมทำการบ้านสำหรับเด็กๆ มีที่นั่งพักผ่อนสำหรับดูทีวี ร่วมกัน และเป็นมุมอ่านหนังสือในช่วงเวลาสบายๆ ด้วยครับ

มุมนี้จะอยู่กึ่งกลางระหว่างห้องนอนทั้ง 2 ฝั่งคือห้องนอนรอง 2 ห้องติดกันทางด้านซ้ายและห้องนอนหลักทางปีกขวา ซึ่งเราจะไปชมกันต่อครับ

ห้องนอนกับเตียงและงานไม้ ต้นไม้และโคมไฟในบรรยากาศอบอุ่น

เราเริ่มจาก Master Bedroom กันก่อนนะครับ ซึ่งจะอยู่ทางปีกขวาของบ้าน เป็นห้องนอนหลักที่มีขนาดใหญ่มาก สามารถออกแบบและจัดวางฟังก์ชั่นภายในได้หลากหลายตามใจ เริ่มจากด้านหน้าทางเข้าเป็นโซนพักผ่อน บ้านตัวอย่างจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมโต๊ะหัวเตียงและโคมไฟส่องสว่าง

ผมชอบหัวเตียงที่บุด้วยผ้ากำมะหยี่สีเขียวมะกอกซึ่งจะสะท้อนเล่นกับแสงได้ดี เนื่องจากมีช่องแสงขนาดใหญ่อยู่ที่ประตูระเบียง สามารถเปิดออกไปได้พร้อมระเบียงขนาดใหญ่

ห้องนอนกับเตียงและผนังทีวี งานไม้สไตล์โมเดิร์นพร้อมรายละเอียดการตกแต่ง

ส่วนปลายเตียงติดตั้งทีวีแบบแขวนผนังพร้อมชั้นวางแบบมินิมอลลายไม้ ทรงกลมมน ผมชอบมากครับ ทำให้ห้องดู Less is More คือการออกแบบจัดวางข้าวของตามแต่ที่จำเป็น ตัดทอนสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป คงเหลือไว้เพียงการเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนที่แท้จริง

ชายยืนบนระเบียงท่ามกลางต้นไม้ กับสถาปัตยกรรมภายนอกบ้าน

ในบ้านซีรีย์ใหม่ได้ออกแบบให้มี Terrace หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Engawa หรือว่าระเบียงเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor คอยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมภายนอกและพื้นที่อยู่อาศัยภายในโดยมีการใช้สอยที่แตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว

ระเบียงกับโซฟาหวายและต้นไม้ เปิดรับวิวผ่านผนังกระจก

อย่างเช่นบ้านตัวอย่างจัดวางชุดเก้าอี้หวายขนาดใหญ่ไว้ด้านนอกเพื่อนั่งพักผ่อนแบบส่วนตัว สามารถหาต้นไม้ใส่กระถางมาวางไว้ที่ระเบียงเพื่อจัดสวนแบบสวนตัวของเราได้ครับ

ห้องแต่งตัว Walk-in กับตู้บานกระจกและโต๊ะเครื่องแป้ง งานไม้ตกแต่งด้วยดอกไม้

จากนั้น เราเดินเข้าไปด้านในเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ประกอบด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สูงจรดเพดานเป็นรูปตัวยู (U Shape) เพียงพอต่อการใช้งานเลยครับเชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวที่มีขนาดใหญ่มาก

ชายในชุดสูทและหมวกในห้องแต่งตัวบุกระจก สะท้อนเงารอบด้าน
ห้องน้ำกับอ่างล้างหน้าคู่และอ่างอาบน้ำ งานหินอ่อนริมหน้าต่าง

ภายในห้องน้ำเปิดช่องแสงส่องสว่างและระบายอากาศได้เต็มที่ช่วยให้ห้องน้ำไม่อับชื้น ภายในติดตั้งอ่างล้างมือพร้อมเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลังเป็นกระจกเงาเต็มบาน ฝั่งตรงข้ามเป็นอ่างอาบน้ำที่อยู่ติดกับ Shower

ห้องแต่งตัวและทางเดินกับงานไม้และงานศิลป์ โทนน้ำเงินเขียวสไตล์โมเดิร์น

ไปดูห้องนอนรองกันบ้างซึ่งจะอยู่อีกฝั่งของบ้านต้องเดินผ่าน Family Area จะมี 2 ห้องติดกัน

ห้องนอนกับงานตกแต่งโทนเขียวน้ำเงินและกระจกทรงโค้ง เตียงในบรรยากาศอบอุ่น

เริ่มจากห้องนอน 3 กันก่อนซึ่งจะอยู่ติดกับ Family Area ฝั่งด้านหลังบ้าน

บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องนอนเด็กผู้หญิงน่ารักมาก ตรงกลางจัดวางเป็นเตียงนอนแบบฟูกญี่ปุ่นวางกับพื้นเตียงที่ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยพอให้ดูเป็นสัดส่วน มุมเตียงนอนมีช่องแสงทั้ง 2 ด้าน แต่มีการแอบปิดไว้ด้วยบานเลื่อนเพื่อพรางให้ห้องดูเรียบเนียน สามารถเปิดออกได้

ภาพรวมห้องนอนโทนเขียวน้ำเงินกับกระจกทรงโค้งและห้องน้ำ

วนปลายเตียงชิดผนังติดตั้งตู้เสื้อผ้าเอาไว้สีเขียวเทอควอยซ์เป็นห้องที่ออกแบบได้น่ารักสดใสมาก และยังเป็นห้องนอนรองที่มีห้องน้ำในตัว ซึ่งจะอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้อง

ห้องนอนกับหัวเตียงสีส้มและเครื่องนอนสีเขียว กระจกทรงโค้งและงานศิลป์

ถัดมาเป็นห้องนอน 2 จะอยู่โซนหน้าบ้าน ตกแต่งได้น่ารักเช่นกัน มาในแนวสดใสสีแสดสีแดง ภายในห้องจัดวางที่นอนแบบฟูกขนาดควีนไซส์บนเตียงที่ยกระดับจากพื้นขึ้นมา ส่วนฐานรองเตียงยังเป็นตู้เก็บของได้ด้วย ไอเดียดีมากๆ เหมาะสำหรับเป็นห้องของเด็กผู้ชายวัยกำลังจะโตเป็นหนุ่ม ต้องการพื้นที่ส่วนตัวในการเก็บของ

ห้องนอนกับเตียงและงานตกแต่งโทนเขียว เปิดรับวิวสวนในบรรยากาศอบอุ่น

ห้องจะสว่างจากช่องแสงธรรมชาติด้านหน้าที่เป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ 3 บาน เต็มผนังสามารถเปิดม่านออกได้หรือจะเปิดหน้าต่างออกเพื่อรับลมระบายอากาศก็ได้เช่นกัน ทำให้ห้องดูสว่างมากในเวลากลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ และยังช่วยให้ภาพรวมของห้องดูโปร่งสบาย ผ่อนคลายมาก

ห้องนอนและมุมแต่งตัวกับกระจกทรงโค้งและโต๊ะกลมสีแดง ตกแต่งด้วยดอกไม้

อีกฝั่งออกแบบให้เป็นโต๊ะทำการบ้านอ่านหนังสือที่เชื่อมต่อไปยังโต๊ะกระจกและตู้เสื้อผ้าด้านใน ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำภายในห้องนอน

ภาพรวมคลับเฮาส์และสวน กับช่วงเวลาในบรรยากาศร่มรื่น

ด้านหน้าทางเข้าบ้านเชื่อมต่อไปยังด้านข้างบ้านจะมี Terrace ขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ Semi Outdoor สามาถจัดวางชุดเก้าอี้นั่งเล่นพักผ่อนได้ ซึ่งเป็นแนวคิด Engawa – Inside Out, Outside In เชื่อมต่อภายนอกกับภายในบ้านเข้าด้วยกัน

Tadao Ando สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่นกล่าวไว้ว่า “การสร้างสถาปัตยกรรมคือการแสดงลักษณะเฉพาะของโลกแห่งความเป็นจริง เช่น ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ประเพณี และสังคม ในโครงสร้างเชิงพื้นที่ บนพื้นฐานของตรรกะที่ชัดเจนและโปร่งใส”

สวนกับซุ้มไม้และชายเดินเล่น สนามหญ้าและแมกไม้ของคลับเฮาส์

ดังนั้น ด้วยความที่บ้านตัวอย่างอยู่ติดกับถนนเมนของโครงการทำให้ได้พื้นที่หน้าบ้านแบบส่วนตัวเพราะไม่มีบ้านฝั่งตรงข้าม การออกแบบบ้านตัวอย่างให้ต่อเนื่องกับภาพรวมของโครงการที่มีกลิ่นอาบแบบญี่ปุ่น

จึงเป็นไอเดียที่น่าสนใจสำหรับใครที่ต้องการแลนด์สเคปสวยๆ เราสามารถจัดสวนและออกแบบให้มีน้ำพุ หรือทำเป็นศาลาที่นั่งจิบชาบริเวณหน้าบ้านก็ได้เช่นกันครับ ตามแต่ไลฟ์สไตล์ของเราและสมาชิกในครอบครัว

คลับเฮาส์ทรงจั่วของ Venue I-D Pinklao-Salaya ท่ามกลางสวนเขียว

พาไปชม Clubhouse กันบ้างครับ ดีไซน์เหมือนโรงนาญี่ปุ่นที่ดูแล้วเรียบง่าย เน้นโครงสร้างไม้และหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่วแบบในหมู่บ้านชิรากาวะ-โกะ

ชายเดินบนทางเดินมีหลังคากับต้นไม้ ใต้ฝ้าไม้ในบรรยากาศร่มรื่น

หัวใจของงานสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่น่าสนใจ คือการใส่ใจออกแบบพื้นที่เพื่อสาธารณะ (Public Space) ให้มีความโดดเด่นเทียบเท่ากับการตกแต่งภายใน ดังนั้น Clubhouse จะแบ่งการใช้งานออกแบบ Indoor และ Outdoor นะครับ เป็นไปตามไลฟ์สไตล์คนญี่ปุ่นที่จะนิยมใช้ชีวิตเชื่อมต่อกับธรรมชาติและเน้นความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

มุมมองจากด้านบนของสนามเด็กเล่นสีสันและศาลา ท่ามกลางสวนเขียว

ดังนั้น พื้นที่ภายนอก จึงประกอบไปด้วย สวนสีเขียว สนามเด็กเล่น นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีที่นั่งพักผ่อนทั้งเฉลียงด้านข้างและที่นั่งแบบ Sunken บนสวนหินกลางแจ้งด้วยครับ

คลับเฮาส์ทรงจั่วกับสระว่ายน้ำและสวนจัดภูมิทัศน์

มีสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 25×5 เมตร แบ่งเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่มาพร้อมเก้าอี้อาบแดดจัดเรียงรายเอาไว้ให้เรียบร้อย

มุมมองจากด้านบนของสระว่ายน้ำกับเตียงอาบแดดและคลับเฮาส์ ท่ามกลางแมกไม้

ภาพรวมของงานดีไซน์ ผมดูแล้วนึกไปถึงคำพูดเด็ดของ “Less is more” ของ Ludwig Mies van der Rohe ปรมาจารย์ของสถาปนิกทั่วโลก ซึ่งก็สะท้อนต่อเนื่องมาจนถึงแนวทางงานสถาปัตยกรรมตามวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่เพิ่มเติมปรัชญาเต๋าเข้ามา จึงเน้นการออกแบบที่เรียบง่ายและผูกพันกับธรรมชาติหรือที่เราเรียกว่า Minimalism in Architecture

คลับเฮาส์ทรงจั่วกับผนังกระจก พร้อมช่วงเวลานั่งอ่านหนังสือ
ภาพรวมรายละเอียดสระว่ายน้ำ ขั้นบันไดและงานจัดภูมิทัศน์ของคลับเฮาส์

ผมชอบบริเวณพื้นที่ในร่มภายในอาคารเพราะมีรายละเอียดของงานออกแบบที่ลงดีเทลสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้เยอะมากเลยครับ ทั้งการเลือกใช้วัสดุในการออกแบบและตกแต่งจากธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน น้ำ ต้นไผ่ ฯลฯ

สถาปนิกเลือกใช้นำเทคนิคการออกแบบสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความเป็นระเบียบอย่าง Kohji ที่หมายถึงจังหวะ จะเห็นได้จากการมีลายเส้นที่ต่อเนื่องซ้ำๆ กันแบบ Grid & Line

โถงบันไดไม้ลอยตัวกับราวกระจกและสวนหินกรวด ดีไซน์โมเดิร์น

การนำแนวคิดการจัดสวนธรรมชาติแบบเซน ที่เน้นความอสมมาตรแบบเรียบง่าย เพื่อให้ได้ความเป็นธรรมชาติ การดูแลใส่ใจจัดสวน คราดทรายให้เป็นลายเกลียวคลื่น ตลอดจนการสร้างสรรค์งานศิลปะที่เน้นความงามจากความว่างเปล่า เอาเป็นว่าเราสามารถเสพงานศิลปะแบบเซนได้ในทุกตารางนิ้วของ Clubhouse เลยครับ

คลับเฮาส์ผนังกระจกกับชายและป้าย Venue ในบรรยากาศร่มรื่น

ส่วนที่พื้นในร่มจะแบ่งเป็น 3 โซนหลักๆ คือ อาคารด้านในจะเป็น Guest Lobby ทางเข้าจะมีการออกแบบ Universal Design ด้วยทางลาดเพื่อรองรับการใช้วีลแชร์ ภายในจัดวางที่นั่งกระจายกันไปทั่วบริเวณ ทั้งรองรับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการและการใช้งานพื้นที่ภายในของลูกบ้านเอง

คลับเฮาส์ภายในทรงจั่วกับเพดานไม้และผนังกระจก ดีไซน์โมเดิร์น

ส่วนอีกอาคารที่อยู่ติดกันจะเป็น Co-Working Space มีการออกแบบพื้นที่ได้หลากหลายรองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่หรือมาเป็นหมู่คณะ จัดวางโต๊ะเก้าอี้แบบฟรีฟอร์ม สามารถเลือกใช้งานได้ตามใจและยังมีที่นั่งแบบหลุมสไตล์ญี่ปุ่นเป็นห้องส่วนตัวอีกด้วยครับ เหมาะสำหรับจัดประชุมกลุ่มได้

ชายจัดดอกไม้ลงแจกัน ในมุมไลฟ์สไตล์
เลานจ์คลับเฮาส์ทรงจั่วงานไม้กับโซฟา ต้นไม้และเคาน์เตอร์หินอ่อน
ภาพรวมมุมเลานจ์และของตกแต่งภายในคลับเฮาส์ ในบรรยากาศอบอุ่น
คลับเฮาส์กับงานประติมากรรมสีแดงและผนังกระจก ดีไซน์ศิลปะร่วมสมัย
คลับเฮาส์ภายในทรงจั่วกับโครงสร้างไม้และช่องแสง ดีไซน์โมเดิร์น

ชั้น 2 ของ Clubhouse เป็นฟิตเนสครับ จัดวางอุปกรณ์ออกกำลังกายทั้งแบบฟรีเวทและแมทชีน ด้วยโครงสร้างของไม้ในบรรยากาศของห้องใต้หลังคาทำให้ห้องนี้ดูเก๋ แปลกตาดี

ติดกันจะเป็น Kid’s Room ครับ ส่วนด้านนอกเป็นลานกลางแจ้งสำหรับนั่งพักผ่อนมองลงไปจะเห็นเป็นวิวสระว่ายน้ำเชื่อมต่อกับคนที่ทำกิจกรรมอยู่ด้านล่าง

ระเบียงคลับเฮาส์ทรงจั่วกับมุมนั่งเล่นกลางแจ้ง เปิดรับวิว

ลานชั้นบน เปิดโล่งจัดวางที่นั่งเพื่อรับลมสบายๆ และชมบรรยากาศของยามเช้า ยามเย็น มองลงไปจะเห็นวิวสระว่ายน้ำด้านล่าง

ป้าย Venue บนงานเพดานไม้และผนังกระจกของคลับเฮาส์

#โดยสรุป Venue I-D ปิ่นเกล้า-ศาลายา เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจหากใครที่กำลังมองหาพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และให้เราได้แสดงความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ ออกแบบให้บรรยากาศของโครงการได้แรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านมรดกโลก ชิรากาวะ-โกะ ที่ญี่ปุ่น ซึ่งทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะ Clubhouse ที่บอกเล่าอัตลักษณ์ของบ้านโบราณจั่วหลังคาสามเหลี่ยมทรงพนมมือ พร้อมงานดีไซน์ที่ลงรายละเอียดสไตล์ญี่ปุ่นไว้ในแบบ Minimalism in Architecture

รายละเอียดเพิ่มเติม : https://m.scasset.com/9kSN
สอบถามโทร. 061-410-4442
หรือ Line: @vnidpy (https://lin.ee/6kGbpXO

คำถามที่พบบ่อย

Venue I-D ปิ่นเกล้า–ศาลายา ทำเลเดินทางเป็นอย่างไร

Venue I-D ปิ่นเกล้า–ศาลายา ตั้งอยู่ย่านบางกรวย นนทบุรี ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ราว 5 กิโลเมตรหรือประมาณ 10 นาที รายล้อมด้วยคอมมูนิตี้ของย่านศาลายาทั้ง The Salaya Leisure Park, Makro, Lotus’s, Central Salaya และ Design Village เชื่อมเข้าปิ่นเกล้าและเข้าเมืองผ่านถนนบรมราชชนนีและทางคู่ขนานลอยฟ้า เป็นทำเลที่อยู่อาศัยฝั่งตะวันตกที่ของกินของใช้ครบในระยะขับรถสั้น

ราคาและมุมมองการลงทุนของ Venue I-D ปิ่นเกล้า–ศาลายา เป็นอย่างไร

ราคาเริ่ม 6–12 ล้านบาท บนเนื้อที่ดิน 50–62.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 190–296 ตารางเมตร ส่วนกลางมีคลับเฮาส์ ฟิตเนส และสระว่ายน้ำในบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ในเชิงการลงทุน โซนปิ่นเกล้า–ศาลายาเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มมหาวิทยาลัยและครอบครัวขยายจากฝั่งธน ราคาที่ดินยังเติบโตตามการขยายตัวของคอมมูนิตี้และโครงข่ายถนน ทำให้บ้านเดี่ยวระดับนี้ยังมีช่องว่างของการเพิ่มมูลค่าในระยะยาว

จุดเด่นของ Venue I-D ปิ่นเกล้า–ศาลายา คืออะไร

จุดเด่นของ Venue I-D ปิ่นเกล้า–ศาลายา คือคอนเซปต์งานออกแบบที่หยิบบรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่น Shirakawa-go มาตีความเป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย เน้นความอบอุ่นของวัสดุและการจัดวางพื้นที่ใช้สอยให้รองรับครอบครัวใหญ่ 3–5 ห้องนอน ภายใต้แบรนด์ Venue ID ของ SC Asset ที่เจาะกลุ่มคน Gen Y โดยเฉพาะ เครดิตของผู้พัฒนารายใหญ่และงานดีไซน์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเป็นสิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากบ้านเดี่ยวทั่วไปในย่านเดียวกัน

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.