Saturday 18 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·13 Sep 2021

รีวิว The Standard, Bangkok Mahanakhon

Words & Photography · KANT
มุมสูงของเส้นขอบฟ้ากรุงเทพกับตึกมหานครทรงพิกเซลในแสงอาทิตย์ตก

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

The Standard, Bangkok Mahanakhon is a five-star lifestyle hotel inside the landmark King Power MahaNakhon tower in the Silom business district. This KANT review covers its bold, colourful interiors by Jaime Hayon, its multi-concept restaurants and bars, and its rooftop views. Rates start around THB 5,500 per night, for travellers who want daring design with energy.

สรุปตรง

The Standard, Bangkok Mahanakhon คือโรงแรม 5 ดาว 155 ห้องในตึก King Power Mahanakhon ตึกระฟ้าทรงพิกเซลสูง 78 ชั้นย่านสีลม กรุงเทพฯ หนึ่งในอาคารที่เป็นแลนด์มาร์กที่สุดของเมือง งานออกแบบโดย Jaime Hayon ดีไซเนอร์สเปนที่ใส่ภาษาแม็กซิมัลลิสต์ ทั้งฟอร์มโค้ง ลายกราฟิก และสีสันจัดจ้านทั่วทั้งโรงแรมจนทุกมุมเป็นฉากถ่ายรูป จุดที่ทำให้ The Standard ต่างจากโรงแรมหรูกรุงเทพฯ ทั่วไปคือการไม่เล่นบทคลาสสิกเงียบขรึม แต่เลือกความสนุก กล้า และมีชีวิตชีวาเป็นจุดยืน เสริมด้วยร้านอาหารบนชั้นสูงอย่าง Ojo (เม็กซิกัน), Mott 32 (จีน) และ Sky Beach รูฟท็อปบาร์ จุดขายคือโรงแรมดีไซน์ที่เป็นทั้งที่พักและจุดหมายไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ราคาเริ่มต้นหลักห้าพันห้าต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.8 / 5
Locationสีลม · กรุงเทพฯ
Priceเริ่มต้นราว 5,500 บาท/คืน
เส้นขอบฟ้ากรุงเทพยามพลบกับตึกมหานคร พร้อมตัวอักษรชื่อ The Standard, Bangkok Mahanakhon บนภาพ

เปิดภาพแรกให้ชมแบบครบทุกห้อง‼️

The Standard, Bangkok Mahanakhon

โรงแรมสุดฮิปอิมพอร์ตจากอเมริกาที่กานต์รอมานาน

เพิ่งจะแถลงข่าวเปิดตัวสาขาใหม่ที่สิงคโปร์ไปเมื่อเดือนก่อน ตอนนี้ของจริงมาแล้วครับ ได้เวลาเผยโฉม The Standard Bangkok, Mahanakhon กันเสียทีซึ่งเป็น 1 ใน 2 โรงแรมใหม่ของ The Standard ในไทย (อีกแห่งคือที่หัวหิน)

เล่าก่อนเผื่อใครยังไม่รู้จัก The Standard เป็น Lifestyle Hotel ที่ดังมากครับ ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวในเรื่องของความครีเอท ทันสมัย คิดอะไรไม่เหมือนใคร (ดูจากโลโก้กลับหัวก็พอจะรู้ได้ว่ากวน … เบอร์ไหน) ถ่ายทอดโรงแรมผ่านศิลปะ แฟชั่น ดนตรีและไลฟ์สไตล์ มีกิจกรรมแปลกใหม่ๆ มานำเสนอแขกตลอด เป็นการสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวในวันหยุด แขกจะได้ไม่ใช้เวลาอยู่แต่ในห้องพักเพียงอย่างเดียว ตลอดจนมีความเชื่อมโยงกับชุมชนที่โรงแรมตั้งอยู่เพื่อให้เกิดความร่วมมือใหม่ๆ

งานดีไซน์โดย Jaime Hayon

ในส่วนของงานดีไซน์ กานต์จะไม่แตะถึงของเดิมที่เคยออกแบบไว้ ก่อนที่จะกลายร่างมาเป็นโรงแรมเชนใหม่จากจากสหรัฐอเมริกา มาตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ฝีมือการออกแบบของ Jaime Hayon (ไฮเม่ ฮายอน) ดีไซเนอร์ชาวสเปน ซึ่งมีความโดดเด่นในงานคือความสนุกสนานน่ารัก (งานล่าสุดคือแปลงโฉมบ้านเก่าอายุกว่า 70 ปี ย่านชิดลม เป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ House of Fritz Hansen Bangkok-ใครชอบตามไปดูได้ที่ในซอยสมคิด)

งานนี้ Jaime Hayon ได้ร่วมกับทีมออกแบบภายในมือรางวัลของ The Standard ซึ่งต้องบอกว่าภาพเรนเดอร์ที่ออกมามัน Hype และ Hi (Class) มาก ตาม DNA ของแบรนด์ ซึ่งดีไซน์ให้เป็นโรงแรมฮิปสเตอร์ เห็นได้จาก The Standard, London ตรงถนน Argyle ย่าน Kings Cross ที่ตอนนี้ร้านอาหาร Decimo กลายเป็นจุดเช็คอินแฮงค์เอาท์แห่งใหม่ในลอนดอนไปเสียแล้ว

นอกจากความเป็น Flagship Hotel ในเอเชียแล้ว แน่นอนว่า The Standard Bangkok, Mahanakhon ก็ตั้งใจให้ The Parlor เป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ คอมมูนิตี้สำหรับคนสุดครีเอทีฟ ชอบสังสรรค์ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มาเอนจอยและใช้ชีวิตได้ทั้งวัน ในบรรยากาศรีแลกซ์ ซึ่งดูจากการออกแบบแล้วก็สดชื่นและสดใสดีครับ ส่วน Tea Room ก็สวยมาก ตกแต่งโทนขาวดำเหมาะสำหรับช่วงเวลา High-Tea ผมว่าไม่ควรพลาด

อีกจุดที่เป็นไฮไลท์คือ The Standard Gym ขนอุปกรณ์ออกกำลังแบรนด์ดัง ทันสมัยมากมาย เครื่องปั่นจักรยานสุดฮิต Peloton มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น ส่วนด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำวิวกรุงเทพที่สร้างบรรยากาศให้สดชื่นด้วยต้นไม้ พอใส่ต้นมะพร้าวเข้ามาก็อ๊าวววว … นึกว่านั่งอยู่ สระว่ายน้ำริมทะเล … ต๊าชชชชมาก

ห้องพักทั้ง 155 ห้อง ครบทุก Room Type

ในส่วนของห้องพักมีทั้งหมด 155 ห้อง หลาย room type มาก เน้นกระจกบานใหญ่เอาไว้ชมวิวกรุงเทพมุมสูง ไล่ตั้งแต่ Standard Prince ห้อง Suite Spot ไล่ไปจนถึง Bigger Penthouse มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ขนแบรนด์ดังมาใส่เพียบเลย เครื่องเสียงบลูทูธใช้ Bang & Olufsen เครื่องชงกาแฟ Nespresso ชุดคลุมอาบน้ำดีไซน์เก๋ ชุดครัวใน Penthouse เป็นของ Gaggenau จากเยอรมนี มีโต๊ะทานข้าว 8 ที่นั่งจัดไว้ให้ด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ

The Standard จะเปิดตัวที่หัวหินก่อนในปลายปีนี้ครับ ขณะที่มหานคร จะเป็นต้นปีหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเปิดตัว The Standard, Ibiza โรงแรมแห่งที่ 2 ในยุโรป ในปีหน้า และประเทศและเมืองสำคัญๆ อาทิ สิงคโปร์, เมลเบิร์นและลิสบอน ในปี 2566 ส่วนดับลิน, บรัสเซลส์ และลาสเวกัส จะเปิดในปี 2568

ส่วน The Standard ที่หาดในทอน ภูเก็ต, หาดแม่น้ำที่สมุยและย่านพัทยากลาง ที่ว่าจะเปิดตัวตอนนี้ยังเงียบ … ผมยังไม่ได้ข่าว

The Standard ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2542 และเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการสร้างสรรค์รสนิยมล้ำสมัย ดีไซน์แปลกใหม่ และมาตรฐานที่ไม่เหมือนใคร โดยปัจจุบันได้สร้างสรรค์โรงแรมที่ฉีกกรอบรูปแบบเดิมๆ มาแล้ว 6 แห่งในนิวยอร์ค ลอสแองเจลิส ไมอามี ลอนดอน มัลดีฟส์ และ The Standard, Hua Hin ที่กำลังจะเปิดให้บริการ 1 ธันวาคมนี้ รวมไปถึงแฟลกชิปในเอเชีย The Standard, Bangkok Mahanakhon ที่มีกำหนดเปิดในปีหน้า

ล็อบบี้ลายทางขาวดำดีไซน์จัดจ้านสไตล์ไฮเม ฮายอน ของ The Standard Bangkok

กานต์ชอบห้องนี้ Tea room เชื่อว่าน่าจะมาเขย่าวงการคนรักชาให้สั่นสะเทือนตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้สัมผัส ออกแบบสวยมาก ตกแต่งในโทนขาวดำให้อารมณ์แปลกใหม่

มุมสูงของเส้นขอบฟ้ากรุงเทพกับตึกมหานครทรงพิกเซลในแสงอาทิตย์ตก

ตึกมหานคร ตึกระฟ้าอันโดดเด่นใจกลางเมือง

ห้องพักโทนดินเผากับกระจกทรงโค้งและเตียงนุ่ม ดีไซน์ขี้เล่น

โรงแรมไลฟ์สไตล์ 155 ห้อง ตกแต่งสวยมาก ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นจุดสนใจจากทุกสายตาไปโดยปริยาย มาพร้อมห้องพักตั้งแต่ขนาด 29 ตารางเมตรจนถึงห้องเพนท์เฮาส์อันโอ่โถงขนาด 144 ตารางเมตร ล้อมรอบไปด้วยวิวเมืองกรุงเทพฯ ชวนหลงใหลในยามค่ำคืน

ห้องนอนกับหัวเตียงสีสันสดใส โคมไฟห้อยทรงเรโทร และพื้นลายตาราง

ห้อง Suite Spot มีขนาด 83 ตารางเมตร รองรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 2 คน หรือผู้ใหญ่ 3 คน และเด็ก 1 คน

มีเตียงคิงไซส์และเครื่องนอนสุดแฟนซี ห้องนั่งเล่นนอนชิลล์แยกออกมาอีกหนึ่งห้อง มีห้องแต่งตัวแยกไปอีก ในห้องมีมุมทานอาหาร

ภายในห้องมีเครื่องเสียงบลูทูธ Bang & Olufsen และมินิบาร์

ภายในห้องน้ำมีโซนอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ให้เรานอนแช่พร้อมชมวิวเมืองอันไร้ขอบเขตของกรุงเทพมหานครได้เป็นอย่างดี

ห้องพักกับเก้าอี้เลานจ์ทรงโค้งสีน้ำเงินและโคมไฟห้อย โทนครีม

Penthouse มี 1 ห้อง ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดา! โดดเด่นด้วยพื้นที่ขนาด 105 ตารางเมตร เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเน้นสเปซ และวิวเมืองแบบไม่มีอะไรมากั้น

ภายในห้องพักประกอบด้วย ครัว ที่มาพร้อมของอร่อยและเครื่องดื่มมากมาย โต๊ะทานอาหารที่รองรับได้ถึง 8 คน เครื่องเสียงบลูทูธ Bang & Olufsen และห้องนั่งเล่นส่วนตัวขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังห้องแต่งตัว

ภายในห้องพักมาสเตอร์มีเตียงคิงไซส์และเครื่องนอนสุดชิค และแน่นอนตู้เสื้อผ้าในฝัน โต๊ะทำงาน รวมไปถึงห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำสุดอลังการ และเรน ชาวเวอร์

ยังไม่หมดเท่านี้…ถ้าเรามีเพื่อนหรือครอบครัวมาจอยเพิ่ม Penthouse สามารถเชื่อมต่อไปยังห้องพัก Standard King ได้อี๊กกกก

ภายในห้องพักกับกระจกทรงโค้ง โซฟาโค้ง และโทนสีอบอุ่น

Balcony Suite มีขนาดตั้งแต่ 64 – 85 ตารางเมตร มีห้องแยกใหญ่ถึงสองห้องด้วยกัน พร้อมระเบียงส่วนตัวขนาด 4.7 ตารางเมตร เอาใจคนที่มีไลฟ์สไตล์ชาวเมืองแบบเต็มๆ

ห้องนี้จะรองรับผู้ใหญ่ 2 คน และเด็ก 2 คน หรือผู้ใหญ่ 3 คน และเด็ก 1 คนก็ได้ ประกอบด้วยเตียงนอนคิงไซส์และเครื่องนอนสุดแฟนซี เชื่อมต่อไปยังห้องนั่งเล่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอย่าง โซฟา โต๊ะทานอาหาร และมินิบาร์

ภายในห้องน้ำมีทั้งเรน ชาวเวอร์ และอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศวิวเมืองสุดลูกหูลูกตา

แต่ความเก๋คือ เราสามารถดื่มด่ำกับวิถีชีวิตชิคๆ ที่ระเบียงส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นการจิบกาแฟยามเช้า ทานอาหารภายในห้องพักเพียงแต่เปลี่ยนบรรยากาศกินลมชมวิว จิบค็อกเทลยามเย็น หรืออะไรก็ได้ที่เราต้องการ

ภาพคู่ เตียงสีขาว และห้องพักกับงานตกแต่งโทนดินเผาและน้ำเงิน

Bigger Penthouse มี 1 ห้องถ้วนเท่านั้น เพนท์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง! ด้วยพื้นที่ขนาด 144 ตารางเมตร การันตีความลักซ์ชัวรีให้ไลฟ์สไตล์ราวกับอยู่ในอพาร์ทเมนต์อันหรูหรากลางเมืองยังไงยังงั้น

ภายในห้องโดดเด่นด้วยอุปกรณ์เครื่องครัวที่นักชิมและนักดื่มจะต้องถูกใจกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Gaggenau ซึ่งประกอบด้วย ตู้แช่ไวน์ เครื่องล้างจาน เตาไฟฟ้า ตู้เย็น และเครื่องไมโครเวฟ อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยของอร่อยและเครื่องดื่มอีกมากมาย โต๊ะทานอาหารที่รองรับได้ถึง 8 คน

นี่ยังไม่นับห้องนั่งเล่นอันใหญ่โตที่เชื่อมต่อไปยังห้องแต่งตัว

ภายในห้องพักมาสเตอร์มีเตียงคิงไซส์และเครื่องนอนสุดชิค และแน่นอนตู้เสื้อผ้าในฝัน โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะทำงาน

รวมไปถึงห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำสุดอลังการ และเรน ชาวเวอร์ เป็นอันว่าห้องนี้มีครบจบแบบท็อป ๆ ทั้งมินิบาร์ก็แน่น วิวเมืองอันตื่นตาก็เลิศ

ร้านอาหารกับต้นไม้เขียวครึ้ม เบาะนั่งสีเขียว และพื้นหินขัด ดีไซน์สนุก

The Parlor แหล่งแฮงค์เอาท์ศูนย์กลางของโรงแรม คอมมูนิตี้สำหรับคนสุดครีเอทีฟ ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่น ปลอดโปร่ง รีแลกซ์ และเป็นกันเอง

ดูก็รู้ว่าตั้งใจปั้นให้ The Parlor เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่รวมพลคนรักการสังสรรค์ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มาเอนจอยและใช้ชีวิต อย่างระหว่างวันเราสามารถมานั่งทำงานเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ หรือจะมาดื่มด่ำจิบกาแฟยามเช้าหลังออกกำลังกาย ตามด้วยนั่งอ่านหนังสือเพลินๆ ก็ไม่ติด

หรือช่วงเย็นให้ The Parlor ได้ปลดปล่อยความคูลชวนให้หายเครียดกับโปรแกรมมากมายที่มาในคอนเซ็ปต์ไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็น เปิดโลกไปกับทอล์คโชว์ ปาร์ตี้ค็อกเทล และดีเจจากซาวด์สตูดิโอของสแตนดาร์ดเองที่จะมาเพิ่มสีสันค่ำคืนให้ไม่เหมือนเดิม

นอกจากโปรแกรมชวนน่าค้นหาทั้งหลาย อาหารและเครื่องดื่มที่ The Parlor เองก็ไม่เป็นรองใครกับสารพัดเมนูอาหารไทยและอินเตอร์เนชั่นแนลที่พร้อมเสิร์ฟตลอดทั้งวันและคืน

มุมรับประทานอาหารโปร่งสว่างกับผ้าม่านสีเขียวและพื้นลายตาราง

บรรยากาศ All Day Dining

ร้านอาหารกับกระจกทรงโค้ง โต๊ะกลม และโทนสีเขียวเข้ม

The Standard Grill และ Mott 32

เหมือนยกนิวยอร์กมาไว้ที่กรุงเทพฯ กับ The Standard Grill ร้านสเต็กเฮาส์สไตล์อเมริกันแท้ๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพในบรรยากาศสุดฮิปปนคลาสสิกชวนนึกถึงมหานครนิวยอร์ก แน่นอนมีชื่อเสียงในเรื่องสเต็ก โดยวัตถุดิบทั้งหมดถูกคัดเลือกมาอย่างดีทั้งพรีเมียม และสดใหม่

นอกจากนี้ The Standard Grill ยังมีในส่วนของคาเฟ่ที่พร้อมให้เราจะได้มานั่งชิลล์ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ สั่งเบอร์เกอร์ฉ่ำๆ สักชิ้น พร้อมมาตินี่แก้วโปรดในมือ เพียงเท่านี้วันใหม่ดีๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เลานจ์กับภาพศิลปะแนวแอ็บสแตรกต์ เบาะนั่งทรงโค้ง และฝ้าเพดานไม้

Meeting Room

ห้องอาหารบนชั้นสูงกับวิวเมือง เบาะนั่งยาว และหน้าต่างบานใหญ่

Mott 32 ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นกวางตุ้งที่ตั้งชื่อตามถนน Mott 32 ในนิวยอร์ก อันเป็นที่ตั้งของร้านสะดวกซื้อจีนแห่งแรกของนิวยอร์ก โดยเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1851

ร้าน Mott 32 มีความโดดเด่นด้วยการนำเสนอวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพพรีเมียมจากทั่วโลก ซึ่งเชฟจะนำเทคนิคใหม่ๆ ผสานกับความโมเดิร์นมานำเสนอและปรุงแต่งให้ออกมาเป็นมื้อที่ดีที่สุด

สไตล์ของเมนูที่ Mott 32 นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากทางฝั่งกรุงปักกิ่ง และเสฉวน บวกกับสูตรลับเฉพาะที่ถูกส่งผ่านนับตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นจึงทำให้ Mott 32 แตกต่างจากห้องอาหารจีนที่อื่นโดยสิ้นเชิง

เมนูขึ้นชื่อจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากเป็ดปักกิ่งรมควันด้วยไม้แอปเปิ้ล เมนูติ่มซำสไตล์กวางตุ้งและเสฉวน หมูแดงบาร์บีคิวไอเบอริโก้ (Iberico) หมักด้วยน้ำผึ้งและปรุงรสตามสูตรลับ และอีกมากมาย ที่พร้อมเสิร์ฟเป็นที่แรกในกรุงเทพฯ

ภาพคู่ ห้องออกกำลังกายกับหน้าต่างเปิดวิวเมือง

สระว่ายน้ำและฟิตเนส 24 ชั่วโมง

The Standard Gym ฟิตแอนด์เฟิร์มได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบรรดาอุปกรณ์ออกกำลังกายสุดทันสมัยจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Technogym กิจกรรมปีนหน้าผา และเครื่องปั่นจักรยานสุดฮิต Peloton ที่มีแค่ที่นี่ตลอดจนการให้คำแนะนำจากเทรนเนอร์มืออาชีพ พร้อมวิวเมืองที่ช่วยขับกล่อมจิตใจ และแสงแดดจากธรรมชาติ

เบาะและหมอนลายสีสันสดใสริมสระว่ายน้ำ

The Pool สระว่ายน้ำที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ และวิวทิวทัศน์ท่ามกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยหลับใหล เรียงรายไปด้วยเมนูของอร่อยหลากหลายที่ไม่ซ้ำใครตั้งแต่เมนูทานเล่น ไปจนถึง เครื่องดื่มค็อกเทลดับกระหายที่แค่มีถือไว้ในมือระหว่างนอนอาบแดดก็ชิคมากแล้ว หรือสายรักสุขภาพไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่มีเมนูมังสวิรัติให้เอนจอยมากมาย ตลอดจนสมูทตี้ น้ำผลไม้คั้นสด บอกเลยว่าทั้งสดชื่นทั้งมีพลังบวกพร้อมรับวันใหม่แน่นอน

เส้นขอบฟ้ากรุงเทพยามค่ำ มองจากมุมสูงของตึก

Sky Bar ร้านอาหารกึ่งบาร์ที่ตั้งอยู่บนชั้น 76 ของ The Standard, Bangkok Mahanakhon โดดเด่นด้วยวิวเมืองสุดตระการตาทั้งในยามพระอาทิตย์ตกดิน หรือยามค่ำคืนพร้อมแสงไฟระยิบระยับที่ดึงดูดให้ทุกคนต้องมนต์สะกด ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องอาหารและบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้เรายังสามารถดื่มด่ำจุดสูงสุดของกรุงเทพฯ ด้วยการขึ้นไปชมบรรยากาศพร้อมรับลมชิลล์ๆ ที่ observatory deck บนชั้น 78 ได้อีกด้วย

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/YwWTIpGrFU2

คำถามที่พบบ่อย

The Standard Bangkok Mahanakhon อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

ตั้งอยู่ในตึก King Power Mahanakhon ตึกระฟ้าทรงพิกเซลสูง 78 ชั้นย่านสีลม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สูงที่สุดของเมือง โรงแรมเชื่อมตรงกับสถานี BTS ช่องนนทรีผ่านทางเข้าของอาคาร ทำให้เดินทางเข้าออกย่านธุรกิจสีลม-สาทรและต่อรถไฟฟ้าไปทั่วเมืองได้สะดวกโดยไม่ต้องออกสู่ถนน เหมาะกับทั้งทริปธุรกิจและการเที่ยวในเมือง

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาเริ่มต้นราว 5,500 บาทต่อคืน ปรับขึ้นตามฤดูกาลและประเภทห้อง ตั้งแต่ Standard King ขนาด 40 ตร.ม. ไปจนถึงเพนต์เฮาส์ 144 ตร.ม. เมื่อเทียบกับโรงแรม 5 ดาวใจกลางสีลมด้วยกัน ราคานี้ถือว่าคุ้มค่า เพราะได้ทั้งงานออกแบบระดับ Jaime Hayon ทำเลในตึกแลนด์มาร์ก และสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นจุดหมายของเมืองอย่าง Sky Beach

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

งานออกแบบแม็กซิมัลลิสต์โดย Jaime Hayon ที่เล่นกับฟอร์มโค้ง ลายกราฟิก และสีสันจัดจ้านทั่วทั้ง 155 ห้องและพื้นที่ส่วนกลางคือหัวใจของที่นี่ ด้านอาหารมีร้านบนชั้นสูงครบ ทั้ง Ojo อาหารเม็กซิกัน Mott 32 อาหารจีนระดับโลก และ Sky Beach รูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ รวมถึง The Parlor และห้องน้ำชา Tease ที่ทำให้โรงแรมเป็นจุดหมายของคนเมือง ไม่ใช่แค่แขกที่เข้าพัก

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.