Last Updated: 17 September 2022
ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW
A comprehensive property review of The Gentry, Kaset – Nawamin by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.

“𝑰𝒏 𝒐𝒓𝒅𝒆𝒓 𝒕𝒐 𝒃𝒆 𝒊𝒓𝒓𝒆𝒑𝒍𝒂𝒄𝒆𝒂𝒃𝒍𝒆 𝒐𝒏𝒆 𝒎𝒖𝒔𝒕 𝒂𝒍𝒘𝒂𝒚𝒔 𝒃𝒆 𝒅𝒊𝒇𝒇𝒆𝒓𝒆𝒏𝒕.” เป็นหนึ่งในวลีเด็ดจาก Coco Chanel เจ้าแม่แฟชั่นคนที่กานต์ชอบมากและยึดมาเป็น Motto ในการทำงานตลอดมา
เพราะว่าเราไม่ชอบเหมือนใคร จึงอยากนำเสนอเรื่องราวของงานดีไซน์บนความหรูหราใหม่ ที่ต้องบอกว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแค่แฟชั่น แต่ต้องนำเสนอถึงฟังก์ชั่นและแพชชั่นที่น่าสนใจของสินค้า/บริการ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีความ Unique อันจะนำไปสู่ความแตกต่างอย่างโดดเด่นและประสบความสำเร็จในที่สุด
อย่างเช่น The Gentry (ชื่อไพเราะมาก) โครงการบ้านหรูที่ Sold Out มาแล้วทุกที่ จนมาถึงโครงการล่าสุดอย่าง The Gentry เกษตร-นวมินทร์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ ก็เป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามองด้วยกัน
#ดีไซน์บ้านโดดเด่น เอกลักษณ์ของ The Gentry คือบ้านหรูเล่นระดับ 3 ชั้นสไตล์ Modern Luxury ที่มีดีไซน์สวยแปลกตากว่าบ้านทั่วไป เพราะคอนเซ็ปต์คือ Defying Gravity เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ชีวิตให้เหมือนใคร ภายในออกแบบและตกแต่งได้สวยมาก จัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานได้ดี เป็น Multi-Living ที่รองรับการปรับเปลี่ยนทุกห้องภายในวิลล่าหรูตามไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างของสมาชิกในบ้าน แต่ยังเชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดี
#โลเคชั่นยอดเยี่ยม เพราะตั้งอยู่ถนนโพธิ์แก้วบนทำเลศักยภาพ “เกษตร – นวมินทร์” ใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ถึง Crystal Design Center (CDC) ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือว่าจะออกไปทางถนนลาดพร้าวก็สะดวกเช่นกัน ทั้งยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
อีกเรื่องที่ครบเครื่องไม่แพ้กันคือ #นวัตกรรม Smart Home ที่ทาง SC Asset พัฒนาขึ้นมาเองเรียกว่า Ruejai Home OS ที่ Integrate การสั่งการทุกอย่างภายในบ้านเข้าไว้ใน Control Panel เดียว เชื่อมต่อกับมือถือของเราแล้วสั่งงานได้ ถือว่าสะดวกมาก เพื่อเป็นการสร้างความแตกต่างในบริการหลังการขายให้กับลูกบ้านของ SC Asset
บ้านตัวอย่างที่พาไปชมกันเป็นแบบบ้าน Hideaway บ้าน 3 ชั้นขนาดใหญ่สุดครับ มาพร้อมกับลิฟต์โดยสารภายในบ้าน พร้อมกับสระว่ายน้ำเพื่อเป็นไอเดียเผื่อใครอยากได้ความเป็นส่วนตัว และยังจะพาไปชม Clubhouse ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากภูเขาสูงตั้งตระหง่านในเขต Canyon Point รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ไปชมภาพและอ่านเรื่องราวกันต่อด้านในดีกว่าครับ
สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 065-919-0999
Call Center : 1749
Line : @GTKN
ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://m.scasset.com/ADEv
—
แบบบ้าน Hideaway อ่านชื่อแล้วอยากมาย้ายมาอยู่ที่นี่เลยทันที เพราะดีไซน์ออกมาได้ครบเครื่องมากครับ เป็นวิลล่าหรูขนาด 3 ชั้นเล่นระดับ ในสไตล์ Modern Luxury ซึ่งเป็นซีรีส์ใหม่ของทาง SC Asset ภายนอกออกแบบได้สวยและแตกต่างจากบ้านทั่วไป
ไฮไลท์คือ Shading Effect ที่ตรง Facade เป็นการเล่นกับมุมตกกระทบของแสงและเงา เพื่อให้เกิดมิติที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน การนำเส้นสายของระแนงไม้มาเป็นลูกเล่นทำให้บ้านดูโมเดิร์นขึ้น สามารถใช้บังแดดได้ ให้ความเป็นส่วนตัว
นอกจากนั้น ผมยังชอบการผสมผสานความเป็นธรรมชาตินำเข้ามาไว้ร่วมกับภายในบ้านได้อย่างลงตัว

Clubhouse ได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาสูงตั้งตระหง่านในเขต Canyon Point รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมเขียนถึงไว้ในรีสอร์ตหรู Amangiri อ่านได้ที่นี่ https://bit.ly/kant-amangiri

ผมลองถ่ายภาพจากภายนอกเข้ามาในบ้านเพื่อให้เกิดมุมมองใหม่ไม่เหมือนใคร ตามคอนเซ็ปต์ของโครงการ Defying Gravity

รีวิวนี้จะพาไปสัมผัสโครงการบ้านหรูเล่นระดับ 3 ชั้นสไตล์ Modern Luxury ที่มีดีไซน์สวยมาก ยืนหนึ่งในย่านเกษตร-นวมินทร์

พาไปชมแบบบ้าน Hideawayบ้าน ซีรีส์ใหม่ของทาง SC Asset พื้นที่ดินเริ่มต้น 74.2 ตร.ว. ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 550 ตร.ม. ฟังก์ชั่น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ พร้อมห้องพักผ่อนชั้นล่างและชั้นบน ติดตั้งลิฟต์โดยสารภายใน
สามารถจอดรถได้ 4 คัน ติดตั้ง EV Charger Station พร้อมระบบไฟฟ้ารูปแบบ 3 เฟส (3 phase 4 wire) ซึ่งระบบนี้จะให้แรงดันไฟฟ้ามากกว่าไฟบ้านทั่วไปครับ ด้าน
ในสุดมีห้องนอนแม่บ้านอยู่แยกออกไปเพื่อให้ได้รับความเป็นส่วนตัวสูงสุด

ทางเข้าเป็นเป็นประตูบานไม้สักคู่ ขนาดใหญ่ ทางโครงการติดตั้ง Digital Door Lock ไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน จะพบกับ Foyer ด้านหน้า ติดตั้งตู้เก็บของและตู้เก็บรองเท้าเอาไว้แล้วเช่นกันเพื่อความเป็นระเบียบสวยงาม
พื้นชั้นล่างปูด้วยกระเบื้องหินอ่อนแผ่นใหญ่จากอิตาลี ให้สัมผัสที่เรียบหรูดีมาก เมื่อเดินเข้าไปด้านในเราจะพบกับโถงกลางซึ่งเป็นเหมือนหัวใจของบ้านที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชั่นภายในเอาไว้ด้วยกัน เริ่มจาก Welcoming Entryway
เบื้องหน้าเป็นมุมเคาน์เตอร์กาแฟ พร้อมกับตู้โชว์จัดแสดงผลงานแห่งความภาคภูมิใจของสมาชิกภายในบ้าน เป็นภาพแรกที่แขกจะได้เห็นเมื่อก้าวเข้ามาด้านใน
จริงๆ อยากลงรายละเอียดไปถึงเครื่องชงกาแฟที่ผมประทับใจมาก เป็นรุ่นพิเศษที่ทาง SC Asset สั่งทำขึ้นมาพิเศษ พร้อมเมล็ดกาแฟแบบแคปซูล เพื่อสะท้อนแนวคิด “การสร้างเช้าที่ดี” หรือ For Good Mornings โดยการเริ่มต้นด้วยกาแฟ 3 รสชาติที่สะท้อนมาจาก 3 จุดแข็งของแบรนด์ ได้แก่ Caring, Sincere และ Fresh นั่นเองครับ

เมื่อเดินเข้ามาด้านขวาของบ้านจะเป็น Living Area ซึ่งไฮไลท์คือการออกแบบให้เป็น Double Living Room & Vertical Backyard ความสูงประมาณ 7 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่รับแขกชั้น 1 และชั้น 2 เข้าด้วยกัน

ภายนอกออกแบบให้เป็นหน้าต่างบานกระจกสูงเต็มผนัง เพื่อเชื่อมกับพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน เหมาะเป็นมุมพักผ่อนของทุกคนในครอบครัว บ้านตัวอย่างจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวออกแบบและติดตั้งไว้ให้เผื่อเป็นไอเดียสำหรับใครที่ซื้อบ้านนี้ไป

ผมพยายามถ่ายภาพให้เห็นถึงความสูงโปร่งของโถงห้องนั่งเล่นว่ามีความโอ่อ่ามากครับ เปิดรับช่องแสงจากธรรมชาติภายนอกเข้ามา ทำให้บ้านดูสว่างไสว สอดรับกับแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ภายในจัดวางชุดโซฟาขนาดหลายที่นั่งเพื่อรองรับแขกกลุ่มใหญ่
ผมเห็นทีวีที่บ้านตัวอย่างยังได้นำเสนอวีดีโอของรีสอร์ต Amangiri ที่ผมประทับใจ เพราะเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการนี้

ชอบแชนเดอร์เลียของบ้านตัวอย่างมาก ขนาดใหญ่ดุจปราสาทราชวัง ยิ่งทำให้บ้านดูอลังการมากขึ้น

พื้นที่ด้านข้างสามารถจัดสวนเพื่อพักผ่อน หรือจะทำเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัวแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ครับ

ถัดจาก Living Area ด้านในจะเป็น Dining Area ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางเช่นกัน เพิ่มมิติให้ภายในบ้านด้วยกระจกเงาและกระจกใส เปิดรับแสงและวิวจากสวนด้านนอกเข้ามา
ภายในจัดวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ Long Table เอาไว้ พร้อมกับ Pantry สำหรับจัดเตรียมอาหารและมีเคาน์เตอร์บาร์ เผื่อว่าที่บ้านจัดปาร์ตี้หรือจะเอาไว้จิบกันเบาๆ ก่อนจะเริ่มต้นมื้ออาหารในบรรยากาศสบายๆ ไม่ทางการมากนัก

ถัดไปจากโต๊ะรับประทานอาหารเป็น Tea Room พร้อมเคาน์เตอร์ครัวติดผนังและตู้แช่ไวน์ ให้เราได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของวันพักผ่อนภายในบ้าน
ติดกันเป็นห้องน้ำพร้อมชาวเวอร์ในตัว ซึ่งจริงๆ แล้วบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนชั้นล่างครับ เราสามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัวได้เลย จะขยายเป็นห้องเตรียมอาหารแบบบ้านตัวอย่างก็ได้
หรือหากบ้านไหนมีสมาชิกหลาย Generation ก็สามารถปรับให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ที่มาพร้อมวิวสวนด้านข้างบ้านคอยเติมความสดชื่นเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้กับบ้านได้เช่นกันครับ

ภายในพื้นที่ของ Dining Area ออกแบบได้กว้างขวางและเป็นสัดส่วนดีมากครับ เพิ่มความโดดเด่นให้กับภายในบ้านได้ทันทีที่เห็น

เห็นโต๊ะรับประทานอาหารแล้วอยากจะชวนเพื่อนมาที่บ้าน นั่งทานข้าวพูดคุยกัน บรรยากาศคงแฮปปี้ดีมากเลยครับ

ยกให้ The Gentry เกษตร-นวมินทร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สวยหรู น่าอยู่มาก ถ่ายรูปออกมาดูสวยดีทุกมุมเลยครับ

ในส่วนของห้องครัวจะอยู่อีกฝั่งของโต๊ะรับประทานอาหารครับ เป็นครัวที่มีขนาดใหญ่เชื่อมกับเค้าน์เตอร์บาร์และ Dining Area ดูเป็นสัดส่วนดีครับ บ้านตัวอย่างจัดเตรียมเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวยู (U-Shape) เอาไว้ให้ พร้อมกับกันพื้นที่ว่างอีกฝั่งของครัวเผื่อเป็นไอเดียสำหรับใครจะดีไซน์ครัวในฝัน อาจจะเป็นการทำ Pantry เพิ่มหากว่ามีความจำเป็นต้องใช้ห้องนอน 5 บริเวณชั้นล่าง ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อดีของการวางผังแบบ Open Plan ก็คือทำให้เราสามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องต่างๆ ภายในบ้านได้ตามไลฟ์สไตล์เลยครับ

จากครัวเปิดประตูออกไปจะเชื่อมต่อกับลานซักล้างด้านข้าง ที่แยกสัดส่วนออกไปจนถึง Maid Plaza และห้องนอนแม่บ้านอ้อมไปจากด้านหลังสู่ด้านข้าง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวระหว่างที่แม่บ้านทำงานอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง
ส่วนห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ด้านข้างบันได เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกที่มาบ้าน เพื่อที่สมาชิกจะได้มีความเป็นส่วนตัวและสะดวกมากขึ้น

บริเวณทางขึ้นบันไดและหน้าลิฟท์จะมีวีดีโอวอลล์ รวมถึงแผงคอนโทรลของระบบปฏิบัติการภายในบ้านอย่าง RueJai Home OS ที่ SC Asset พัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการควบคุมและเช็กสถานะของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเปิด-ปิดไฟ เครื่องปรับอากาศ กล้องวงจรปิด มีเซนเซอร์คอยตรวจจับและแจ้งความผิดปกติ ตลอดจนรายงานคุณภาพอากาศภายในบ้านได้ทุกที่ ทุกเวลาครับ

บ้านในโครงการ The Gentry เกษตร-นวมินทร์ ใช้โครงสร้างแบบ Conventional โดยก่ออิฐ Q-Con ทำให้มีความแข็งแรงทนทาน ออกแบบให้มีการเชื่อมต่อระหว่างชั้นได้ทั้งทางลิฟต์และบันไดครับ ทำให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และยังโดดเด่นด้วย Double Living Room & Vertical Backyard ความสูงประมาณ 7 เมตร เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 1 และชั้น 2 เข้าด้วยกัน

ผมกดลิฟต์ขึ้นมาบนชั้น 2 ซึ่งภาพแรกที่ออกมาจากลิฟต์จะเป็นมุมมองแบบนี้ครับ ตรงกลางเป็นโถงทางเดินที่เชื่อมต่อกับห้องต่างๆ ภายในชั้นและยังมีราวกันตกเพื่อเปิดพื้นที่ร่วมกับ Double Living Room จากชั้น 1 ด้วย
ชั้น 2 จะมี 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น เป็น Family Area สำหรับสมาชิกในครอบครัวพร้อมกับระเบียงที่สามารถเปิดออกไปนั่งเล่นพักผ่อนได้ ซึ่งผมจะได้พาไปชมกัน

Family Room เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานดีไซน์ในแบบบ้าน Hideaway เลยครับ เป็นการปลีกตัวมานั่งในมุมพักผ่อนที่จัดไว้สำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว ซึ่งจะต่างจาก Family Area ที่เราเคยเห็นโดยทั่วไป ซึ่งมักจะเป็นเพียงโถงกลางของชั้นบนบ้าน

ห้องนี้ได้รับการออกแบบให้เป็น Theater Room สำหรับดูหนังฟังเพลง จะอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน ทำให้สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานกว้างได้เต็มที่และมีความเป็นส่วนตัวด้วย Facade ที่บังอยู่ ดูแล้วโล่งโปร่งสบายดีมากเลยครับ ภายในห้องมีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างขวาง จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่เอาไว้สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน
มีประตูสามารถเปิดออกไปยังด้านนอกซึ่งกว้างขวางเป็นระเบียงที่ใช้งานได้จริงๆ ผมว่าลองหาลู่วิ่งไฟฟ้าสักเครื่องมาวางเพื่อเป็นการออกกำลังกาย รับอากาศบริสุทธิ์ขณะเบิร์นได้ดีเลยทีเดียวครับ

ชั้น 2 จะมีด้วยกัน 2 ห้องนอนรองครับ ห้องแรกจะอยู่ถัดจาก Family Room ใกล้กับลิฟต์และโถงบันได ตอนที่ผมไปเยี่ยมชมโครงการ ห้องนี้ได้รับการปรับให้เป็น Art Space จัดแสดงงานศิลปะเพื่อเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ห้องที่ต้องสะท้อนไลฟ์สไตล์และตัวตนของคนแต่ละเจนเนอเรชั่นภายในบ้านได้
ห้องนอนห้องแรกเป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงของตกแต่งบ้านดีไซน์แปลกตาจากประเทศอิตาลีแบรนด์ SELETTI ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1964 นับเป็นแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์สะท้อนความงามตามยุคสมัย
โดยคอลเลคชั่นที่นำมาจัดแสดง เป็นการผสมผสานผลงานศิลปะแบบ POP ART ไปกับชีวิตประจำวัน ทั้งรูปทรงและฟังก์ชั่นที่ตอกย้ำถึงไลฟ์สไตล์ที่มีความยูนีค สนุกสนานและสวยงาม เป็นตัวแทนของคนยุค Gen Y

ห้องนอนถัดไปก็มีคาแรกเตอร์ชัดเจนไม่แพ้กัน เพราะโดดเด่นตั้งแต่ได้ยินชื่อแบรนด์กันเลยครับ นั่นก็คือ PAUL SMITH แบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ที่ผมเป็น Big Fan เลยครับ เพราะงานของ PAUL SMITH จะต้องมาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์ สีสัน ดีไซน์ที่ทันสมัย และคงไว้ซึ่งความสนุกสนาน โดยเฉพาะลวดลาย Signature Stripe
ดังนั้น ห้องนอนห้องนี้จึงถูกตกแต่งด้วยอัตลักษณ์ของ PAUL SMITH ที่สะท้อนตัวตนของชาว Baby Boomer ได้เป็นอย่างดี

ส่วนตัวผมค่อนข้างประทับใจห้องนี้ เพราะเป็นห้องแนวลึกที่ค่อนข้างเปิดโล่งด้วยช่องแสงรายรอบ ทำให้ห้องดูสว่าง ตกแต่งในโทนอบอุ่น แต่ยังคงความเงียบสงบเอาไว้เพราะเป็นห้องที่อยู่เยื้องไปทางโซนด้านหลังบ้าน มาพร้อมกับระเบียงส่วนตัวให้เราได้นั่งพักกายพักใจ

เราลองเปลี่ยนมาเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้น 3 กันดูบ้างครับ วัสดุบันไดทั้งลูกตั้ง ลูกนอนเป็นไม้สัก เช่นเดียวกับราวจับให้สัมผัสเป็นธรรมชาติดีมาก เพิ่มความโมเดิร์นด้วยราวกั้นเป็นกระจกใส ติดตั้งไฟส่องสว่างตลอดแนวทางเดินขึ้นลงบันได

เมื่อเดินขึ้นมาถึง มองไปทางซ้ายจะเห็นลวดลายและสีสันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของ GIVE ME MUSEUMS
เราจะเข้าไปชมห้องนี้กันก่อนครับ

GIVE ME MUSEUMS เป็นศิลปินแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ เจ้าของภาพวาดดอกไม้ ทุ่งหญ้า และป่าเขาสีสันสดใสอันโด่งดังที่ใครเห็นก็ต้องหลงใหล
แต่เบื้องหลังคือการสื่อสารความความคิดแบบกบฏที่ฉีกแนว มีความเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นชิ้นงานศิลปะที่ถ่ายทอดออกมาจึงต้องการให้เห็นรอยแปรงที่ชัด ไม่เน้นความเนี๊ยบและความสมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นตัวแทนของคน Gen Z
ห้องนี้จึงตกแต่งให้ดูสดชื่น สดใส จัดวางเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งด้วยสีสันไม่ซ้ำใคร และไม่ต้องกลัวใครจะมาบอกว่า สีสันมันดูค่อนข้างตรงข้ามไม่เข้ากัน เพราะความตั้งใจของดีไซเนอร์เป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับ

ระหว่างทางที่จะเดินไปห้องนอนหลัก ผมมองเห็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่ที่อยู่โซนด้านหน้าบ้าน ผมเดินเข้าไปดูพบว่าเป็นห้องอเนกประสงค์ซึ่งดีไซน์ได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละบ้าน

บ้านตัวอย่างหลังนี้ ออกแบบเป็น Hall of Fame Room แสดงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ หรือใครจะทำเป็นห้องไลฟ์สำหรับขายของแบรนด์เนมก็เข้าที หรือจะทำเป็นห้องพระ ไว้นั่งสมาธิก็ดีเช่นกัน

ด้านหน้าของ Master Bedroom ออกแบบให้เป็นห้องน้ำ ห้องน้ำในห้องนี้จะค่อนข้างกว้าง พร้อมออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่แบ่งสัดส่วนได้ดี มีพื้นที่แยกส่วนเปียกแห้ง

ที่ผมชอบคือออกแบบให้เชื่อมต่อกับพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk in Closet ซึ่งตอนที่ผมไปชมโครงการ กำลังจัดแสดงผลงานศิลปะของแกลเลอรี่ร่วมสมัยอย่าง LA LANTA FINE ART

Walk in Closet จะอยู่ตรงข้ามเชื่อมต่อกันชนิดที่ว่า ออกจากห้องน้ำมาก็เดินเข้าห้องแต่งตัวได้ทันที ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและสะดวกมาก

ตอนที่ไปเยี่ยมชมโครงการ Master Bedroom เป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงผลงานศิลปะของแกลเลอรี่ร่วมสมัยอย่าง LA LANTA FINE ART ที่เน้นการนำเสนอผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งในไทยและจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้รับการยอมรับใน International Art Fair อย่างนิวยอร์ค บาเซล ลอนดอน ไมอามี่ สิงคโปร์ และฮ่องกง จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพเพนท์สีอะคริลิค, ภาพเพ้นท์แบบผสมผสาน, ภาพพิมพ์แกะไม้, เซรามิค และเครื่องปั้นดินเผา วางกระจายกันไปในหลายจุด รวมไปถึงห้องน้ำในห้องนอนด้วยครับ

Master Bedroom มีขนาดกว้างมาก จัดไว้บริเวณโซนด้านหน้าและด้านข้างของตัวบ้านทำให้เปิดรับแสงได้ทั้ง 2 ด้าน ช่วยให้ห้องแทบไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน แค่เปิดม่านโปร่งเบาๆ แสงก็เข้ามาเพียงพอแล้ว
ห้องนอนหลักมาพร้อมกับ พื้นที่นั่งเล่นภายใน เปิดรับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างขนาบข้างซ้ายขวา พร้อมจัดวางมุมนั่งเล่นพักผ่อนภายในห้องนอนได้สบายเลยครับ บ้านตัวอย่างจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ พร้อมกับมีประตูเปิดออกไปสู่ระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอก

นับว่าเป็นมิติใหม่ของการเยี่ยมชมโครงการที่ Collaboration กันระหว่างบ้าน กับ งานศิลปะ ไอเดียการออกแบบและไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ผมว่าห้องนี้น่าจะเหมาะกับคน Gen X เพราะคาแรกเตอร์ได้สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และความเป็นตัวของตัวเอง

ส่วนภายนอกเป็ระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอก ไว้รับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าหลังตื่นนอน

มาดูพื้นที่ส่วนกลางกันบ้าง เนื่องด้วยโครงการมีขนาดไม่ใหญ่มากเพียงแค่ 57 ยูนิต พื้นที่ส่วนกลางจึงมีขนาดพอเหมาะเพื่อรองรับลูกบ้านได้พอดี ออกแบบให้มี Clubhouse อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะที่จัดพื้นที่สำหรับพักผ่อนแบบ Outdoor เอาไว้
ดีไซน์ภาพรวมของสโมสรที่เชื่อมต่อกับ Main Gate ด้านหน้าโครงการได้แรงบันดาลใจมาจากภูเขาสูงตั้งตระหง่านในเขต Canyon Point รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งผมเขียนถึงไว้ในรีสอร์ตหรู Amangiri ดังนั้น งานดีไซน์จึงมีลักษณะคล้ายภูเขาแต่ลดทอนรายละเอียดลงมาเพื่อให้เกิดความหรูรามีระดับ เมื่อมองมุมเฉียงเล็กน้อยเราจะเห็นการซ้อนทับของ Facade ที่ไม่ต้องการให้เกิดความสมมาตรเพื่อความเป็นธรรมชาติที่ไหลลื่นของงานดีไซน์

ด้านหน้า Clubhouse เป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่แบ่งเป็น 2 สระแบบเล่นระดับ พร้อมกับจัดวางเก้าอี้นั่งพักผ่อนและ Sunbed สำหรับนอนเล่นในช่วงเย็นๆ อากาศกำลังสบายๆ

พื้นที่โดยรอบของ Clubhouse รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่กลางหุบเขา ราวกับเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง บรรยากาศของสโมสรส่วนกลางสวยมาก ภาพรวมของโครงการคือดี มีการร้อยสายไฟลงดินทั้งหมด ทำให้โครงการดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

ส่วนด้านในของ Clubhouse ก็มีทั้ง Co-Working Space ให้นั่งอ่านหนังสือนั่งคุยกันระหว่างลูกบ้าน เอาไว้นั่งทำงาน ประชุมหรือพรีเซนต์งาน มีการจัดวางที่นั่งแบบกระจายกันไปตามความต้องการทั้งเดี่ยว คู่และแบบหมู่คณะ แต่ปัจจุบันยังกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็น Sales Gallery อยู่ครับ เราอาจจะขยับขึ้นไปใช้บริการที่ชั้นบนแทน

ส่วน Clubhouse ชั้นบนยังเป็นที่ตั้งของฟิตเนสด้วยครับ บรรยากาศโล่งๆ ดีมาก ภายในมีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training Machine แต่ที่ผมชอบคือการจัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าให้หันหน้าออกไปทางสวนต้นไม้และสระว่ายน้ำ ดูแล้วสดชื่นดีครับ เห็นต้นไม้สีเขียวๆ ระหว่างวิ่งออกกำลังกายก็ค่อยหายเหนื่อยหน่อยเวลาได้มองเห็นความสดชื่น สมกับเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง

ส่วนชั้นบนสุดออกแบบให้เป็น Rooftop เก๋มาก เป็นมุมส่วนตัวสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด ในบรรยากาศของความเงียบสงบ เป็นส่วนตัวและชมวิวพระอาทิตย์ตกดินได้จากบนนี้

#โดยสรุป The Gentry เกษตร นวมินทร์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ผมประทับใจในดีไซน์ (จริงๆ ชอบบ้านในโครงการ The Gentry ในทุกทำเลเลยครับ) การออกแบบที่ดูเก๋ไม่เหมือนโครงการไหน น่าจะถูกใจคนที่อยากจะได้ที่อยู่อาศัยที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง มีความเก๋ เท่ ชิคเล็กน้อยเป็นคนไม่ค่อยอยากตามใคร
โครงการนี้ น่าจะเป็นอีกตัวที่ปิดขายอย่างรวดเร็ว เพราะดูแล้ว SC Asset ทำการบ้านมาดีมาก ทั้งในแง่ของงานดีไซน์ ฟังก์ชั่นภายในบ้านการใช้งานที่ตอบสนอง Unique Lifestyle ตลอดจนการออกแบบสังคมแห่งการอยู่อาศัยให้แตกต่างอย่างมีระดับ ให้กับ (ว่าที่) ลูกบ้านอย่างชัดเจน บนทำเลที่มีศักยภาพโดดเด่นอย่างเกษตร-นวมินทร์ ใกล้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า ช่วยให้เชื่อมต่อเลียบทางด่วน รามอินทรา ลาดพร้าว วังหิน วิภาวดีรังสิต สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปได้สะดวกมาก
สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 065-919-0999
Call Center : 1749
Line : @GTKN
ลงทะเบียนเยี่ยมชมโครงการพร้อมรับสิทธิพิเศษได้ที่ >> https://m.scasset.com/ADEv
FAQFrequently Asked Questions
Where is The Gentry, Kaset – Nawamin located?
The Gentry, Kaset – Nawamin is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.
Design features of The Gentry, Kaset – Nawamin?
KANT visited and reviewed The Gentry, Kaset – Nawamin covering architecture and amenities.




