The Gentry Phatthanakan

“𝐓𝐡𝐞 𝐕𝐞𝐫𝐦𝐢𝐥𝐢𝐨𝐧 𝐂𝐥𝐢𝐟𝐟𝐬 𝐚𝐫𝐞 𝐚 𝐬𝐲𝐦𝐛𝐨𝐥 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐞𝐧𝐝𝐮𝐫𝐢𝐧𝐠 𝐩𝐨𝐰𝐞𝐫 𝐚𝐧𝐝 𝐦𝐚𝐣𝐞𝐬𝐭𝐲 𝐨𝐟 𝐭𝐡𝐞 𝐧𝐚𝐭𝐮𝐫𝐚𝐥 𝐰𝐨𝐫𝐥𝐝, 𝐚 𝐩𝐥𝐚𝐜𝐞 𝐰𝐡𝐞𝐫𝐞 𝐭𝐡𝐞 𝐞𝐚𝐫𝐭𝐡 𝐢𝐭𝐬𝐞𝐥𝐟 𝐢𝐬 𝐚 𝐰𝐨𝐫𝐤 𝐨𝐟 𝐚𝐫𝐭.”

.

Wallace Stegner นักเขียนและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวอเมริกัน เคยได้พูดถึง Vermilion Cliffs ว่าเป็นสัญลักษณ์ของพลังและความงามของโลกธรรมชาติ การก่อตัวของหินไม่ใช่แค่สิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาเท่านั้น แต่ยังเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นโดยพลังแห่งธรรมชาติเป็นเวลาหลายล้านปี

.

Vermilion Cliffs ยังเป็นมากกว่าสิ่งมหัศจรรย์ทางทัศนียภาพ เพราะมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในฐานะสัญลักษณ์ของความงามและความซับซ้อนของธรรมชาติ ในแง่นี้ โลกเองก็กลายเป็นผืนผ้าใบโดยมีพลังแห่งธรรมชาติเป็นศิลปิน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่าง Vermilion Cliffs ที่สร้างความตื่นตะลึงและอัศจรรย์ใจให้กับผู้ที่พบเห็น

.

โครงการ “The Gentry พัฒนาการ 2” เองก็เช่นกันครับ สถาปนิกออกแบบบรรยากาศและพื้นที่ส่วนกลางโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Vermilion Cliffs ที่สะท้อนความงามทางศิลปะและความยืนยงอย่างยั่งยืนของบ้านหลังใหญ่ที่กลายเป็นมรดกอันทรงคุณค่า

.

สถาปัตยกรรมของ The Gentry พัฒนาการ 2 ได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างลงตัว ด้วยโทนสีเอิร์ธโทนและวัสดุที่สะท้อนสีและพื้นผิวของ Vermilion Cliffs ที่ไล่เฉดสีส้มแดงและน้ำตาลอ่อน เรื่อยไปตั้งแต่ทางเข้าจนถึง Clubhouse ส่วนดีไซน์ตัวบ้านเองมีความทันสมัยและหรูหรา พร้อมด้วยการตกแต่งระดับไฮเอนด์ มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัว เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สวยงาม สะดวกสบาย หรูหรา ไร้กาลเวลาและคงทนดั่งหินผาที่ Vermilion Cliffs

.

กานต์อยากชวนให้ไปชมภาพถ่ายพร้อมเรื่องราวของโครงการ The Gentry พัฒนาการ 2 อ่านต่อในแคปชั่นได้เลยครับ

.

ลงทะเบียนเพื่อเยี่ยมชมโครงการและรับสิทธิพิเศษได้ที่ : https://m.scasset.com/DPhF

รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 065-502-3999

Line : @GTPK (https://lin.ee/EoPBW3b)

_________________________________

The Vermilion Cliffs symbolize the enduring power and majesty of the natural world. American author and environmentalist Wallace Stegner highlighted their beauty and significance, stating that they represent not only geological wonders but also nature’s artwork created over millions of years. The cliffs have withstood the test of time, showcasing nature’s resilience and strength.

.

The Gentry Phatthanakan 2 development project draws inspiration from the Vermilion Cliffs, reflecting their artistic beauty and timeless endurance in the design of the residential complex.

.

The architecture seamlessly blends with the surrounding environment, using earth-toned colors and materials that mirror the cliffs’ hues and textures. The modern and luxurious homes feature high-end finishes and private swimming pools, providing residents with a beautiful, comfortable, and timeless living experience.

.

Read more about The Gentry Phatthanakan 2 project and view photos in the caption.

.

Register to visit the project and receive special privileges at: https://m.scasset.com/DPhF

For more information, call 065-502-3999

Line: @GTPK (https://lin.ee/EoPBW3b)

หลังจาก SC Asset ประสบความสำเร็จกับการพัฒนาโครงการ The Gentry พัฒนาการ ที่ปิดการขายไปอย่างรวดเร็ว กระนั้นไม่รอช้า เดินหน้าพัฒนาโครงการ The Gentry พัฒนาการ 2 ต่อทันที

.

The Gentry พัฒนาการ 2 มีแนวคิดการออกแบบโครงการมาจากการนำเอางานสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติเข้ามาผสมผสานกับงานออกแบบ

โดยอ้างอิงคอนเซ็ปต์มาจาก Vermilion Cliffs สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและสุดอัศจรรย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เป็นภูเขาหินทรายสีแดงลักษณะคล้ายคลื่น เกิดจากการถูกกัดเซาะจากกระแสลมและน้ำเป็นเวลานาน ทำให้ลวดลายของชั้นหินรูปทรงฟรีฟอร์มที่เกิดขึ้นสะท้อนกับแสงและเงา จนเกิดเป็นความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

โครงการ The Gentry พัฒนาการ 2 ตั้งอยู่บนทำเลที่เรียกได้ว่ามาแรงที่สุดในเวลานี้ เพราะสามารถวิ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ทันที เชื่อมต่อกับถนนเพชรบุรีเพื่อเข้าไปยังย่านทองหล่อ เอกมัย อโศก สุขุมวิท หรือจะออกพระราม 9 เลียบทางด่วนรามอินทราก็ง่าย

ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชและฉลองรัช สามารถมุ่งหน้าสู่ทางพิเศษระหว่างเมืองกรุงเทพ-ชลบุรี และถนนวงแหวนรอบนอก สะดวกต่อการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่อื่นๆ สัญจรไปสู่ถนนเส้นหลักได้หลากหลายเส้นทาง

ส่วนสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการ The Gentry พัฒนาการ 2 มากที่สุดคือสายสีเหลืองคือสถานีหัวหมากและสถานีกลันตันซึ่งจะเปิดให้บริการเดินรถในอนาคตอันใกล้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงส่วนอื่นๆ ของเมืองได้อย่างง่ายดาย จึงนับว่าเป็นทำเลที่สะดวกสบายด้วยการเข้าถึงถนนเส้นหลักและตัวเลือกการขนส่งสาธารณะต่างๆ ได้ง่าย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย

The Gentry พัฒนาการ 2 เป็นโครงการวิลล่าสุดหรูบนเนื้อที่ 16–2–59 ไร่ จำนวน 45 ยูนิต บนทำเลที่โดดเด่นมากถือเป็น Prime Location เพราะตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติและโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนนานาชาติเอกมัย, ดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก, โรงเรียนนานาชาติ บางกอก เพรพ ฯลฯ

ทั้งยังใกล้โรงพยาบาล อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท, โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ ฯลฯ ห้างสรรพสินค้า อาทิ ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, เดอะ คอมมอน ทองหล่อ ฯลฯ รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ผู้พักอาศัยสามารถไปทำธุระ พักผ่อนหย่อนใจและออกไปจับจ่ายซื้อของได้สะดวกมาก

“𝐓𝐡𝐞𝐫𝐞 𝐢𝐬 𝐧𝐨 𝐛𝐞𝐭𝐭𝐞𝐫 𝐝𝐞𝐬𝐢𝐠𝐧𝐞𝐫 𝐭𝐡𝐚𝐧 𝐧𝐚𝐭𝐮𝐫𝐞.”

-Alexander McQueen

ภาพรวมของโครงการ The Gentry พัฒนาการ 2 ได้รับการออกแบบให้มีความเป็น Modern Elegant และ Handcraft นำเสนอความหรูหราทว่าเรียบง่าย แต่ใส่ใจลงในทุกรายละเอียด

เมื่อเข้ามาในโครงการเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สวยงาม โดดเด่นตั้งแต่ Main Gate หินทรายสีแดงอมส้มที่มีความพริ้วไหวโค้งมน ตั้งตระหง่านราวกับหินผาเพื่อทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยือนและผู้พักอาศัย

ส่วนการรักษาความปลอดภัยแบบ Double Gate วางระบบไว้อย่างที่ดีเยี่ยม ทุกจุดมีเจ้าหน้าที่ดูแลพร้อมกล้อง CCTV รอบโครงการ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ที่นี่ใช้ระบบ Smart Gate With License Plate สแกนทะเบียนรถสำหรับลูกบ้าน เพื่อการเข้าและออกอย่างง่ายดายรวมถึงควบคุมการเข้าออกของแขกผ่านแอพพลิเคชั่น “Ruejai” จากนั้นประตูรั้วเหล็กก็จะเลื่อนเปิดอัตโนมัติ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยครับ

Clubhouse เป็นอาคาร 3 ชั้นยกระดับได้รับออกแบบให้แต่ละชั้นมีเลเยอร์ที่แตกต่างกันไปคล้ายกับการซ้อนทับกันของหินผา ทำให้เกิดการเหลื่อมกันจนมีมิติที่น่าสนใจ

เข้ามาด้านในจะพบกับ Clubhouse ดีไซน์สวย ได้รับการออกแบบและพัฒนามาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย งานดีไซน์ผสมผสานความเรียบง่าย ทว่าเต็มไปด้วยความหรูหราและโมเดิร์น

ด้วยการออกแบบเส้นสายที่สะอาดตา เรียบนิ่ง เน้นการใช้สีขาวและสีเทา ตัดกับสีแสดและสีแดงซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของ Vermilion Cliffs เป็นหลัก โดยมีสีเขียวที่ได้จากต้นไม้และธรรมชาติ สีฟ้าจากท้องฟ้าที่เปลี่ยนเฉดสีได้ในทุกช่วงเวลามาร่วมแจมมีความโค้งมนราวกับได้รับอิทธิพลจากสายลมพัดผ่านด้วยเวลาอันยาวนาน พร้อมกับ Facade สีส้มแดง

ด้านหน้าสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่พร้อมพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจแบบ Semi-Outdoor มี Jacuzzi สำหรับแช่น้ำนวดตัวอยู่บริเวณด้านหน้าพร้อมบรรยากาศของน้ำล้น และมีสวนสีเขียวโดยรอบ ทำให้รื่นรมย์​ผ่อนคลายได้ทั้งวัน เหมาะแก่การมานั่งอ่านหนังสือหรือผู้ปกครองมานั่งรอเด็กๆ ว่ายน้ำ

ด้านหน้าทางเข้า Lobby ของ Clubhouse ที่บริเวณชั้นล่าง ออกแบบให้เป็นเหมือนหุบเขาที่มีห้องกระจกซ่อนตัวอยู่ดูลึกลับซับซ้อนนิดๆ สร้างความน่าสนใจ หากเงยหน้ามองขึ้นไปจะเห็นเป็นช่อง Void จนถึงชั้นบน อารมณ์เหมือนเราอยู่กลางหุบเขาแล้วเงยหน้ามองฟ้า ผมว่าเป็นกิมมิคในการออกแบบที่ดูได้ฟีลลิ่งดี

Lobby ชั้นล่างในปัจจุบันนี้เป็นพื้นที่รับรองของสำนักงานขายครับ จากนั้นจะปรับเป็นพื้นที่นั่งเล่น ต้อนรับแขกของลูกบ้านในกรณีที่ไม่อยากให้เข้าไปด้านในบ้าน เพื่อความเป็นส่วนตัว

นอกจากนี้ชั้นบนยังเป็นที่ตั้งของฟิตเนสด้วยครับ บรรยากาศโล่งๆ ดีมาก ภายในมีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training Machine

แต่ที่ผมชอบคือการจัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าให้หันหน้าออกไปทางสวนต้นไม้มองผ่านกระจกใสมีแสงลอดผ่านรับวิตามินดีเบาๆ ยามเช้า บรรยากาศดูแล้วสดชื่นดีเวลาที่เห็นต้นไม้สีเขียวๆ ระหว่างที่เรากำลังวิ่งออกกำลังกาย ช่วยให้หายเหนื่อยได้ครับ

ติดกันเป็น Kid’s Room ตกแต่งน่ารักมากเต็มไปด้วยของเล่นเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก มีมุมอ่านนิทาน มีบ้านบอลล้อมด้วยตาข่ายเตรียมไว้ด้วย ดูแล้วน่าสนุก เด็กๆ คงจะชอบกัน

นอกจากนั้นทางโครงการยังได้จัดเตรียมชุดโต๊ะ-เก้าอี้ไว้นั่งวาดรูปและระบายสี

ชวนเดินขึ้นบันไดหรือจะกดลิฟต์ก็ได้ เพื่อไปชั้น 3 ชั้นบนนี้จัดให้เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน Co-Working Space ให้นั่งทำงาน อ่านหนังสือหรือนั่งคุยกันในบรรยากาศสบายๆ สำหรับลูกบ้าน

ภายในมีการจัดวางที่นั่งแบบกระจายกันไปตามความต้องการทั้งเดี่ยว คู่และแบบหมู่คณะ ได้ทั้งมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว หรือจะมาแจมกับเพื่อนก็ได้ในวันว่างๆ ที่เราไม่อยากออกไปไหน ก็สามารถนัดเพื่อนมานั่งทำงาน อ่านหนังสือด้วยกันได้ที่ Clubhouse หรือจะจองใช้ Meeting Room เพื่อประชุมหรือพรีเซนต์งานได้ก็ได้เช่นกัน

บนชั้น 3 จะเป็นมุมลับที่ผมชอบมาก ให้อารมณ์เหมือนเราเดินปีนเขาไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงยอดเขา เพื่อรับลมสบายๆ มีที่นั่งแบบกลางแจ้งจัดเอาไว้ท่ามกลางไม้พุ่มสีเขียว ตอนเย็นๆ บรรยากาศดีมากครับ

หลังคาของ Clubhouse จะติดตั้ง Solar Roof เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน เป็นการนำนวัตกรรมมาใช้ซึ่งผมว่าดีมากเลยครับ ผมยืนมองจากบนชั้น 3 จะไม่เห็นเสาไฟฟ้าเลยเพราะว่านำลงดินหมดแล้ว ทำให้ทัศนียภาพของโครงการดูสวยงาม

จากจุดที่ยืนอยู่นี้ หากมองลงไปจะเห็นการออกแบบที่ไล่เลเยอร์กันไป ดีไซน์และลายเส้นชัดเจน มองลงไปจนถึงชั้นล่างสุดเป็นสระว่ายน้ำ อารมณ์เหมือนมองเห็นสายน้ำลำธารที่พาดผ่าน เพื่อเติมความสดชื่นและเป็นสัญญาณบอกว่า เราต้องเดินไปต่อ

จาก Clubhouse เราจะเดินกันไปต่อเพื่อไปชมบ้านตัวอย่างหลังใหญ่ที่อยู่ติดกัน ผมเก็บภาพบรรยากาศตอนเช้าที่บริเวณสระว่ายน้ำมาฝากด้วยครับ สวยงามด้วยสีทองของแสงแดดที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าตัดกับสีฟ้าของน้ำในสระและสีเขียวของต้นไม้ที่ปลูกไว้รายรอบโครงการ ให้ความรู้สึกสดชื่นสดใส เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ดีมาก

Design For Good Morning จริงๆ ครับ

บ้านตัวอย่างหลังใหญ่สุดที่กานต์พามาชมกันในรีวิวนี้คือแบบบ้าน Sanctuary เป็นแบบบ้านหน้ากว้าง ที่ดินเริ่ม 94.9 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 660 ตร.ม. ฟังก์ชั่น 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ พร้อมลิฟต์ในบ้าน มีห้องแม่บ้านอยู่ด้านหลังพร้อมพื้นที่ซักล้าง

ภายนอกบ้านออกแบบและตกแต่งมาในสไตล์ Modern Luxury ที่นำเสนอภาพความ Elegant แต่ยังคงความละเอียดในเนื้องานแบบ Handcrafts ได้อย่างน่าสนใจ

มีการใช้กระเบื้องลายหินทำให้เกิดลวดลายที่ดูเป็นธรรมชาติ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เปิดช่องแสง ปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยด้วย Facade เน้น Shade Effect ที่เล่นกับแสงทำให้มุมตกกระทบเป็นเส้นและเงาสวยดี เป็นอัตลักษณ์ในการออกแบบของบ้าน The Gentry ที่ปรับดีไซน์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดรับกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของว่าที่ลูกบ้านให้ได้มากที่สุด

โดยเฉพาะบ้านแบบ Sanctuary ที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีหลาย Generation อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เพราะออกแบบภายในให้ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต

หน้าบ้านลานจอดรถเป็นแบบ Slam on Beam พื้นปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ สามารถจอดรถได้ 5 คัน ออกแบบให้มีปลั๊กไฟและ Junction ของงานระบบเพื่อรองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเอาไว้ให้แล้ว 2 จุด

ประตูเข้าสู่ภายในบ้านเป็นบานไม้สักขนาดใหญ่ 2 แบบ มือจับติดตั้ง Digital Door Lock ของ Baldwin นำเข้าจากอเมริกา

เมื่อเข้าสู่ภายในตัวบ้าน เบื้องหน้าจะเป็นโถงต้อนรับขนาดใหญ่ที่ดูโอ่อ่าบริเวณ Foyer จัดวางที่นั่งสำหรับสวมรองเท้าเอาไว้ ด้านในบ้านชั้นล่าง มี Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อฟังก์ชั่นพักผ่อน โต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่และเคาน์เตอร์บาร์เข้าด้วยกัน

ภายในบ้านตกแต่งด้วยผนังสีแดงรับกันดีกับแสงไฟสีส้ม ภายในบ้านให้ Space ที่โปร่งโล่งสบายด้วยเพดานสูง Double Volume จรดชั้น 2 ความสูง 7.2 เมตร ถือว่าสูงมากครับ ทำให้บ้านดูโอ่โถง บ้านตัวอย่างประดับแชนเดอร์เลียร์ทำจากผ้าที่ดูพร้ิวไหวราวกับกำลังถูกสายลมพัด เข้ากับคอนเซปต์ของโครงการดีครับ

Sitting Area สำหรับรับแขกจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่จำนวนหลายที่นั่ง เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายของสมาชิกในบ้านรวมถึงแขกที่มาเยือนด้วยครับ

ด้านข้างบ้านเป็นผนังกระจกทรงสูงเต็มบานที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาด 6 x 2.6 ม. มาพร้อมกับ Jacuzzi ที่ทำให้เราได้ผ่อนคลายอยู่ภายในบ้าน เป็นมุมส่วนตัวที่ผมชอบมากครับ

บ้านดูสว่างทั้งวันด้วยแสงจากธรรมชาติที่สาดส่องเข้ามา ซึ่งจะสัมผัสกับธรรมชาติจากสวนภายนอก มีไม้ดอกต้นน้อยใหญ่คอยชูช่อขึ้นมาเพิ่มความสดชื่นสบายตาให้กับบ้าน บรรยากาศโดยรวมถือว่ายอดเยี่ยมน่าประทับใจ

ผมชอบการตกแต่งของบ้านตัวอย่างหลังนี้ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ร้อนแรงด้วยการเลือกใช้สีแดงและสีส้มทองที่ผมมองว่ามันเข้ากันได้ดีมาก ลดทอนด้วยสีขาวดำของหินอ่อน ดูแล้ว Elegant สุดเลยครับ

ด้านหลังออกแบบเป็น Pantry สำหรับจัดเตรียมอาหาร

ส่วนห้องครัวจะอยู่ถัดเข้าไปด้านในซึ่งจัดวางเคาน์เตอร์เป็นรูปตัวยู (U-Shape) พร้อมตู้เก็บของบนล่างติดตั้งเอาไว้ให้แล้ว มีหน้าต่างให้เปิดออกเพื่อระบายอากาศได้

ด้านในออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับจัดวางตู้เย็นขนาดใหญ่เอาไว้ให้แล้วครับ ถัดไปเป็นส่วนของ Maid Plaza แม่บ้านสามารถเปิดออกจากด้านข้างบ้านไปสู่ประตูหน้า เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัย จะได้ไม่รบกวนกันครับ

ติดกับมุมรับประทานอาหารจะเป็นห้องนอน 5 ชั้นล่าง บ้านตัวอย่างออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับดูหนังฟังเพลง

สำหรับบ้านจริง ห้องนี้ดีไซเนอร์ได้ออกแบบไว้รองรับการใช้งานสำหรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุเอาไว้ด้วยแล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นขนาดห้องที่ค่อนข้างกว้าง สามารถจัดวางเตียงคิง-ควีนส์ไซส์ได้สบายเลยครับ พื้นเป็นแบบ Soft Floor เพื่อป้องกันการกระแทกจากเหตุไม่คาดฝัน

นอกจากนี้ บริเวณธรณีประตูของห้องนอนกับห้องน้ำจะเป็นแบบเรียบเสมอกันไปไร้รอยต่อของพื้นต่างระดับ ทำให้หมดกังวลเรื่องการสะดุดหากต้องเดินเข้าออกบ่อยๆ หรือแม้แต่การใช้วีลแชร์ก็ถือว่าสะดวก ปลอดภัยมากเช่นกันสำหรับการออกแบบให้ห้องน้ำไม่มีพื้นต่างระดับทั้งตรงประตูและภายใน

ด้านในมีห้องน้ำในตัวที่แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ พร้อมกับหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดออกไปเพื่อระบายอากาศและความชื้นภายในห้องน้ำได้ ในส่วนสุขภัณฑ์ทางโครงการเลือกติดตั้งเป็นของ Kasch นำเข้าจากยุโรป

ที่เห็นได้ชัดเลยคือบริเวณ Living Area ตกแต่งสวยงาม บางช่วงของวันมีแสงแดดส่องผ่านเข้ามา ทำให้บ้านดูมี Space เป็นแนวยาว

ดังนั้น เราสามารถจัดวางโต๊ะอาหารแบบ Long Table ได้เลยครับ

ติดกับบันไดมีบาร์เล็กๆ เอาไว้นั่งจิบเบาๆ ในบ้าน ส่วนฝั่งตรงข้ามโถงทางขึ้นบันไดจะมีประตูเล็กที่เชื่อมต่อกับโรงจอดรถครับ ข้อดีก็คือเราสามารถขนของที่ซื้อมาลงจากรถแล้วตรงเข้าครัวได้เลย หรือหากหน้าบ้านมีแขก ก็สามารถใช้ประตูนี้ในการเดินขึ้นชั้นบนได้ ติดกับบันไดเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขก

โครงสร้างติดตั้งลิฟต์มาให้แล้วเรียบร้อยสำหรับการขึ้นลง 3 ชั้น เป็นลิฟต์ของ Mitsubishi หน้าบานติดเป็นลายไม้สีเข้มสวยมากครับ

นอกจากนี้ยังมีบันไดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกคอนกรีตเสริมเหล็กลูกตั้งและลูกนอนเป็นไม้ยางพาราประสานดูเรียบหรู พร้อมมือจับเป็นไม้พร้อมราวกันตกเป็นกระจกนิรภัยแบบหนาพิเศษ บันไดเป็นรูปทรง U-Shape มีชานพักพร้อมกับเปิดช่องแสงธรรมชาติเอาไว้บริเวณชั้น 2 ขึ้นสู่ชั้น 3 ข้อดีก็คือจะช่วยให้บ้านมีแสงส่องสว่างจากภายนอกเข้ามาภายใน

จากหน้าลิฟต์เดินเข้ามาด้านในของชั้น 2 มีโถงเปิดโล่งตรงกลาง ฝ้าเพดานที่สูง 3 เมตรสอดรับกับผนังกระจกที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้กับตัวบ้านชั้นบนโดยแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยครับ นับว่าเป็นการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ดีมาก สามารถมองลงไปเห็นความเคลื่อนไหวที่มุมรับแขกชั้นล่างได้ด้วย

ผมสังเกตว่าการจัดวางแปลนบ้านจะเป็นแบบ Open Plan เพื่อให้เราได้เติมเต็มจินตนาการได้อย่างเต็มที่โดยโครงการจะเน้นให้เกิดความโปร่งโล่งสบายในการพักอาศัย โดดเด่นด้วยโถงสูงจรดชั้น 2

เห็นได้จากการออกแบบให้โถงกลางของชั้น 2 มีขนาดใหญ่ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจหลักของบ้าน เพราะเชื่อมต่อห้องนอนรองทั้ง 2 กับห้องมุมพักผ่อนส่วนตัวสำหรับสมาชิกในครอบครัวเข้าไว้ด้วยกันในหลายจุด

ชั้นนี้ถือเป็นฟังก์ชั่นที่ดีสำหรับครอบครัวเอาไว้ทำกิจกรรมร่วมกัน เชื่อมต่อสัมพันธ์ของสมาชิกในบ้าน โครงการเปิดโอกาสให้เราออกแบบการใช้งานได้ตามใจ เพราะเชื่อว่าแต่ละบ้านคงมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

บ้านตัวอย่างออกแบบให้มี Lounge เป็นห้องกระจกขนาดใหญ่ที่ให้ความเป็นส่วนตัว สำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรด พูดคุยสบายๆ กับเพื่อนหรือคนสนิทของครอบครัวที่ขึ้นมาเอนจอยด้วยกันชั้นบน ภายในห้องจัดให้มีทั้งสตูลบาร์และโซฟาแบ็คเท่ๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง

ส่วนอีกด้านจะเป็น Family Area ชั้นบน ซึ่งเป็นพื้นที่่เฉพาะของสมาชิกในครอบครัวเท่านั้นได้มานั่งพักผ่อน ดูทีวี ทำกิจกรรมร่วมกัน ภายในจะสูงโปร่งด้วยเพดานทรงสูงดีไซน์แบบไล่เลเยอร์ดูแปลกตาดี

สำหรับโทนการตกแต่งภายในห้องนี้ทำได้สวยหรูด้วยการเลือกใช้โทนสีขาวและสีน้ำเงินเป็นหลัก เพิ่มความคลาสสิคดูอบอุ่นให้กับบ้านด้วยการเลือกวัสดุปูพื้นเป็นปาร์เก้ไม้สัก

ส่วนผนังด้านนอกจะเป็นกระจกเพื่อเปิดรับช่องแสงขนาดใหญ่เข้ามาภายในบ้านช่วยให้ห้องดูโปร่งมากขึ้น มาพร้อมกับระเบียงที่สามารถเปิดออกไปได้ครับ

มุมนี้จัดวางเก้าอี้นวดเพื่อสุขภาพ พร้อมกับชั้นวางหนังสือด้านหลัง

ฝั่งตรงข้ามติดตั้งทีวีแบบแขวนช่วยทำให้บ้านดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น กลายเป็น Entertainment Room เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนหย่อนใจทำกิจกรรมร่วมกันภายในครอบครัว ไม่ต้องกลัวเรื่องเน็ตช้าเพราะว่าทางโครงการติดตั้ง AIS Fiber อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1000/500 MBPS ให้ฟรี 1 ปี

นอกจากนี้ ยังมีประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติจากภายนอกฝั่งด้านหน้าบ้าน สามารถเปิดออกไปนั่งเล่นรับลมหรือชมวิวในช่วงเวลาเช้าหรือเย็น มีชุดเก้าอี้สนามจัดวางเอาไว้ด้านนอก พร้อมกับจัดสวนเล็กๆ เอาไว้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว จนกลายเป็นมุมสำหรับนั่งเล่นนั่งคุยกับสมาชิกในครอบครัวดูเป็นกันเองดี

จากมุมนี้ หากมองลงไปจะเห็นสระว่ายน้ำส่วนตัวที่อยู่บริเวณคอร์ทด้านล่าง เชื่อมต่อกับสวนสีเขียวรอบบ้าน บรรยากาศโดยรวมผมว่าสดชื่นดีมาก

นอกจากนี้ SC Asset ยังได้วางระบบ Active Air Quality ระบบขจัดมลพิษทางอากาศ กรองอากาศให้สะอาด และดันอากาศเสียออกออกบ้านโดยอัตโนมัติ เราสามารถควบคุมการทำงานผ่านแอป Ruejai ได้เลยครับ

ชั้น 2 นี้จะมีด้วยกัน 2 ห้องนอน เริ่มจากห้องนอนรอง 4 อยู่โซนด้านหน้าบ้านถัดจาก Family Room เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่มากเช่นกัน

ห้องนี้ตกแต่งในสไตล์คลาสสิค เน้นสีโทนน้ำตาลที่มีความเรียบหรู ตรงกลางห้องจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่พร้อมพื้นที่เดินได้รอบเตียง พร้อมกับเปิดรับแสงจากระเบียงด้านนอกผ่านกระจกใสบานใหญ่ สามารถเปิดออกไปยังระเบียงเพื่อทำเป็นมุมนั่งเล่นแบบส่วนตัวได้ จุดที่ผมชอบคือผนังหัวเตียงที่งานศิลปะแบบนามธรรมดูคลาสสิคดี หัวเตียงจัดวางโต๊ะเตี้ยพร้อมโคมไฟ

ถัดไปด้านในเป็นตู้เสื้อผ้าขนานไปกับผนังบ้านและเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว จัดวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบพร้อมกับแยกส่วนเปียกแห้งภายในเอาไว้ให้แล้วครับ

ห้องนอนอีกห้องจะอยู่ฝั่งด้านหลังบ้าน เป็น Master Bedroom 2 มีขนาดใหญ่จนดูเหมือนกินพื้นที่ไปเกือบครึ่งชั้น ห้องนี้ตกแต่งโดยใช้สีน้ำเงินตัดกับสีส้มของแสงไฟ ทำให้ดูแล้วจะออกวัยรุ่นเท่ๆ

เตียงนอนและโซนพักผ่อนจะจัดให้อยู่ด้านในสุดเพื่อความเป็นส่วนตัว ห้องนี้ตกแต่งสวยดี มีระเบียงส่วนตัวที่เปิดออกไปได้เช่นกัน

ทั้งการที่อยู่ด้านหลังบ้านก็ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว ห้องน้ำจะอยู่ด้านหน้าประตู ตกแต่งด้วยโทนสีเบจดูเรียบหรู ซึ่งห้องน้ำจะตกแต่งคล้ายกันทุกห้อง มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ของ Kasch ที่แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วครับ มาพร้อมกับอ่างอาบน้ำภายในห้อง นับว่าสะดวกและเตรียมความพร้อมก่อนย้ายเข้าได้ดีมาก

ถัดเข้ามาเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่ปรับเป็นโต๊ะทำการบ้านไปด้วยในตัว

จากชั้น 2 เราจะเดินขึ้นบันไดเพื่อไปชั้น 3 กันต่อครับ บันไดจะต่อเนื่องกันไปด้วยไฟเซาะร่องดูเป็นลายเส้นที่สวยงาม ออกแบบชานพักบันไดเป็นรูปตัวยู (U-Shape) ที่มีขนาดกว้างขึ้นลงสวนกันได้สบายเลยครับ

บริเวณนี้จะมีหน้าต่างแบบบานเลื่อนสามารถเปิดออกเพื่อรับลมและระบายอากาศได้ ทั้งนี้เราสามารถติดตั้งผ้าม่านเพิ่มได้ นอกจากนั้น อยากแนะนำให้หาแชนเดอเลียร์สวยๆ มาติดบริเวณโถงขึ้นลงบันไดก็น่าจะช่วยให้บ้านดูโดดเด่นมากขึ้นไปอีกครับ

ขึ้นมาบนชั้น 3 จะพบกับช่อง Void ที่เชื่อมต่อกับ Lounge ที่ชั้น 2 ยืนมองลงไปได้ ให้มุมมองที่สวยแปลกตาไปอีกแบบ

ผนังด้านนอกเปิดช่องแสงธรรมชาติเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่จรดฝ้าเพดานทำให้บ้านดูสว่าง บริเวณโถงชั้น 3 ก็เปิดโล่งเช่นกัน เนื่องจากบ้านมีขนาดใหญ่ทำให้อยู่สบายไม่อึดอัด

ด้านในมีมุมส่วนตัวสำหรับครอบครัวได้มานั่งพักผ่อนกัน สามารถปรับฟังก์ชั่นได้ตามไลฟ์สไตล์เลยครับ

จะทำเป็นห้องพระ ห้องทำงานอ่านหนังสือ หรือทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มสำหรับจิบเบาๆ พูดคุยกันสานสัมพันธ์ช่วงก่อนเข้านอน

บริเวณนี้มีระเบียงที่สามารถเปิดออกไปยืนรับลมฝั่งด้านหน้าบ้านได้ ผมกำลังนึกภาพตอนเช้าๆ หลังตื่นนอน กดกาแฟจากเครื่อง Nespresso แล้วถือแก้วไปยืนชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า กลิ่นหอมเข้มๆ จากกาแฟลอยมาแตะจมูกเบาๆ อัพเดทข่าวสารผ่าน iPad ก่อนอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงานนอกบ้าน

ไม่ต้องรีบมากเพราะขับรถจากพัฒนาการเข้าทองหล่อใช้เวลาเต็มที่ก็ประมาณ 20 นาทีได้ สบายๆ เลยครับ

ห้องนอนรองที่ชั้นบน ตกแต่งสวยมาก เล่นสีสันแบบ Shocking Pink ได้ถูกใจวัยรุ่น Y2K แบบ New Era ได้ดีเหลือเกิน

ผมลองแมชท์สีห้องเข้ากับคอสตูมสีเหลืองและแว่นตาสีน้ำเงิน ดูสดใสดีมาก ภายในห้องมีเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่เดินได้รอบ ปลายเตียงจัดวางเก้าอี้ ชั้นวางทีวีและมีโต๊ะเอนกประสงค์สามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายแบบ มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว

ส่วนด้านนอกเป็นระเบียงกว้าง จัดวางชุดเก้าอี้สนามเอาไว้นั่งรับลมชมวิว อ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมแบบส่วนตัวได้

ส่วนห้องนอนหลักหรือ Master Bedroom มีขนาดใหญ่มากกินพื้นที่เกือบเต็มทั้งชั้น ห้องนอนเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนสบายๆ ในบรรยากาศแบบส่วนตัว ภายในแบ่งฟังก์ชั่นการใช้ออกงานอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน โซนพักผ่อนจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง หัวเตียงประดับด้วยหินอ่อนลวดลายสวยงาม

ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบ Walk-in Closet ด้วยการ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ติดตั้งไว้ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ

ด้านหน้าห้องน้ำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและเก้าอี้ ผมว่าฟังก์ชั่นแบบนี้สะดวกดีครับ เราสามารถอาบน้ำแล้วแต่งตัวให้จบภายในโซนได้เลย

ภายในห้องน้ำ ได้แยกส่วนเปียกแห้งเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย จัดวางอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ติดกับห้องอาบน้ำมาพร้อมกับ Hand Shower และ Rain Shower ใกล้กันเป็นสุขา ซึ่งโครงการได้ติดตั้งโถสุขภัณฑ์จาก Kasch มาให้แล้ว ดูหรูหราสมราคาจริงๆ ครับ

ห้องนอนหลักเปิดช่องแสงไว้สองด้านคือผนังหัวเตียงและด้านข้างซึ่งมีประตูที่เชื่อมต่อกับระเบียงเพิ่มความสว่างโดยที่สามารถเปิดออกไปได้

ด้านนอกจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบ Outdoor ให้เป็นมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า ในบรรยากาศแบบ Open Air สบายๆ เราสามารถจัดวางไม้กระถางได้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน

#โดยสรุป The Gentry พัฒนาการ 2 ผมว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามอง เพราะด้วยความโดดเด่นทางด้านคอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Vermilion Cliffs มาพร้อมกับความหรูหราที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาช่วยยกระดับการพักอาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

ประกอบกับการตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม เชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสาย ใกล้ทางด่วน วิ่งตรงเข้าทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิทและเพชรบุรีได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงเป็นย่านที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว รองรับการพักอาศัยในทุกเจนเนอเรชั่น มีความเป็นส่วนตัวสูงเพราะจำนวนยูนิตมีไม่มาก กานต์มั่นใจว่า The Gentry พัฒนาการ 2 จะต้องสร้างปรากฏการณ์ Sold Out ได้รวดเร็วเหมือนโครงการก่อนหน้าได้อย่างแน่นอนครับ

ลงทะเบียนเพื่อเยี่ยมชมโครงการและรับสิทธิพิเศษได้ที่ :
https://m.scasset.com/DPhF �รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 065-502-3999
Line : @GTPK (https://lin.ee/EoPBW3b)

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน