Last Updated: 3 July 2026
ENGLISH SUMMARY
KANT reviews Taloh Cabin, a boutique cabin retreat in the forest of Mae On, Chiang Mai, near Mae Kampong village and about 1.5–2 hours up the mountain from town. The draw is its European curved-roof timber architecture set among mountains, mist and silence, with windows and balconies framing the peaks. Hard to reach by public transport, it suits couples, small families or solo travellers wanting a quiet escape.
สรุปตรง
Taloh Cabin คือที่พักบูทีคแนวกระท่อมกลางป่าในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับหมู่บ้านแม่กำปอง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราว 1.5–2 ชั่วโมงตามเส้นทางขึ้นเขา จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมกระท่อมไม้หลังคาโค้งสไตล์ยุโรปที่วางตัวอยู่ท่ามกลางขุนเขา สายหมอก และความเงียบ เลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลักทั้งภายนอกและภายในเพื่อให้กลมกลืนกับผืนป่ารอบตัว หน้าต่างและระเบียงถูกออกแบบมาเพื่อเปิดรับวิวภูเขาเป็นพระเอกของห้องพัก ด้วยจำนวนหลังที่จำกัดและทำเลที่รถสาธารณะเข้าถึงยาก ที่นี่จึงให้ความเป็นส่วนตัวสูงและบรรยากาศที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองได้จริง กานต์มองว่าที่นี่ตอบโจทย์คนที่อยากหนีเมืองมาอยู่กับธรรมชาติแบบเงียบ ๆ ทั้งคู่รัก ครอบครัวเล็ก หรือคนที่เดินทางคนเดียวเพื่อพักใจ มากกว่าคนที่มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบโรงแรมในเมือง
| KANT Rating | 4.6 / 5 |
|---|---|
| Location | แม่ออน · เชียงใหม่ |

#ทโล้ กระท่อมน้อยกลางป่า #ที่พักเปิดใหม่
เหมือนนอนกลางป่าสนที่โอ๊คแลนด์แต่ไม่ใช่
ยืนหนึ่งในแม่กำปอง เพราะมีแค่หลังเดียว![]()
คุณกานต์ชอบมากกกกกถึงกับรีบบุ๊คไปในวันแรกที่เปิด จองตั๋วบินด่วนไปนอนกลางป่าบ้านแม่ลาย แม่กำปอง เชียงใหม่ เป็นกระท่อมน้อยชื่อ ทโล้ เคบิน (Taloh Cabin)
ผมว่ากินขาดในเรื่องงานดีไซน์ เก็บรายละเอียดดีมาก กระท่อมสวยเหมือนหลุดมาจากพินเทอเรส มีห้องนั่งเล่นเป็นกระจกใส มองไปเห็นป่าเขียวๆ มีบันไดไต่ขึ้นชั้นบนนอนที่ห้องใต้หลังคา ให้ฟีลเหมือนกระท่อมไม้ซ่อนตัวอยู่กลางป่าสน ไม่มีการตัดทิ้งเลยสักต้น นั่งเงียบๆ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ฟินกับเสียงนกร้องคลอเบาๆ ตอนเช้ามีไก่ขันปลุกด้วย
แต่ที่ผมประทับใจคือการออกแบบประสบการณ์ใหม่ที่คราฟท์มาก รู้เลยว่าตั้งใจมากทั้งตัวที่พักและบริการ เวลคัมดริงก์เป็นอินฟิวส์ผลไม้ ตอนบ่ายมีอาฟเตอร์นูนที ตีฟองแช่จากุซชี่ตอนเย็น (รีบอาบน้ำเลยเพราะหนาว) แล้วค่อยมาปิ้งบาร์บีคิวกินกัน มีโค๊ก มีดริงก์ เตรียมไว้ให้พร้อมเลยอ่ะ ในบ้านมีกาแฟแคปซูลของสตาร์บัคส์ กินกับมาร์ช เมลโล่ นั่งเสียบไม้ย่างกันเอง นั่งผิงไฟเพราะอากาศที่แม่ลายหนาวมาก ตกดึกมีนมน้ำผึ้งอุ่นๆ เสิร์ฟให้ก่อนนอนอี๊กกกก
เป็นที่พักในสไตล์ที่ผมชอบเลยครับ คิดว่าตอนนี้เริ่มฮิตติดลมบนแล้วเพราะเพิ่งเปิดไม่กี่วันแต่เต็มไปถึงเดือนมีนา อาจจะลุ้นหาวันหลุดจองกันเอาเอง คืนละ 6,900 รวมอาหารเช้าเย็นและทุกอย่างแล้ว ไวน์ก็ไม่คิดตังค์เพิ่ม เสียดายไปแค่คืนเดียว อยากกลับไปอีกรอบจัง
ผมถามเจ้าของว่าจัดเต็มขนาดนี้ เอากำไรจากไหนก๊อนนนนนน
“รอยยิ้มและความสุขของแขกที่มาพักคือกำไรของผมครับ” – จะตอบหล่อไปไหน
จองได้ที่ Taloh Cabin โทร. 095-748-7419, 095-519-8050
ไปดูรูปและอ่านแคปชั่นกันต่อด้านในดีกว่าครับ
กระท่อมน้อยกลางป่าแม่กำปอง
เห็นครั้งแรกปุ๊บ ทำเอาผมตกหลุมรักในทันที กับกระท่อมน้อยกลางป่าบ้านแม่ลาย แม่กำปอง เชียงใหม่ เป็นบ้านไม้หลังคาโค้ง กระจกใส นั่งผิงไฟปิ้งบาร์บีคิวจิบอะไรเบาๆ ได้อารมณ์ดีย์มากกกกก

ผมเปิดฟังแจ๊สจากหลุยส์ อาร์มสตอง ผ่านมาร์แชล เปิดคลอเบาๆ ไปกับเสียงน้ำไหล ในช่วงตะวันตกดิน เป็นบรรยากาศที่ฟินมาก

วิวพระอาทิตย์ตกลับทิวเขา
ที่ทโล้ เคบิน จะมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกลับทิวเขาประมาณนี้ ฟ้าแต่ละวันสวยแตกต่างกันไป น่าอิจฉาคนที่มีบ้านแถวนี้มาก อยากนั่งมองฟ้าสวยๆ กลางป่าแบบนี้ทุกวัน

ประสบการณ์สุดคราฟท์และการต้อนรับ
นอกจากเรื่องดีไซน์ของที่พักที่สวยโดนใจแล้ว ผมชอบการครีเอทประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่คราฟท์มาก อาหารทุกมื้อคือดีย์มีความเก๋แบบตั้งใจ คุณกานต์เอนจอยมากจนอยากหยิบมาเล่าต่อให้ฟังกันครับ

ผมขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่เข้ามาทางดอยสะเก็ดแต่ไม่ได้ตรงไปแม่กำปอง แต่เลี้ยวซ้ายมาทางบ้านแม่ลาย อยู่ห่างกันเล็กน้อยเองครับ ทางขึ้นเขาค่อนข้างชันต้องระวังกันนิดหน่อย แต่ยาริสก็ยังเอาอยู่ สามารถขับรถขึ้นมาถึงบนทโล้ได้เลย มีที่จอดรถเตรียมไว้ให้อยู่ด้านหน้ากระท่อมเลยครับ

เจ้าของน้องผู้ชายขนกระเป๋าเข้าบ้านสักพัก น้องผู้หญิงก็ตามมาเสิร์ฟเวลคัมดริงก์เป็นน้ำอินฟิวส์ผลไม้รวม เก๋แม้กระทั่งถาดไม้ที่นำมารองเสิร์ฟให้อ่ะคิดดู

ภายใน Taloh Cabin
ทโล เคบิน มีหลังเดียวกลางป่า ข้างๆ จะเป็นทโล้โฮมสเตย์แต่จะแยกกันเลยครับเพื่อความเป็นส่วนตัว ผมชอบหลังคาทรงโค้งมุงด้วยไม้แบบนี้มาก ดูเก๋ดีเหมือนกระท่อมฝรั่งกลางป่าสน

ด้านในเป็นกระจกใสบานใหญ่ทรงสูง เทควิวป่าและพระอาทิตย์ตกดินได้เต็มๆ เลยครับ กลางคืนผมยังไม่ปิดม่านเพราะอยากได้บรรยากาศของป่าที่โอบล้อมเราไว้ ฟีลดีมากสบายๆ

จริงๆ เลือกยากว่าอยากจะนั่งมุมไหนดี ในบ้านก็สวยดูสบายๆ นั่งด้านนอกก็รีแลกซ์ดี เป็นอะไรที่ชอบมาก

ห้องน้ำกับอ่างล้างหน้าอยู่ติดกันด้านใน ที่มีมีเครื่องทำน้ำร้อนบริการไม่ต้องกลัวเรื่องอาบน้ำเย็น

ด้านล่างเป็นห้องน้ำที่เจ้าของน้องผู้หญิงปูกระเบื้องเอง ก่อสร้างทั้งหมดเอง เก่งมากครับ เป็นงานคราฟท์ที่ไม่ต้องเนี๊นบมากแต่ดูไปเห็นถึงความตั้งใจ
ผมชอบมุมบันไดทางขึ้นชั้นบนที่เจาะช่องหน้าต่างไว้ แต่บันไดดูจะชันเล็กน้อยให้อารมณ์ไต่บันไดลิงตอนเป็นเด็กๆ กำลังซน

ขึ้นมาจะเป็นห้องนอนใต้หลังคาที่เจาะช่องเปิดวิวเอาไว้เรียบร้อบ นอนสบายมากครับ

มุมมองภายในเคบิน จะเป็นบ้านยกชั้นลอยแบบนี้ทำเป็นที่นอนหรือนั่งเล่น ชมวิวผ่านกระจกใสที่ห้องนั่งเล่น แต่ผมแนะนำให้ชั้นบนควรเพิ่มราวกันตกไปอีกสักหน่อยจะดีมาก

มุมที่มองจากบนเตียงชั้นบนจะเห็นแบบนี้ครับ มองลงมาเป็นลิฟวิ่งที่วิวสวยมาก

เดินดูบ้านสักพักน้องเอาอาฟเตอร์นูนทีมาเสิร์ฟเป็นชาดอกไม้ทานกับสโคน ทาร์ตและโรลเค้ก ดูดีเทลดีมาก

เปลี่ยนที่ทำงานแปบนะ
ผมจิบชาไปด้วย ตอบเมลล์ไปด้วย สบายใจดีมาก ที่นี่มีไวไฟครับ สัญญาณโทรศัพท์ก็มีนะ แต่อ่อนเป็นพักๆ แนะนำให้เปิดเป็นไวไฟคอลลิ่งจะดีกว่า

หอบโน๊ตบุ๊คไปนั่งทำงานได้ทุกที่ เป็นฟีลลิ่งที่เชื่อว่าหลายคนอยากมีแบบนี้บ้าง ผมกดกาแฟแคปซูลของสตาร์บัคส์มานั่งจิบตอนบ่ายๆ ใต้ต้นไม้ ทำงานไปไหลลื่นสุดๆ

เปิดน้ำตีฟองไว้รอเลยครับ เตรียมลงอ่างแล้วหนึ่ง

อนุญาตให้อิจฉาได้หนึ่งที แต่อย่าตาร้อนมากเดี๋ยวไฟไหม้ป่า เพราะว่าภาพนี้ก็ร้อนแรงสุดๆ ละ 5555

มองไปทางไหนก็มีแต่เขา
แล้วเห็นเราไหม … ในเงามืดๆ

“If winter had one defining scent, it’d definitely be the smell of barbecue.”
— Kant J.Smith

น้องก่อไฟเตรียมปิ้งบาร์บีคิวหมูให้ทานในบรรยากาศกึ่งๆ แคมป์ปิ้ง ต้องผิงไฟเพราะอากาศเริ่มเย็นทันทีที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

น้องทำพาสต้าน้ำพริกอ่องสูตรของทโล้มาให้ทานมื้อค่ำด้วยครับ เป็น Signature Dish ของที่นี่มีความหอมของเครื่องแกงที่ราดมาใน Farfalle พาสต้ารูปโบว์หรือผีเสื้อน่ารักมาก เพิ่มรสสัมผัสในการทานด้วยเบคอนกรอบ อร่อยดีครับ

ถึงช่วงนี้หมูจะแพง แต่บาร์บีคิวที่นี่ก็จัดเต็มถึง 6 ไม้ใหญ่พร้อมผัก ไส้กรอก มันเทศ ทานคู่กับเครื่องดื่มเข้ากันดีอยู่

ตอนขับรถมาครึ่งทางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องดื่มติดมาบนเขาด้วย เซ็งเลย แต่พอมาถึงทางทโล้เตรียมเอาไว้ให้แขกด้วยไม่ต้องขอเลยครับ น่ารักมาก แขกจะได้แบบนี้ทุกบุ๊คกิ้งครับ

ซอสบาร์บีคิวคือดีย์เป็นสูตรที่ทโล้ทำเอง ทาให้ชุ่มๆ แล้วกริลล์ไฟอ่อนๆ ปิ้งไปกินไป เราไม่รีบ

“It is good to know that out there, in a forest in the world, there is a cabin where something is possible, something fairly close to the sheer happiness of being alive.”
— Sylvain Tesson.

ปิ้งมาร์ช เมลโล่ กินระหว่างผิงไฟ ก่อนนอนน้องจะเสิร์ฟนมอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้งหอมๆ มาให้ อร่อยดีครับ นั่งจิบไปคุยกันไปใต้ลมหนาวและไฟจากเตาอุ่นๆ

บรรยากาศยามเช้าและอาหารเช้า
ขอเริ่มวันดีๆ เช้านี้ด้วยลาเต้ร้อนๆ จากสตาร์บัคส์

ก่อนนอนผมแจ้งให้น้องเจ้าของมาเสิร์ฟอาหารเช้าสายหน่อยเพราะเมื่อคืนหนักพอสมควร แต่สุดท้ายผมก็ตื่นเช้ากว่าที่คิดอยู่ดี เพราะปวดฉี่!! เอ๊ยย ไม่ใช่ เพราะอยากมาสัมผัสแสงแดดอุ่นตอนเช้าของบ้านแม่ลาย
จากนั้นประมาณ 8 โมงครึ่ง น้องก็มาตั้งโต๊ะอาหารรอ

นั่งทานมื้อเช้ากันสายเล็กน้อย ท่ามกลางแดดอ่อนๆ ที่ส่องทะลุใบไม้มาเบาๆ ในบรรยากาศสบายๆ ที่ผมประทับใจมาก อยากกลับไปอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะยังจองทันหรือไม่ เป็นอีกหนึ่งในลิสต์ที่พักดีไซน์ที่ผมชอบครับ ใครสนใจจองได้ที่เพจ Taloh Cabin เลยครับ
จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com
คำถามที่พบบ่อย — Taloh Cabin
Taloh Cabin อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร
Taloh Cabin ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับหมู่บ้านแม่กำปอง บนเนินเขาที่รายล้อมด้วยป่าและสายหมอก ขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ราวหนึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่งตามเส้นทางขึ้นเขา แนะนำให้ขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถพร้อมคนขับ เพราะที่พักซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เงียบสงบที่รถสาธารณะเข้าถึงยาก ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ของการได้หลบมาอยู่กลางขุนเขาอย่างแท้จริง
Taloh Cabin ออกแบบสไตล์ไหน
Taloh Cabin ออกแบบเป็นกระท่อมไม้หลังคาโค้งที่กลมกลืนไปกับป่ารอบตัว เลือกใช้ไม้เป็นวัสดุหลักทั้งภายนอกและภายในเพื่อให้รู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ การตกแต่งหยิบความเรียบง่ายร่วมสมัยมาผสมกับกลิ่นอายงานคราฟต์ หน้าต่างและระเบียงถูกวางไว้เพื่อเปิดรับวิวภูเขาและสายหมอก ทำให้ตัวอาคารดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามากกว่าจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่แทรกเข้าไป
Taloh Cabin เหมาะกับใคร
คนที่จะรักที่นี่มักเป็นคนที่อยากหนีความวุ่นวายของเมืองมาอยู่กับธรรมชาติแบบเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่อยากได้ทริปส่วนตัว หรือคนที่เดินทางคนเดียวเพื่อพักใจ ด้วยจำนวนหลังที่จำกัดและทำเลกลางขุนเขา ที่นี่จึงไม่เหมาะกับทริปครอบครัวใหญ่หรือคนที่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบโรงแรมในเมือง แต่ตอบโจทย์คนที่ให้คุณค่ากับความสงบและความใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าความหรูหรา



