Last Updated: 21 July 2026
“I think that my job is to observe people and the world, and not to judge them. I always hope to position myself away from so-called conclusions. I would like to leave everything wide open to all the possibilities in the world.”ประโยคข้างต้น ผมไม่ได้เป็นคนพูด หากแต่ Haruki Murakami นักวรรณกรรมสุดเหงา ชาวญี่ปุ่นได้กล่าวเอาไว้ แต่ดันคล้ายกับที่ผมรู้สึกและตรงกับใจอีกหลายคน เราไม่ได้ชอบโตเกียวเพราะความวุ่นวายอันมาจากผู้คนที่เยอะแยะมากมาย แต่เราชอบที่จะเห็น movement ของคนและเมืองใหญ่ เราหลงใหลในความศิวิไลซ์ที่เกิดขึ้น
เราชิด – เพื่อห่างเพราะบางทีเราก็อยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ศึกษาความเป็นไปทั้งภายในและภายนอกจิตใจของเรา
ที่มา และการเดินทาง
ส่วนหนึ่งของทริปใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ผมเลือกไปพักผ่อนที่ Takaragawa Onsen ตั้งอยู่ในเมือง Minakami บนพื้นที่ของเรียวกัง Osenkaku เรียวกังสุดอินดี้ ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น Takaragawa Onsen มีต้นน้ำจาก Tonaegawa กระแสน้ำร้อนธรรมชาติที่ไหลผ่านเรียวกัง Osenkaku ให้เราได้แช่กายสบายใจใน 4 บ่อ outdoor ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงามราวกับภาพวาด และที่สำคัญ จะได้ประโยชน์ด้านสุขภาพจากน้ำแร่และผิวพรรณที่ดีจากออนเซ็นแห่งนี้อีกด้วย
ขับรถมา ถ้าจากโตเกียวก็ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ทางเป็นเขาคดเคี้ยวเล็กน้อย

เช็คอิน และช่วงเวลาแรก
เข้ามาเช็คอินกันก่อน ที่นี่เปิดเช็คอินค่อนข้างชPeople are strange when you’re a stranger. – Norwegian Woodที่นี่อาจจะดูวุ่นวายในตอนกลางวัน แต่หากตอนค่ำและตอนเช้า ออนเซ็นจะตกเป็นของเหล่าแขกที่เข้าพักในเรียวกัง แต่ถึงกระนั้นเราย่อมปฏิบัติตามกฎด้วยการไม่ถ่ายรูปบรรยากาศด้านในบ่อน้ำพุร้อนมา หากแต่ว่า มีรูปเรียวกัวโดยรวมมาให้ชมกัน นั่นน่าจะดีกว่าครับ ชมรูปกันให้หนำใจ หากมีโอกาสไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ แนะนำให้เพิ่ม Takaragawa Onsen ไว้ในลิสต์ด้วยนะครับ เดินทางไม่ยากทั้งขับรถไปจากโตเกียวประมาณ 100 กม. หรือจะเลือกนั่งรถไฟไปลงสถานี Jomokogen แล้วต่อรถของเรียวกังอีกที

แลนด์มาร์ก และบ่อออนเซ็นกลางหุบเขา
เช็คอิน ณ แลนด์มาร์กของ Takaragawa Onsen, Gunma, Japan เป็นสะพานที่จะเชื่อมระหว่า
บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติคุณภาพ
ถ่ายมุมกว้างจากบนสะพานยิงไ

อาคาร และงานออกแบบ
ที่นี่มี 3 อาคารด้วยกันครับ แต่ละอาคารมีลักษณะเฉพาะในก
เก็บภาพระหว่างเดินผ่านอาคา
ห้องพัก
มาถึงห้องพักสักที นี่คือ อาคาร Annex เป็นอาคารแรกของเรียวกัง อายุ 82 ปี มี 2 ชั้น 6 ห้อง แต่ละห้องรับรองว่าวิวนั้นช
จิบชาร้อนๆ ภายในห้อง ที่นี่ต้องสวมชุดยูกาตะตลอด
มองจากระเบียงห้องออกมาครับ
งดงามราวกับภาพวาดจริงๆ ครับ เป็นความงามของธรรมชาติที่ซ
รวม 3 อาคารจาก ซ้ายไปขวา Annex – Main – East ห้องที่ผมพักคือหมายเลข 321 เป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจก
นี่คืออาคาร East Building มี 5 ชั้น ทั้งหมด 20 ห้อง เป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังส

ออนเซ็น และการเดินทางกลับ

สำหรับออนเซ็นของที่นี่ก็มี
ตอนกลับ ถ้าใครจะใช้บริการรถของโรงแรม จะต้องตื่นเร็วนิดนึงครับ เพราะคนเยอะ และส่วนมาก นั่งรถไฟมา ส่วนถ้าขับรถกลับแบบผม ก็สบายๆ ไม่ต้องรีบครับ เช็คเอ้าท์ตอน 10 โมงกลับไปทาการาว่าอีกครั้ง: บันทึกทริปปี 2022

ไปนอนเรียวกัง อายุร้อยปีที่ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดของญี่ปุ่น
_______________________
ทริปใบไม้เปลี่ยนสี กานต์เลือกไปพักผ่อนที่ Takaragawa Onsen ตั้งอยู่ในเมือง Minakami บนพื้นที่ของเรียวกัง Osenkaku เรียวกังสุดอินดี้ ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติคุณภาพระดับโลกก็คือที่นี่นั่นเองครับ Takaragawa Onsen มีต้นน้ำจาก Tonaegawa กระแสน้ำร้อนธรรมชาติที่ไหลผ่านเรียวกัง Osenkaku ให้เราได้แช่กายสบายใจใน 4 บ่อ outdoor ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงามราวกับภาพวาด และที่สำคัญ จะได้ประโยชน์ด้านสุขภาพจากน้ำแร่และผิวพรรณที่ดีจากออนเซ็นแห่งนี้อีกด้วย
ขับรถมา ถ้าจากโตเกียวก็ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ทางเป็นเขาคดเคี้ยวเล็กน้อย แต่เมื่อมาถึงจะพบว่าคล้ายกับเป็นดินแดนใหม่ มีความสวยงามและเงียบสงบมาก หายเหนื่อยเลยครับ
ที่นี่มีด้วยกัน 3 อาคาร แต่ละอาคารมีลักษณะเฉพาะในการเข้าพักไม่เหมือนกัน ก่อนมาอาจจะงงๆ เพราะไม่เข้าใจกระจ่างนักถึงความแตกต่าง มีทั้งอาคารที่มีทั้งห้องพักที่มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาส่วนตัวและอาคารที่ไม่มีห้องน้ำในห้อง สำหรับห้องที่มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาในตัว ราคาก็จะสูงขึ้นตามลำดับ และเนื่องจากเป็นเรียวกังโบราณขนานแท้ วัสดุที่ใช้จึงเน้นไม้เป็นหลัก ประดับตกแต่งด้วยงานศิลปะแบบญี่ปุ่น
ผมพักที่ตึก annex ซึ่งเป็นตึกเก่า สร้างมาราวๆ 82 ปี มี 2 ชั้น 6 ห้อง ห้องพักที่ได้คือ 321 ซึ่งเป็นห้องหัวมุม แต่ถ้าเลือกได้ให้ขอเป็นห้องในตำนานหมายเลข 323 ซึ่งเป็นห้องมุมเหมือนกันแต่หันไปทางฝั่งออนเซ็นครับ รับรองว่าสวยมาก แต่จริง ๆ แล้วทั้งตึกก็วิวสวยเหมือนกัน เป็นวิวที่มองลงมาเห็นแม่น้ำ ติดตรงที่ห้องทั้งหมดในตึก annex จะไม่มีสุขาส่วนตัวนะครับ ต้องใช้ร่วมกัน
อาคารอื่นๆ คือ Main Building (3 ชั้น 16 ห้อง) จะเป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังจาก First Annex ไม่มีห้องอาบน้ำ ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ส่วนอีกอาคารคือ East Building มี 5 ชั้น ทั้งหมด 20 ห้อง เป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังสุดใหม่กว่าใครเพื่อน โดยโครงสร้างค่อนข้างแข็งแรงด้วยเหล็กและคอนกรีตภายในก็ยังตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนกับอาคารอื่น ส่วนมากจะมีห้องสุขาส่วนตัว ถ้าใครเขินอายไม่กล้าอาบน้ำที่โรงอาบน้ำรวม แนะนำให้เลือกเป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัวจะมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย ห้องพักเป็นโซนที่สามารถมองลงมาเห็นวิวแม่น้ำ
เราสามารถเข้าพักแล้วใช้บริการออนเซ็นได้ฟรี นั่นแปลว่า จะมีแขกจากภายนอกเข้ามาใช้บริการบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ร่วมด้วย ทำให้ที่นี่อาจจะดูวุ่นวายในตอนกลางวัน แต่หากตอนค่ำและตอนเช้า ออนเซ็นจะตกเป็นของเหล่าแขกที่เข้าพักในเรียวกัง แต่ถึงกระนั้นเราย่อมปฏิบัติตามกฎด้วยการไม่ถ่ายรูปบรรยากาศด้านในบ่อน้ำพุร้อนมา หากแต่ว่า มีรูปเรียวกังโดยรวมมาให้ชมกัน นั่นน่าจะดีกว่าครับ
ข้อดีของที่นี่คือ สามารถสวมชุดที่เรียวกังจัดไว้ให้ลงแช่ได้ สำหรับบ่อน้ำรวมชายและหญิง ซึ่งสำหรับผู้หญิงจะมีชุดให้ใส่คล้ายๆ สายเดี่ยวครับ ส่วนผู้ชายมีผ้าเตี่ยวให้ผืนนึง ทำให้เราสามารถแช่ออนเซ็นคู่กันได้
ชมรูปกันให้หนำใจ หากมีโอกาสไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ แนะนำให้เพิ่ม Takaragawa Onsen ไว้ในลิสต์ด้วยนะครับ เดินทางไม่ยากทั้งขับรถไปจากโตเกียวประมาณ 100 กม. หรือจะเลือกนั่งรถไฟไปลงสถานี Jomokogen แล้วต่อรถของเรียวกังอีกที
แต่ตอนกลับ ถ้าใครจะใช้บริการรถของโรงแรม จะต้องตื่นเร็วนิดนึงครับ เพราะคนเยอะ และส่วนมาก นั่งรถไฟมา ส่วนถ้าขับรถกลับแบบผม ก็สบายๆ ไม่ต้องรีบครับ เช็คเอ้าท์ตอน 10 โมงกลับโตเกียวสบายๆ




































