Monday 17 August 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL  ·  AROUND THE WORLD  ·  28 Jan 2019

รีวิว Takaragawa Onsen ญี่ปุ่น (รีวิวเก่า 2019)

Words & Photography ·

Last Updated: 16 August 2026

HOTELQuick Facts: รีวิว Takaragawa Onsen ญี่ปุ่น (รีวิวเก่า 2019)
TypeLuxury Hotel
KANT Rating4.5/5
ByKANT
Updated16 Aug 2026

สรุปตรง

Takaragawa Onsen Osenkaku คือเรียวกังออนเซ็นในเมือง Minakami จังหวัด Gunma ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ริมต้นน้ำของแม่น้ำ Tone บนสาย Takaragawa ขึ้นชื่อเรื่องบ่อออนเซ็นกลางแจ้ง (rotenburo) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีบ่อกลางแจ้งรวม 4 บ่อ พื้นที่เกือบ 800 ตารางเมตร เป็นบ่อรวมชายหญิงสามบ่อที่ลงแช่โดยสวมผ้าคลุมและบ่อเฉพาะผู้หญิงหนึ่งบ่อ ห้องพักเป็นแบบทาทามิกระจายในสามอาคาร จุดที่กานต์ประทับใจคือการได้แช่ออนเซ็นริมแม่น้ำกลางป่าและน้ำตก โดยเฉพาะช่วงใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะ เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางที่อยากสัมผัสออนเซ็นแบบดั้งเดิมท่ามกลางธรรมชาติ

Key Facts
KANT Rating 4.5 / 5
Locationกุนมะ · ญี่ปุ่น

ภาพโทนนุ่มโคมไฟแดงญี่ปุ่น เกริ่นนำบรรยากาศเรียวกังไปนอนเรียวกัง อายุร้อยปีที่ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดของญี่ปุ่น

ทาการาว่า ออนเซ็น โอเซนคาคุ อยู่ในเมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะ ห่างจากโตเกียวโดยรถราวสองชั่วโมง สิ่งที่ทำให้คนพูดถึงที่นี่คือบ่อกลางแจ้งริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และกฎที่อนุญาตให้สวมชุดลงแช่ได้ ซึ่งเปลี่ยนออนเซ็นจากเรื่องที่หลายคนเกร็ง ให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายขึ้นมาก

ภาพปกรีวิว Takaragawa Onsen เผยเรียวกังริมธารน้ำท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี

ทำเลและการเดินทาง

ทริปใบไม้เปลี่ยนสี กานต์เลือกไปพักผ่อนที่ Takaragawa Onsen ตั้งอยู่ในเมือง Minakami บนพื้นที่ของเรียวกัง Osenkaku เรียวกังสุดอินดี้ ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติคุณภาพระดับโลกก็คือที่นี่นั่นเองครับ Takaragawa Onsen มีต้นน้ำจาก Tonaegawa กระแสน้ำร้อนธรรมชาติที่ไหลผ่านเรียวกัง Osenkaku ให้เราได้แช่กายสบายใจใน 4 บ่อ outdoor ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงามราวกับภาพวาด และที่สำคัญ จะได้ประโยชน์ด้านสุขภาพจากน้ำแร่และผิวพรรณที่ดีจากออนเซ็นแห่งนี้อีกด้วย

ขับรถมา ถ้าจากโตเกียวก็ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ทางเป็นเขาคดเคี้ยวเล็กน้อย แต่เมื่อมาถึงจะพบว่าคล้ายกับเป็นดินแดนใหม่ มีความสวยงามและเงียบสงบมาก หายเหนื่อยเลยครับ

อาคารที่พัก: Annex, Main Building และเรือนริมน้ำ

ที่นี่มีด้วยกัน 3 อาคาร แต่ละอาคารมีลักษณะเฉพาะในการเข้าพักไม่เหมือนกัน ก่อนมาอาจจะงงๆ เพราะไม่เข้าใจกระจ่างนักถึงความแตกต่าง มีทั้งอาคารที่มีทั้งห้องพักที่มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาส่วนตัวและอาคารที่ไม่มีห้องน้ำในห้อง สำหรับห้องที่มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาในตัว ราคาก็จะสูงขึ้นตามลำดับ และเนื่องจากเป็นเรียวกังโบราณขนานแท้ วัสดุที่ใช้จึงเน้นไม้เป็นหลัก ประดับตกแต่งด้วยงานศิลปะแบบญี่ปุ่น

ผมพักที่ตึก annex ซึ่งเป็นตึกเก่า สร้างมาราวๆ 82 ปี มี 2 ชั้น 6 ห้อง ห้องพักที่ได้คือ 321 ซึ่งเป็นห้องหัวมุม แต่ถ้าเลือกได้ให้ขอเป็นห้องในตำนานหมายเลข 323 ซึ่งเป็นห้องมุมเหมือนกันแต่หันไปทางฝั่งออนเซ็นครับ รับรองว่าสวยมาก แต่จริง ๆ แล้วทั้งตึกก็วิวสวยเหมือนกัน เป็นวิวที่มองลงมาเห็นแม่น้ำ ติดตรงที่ห้องทั้งหมดในตึก annex จะไม่มีสุขาส่วนตัวนะครับ ต้องใช้ร่วมกัน

อาคารอื่นๆ คือ Main Building (3 ชั้น 16 ห้อง) จะเป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังจาก First Annex ไม่มีห้องอาบน้ำ ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ส่วนอีกอาคารคือ East Building มี 5 ชั้น ทั้งหมด 20 ห้อง เป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังสุดใหม่กว่าใครเพื่อน โดยโครงสร้างค่อนข้างแข็งแรงด้วยเหล็กและคอนกรีตภายในก็ยังตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนกับอาคารอื่น ส่วนมากจะมีห้องสุขาส่วนตัว ถ้าใครเขินอายไม่กล้าอาบน้ำที่โรงอาบน้ำรวม แนะนำให้เลือกเป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัวจะมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย ห้องพักเป็นโซนที่สามารถมองลงมาเห็นวิวแม่น้ำ

ออนเซ็น: บ่อกลางแจ้งริมแม่น้ำที่ใส่ชุดลงแช่ได้

เราสามารถเข้าพักแล้วใช้บริการออนเซ็นได้ฟรี นั่นแปลว่า จะมีแขกจากภายนอกเข้ามาใช้บริการบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ร่วมด้วย ทำให้ที่นี่อาจจะดูวุ่นวายในตอนกลางวัน แต่หากตอนค่ำและตอนเช้า ออนเซ็นจะตกเป็นของเหล่าแขกที่เข้าพักในเรียวกัง แต่ถึงกระนั้นเราย่อมปฏิบัติตามกฎด้วยการไม่ถ่ายรูปบรรยากาศด้านในบ่อน้ำพุร้อนมา หากแต่ว่า มีรูปเรียวกังโดยรวมมาให้ชมกัน นั่นน่าจะดีกว่าครับ

ข้อดีของที่นี่คือ สามารถสวมชุดที่เรียวกังจัดไว้ให้ลงแช่ได้ สำหรับบ่อน้ำรวมชายและหญิง ซึ่งสำหรับผู้หญิงจะมีชุดให้ใส่คล้ายๆ สายเดี่ยวครับ ส่วนผู้ชายมีผ้าเตี่ยวให้ผืนนึง ทำให้เราสามารถแช่ออนเซ็นคู่กันได้

ชมรูปกันให้หนำใจ หากมีโอกาสไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ แนะนำให้เพิ่ม Takaragawa Onsen ไว้ในลิสต์ด้วยนะครับ เดินทางไม่ยากทั้งขับรถไปจากโตเกียวประมาณ 100 กม. หรือจะเลือกนั่งรถไฟไปลงสถานี Jomokogen แล้วต่อรถของเรียวกังอีกที

ก่อนไป: สิ่งที่ควรรู้

แต่ตอนกลับ ถ้าใครจะใช้บริการรถของโรงแรม จะต้องตื่นเร็วนิดนึงครับ เพราะคนเยอะ และส่วนมาก นั่งรถไฟมา ส่วนถ้าขับรถกลับแบบผม ก็สบายๆ ไม่ต้องรีบครับ เช็คเอ้าท์ตอน 10 โมงกลับโตเกียวสบายๆ

อีกเรื่องคือควรจองล่วงหน้าให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ห้องที่นี่มีจำนวนจำกัดและเต็มเร็วเป็นพิเศษในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีกับฤดูหนาว

บันทึกและภาพจากทริปแรก ปี 2019

“I think that my job is to observe people and the world, and not to judge them. I always hope to position myself away from so-called conclusions. I would like to leave everything wide open to all the possibilities in the world.”

ประโยคข้างต้น ผมไม่ได้เป็นคนพูด หากแต่ Haruki Murakami นักวรรณกรรมสุดเหงา ชาวญี่ปุ่นได้กล่าวเอาไว้ แต่ดันคล้ายกับที่ผมรู้สึกและตรงกับใจอีกหลายคน

เราไม่ได้ชอบโตเกียวเพราะความวุ่นวายอันมาจากผู้คนที่เยอะแยะมากมาย แต่เราชอบที่จะเห็น movement ของคนและเมืองใหญ่ เราหลงใหลในความศิวิไลซ์ที่เกิดขึ้น

เราชิด – เพื่อห่าง

เพราะบางทีเราก็อยากใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ศึกษาความเป็นไปทั้งภายในและภายนอกจิตใจของเรา

ที่มา และการเดินทาง

ส่วนหนึ่งของทริปใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ผมเลือกไปพักผ่อนที่ Takaragawa Onsen ตั้งอยู่ในเมือง Minakami บนพื้นที่ของเรียวกัง Osenkaku เรียวกังสุดอินดี้ ที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น Takaragawa Onsen มีต้นน้ำจาก Tonaegawa กระแสน้ำร้อนธรรมชาติที่ไหลผ่านเรียวกัง Osenkaku ให้เราได้แช่กายสบายใจใน 4 บ่อ outdoor ท่ามกลางบรรยากาศของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงามราวกับภาพวาด และที่สำคัญ จะได้ประโยชน์ด้านสุขภาพจากน้ำแร่และผิวพรรณที่ดีจากออนเซ็นแห่งนี้อีกด้วย

ขับรถมา ถ้าจากโตเกียวก็ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ทางเป็นเขาคดเคี้ยวเล็กน้อย แต่เมื่อมาถึงจะพบว่าคล้ายกับเป็นดินแดนใหม่ มีความสวยงามและเงียบสงบมาก

หายเหนื่อยเลยครับ

เช็คอิน และช่วงเวลาแรก

เข้ามาเช็คอินกันก่อน ที่นี่เปิดเช็คอินค่อนข้างช้า และมาทีเดียวพร้อมกันค่อนข้างเยอะ ระหว่างนั่งรอเช็คอิน ก็มีห้องโถงสำหรับอ่านหนังสือ ชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยเปื่อ

ผมพักที่ตึก annex ซึ่งเป็นตึกเก่า สร้างมาราวๆ 82 ปี ห้องพักที่ได้คือ 321 ซึ่งเป็นห้องหัวมุม แต่ถ้าเลือกได้ให้ขอเป็นห้องในตำนานหมายเลข 323 ซึ่งเป็นห้องมุมเหมือนกันแต่หันไปทางฝั่งออนเซ็นครับ รับรองว่าสวยมาก แต่จริง ๆ แล้วทั้งตึกก็วิวสวยเหมือนกัน เป็นวิวที่มองลงมาเห็นแม่น้ำ ติดตรงที่ห้องทั้งหมดในตึก annex จะไม่มีสุขาส่วนตัวนะครับ ต้องใช้ร่วมกัน 3 ห้อง เราสามารถเข้าพักแล้วใช้บริการออนเซ็นได้ฟรี นั่นแปลว่า จะมีแขกจากภายนอกเข้ามาใช้บริการบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ร่วมด้วย

People are strange when you’re a stranger.

– Norwegian Wood


ที่นี่อาจจะดูวุ่นวายในตอนกลางวัน แต่หากตอนค่ำและตอนเช้า ออนเซ็นจะตกเป็นของเหล่าแขกที่เข้าพักในเรียวกัง 
แต่ถึงกระนั้นเราย่อมปฏิบัติตามกฎด้วยการไม่ถ่ายรูปบรรยากาศด้านในบ่อน้ำพุร้อนมา หากแต่ว่า มีรูปเรียวกัวโดยรวมมาให้ชมกัน นั่นน่าจะดีกว่าครับ

ชมรูปกันให้หนำใจ หากมีโอกาสไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ แนะนำให้เพิ่ม Takaragawa Onsen ไว้ในลิสต์ด้วยนะครับ เดินทางไม่ยากทั้งขับรถไปจากโตเกียวประมาณ 100 กม. หรือจะเลือกนั่งรถไฟไปลงสถานี Jomokogen แล้วต่อรถของเรียวกังอีกที

แลนด์มาร์ก และบ่อออนเซ็นกลางหุบเขา

เช็คอิน ณ แลนด์มาร์กของ Takaragawa Onsen, Gunma, Japan เป็นสะพานที่จะเชื่อมระหว่างเรียวกังเดินข้ามไปยังบ่อน้ำร้อน แต่ถ้าหันมองกลับมาจากอีกด้านของสะพานจะเป็นจุดเชื่อมต่อจากอาคารห้องพัก ที่นี่จะมีรองเท้าแตะยางให้สวม เพื่อข้ามมายังภายนอกอาคาร

บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติคุณภาพระดับโลกก็คือที่นี่นั่นเองครับ เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีต้นน้ำจาก Tonegawa ไหลมาจากแหล่งธรรมชาติที่แท้จริง เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ

ถ่ายมุมกว้างจากบนสะพานยิงไปยังอาคารที่ผมพัก คือ Annex อาคารนี้มี 2 ชั้น พักชั้นละ 3 ห้อง ต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน แต่วิวดีทั้งหมด 

อาคาร และงานออกแบบ

ที่นี่มี 3 อาคารด้วยกันครับ แต่ละอาคารมีลักษณะเฉพาะในการเข้าพักไม่เหมือนกัน ก่อนมาอาจจะงงๆ เพราะไม่เข้าใจกระจ่างนักถึงความแตกต่าง มีทั้งอาคารที่มีทั้งห้องพักที่มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาส่วนตัวและอาคารที่ไม่มีห้องน้ำในห้อง สำหรับห้องที่มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาในตัว ราคาก็จะสูงขึ้นตามลำดับ และเนื่องจากเป็นเรียวกังโบราณขนานแท้ วัสดุที่ใช้จึงเน้นไม้เป็นหลัก ประดับตกแต่งด้วยงานศิลปะแบบญี่ปุ่น

เก็บภาพระหว่างเดินผ่านอาคาร Main Building (3 ชั้น 16 ห้อง) จะเป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังจาก First Annex และมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย ห้องพักมีจำนวนมากกว่า เป็นโซนที่สามารถมองลงมาเห็นวิวแม่น้ำได้เช่นเดียวกัน ถ้าใครที่พลาดจอง Annex ไม่ทัน อาคารนี้ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ดี

ห้องพัก

มาถึงห้องพักสักที นี่คือ อาคาร Annex เป็นอาคารแรกของเรียวกัง อายุ 82 ปี มี 2 ชั้น 6 ห้อง แต่ละห้องรับรองว่าวิวนั้นชั้นเยี่ยมเลยล่ะครับ เป็นวิวที่มองลงมาเห็นแม่น้ำ โดยเฉพาะวิวจากห้องพักหมายเลข 323 จะเป็นห้องที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดเนื่องจากมองเห็นวิวทั้งจากด้านหน้าและด้านข้าง แต่!! ทุกห้องไม่มีห้องอาบน้ำหรือห้องสุขาในตัว

จิบชาร้อนๆ ภายในห้อง ที่นี่ต้องสวมชุดยูกาตะตลอดเวลาที่เข้าพัก ทีหลายลายและหลายไซส์ให้เลือก ผมชอบลายเส้น เพราะเน้นความเรียบง่ายดี ในห้องนอนของผมเองครับ ห้องรกมาก ข้าวของกระจัดกระจาย ตัดมาถ่ายได้แค่นี้ 555 แต่เห็นวิวดี

มองจากระเบียงห้องออกมาครับ ตรงอาคารหลังคาเขียวๆ ด้านขวา คือโซนบ่อน้ำร้อน ที่นี่เป็นบ่อน้ำรวมชายและหญิง ซึ่งสำหรับผู้หญิงจะมีชุดให้ใส่คล้ายๆ สายเดี่ยวครับ ส่วนผู้ชายมีผ้าเตี่ยวให้ผืนนึง

งดงามราวกับภาพวาดจริงๆ ครับ เป็นความงามของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่และรอให้เราไปทักทาย แนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะได้บรรยากาศที่งดงามน่าประทับใจ เพราะรอบบ่อรายล้อมไปด้วยเหล่าต้นไม้มากมายนานาพันธุ์ เมื่อถึงเวลาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนสีใบอย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นภาพที่สวยงามและโรแมนติกที่สุด

รวม 3 อาคารจาก ซ้ายไปขวา Annex – Main – East ห้องที่ผมพักคือหมายเลข 321 เป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกทรงกลม จะได้หัวมุมฝั่งสะพาน แต่ไฮไลท์เลยคือห้องหมายเลข 323 เป็นห้องหัวมุมที่หันไปทางออนเซ็นริมสุดด้านซ้ายของในรูปนี้ครับ

นี่คืออาคาร East Building มี 5 ชั้น ทั้งหมด 20 ห้อง เป็นอาคารที่สร้างขึ้นหลังสุดใหม่กว่าใครเพื่อน โดยโครงสร้างค่อนข้างแข็งแรงด้วยเหล็กและคอนกรีตภายในก็ยังตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนกับอาคารอื่น ส่วนมากจะมีห้องสุขาส่วนตัว

 

ออนเซ็น และการเดินทางกลับ

สำหรับออนเซ็นของที่นี่ก็มีไว้บริการสำหรับแขกผู้มาเข้าพักและแขกจากภายนอกก็สามารถมาใช้บริการได้ ทางเรียวกังมีการจัดระบบการหมุนเวียนน้ำร้อนเป็นอย่างดีเพื่อให้ถูกสุขลักษณะและผู้ที่มาแช่จะได้รับประโยชน์จากการะแช่น้ำร้อนจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงความรู้สึกร้อนเท่านั้น 

ตอนกลับ ถ้าใครจะใช้บริการรถของโรงแรม จะต้องตื่นเร็วนิดนึงครับ เพราะคนเยอะ และส่วนมาก นั่งรถไฟมา ส่วนถ้าขับรถกลับแบบผม ก็สบายๆ ไม่ต้องรีบครับ เช็คเอ้าท์ตอน 10 โมง

ภาพจากทริปใบไม้เปลี่ยนสี

ช่วงที่กานต์กลับไปอีกครั้งคือฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งเป็นจังหวะที่หุบเขารอบเรียวกังสวยที่สุดของปี ภาพชุดนี้เก็บมาจากรอบบ่อ ทางเดินริมน้ำ และตัวอาคารเก่า

อาคารเรียวกังไม้เหนือธารน้ำเชี่ยว ท่ามกลางสีสันฤดูใบไม้ร่วง
อาคารไม้เรียวกังเคียงต้นเมเปิลแดงจัด
ห้องพัก ฉากโชจิและเก้าอี้ริมหน้าต่าง
สะพานแขวนข้ามธารน้ำ พร้อมป้ายชื่อสะพาน
ทางเดินภายในเรียวกัง งานไม้และเสื่อทาทามิ
เรียวกังกลางหุบเขา ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีริมธาร
หมู่อาคารเรียวกังริมธาร สะพานและสีสันฤดูใบไม้ร่วง
สะพานแขวนข้ามธารน้ำ ท่ามกลางป่าใบไม้เปลี่ยนสี
อาคารเรียวกังไม้ริมธารหิน ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
เรียวกังในหุบเขา ท่ามกลางสีสันใบไม้ร่วง
ทางเดินสู่เรียวกัง ท่ามกลางไม้ใบเปลี่ยนสี
ธารน้ำและสะพาน ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
หมู่อาคารไม้เรียวกัง ท่ามกลางป่าใบไม้เปลี่ยนสี
ศาลเล็กริมธารน้ำ ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
อาคารเรียวกังคร่อมธารน้ำเชี่ยว ในฤดูใบไม้ร่วง
ทางเดินไม้ของเรียวกัง ยามแสงสลัว
ภาพไลฟ์สไตล์อ่านหนังสือในห้องพักริมฉากโชจิ
ทางเดินงานไม้ ฉากโชจิและเสื่อทาทามิ
ห้องพัก ตู้ไม้และงานศิลปะบนเสื่อทาทามิ
ขุนเขาในป่าใบไม้เปลี่ยนสี ใต้ท้องฟ้าครึ้ม
สะพานข้ามธารน้ำในสายหมอก ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
ใบเมเปิลร่วงบนพื้น สัมผัสฤดูใบไม้ร่วง
บ่อออนเซ็นกลางแจ้งริมธารหิน ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
บ่อออนเซ็นริมธาร ท่ามกลางต้นเมเปิลแดงจัด
สะพานและโครงสร้างริมธารน้ำ ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
รูปสลักสำริดริมป่าใบไม้เปลี่ยนสี
อาคารเรียวกัง ระเบียงไม้ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
ธารน้ำตกเล็ก ท่ามกลางสีสันฤดูใบไม้ร่วง
อาคารเรียวกังริมธาร ท่ามกลางป่าใบไม้เปลี่ยนสี
หุบเขาในป่าใบไม้เปลี่ยนสี
ธารน้ำและเรียวกัง ท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี
บ่อออนเซ็นกลางแจ้ง เคียงต้นเมเปิลแดงสด
ห้องเสื่อทาทามิ โต๊ะเตี้ยและฉากโชจิ พร้อมภาพไลฟ์สไตล์

คำถามที่พบบ่อย — Takaragawa Onsen Osenkaku

Takaragawa Onsen Osenkaku อยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร

Takaragawa Onsen Osenkaku ตั้งอยู่ในเมือง Minakami จังหวัด Gunma ริมต้นน้ำแม่น้ำ Tone ทางเหนือของโตเกียว เดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นถึงสถานี Jomo-Kogen หรือ Minakami แล้วต่อรถยนต์เข้าหุบเขา ใช้เวลาจากโตเกียวราว 2-3 ชั่วโมง หุบเขามินาคามินี้ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติสี่ฤดู การเดินทางเข้าถึงตัวเรียวกังจึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

Takaragawa Onsen Osenkaku มีจุดเด่นอย่างไร

Takaragawa Onsen Osenkaku ขึ้นชื่อเรื่องบ่อออนเซ็นกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีบ่อกลางแจ้งรวม 4 บ่อพื้นที่เกือบ 800 ตารางเมตร ส่วนใหญ่เป็นบ่อรวมชายหญิงที่ลงแช่โดยสวมผ้าคลุม ตั้งเรียงริมแม่น้ำท่ามกลางป่าและน้ำตก ซึ่งกานต์มองว่าเป็นประสบการณ์ออนเซ็นที่เชื่อมคนเข้ากับธรรมชาติได้เต็มที่

Takaragawa Onsen Osenkaku เหมาะกับใคร

Takaragawa Onsen Osenkaku เหมาะกับครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางที่อยากสัมผัสออนเซ็นแบบดั้งเดิมท่ามกลางธรรมชาติ สำหรับกานต์ เสน่ห์ของที่นี่คือการได้แช่น้ำพุร้อนริมแม่น้ำกลางป่า โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะที่สวยเป็นพิเศษ เรียวกังแห่งนี้ยังมีบ่อรวมกลางแจ้งริมแม่น้ำที่ได้ชื่อว่ากว้างที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.