A comprehensive property review of Setthasiri -Maha Chesadabodin Bridge by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.
ครั้งหนึ่ง John F. Kennedy เคยพูดว่า “You can’t live a normal life in Berlin. That’s the best thing about it.”
ถ้าใครอยากมี Living Lifestyle ในแบบ Berlin กานต์อยากแนะนำให้ไปสัมผัสกับโครงการบ้านเดี่ยวที่บอกเล่าความเป็น Berlin Architecture ได้ดีที่สุด นั่นคือ SETTHASIRI MAHA CHESADABODIN BRIDGE (เศรษฐสิริ สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ) โครงการบ้านหรูที่บอกเล่าตัวตนของคนเบอร์ลินได้เรียบและเท่มากๆ เลยครับ
.
สิ่งแรกที่ชอบคืองานดีไซน์ Clubhouse ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวิลล่า Haus Fromberg ผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมยุคนั้น
ก่อนขึ้นบันไดไปชั้นบน จัดวางที่นั่งอีกหนึ่งจุด สำหรับรองรับการใช้งานของลูกบ้านและแขกที่เรานัดมาพบปะกันที่นี่กรณีที่เราไม่ต้องการให้แขกเข้าไปภายในโซน Residential เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวของการพักอาศัย ถือเป็นข้อดีของการที่จัดให้มี Clubhouse อยู่โซนด้านหน้าทางเข้าโครงการบริเวณนี้ยังมีประตูเชื่อมออกไปยังห้องทำงานนิติบุคคล Kids’ Room ด้านในและประตูเปิดไปสู่สระว่ายน้ำส่วนชั้นบนจัดวางเก้าอี้บริเวณโถงกลางให้เรานั่งพักเหนื่อยหลังออกกำลังกายเสร็จเพราะมีฟิตเนสอยู่ติดกันบรรยากาศโล่งๆ ดีมากภายใน Gym มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งแบบ Cardio และ Weight Training Machine แต่ที่เราชอบคือการจัดวางลู่วิ่งไฟฟ้าให้หันหน้าออกไปทางสวนต้นไม้มองผ่านกระจกใสมีแสงลอดผ่านรับวิตามินดีเบาๆ ยามเช้า บรรยากาศดูแล้วสดชื่นดีเวลาที่เห็นต้นไม้สีเขียวๆ ระหว่างที่เรากำลังวิ่งออกกำลังกาย ช่วยให้หายเหนื่อยได้ครับนอกจากนี้ ชั้นบนยังจัดให้มี Meeting Room ให้สามารถจองใช้งาน เพื่อประชุมหรือพรีเซนต์งานได้ โครงการจัดไว้รองรับการใช้งานของลูกบ้านแล้วครับการออกแบบตกแต่งภายใน Clubhouse เรียกได้ว่าผ่านกระบวนการคิดมาแล้วในทุกมิติ โดยเฉพาะการรังสรรค์วัสดุชั้นเยี่ยมนำมาใช้ ผสานเข้ากับอัตลักษณ์ของศิลปะ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกด้านหลังเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ข้อดีก็คือทำให้เกิดความเป็นส่วนตัว หากเทียบกับอยู่ฝั่งด้านหน้า Clubhouse เราสามารถใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวหรือทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านใหม่ๆ ได้ในระหว่างทำกิจกรรม นั่งปิคนิค หรือว่านอนฟังเสียงนกร้อง ใบไม้ไหว รู้สึกสบายใจดีมากสระว่ายน้ำมีขนาดใหญ่ เราชอบการปูกระเบื้องพื้นสระที่ทำเป็นลายตัดทำให้รู้สึกงานดีไซน์สไตล์ยุโรปที่คลาสสิคคุมโทนสีน้ำเงิน ฟ้า ให้ความสดชื่นสบายตา สระว่ายน้ำระบบเกลือแบ่งเป็น 2 สระแบบเล่นระดับ มาพร้อมกับสระเด็กและจากกุซชี่ให้เราได้แช่น้ำได้อย่างเพลินใจ มองเห็นสวนสีเขียวที่อยู่รายรอบโดยรอบจัดพื้นที่สำหรับพักผ่อนแบบ Outdoor เอาไว้โดยรอบ วางเก้าอี้นั่งพักผ่อนและ Sunbed สำหรับนอนเล่นในช่วงเย็นๆ ตอนที่ตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ฝั่งตรงข้ามมี Pavilion จัดไว้สำหรับให้เหล่าคุณแม่จับกลุ่มพูดคุยกันระหว่างที่รอเด็กๆ กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน หรือใช้เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือได้ ด้านล่างมีสนามหญ้าให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นกัน“Luxury is not about the things that you own. It is about something that reflects your personal values, something that shows the choices that you have made in your life.”
ถัดจากส่วน Arrival Hall ด้านหน้าริมบันไดซึ่งโครงการได้จัดวางโซฟาเบดสำหรับนั่งสวม-ถอดรองเท้า นั่งรอสมาชิกท่านอื่นที่กำลังแต่งตัวเสร็จแล้วเดินลงมานอกจากจะโดดเด่นเรื่องการออกแบบที่เรียบหรูแล้ว โครงการเศรษฐสิริ สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ด้วยแนวคิด Green Living Designed Home โครงการออกแบบโดยใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ บ้านทุกหลังมาพร้อมกับนวัตกรรมที่รองรับพลังงานสะอาด เช่น ระบบที่จัดเตรียมให้เพื่อรองรับ EV Charger สำหรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า สะท้อนถึงความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ในโครงการยังติดตั้ง Solar Panels ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มความประหยัดในระยะยาว
หนึ่งในจุดเด่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของโครงการคือระบบบ้านปลอดฝุ่น Dust-Free House ที่มีการติดตั้งเครื่องกรองอากาศในบ้าน Type Neufert ซึ่งเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุด ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้บริสุทธิ์และสดชื่นอยู่เสมอ โดยสามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้มากกว่า 90% และฝุ่นที่เล็กกว่า PM 1 ได้ไม่น้อยกว่า 75% นอกจากนี้ยังช่วยลดสารก่อภูมิแพ้และกลิ่นอับ รวมถึงสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาฝุ่นที่เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน ทำให้บ้านในโครงการนี้ไม่เพียงแค่น่าอยู่ แต่ยังปลอดภัยสำหรับสุขภาพของทุกคนในครอบครัวก่อนเข้าไปด้านในซึ่งเป็นพื้นที่รับแขกของบ้าน จะมีห้องนอนชั้นล่างที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุสำหรับครอบครัวใหญ่ที่อยู่กันหลายเจนเนอเรชั่น หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ก็สามารถปรับเป็นห้องเอนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนังฟังเพลง หรือจะทำเป็นโฮม ออฟฟิศก็ได้เนื่องจากภายในบ้านตัวอย่างเป็น Sale Gallery เราจึงไปเก็บภาพจากบ้านตัวอย่างอีกหลังมาให้ดูเป็นไอเดียว่าสามารถปรับเป็นห้องนอนขนาดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุได้ ภายในห้องมีขนาดใหญ่สามารถวางเตียงควีนไซซ์ได้สบายๆ มาพร้อมกับพื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว นับว่าสะดวกมากเลยครับพื้นที่ชั้นล่างภายในบ้านแสดงถึงการเชื่อมต่อกันของฟังก์ชันในโซนด้านในที่เป็นมุมรับประทานอาหารและสังสรรค์ บริเวณ Living Area สำหรับต้อนรับแขกโครงการจัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ ผนังด้านในจัดวางตู้คาบิเนทและสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ได้สบายเลยครับเพราะมีระยะห่างที่กว้างเพียงพอต่อการรับชม ฟีลลิ่งค่อนข้างสบายๆ ไม่อึดอัด กอปรกับผนังกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวสวนสีเขียวด้านข้างบ้านดูสดชื่นดีมากเราชอบเวลาที่มีแสงแดดส่องเข้ามาภายใน ส่งผลทำให้มุมนี้ดูอบอุ่น กว้างขวางและโปร่งสบายให้เราใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านได้ทั้งวันไม่รู้สึกเบื่อเลยครับถัดมาเป็นพื้นที่ของ Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ ขนานไปกับความกว้างของตัวบ้านรองรับการใช้งานได้มากถึง 10-12 คนหรือจะทำเป็น Long Table ก็ยังไหว ติดกันด้านในสุดเป็นครัวไทยด้านหน้ามีพื้นที่สำหรับจัดเตรียมอาหารลักษณะเป็น Pantry พร้อมเก้าอี้สตูลสำหรับนั่งทานอาหารเช้าเบาๆ สำหรับเด็กๆ ก่อนไปโรงเรียน ส่วนเราขอเป็นกาแฟกับขนมปังสักชิ้นก็พร้อมลุยกันต่อแล้วครับครัวไทยอยู่ถัดเข้าไปด้านใน แยกสัดส่วนเป็นห้องปิดจะได้หมดปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนพื้นที่นอกบ้านเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ชอบมากและอยากแนะนำ ด้วยความที่แปลงที่ดินของบ้านตัวอย่างและบ้านอีกหลายหลังภายในโครงการจะมีพื้นที่ว่างด้านข้างบ้าน ให้เราสามารถออกมานั่งเล่นที่ลานด้านข้างบ้านได้ครับ