Sala Lanna Chiang Mai

ในช่วงที่งานรัดตัว ผมถือโอกาสนี้กลับบ้านครึ่งทาง

อย่าเพิ่งงง!! ไม่ใช่ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่นนะครับ

แต่หมายถึงว่า ผมไปทำงานที่เชียงใหม่

แล้วชวนพี่น้อง หลานๆ ที่บ้านมานั่งทานข้าวพบปะพูดคุยกัน

ตามประสาคนไม่ได้เจอกันงาน

เป็นการ “พบกันคนละครึ่งทาง”

ผมพักที่โรงแรมศาลา เชียงใหม่ ครับ sala lanna Chiang Mai

เลือกจองที่นี่เพราะอยากจะได้ feel ที่แตกต่างจากโรงแรมตีกใหญ่

เปลี่ยนมาเป็นอะไรที่ “น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้” ดูบ้าง

ออกแนว Minimalism ครับ

เหมือนไม่มีอะไร … แต่ดูมีอะไร

“มี เหมือน ไม่มี”

“ไม่มี คือ มี”

ผมว่านี่คือหัวใจในการทำงานของโรงแรมในเครือศาลาทุกแห่งครับ

SALA ไม่ใช่เครือโรงแรมน้องใหม่

แต่ด้วยความที่ Design ปัง Concept เป๊ะ ทำให้โรงแรมดังปั๊วะ

ความฮอตของโรงแรมศาลาไม่เคยลดลงและยังคงบุ๊คกิ้งเต็มตลอดเกือบทุกแห่ง

โรงแรม SALA LANNA ก็เช่นกันครับ

ที่นี่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบเยอะมาก

โดยเฉพาะงานสถาปัตยกรรมที่นำเสนอความเป็นล้านนา

มาในสไตล์โมเดิร์น เรียกว่าเป็นการทวิสต์กันได้อย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ

ถ่ายรูปออกมาก็สวยดี มีความเกร๋ในทุกมิติ

โลเคชั่นก็จัดว่าดีครับ มีความใกล้ใจกลางเมือง ทว่าเงียบสงบเพราะอยู่ย่านชุมชนคนบ่าเก่า

ตอนเช้ามาสามารถเดินไปไหว้พระวัดเกตุการามได้

สายหน่อยแอบไปจิบชาที่เวียงจุมออน เวียงจูมออน ทีเฮ้าส์ – Vieng Joom On Teahouse

บ่ายๆ ไปเดินเล่นที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นกาดต้นลำไยและกาดวโรรส

เย็นๆ ขึ้นมาเล่นน้ำจิบคอคเทลที่ดาดฟ้าโรงแรม

แถมค่ำๆ ยังมีบาร์ริมน้ำปิงให้มานั่งทิ้งอารมณ์กันอีกด้วย

ถือว่าลงตัวนะครับ สำหรับคำว่า “พักผ่อน” มานอนเล่นเชียงใหม่

ในบรรยากาศแบบ “เมียงแต้ๆ “

เอาละ ตามผมมาครับ

จะพาไปเดินชมโรงแรมขนาดไม่ใหญ่ แต่ดีต่อใจเมื่อได้เข้าพัก

เหมาะสำหรับคนเหนือที่คิดถึงบ้านแบบผมครับ

อ่อ!! ช่วงนี้มีโปรโมชั่น Green Season Specials รับหน้าฝน รับส่วนลดกว่า 40%

ห้องพักราคาเริ่มต้นเพียง 2590 ++ บาท (รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน)

วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2561

จองโดยตรงที่: http://bit.ly/salalannagreenseasonspecials

(อย่าลืมใส่โค้ด ‘BOOKDIRECT’ เพื่อรับส่วนลดสูงสุดนะครับ)

SALA LANNA CHIANGMAI

https://www.facebook.com/salaChiangMai

RESERVATIONS

T 66-53-242-588

stay@salalanna.com

DINING RESERVATIONS

wineanddine@salalanna.com

#sala #salalanna #salalannachiangmai

#kantjourney #กานต์เดินทาง #ผู้ชายสายเที่ยว

ถ้าไม่ติดว่า Jacuzzi เล็กพอดีสำหรับ 1 คน
จะชวนมาแช่อ่างน้ำวนด้วยกันครับ
^ ^

บรรยากาศยามค่ำคืนของที่ SALA LANNA
มันก็จะคึกครื้นหน่อย

ภาพด้านหน้าโรงแรม มุมมองแรกที่เห็นคือเสาไม้ และหลังคากระเบื้อง ช่วยให้เกิดความกลมกลืมทางสถาปัตยกรรมชุมชน
มาพร้อมกับสามล้อเครื่องคู่ใจที่กลายเป็น Signature ของโรงแรม

โรงแรมอื่นจะมีตะกร้าหรือกระเป๋าให้หิ้วไปเดินริมชายหาด
แต่ที่นี่มีย่ามทอมือครับจากชนเผ่าต่างๆ ให้ยืมใส่ของแล้วออกไปเดินเที่ยวกัน
กะว่าเดินไปไหว้พระวัดเกตุการาม
เสร็จแล้วไปจิบชาที่เวียงจุมออน
ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นกาดต้นลำไยและกาดวโรรส
เหมาะแก่การไปซื้อของฝาก
น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว งี้ จัดมา
ส่วนตัวชอบน้ำพริกน้ำปู๋จ้าาาาา

เนื่องจากโรงแรมด้านหน้าค่อนข้างแคบ
โถงทางเข้าจึงเน้นความโปร่ง สูงของเพดานแบบ double volume
พรางตาด้วยไม้ระแนงซี่ตีแนวตั้ง สลับกับลายฉลุและภาพเขียนผนังโมเดิร์นล้านนา
มีความโดดเด่น แปลกตาและมีเอกลักษณ์มากครับ

โถงที่นั่งรอบริเวณ lobby
ใช้เก้าอี้หวายเพื่อเพิ่มความโปร่งสบาย เป็นกันเอง
ลดความอึดอัดเนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด
ตัวโถงอาคารเลือกใช้สีเทาและตกแต่งด้วยจิตรกรรมแบบล้านนาประยุกต์
ให้ความรู้สึกเหมือนเวลาที่เราเดินเข้าไปในวิหารตามวัดในภาคเหนือ

จุดเด่นของโรงแรมขนาดไม่ใหญ่ โดยเฉพาะที่ SALA LANNA แห่งนี้ คือพนักงานที่นี่จะต้อนรับด้วยท่าทางยิ้มแย้มเป็นอย่างดี
เรามีหน้าที่แจ้งชื่อ ยื่นบัตรประชาชนพร้อมบัตรเครดิตเพื่อทำการการันตีห้องไว้
แม่บ้านมาเสิร์ฟ welcome drink เป็นน้ำสมุนไพร หวานๆ ฉ่ำๆ ทำให้พอคลายร้อนจากอากาศด้านนอกลงไปได้บ้าง
จากนั้น พนักงานจึงให้กุญแจ พร้อมพาขึ้นลิฟต์เพื่อไปส่งที่ห้องพัก

สัมผัสแรกที่เราเจอ
at first sign คือความ art ความ chic ความเกร๋ของพรอพที่นำมาตกแต่ง
สีเทาทึมๆ ของ lobby ที่มีขนาดไม่ใหญ่
แต่ก็เพียงพอสำหรับแขกทั้ง 15 ห้องของโรงแรมที่จะมาเช็คอิน
นี่แหละคือเสน่ห์ความเป็นโรงแรม ”SALA” อย่างแท้จริง
น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้

lobby ที่ดูไม่ค่อยเหมือน lobby
มีความยูนีค ว่าเราจะเช็คอินที่นี่
หรือออกไปข้างนอกดี
อารมณ์เหมือนสาวเมืองกรุงนุ่งผ้าซิ่น
มันจะเกร๋ๆ หน่อยนะแก

บริเวณโถงทางขึ้นบันได ตกแต่งได้สวยงามมากครับ
มีเพียงความมืดของสีเทาดำที่ประดับด้วยงานฉลุลายสามเหลี่ยม
เพิ่มแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาเพียงเล็กน้อย
แต่ทำให้เกิดมิติในการพักอาศัยมาก
ตัดกับสีแดงสดของโคมไฟ
ให้ความรู้สึกเหมือนขึ้นบันไดของบ้านคนเมืองสมัยก่อน

การตกแต่งโถงหน้าลิฟท์ของแต่ละชั้นจะคล้ายคลึงกันครับ
ยังเน้นโทนสีเข้มขรึม
โดดเด่นด้วยพรมผ้าพื้นเมืองที่ทอจากฝีมือของชาวบ้านครับ
มีกรอบรูปประดับงานศิลปะแขวนไว้พอให้ดูได้เพลินๆ รอหว่างรอลิฟท์ครับ

สระว่ายน้ำของ SALA LANNA จะอยู่ที่ชั้นสี่ ซึ่งเป็นชั้นดาดฟ้าของโรงแรม
สระว่ายน้ำมีขนาดไม่ใหญ่ เหมาะกับการมาแช่น้ำแล้วจิบคอคเทลเบาๆ ริมสระ
ชมวิวดอยสุเทพไป ฟังเพลงไป เพราะที่นี่มี pool bar อยู่ด้วยครับ
เป็น rooftop bar ริมน้ำปิงที่เก๋และเป็นกันเองที่สุดแล้วในย่านนี้

ชอบความเรียบง่าย
ไม่มีจริตของที่นี่
เป็นโรงแรมที่เหมาะแก่การปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ
มีหนังสือน่าอ่านสักเล่มติดมือมาก็พอครับ

การตกแต่งภายในบริเวณส่วนเตียงนอน
จะมีการนำผ้ามาเป็นวัสดุหลักในการประดับ
ให้เกิดความพริ้วไหว นุ่มนวลชวนฝัน
ในขณะเดียวกันก็สื่อสารความเป็นผ้าฝ้ายล้านนา
ออกมาในงานตกแต่งด้วยครับ

ห้องที่ผมพักจะเป็นแบบ riverview deluxe balcony
ที่นี่ตกแต่งเป็นแบบ Minimalism ครับ ผสมความเป็นล้านนามากับผ้าโปร่ง
ที่นำมาประดับ
เดินเข้าห้องไปจะเจอกับ Jacuzzi ก่อนเป็นอย่างแรกนะครับ อยู่กลางห้องเลย
ส่วนอาบน้ำและห้องสุขา จะอยู่ทางด้านซ้ายของห้อง
ระหว่างพื้นที่ของ Jacuzzi กับห้องนอน จะมีผ้าม่านให้ปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว

ว่าแต่ใครนอนอยู่
ตื่นๆๆๆๆ

มีแขกมาหา
เย็นนี้ชวนนางเงือกน้อยมาเล่นน้ำในห้องด้วยครับ
Nirin Ananta Praserttungsakul

ตะกร้าใบนี้สวยมาก
จนอยากถามพนักงานว่า “ไปซื้อที่ไหน”
มันใส่ของได้พอดีเลยครับ
โรงแรมนำมาประยุกต์ใส่พวกเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เหล่านี้เสียเงินนะครับ
ส่วนชากาแฟ มีให้ดื่มฟรีครับ

หน้ากระจกบริเวณอ่างล้างหน้ามีขนาดไม่ใหญ่
แต่ก็เพียงพอที่วางข้าวของเครื่องใข้ส่วนตัวได้ครับ

ส่วน amenity kit in bathroom ของโรงแรมก็มีครบครันครับ ชอบครีมอาบน้ำ กลิ่นหอมดีมาก มีความธรรมชาติสูง

อีกอย่างสิ่งที่ผมชอบมากของที่นี่คือ ส่วนระเบียงครับ
วางเก้าอี้โยก เนื้อไม้หนาปึ้ก นั่งสบาย โยกไปเพลินๆ ฟังเพลงจากลานริมน้ำด้านล่าง
เป็นการพักผ่อนที่แทบไม่ต้องเสียราคาค่างวด แต่ได้คุณค่าทางอารมณ์และจิตใจมากๆ ครับ

คืนที่เข้าพักตรงกับวันที่โรงแรมมีงานพอดี
ส่วนใหญ่ที่ SALA LANNA เชียงใหม่ในคืนวันศุกร์เสาร์
เค้ามักจะมีอีเวนต์ร่วมกับเครื่องดื่มหลายแบรนด์
มานั่งจิบ ฟังไลฟ์แบนด์
ท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำ มีสายลมเย็นๆ พักมากระทบเป็นระยะ
ผมว่าเป็นอะไรที่ชิลล์ เหมาะกับวันสุดท้ายของการทำงานในแต่ละสัปดาห์ดีมากๆ ครับ

ได้เวลามาทานอาหารเย็นกันครับ
ที่ On the Ping Riverfront Eatery and Bar
ที่นี่เน้นการตกแต่งเรียบง่าย มีใส่ความเป็นโมเดิร์นทวิสต์กับความเป็นล้านนา
ห้องอาหารนี้เปิดบริการทุกวันครับ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 22.00 น.
แต่บางคืนก็จะมีดนตรีแจ๊สเและไลฟ์แบนด์ให้ฟังกันสดๆ ด้วยนะ
ติดต่อสอบถามและจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 053-242-588

ชอบเค้าท์เตอร์บาร์ในส่วนด้านในของห้องอาหารมากครับ
ไม่ต้องมีขนาดใหญ่จนไม่กล้านั่ง
ชอบความเป็นกันเองที่พนักงานมีให้
คุยได้อย่างสบายใจตามประสา “คนบ้านเดียวกัน”

Appetizers มาก่อน เป็นขนมปัง
ไม่ต้องสั่งครับ จัดให้เลย
ซึ่งอร่อยมากครับ กรอบนอกนุ่มใน ไม่เหนียว
ดิปปิ้งที่ให้มา แทบจะไม่มีความหมายเลยครับ

ชวนพี่ๆ น้องๆ หลานๆ มาทานข้าวเย็นที่ห้องอาหาร On the Ping ครับ
กินไป คุยกันไป ก็เพลินๆ ดีครับ
ผมว่าช่วงเวลาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา
เป็นเวลาที่มีความสุขที่สุดละ
enjoy eating and talking

ผมไม่ได้เล่นมือถือนะครับ
แค่กดลั่นชัตเตอร์สั่งกล้องถ่ายรูปจากมือถือ

พิซซ่า น่าจะถือเป็นเมนูแนะนำของที่นี่เลยครับ
ผมเลือก Pesto Mascarpone Ricotta Pizza
เป็น Chef’s Signature ของห้องอาหารครับ
เด็กน้อย ชอบมากครับ อารมณ์เหมือนอย่าเพิ่งกวน หนูจะกิน
555

อาหารไทยประยุกต์ก็มีครับ อย่างปูนิ่มผัดพริกกระเทียม
ที่เห็นนี้เป็น “พล่ากุ้งย่าง” เผ็ดนิดหน่อย แต่เชฟบอกว่าอร่อยมาก
จัดมาเลยครับ

กุ้งโสร่งก็อร่อย
อาหารที่นี่ราคาก็พอรับได้ครับ
เพราะดูจากวัตถุดิบก็คัดไซส์และสดพอสมควร
บ้านนี้ชอบทานกุ้ง ทุกคนยกนิ้วให้ว่ากุ้งเนื้อหวาน กรอบร่อยมากครับ

ทานไป คุยกันไป
เก็บบรรยากาศกันไป
เห็นคนในบ้านมีความสุข เราก็สบายใจ

ITALIA หรือ ON THE PING
RIVERFRONT EATERY AND BAR เป็นห้องอาหารอิตาลี่ที่ได้รับรางวัลเยอะมากครับ
นำมาตั้งโชว์ให้แขกดูซะเลย
จะได้รู้ว่าพี่ไม่ได้มาเล่นๆ
ทุกเมนู ทุกจาน เชฟตั้งใจปรุงเป็นอย่างมากครับ

ห้องอาหารเย็นที่นี แม้จะเน้นอาหารอิตาลี่ แต่ก็มีอาหารไทยและมีฟิวชั่นด้วยครับ
ชอบการตกแต่ง มีดอกไม้ประดับ สลับกับดีไซน์ที่ดูโปร่ง โมเดิร์น
จะทานด้านในหรือใกล้ๆ ริมน้ำก็ได้ครับ

ดึกๆ ถ้านอนไม่หลับก็แวะลงมาจิบเครื่องดื่มเบาๆ ที่ ON THE PING
RIVERFRONT EATERY AND BAR สักแก้วก่อนนอนที่บาร์ครับ

ภาพถ่ายจากโรงแรมที่มองเห็นชุมชนวัดเกตุครับ
ถนนเส้นนี้มีสเน่ห์เฉพาะตัว มีความเงียบสลงบ มีอาคารเก่าๆ สวยๆ ซ่อนตัวอยู่มากมาย
เสียดายตรงที่มีสายไฟระโยงระยางบดบังความสวยงามไปเยอะครับ

ก่อนนอน ช่วงหัวค่ำ แม่บ้านมาเทิร์นดาวน์เตียง
พร้อมกับวางเครื่องดื่มสมุนไพรไว้ให้
คืนนี้เป็นน้ำมะตูมครับ
ชอบจัง ไม่ต้องหวานจนเกินไป
พอให้รู้บ้างว่าดื่มน้ำมะตูม ไม่ใช่น้ำตาลขวด

ความโดดเด่นอีกอย่างของโรงแรมในเครือ SALA คือ
“ที่นอนหนานุ่ม” มากครับ
หลับสบายจนไม่อยากตื่น

อาหารเช้าที่นี่ มีให้ทานที่ห้องอาหาร หรือใครจะขอให้นำขึ้นมาเสิร์ฟบนห้องก็ได้ครับ
เน้นเป็น A La Carte 1 คนสั่งได้ 1 เซ็ต
มีทั้งไลน์อินเตอร์และล้านนา ครับ
ผมสั่งมาทั้ง 2 แบบเลย

แต่ส่วนตัวชอบน้ำพริกตาแดง ทานคู่กับจิ้นปิ้ง ไข่ต้ม ผักนึ่งและข้าวเหนียวมากครับ

วิวสระว่ายน้ำตรงชั้นดาดฟ้า
ยามเย็นๆ ถือว่าเป็นโรงแรมที่มีมุมสวยมาก
มองเห็นดอยสุเทพลิบๆ
ด้านล่างเป็นแม่น้ำปิง ตัดสลับกับภาพบ้านเรือนของผู้คน

ที่ sala lanna Chiang Mai ทำให้เราได้หวนย้อนกลับไปคิดถึงบรรยากาศของ “เวียงบ่าเก่า” ที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ท่ามกลางเมืองที่เจริญ ซึ่งมีของแถมคือความวุ่นวาย เร่งรีบ
แต่เรากลับสามารถเอนกายปล่อยใจไปอย่างช้าๆ
เฝ้ามองดูเข็มนาฬิกาที่เดินผ่านไปได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

ถ้ามาเชียงใหม่แล้วอยากได้ฟีลล์แบบ “คนเมืองกรุงนุ่งซิ่น” แวะมาพักที่ SALA LANNA นะครับ

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน