ENGLISH SUMMARY — PROPERTY REVIEW
A comprehensive property review of Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา by KANT, covering architectural design, interior details, facilities, unit layouts, and project highlights.
ครั้งหนึ่ง 𝑮𝒊𝒐𝒓𝒈𝒊𝒐 𝑨𝒓𝒎𝒂𝒏𝒊 ดีไซเนอร์ชื่อดังเคยพูดไว้ว่า “𝐄𝐥𝐞𝐠𝐚𝐧𝐜𝐞 𝐢𝐬 𝐧𝐨𝐭 𝐬𝐭𝐚𝐧𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐨𝐮𝐭, 𝐛𝐮𝐭 𝐛𝐞𝐢𝐧𝐠 𝐫𝐞𝐦𝐞𝐦𝐛𝐞𝐫𝐞𝐝.” -ความสง่างามไม่ใช่การทำตัวให้โดดเด่นสะดุดตา แต่คือการเป็นที่จดจำ
สังเกตไหมครับว่านิยามความหรูหราของคนยุคนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก ภาพจำของการทำบ้านให้อลังการตะโกนเพื่อรับแขกเริ่มหายไป แต่คนหันมาให้คุณค่ากับ “เวลา ความเป็นส่วนตัว และความสุขของครอบครัว” กันมากขึ้น
โดยเฉพาะคนที่เดินทางมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโต หรือคนที่เป็นเสาหลักที่อยากส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่รัก การเลือกบ้านสักหลังคงไม่ใช่แค่เรื่องของการหาที่อยู่อาศัย แต่มันคือการเลือก Spec ที่จะมาเป็นผืนผ้าใบเพื่อจัดแสดงและเก็บเกี่ยวทุกความทรงจำของครอบครัวเอาไว้
นี่คือจุดที่ทำให้กานต์รู้สึกสะดุดตากับวิธีคิดของ Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา มากๆ ครับ เพราะโครงการนี้ตีโจทย์ความหรูหราผ่านการสร้างพื้นที่ที่เน้นการจดจำ มากกว่าแค่การสร้างความโดดเด่นฉาบฉวย
แก่นของ Nirvana COLLECTION ที่เราต้องมองให้ออกคือ บ้านหลังนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อ พิสูจน์ตัวเองกับคนภายนอก นี่คือหัวใจของสิ่งที่ Nirvana ทำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ 𝐀 𝐏𝐫𝐢𝐯𝐚𝐭𝐞 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐟𝐨𝐫 𝐓𝐡𝐨𝐬𝐞 𝐖𝐡𝐨 𝐋𝐞𝐚𝐝, 𝐍𝐨𝐭 𝐅𝐨𝐥𝐥𝐨𝐰 ทุกรายละเอียดในโครงการถูกคิดจาก Insight ของคนที่ไม่ได้ต้องการพิสูจน์อะไรกับใครอีกแล้ว แต่คนกลุ่มนี้อยากได้บ้านที่เข้าใจ บ้านที่เงียบสงบพอให้พักผ่อนได้จริง มีความโปร่งเพื่อให้หายใจได้สะดวกและเป็นส่วนตัวโดยไม่ต้องแคร์สายตาใครจากภายนอก
ลองนึกภาพตามนะครับ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ตอนนี้คือทำเลที่คึกคักและเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่ง แต่โครงการนี้กลับเลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยการเป็น Rare Mixed-Use Private Enclave คือทันทีที่เราข้ามผ่านประตูโครงการเข้ามา ความวุ่นวายทุกอย่างจะถูกทิ้งไว้ข้างนอก ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือนโอเอซิสที่โอบรับเราไว้ด้วยความสงบ
ในมุมของการออกแบบ โครงการนี้ดึงแนวคิด Private by Design มาใช้ได้อย่างเฉียบขาด คือการกล้าที่จะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือ Visual Noise ออกไป เส้นสายสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นที่ดูเรียบนิ่ง เปิดทางให้พื้นที่ภายในบ้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ พื้นที่ขนาดใหญ่จัดวางไว้เพื่อรองรับงานอดิเรกและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนทุกเจเนอเรชัน
สำหรับกานต์ มองว่าบ้านระดับ Ultra Luxury คือสถานที่ที่อนุญาตให้เราถอดความเหนื่อยล้าทิ้งไป แล้วกลับมาเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ผ่อนคลายที่สุด ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
ดังนั้นมั่นใจได้เลยครับว่าบ้านหลังนี้จะเป็น Masterpiece ที่พร้อมเก็บทุกความทรงจำที่ทรงคุณค่าและส่งต่อความสุขจากรุ่นสู่รุ่น เหมือนความสง่างามที่จะเป็นที่จดจำไปตลอดกาล
พาร์ทนี้กานต์พามาชมแบบบ้าน INDULGENCE A สเกลใหญ่ที่สุดของโครงการครับ ต้องบอกเลยว่าโครงการนี้ได้รับการตอบรับดีเกินคาดมาก จากแบบบ้านทั้งหมด 4 type ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างหลังนี้หลังเดียวที่เปิดให้เข้าชมครับ เพราะด้วยดีเทลการก่อสร้างที่พิถีพิถัน ทำให้ตอนนี้ยอดจองนำหน้าความเร็วในการสร้างไปเยอะเลยครับ ใครที่เล็งไว้อาจจะต้องรีบหน่อยนะครับ เอาละ!! ชวนติดตามอ่านต่อผ่านแคปชั่นและภาพถ่ายด้านในได้เลยครับ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้าชมโครงการได้ที่ https://www.nirvanacollectionkrungthepkreetha.com/
หรือโทร 02 105 6799

โครงการ Nirvana COLLECTION ตั้งอยู่บนพื้นที่ 31 ไร่ จำกัดความเป็นส่วนตัวไว้เพียง 47 ครอบครัวเท่านั้น นำเสนอเรื่องราวของการอยู่อาศัยที่ผสานเข้าไปกับความเป็น Art Gallery ที่รอให้เราได้นำความทรงจำและโมเมนต์ที่มีค่าของครอบครัวมาจัดแสดง เป็นการสร้างสเปซที่หลอมรวมศิลปะของการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
โครงการตั้งอยู่บนทำเลทองย่านศรีนครินทร์-ร่มเกล้า หรือที่เราเรียกว่ากรุงเทพกรีฑา ซึ่งปัจจุบันนี้คือถนนสายทองคำที่มีการเติบโตสูงที่สุด ราคาที่ดินพุ่งขึ้นถึง 150% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์) จะเข้าไปฝั่งพระราม 9, เอกมัย, ทองหล่อ, สุขุมวิท โดยใช้ทางด่วนพระราม 9-ศรีนครินทร์ก็สะดวกมาก หรือหากจะออกต่างจังหวัดไปทางมอเตอร์เวย์ก็ได้ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ หรือจะใช้รถไฟฟ้าก็มี MRT สายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑาที่อยู่ไม่ไกล

เมื่อเรากางแผนที่ดูคู่แข่งในเซกเมนต์บ้านร้อยล้านย่านนี้ โครงการส่วนใหญ่มักจะซ่อนตัวอยู่ในซอยลึกเพื่อหาความสงบ แต่ความน่าสนใจคือ Nirvana เข้ามาครอบครองที่ดินแปลงที่สวยที่สุดเอาไว้ได้และยกเอาความสงบมาไว้ใกล้ๆ

Not selected for today’s hype. Chosen for what it becomes.” — ทำเลที่ถูกเลือกด้วยวิสัยทัศน์ ไม่ใช่กระแส เพราะด้วยขนาดพื้นที่โครงการที่ใหญ่มาก Nirvana Collection จึงเป็นโปรเจกต์ระดับ Ultra Luxury เพียงแห่งเดียวในตอนนี้ที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่แบบไม่ต้องเข้าซอย ไม่ติดภาระจำยอมใดๆ ซึ่งในแง่ของการลงทุน นี่คือสินทรัพย์ที่มูลค่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Nirvana Collection ต่างจากทุกโครงการบนเส้นนี้คือ เป็นโครงการระดับ Ultra Luxury หนึ่งเดียวที่ติดกับ Nirvana Porch ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียม ร้านอาหารกว่า 19 ร้าน และศูนย์สุขภาพครบวงจร
เรียกได้ว่าเป็น A Rare Mixed-Use Private Enclave จริงๆ ครับเพราะบ้านเดี่ยวระดับ Ultra Luxury ที่ติดถนนใหญ่และติดมอลล์ ซึ่งในตลาดปัจจุบัน หาโครงการแบบนี้แทบไม่ได้แล้ว

ย่านนี้ถือว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งสถานศึกษาชั้นนำตั้งแต่ Brighton College Bangkok, Ascot International School Bangkok, Wellington International School และ Mandarin International School สำหรับครอบครัวที่มองหาทางเลือกที่สะดวกมากในการตอบโจทย์ความต้องการในทุกวัย ขับรถออกไปอีกนิดจะเจอโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลเวชธานี, โรงพยาบาลกรุงเทพ และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ทั้งหมดนี้ ช่วยสร้างความอุ่นใจและความสะดวกสบาย หรือหากใครที่มองหาที่อยู่ใกล้สนามกอล์ฟ ก็ถือว่าตอบโจทย์ทุกมิติ เป็นทำเลที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยมากที่สุดครับ

จาก Main Gate มายัง Clubhouse ด้านหน้า ใช้เวลาเพียง 1 นาที ภาพรวมของพื้นที่ส่วนกลางไล่เลเยอร์เรียงกันจากด้านหน้าไปจนถึงด้านใน เริ่มจาก Porch Community Mall ด้านหน้าโครงการที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเราได้ในทันที และมีทางเชื่อมต่อแบบ Exclusive สำหรับลูกบ้านมาจากด้านในโครงการ

เมื่อเราได้เห็นภาพจริงของทางเข้าและ Clubhouse ของ Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา บอกได้เลยว่า งานดีไซน์ที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ แต่คือ Statement ของผู้อยู่อาศัยที่ทรงพลัง ทว่า นุ่มลึก ซึ่ง Nirvana นำคอนเซปต์ A Private Modern Residence for Those Who Lead, Not Follow มาใช้ได้ดี

Main Gate เป็นแบบ Double Entrance คือมี 2 ชั้น ด้านหน้าออกแบบเป็นลักษณะ Horizontal Block ขนาดใหญ่ที่ทอดยาวขนานกับถนน งานสถาปัตยกรรมที่เน้นเส้นสายแนวนอนแบบนี้ให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง และเงียบสงบ วัสดุผิวสัมผัสเป็นโทนสีเข้ม ดูภูมิฐานและลึกลับ (Mysterious) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Quiet Luxury คือไม่ต้องการตะโกนบอกความรวย แต่ต้องการสร้างความน่าเกรงขาม ทำหน้าที่เป็น Buffer Zone ที่ตัดเสียงรบกวนจากความวุ่นวายภายนอก (Visual Noise) ทันทีที่เราก้าวข้ามเข้ามาภายใน

Main Gate ด้านในดีไซน์สวยมากครับ เล่นกับแผ่นระนาบ (Planes) ที่ซ้อนทับ บิดเบี้ยว และยื่นออก (Cantilever) ในทิศทางต่างๆ ทำให้เกิดพื้นที่ว่าง และแสงเงาที่เปลี่ยนไปตลอดทั้งวัน ล้อไปถึงตัวอาคาร Clubhouse ด้านในด้วยครับ

งานแบบ Deconstructivism นี้ให้ความรู้สึกโมเดิร์นและ Young at Heart ซึ่งตรงกับ Insight ของกลุ่ม New Wealth ที่ไม่ได้ชอบความคลาสสิกน่าเบื่อ แต่ชื่นชอบความท้าทายและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ
ส่วนตัวกานต์ชอบการจับคู่ของวัสดุที่ชัดเจนครับ ระหว่างสีขาวที่ดูนิ่ง สงบ และสะท้อนแสง กับวัสดุโทนเข้มและกระจกขนาดใหญ่ การจับคู่แบบหยินหยางนี้ทำให้ตัวอาคารไม่ดูหนักจนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกที่เบา ลื่นไหล และทันสมัย คล้ายกับเส้นสายของรถสปอร์ตระดับโลก

พื้นที่สวนส่วนกลางและ The Collection Club ของ Nirvana COLLECTION ยังออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความเชื่อมโยงระหว่างสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ ทำให้ทุกองค์ประกอบของพื้นที่สอดประสานกันอย่างกลมกลืน มี Sky Bridge เชื่อมชั้นบนตัดผ่านช่องกลาง มองลอดออกไปเห็นสวนสีเขียวด้านนอก ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย ไม่ใช่ทางเดินภายในโครงการบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Art Gallery ของ Nirvana COLLECTION ที่ต้องการให้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางหรือส่วนตัว ล้วนให้ประสบการณ์ทางสุนทรียะ

ด้านในมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และทางเดินตรงกลางเรียกว่า Tree Top Walk เป็นทางเดินที่ค่อยๆ ยกระดับขึ้นไปสู่ระดับยอดไม้ กานต์มองว่านี่ไม่ใช่แค่ทางเดินยกระดับธรรมดา ทวา่ คือการส่งมอบประสบการณ์ใหม่ในการมีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ โครงการไม่ได้ต้องการให้เราแค่นั่งมองสวน แต่ต้องการให้เราเข้าไปอยู่ในสวนเลยล่ะครับ
ภายในสวนเต็มไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ตั้งแต่ไม้โปร่งที่ให้แสงแดดส่องผ่านได้อย่างพอดี ต้นสนสูงที่เสริมความรู้สึกสงบ พุ่มไม้และไม้ดอกที่เพิ่มสีสัน ไปจนถึงไม้ยืนต้นฟอร์มโดดเด่นที่ช่วยสร้างมิติและร่มเงาให้กับพื้นที่
การจัดวางพรรณไม้เหล่านี้ ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางภูมิ สถาปัตย์ แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทุกครั้งที่เดินเข้าสู่ Clubhouse เราจะสัมผัสได้ถึงอากาศที่สดชื่นและบรรยากาศที่ชวนให้ผ่อนคลาย รู้สึกเย็นสบายทั้งร่างกายและจิตใจ เปรียบเสมือนการพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตท่ามกลางเมืองใหญ่

Clubhouse จึงไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนประตูสู่โลกแห่งความหรูหราและความคลาสสิกที่ยังคงร่วมสมัยเติมเต็มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ที่หลงใหลในบรรยากาศที่ร่มรื่นและงานดีไซน์ที่มีความหมาย Nirvana COLLECTION เรามองว่าที่นี่คือคำตอบของการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

Clubhouse สไตล์ Modern Art ออกแบบภายใต้แนวคิด Making Your Everyday Revitalizing บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ Interior ของ Clubhouse ใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีขาว-ครีมตัดกับไม้ธรรมชาติ จัดวางแบบผ่อนคลายดูไม่ ทางการจนเกินไป ผนังกระจกเต็มผืนทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ภายในกับภายนอกเป็นเนื้อเดียวกัน มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำ สวนสีเขียว และท้องฟ้า
สิ่งที่น่าประทับใจคือ Reflection ของผนังกระจก เมื่อมองจากภายนอก กระจกสะท้อนภาพสวนและต้นไม้ สร้าง Layering ของภาพที่ซ้อนกันหลายชั้น เมื่อเรานั่งอยู่ภายในจะถูกล้อมกรอบไว้ด้วยธรรมชาติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ความรู้สึกคือ แม้จะนั่งอยู่ภายในแต่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่ภายนอก ซึ่งตรงกับ DNA ของ Nirvana ที่เน้นเชื่อมต่อบ้านกับธรรมชาติเสมอ
ภายในมีพื้นที่นั่งเล่น พักผ่อนและรับรองแขกกระจายกันไปในหลายจุด ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ล้วนหรูหราและสะดวกสบายไปกับการพักผ่อนด้วยเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ถูกเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไม่เพียงแต่คำนึงถึงดีไซน์ที่สวยงาม แต่ยังต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง เติมเต็มความรู้สึกสบายในวันพักผ่อนของลูกบ้าน

The Collection Club มาพร้อมกับบริการระดับ Branded Residence เสมือนอยู่โรงแรม 5 ดาว สิ่งอำนวยความสะดวกประกอบด้วย Concierge Desk / Residences Lounge / Fitness Center ขนาดใหญ่ / สระว่ายน้ำ สระเด็ก และ Jacuzzi / Hydrotherapy Room / Spa Room & Salon Room / Dance Class Room / Music Room (ห้องเก็บเสียงสำหรับครูมาสอนดนตรีหรือเต้นแบบส่วนตัว) / Yoga Room / Co-Working Space / Meeting Room / Multi-Purpose Function Room (รองรับ Private Chef Table และงานเลี้ยง) / Tree Top Walk สำหรับเดินออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ / สวนสีเขียวขนาดใหญ่

จาก Clubhouse เราเดินผ่านวงเวียนต้นไม้ด้านหน้า เพื่อจะเข้าสู่ Residence Area กันบ้างครับ
กานต์เห็นแล้วนึกถึงงานของ James Turrell ทันที เพราะการใช้ช่องเปิดวงกลมบนเพดานเป็นเทคนิคที่เดียวกับที่ Pantheon ในกรุงโรม แต่สิ่งที่ Nirvana ทำได้ดีคือการผสานธรรมชาติเข้าไปในแกนกลางของ Geometry จะเห็นได้จากต้นไม้ที่ไม่ได้ถูกวางไว้ตรงนั้นเพื่อตกแต่ง แต่เป็นศูนย์กลางของทั้งโครงการ ด้วยสถาปัตยกรรมที่โอบล้อมธรรมชาติเอาไว้
ตรงกลางมีการเปิดช่องแสงทรงกลมขนาดใหญ่เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องถึงและลมพัดผ่าน การออกแบบเช่นนี้ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด แต่กลับให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ผนังโค้งรอบ Oculus บุด้วยหินธรรมชาติลายเส้นแนวนอน สีครีมอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ยังคงความสง่างาม เมื่อยามแสงแดดตกกระทบผนังในช่วงเย็น เงาของต้นไม้จะทอดลงบนพื้นหินและผนังโค้ง สร้างภาพที่เปลี่ยนไปทุกชั่วโมงของวัน เป็นสถาปัตยกรรมที่มีชีวิตในความหมายที่แท้จริง
จากมุมมองด้านล่างมองขึ้นไป Oculus เผยให้เห็นท้องฟ้าเป็นวงกลม กิ่งก้านของต้นไม้ตัดกับแสงสีทองยามเย็น ความรู้สึกคือการมองขึ้นไปจากภายในซึ่งตรงข้ามกับโครงการบ้านทั่วไปที่เน้นให้คนภายนอกมองเข้ามา กานต์คิดว่านี่คือสถาปัตยกรรมที่ออกแบบจากมุมมองของคนอยู่จริง ไม่ใช่แค่คนผ่านมา

Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา มีแบบบ้านให้เลือกครอบครองทั้งหมด 4 แบบ ภายใต้สถาปัตยกรรมสไตล์ Natural Modern ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Nirvana โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ตั้งแต่ 464 ไปจนถึงมากกว่า 1,005 ตารางเมตร เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แบบ Ultra Luxury ของทุกเจเนอเรชันครับ
1. แบบบ้าน AUTOGRAPHY A พื้นที่ใช้สอย 979 ตร.ม. เป็นแบบบ้านที่มีความโอ่อ่าด้วยพื้นที่ใช้สอยเกือบพันตารางเมตร ออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับกิจกรรมของครอบครัวใหญ่ ฟังก์ชันภายในจัดเต็มฟังก์ชันระดับ Ultra Luxury มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ลิฟต์ และพื้นที่ส่วนกลาง ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน
2. แบบบ้าน AUTOGRAPHY B พื้นที่ใช้สอย 616 ตร.ม. เป็น Type ที่ตอบโจทย์กลุ่ม Young Successor หรือครอบครัวขยายที่มองหาความสมดุลระหว่างพื้นที่ส่วนรวมและพื้นที่ส่วนตัว จุดเด่นของงานดีไซน์คือเส้นสายที่เรียบ นิ่ง แต่เฉียบคม นำเสนอผ่านโทนสีที่ให้ความรู้สึกสุขุมและทันสมัย พื้นที่ชั้นล่างออกแบบให้รับรองแขกและจัดปาร์ตี้ส่วนตัวได้ดี ในขณะที่ห้องนอนมาสเตอร์ยังคงรักษาความกว้างขวางและฟังก์ชันครบครันเหมือน Penthouse
3. แบบบ้าน AUTOGRAPHY C พื้นที่ใช้สอย 464 ตร.ม. เรียกได้ว่าเป็น The Private Sanctuary ถือว่ากว้างขวางมากเมื่อเทียบกับมาตรฐาน การออกแบบเน้นความคล่องตัวและฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริงแต่ยังคง DNA ของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องของ Privacy by Design การพรางสายตาจากภายนอก และการดึงแสงธรรมชาติเข้ามาใช้เพื่อสร้างสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย

ส่วนแบบบ้านที่ 4 ที่กานต์พามาชมกันในพาร์ทนี้คือ INDULGENCE A พื้นที่ใช้สอย 1,005 ตร.ม. เรียกได้ว่าเป็น The Ultimate Masterpiece ที่แท้จริง

เพราะนี่คือแฟล็กชิปและแบบบ้านไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการเลยครับ บ้านบนที่ดินกว่าครึ่งไร่ ด้วยฟังก์ชัน 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ พร้อม Powder Room, สระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่, ลิฟต์ส่วนตัว และจอดรถ Supercar ได้สูงสุดถึง 9 คัน

ดีไซน์ไฮไลต์ให้ความโดดเด่นด้วย Private Inner Court กลางบ้านที่โอบล้อมสระว่ายน้ำ ดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ พื้นที่ชั้นล่าง ส่วนชั้น 3 เป็น Penthouse ส่วนตัวของเจ้าบ้านทั้งชั้น และที่สำคัญคือมี Separate Service Entrance ด้านหลังมีห้องแม่บ้าน 2 ห้องพร้อมทางเข้า-ออกแยก เพื่อความเป็นส่วนตัวของครอบครัว

“Nature is not a place to visit. It is home.”
-Gary Snyder

เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านมาจะพบกับ Foyer โดดเด่นด้วยเพดานสูงที่ให้ความโอ่อ่าและความเป็นส่วนตัว โถงทางเดินเชื่อมต่อกับฟังก์ชันการใช้งานและมุมมองของชั้นล่างและชั้นบนเข้าไว้ด้วยกัน Arrival Hall ประดับประดาฝ้าเพดานด้วยโคมไฟ ดีไซน์โมเดิร์น บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่างเป็นโทนขาว ดำ เทา ดูเรียบนิ่ง ตัดกับสีเขียวของสวนด้านนอกบ้าน เรียกได้ว่าเลือกสรรสีจากธรรมชาติเข้ามาช่วยขับเน้นความสง่างามและรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้ดีเลยครับ

ด้านซ้ายเป็น Great Room ห้องรับแขกส่วนตัวที่แยกตัวออกไป จัดวางโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่ ให้เกิดความรู้สึกสบายๆ เป็นกันเอง สามารถใช้เป็นเป็นพื้นที่พักผ่อนและรับแขกไปในตัว อีกทั้งมุมนี้ยังมีบรรยากาศค่อนข้างโล่ง โปร่งสบายด้วยประตูหน้าต่างทรงสูงโดยรอบ เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาและสามารถเชื่อมต่อบรรยากาศของการพักผ่อนด้วยการมองดูวิวสีเขียวโดยรอบบ้านได้

ทางเดินหลักทอดยาวจาก Foyer ค่อยๆ นำสายตาไปสู่ Common Area ขนาดใหญ่ชั้นล่าง ดูสูงโปร่งด้วยความสูงแบบ Double Volume ที่นี่คืออาณาจักรของการใช้ชีวิตร่วมกันที่เปิดโล่งแบบ Open Plan เชื่อมพื้นทุกชั้นของบ้านเข้าด้วยกัน สร้างความรู้สึกกว้างขวางทว่ายังมองเห็นความเคลื่อนไหวของกันและกันได้

ใจกลาง Common Area คือพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับรับรองแขกและพักผ่อนกันภายในครอบครัว ตกแต่งได้หรูหรามีระดับ จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่กว่า 10 ที่นั่ง เฟอร์นิเจอร์ Bespoke ที่เลือกสรรอย่างพิถีพิถัน เน้นโทนสีอบอุ่น เทา ครีม เข้าคู่กับโต๊ะกลางหินอ่อนและอาร์มแชร์ดีไซน์ทันสมัย ดูลงตัวระหว่างความสมบูรณ์แบบเชิงสถาปัตยกรรมและความสบายที่ใช้งานได้จริง

ผนังกระจกขนาดใหญ่รอบด้าน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวด้านนอก ราวกับได้นั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแม้จะอยู่ในบ้าน งานดีไซน์โดดเด่นด้วยโคมไฟเส้นสายที่ดูแปลกตาคล้าย หยดน้ำฝนที่กำลังตกลงมาสร้างมิติให้กับสเปซสูงโปร่ง แสงไฟอ่อนๆ ในยามค่ำคืนช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

พื้นที่ตรงนี้จัดเป็น Living & Dining Area ที่ออกแบบบรรยากาศให้มีความผ่อนคลาย แต่สามารถใช้เป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้สังสรรค์และ Business Function เจรจาธุรกิจแบบ Informal ได้ นั่งจิบไวน์ก่อนเข้าสู่มื้ออาหาร

ถัดเข้าไปเป็น Dining Area จัดวางโต๊ะรับประทานอาหารหินอ่อน ขนาดใหญ่ พร้อมโคมไฟดีไซน์ทันสมัย มี Pantry สำหรับจัดเตรียมอาหารหรือให้เด็กๆ นั่งรับประทานก่อนไปโรงเรียน โครงการจัดเตรียมพื้นที่เอาไว้ให้แล้วครับ ส่วนครัวไทยจะแยกออกไปอีกห้องเพื่อจะได้ไม่รบกวนการพักผ่อนและเกิดความเป็นส่วนตัว พื้นที่ตรงนี้ยังเหมาะสำหรับการจัด Private Dinner แบบ Celebrity Chef ได้ทันที ด้านขวาเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับแขกและสมาชิกในบ้านใช้งานร่วมกัน

เมื่อเปิดประตูบานกว้างจากห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อมุมรับประทานอาหาร เราจะก้าวสู่พื้นที่ส่วนตัวสุดพิเศษ ไฮไลต์ของแบบบ้าน INDULGENCE A ก็คือ Private Inner Court เป็นโอเอซิสส่วนตัวเฉพาะครอบครัว

ด้านหน้ามีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 3.10×8.50 ม. ลึก 1.20 ม. เหมาะสำหรับออกกำลังกายได้เต็มที่ ออกแบบให้มีมุมพักผ่อนเพราะมี Jacuzzi พร้อมระบบนวดบำบัด พื้นที่รอบสระปูด้วยหินสีเข้มให้ความรู้สึกหรูหรา รายล้อมด้วยแนวรั้วต้นไม้สีเขียวที่สร้างความเป็นส่วนตัว มองออกไปเห็นพื้นที่จอดรถ Supercar เรียงราย ราวกับได้ชมเรื่องราวของ Successor อันน่าภาคภูมิใจ

โดยรอบสระว่ายน้ำเป็นพื้นที่กลางแจ้งสำหรับทำกิจกรรมเบาๆ นอกบ้าน โครงการจัดวางชุดโซฟาเอาไว้ท่ามกลางบรรยากาศสวนส่วนตัวที่แวดล้อมด้วยแนวรั้วต้นไม้เขียวชอุ่ม ให้ความเป็นส่วนตัวขั้นสุดเหมือนมีสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวอยู่ในบ้าน (The Sovereignty of Privacy)

ลองนึกภาพตามนะครับ เด็กน้อยกำลังขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเล่นอยู่หน้าบ้านได้อย่างสบายใจ คุณพ่อกำลังดื่มด่ำกับ Supercar อยู่ใกล้ๆ ถัดเข้าไปคุณแม่กำลังเล่นโยคะบนพื้นที่ส่วนตัวภายในบ้านริมสระว่ายน้ำยามเช้า เหล่านี้ แสดงถึงการออกแบบพื้นที่ที่คำนึงถึง Wellness และให้ความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดครับ

ถัดเข้ามาจาก Living Area บริเวณชั้นล่างของบ้านจะมีอีกหนึ่งพื้นที่ที่กานต์มองว่าสามารถตีความคำว่า Wellness & Indulgent Lifestyle ออกมาได้สมบูรณ์แบบมากครับ เพราะในยุคที่การดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นเรื่องสำคัญ Nirvana COLLECTION จึงได้นำเสนอแนวคิดการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้าน ด้วยการเปลี่ยนห้องนอนชั้นล่างให้เป็นฟิตเนสและสปาส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ เป็นห้องที่เราชอบมาก เพราะสะท้อนให้เห็นว่า บ้านสเกลระดับ 1,000 ตารางเมตรนั้นมอบอิสระให้เราออกแบบการใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัดจริงๆ

ติดกันเป็น The Glass House & Tea Lounge มุมจิบชาส่วนตัวที่ออกแบบให้เป็นลักษณะของ Glass House หรือเรือนกระจกครับ สถาปนิกใช้กระจกใสบานสูงโอบล้อมพื้นที่นี้ไว้รอบทิศทาง ไปจนถึงการเจาะสกายไลท์บนเพดาน เพื่อเบลอเส้นแบ่งระหว่างสเปซภายในบ้านและสวนป่าสไตล์ Tropical ด้านนอก การได้มานั่งเอนกายบนโซฟานุ่มๆ จิบชาหรือกาแฟแก้วโปรดในมุมนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งพักผ่อนอยู่กลางธรรมชาติที่เขียวชอุ่ม ได้มองเห็นลูกๆ วิ่งเล่นในสวนอย่างปลอดภัย เป็นพื้นที่ที่แสงและเงาจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาและไม่น่าเบื่อ

ความ Luxury ของ Spec นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่งครับ แต่มันคือการที่เรามีเวลาและความส่วนตัวที่แท้จริง ลองจินตนาการภาพตามว่า หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือเจรจาธุรกิจ เราไม่จำเป็นต้องขับรถฝ่าการจราจรไปเข้าสปาหรูที่ไหนเลย เพราะสามารถใช้บริการ Exclusive Living Services เรียก Personal Therapist มานวดผ่อนคลายให้ถึงเตียงสปาส่วนตัวที่บ้านได้เลย พร้อมกับทอดสายตามองพื้นที่สีเขียวด้านนอกผ่านประตูกระจกบานใหญ่ เป็นประสบการณ์การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจที่เหนือระดับมากครับ

ในมุมมองของการออกแบบบ้านระดับสเกล 1,000 ตารางเมตร กานต์มักจะให้ความสำคัญกับพื้นที่เปลี่ยนผ่านอย่างโถงบันไดเป็นพิเศษครับ เพราะมันไม่ใช่แค่ทางเดินขึ้นลง แต่คือแกนกลางบ้านที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงความรู้สึกและพฤติกรรมของทุกคนจาก Public สู่ Private Zone

พอได้มาเห็นดีไซน์บันไดของบ้านก็ต้องบอกเลยว่า Nirvana ตีโจทย์เรื่องนี้ออกมาได้เป็น Masterpiece มากครับ เพราะออกแบบบันไดให้กลายเป็นเหมือน Sculptural Backbone กลางบ้าน ด้วยการเลือกใช้วัสดุไม้โทนสีอบอุ่นกรุทั้งตัวขั้นบันไดและท้องบันได ตัดกับราวกันตกกระจกใสที่เปิดเปลือยให้เห็นเส้นสายการออกแบบที่ลื่นไหล จับคู่ไม้เข้ากับผนังหินสีเทาเข้มขนาดใหญ่ด้านหลังสร้างมิติและคอนทราสต์ที่ดูสุขุม นุ่มลึก จุดที่ดึงสายตาที่สุดคือโคมไฟระย้าดีไซน์สุดล้ำที่ห้อยตัวลงมาจากโถงเพดานสูง แสงไฟที่ล้อไปกับกระจกทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโปร่ง เบา และมีไดนามิกในตัวเอง ถือเป็นการทิ้งจังหวะให้เราค่อยๆ ปรับความรู้สึกก่อนจะก้าวเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวด้านบนครับ

พื้นที่ชั้น 2 ออกแบบมาเพื่อเป็นอาณาจักรของเด็กๆ และสมาชิกในครอบครัวอย่างแท้จริงครับ

โดยจัดวางฟังก์ชันเป็น 4 ห้องนอน และกานต์ชอบวิธีคิดของการมีพื้นที่นั่งเล่นหรือมุมทำการบ้านบนชั้น 2 แบบนี้มากครับ เพราะในชีวิตจริง เด็กๆ หรือแม้แต่วัยรุ่นมักจะต้องการสเปซกึ่งส่วนตัวที่ไม่ได้เงียบสนิทเหมือนในห้องนอน แต่ก็ไม่ได้เป็นทางการเหมือนห้องรับแขกชั้นล่าง

มุมนี้จึงกลายเป็นจุดศูนย์รวมเล็กๆ ให้ได้มานั่งทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือใช้เวลาร่วมกันก่อนเข้านอน โดยมีฉากหลังเป็นบานกระจกใสที่เปิดรับแสงธรรมชาติและมองเห็นยอดไม้สีเขียวจาก Inner Court ด้านล่างได้อย่างชัดเจน ช่วยคลายความเหนื่อยล้าทางสายตาได้ดีมาก

ส่วนห้องนอนแต่ละห้องภายในบ้านตัวอย่าง ก็ตกแต่งด้วยการตอกย้ำคอนเซปต์ The Art of an INDULGENT Life ที่ให้สิทธิขาดในการใช้ชีวิตและเคารพในตัวตนของสมาชิกครอบครัวทุกเจเนอเรชันได้ยอดเยี่ยมเลยครับ

เมื่อก้าวขึ้นมาถึงพื้นที่ชั้น 3 ของบ้าน กานต์ขอนิยามสเปซทั้งชั้นนี้ว่านี่คือ The Ultimate Executive Penthouse อาณาจักรส่วนตัวที่มอบเอกสิทธิ์ขั้นสุดให้กับเราซึ่งเป็นเจ้าของบ้านครับ เป็นเหมือนหลุมหลบภัยที่ตัดขาดจากความวุ่นวายทุกอย่างในชีวิตประจำวัน

Penthouse มีพื้นที่โอ่อ่ากว้างขวางมากจนสามารถจัดวางโซน Living Area หรือมุมนั่งเล่นส่วนตัวขนาดใหญ่ไว้ปลายเตียงได้สบายๆ งานอินทีเรียคุมโทนด้วยความเรียบหรู ปูพื้นไม้ลวดลายก้างปลาสุดคลาสสิก เข้ากันกับผนังหินและกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ

แต่จุดที่กานต์มองว่าเป็นไฮไลต์และสะท้อนอินไซต์ของความเป็นผู้นำได้ดีที่สุด คือการออกแบบให้มีห้องนิรภัยที่ถูกซ่อนอย่างเรียบร้อยไว้ภายใน มีประตูและระบบล็อกที่แข็งแรงเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินที่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสำคัญ เครื่องประดับ หรือของสะสมอันล้ำค่า ระบบล็อกและประตูห้องนิรภัยนี้ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับการตกแต่งภายในห้องแต่งตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน เพิ่มความสวยงามและไม่สร้างความโดดเด่นเกินไป แต่ยังคงรักษาความปลอดภัยได้อย่างดี

พื้นที่อีกฝั่งเป็น Boutique Walk-in Closet ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เสมือนแกลเลอรีสำหรับจัดแสดงคอลเลกชันแบรนด์เนม

ส่วน Master Bathroom กานต์ยกให้เป็น His & Her Sanctuary กรุด้วยหินอ่อนลายสวยงามเต็มพื้นที่ จัดเต็มด้วยอ่างล้างหน้าคู่และอ่างอาบน้ำดีไซน์หรู ให้คุณได้แช่น้ำผ่อนคลายจิบไวน์สักแก้ว การร้อยเรียงฟังก์ชันทั้งหมดนี้บนชั้น 3 คือออกแบบบที่ตอบโจทย์คอนเซปต์ A Private Modern Residence for Those Who Lead, Not Follow และเข้าใจวิถีชีวิตระดับ Ultra Luxury อย่างถ่องแท้เลยครับ

นอกจากนี้ยังมี Private Room หรือห้องอเนกประสงค์ส่วนตัวที่แยกออกมาอีกหนึ่งห้อง ออกแบบมู้ดแอนด์โทนให้ดูสุขุม นุ่มลึก ด้วยผนังกรุลายไม้สีเข้มดัดโค้งเข้ามุม รับกับชั้นวางของที่ซ่อนไฟ LED ไว้อย่างแนบเนียน สเปซตรงนี้มีความยืดหยุ่นสูงมากครับ เราสามารถปรับเป็นห้องทำงานส่วนตัว สำหรับนั่งคิดโปรเจกต์สำคัญ เซ็นต์เอกสารหรือเป็นมุมอ่านหนังสือเงียบๆ หรือแม้กระทั่งเป็นเซฟโซนสำหรับใช้เวลาคุณภาพในวันหยุด

ทั้งยังเชื่อมต่อโดยตรงกับ Sky Terrace หรือระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอกครับ พอเลื่อนประตูกระจกออกไป เราจะพบว่ามันไม่ใช่แค่ระเบียงรับลมโล่งๆ ธรรมดา แต่โครงการได้ยกเอาธรรมชาติขึ้นมาไว้บนชั้น 3 ด้วยการจัดเป็น Pocket Garden ลอยฟ้า มีการปลูกต้นไม้ใหญ่และปูสนามหญ้าจำลองบรรยากาศของสวนป่าขนาดย่อมเอาไว้ให้เลย
ลองจินตนาการถึงการตื่นมาในยามเช้า แล้วได้เดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ จิบกาแฟท่ามกลางวิวยอดไม้สีเขียว โดยที่สถาปัตยกรรมของตัวบ้านช่วยบังสายตาจากภายนอกเอาไว้ทั้งหมด ทำให้เราได้ความรู้สึกของการเป็นเจ้าของอาณาจักรที่มีทั้งอำนาจในการควบคุมความเป็นส่วนตัว และได้รับอิสระในการเชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ
นี่แหละครับคือการตีความคอนเซปต์ A Private Modern Residence for Those Who Lead, Not Follow ที่จับต้องได้จริงในทุกตารางเมตร ถือเป็นการลงทุนกับสเปซที่เข้าใจสุนทรียภาพแห่งความสำเร็จอย่างถ่องแท้เลยครับ

ที่สุดแล้วการเลือกครอบครอง Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา ไม่ใช่แค่การหาที่อยู่อาศัย แต่คือการลงทุนกับเวลาและสร้างอาณาจักรส่วนตัว ที่สะท้อนวิสัยทัศน์แบบ A Private Modern Residence for Those Who Lead, Not Follow ครับ ด้วยความได้เปรียบของการเป็น Rare Mixed-Use Private Enclave เพียงแห่งเดียวที่ปักหมุดติดถนนใหญ่และติดไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง Nirvana Porch ทำให้ที่นี่มอบความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายระดับ 5 ดาวกับความเงียบสงบขั้นสุด เอกสิทธิ์เฉพาะ 47 ครอบครัว ท่ามกลางงานสถาปัตยกรรมและโครงสร้างระดับโลกที่สร้างสรรค์มาเพื่อเป็นมรดกอันล้ำค่า
สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 105 6799
FAQFrequently Asked Questions
Where is Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา located?
Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา is a luxury property reviewed by KANT with design and facilities details.
Design features of Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา?
KANT visited and reviewed Nirvana COLLECTION กรุงเทพกรีฑา covering architecture and amenities.




