Wednesday 16 September 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  DESIGN  ·  04 Sep 2022

JOALI Being รีสอร์ตเวลเนสนิยามความหรูใหม่แห่งมัลดีฟส์

Words & Photography ·

Last Updated: 18 August 2026

DESIGNQuick Facts: JOALI Being รีสอร์ตเวลเนสนิยามความหรูใหม่แห่งมัลดีฟส์
TypeArchitecture & Design
ByKANT
Updated18 Aug 2026

ENGLISH SUMMARY

JOALI BEING, on Bodufushi in the Maldives' Raa Atoll, is a resort built entirely around wellbeing rather than opulence — the country's first dedicated wellbeing island. KANT reads its 68 villas and the 39-room AREKA centre as luxury redefined as a 'state of joy of living': biophilic architecture by Istanbul's Autoban, earth-to-table nutrition, and programmes running from five nights to three weeks across medical, therapeutic and energy-based care. A study in how the top of the market is shifting from what a resort shows off to how it makes you feel.

JOALI Being #รีสอร์ตเปิดใหม่

my next destination in Maldives

_

กานต์เพิ่งรู้จักแบรนด์ JOALI เมื่อไม่นานมานี้ครับ หลังเป็นกระแสโด่งดังจากการเปิดรีสอร์ตใหม่ในสไตล์ Wellness ที่มัลดีฟส์ ออกแบบคอนเซ็ปต์และงานดีไซน์สวยมาก

จนทำให้ JOALI Being เป็นรีสอร์ตแนวใหม่แตกต่างในที่อื่นๆ ในมัลดีฟส์ จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมใหม่ที่ดีที่สุดในโลกใน Conde Nast Traveller’s 2022 Hot List

มันสวยมันจึ้งขนาดไหน กานต์จะเล่าให้ฟังครับ

ปรัชญาของ JOALI Being

JOALI Being เกิดจากแบรนด์การบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยมีปรัชญาคือ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เจ้าของคือ Esin Güral Argat มหาเศรษฐี ธุรกิจเครื่องแก้วรายใหญ่จากตุรกี จึงพัฒนาเกาะ Bodufushi ให้เป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพโดยใช้แนวคิด Sustainability หรือความยั่งยืนเข้ามาเป็นแกนหลัก

รีสอร์ตตั้งอยู่บนเกาะ Bodufushi อันเงียบสงบตามธรรมชาติใน Raa Atoll โดยใช้เวลาบินเครื่องบินทะเลเพียง 40 นาทีจากมาเล ล้อมรอบด้วยทะเลสาบที่ใสสะอาด ชายหาดที่บริสุทธิ์ น้ำทะเลสีฟ้าสดใส และภูมิทัศน์ธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม เป็นรีสอร์ตสร้างขึ้นมาใหม่ ออกแบบโดยสตูดิโอ 2 แห่งของอิสตันบูล ได้แก่ Autoban และ Atolye4N ใช้หลักการออกแบบทางชีวภาพที่รวมธรรมชาติเข้าไว้ในส่วนกลางของการออกแบบ เรียกว่า Biophilia หมายถึงความรักในธรรมชาติ เชื่อมต่อผู้พักอาศัยให้เข้ากับโลกและธรรมชาติมากขึ้น

แค่แนวคิดแรกก็เก๋แล้วครับ

วิลล่า และการดูแลแบบ Wellbeing

รีสอร์ตมีวิลล่าทั้งหมด 68 หลัง มีทั้ง Beach Villas และ Overwater Villas แต่ละหลังจะมีการตกแต่งภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของเกาะ ทำให้งานดีไซน์ออกมาแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแนวชายฝั่ง คลื่นทะเล เปลือกหอย และพื้นผิวสีเขียว มีเส้นสายที่ผ่อนคลายและไหลลื่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย

วิลล่าแต่ละหลังมีบัตเลอร์ส่วนตัวเรียกวชื่อว่า “Jadugar” หมายถึง “ยอดนักนักมายากล” คอยดูแล โดยวิลล่าที่กานต์ว่าน่าสนใจที่สุดคือ Wellbeing Ocean Residence เป็น Overwater Pool Villa ขนาด 4 ห้องนอน พร้อมวิวทะเลสวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการดูแลสุขภาพอย่างครบครัน เช่น ห้องเพื่อสุขภาพ ห้องออกกำลังกาย อุปกรณ์โยคะทางอากาศ และโซนการเคลื่อนไหว เครื่องดนตรีเพื่อการทำสมาธิ เกมเพื่อสุขภาพ ฯลฯ

แต่ตลอดการเข้าพัก เราก็จะได้รับการดูแลสุขภาพจาก AREKA ซึ่งเป็นศูนย์ Wellbeing มีห้องทรีตเมนต์มากถึง 39 ห้อง กระจายตัวอยู่ทั่วเกาะ และมีแนวทางแตกต่างกัน (คล้ายๆ กับที่เราเคยไปที่ RAKxa) มีทั้งการบำบัดทางวิทยาศาสตร์ การวินิจฉัยทางการแพทย์แขนงต่างๆ การบำบัดเฉพาะทางและการรักษาทางเลือก มีฟิตเนสและสตูดิโอสำหรับออกกำลังกาย ลานทำสมาธิเหนือน้ำ ศูนย์สมุนไพรให้เราได้รับการเยียวยาจากธรรมชาติโดยใช้สมุนไพร เครื่องเทศ และน้ำมันหอมระเหย โปรแกรม Immersion สามารถปรับให้เข้ากับส่วนต่างๆ ของความแข็งแรง การปรับความสมดุลของฮอร์โมน สุขภาพของผู้หญิง การปรับสมดุลระบบย่อยอาหารและน้ำหนัก การนอนหลับเพื่อการฟื้นฟู ตลอดจนการเคลื่อนไหวและการจัดตำแหน่งเพื่อสุขภาพที่ดีและภูมิคุ้มกัน โปรแกรมมากมายได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน ดังนั้น ระยะเวลาในการทำทรีตเม้นท์ก็จะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 5 คืนไปจนถึง 3 อาทิตย์

อีกจุดที่น่าสนใจคือ อาหารการกิน ที่ JOALI Being จะใช้ศิลปะการทำอาหารที่ริเริ่มจาก Earth-to-Table เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบวัตถุดิบ ส่วนผสมย้อนกลับไปจนถึงต้นทาง เน้นการใช้ทรัพยากรที่เก็บเกี่ยวจากในท้องถิ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนฟาร์มขนาดเล็ก โดยมีเชฟและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการส่วนบุคคลคอยดูแล ออกแบบเมนูให้เข้ากับแต่ละคน หรือเราจะปรุงอาหารจานของตัวเองก็ได้เช่นกันครับ ที่แต่ผมชอบที่สุดคือเราสามารถนั่งทางอาหารได้ทุกที่ภายในรีสอร์ต จะเป็นบนหาดทรายหรือในป่าแบบส่วนตัวก็ได้

ความยั่งยืน และนิยามความหรูหราใหม่

จะสังเกตว่าระยะหลังแนวคิดเพื่อความยั่งยืนเป็นที่นิยมมากใน Hospitality โดยที่ JOALI Being ก็สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยได้ริเริ่มและประสานความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อรักษาการอนุรักษ์ธรรมชาติและภูมิทัศน์โดยรอบ โดยรีสอร์ตแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของหนึ่งใน 3 เขตรักษาพันธุ์เต่าในมัลดีฟส์ ตลอดจนโครงการฟื้นฟูแนวปะการังและเรือนเพาะชำปะการัง

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ EarthCheck ที่ศึกษาเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนในระยะยาวที่อาจส่งผลกระทบต่อเกาะ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงงานบรรจุขวดน้ำกลั่นจากน้ำทะเล การเก็บน้ำฝน และระบบรีไซเคิลน้ำเกรย์ เครื่องบดและรีไซเคิลแก้ว ปุ๋ยหมักเศษอาหาร การนำเศษพืชมาทำเป็นปุ๋ย และโรงบำบัดน้ำเสียชีวภาพเพื่อการระบายออกอย่างปลอดภัย

เมื่อถามถึงแนวคิดเรื่องความหรูหราใหม่ ผมชอบใจประโยคหนึ่งที่เจ้าของรีสอร์ตพูดไว้ถึงเรื่องนี้ว่า “Luxury can be termed as a state of “joy of living,” which is reflected in every aspect of JOALI.” ความหรูหราสามารถเรียกได้ว่าเป็น “ความสุขในการใช้ชีวิต” และมันจะสะท้อนให้เห็นในทุกแง่มุมของที่นี่

SOURCE :

https://www.joali.com/joalibeing/
https://www.forbes.com/…/joali-founder-talks-about…/…
https://welldefined.com/joali-being-an-immersive-retreat…/

คำถามที่พบบ่อย — JOALI Being

JOALI Being อยู่ตรงไหนของมัลดีฟส์ และเดินทางอย่างไร

รีสอร์ตอยู่บนเกาะ Bodufushi ใน Raa Atoll เป็นเกาะเงียบที่ยังเก็บภูมิทัศน์ธรรมชาติไว้เกือบทั้งหมด รอบตัวเป็นทะเลสาบใสสะอาด หาดทรายบริสุทธิ์ น้ำทะเลสีฟ้าสดใส จากมาเลนั่งเครื่องบินทะเลราว 40 นาทีก็ถึง เจ้าของคือ Esin Güral Argat มหาเศรษฐีธุรกิจเครื่องแก้วรายใหญ่จากตุรกี พัฒนาเกาะแห่งนี้ให้เป็นที่พักผ่อนเพื่อสุขภาพโดยยึดความยั่งยืนเป็นแกนหลัก งานออกแบบมาจากสตูดิโออิสตันบูล 2 แห่ง คือ Autoban กับ Atolye4N ใช้แนวคิด Biophilia ดึงธรรมชาติเข้ามาอยู่กลางงานออกแบบ เชื่อมคนที่มาพักให้ใกล้ชิดกับโลกมากขึ้นครับ

ไฮไลต์ของ JOALI Being มีอะไรบ้าง

วิลล่ามีทั้งหมด 68 หลัง แบ่งเป็น Beach Villas กับ Overwater Villas ตกแต่งภายในต่างกันไปตามแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบเกาะ ทั้งแนวชายฝั่ง คลื่นทะเล เปลือกหอย พื้นผิวสีเขียว เส้นสายผ่อนคลายไหลลื่นไปกับมหาสมุทรอินเดีย แต่ละหลังมีบัตเลอร์ส่วนตัวเรียกกันว่า Jadugar แปลว่ายอดนักมายากล คอยดูแลตลอดการเข้าพัก หลังที่กานต์ว่าน่าสนใจที่สุดคือ Wellbeing Ocean Residence เป็น Overwater Pool Villa ขนาด 4 ห้องนอน วิวทะเลเต็มตา ข้างในมีห้องเพื่อสุขภาพ ห้องออกกำลังกาย อุปกรณ์โยคะทางอากาศ โซนการเคลื่อนไหว เครื่องดนตรีสำหรับทำสมาธิ ครบอยู่ในหลังเดียว

โปรแกรมดูแลสุขภาพและอาหารเป็นอย่างไร ควรเผื่อเวลากี่วัน

ศูนย์ Wellbeing ของที่นี่ชื่อ AREKA มีห้องทรีตเมนต์มากถึง 39 ห้อง กระจายตัวอยู่ทั่วเกาะ แนวทางแตกต่างกันไปตั้งแต่บำบัดทางวิทยาศาสตร์ วินิจฉัยทางการแพทย์ ไปจนถึงการรักษาทางเลือก มีฟิตเนส สตูดิโอออกกำลังกาย ลานทำสมาธิเหนือน้ำ และศูนย์สมุนไพรที่เยียวยาด้วยสมุนไพร เครื่องเทศ น้ำมันหอมระเหย โปรแกรม Immersion ปรับตามเป้าหมายรายคนได้ ทั้งความแข็งแรง สมดุลฮอร์โมน สุขภาพผู้หญิง ระบบย่อยอาหาร การนอนหลับ ระยะเวลาจึงต่างกันไป ตั้งแต่ 5 คืนจนถึง 3 อาทิตย์ ส่วนอาหารใช้แนวคิด Earth-to-Table ตรวจย้อนวัตถุดิบกลับไปถึงต้นทาง เน้นของท้องถิ่นเพื่อหนุนฟาร์มขนาดเล็ก มีเชฟกับนักโภชนาการออกแบบเมนูให้เฉพาะคน แล้วเลือกนั่งกินตรงไหนในรีสอร์ตก็ได้

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.