Saturday 18 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE
REAL ESTATE·20 Dec 2022

รีวิว IDEO RAMA9-ASOKE

Words & Photography · KANT
วิวเมืองกรุงเทพฯ ย่านพระราม 9 ที่มองเห็นจากโครงการ IDEO Rama 9-Asoke

Last Updated: 12 July 2026

ENGLISH SUMMARY

KANT reviews IDEO Rama 9-Asoke, a 36-storey high-rise condominium by Ananda Development — 1,222 units in all, some with ceilings up to 4.5 metres, from studios to two-bedrooms, priced from 3.49 million baht. In Bangkok's new CBD by MRT Rama 9, with a 40-metre pool on the 36th floor, the review weighs it for both living and rental yield.

สรุปตรง

IDEO พระราม 9–อโศก คือคอนโดมิเนียม High-Rise จาก Ananda Development สูง 36 ชั้น จำนวนรวม 1,222 ยูนิต แบ่งเป็นห้องพักอาศัย 1,216 ยูนิต ร้านค้า และทาวน์วิลล่า จุดเด่นคือห้องเพดานสูงถึง 4.5 เมตรในบางยูนิต ขนาดห้องตั้งแต่สตูดิโอ 25.5 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 31–38.5 ตารางเมตร ไปจนถึง 2 ห้องนอน 52–90.5 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 3.49 ล้านบาท ตั้งอยู่ย่านพระราม 9–ห้วยขวาง ใกล้ MRT พระราม 9 ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนสิงหาคม 2565 ส่วนกลางชั้น 36 มีสระว่ายน้ำยาว 40 เมตร จุดที่ทำให้โครงการน่าสนใจคือการอยู่ในย่าน CBD ใหม่ของกรุงเทพฯ ติดศูนย์การค้าและสำนักงาน รองรับทั้งการอยู่อาศัยและปล่อยเช่าในทำเลที่ค่าเช่ายังเติบโตตามการขยายตัวของย่านพระราม 9

Key Facts
DeveloperAnanda Development
Typeคอนโด
Locationพระราม 9 · ห้วยขวาง · กรุงเทพฯ
Priceเริ่ม 3.49 ล้านบาท
Ready2565
ภาพปกรีวิว IDEO Rama 9-Asoke คอนโดไฮไรส์ใจกลางพระราม 9 กับมุมถ่ายภาพในบ่อบอลสีขาว

“Beyond limits: Ideo Rama9-Asoke, your perfect urban oasis”

“Where the perfect balance of work and play”

“The ultimate urban oasis for the modern lifestyle”

“Elevate your lifestyle to the next level”

“Live your best life at Ideo Rama9-Asoke”

เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสโลแกนที่ได้จากการให้ AI (Artificial Intelligence ภาษาไทย คือ ปัญญาประดิษฐ์) OpenAI จาก ChatGPT ได้ลองครีเอทออกมาให้กับคอนโดฯ ตัวล่าสุดที่ได้ไปชมโครงการมา กานต์ว่ามันเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจดีนะครับ อาจจะต้องปรับอีกนิดหน่อยเพราะยังเป็น BETA แต่ถือว่าดีมาก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตอนนี้สมองกลเริ่มมีบทบาทในการทำงานแทนมนุษย์เราในหลายๆ ส่วน แม้กระทั่งงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ก็ยังทำได้แล้ว ดังนั้น เราเองก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อรู้เท่าทัน ไม่ต้องคิดว่าชนะหรือแพ้ แค่ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องานของเราดีกว่า

เอาจริงผมว่าหลายคนรู้อยู่แล้วว่า ผมเป็นพวก Work Hard Play Harder แปลในความหมายที่ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ทำทุกอย่างให้สุดความสามารถ ทำงานก็ทำเต็มที่ ใช้ชีวิตก็ใช้เต็มที่ เที่ยวสนุกไปกับโน๊ต บุ๊คหนึ่งตัว อยู่ที่ไหนก็ยัง Nomad ทำงานไปด้วยได้ ไม่ต้องยึดติดกับชีวิต Nine to Five อีกต่อไป

ยิ่งได้มาชมโครงการ IDEO พระราม9-อโศก ยังนึกดีใจอยู่เลยที่มีคอนโดฯ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่แบบนี้ ให้เราได้สนุกกับการใช้ชีวิตแบบสุดกำลัง สามารถรีชาร์จเอนเนอจี้ได้ทุกวันทุกเวลา ตามคอนเซปต์ “Live-Work-Play”

งานดีไซน์ของคอนโดฯ คือเก๋มาก สีสันสดใส ใช้สีเหลืองมากระตุ้นความครีเอทีฟ เข้ากับกราฟฟิตี้ของศิลปินอย่าง P7 ที่มาวาดลวดลาย กลายเป็นความสนุกสนานในทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางซึ่ง Facilities จัดหนักจัดเต็มถึง 3 ชั้น ไม่ว่าจะเป็น Amphi-Theatre ห้องดูหนังขนาดใหญ่ มี Co-Working Space พร้อมสไลเดอร์คลายเครียดให้ครีเอทตอนส่งงาน ส่วนสายเอนเนอจี้ก็มี Gym และ Boxing Corner พร้อมสระว่ายน้ำและ Aqua Biking ปั่นจักรยานในน้ำ ชั้นบนสุดมีสวนสาธารณะลอยฟ้าขนาดใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการเลยครับ

ไปชมภาพในคอลเลคชั่น IDEO RAMA9-ASOKE ที่กานต์กดชัตเตอร์มาฝากกันพร้อมกับอ่านเรื่องราวผ่านแคปชั่นด้านในกันต่อดีกว่า บอกเลยว่าเป็นงานเขียนที่ไม่ได้ใช้ AI แต่สื่อสารจากหัวใจล้วนๆ ครับ

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://anan.ly/3vklrkF

ช่องทางการติดต่อ

Line ID: @ideocondo / Call: 02 316 2222

Line@ : https://anan.ly/ideo_line

พิกัดโครงการ : https://g.page/ideo-rama-9-asoke?share

คอนเซ็ปต์ของ IDEO RAMA9-ASOKE จะเน้นความเป็นวิถีชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ ในความ Live-Work-Play สื่อสารถึงการใช้ชีวิตแบบ Work Hard Play Hard ตอบโจทย์ทุกความต้องการจบครบในที่เดียว

ทางเดินโทนเข้มเปิดสู่วิวเมือง มุมมองภายในโครงการ IDEO Rama 9-Asoke

ทำเล และการเดินทาง

IDEO RAMA9-ASOKE เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 36 ชั้น จำนวน 1,222 ยูนิต ตั้งอยู่บนที่สุดของพระราม 9 ห่างเพียง 400 เมตร* จากสถานีรถไฟฟ้าพระราม 9

ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารสำนักงานและเยื้องกับห้างเซ็นทรัลพระราม 9 ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน เชื่อมต่อกับถนนสายหลักได้อีกหลากหลายเส้นทาง สามารถเข้าสู่ย่าน CBD ชั้นในอโศก-สุขุมวิทได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที เรียกได้ว่าหายห่วงในเรื่องการสัญจรไปมา

อีกทั้งโลเคชั่นนี้ยังมี Creative Community ร้านอาหาร คาเฟ่เก๋ ๆ มากมาย ซึ่งผมว่าเป็นทำเลที่มาแรงมากในเวลานี้

มุมมองจากด้านบนของเดย์เบดบนเฉลียงไม้ ใช้เวลาเอนกายอ่านหนังสือ

IDEO RAMA9-ASOKE เป็นโครงการ Ready To Move In ที่น่าสนใจที่สุดในย่านพระรามเก้าตอนต้น เราสามารถเก็บกระเป๋าย้ายเข้าอยู่ได้ทันที

โถงทางเดินดีไซน์ไฟเส้นต่อเนื่อง เปิดมุมมองสู่วิวเมืองยามเย็นของ IDEO Rama 9-Asoke

ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก

IDEO RAMA9-ASOKE เป็นโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มมากๆ ครับ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายและเพียงพอต่อการใช้งาน ที่สำคัญ บรรยากาศดี วิวสวยมากครับ

วิวเมืองกรุงเทพฯ ย่านพระราม 9 ที่มองเห็นจากโครงการ IDEO Rama 9-Asoke

ด้วยความที่เป็นโครงการพร้อมเข้าอยู่ ทำให้ผมมั่นใจว่า ครีเอทมาให้ถูกใจคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน เพราะอนันดา บริษัทที่พัฒนาโครงการทำการบ้านมาดีมากเลยครับ ตั้งรับได้ตรงโจทย์ คือเป็นคอนโดที่ดีไซน์สวย เข้าอยู่แล้วมีความสุข เติมเต็มความสนุกด้วย Facilities ครบครันบนพื้นที่ส่วนกลาง ในทำเลที่เดินทางง่าย

ด้านหน้าทางเข้ามีอาคารร้านค้า คาดว่าน่าจะเป็น 7-11 ขนาดใหญ่ ฝั่งตรงข้ามมี Town Villa เป็นอาคารพาณิชย์

มุมพักผ่อนบนเดย์เบดริมสวนลอยฟ้า มองจากด้านบน

กานต์พากดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 36 และ 36 M ก่อนเลยครับ

การเข้า-ออกลิฟต์ของที่นี่จะต้องใช้ระบบ Key Card Access ร่วมกับระบบ Face Scan เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว

ชั้น 36 เป็นชั้นของ Facilities ที่ผมคิดว่าจัดหนักจัดเต็มที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เคยไปชมโครงการคอนโดมิเนียมมา มีด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้นแบบ Triple Facilities

พื้นที่นั่งเล่นส่วนกลางเพดานไม้ระแนง กับเบาะนั่งสีสันและวิวเมือง

พื้นที่ส่วนกลางมีฟังก์ชั่นที่หลากหลายมาก

เริ่มจากพื้นที่ Semi Outdoor จัดวางที่นั่งสำหรับพักผ่อนไว้หลากหลายรูปแบบและกระจายไปในหลายจุด

มีที่นั่งมีทั้งแบบสตูลเตี้ยพร้อมโต๊ะกลางจัดวางไว้ให้นั่งอ่านหนังสือหรือชมวิวกรุงเทพฯ จากมุมสูง รวมถึงมุมที่เป็นชิงช้าโซฟาขนาดใหญ่ก็มีให้ครับ สำหรับนั่งพักผ่อนสบายๆ ปล่อยกายปล่อยใจในบรรยากาศของต้นไม้สีเขียว

ขั้นบันไดกลางแจ้งดีไซน์ไฟเส้น เชื่อมพื้นที่ส่วนกลางของ IDEO Rama 9-Asoke

ที่นั่งมีทั้งแบบสโลป ขั้นบันไดพร้อมเบาะที่นั่ง ในบรรยากาศเปิดโล่งสบายๆ

สวนลอยฟ้าพร้อมโซฟาสีขาวและแมกไม้ มุมพักผ่อนรับวิวเปิดโล่ง

เช่นเดียวกับ Rooftop Garden เป็นสวนลอยฟ้าชั้นบนสุด มีความยาวเท่ากับตัวอาคารเลยครับอยู่ที่ประมาณ 120 เมตร ถือว่ามีขนาดใหญ่มาก

ออกแบบให้เป็นสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนราม่า โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่คอยให้ร่มเงาและมีไม้ดอกเป็นตัวเพิ่มสีสัน พร้อมจัดวางชุดโซฟาที่นั่งขนาดใหญ่เอาไว้ท่ามกลางสวนสีเขียว โอบกอดเราด้วยท้องฟ้าและดวงดาวในยามค่ำคืน

สถาปัตยกรรมภายนอกของ IDEO Rama 9-Asoke กับบันไดและสระน้ำเบื้องล่าง

โถงทางเดินเป็นแนวยาวไปตามตัวอาคาร สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ทั้งชั้น พร้อมบันไดขึ้นลงแบบเล่นระดับ เติมฟีลสนุกสนาน แอคทีฟดี

กานต์พาเดินไปชม Facilities ส่วนอื่นๆ กันบ้าง ผมว่าอนันดาครีเอทมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดี เพราะออกแบบให้มีพื้นที่ว่างสร้างสรรค์ได้ตามใจ เป็นไปตามคอนเซปต์ Functional Space to Live / Work / Play ทั้งพักอาศัย ทำงานและใช้ความคิดสร้างสรรค์ในเวลาเดียวกัน

ภายใต้การดีไซน์ที่สวยเก๋ มีการเล่นกับ Shape และ Form ที่ดูแล้วโมเดิร์นดีมาก

เลานจ์ส่วนกลางโทนอบอุ่น เพดานสะท้อนแสงกับเดย์เบดเรียงตัว

เริ่มจาก Amphi-Theatre เป็นห้องดูหนังขนาดใหญ่ราวกับยกโรงหนังมาไว้ที่คอนโดในบรรยากาศที่สวยมาก ถ้าเปิดม่านออกเราจะมองเห็นวิวกรุงเทพฯ มุมสูงผ่านผนังกระจกใส ภายในออกแบบให้เป็นห้องกระจกเพดานสูงแบบ Double Ceiling

ด้านหน้าทำสเปซให้นั่งเล่นในลักษณะขั้นบันได ทำให้ได้มุมพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว แยกกระจายกันไปไม่ต้องกลัวว่าจะรบกวนกัน ให้เรานั่งอ่านหนังสือหรือทำงานกับกลุ่มเพื่อนได้ มีปลั๊กไฟเตรียมไว้ให้ชาร์จแบตมือถือหรือต่อไฟเข้าโน๊ตบุ๊คได้สะดวกเลยครับ

พื้นที่นันทนาการตกแต่งสนุก พื้นลายตารางและของสะสมรับวิวเมือง

ส่วนด้านในสุดมีจอ Projector ขนาดใหญ่ สำหรับรองรับการดูหนัง เชียร์บอลกับเพื่อนๆ หรือฉายสไลด์ทำงานบรรยายพรีเซนต์ไปด้วยได้ครับ

พื้นที่ออกกำลังกายพร้อมสังเวียนมวยกลางวิวเปิด ของ IDEO Rama 9-Asoke

ส่วนใครที่เป็นสายพลัง เอนเนอร์จี้ล้นๆ ผมแนะนำให้มาลองเวทีมวยที่ Boxing Area ด้านนอกกันสักหน่อย พอให้ได้ออกกำลังกายเรียกเหงื่อกัน ในบรรยากาศของสีสันทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน สดใส ใกล้ๆ มีมุม Tube ให้เราได้สนุกสนานกันกับเพื่อนๆ

มุม Co-Working ดีไซน์สนุกกับสไลเดอร์และผนังกราฟิก

นอกจากนี้ ยังมีสนามเด็กเล่นแบบ Semi-outdoor สไลเดอร์พร้อมบ้านไม้ให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกัน เติมเต็มจินตนาการนอกห้องเรียน ถ้ายังไม่สะใจด้านในห้องปรับอากาศก็มีสระบอลขนาดใหญ่ให้ได้เพลิดเพลิน แยกไว้เป็นอีกมุมสำหรับเด็ก พื้นสระเป็นฟองน้ำหนาหุ้มหนังเทียม รองรับแรงกระแทกได้ดีไม่อันตราย ผมไปลองเล่นมาแล้วครับ

“อยากจะขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา” เสียงเพลงบอย-ตรัย คือลอยมาเลย

สไลเดอร์เกลียวโลหะในโถงหินอ่อน เชื่อมพื้นที่ส่วนกลางสองชั้น

ด้านในห้อง Multi-Purpose Room ยังมีสไลเดอร์ บอร์ดเกม โต๊ะโกล์ และโต๊ะพูล ซึ่งผู้ใหญ่วัยรุ่นก็เล่นได้เช่นกัน เพราะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เติมพลัง ถ้ารู้สึกล้าจากการทำงานหรือประชุมออนไลน์ก็สามารถมาเบรคไอเดียได้ที่มุมนี้ครับ เป็นอะไรที่ดีมากๆ ผมแนะนำเลย

เลานจ์กระจกสูงเต็มผนัง โซฟาหรูรับวิวเมืองกรุงเทพฯ

Multi-Purpose Room เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. เป็นห้องเอนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลายตามชื่อจริงๆ ครับ

นอกจากมี Co – Working Space ให้นั่งทำงานแล้ว ยังมี Social Club และมุมโซฟาให้นั่งพักผ่อนชมวิวสวยๆ เพราะภายในห้องค่อนข้างโปร่งโล่งสบายด้วยกระจกทรงสูงบานใหญ่เต็มผนัง เปิดรับช่องแสงจากธรรมชาติภายนอกเข้ามาได้ ให้บรรยากาศที่สบายๆ เป็นกันเอง ได้เทควิวกรุงเทพฯ เต็มตา

ภายในห้องมีมุมให้ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลเยอะมาก นับเป็นอีกหนึ่ง Facilities ที่จัดเต็มมากครับ

บาร์ลอยฟ้าเพดานกราฟิกสีสัน เคาน์เตอร์และที่นั่งรับวิวเมือง

นอกจากนี้ ยังมี Co – Kitchen สำหรับจัดงานปาร์ตี้ทานอาหารกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว บรรยากาศดี วิวกรุงเทพฯ ในมุมสูง ช่วยเติมเต็มความสุขในมื้ออาหาร

มุมบาร์ส่วนกลางพร้อมอุปกรณ์ครบ ฉากหลังงานศิลป์ป๊อปอาร์ต

โซนนี้ผมชอบที่สุด งานตกแต่งภายในคือหรูหรา บรรยากาศดีสีสันสดใสด้วยลวดลายกราฟฟิตี้ มีชุดครัวและโต๊ะรับประทานอาหารสีเหลืองขนาด 10 ที่นั่งจัดวางเอาไว้ตรงกลางห้อง

ริมผนังด้านในทั้ง 2 ฝั่งเป็นส่วนเตรียมอาหารและอุปกรณ์ทำครัวแบบครบครัน พร้อมอ่างล้างจานด้วยครับ สามารถจัดปาร์ตี้เล็กๆ ทำอาหารทานกันเองได้ หรือจะซื้ออาหารมาอุ่นแล้วนั่งทานมุมนี้ระหว่างพักจากการทำงานที่ Co – Working Space ก็ได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องทำจองไว้ล่วงหน้ากับทางนิติบุคคลก่อน

ห้องฟิตเนสครบครันพร้อมวิวเมือง พื้นที่ออกกำลังกายของ IDEO Rama 9-Asoke

ชั้นบน มีพื้นที่ออกกำลังกายที่จะทำให้เราได้ปลดปล่อยพลังงานได้อย่างเต็มที่กับ Energym บนชั้น 36M บรรยากาศดูแอคทีฟดีมากและวิวสวยมากเช่นกัน เพราะเราสามารถปั่นจักรยานหรือวิ่งลู่ชมวิวเมืองได้โดยรอบ เพราะผนังทุกด้านจะเป็นผนังกระจกทั้งหมด ดูโปร่งสบาย มองลงมาจะเห็นวิวสระว่ายน้ำด้วยครับ

Energym เป็นพื้นที่ออกกำลังกายแบบ Virtual Exercise Class ที่ติดตั้งอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครันเทียบกับฟิตเนสชั้นนำ เราไม่ต้องเสียตังค์ เสียเวลาออกไปเข้ายิมข้างนอกเลยครับ เพราะผมว่าที่นี่มีอุปกรณ์ให้ครบทั้งแบบคาร์ดิโอ (Cardio) เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) และมุม Free Weight พร้อมกระจกเงาคอยเช็คท่วงท่า ตกแต่งภายในฟิตเนสด้วยสีน้ำเงินเข้มตัดกับเส้นสายของไฟสีวอร์มเป็นตัวช่วยบูสต์เอนเนอร์จี้เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี

สระว่ายน้ำขอบอินฟินิตี้รับวิวเส้นขอบฟ้าเมืองยามกลางวัน

อีกหนึ่ง Highlight ที่ผมชอบก็คือ Hybrid Sky Pool ครับ นอกจากวิวสวยบรรยากาศดีแล้ว ยังเอาใจคนที่ชอบออกกำลังกายด้วยแนวคิด Exercise Pool เป็นสระว่ายน้ำ Lap Pool ระบบเกลือขนาด 30 เมตร ที่มาพร้อมโซน Aqua Biking

นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กแยกออกไปขนาดประมาณ 10 เมตร ออกแบบให้เป็นสระอยู่ด้านในร่มเพื่อที่เด็กๆ จะได้เล่นน้ำกันได้อย่างสบายใจ

สระลอยฟ้าขอบอินฟินิตี้ยามพระอาทิตย์ตก เหนือเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ

Aqua Biking ผมเพิ่งเคยเห็นที่นี่เป็นที่แรก เป็นการออกกำลังกายแนวใหม่ ด้วยการปั่นจักรยานในน้ำไปพร้อมกับการชม City View ของกรุงเทพฯ ได้ยิ่งถ้าเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงจะสวยมากครับ

ห้องน้ำส่วนกลางโทนหินอ่อน เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและกระจกบานยาว

ใกล้กันมีห้องน้ำสำหรับคอยให้บริการ รวมถึงล็อคเกอร์และมุมเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับคนที่มาออกกำลังกายด้วย

ห้องพักผ่อนผนังไม้ กับเดย์เบดนุ่มในบรรยากาศอบอุ่น

ในส่วนของ Facilities ยังมีที่บริเวณชั้นล่าง ประกอบด้วย Lobby ขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่สำนักงานขายของโครงการ สำหรับรับรองลูกค้าที่มาเยี่ยมชมโครงการ

นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีมุมใช้งานพื้นที่พักผ่อนที่หลากหลาย ซึ่งยังคงลวดลายและงานกราฟฟิคเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สีสันที่สดใสฉูดฉาดโดยเน้นไปที่สีเหลืองและสีน้ำเงินเช่นกัน ซึ่งเป็นสีคู่ตรงข้ามที่สื่อสารถึงความเป็น Work และ Play ใกล้กันมี Meeting Room ให้บริการทั้งหมด 3 ห้อง

เลานจ์โทนเข้มกับเบาะนั่งสีส้ม จัดวางระหว่างเสาอย่างมีจังหวะ

บริเวณ Lobby ออกแบบให้มีพื้นที่นั่งพักผ่อนจัดวางเบาะที่นั่งหลากหลายรูปแบบกระจายกันไป โดยจะเชื่อมต่อกับลานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ทางด้านขวาของคอนโดซึ่งมีไว้สำหรับใช้ทำกิจกรรมกลางแจ้ง จนเป็น Play Area ขนาดใหญ่

ห้องรับพัสดุและตู้จดหมายโทนเหลืองสดใส พื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง

ส่วนด้านในทางเข้าโถงลิฟต์จะมี Mail Room สาีเหลืองสดใส ผมชอบห้องนี้มากครับ ดู Energy เยอะดี

ห้องตัวอย่าง

เราจะกดลิฟต์ขึ้นไปชมห้องตัวอย่างกันบ้างครับ

ห้องซักรีดและเตรียมอาหารส่วนกลาง พร้อมเครื่องซักผ้าและเคาน์เตอร์

ทุกห้องตกแต่งในลักษณะแบบ Fully Fitted โดยห้องตัวอย่างห้องแรกเป็นแบบ 1 Bedroom Hybrid ขนาด 34 ตร.ม. ผมว่าสถาปนิกออกแบบได้ดีเยี่ยม สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย และอยู่ร่วมกันได้มากถึง 3 คน

ไฮไลท์คือเป็นลักษณะห้องแบบ Vertical Space ที่มีความสูงของฝ้าเพดานมากกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป คือมีความสูงอยู่ที่ 4.5 เมตร ทำให้สามารถเพิ่มสเปซบริเวณชั้นบนทำเป็นห้องนอนได้

ด้านหน้าทางเข้า ประตูติดตั้งมือจับและ Digital Door Lock จาก Samsung เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้อง เราจะพบกับพื้นที่ส่วนแรกคือห้องครัวก่อนเลยครับ ออกแบบให้เป็นครัวเปิด มีเคาน์เตอร์ครัว Built-in ติดตั้งมาให้แล้วเรียบร้อย ท็อปครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ด้านหลังติด Back Splash ให้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายเวลาทำกับข้าว ชุดครัวติดตั้ง Hob, Hood และ Sink ให้เป็นของ Teka มาแล้วเรียบร้อย พร้อมทั้งมีตู้ลอยด้านบนสำหรับเก็บของใช้ในครัว ตู้ด้านล่างเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และเปิดพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้ามาให้แล้ว

พื้นห้องปูด้วยลามิเนตสีไม้ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ส่วนบริเวณช่วงปลายเคาน์เตอร์ครัวด้านใน ออกแบบให้เป็นตู้เก็บรองเท้าเพื่อประหยัดพื้นที่และให้ความเป็นระเบีบบเรียบร้อยดีครับ

ห้องตัวอย่างแบบดูเพล็กซ์ เชื่อมมุมรับประทานอาหารและโถงบันได

ถัดเข้ามาเป็น Living Area ในดีไซน์แบบ Open Space ให้เราได้ครีเอทฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามใจ ห้องตัวอย่างออกแบบให้มีมุมรับประทานอาหารที่มาพร้อมโต๊ะเก้าอี้ขนาด 4 ที่นั่ง ผนังออกแบบให้เป็นชั้นวางทีวี ตู้หนังสือและตู้โชว์ดูเก๋ดี ด้วยความที่เพดานสูงก็ทำให้เราสามารถ Built-in ชั้นวางได้พื้นที่มากขึ้น

ภาพรวมห้องตัวอย่างสไตล์ลอฟท์ กับงานชั้นวางและมุมชมงานศิลป์

ฝั่งตรงข้ามจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ เชื่อมต่อกับประตูเข้าห้องเอนกประสงค์ของชั้นล่าง ออกแบบให้มีโซฟาเบด ซึ่งเราสามารถปรับเป็นห้องนอนอีกห้องได้เลยครับ ขึ้นอยู่กับการดีไซน์และไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในครอบครัว ห้องตัวอย่างออกแบบให้มีโต๊ะนั่งทำงานหรือจะเป็นห้องส่วนตัวสำหรับทำกิจกรรมที่ชื่นชอบก็ได้

มุมทำงานและนั่งเล่นในห้องตัวอย่าง ชั้นบิวท์อินกับวิวเมือง

เช่นเดียวกับหน้าต่างในห้องเอนกประสงค์ชั้นล่างก็สามารถเปิดออกได้เช่นกัน ภายในห้องมีขนาดใหญ่กว่าที่ผมคิด สามารถจัดวางเตียงชิดผนังด้านในพร้อมมุมทำการบ้านอ่านหนังสือ หรือทำเป็นห้องนอนอีกห้องก็ยังได้

ส่วนตัวมองว่าเราสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 3 ฟุตครึ่งกำลังดี ช่วยให้ภายในห้องมีสเปซเพิ่มมากขึ้น โดยทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาไว้ภายในห้องนี้ให้แล้วครับ

ห้องน้ำในห้องตัวอย่าง อ่างล้างหน้า กระจกและห้องอาบน้ำกระจกใส

ติดกันเป็นห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกแห้งมาให้เรียบร้อยแล้วด้วย Shower Glass กั้นโซนอาบน้ำเป็นสัดเป็นส่วนดี ทางโครงการยังได้วางระบบ Junction Box มาให้แล้วสำหรับคนที่ต้องการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นในภายหลัง

ถัดมาเป็นสุขภัณฑ์ทางโครงการติดตั้งเป็นของ American Standard ถือว่าสเปคดีมาก ผนังด้านข้างเจาะช่องสำหรับวางของมาให้ด้วย ดูใส่ใจในรายละเอียดดีมากครับ ใกล้กันเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งกระจกเงาแบบเต็มบาน

ห้องตัวอย่างเพดานสูงสไตล์ลอฟท์ พร้อมชั้นลอยและงานเหล็กดิบ

จุดเด่นที่ผมชอบของห้องนี้คือ มีการเปิดช่องแสงเข้ามาค่อนข้างมาก ทั้งในส่วนของ Living Area และห้องเอนกประสงค์ ทำให้ห้องดูสว่าง อยู่สบายไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

ด้านนอกเป็นระเบียงขนาดกว้างพอสมควร สามารถวางเก้าอี้หรือจัดให้มีกระถางต้นไม้ฟอร์มสวยๆ มาปลูกประดับไว้ได้ ซึ่งหากเราเปิดประตูระเบียงออกจะทำให้เกิดการถ่ายเทไหลเวียนของอากาศภายในห้องได้ดี

ห้องนอนในห้องตัวอย่าง เตียงนุ่มกับฉากกั้นชั้นวางสไตล์ลอฟท์

เดินขึ้นบันไดมาชั้นบนกันบ้าง พื้นบันไดทั้งลูกตั้งและลูกนอนเป็นไม้สำเร็จรูปสีธรรมชาติ ส่วนราวกันตกเป็นเหล็กหุ้มราวจับด้วยไม้

ทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่มาไว้ด้านบนนี้ด้วยครับ ส่วนเตียงนอนจะอยู่ถัดเข้าไปด้านในเกือบชิดติดผนังซึ่งเปิดช่องแสงทำเป็นหน้าต่างเอาไว้

ส่วนตัวผมมองว่าชั้นบนมีขนาดกว้างกว่าที่คิด ที่สำคัญคือไม่รู้สึกอึดอัดเนื่องเพราะบริบทที่ค่อนข้างเปิดโล่ง โดยเฉพาะช่วงปลายเตียงที่เชื่อมต่อกับโถงเพดานที่ค่อนข้างสูงทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด

ห้องนอนเปิดต่อเนื่องสู่มุมครัว ในห้องตัวอย่างของ IDEO Rama 9-Asoke

เอาเข้าจริงผมว่าฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในห้องสามารถปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เราได้เลยนะครับ อย่างเช่นถ้าผมอยู่คนเดียว อาจะดีไซน์ให้เหมือนห้องตัวอย่างคือยกเตียงนอนมาไว้ที่ชั้นบนแทนเพื่อให้เกิดเป็นพื้นที่ส่วนตัว

ส่วนชั้นล่างและห้องเอนกประสงค์อาจจะปรับเป็นห้องทำงานหรือห้องนอนแขกได้เลย แต่ถ้าครอบครัวไหนต้องการใช้ห้องนอน 2 ห้องก็สามารถปรับให้ชั้นล่างเป็นอีกหนึ่งห้องนอนได้สบายๆ เลยครับ

ห้องตัวอย่างดูเพล็กซ์ เชื่อมครัว มุมทานข้าวและบันไดสู่ชั้นบน

ไปชมห้องตัวอย่างถัดไปที่อยู่ใกล้กันบ้างดีกว่าครับ

ห้องนั่งเล่นสไตล์ลอฟท์หรู โซฟากับวิวเมืองผ่านกระจกสูง

ห้องนี้เป็นแบบ 2 Bedroom Hybrid ขนาด 90 ตร.ม. ไฮไลท์เลยคือการเป็นห้องมุมทำให้เปิดรับช่องแสงจากธรรมชาติภายนอกเข้ามาได้มากกว่า แต่ยังคงเป็นห้องแบบ Hybrid เช่นเคยครับ ผมว่าดีไซน์เช่นนี้เป็นจุดเด่นของโครงการ IDEO พระราม 9-อโศกที่น่าสนใจมากเลยล่ะครับ และที่สำคัญเป็น Rare Item เนื่องจากทั้งอาคารมี Type นี้เพียง 20 ห้องเท่านั้น ใครสนใจต้องรีบหน่อยนะครับ

ห้องนั่งเล่นเพดานสูงแบบเพนต์เฮาส์ โซฟาโค้งและมุมรับประทานอาหาร

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง ด้านหน้าจะพบกับครัวแบบเปิดที่เชื่อมต่อกับมุมรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ตั้งอยู่ใต้ชั้นลอย

ทางโครงการได้ติดตั้งชุดครัวมาให้พร้อมเคาน์เตอร์เป็นรูปตัวแอล (L) โดยสเปคของครัวจะเหมือนกับห้อง 1 Bedroom Hybrid คือ ชุดครัวติดตั้ง Hob, Hood และ Sink จากแบรนด์ Teka มีตู้ลอยด้านบนสำหรับเก็บของใช้ในครัวหน้าบานกรุด้วย HPL High Gross และ Laminate เพิ่มความเงางามและหรูหรา ส่วนตู้ด้านล่างเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และมีพื้นที่เว้นว่างสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าฝาหน้าและพื้นที่จัดวางตู้เย็นขนาดใหญ่ด้านใน ส่วนทางเข้าติดกับเคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บรองเท้าและพื้นที่วางของ

ภาพรวมห้องเพนต์เฮาส์หรู กับบรรยากาศการใช้ชีวิตระดับบน

ถัดเข้าไปด้านในเป็นส่วนของ Living Area ซึ่งผมว่าเป็นการออกแบบจัดวางพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่ค่อนข้างลงตัวและดูหรูหราดีมาก เนื่องจากมุมนี้จะมีความสูงแบบเต็มเพดานคือประมาณ 4.5 เมตร ทั้งยังเปิดช่องแสงขนาดใหญ่ ผ่านประตูกระจกใสและระเบียงขนาดใหญ่ด้านนอกที่สูงจากพื้นจรดเพดานเช่นกัน ช่วยเปิดมุมมองให้ห้องดูสว่าง สดใส อยู่สบายไม่อึดอัดเลยครับ

ภายในห้องจัดวางโซฟารูปทรงฟรีฟอร์ม พร้อมหมอนอิงสีส้มสดใส ทำให้ห้องดูมีมีิติไม่เรียบจนเกิดไป เข้ากับฟีลลิ่งภาพรวมของอาคาร ตรงกลางจัดวางโต๊ะกลมท๊อปเป็นกระจกใสรับกับรูปทรงของโซฟาดี

ชิดผนังด้านในเป็นชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ที่เหมาะสำหรับเก็บข้าวของ ส่วนทีวีเป็นแบบแขวนผนังซึ่งผมว่าดูเก๋ดีและยังช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดวางได้อีกทางหนึ่งด้วย

ห้องน้ำในยูนิตหรู เคาน์เตอร์หินอ่อนกับห้องอาบน้ำกระจก

ส่วนห้องน้ำจะอยู่ทางด้านซ้ายมือเมื่อเปิดประตูเข้ามา เป็นห้องน้ำด้านนอกที่ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนรองและแขกที่มาเยี่ยม

ห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์ ผนังทีวีและโซฟาโค้งรับวิวเมืองเต็มตา

ห้องนี้นับเป็นห้องรูปแบบที่ผมประทับใจห้องมาก คอยตามหาและอยากได้คอนโดขนาดใหญ่ที่มี 2 ชั้น เหมือนกับได้อยู่บ้านเดี่ยว สมาชิกในครอบครัวสามารถอยู่ร่วมกัน 3 – 4 คนได้สบายๆ แยกห้องนอนออกไป 2 ห้องและยังมีห้องเอนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันได้

ห้องนอนโทนอบอุ่น เตียงนุ่มรับวิวเมืองผ่านกระจกบานใหญ่

ทางด้านขวาซึ่งจะเป็นห้องบริเวณมุมของอาคารจะเป็นห้องนอนหลักหรือ Master Bedroom มีลักษณะห้องที่เป็นแนวลึกเข้าไปคล้ายกับห้องนอนรอง แต่ไม่ต้องแบ่งพื้นที่เป็นส่วนของบันได ทำให้ใช้พื้นที่ภายในห้องได้อย่างเต็มที่

ภายในห้องตัวอย่างตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่าหรูหรา ตรงกลางห้องค่อนไปทางด้านในจัดวางเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมหัวเตียงบุนวมที่ประดับงานศิลปะเอาไว้ ทั้งยังมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือมากพอที่จะจัดวางเก้าอี้ดีไซน์สวยสักตัวสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ

มุมห้องนอนริมหน้าต่างบานสูง รับแสงและวิวเมืองยามเช้า

ไฮไลท์ของห้องนี้คือการที่เป็นห้องมุม สามารถเปิดช่องแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาในห้องได้ค่อนข้างมากผ่านกระจกใสแบบเต็มผนัง ทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและสว่างโดยแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยในช่วงเวลากลางวัน

ห้องน้ำยูนิตหรู อ่างล้างหน้าคู่กับกระจกบานกว้างและห้องอาบน้ำ

ด้านในเป็นมุมแต่งตัวที่ติดตั้งตู้เสื้อผ้าไว้ทั้งสองฝั่งบริเวณทางเข้าห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอน

ห้องนอนตกแต่งโทนน้ำเงินทอง หัวเตียงโค้งรับวิวเมือง

ติดกับห้องน้ำและ Living Area ทางด้านซ้ายจะเป็นห้องนอนรอง ห้องตัวอย่างตกแต่งในโทนสีน้ำเงินเหลืองแต่ปรับดีไซน์ให้ดูเด็กลง แต่ยังคงมีขนาดใหญ่พอที่จะจัดวางเตียงขนาดควีนไซส์ 5 ฟุตตรงกลางห้องได้สบายๆ เลยครับ

อีกทั้งห้องตัวอย่างยังโชว์ความกว้างของสเปซด้วยการจัดวางโซฟาเบดเป็นแนวขวางติดบริเวณริมหน้าต่าง เพื่อให้เป็นมุมส่วนตัวภายในห้องนอน

ห้องนั่งเล่นงานไม้อบอุ่น เก้าอี้ดีไซน์และชั้นโชว์ของสะสมรับวิวเมือง

เดินขึ้นบันไดมาชั้นบนกันบ้างครับ ถือเป็นโซนพักผ่อนที่ขยายพื้นที่แห่งความสุขให้เพิ่มขึ้นจากเดิมได้อีกมากเลยทีเดียว สามารถทำเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ได้อีกหนึ่งห้อง หรือจะจัดเป็นห้องนอนแขก วางเตียงเดี่ยวขนาด 3 ฟุตครึ่งเอาไว้ริมหน้าต่าง มีมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือ เพื่อความเป็นส่วนตัวก็ได้เช่นกัน

ห้องตัวอย่างกว้างถึงขั้นที่ว่า มีสเปซสำหรับติดตั้งตู้โชว์ขนาดใหญ่เอาไว้ที่มุมบ้าน

ห้องเก็บของสะสมตู้กระจก จัดแสงอย่างประณีตในยูนิตหรู

ห้องตัวอย่างกว้างถึงขั้นที่ว่า มีสเปซสำหรับติดตั้งตู้โชว์ขนาดใหญ่เอาไว้ที่มุมบ้าน

ภาพรวมพื้นที่นั่งเล่นในเพนต์เฮาส์ โทนหรูอบอุ่น

ส่วนอีกฝั่งเป็นห้องดูหนัง สังสรรค์ปาร์ตี้กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่พร้อมที่นั่งหลากหลายมุม

อีกด้านเป็นชั้นวางทีวีที่มองลงไปเห็นความเคลื่อนไหวเบื้องล่าง เป็นฟังก์ชั่นเดียวกับที่พบในบ้านเดี่ยวซึ่งผมว่าให้ความรู้สึกดีมาก

มุมนั่งเล่นในยูนิตหรู อ่านหนังสือริมฉากกระจกอย่างผ่อนคลาย

When you’re following your energy and doing what you want all the time, the distinction between work and play dissolves.

-Shakti Gawain

อาคารโครงการ IDEO Rama 9-Asoke ยามค่ำ ป้ายไฟเด่นเหนือแมกไม้ทางเข้า

สรุป และมุมมองแบรนด์

ริชาร์ด แบรนด์สัน เจ้าพ่อไลฟ์สไตล์และนักธุรกิจชื่อดังเคยให้ข้อคิดหนึ่งที่ผมชอบมาก

ริชาร์ดบอกว่า “There is no real difference between work and play – it’s all living.”

กานต์ว่ามันคือเรื่องจริงเลยครับ สุดท้ายไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม จะเรียน จะทำงาน หรือจะเล่น ล่้วนแล้วแต่เป็นบทเรียนของชีวิตในแต่ละหน้าที่เปิดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเป็นหน้าสุดท้าย เราถึงจะได้ข้อสรุปของชีวิต

ดังนั้นจงเลือกอะไรก็ตามในแบบที่ตัวเองต้องการ ทำในแบบที่ตัวเองชอบ จะได้สนุกและมีความสุขกับการใช้ชีวิต

เอาเข้าจริงไม่มีใครรู้หรอกว่า การเลือกอยู่คอนโดฯ ที่ไหนสักแห่ง ชีวิตจะออกมาดีหรือแย่ แต่ที่แน่ๆ ผมแนะนำให้เลือกคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่จะสะดวกกว่า เพราะเราสามารถเข้าไปสัมผัสไลฟ์สไตล์และชมห้องของจริงได้เลยทันที

ซึ่งหากใครชอบคอนโดฯ ที่มีสีสัน ฟีลจอยๆ เข้าอยู่แล้วรู้สึกเติมเต็มเอนเนอจี้ มีความสนุกสนาน พื้นที่ส่วนกลางเยอะมาก และหลากหลาย เดินทางสะดวกสบาย สามารถตอบโจทย์ความ ต้องการเรื่อง Work Hard Play Hard ได้ดี ผมแนะนำให้เข้ามาชมที่ IDEO พระราม 9-อโศก

แล้วคุณจะพบกับคอนโดฯ ที่เป็นคำตอบสุดท้าย … ในชีวิต

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://anan.ly/3vklrkF

ช่องทางการติดต่อ
Line ID: @ideocondo / Call: 02 316 2222
Line@ : https://anan.ly/ideo_line
พิกัดโครงการ : https://g.page/ideo-rama-9-asoke?share

คำถามที่พบบ่อย

IDEO พระราม 9–อโศก เดินทางสะดวกแค่ไหน

IDEO พระราม 9–อโศก ตั้งอยู่ย่านพระราม 9–ห้วยขวาง ใกล้ MRT พระราม 9 สายสีน้ำเงิน เดินทางเชื่อมต่ออโศกและสุขุมวิทได้สะดวก รอบโครงการมีเซ็นทรัล พระราม 9 อาคารสำนักงานเกรดเอ และทางพิเศษศรีรัชที่ช่วยร่นเวลาเข้าเมืองชั้นในและสนามบิน ทำเลนี้คือย่านศูนย์กลางธุรกิจใหม่ของกรุงเทพฯ ที่มีทั้งกลุ่มคนทำงานและนักลงทุนปล่อยเช่าหนาแน่น

ราคาเท่าไร และผลตอบแทนเช่าน่าสนใจไหม

ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท สำหรับคอนโด High-Rise 36 ชั้น 1,222 ยูนิต ขนาดห้องตั้งแต่สตูดิโอถึง 2 ห้องนอน ส่วนกลางบนชั้น 36 มีสระว่ายน้ำยาว 40 เมตร โคลีฟวิงและพื้นที่อเนกประสงค์ ในเชิงลงทุน ทำเลพระราม 9 ที่เป็น CBD ใหม่ติดรถไฟฟ้าและสำนักงานเกรดเอ ทำให้มีดีมานด์เช่าจากกลุ่มคนทำงานต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนค่าเช่าจึงเป็นจุดที่นักลงทุนให้ความสนใจ

จุดเด่นของโครงการคืออะไร

จุดเด่นของ IDEO พระราม 9–อโศก อยู่ที่ห้องเพดานสูงถึง 4.5 เมตรในบางยูนิตที่ให้ความรู้สึกโปร่งกว่าคอนโดทั่วไป และส่วนกลางบนชั้น 36 ที่มีสระว่ายน้ำยาว 40 เมตรพร้อมวิวเมือง โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนสิงหาคม 2565 เป็นคอนโดพร้อมอยู่ในทำเล CBD ใหม่ ภายใต้แบรนด์ IDEO ของ Ananda ที่ออกแบบเน้นดีไซน์และฟังก์ชันสำหรับคนเมืองรุ่นใหม่

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.