Hintok River Camp @Hellfire Pass

วันนี้นึกสนุกอยากตั้งโจทย์ให้กับทริปสั้นๆ ของเราคือ อากาศหนาวๆ เราอยากไปกางเต๊นท์นอนดูดาวกลางป่า แคมป์ปิ้ง ในระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพนัก

I walk slowly into myself, through a forest of empty suits of armor.

เราอยากก้าวเดินช้าๆ มีเวลาไปสำรวจโลก เพื่อให้จังหวะในการตรวจตราความคิด ทบทวนชีวิตที่ผ่านมาและที่กำลังจะเดินหน้าต่อ

เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็เลยเปิดเน็ต หาห้องพัก อยากแพ็คกระเป๋า แล้วออกเดินทางในทันใด โดยไม่มีพีธีรีตอง สุดท้ายไปได้ห้อง ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า เต๊นท์ (ติดแอร์) ที่ หินตก ริเวอร์แคมป์ ณ ช่องเขาขาด Hintok River Camp @Hellfire Pass

ใช่แล้วครับ กานต์นะจ๊ะบุรี เป็นคำตอบสุดท้าย
ไม่รู้เป็นอะไรชอบชื่อจังหวัดนี้ ดูน่ารักดี มีความเป็นตัวเราเองสูง 555

จากกรุงเทพ (ฝั่งธน) วิ่งรถง่ายมาก ขับไปทางถนนบรมราชชนนี ผ่านพุทธมณฑลครบทุกสาย จากนั้นเข้าทางนครปฐม ตรงไปทางบ้านโป่งแต่ไม่เข้า เราเบี่ยงออกไปทางกาญจนบุรี เข้าเส้นเลี่ยงเมืองแล้วตรงออกไปทางไทรโยค ออกซ้ายเข้าไปเส้นริมแม่น้ำแควน้อย แล้วเลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตรที่ 69 มุ่งไปทางพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ที่ทางเข้าเป็นค่ายทหาร จากนั้นขับตามป้ายรีสอร์ทเข้าไปราว 10 นาทีจะถึงทางเข้าแคมป์

บริเวณแคมป์รายล้อมด้วยภูเขา ต้นไม้ และสายน้ำ มีกิจกรรมให้ทำเพียบ
•จะไปชมพระอาทิตย์ตกดิน ก็ฟิน
•เล่นน้ำตกก็เย็นสบาย
•อ่านหนังสืออยู่หน้าห้องพักก็ได้ ชิวๆ
•ในแคมป์มีพิพิธภัณฑ์ให้ศึกษาประวัติศาสตร์
•หรือจะปั่นจักรยานไปช่องเขาขาดเลยก็ได้ (เหนื่อยมากกกก)
•นั่งริมแม่น้ำมองวิว ปล่อยใจให้ล่องไปกับน้ำ
•หรือจะล่องเรือ ล่องแพก็เลือกได้
•ในแคมป์มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร บาร์ไว้คอยบริการ
•ค่ำๆ มีทานอาหารรอบกองไฟ

เปิดประสบการณ์ใหม่กับวันพักผ่อน ขอเลือกนอนเป็นเต๊นท์ติดแอร์ละกัน เป็นการพักเเรมแบบเก๋ๆ ริมเเม่น้ำเเควน้อย อ.ไทรโยค เเคมป์ปิ้งรีสอร์ทแนวผจญภัยที่ดีที่สุดในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของโลก ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองท่ามกลางป่าเขาเเละธรรมชาติอันสมบูรณ์ เปิดประสบการณ์กับที่พักเเนวบูติคเเนวใหม่แบบแคมป์ซาฟารีพร้อมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยโดยไม่ต้องสละความสะดวกสบาย เเตกต่างด้วยการพักผ่อนที่เอาการแคมป์ปิ้งที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการใกล้ชิดเเละเข้าถึงธรรมชาติ มาผสานเข้ากับสะดวกสบายเเละการตกเเต่งที่สวยงามระดับ

ทางเข้า จะดูรกๆ เงียบๆ หน่อย แต่ธรรมชาติดี ด้วยสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณ ช่องเขาขาด หรือ ช่องไฟนรก เเถมถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติริมเเม่น้ำเเละป่าไม้ใน จ. กาญจนบุรี อันสมบูรณ์ เป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่เเตกต่างที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ขับรถจากกรุงเทพมาแบบสบายๆ ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงก็ถึงครับ

ทางเข้า ออกแบบให้เป็นเหมือนแคมป์ ทำอาหารขวางเป็นป้อมยามคอยสังเกตการณ์คนเข้าออกที่นี่ต้องเช็คอินก่อน 18.00 น. หากต้องการเช็คอินหลังเวลา 18.00 น. กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าครับ แนะนำให้มาไว เพราะทางเข้าค่อนข้างมืดและเปลี่ยว

หลังจาก Check In เรียบร้อย ก็จะได้เลขเต๊นท์ที่พักมาครับ จากนั้นพนักงานก็จะช่วยเราขนเสื้อผ้ามาไว้ที่พัก

ห้องที่พัก ณ ตอนนั้น “ยังไม่ได้รีโนเวทห้องน้ำ” ยังเป็นแบบเปิดโล่งด้านหลัง ทำให้มีน้องตุ๊ก (แก) มาต้อนรับด้วย ถามไปได้ความว่ากำลังทยอยทำห้องน้ำแบบปิด แต่ยังไม่ครบ ดังนั้น ถ้าใครจะจองลองรีเควสเป็นห้องน้ำใหม่จะดีกว่านะครับ

โครงสร้างเป็นแบบบ้าน แต่ใช้ผ้าใบเต๊นท์ ปูด้วยขัดแตะ หน้าต่างหัวนอนสามารถเปิดได้ จะเป็นคล้ายมุ้งลวดกันยุง (ปัญหาใหญ่)

Decorate ภายในเก๋ดีครับมีความวินเทจนิดๆ ไฟสลัวๆ หน่อยๆ อารมณ์เหมือนจะต้องจุดตะเกียงเวลาเข้าพักประมาณนั้น ภายในเต็นท์มีจุดปลั๊กไฟ 2 จุดเห็นจะได้ อย่าลืมพกปลั๊กพ่วงไปก็ดีนะ อย่าลืมพกโน๊ตบุ๊คไปด้วยล่ะ ที่นี่ฟรี Wifi แต่ความแรงไม่ได้มาก ในเต็นท์มี ตู้เย็น แอร์ พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น

ห้องรกพอสมควร

ชอบการตกแต่งภายในของที่นี่ครับ ดูไม่เยอะ แต่เก๋ ชีวิตเหมือนจะเรียบง่าย แต่สวย รวย สบายตามสไตล์แกลมปิ้ง

ที่นี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบธรรมชาติ มีเสียงบรรเลงยอดฮิตในรีสอร์ทคือ เสียงจักจั่น กับใบไม้ไหว หน้าห้องมีโต๊ะและเตียงผ้าใบ ไว้ให้นั่งพักผ่อนได้ครับ บรรยากาศนี้ดีมาก มีความเงียบ มีสีเขียวๆ ของต้นไม้ นั่งเล่นได้เป็นวัน หรือตื่นเช้าก็เอาแก้วกาแฟมาวางจิบตอบเมลล์ลูกค้าเบาๆ

ไปเล่นน้ำกันดีกว่าครับ ที่นี่จะมีสระ อย่าเรียกว่าสระเลย เอาใหม่!! เรียกว่าบ่อ สำหรับแช่น้ำตก ใกล้กันเป็นจุดView point จะมีที่นั่งให้ นั่งดูวิวแม่น้ำ

มี 2 บ่อนะอยู่ติดกัน ของเด็ก กับของผู้ใหญ่ ต่างกันที่ความลึกของน้ำ ตรงนี้เป็นสระหรือบ่อของผู้ใหญ่ เป็นน้ำที่ไหลตกลงมาชั้นแรก

พนักงานเล่าว่า น้ำในสระจะเป็นน้ำใต้ดิน ที่ไหลผ่านภูเขาหินปูนยาวกว่า 5 กิโล เป็นระบบการกรองเเบบธรรมชาติ จนได้น้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าไม่มีคลอลีน

โชคดีตอนที่ไปไม่มีคน เลยดำผุดดำว่ายได้เต็มที่ บรรยากาศดีมากครับ เจอฝรั่งเอาไวน์มาจิบ นั่งเล่นปล่อยให้น้ำไหลผ่านตัวเราเองไป สบายใจดี

ลงมาเล่นสระเด็กบ้าง ตรงนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดี เราสามารถนั่งแล้วปล่อยให้น้ำไหลกลายเป็นนวดเราไปได้ในตัว

มีบริการเรือนำเที่ยว ล่องชมแม่น้ำแควน้อย แล้วก็ล่องแพ สามารถขึ้นจากท่าเรือของรีสอร์ตได้เลยครับ

ซ้ายก็ภูเขา ขวาก็แม่น้ำ เป็นธรรมชาติที่ลงตัวมาก แถบนี้จะดีตรงที่แต่ละรีสอร์ตไม่ค่อยติดกัน ดังนั้นจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า และเทควิวได้ดีกว่า

มองไปไกลๆ เห็นรีสอร์ตเพื่อนบ้าน

บริเวณชานตรงนี้ ทางรีสอร์ตทำเป็นท่าเรือและเป็นที่นั่งพัก อ่านหนังสือ ดื่มกาแฟครับ บรรยากาศริมน้ำ ชอบยามเย็นๆ แสงสีทองๆ ชวนมองเป็นอย่างยิ่ง มานั่งทิ้งอารมณ์ที่นี่ได้นะครับ

สำหรับใครที่หามุมเงียบอ่านหนังสือ ผมแนะนำจุดนี้เลยเงียบและชิวมาก ช่วงที่ไปเป็นหลังฤดูฝน น้ำเยอะดีครับ

นอกจากนี้ ภายในรีสอร์ต ยังมีพิพิธภัณฑ์โบราณ แห่งเดียวในประเทศที่เก็บเอาสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่สมัยมนุษย์ยังอาศัยอยู่ในถ้ำ รวมถึงเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของโลกที่ช่องเขาขาด มาไว้ที่นี่ ให้เราได้อ่านกันเพลินๆ ครับ

เป็นรีสอร์ตที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมายครับ อาทิ
•หนึ่งในรีสอร์ทผจญภัยที่ดีที่สุดในเอเซียปี 2009
•รางวัลไทยแลนด์ บูติค โฮเทล อวอร์ด 2011
•หนึ่งในเจ็ดสถานที่สำหรับแกลมปิ้ง 2012

ตอนที่จองจะมีแพคเกจรวมอาหารค่ำด้วย แนะนำให้เลือกแบบนี้ เพราะจะออกไปทานข้างนอกค่อนข้างลำบาก อาหารค่ำจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ครับ มีอาหารให้เลือกหลากหลาย ทั้งบาร์บีคิว ปิ้ง ย่าง อาหารกับข้าว ผัดไทย ส้มตำ หมู ไก่ ย่าง สลัด เครื่องดื่มน้ำเปล่าค่ะ มีจุดรอบกองไฟ สไตล์แคมป์ ส่วนตัวชอบบรรยากาศตอนกลางคืนมาก อากาศเย็นสบาย ได้ทานข้าวกลางหุบเขา

เท่าที่มองจะเป็นแขกต่างชาติและกรุ๊ปฝรั่งค่อนข้างเยอะ ตอนที่ไปไม่มีแขกห้องไหนตั้งวงกินเหล้าเลยครับ ทำให้บรรยากาศเงียบดี ทานอาหารค่ำเสร็จก็แยกย้ายกันกลับห้อง นับเป็นคืนที่มีโอกาสได้นอนตั้งแต่หัวค่ำในรอบหลายปีมีเสียงจั๊กจั่นมาขับกล่อมเบาๆ เคล้าเสียงฝนกระทบกับหลังคาผ้าใบเต้นท์

เป็นคืนที่ได้กลับมาใช้ slow life เพื่อชาร์จแบตให้กับตัวเอง โดยปราศจากเสียง รถยนต์ ทีวี และ ความวุ่นวายต่างๆ ที่เรามักจะได้เจอในเมืองหลวง

อีกเรื่องที่ประทับใจ คือ พนักงานบริการดี ทักทาย ให้ดูมีชีวิตชีวา พูดจาสุภาพ ที่พักภายในห้องก็ดูสะอาด หักคะแนนตรงห้องน้ำตุ๊กแก แต่โดยรวมก็ถือว่าดี มีความเงียบสงบ เหมาะกับการหนีกรุงไปพักผ่อนครับ

เช้ามาก่อนเช็คเอ้าท์ เรายืมจักรยาน (ฟรี) ปั่นไปเที่ยวบริเวณโดยรอบรีสอร์ตครับ จุดหนึ่งคือ “ช่องเขาขาด” สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนนี้ตัวพิพิธภัณฑ์ยังคงปิดปรับปรุงนะครับ แต่เส้นทางธรรมชาติช่องเขาขาดยังเปิดให้เดินได้

เมืองกาญจน์ยังคงคอนเซปต์ร้อนตับแล่บ เหมือนทุกวัน

ไม่ไกลกัน สามารถปั่นจักรยานย้อนขึ้นไปทางขวา จะเจอ “สะพานแขวนบ้านหาดงิ้ว” และวัดครับ เป็นชุมชนชาวมอญที่น่าสนใจ หรือหากไม่อยากปั่นมา สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อซื้อทริปล่องเรือเที่ยวหมู่บ้านมอญและวัดมอญ ขี่ช้างชมหมู่บ้านมอญ ก็ได้ครับ

นับเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดีจริงๆ

โดยสรุป สไตล์ที่ออกมาได้หมด ทั้งลักชูรี่ ฮิปสเตอร์ ซาฟารี โบฮีเมียน เป็นแคมป์ที่เก๋ เท่ คูล บูติคในราคาจิ๊บๆ ติดอยู่อย่างเดียว ห้องน้ำเป็นแบบโอเพ่น เวลคั่มมาเลยทั้งน้องจิ้งจก น้องต๊กโต (ตุ๊กแก) แต่ว่าทางแคมป์กำลังทยอยรีโนเวทห้องน้ำ เป็นแบบปิด น่าจะเรียบร้อยหมดทั้งแคมป์เร็วๆ นี้ เอาเป็นว่าถ้าจะจอง ขอให้แจ้งทางรีสอร์ทว่าขอเลือกเต๊นท์ที่ทำห้องน้ำเสร็จแล้วก็จะดีกว่านะครับ

Hintok River Camp at Hellfire Pass หินตก ริเวอร์ เเคมป์ ณ ช่องเขาขาด
จองห้องพักและสอบถามข้อมูลรีสอร์ท:
081-754-3898
www.HintokRiverCamp.com

หินตก ริเวอร์แคมป์
109 หมู่ 9 บ้านวังเขมร ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 71150
GPS : 14.353383, 98.929267

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน