พาร์ทนี้กานต์อยากชวนทุกคนหนีความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ขึ้นไปนั่งจิบชาสวยๆ ที่ชั้น 12 ของโรงแรม The St. Regis Bangkok
.
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การจิบชาธรรมดา เพราะนี่คือการโคจรมาพบกันของสองยักษ์ใหญ่ระดับตำนานโลกอย่าง The St. Regis และ Swarovski ในธีม “Timeless Wonder”
.
แต่ก่อนจะไปดูขนมสวยๆ กานต์อยากเล่า “ความสัมพันธ์” ของสองแบรนด์นี้ให้ฟังก่อน แล้วคุณจะอินกับรสชาติชามากขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยครับ
.
จากนิวยอร์กสู่วัตเตนส์ : ลองจินตนาการย้อนกลับไปช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ยุค Gilded Age อันรุ่งเรือง ฝั่งหนึ่งคือ Caroline Astor หรือ “Mrs. Astor” มารดาของผู้ก่อตั้งโรงแรม The St. Regis ในนิวยอร์ก เธอคือราชินีแห่งสังคมชั้นสูง ผู้กำหนดว่าใครคือ “The 400” (กลุ่มคนชั้นนำของสังคม) สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเธอคือ “เครื่องเพชร” และความเปล่งประกาย ยิ่งดึก งานเลี้ยงยิ่งต้องระยิบระยับ
.
อีกฝากฝั่งหนึ่งในออสเตรีย Daniel Swarovski กำลังปฏิวัติวงการเจียระไนคริสตัลด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า “Diamonds for everyone” (เพชรเพื่อทุกคน) เขาไม่ได้ทำของปลอม แต่เขากำลังสร้าง “แสงสว่าง” ในรูปแบบใหม่ที่ใครก็ครอบครองได้
.
“Luxury is in each detail.” — Hubert de Givenchy (ความหรูหราซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียด)
.
คำกล่าวนี้อธิบายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ดีที่สุดครับ St. Regis คือผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ (Service) ส่วน Swarovski คือผู้เชี่ยวชาญด้านแสง (Light) เมื่อ Service มาเจอกับ Light จึงเกิดเป็น “Experience” (ประสบการณ์) ที่เราจับต้องได้
.
พอกลับมาที่ปัจจุบัน ณ The St. Regis Bangkok การร่วมมือกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่เอาโลโก้มาแปะคู่กัน แต่เขาดึงเอา “DNA” ของทั้งคู่มาผสมกัน
.
ทันทีที่เซตน้ำชามาเสิร์ฟ สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ ขาตั้งดีไซน์พิเศษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Octagon Box (กล่องทรงแปดเหลี่ยม) อันเป็นสัญลักษณ์ของ Swarovski มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังจะแกะของขวัญชิ้นสำคัญ
.
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด: เชฟที่นี่เก่งมากเรื่องการเล่าเรื่องผ่านรสชาติ เขาไม่ได้แค่ทำขนมให้ “ดูแพง” แต่รสชาติต้อง “ลึก” ด้วย
.
ของคาว (Savories): ต้องลอง Caviar and Butterfly Pea Tartlet (ทาร์ตมูสพาร์เมซานอัญชันท็อปด้วยคาเวียร์) สีน้ำเงินเข้มดูลึกลับเหมือนคริสตัลในที่มืด ตัดกับรสเค็มปะแล่มที่ปลายลิ้นอย่างลงตัว
.
ของหวาน (Sweets): พระเอกของงานคือ Mulled Wine Macaron (มาการองมัลด์ไวน์) กัดเข้าไปแล้วได้กลิ่นเครื่องเทศจางๆ ให้ฟีลลิ่งเหมือนเดินอยู่ในตลาดคริสต์มาสยุโรป และ Charcoal Yuzu Éclair ที่ใช้สีดำตัดกับความสดชื่นของยูซุ เหมือนแสงสว่างที่ส่องทะลุความมืด
.
“Craftsmanship creates a connection that lasts forever.” (งานฝีมือสร้างสายใยที่คงอยู่ตลอดไป)
.
แน่นอนว่าอาฟเตอร์นูนที ที่ The St. Regis Bangkok ถ่ายรูปสวยมาก แสงที่ The St. Regis Bar ช่วงบ่ายส่องผ่านกระจกบานใหญ่คือที่สุด วิวเขียวๆ ช่วยฮีลใจได้ดี แต่สิ่งที่เราอยากให้ไปสัมผัสจริงๆ คือบรรยากาศของ “House of Celebration”
.
ทั้งตู้ถ่ายรูปสุดฮอตจาก Yours เก้าอี้นั่งถ่ายรูปด้านหน้า The Bar และมุมถ่ายรูป Outdoor ด้านนอก วิวสวย ฟีลเมืองนอกเว่อร์ ส่วนล้อบบี้ชั้น 1 มีต้นคริสต์มาส Swarovski ยักษ์สูงกว่า 5 เมตร ตั้งตระหง่านประดับกล่องคริสตัลทรงแปดเหลี่ยมและน้องหงส์ Swan โทน Silver & Gold สวยแพงมากกก ใครหาที่ถ่ายรูปธีมคริสต์มาสลักชูฯ ต้องมุมนี้เลย!
.
การมาที่นี่ไม่ใช่แค่การมากินขนม แต่มันคือการให้รางวัลตัวเอง เป็นการหยุดเวลา (Timeless) เพื่อชื่นชมความมหัศจรรย์ (Wonder) เล็กๆ น้อยๆ ตรงหน้า เหมือนที่ Swarovski เจียระไนแก้วธรรมดาให้กลายเป็นคริสตัล และ St. Regis เปลี่ยนบ่ายธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำ
สรุปสั้นๆ สำหรับคนอยากไปตามรอย:
•
ที่ไหน: The St. Regis Bar & The Drawing Room ชั้น 12, โรงแรม The St. Regis Bangkok
•
เมื่อไหร่: วันนี้ – 31 มกราคม 2569 (เวลา 14:30 – 16:00 น.)
•
ราคา: 2,800++ บาท สำหรับ 2 ท่าน (รวมชาหรือกาแฟ)
•
Tip: แนะนำให้จองโต๊ะริมหน้าต่าง จะได้แสงธรรมชาติที่สวยที่สุดเวลาถ่ายรูปคู่กับคริสตัลครับ
.
ถ้าใครกำลังมองหาความสุขที่ละเมียดละไม ใส่ใจในดีเทล และอยากสัมผัสว่าเมื่อ 2 ตำนานมาเจอกันมันดียังไง กานต์ว่าเซตน้ำชานี้คือคำตอบครับ
#TheStRegisBangkok#Swarovski#TimelessWonder#AfternoonTeaBangkok#LuxuryLifestyle#ReviewBangkok#จิบชายามบ่าย
![]()
ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th



























