Last Updated: 16 August 2026
ENGLISH SUMMARY
KANT reviews Eat Me Restaurant in Bangkok through its signature cocktails — a 'larb moo' cocktail, amber and topped with crisp Serrano ham, that tastes uncannily like the dish, and a copper-hued 'gaeng tai pla' full of Thai herbs beyond the usual ginger and lemongrass. He titles it 'Eat Me [if you can],' because you can barely read where the kitchen and bar will take you next.

EAT ME [ If You Can ]
“ลาบหมูค่ะ”
บริกรวางแก้ว Cocktail ทรงสูง เป็นเครื่องดื่มสีเหลืองอำพัน
ท๊อปด้วย Serrano Ham กรอบวางขอบแก้ว
จิบแรกเบาๆ … ลาบหมูค่อยๆ ไหลลงคอ
รสชาตดีและเหมือนมาก จนอยากขอข้าวเหนียวมาจิ้มสักปั้น
ใช่แล้วครับ! ผมสั่งเครื่องดื่มที่เป็น Signature ของทางร้าน
กานต์ตั้งชื่อรีวิวนี้ว่า Eat Me [if you can]
คล้ายภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งคุณแทบจะจับทางเขาไม่ได้เลยครับ
Cocktail อีกแก้ว อย่าง “แกงไตปลา” ก็เช่นกัน
เสิร์ฟมาในแก้วมีหู สีทองแดง ประดับด้วยพริกและเครื่องเทศ
จิบแรกให้ความรู้สึกเผ็ดร้อน มีความหอมของสมุนไพรไทย
ที่มากกว่าขิงข่าตะไคร้ แบบที่หลายร้านนิยมนำมาทำเครื่องดื่ม
ร้านนี้มีชื่อว่า ” Eat Me Restaurant “
เจ้าของรางวัลการันตี Asia’s 50 Best Restaurants 2015-2018
หลังจากขับรถผ่านแถวคอนแวนต์หลายครั้ง
ผมก็ได้โอกาสไปทานที่ร้านนี้เสียที
แม้จะเปิดบริการมากว่า 20 ปี แต่ร้านยังคงมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
คอยเติมสีสันให้กับ “สีลม” ย่านที่ต่างชาติชอบมาเที่ยวได้อย่างดี
สัมผัสแรกกับการตกแต่งให้บรรยากาศร้านออกมาเท่ๆ
ด้านหน้าเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่ดูกลมกลืน มีสีเขียวของต้นไม้
มองเข้าไปจะตกแต่งด้วยสีโทนดำ ขับโซฟาแดง ปูนเปลือยดิบ
บางจุดมีความสว่างไม่มากนัก ด้วยแสงไฟ
เหมือนสุภาพบุรุษนิ่งขรึม ปากคาปไปป์ สวมใส่สูทและแว่นดำ
ดูภายนอกเหมือนคนทำตัวลึกลับ “น่าเข้าถึงยาก” – หลายคนคิด
แต่หากได้มานั่ง ผมมั่นใจว่าเราจะเข้าใจในตัวตนของทางร้าน
ที่คงคอนเซปท์แบบ “เท่แต่คูล” เอาไว้ได้เป็นอย่างดี
เป็นร้านอาหารหรูที่ไม่ค่อยมีพิธีรีตรองมากนัก
ผมชอบตรงนี้ ได้ฟีลสบายๆ
กอปรกับความเป็นกันเองของพนักงานที่บริการได้อย่างมืออาชีพ
คอยกวาดตาดู เติมน้ำตลอดเวลา
ที่นี่จะเสิร์ฟเป็นอินฟิวส์มิ้นท์ครับ หอมดี
ร้านนี้แนะนำว่าควรจองมาก่อนครับ
เพราะวันที่ไปพนักงานแจ้งว่ามีแขกพิเศษมาเยอะ
อาศัยว่าผมไปเร็ว อยากจะไปเก็บภาพด้วย
บรรยากาศร้าน Eat Me
เปิดประตูเข้าไปในร้าน จะพบกับความขรึม
สลับกับไฟสลัว และเพลงที่มีกรูฟนิดๆ
ไม่อยากจะคิดถึงตอนเมาเลยครับ ว่าจะฟีลดีขนาดไหน
ร้านเปิดตั้งแต่บ่าย 3 จริงๆ มีอาหารกลางวันให้ทานด้วย
เผื่อใครงานยุ่ง คุยงานเยอะๆ จนลืมเวลา ก็แวะมาก่อนได้
บาร์มีให้บริการทั้ง 2 ชั้น … จิบกันตั้งแต่บ่ายเลยครับ
เมนูอาหารแนะนำ
จากนั้น ก็จะเริ่มให้บริการดินเนอร์ครับ
เริ่มจากขนมปังที่ทางร้านทำแป้งและอบเอง – อร่อยมากครับ
ผมสั่งอาหารมาทาน 3-4 อย่าง ก่อนจะตบท้ายด้วยของหวาน
เอาแบบครบคอร์สเล็กๆ
วันนี้ อาจจะแค่มาลองดูก่อนว่าร้านเป็นอย่างไร
แต่พอได้สัมผัส Eat Me ครั้งนี้แล้ว
ผมว่า ครั้งหน้ามีจัดเต็มแต่นอนครับ – I can![]()
Eat Me Restaurant
เปิดบริการ: ทุกวัน เวลา 15.00 – 01.00 น.
ตั้งอยู่เลขที่: 1/6 ซอยพิพัฒน์ 2 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
โทร: 0-2238-0931

สั่ง “ลาบหมู” มาจิบ
อ่านไม่ผิดหรอกครับ
เป็นเครื่องดื่มสูตรพิเศษของทางร้านที่ใช้วอดก้าเป็นเบส เพิ่มความหอมแบบลาบไทยๆ โดยใช้หอมแดง สะระแหน่ และผักชีมาผสมผสาน ออนท็อปด้วยแฮมเซอร์ราโนอบกรอบ รอบแก้วเป็นเครื่องเทศคั่วหอมๆ
ขอบอกว่าแซ่บมาก จนอยากได้ข้าวเหนียว

ชอบความคลาสสิคแบบเรียบหรูของรูปนี้
ร้านสีโทนดำ ตัดสลับกับโซฟาสีแดง ขับด้วยไฟให้โดดเด่น

อิ่มมาตั้งแต่ขนมปัง อร่อยมาก
แป้งคือดีย์ มีความเหนียวและกรอบตามสไตล์ฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมกับ Olive Oil และถั่วป่น 3 ชนิดนั่นคือเฮเซลนัท อัลมอนด์ และมะม่วงหิมพานต์ คลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศเพิ่มความหอม

Heirloom Tomato Salad สลัดมะเขือเทศแฮร์ลูมเนื้อเยอะ เสิร์ฟพร้อมซุปกัซปาโชเย็นราดกันเดี๋ยวนั้นที่โต๊ะ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับจานนี้ เสิร์ฟพร้อมกับปลาแอนโชวีและแฮมกรอบ
มะเขือเทศรสหวานทานง่ายครับ

เครื่องดื่มอีกตัวที่อยากแนะนำคือ Featherweight ซึ่งได้รับรางวัลจาก REMY & COINTREAU THAILAND 2017 ครับ
เบสด้วยครองทรูต์ หรือ เหล้าไร้สีที่บ่มมาจากส้ม เพิ่มความหอมขึ้นด้วยส้มยุซุโฮมเมดผสมกับผักชีลาว ให้ความเปรี้ยวหวานหอมสดชื่น ออนท็อปด้วยโฟมไข่ขาวและโรสแมรี่
แก้วนี้จิบง่ายให้ความรู้สึกเบาสบายลื่นๆ จิบได้เรื่อยๆ ครับ

Sea Urchin Bruschetta บรูสเค็ตต้าที่ท๊อปด้วยอุนิ หรือไข่หอยเม่นจากญี่ปุ่น พร้อมด้วยเซอร์ราโนแฮมและสาหร่ายโนริ จานนี้อร่อยดีครับ

Grilled Veal Tongue ลิ้นวัวนำเข้าจากออสเตรเลีย ตุ๋นเครื่องเทศนานกว่า 4 ชั่วโมง จนหอมและนุ่มกำลังดี จากนั้นก็นำไปเซียร์เพื่อเพิ่มสัมผัสของการรับประทาน ราดด้วยซอสโฮมเมดสูตรพิเศษของเชฟ ตัดเลี่ยนด้วยกิมจิและแอปเปิ้ลเขียวแบบลงตัว

แกงไตปลา เครื่องดื่มน่าสนใจอีกตัว

Grilled Abalone Plankton Rice เป็นหอยเป๋าฮื้อญี่ปุ่นกริลล์ให้พอสุกปรุงรสด้วยพริกไทย เกลือ ท๊อปบนข้าวริซอสโตปรุงรสด้วยเครื่องเทศและพิเศษด้วยแพลงตอน
จานนี้อร่อยมากครับ

เรื่องราวของ Eat Me และแกลอรี่ศิลปะ
EAT ME มีเจ้าของร้านคือคุณ Darren Hausler และน้องสาว คุณ Cherie Hausler เปิดมากนานกว่า 20 ปี นับเป็นร้านอาหารชื่อดังระดับนานาชาติแห่งหนึ่งของเมืองไทยที่ต่างชาติรู้จัก

ระยะหลังทางร้านได้เพิ่มความเป็นแกลอรี่ด้วยการนำภาพวาดของศิลปินชื่อดังจากทั่วโลกมาประดับ ตามคอนเซปต์ของร้านคือ “Having a good life” หรือการมีชีวิตที่ดี
คือการได้ทานอาหารที่ดี ได้ลิ้มรสไวน์ชั้นดี ได้ชมงานศิลปะ ได้รับการบริการที่ดี ภายใต้บรรยากาศที่เหมาะสม ทุกอย่างคือ “ศิลปะของการใช้ชีวิต” ที่รวมอยู่ด้วยกัน

ผมชอบบรรยากาศของร้านที่ออกแบบได้สวยงามคลาสสิก ผลงานการออกแบบตกแต่งของดีไซน์เนอร์ชาวอเมริกัน “เคลลี่ วีทท์ลี” (Kelly Wheatly)

เริ่มต้นสำรวจร้านจากชั้น 2 ที่จริงมี 3 ชั้น แต่ชั้นบนสุดไม่ได้เปิดบริการทั่วไป จะเป็นกรณีพิเศษ หรือถ้าโต๊ะเต็มจริงๆ
ส่วนชั้น 2 ก็อย่างที่เห็น มีทั้งโซนห้องแอร์เย็นๆ แล้วยังมีส่วนของบริเวณระเบียงด้านนอก ให้ได้เลือกนั่งรับลมธรรมชาติสบายใจ ประดับด้วยแมกไม้สบายตา

มีห้องกระจกส่วนตัวสำหรับกรุ๊ปพิเศษ

ของหวานจานแรก เป็น Sticky Date Pudding เป็นเค้กเนื้อไม่หนักมากแต่หนึบดี ทานคู่กับไอศกรีมโฮมเมด รสวานิลลา ราดด้วยซอสคาราเมล

ของหวานจานต่อมา เป็น Flourless Dark Chocolate Cake เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง เนื้อแน่น ราดด้วยซอสชอคโกแล็ตเข้มข้น

บริเวณบาร์ชั้น 2

ลงมาชั้นหนึ่งก็มีบาร์เช่นกันและใหญ่กว่าครับ เหมาะสำหรับสายปาร์ตี้

มิกซ์โซโลจิส รังสรรค์เครื่องดื่มชั้นเลิศให้เราตลอดเวลา

โซนเอ้าท์ดอร์ด้านนอกร้านบริเวณทางเข้า

ด้านในชั้นหนึ่ง บรรยากาศผมว่าเหมาะสำหรับจัดปาร์ตี้ทานข้าว ดื่มกับกลุ่มเพื่อนเบาๆ ครับ

EAT ME เป็นอีกร้านที่ผมชอบและอยากจะมาอีกครับ ครั้งหน้าจะมาค่ำหน่อย อยากจะมานั่งดริงก์ที่บาร์ เพราะมีเครื่องดื่มอีกหลายตัวมาก ที่อยากลอง
ใครสนใจอย่าลืมจองโต๊ะก่อนนะครับ
คำถามที่พบบ่อย — Eat Me Restaurant
Eat Me อยู่ตรงไหน เปิดกี่โมง ต้องจองไหม
อยู่แถวคอนแวนต์ ย่านสีลม ครับ ร้านเปิดตั้งแต่บ่ายสามโมง มีอาหารกลางวันให้ทานด้วย ใครคุยงานเพลินจนเลยเวลาก็ยังแวะมาได้ทัน บาร์เปิดบริการทั้งสองชั้น จิบกันได้ตั้งแต่บ่าย ก่อนจะเริ่มเสิร์ฟดินเนอร์ต่อในช่วงค่ำ เรื่องจอง แนะนำให้จองมาก่อนครับ วันที่กานต์ไปพนักงานแจ้งว่ามีแขกพิเศษมาเยอะ อาศัยว่าไปเร็วหน่อยเลยได้เก็บภาพก่อนโต๊ะเต็ม ร้านเปิดบริการมากว่ายี่สิบปีแล้ว แต่ยังมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ คอยเติมสีสันให้ย่านสีลมได้ดี
ซิกเนเจอร์ของ Eat Me คืออะไร
ค็อกเทลครับ และเป็นค็อกเทลที่จับทางยาก แก้วแรกชื่อ ลาบหมู ทรงสูง สีเหลืองอำพัน ท็อปด้วย Serrano Ham กรอบเสียบขอบแก้ว จิบแรกเบา ๆ แล้วรสลาบหมูค่อย ๆ ไหลลงคอ เหมือนจนอยากขอข้าวเหนียวมาจิ้มสักปั้น อีกแก้วชื่อ แกงไตปลา เสิร์ฟในแก้วมีหูสีทองแดง ประดับพริกกับเครื่องเทศ จิบแรกเผ็ดร้อน หอมสมุนไพรไทยที่ไปไกลกว่าขิงข่าตะไคร้แบบที่หลายร้านนิยมใช้ ฝั่งอาหารเริ่มด้วยขนมปังที่ร้านนวดแป้งและอบเอง ปิดท้ายด้วย Sticky Date Pudding กับ Flourless Dark Chocolate Cake
บรรยากาศร้านเป็นอย่างไร
เปิดประตูเข้าไปเจอความขรึม ไฟสลัว เพลงมีกรูฟนิด ๆ เป็นร้านอาหารหรูที่ไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง พนักงานเป็นกันเองแต่บริการมืออาชีพ คอยกวาดตาเติมน้ำอินฟิวส์มิ้นท์ให้ตลอด งานตกแต่งเป็นฝีมือดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน Kelly Wheatly อาคารมีสามชั้น ชั้นบนสุดไม่ได้เปิดทั่วไป ใช้เฉพาะกรณีพิเศษหรือตอนโต๊ะเต็มจริง ๆ ชั้นสองแบ่งเป็นโซนห้องแอร์กับระเบียงด้านนอกที่มีแมกไม้ให้นั่งรับลม แล้วยังมีห้องกระจกส่วนตัวสำหรับกรุ๊ป ระยะหลังร้านเพิ่มความเป็นแกลเลอรีด้วยภาพวาดของศิลปินจากทั่วโลก ตามคอนเซปต์ Having a good life
อ่านต่อ — Warehouse – Eat, Drink & Live สีสันใหม่แห่งป่าตอง ภูเก็ต · รีวิว Soneva Kiri เกาะกูด — Chapter 5: Eat Up · รวมรีวิวร้านอาหารและไฟน์ไดนิ่งโดย KANT



