Sunday 28 June 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·21 Sep 2020

รีวิว Six Senses Samui

Words & Photography · KANT
พูลวิลล่าหลังคามุงจากพร้อมสระส่วนตัวซ่อนตัวในป่าเขียว มีเตียงอาบแดดริมสระ

Last Updated: 27 June 2026

ENGLISH SUMMARY — HOTEL REVIEW

Six Senses Samui is a five-star resort on a headland above Choeng Mon Beach in northern Koh Samui, holder of Two Michelin Keys. This KANT review covers its private pool villas tumbling to the Gulf of Thailand, its sunrise-and-sunset views, and the brand’s sustainability and wellness ethos. Rates start around THB 14,000 per night.

สรุปตรง

Six Senses Samui คือรีสอร์ต 5 ดาว 66 พูลวิลล่าสองชั้นบนแหลมหัวเหนือสุดของเกาะสมุย ใกล้หาดเชิงมน วิลล่ากระจายไล่ระดับบนไหล่เขาเปิดวิวอ่าวไทยและหมู่เกาะรอบข้าง สร้างด้วยไม้และวัสดุรีไซเคิลตามปรัชญานิเวศของ Six Senses จุดที่ทำให้ต่างจากรีสอร์ตสมุยทั่วไปคือการผสานความหรูกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง ตั้งแต่สวนออร์แกนิกไปจนถึงการลดพลาสติก และได้รางวัล MICHELIN Key ไฮไลต์คือ Dining on the Rocks ห้องอาหารบนเดคหินที่ยื่นออกไปเหนือทะเล และ Dining on the Hill ที่เสิร์ฟอาหารไทยและซีฟู้ดย่าง จุดขายคือพูลวิลล่าวิวทะเลที่เป็นส่วนตัวและใส่ใจสิ่งแวดล้อมระดับต้นๆ ของเกาะ ราคาเริ่มต้นหลักหมื่นสี่ต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.8 / 5
Locationหาดเชิงมน · เกาะสมุย
Priceเริ่มต้นราว 14,000 บาท/คืน
Class5-star
แขกแช่น้ำในสระขอบไร้ขอบ มองทะเลยามแสงทองสาดส่อง

👍🏻✨#นี่คือรีสอร์ตที่บนเกาะสมุยที่กานต์ตกหลุมรัก

เชื่อว่าหลายคนก็คงชอบและอยากมาพักที่นี่บ้างเช่นกัน

กับ Six Senses Samui🏝

ชื่อ Six Senses คงไม่ต้องอธิบาย

เกี่ยวกับแบรนด์คาแรกเตอร์มากนัก

เพราะเป็นรีสอร์ตที่นักเดินทางทั่วโลก

กดไลค์ให้คะแนนสูงตลอดเวลา

แต่สำหรับกานต์ ที่ Six Senses Samui

อาจจะมากไปกว่าที่อื่นหน่อย

ประทับใจในความเฟรนด์ลี่ สนุกสนานเป็นกันเอง

ของ GM คือคุณแกรี่ (Gary)

เป็นคนที่อารมณ์ดีตลอดเวลา

เจอหน้าผมทีไรก็เรียกชื่อและชวนคุย เฮฮาตลอด

เชื่อว่า คุณแกรี่เป็นผู้ที่รังสรร

ให้ที่ Six Senses Samui มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

รวมถึงวิลล่าโฮส ที่นี่จะเรียกว่า GEM

ย่อมาจาก Guest Experience Maker ที่ดูแลอย่างดี

สงสารมากตอนที่สั่ง room service

แล้วต้องแบกถาดอาหารขึ้นลงมาเสิร์ฟ

เพราะห้องที่กานต์พักในทริปนี้คือ

Ocean Front Pool Villa Suite

จะต้องเดินลงเพราะอยู่ติดทะเล

แต่ก็ทำให้ได้วิวที่เด็ดกว่าห้องอื่น

คือยื่นหน้าไปหาทะเลเลยครับ วิวดีแบบไม่มีอะไรกั้น

วิลล่านี้จะมีสระว่ายน้ำส่วนตัว หันหน้าออกไปยังทะเล

ในทุกมิติ ทั้งห้องรับแขก ห้องนอน หรือแม้กระทั่งอ่างอาบน้ำ

เป็นการแช่อ่างในบรรยากาศที่ฟินมากครับ

อยากแนะนำห้อง type นี้เลย

มาตรฐานการบริการทุกอย่างดีงาม

ตามแบบฉบับของ Six Senses เชนดังระดับโลก

แต่ที่เหนือกว่าคือเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในรีสอร์ต

ในแบบ Eco-Friendly ครับ

ผมแปลกใจตอนที่คุณแกรี่

ชวนผมไปเดินเล่นชมสวน แปลงผัก คอกแพะ ฟาร์มเป็ด เล้าไก่ ….

เป็นแม่ไก่พักร้อนอารมณ์ดีเสียด้วย 555

จากนั้น ไปชมบ่อบำบัดน้ำเสีย การแยกขยะ ทำปุ๋ยหมัก และเตาเผาฟืน

เวลาที่รื้อไม้เก่าๆ ที่ผุผังแต่ยังไม่เอาไปทิ้ง

เรียกได้ว่า เป็น Zero Waste Green Resort ขนานแท้

รีสอร์ตยุคใหม่ ไร้ขยะเป็นศูนย์

ต้องยกนิ้วให้คุณแกรี่และปรบมือให้กับพนักงานที่นี่ทุกคนครับ

การเข้าพักรีสอร์ตของผมในแต่ละครั้ง

จะพยายามหาแง่มุมใหม่ๆ มาเล่าให้ฟัง

ให้มากกว่าการแชร์ประสบการณ์เข้าพักแบบธรรมดาทั่วไป

เพราะผมเชื่อว่า

#ในทุกวินาทีชีวิตเราทุกคนล้วนมีความหมายและน่าจะดีกว่าถ้าเราได้ร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆบนโลกใบนี้ให้แก่กัน

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ

ในการเข้าพักที่ Six Senses Samui ของกานต์

อยากชวนให้เปิดอ่านไปทีละรูปครับ

#SixSenses#SixSensesSamui#IHG

Director & Photographer – Kant Jominta

FACEBOOK – KantJournal

INSTAGRAM – KantJournal

YOUTUBE CHANNEL – KantJournal

WEBSITE – www.KantJournal.com

Six Senses Samui อยู่ในย่านท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง เชิงมนครับ แต่แยกตัวออกมาเป็นแหลมยื่นไปต่างหาก ในลักษณะ 270 องศา ทำให้ได้มุมทะเลที่สุดลูกหูลูกตาและวิวแต่ละด้านก็จะต่างกันออกไป

แต่วิวที่สระว่ายน้ำกลางคือดีต่อใจมากครับ สระว่ายน้ำแบบ Infinity Pool ที่เห็นวิวทะเลสวยแบบ 180 องศา

ภาพมุมสูงของแหลมที่ตั้งวิลล่าหลังคามุงจากท่ามกลางแมกไม้ริมทะเลสมุย

ภาพมุมกว้าง แสดงให้เห็นตัววิลล่าที่ตั้งกระจัดกระจาย ลดหลั่นกันออกไป และไม่มีการบังวิวกันครับ ห้องผมจะอยู่ด้านล่างมุมขวา เป็น Ocean Front Pool Villa Suite ติดทะเลกันเลยทีเดียว จึงเหมาะมากสำหรับใครที่อยากอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ พักผ่อนอยู่ในวิลล่า ไม่อยากออกไปไหนแบบผม

ชายรับบริการนวดในห้องทรีตเมนต์ที่เปิดวิวทะเลรอบด้าน

สปา ของ Six Senses ขึ้นชื่ออยู่แล้วครับ ทั้งเรื่องทรีตเมนท์ และเทอราพิส แต่ที่ทำให้ Spa ของ Six Senses Samui โดดเด่นกว่าก็คือวิวในห้องนวดนี่แหละครับ

นวดไปมองวิวทะเลไปแบบพาโนรามา ช่วยให้เสริมความผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้นไปอีก

แนะนำเลยครับ

วิวชายฝั่งกับทะเลสีครามและแหลมเขียวขจี

ผมชอบภาพนี้จัง จำได้ว่าเป็นการกดชัตเตอร์ ตอนกำลังทานอาหารเช้าอยู่ในวิลล่า และมีเครื่องบิน บินผ่านมาพอดี พร้อมกับเรือสปีดโบ๊ทที่วิ่งสวนกัน

เล่าถึงการเดินทางเข้าออกเกาะสมุย ทางเครื่องบินกับสายการบิน Bangkok Airways บินตรงจะสะดวกที่สุดครับ จากนั้นจะมีรถของแต่ละรีสอร์ตมารอรับ ส่วนใครจะนั่งเรือเที่ยว ก็มีให้บริการเช่นกัน

ภาพนี้เลยถูกใจกานต์ เป็นพิเศษครับ

ภาพมุมสูงของวิลล่าหลังคามุงจากกระจายตัวบนเนินป่าของ Six Senses Samui ยามแสงทอง

เช็คอินแล้ว GEM จะพาเรานั่งรถบัคกี้มาที่วิลล่าครับ ที่นี่จะมีทั้งหมด 6 roomtypes ด้วยกัน คือ

•Hideaway Villa
•Pool Villa
•Ocean View Pool Villa
•Ocean Front Pool Villa
•Ocean Front Pool Villa Suite
•The Retreat

ซึ่งวิลล่าของกานต์จะเป็นแบบ Ocean Front Pool Villa Suite ขนาดพื้นที่ใช้สอย 300 ตารางเมตร มีสระว่ายน้ำอยู่ด้านล่าง พร้อมที่นั่งพักผ่อนที่แยกออกไปบริเวณด้านข้าง

พอมองเห็นผมไหมครับ ว่าพักอยู่ห้องไหน 

พูลวิลล่าหลังคามุงจากพร้อมสระส่วนตัวซ่อนตัวในป่าเขียว มีเตียงอาบแดดริมสระ

เฉลยยยย วิลล่านี้นี่เองครับ บรรยากาศดีมาก อย่างที่เห็น เป็นวิลล่าที่อยู่ด้านล่าง แต่หน้าติดทะเล ทำให้ไม่มีใครมาบังวิวพันล้านของเรา

ด้านบนเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ห้องนอนและโซนอาบน้ำที่มีอ่างติดกระจกใส มองเห็นวิวทะเลเช่นกัน

ผมชอบมุมด้านล่างข้างสระว่ายน้ำนี้มาก มีความเป็นส่วนตัวดีครับ แถมยังเย็นสบาย มีลมพัดไปมาตลอดทั้งวัน เหมาะแก่การพักผ่อน อ่านหนังสือ เล่นเกม ทำอะไรก็ได้ที่เราอยากทำ

ภาพมุมสูงของเด็คไม้สำหรับรับประทานอาหารที่ยื่นออกบนยอดเนินกลางป่า

วิลล่าของผมยังมีความพิเศษคือมีเทอเรสด้านข้าง เอาไว้นั่งพักผ่อนได้เช่นกัน ในบรรยากาศของต้นไม้ครึ้ม ที่คอยให้ร่มเงา เราสามารถนั่งตรงนี้ได้ทั้งวัน ให้ธรรมชาติทำหน้าที่ปลอบประโลมความรู้สึก

ห้องนอนวิลล่ากับเตียงเสาสี่เสาคลุมมุ้ง งานไม้และวิวทะเล

ห้องนอนกว้างมาก หัวเตียงเป็นกระจกใส มองเห็นด้านนอก ใช้การตกแต่งแบบธรรมชาติมีไม้เป็นวัสดุหลัก ที่นี่กลางคืนต้องกางมุ้งนอนนะครับ จะได้อารมณ์ติดเกาะไปอีกแบบ เตียงค่อนขว้างกว้างนุ่มและดูดวิญญาณมาก สามารถนอนดูวิวทะเลสวยๆ ได้จากบนเตียงกันเลยทีเดียว

มุมต่าง ๆ ของวิลล่า ทั้งระเบียงพร้อมเดย์เบดวิวทะเลและตัวอาคารไม้

ห้องนอนจะอยู่ตรงกลาง ฝั่งซ้ายบริเวณทางเข้าจะเป็น Living Room หรือว่าส่วนพักผ่อนที่รายล้อมด้วยกระจกใส เพื่อให้โอบรับกับธรรมชาติได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

โซฟาสีเขียวมะนาวก็ช่วยให้เราสดชื่นได้ทันทีที่เห็น เวลามาเจอวิลล่าที่มีความเป็นธรรมชาติสูงแบบนี้ ผมชอบปิดแอร์แล้วเปิดประตูหน้าต่าง ให้ได้สัมผัสลมธรรมชาติอย่างเต็มที่ครับ

เช้าๆ แบบนี้ที่สมุยอากาศดีนักแล

ชุดชา TWG และของต้อนรับจัดวางในตะกร้า

ฟรีมินิบาร์ ดูจะน้อยไปหน่อย มีชา กาแฟแคปซูลตามสูตร

ห้องน้ำกับอ่างล้างหน้าคู่ กระจกสองบานและเคาน์เตอร์ไม้

ถัดไปด้านในสุดจากห้องนอนจะเป็นโซนห้องน้ำ ที่นี่แยกส่วนกัน His & Her ครับ และมีห้องน้ำแยกมาอีกต่างหาก อ่อ!! ที่ห้องนั่งเล่นก็มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำขนาดใหญ่เหมือนกัน จริงๆ วิลล่านี่น่าจะพักได้ 4 คนนะ สบายๆ เลย

ภายในวิลล่ามองออกกระจกบานสูงสู่ทะเลและแมกไม้

ถัดจากอ่างล้างหน้า คืออ่างอาบน้ำ วิวพาโนราม่าครับ วิวดีมาก ยอมรับเลย นอนแช่อ่างได้ทั้งวัน ตามสูตรของคุณกานต์

ขวดเครื่องอาบน้ำเรียงบนโต๊ะไม้ ฉากหลังเป็นใบไม้เขียว

ที่นี่เป็น Eco-Friendly รักโลกแบบสุดๆ ครับ Amenities ที่ใช้ จึงใส่ขวดเซรามิค ไม่ใช่ขวดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง

ชายซับผมด้วยผ้าขนหนูริมผนังไม้ไผ่

ด้านนอกมีชาวเวอร์แบบเอ้าท์ดอร์ กั้นด้วยไม้ไผ่ ผมอาบตรงนี้ทุกวันเลย รู้สึกเบาสบาย เหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ

ภาพมุมสูงของสระส่วนตัวในวิลล่า พร้อมร่มและเด็คไม้

สระว่ายน้ำที่วิลล่า ถือว่าใหญ่พอสมควร จริงๆ สระว่ายน้ำพวกนี้ ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการนั่งแช่น้ำ เล่นน้ำพักผ่อนมากกว่าออกกำลังกาย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นไปที่สระว่ายน้ำส่วนกลางีดกว่า จะใหญ่จะยาวกว่านี้มาก

ส่วนเราก็นะ สระว่ายน้ำในวิลล่ามีไว้ถ่ายรูป อัพไอจีตามประสา

ภาพมุมสูงของสระว่ายน้ำทรงยาว แขกลอยตัวอยู่ในน้ำ

ถ้าอยากได้เหงื่อมาที่สระว่ายน้ำส่วนกลางเลยจ้า ทั้งใหญ่ทั้งยาว สามารถครองความเป็นเจ้าสระได้สบายๆ ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ตรงนี้จะเป็นมุมที่ฟินที่สุดครับ

ชายวิ่งออกกำลังริมทะเลยามอาทิตย์อัสดง

ถ้าไม่เชื่อว่าพระอาทิตย์ตกที่นี่ สวยฟินๆ ผมมีรูปนี้มายืนยันการันตี

ศาลาพักผ่อนกับผ้าใบสีขาวเหนือสระสะท้อนเงาริมทะเล

พื้นที่ส่วนกลางจะมีสระเล็กๆ อีกแห่งอยู่ที่บีชบาร์ครับ สามารถมานั่งเล่น จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ทานอาหารและพักผ่อนได้ที่นี่

ชายชุดยีนส์นั่งใต้ผ้าใบสีขาวริมสระที่เปิดสู่ทะเล

มุมเสาและตาข่ายกลางน้ำก็ถือเป็น Signature ของที่นี่ครับ ใครมาก็ต้องถ่ายภาพมุมนี้กันทุกคน

แต่คนที่ถ่ายมุมนี้แล้วสวยมาก คือบี น้ำทิพย์ ตอนที่มาถ่ายแบบให้กับ Surround ของพี่ตุ๊ วีระพจน์ อัศวาจารย์ ช่างภาพชื่อดัง

ภาพมุมสูงของอ่าวหาดทรายและเนินป่าที่ตั้งวิลล่า

ภาพมุมสูงยามเช้าที่ Chill on the Beach ครับ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ทานอาหารกันได้ที่นี่ และยังเป็น Water Sport Center มีให้เลือกเยอะเลยครับ ผมเล็งพายเรือคายัคเอาไว้

โซนนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางอีกแห่งที่เราสามารถมานั่งเล่นพักผ่อนบริเวณนี้ได้ตลอดทั้งวัน

ภาพมุมบนของเรือคายัคสีฟ้าบนผืนน้ำเข้ม

เป็นความยากลำบากในการถ่ายรูปและต้องพายเรือคายัคไปในเวลาเดียวกัน

ยอมรับว่าเป็นความสามารถพิเศษที่แสนภาคภูมิใจในการถ่ายรูปตัวเอง แม้ในภาวะวิกฤติ 555

แต่เพื่อรูปสวย ต้องอดทน

เตียงอาบแดดและร่มบนหาดทรายขาวริมทะเล แขกนั่งพักผ่อน

พายเรือวนไป จนหมดแรง นอนชิลล์ที่บีชนี่แหละ

มุมต่าง ๆ ของวิวทะเลและเกาะ ทั้งวิลล่ามุงจากและร่มริมเด็ค

ไปสปากันดีกว่าครับ ความดีงามของสปาซิกซ์เซนส์ทุกแห่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องทรีตเม้นท์หรือการจับเส้น แต่ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสปาที่สมุยคือวิวครับ

ศาลาสปาหลังคามุงจากกับเตียงนวดสองเตียงเปิดวิวทะเล ผนังโทนส้ม

นอกจากวิวทะเลที่มองผ่านจากในวิลล่าสปา จุดเด่นของสปาที่นี่คือการนำเสนอทรีตเมนต์เพื่อคลายความเครียดที่เน้นการนำเสนอความงามภายในของเราออกมา

ชายรับบริการนวดในห้องทรีตเมนต์ที่เปิดวิวทะเล

เทอราพิสที่นี่จะมีวิธีการนวดที่เรียกว่า “high touch”, not “high tech” เป็นการถ่ายทอดสัมผัสจากมือและพลังในร่างกายของคนนวดส่งมาสู่เราครับ ซึ่งจะรู้สึกได้ถึงการส่งพลังเพื่อคลายจุดปวด

ศาลาหลังคามุงจากท่ามกลางทุ่งหญ้าสูงยามแสงทอง

ปกติที่ Six Senses Samui จะมีห้องอาหารหลักอยู่ 2 แห่งคือ Dining on the Rocks ซึ่งจะอยู่ตรงแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลพอดี กับ Dining on the Hill และเป็น Wines on the Hill ด้วย แต่ช่วงนี้จะเปิดเฉพาะ Dining on the Hill และไวน์บาร์ ซึ่งจะได้วิวในช่วงพระอาทิตย์ตกดินครับ

ศาลาร้านอาหารหลังคามุงจากเป็นเงาตัดกับท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดงเหนือทะเล

เป็นโมเมนต์ที่สวยมาก ห้องอาหาร Dining on the Hill ผมสามารถเดินมาจากในวิลล่ามาทานได้เลยเพราะอยู่ใกล้ๆ กัน

บรรยากาศก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ

แขกนั่งรับประทานอาหารในศาลาเปิดโล่งที่มองออกสู่ทะเลยามเย็น

ผมว่าทานดินเนอร์ที่นี่ บรรยากาศดีมากเลยนะ เห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา

ระเบียงรับประทานอาหารยามโพล้เพล้กับต้นไม้และฟ้าสีม่วง วิวทะเล

เป็นมุมดินเนอร์ที่โรแมนติกมากครับ เรานั่งตั้งแต่ฟ้ายังสว่าง จนกระทั่งความมืดเข้ามาครอบงำ ฟ้าเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีฟ้าอมชมพู ทำให้ฉุกคิดได้ว่า ในทุกวินาทีที่ผ่านไป เหมือนชีวิตคนเราก็อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเช่นกัน ไม่มีใครรู้อนาคตข้างหน้า ว่าจะสวยงามหรือเศร้าหมอง เราเพียงแต่ต้องเตรียมใจรับมืออย่างมีสติ อยู่กับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละวินาทีให้ได้

ภายในร้านอาหารกับโต๊ะเก้าอี้ไม้ใต้หลังคามุงจาก

ห้องอาหารใหญ่มากครับ เป็นห้องอาหารหลัก เช้า กลางวัน เย็น เราทานกันที่นี่ ถัดไปอีกฝั่งเป็น Wines on the Hill บรรยากาศดีเหมาะสำหรับคนที่อยากหาอะไรเย็นๆ เบาๆ จิบสักหน่อยก่อนนอน

ห้องนอนวิลล่ากับเตียงคลุมมุ้งและงานไม้โทนอุ่น

ผมเปรียบเทียบช่วงกลางวันกลับกลางคืน หลังจากแม่บ้านเทิร์นดาวน์เสร็จ เอามุ้งลง พร้อมเตรียมสลิปเปอร์ และน้ำดื่มไว้ให้บนหัวเตียงเรียบร้อยครับ

ชายในเสื้อคลุมขาวพักผ่อนบนเตียงยามเช้า

หลายคนชอบนอนปิดม่าน แต่ผมกลับชอบนอนเปิดม่านไว้ทั้งคืน ให้แสงแดดคอยปลุกให้เราตื่นโดยธรรมชาติ และเช่นเคยครับ ตื่นมาก็ต้องทำงานที่เรารักก่อน โดยการเช็คเมลล์ ตอบข้อความและอัพเดทข่าวสารกันสักเล็กน้อย

เดี๋ยวนี้ จะไปไหนก็สะดวกครับ กลายเป็น Nomad ไปโดยปริยาย มี Macbook ตัวนึงเราก็ไปทำงานได้ทุกที่

มุมต่าง ๆ ของอาหารเช้าบนเด็คที่มองออกสู่ทะเล

เช้านี้ ผมทานอาหารในวิลล่าครับ ให้ บริกรจัดไว้บริเวณระเบียงด้านล่างริมสระน้ำ จะได้ชมบรรยากาศยามเช้าๆ ไปด้วย ทานอาหารอร่อยๆ ไปด้วย

อาหารสามารถเลือกได้ว่าจะรับอะไรบ้าง ก็แจ้งทางห้องอาหารเอาไว้ก่อนได้ครับ

ภาพมุมบนของสำรับอาหารเช้าบนโต๊ะไม้ ทั้งขนมปัง ผลไม้ และเครื่องเคียง

ส่วนเช้าของอีกวัน ผมไปทานที่ห้องอาหาร Dining on the Hill ครับ ก็มีเมนูให้เลือกหลากหลายดี ช่วงนี้จะเน้นเป็นสั่งจากพนักงานก่อนนะครับ

แต่เริ่มต้น พนักงานจะเสิร์ฟขนมปังพร้อมดิปและผลไม้ ให้เราได้ทานกันก่อนครับ

มุมต่าง ๆ ของครัวฟาร์มทูเทเบิล ทั้งเตาอบฟืน ขนมปัง และมะพร้าว

แวะไปดูแต่ละสเตชั่น ก็ยังมีไลฟ์คุ๊กกิ้งเช่นเคย ปรุงอาหารเสิร์ฟกันสดๆ จากเตา บรรยากาศก็เหมือนช่วงก่อนโควิดเลยครับ เพียงแต่ไม่วุ่นวาย เราไม่ต้องเดินไปหยิบเอง อยากทานอะไรก็สั่งได้จากพนักงาน

ผมทานเกาเหลากระดูกหมูอ่อนตุ๋นไป 2 ชาม เช้าๆ ทานอะไรร้อนๆ อร่อยมาก

มุมนั่งเล่นกับโซฟาสีน้ำเงินใต้ชายคามุงจากท่ามกลางป่าเขียว

เสร็จจากห้องอาหารก็รอรถบัคกี้มารับ ผมสังเกตว่า ที่ Six Senses Samui จะมีศาลาพร้อมที่นั่ง เบาะนุ่มๆ ตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ริมถนน คล้ายศาลาริมทาง

เอาไว้ให้แขกนั่งรอรถมารับ จะได้สบายๆ โอวว ใส่ใจในรายละเอียดมาก แถมออกแบบให้ดูมีกิมมิคดี ส่วนตัวชอบมากครับ

มุมต่าง ๆ ของเรือนไม้และฟาร์มบนเนินท่ามกลางแมกไม้

งานสถาปัตยกรรมที่นี่ นอกจากจะเน้นสัจจะวัสดุที่เป็นพวกไม้แล้ว งานออกแบบฟังก์ชั่นต่างๆ ยังดูกลมกลืนอีกด้วย เช่นถังดับเพลิง (ผมก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละอยู่หน้าบ้านเลย สะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัย) มีการทำตู้ไม้ครอบไว้ ดูเข้ากันดี

ส่วนกล้อง CCTV ก็ทำเป็นแบบรังนก ดูไม่ออกเลย ถังขยะก็เก๋ดี ทำเป็นบ้านไม้วางไว้เป็นจุดๆ ทั่วรีสอร์ต ดูออกแบบได้กลมกลืนมากครับ สมกับความเป็น Eco-Friendly

ป้ายไม้ Farm on the Hill ของ Six Senses Samui กับทางเดินไม้สไตล์รัสติก

และด้วยคอนเซปต์แบบ Eco-Friendly ที่นี่เองจึงมี Farm on the Hill ไว้สำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศน์เล็กๆ ภายในรีสอร์ตครับ ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติ

มีทั้งการปลูกผัก เลี้ยงแพะ บ่อปลา ฟาร์มเป็ด เล้าไก่ ไปจนถึงบ่อพัก บ่อบำบัดน้ำเสีย และอื่นๆ อีกมากมาย

เหล่านี้เป็นไฮไลท์ที่คุณแกรี่ จีเอ็มของทางรีสอร์ตภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมาก แต่ก็จริงนะครับเพราะน้อยนักที่จะได้เห็นรีสอร์ตที่เน้นเรื่องการใส่ใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นนี้

มุมต่าง ๆ ของเล้าไก่ในฟาร์มของรีสอร์ต

ฟาร์มแม่ไก่ใจดี ตั้งชื่อว่า Chicks on Vacation ไปพักร้อนกันทั้งเล้าเลยจ้า ไก่ที่นี่จะแฮปปี้อยู่กันตามธรรมชาติ ที่สำคัญเราได้เดินไปเก็บไข่เพื่อนำไปปรุงอาหารเช้ากันสดๆ อีกด้วย

มุมต่าง ๆ ของพรรณไม้เขียวครึ้ม ดอกลั่นทมขาว และทางเดินในสวน

ถัดไปเป็นแปลงผักและเพาะพันธุ์พืช เน้นหนักไปที่ผักสวนครัว วัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร ปลูกกัน เด็ดกันสดๆ ตรงนี้เลยครับ รับประกันเรื่องความสะอาด ปลอดภัย ไร้สารพิษ

มุมต่าง ๆ ของเรือนรัสติกและเตาอบฟืนในสวน

เมื่อเดินเข้าไปด้านในสุดจะเป็น โซนบำบัดไม่ว่าจะเป็นการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ จะได้เป็นการประหยัดทรัพยากร (ยิ่งเป็นเกาะด้วยเรื่องน้ำคือสำคัญมาก) มีห้องสำหรับบ่มเศษอาหารที่จะนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักและมีเตาเผาถ่าน ที่นำเศษไม้จากการรื้อสิ่งปลูกสร้าง หรือป้ายบอกทางต่างๆ มาทำเป็นเชื้อเพลิง เรียกได้ว่า Eco-Friendly แบบ Zero Waste กันเลยทีเดียว

ภาพมุมสูงของชายฝั่งทะเลสีเทอร์ควอยซ์กับแหลมเขียวขจี

#โดยสรุป หากคุณกำลังมองหารีสอร์ตเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ใกล้ชิดธรรมชาติแบบ Eco-Friendly มีการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี ในบรรยากาศของท้องทะเลที่สวยงาม ผมแนะนำให้มาที่ Six Senses Samui ยิ่งตอนนี้มีโปรเราเที่ยวด้วยกัน ราคาลดลงมากว่าเดิมมาก อยากแนะนำที่นี่จากใจจริง

ทางรีสอร์จมีข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าชาวไทยตั้งแต่วันนี้ ถึง 22 ธันวาคมนี้

ราคาห้องพักเริ่มต้นเพียง 7,900 บาท ต่อวิลล่าต่อคืน
สิทธิ์การซื้อบัตรเงินสดมูลค่า 4,000 บาท สำหรับใช้จ่ายในรีสอร์ท ในราคาเพียง 2,000 บาท

อัพเกรดห้องพักฟรีทันที เมื่อเข้าพักในช่วงเดือนกันยายน พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย

สำรองห้องพักและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 077 245 678 หรืออีเมล reservations-samui@sixsenses.com หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/JustForResidents

คำถามที่พบบ่อย

Six Senses Samui อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

ตั้งอยู่บนแหลมหัวเหนือสุดของเกาะสมุย ใกล้หาดเชิงมน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขับรถจากสนามบินสมุยราว 15 นาที โดยรีสอร์ตมีบริการรถรับส่ง (ราว 900 บาทต่อเที่ยวสำหรับสองคน) ทำเลบนไหล่เขาทำให้แทบทุกวิลล่าเปิดวิวอ่าวไทยและหมู่เกาะแบบไม่มีอะไรบัง และยังอยู่ใกล้สนามบินกว่ารีสอร์ตหรูหลายแห่งบนเกาะ

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

ราคาเริ่มต้นราว 14,000 บาทต่อคืน ปรับขึ้นตามประเภทวิลล่าและฤดูกาล ไปจนถึงวิลล่าหลายห้องนอนพร้อมสระส่วนตัวและบัตเลอร์ ด้วยความเป็นพูลวิลล่าทุกหลัง ปรัชญาความยั่งยืนของ Six Senses และรางวัล MICHELIN Key ราคานี้อยู่ในกลุ่มรีสอร์ตหรูที่สุดของสมุย และคุ้มสำหรับคนที่ให้ค่ากับความเป็นส่วนตัวและวิว

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

พูลวิลล่า 66 หลังบนไหล่เขาที่เปิดวิวอ่าวไทยและสร้างจากไม้กับวัสดุรีไซเคิลตามปรัชญานิเวศของ Six Senses คือหัวใจ ไฮไลต์ด้านอาหารคือ Dining on the Rocks ห้องอาหารบนเดคหินที่ยื่นออกเหนือทะเล และ Dining on the Hill ที่เสิร์ฟอาหารไทยและซีฟู้ดย่าง รวมถึง Six Senses Spa และโปรแกรมเวลเนสที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ ทำให้ที่นี่ขายประสบการณ์มากกว่าแค่ที่พัก

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.