Thursday 9 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·18 Oct 2021

รีวิว Hotel Des Artists Ping Silhouette

Words & Photography · KANT

Last Updated: 30 June 2026

ENGLISH SUMMARY

Hotel des Artists Ping Silhouette is a riverside boutique hotel in Chiang Mai’s Ping River district, part of the design-minded Hotel des Artists group. This KANT review covers its 19 colonial-Asian styled rooms, its private art gallery, and its quiet riverfront location near temples and restaurants. Rates start around THB 3,200 per night.

สรุปตรง

Hotel des Artists Ping Silhouette คือบูทีกโฮเทล 19 ห้องริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก ย่านวัดเกต เชียงใหม่ เป็นรีสอร์ตแบบผู้ใหญ่ (adults only) จุดที่ทำให้ต่างจากที่พักทั่วไปคืองานออกแบบที่อ้างอิงตึกแถวพ่อค้ายุคเก่าของย่านวัดเกต ซึ่งเป็นย่านพหุวัฒนธรรมเก่าแก่ริมแม่น้ำปิง ผสมกลิ่นอายเอเชีย-ตะวันตก พร้อมแกลเลอรีศิลปะส่วนตัวและสวนที่ลาดลงสู่แม่น้ำ มีคาเฟ่ Café des Artists ริมน้ำและสระว่ายน้ำกลางแจ้ง จุดขายคือบูทีกดีไซน์ขนาดเล็กที่เงียบและเป็นส่วนตัวริมแม่น้ำปิง ห่างจากความวุ่นวายของเมือง ราคาเริ่มต้นหลักสามพันต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.7 / 5
Locationริมแม่น้ำปิง · เชียงใหม่
Priceเริ่มต้นราว 3,200 บาท/คืน
ภาพปกรีวิว Hotel Des Artists, Ping Silhouette กับแขกแช่อ่างอ่านหนังสือพิมพ์ในบรรยากาศย้อนยุค

รีวิวนี้ขอสวมบทองค์ชายสี่🤴

🏮ไปพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมริมแม่น้ำปิง เชียงใหม่

อากาศกำลังสบายลมพัดหวิวๆ นอนให้ต้นหลิวฟาดหน้า‼️

อยากบอกว่ากานต์รู้จักโรงแรมเครือ Hotel Des Artists เป็นครั้งแรก

ก็ตอนที่เห็นฟีดขึ้นมาว่า สาขาเขาใหญ่ ปิดกิจการ

อ่าว!! แล้วสรุปยังเหลือที่ไหนบ้างล่ะเนี่ย

สุดท้ายมาลงที่เชียงใหม่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงบริเวณชุมชนวัดเกตุฯ

ฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดวโรรส หรือกาดหลวง

ไว้แวะไปซื้อไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่มดำรงค์ ตอนขากลับได้ง่าย

ผมว่าที่ Hotel Des Artists, Ping Silhouette แห่งนี้

ดีไซน์ Modern Chinoiserie ริมแม่น้ำปิง

งานดีไซน์คือดี มาในสไตล์ “Modern Chinoiserie”

เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนและตะวันตกเข้าด้วยกัน

เป็น Boutique Hotel แต่มุมถ่ายรูปประมาณล้านสี่

คุมตีมการออกแบบได้ดี ชอบการจัดวางสีในแพทเทิร์นต่างๆ

เช่นโคมไฟสีแดง ตัดกับพื้นสีน้ำเงินและโคมไฟสีเหลือง เป็นต้น

ได้ฟีลโรงเตี๊ยมจีนในหนังกำลังภายในสไตล์โมเดิร์น

อยู่ๆ ไปชักจะอินจัด เผลอเรียกพนักงานว่า เสี่ยวเอ้อ ทุกที

ก่อนจองก็หาดูจะหาข้อมูลยากไปสักหน่อย

เวปไซต์มีนะ แต่ ไม่ยอมจ่ายตังค์ โดเมนจึงหมดอายุไปแล้ว

ต้องดูผ่านเพจเฟซบุ๊คแทน https://www.facebook.com/hotel.ping.silhouette

สรุป ผมพักห้อง type สูงสุด River Room อยู่ชั้นบนสุดเลย

กะว่าจะนอนชิลล์ๆ มองวิวริมแม่น้ำปิง … ป่าวเลย

กิ่งต้นหลิวบังเต็มไปหมด จริงๆ ต้องเรียกว่า Pool View ถึงจะถูก

แนะนำสำหรับใครจะมาพักที่นี่ว่า ให้เลือกเป็นห้อง Willow Room ดีกว่า

ตัวห้องพักจะไม่ได้อยู่บนตึก แต่จะอยู่ด้านล่างติดกับสวนต้นหลิวใกล้แม่น้ำ

ชอบตรงที่มีประตูหน้าบ้านเปิดออกได้ เอาไว้นั่งจิบชาชมสวน เก๋กว่าเยอะ

แต่ห้อง River Room ก็มีข้อดี คือห้องกว้างกว่าและมีอ่างอาบน้ำ

ของโปรดของคูมกานต์เค้า เลยต้องแช่อ่างนานๆ บ่อยๆ เอาให้คุ้มหน่อย

ตอนที่ไปพักอาหารเช้าไม่มีให้นะครับ จะจ่ายตังค์เพิ่มก็ไม่มีขาย

พนักงานแนะนำว่า ถ้าหิวก็ให้เดินไปซื้อที่กาดหลวงมาทานได้

มีจานช้อนเตรียมไว้ให้ เข้าใจว่าตอนนี้คงมีข้าวเช้าให้ทานแล้วล่ะ

เสียดาย อดทานข้าวในวิวสวนต้นหลิว ร้านอาหารตกแต่งสวยดี

ตอนที่ไป Afternoon Tea Set ก็ไม่มี (ตอนนี้คงมีแล้ว)

ผมเลยต้องอาศัยร้านกาแฟด้านหน้าในการเพิ่มคาเฟอีน

คาเฟ่สวยดี จริงๆ ไม่ต้องมาพักก็แวะมานั่งเล่นได้เช่นกันครับ

ไปชมภาพโรงแรม Hotel Des Artists Ping Silhouette

ที่กานต์ถ่ายมาฝากกันดีกว่า คอลเลคชั่นนี้ลองทำสีโทนฟิล์ม

ออกแนววินเทจนิดๆ ผมคิดว่าฟีลลิ่งมันเข้ากันดีกับรูปครับ

River Room ห้องพักวิวแม่น้ำปิง

อยากบอกว่าที่เลือก River Room เพราะอ่างอาบน้ำเลยนะ ตกแต่งได้โมเดิร์นดี ทริปนี้ผมเตรียม Bubble Bath มาเองด้วยนะ

ห้องโทนเข้มกับช่องประตูทรงกลมเรืองแสงและเงาแขก

ยอมรับว่าโรงแรมน่ารัก เล็กๆ แต่ตกแต่งสวยดี ชอบกิมมิคกระต่ายที่หัวนอนตัวนี้ครับ ตอนที่เข้าห้องมาครั้งแรกเห็นก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอจะนอนตอนกลางคืน เฮ้ยมันมีไฟสีม่วง ๆ ดูครีเอทดีมาก เหมือนกระต่ายในเงาจันทร์

แขกนั่งบนม้านั่งหน้าผนังที่ประดับด้วยภาพทรงกลมเรียงราย

Hotel Des Artists, Ping Silhouette เป็นโรงแรมบูทีคที่มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ดีไซน์แบบ Modern Chinoiserie

ภาพนี้คุมโทนดีครับ มุมนี้อยู่หน้าโรงแรมเลย ถ่ายระหว่างรอเช็คอิน

แขกยืนในกรอบประตูทรงกลมแบบจีนของโรงแรม

ด้านในก็มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ ผมชอบโซนนี้เป็นพิเศษ ดูเรียบง่ายออกแนวมินิมอลนิด ๆ มีความเป็นจีนหน่อย ๆ

ล็อบบี้ตกแต่งด้วยตู้ยาจีนโบราณและเฟอร์นิเจอร์วินเทจ

ด้านหน้าเป็นส่วนเช็คอินครับ มีขนาดไม่ใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนร้านยาจีนโบราณ เก๋ดี

อ่อ!! ด้านหน้ามีที่จอดรถ 5 คัน ใครเช่ารถขับมาเองแบบผม อย่าลืมระบุแจ้งตั้งแต่ตอนจองนะครับ

มุมห้องโทนเข้มกับกระจกทรงรีและงานตกแต่งคลาสสิก

ตรงกลางเลยจากจุดเช็คอินจะเป็นโถงที่มีบ่อน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตกแต่งด้วยม้าที่แกะสลักจากหิน ในท่าทางคล้ายก้มลงดื่มน้ำ

ผนังสีเข้มประดับแผ่นกลมกับศาลาเล็กในคอร์ตยาร์ด

คอนเซปต์ในการออกแบบคือดีมากครับ ย้อนกลับไปในเชียงใหม่ยุคก่อน ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งเคยเป็นโกดังเก่า อยู่ติดริมแม่น้ำปิง บนถนนเจริญราษฎร์ในย่านวัดเกตการาม จึงได้ชื่อว่าเป็นแหล่งค้าขายที่สำคัญ มีพ่อค้าจากนานาชาติมาติดต่อค้าขาย รวมไปถึงชาวจีนด้วย จึงนำมาเป็นไอเดียในการออกแบบโรงแรม Hotel des Artists Ping Silhouette แห่งนี้ที่ไม่เหมือนใครในย่านนี้ครับ

เสียดายที่ระเบียงตรงนี้ล็อคประตูไว้ไม่ให้ออกไป ผมว่าเป็นอีกไฮไลท์ในการถ่ายรูปโรงแรมที่สวยไม่แพ้มุมอื่นครับ

แขกนั่งอยู่ในกรอบหน้าต่างบานใหญ่ราวกับภาพวาด

ผมชอบการออกแบบที่ลงดีเทลได้ดี โรงแรมเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนประยุกต์ เน้นการโทนสีขาว-ดำ เพื่อให้เกิดการเล่นแสงและเงา ประดับด้วยสัญญะบางอย่างที่สะท้อนบริบทของความเป็นจีนได้

ห้องนอนผนังสีเข้มกับเตียงโทนอบอุ่นและต้นไม้ประดับ

โรงแรมนี้ไม่มีลิฟต์นะครับ ห้องที่ผมพักจะอยู่บนชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด มีพนักงานช่วยขนกระเป๋าเข้ามาไว้ในห้องรอก่อนแล้ว

ข้อดีของการที่โรงแรมมีขนาดความสูงไล่เลี่ยกับบ้านเรือนโดยรอบ จึงให้ดูกลมกลืนไปกับชุมชน เป็นการออกแบบที่คำนึงบริบทแวดล้อมได้ดี

มุมห้องโทนน้ำเงินเข้มกับต้นไม้ริมหน้าต่าง

ภายในมีเตียงนอนอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านซ้ายติดประตูกระจกเป็นโต๊ะทำงาน ด้านขวาของเตียงจัดวางโซฟาขนาดใหญ่เอาไว้ให้

โคมไฟแขวนลายรังผึ้งในบรรยากาศโทนเข้ม

ด้านในเป็นมุมเสื้อผ้าแต่งตัว ตกแต่งด้วยโคมไฟหวาย เวลาต้องแสงไฟ เกิดเป็นลวดลายสวยงามดีครับ

ภาพรวมรายละเอียดงานตกแต่งและสัญลักษณ์ของโรงแรม

ภายในห้องตกแต่งได้น่ารักและคุมโทนได้ดี ด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์จีนที่มีความโมเดิร์น เช่นลำโพงทรงปากแตร กาน้ำชา เก้าอี้หวายเหมือนที่เราเอาไว้นั่งถ่ายรูปตอนเป็นเด็กและพัดลมติดผนังทำจากทองเหลืองดูวินเทจดีมากครับ

ห้องน้ำกับอ่างอาบน้ำคู่และกระจกทรงกลมสไตล์วินเทจ

ห้องน้ำจะอยู่โซนด้านหน้าห้องติดกับระเบียงด้านนอก แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ สุขาจะอยู่ด้านในสุด ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าแยกชายหญิง ทำจากหินอ่อนสีขาวคล้ายกับครกบดยาสไตล์จีน ดูเก๋ดี เข้ากันดีกับโคมไฟ

แขกแช่ตัวในอ่างฟองนุ่มริมหน้าต่างที่มองเห็นเมือง

ส่วนด้านในสุดติดกับผนังกระจกจะเป็นอ่างอาบน้ำ ซึ่งเป็นไฮไลท์ของห้องนี้ วิวคือดีเพราะไม่มีใครมองเห็นเราได้ เนื่องจากด้านนอกจะเป็นอาคารชั้นเดียวของโรงแรม ส่วนฝั่งตรงข้ามที่เห็นอาคารสูงอยู่ลิบๆ ตรงนั้นคือกาดหลวงครับ

สระว่ายน้ำกับร่มและเตียงนอนท่ามกลางสวนเขียว

สระว่ายน้ำและบรรยากาศรอบโรงแรม

มองจากระเบียงห้องจะเห็นสระว่ายน้ำอยู่บนชั้น 2 ของอาคารด้านหน้า เป็นสระขนาดไม่ใหญ่ แต่ไม่ได้ว่ายน้ำเลยครับ เพราะฝนตกแทบทั้งวัน ช่วงที่แดดออกก็ว่ายไม่ได้เพราะร้อนเกิ้นนน … เรื่องจะเยอะไปไหน

ห้องนอนโทนเข้มกับเตียงสีขาวและโคมไฟหัวเตียง

มองจากระเบียงกลับเข้ามาในห้อง บรรยากาศดีมากครับ ที่นอนนุ่มนวลชวนฝันเหลือเกิน จริงๆ ถ้าช่วงเย็นในวันที่มีแดด กระจกมุมนี้จะทำหน้าที่สะท้อนแสงทองของพระอาทิตย์อัสดงไปยังเตียงนอนด้วยนะครับ นับว่าเป็นภาพ Silhouette ที่สวยสมชื่อจริงๆ

แขกถ่ายภาพตัวเองในกระจกทรงกลมของห้องพัก

เดินชมดีไซน์และมุมถ่ายรูปในโรงแรม

ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปรอบๆ โรงแรมกันดีกว่าครับ พกกล้อง Leica คู่ใจไปตัวเดียวก็พอ

โคมไฟสีแดงเรืองแสงมองจากด้านล่าง

ผมชอบกิมมิคในการออกแบบพื้นที่ของโรงแรมนี้เหลือเกินครับ แทรกลูกเล่นเอาไว้ในทุกจุด

เช่นมุมนี้เป็นโคมไฟจีนสีแดงสด ห้อยระโยงระยางบนเพดานสีดำเต็มไปหมด พอเปิดไฟคือสีสวยมาก

แขกนั่งพักใต้แสงโคมไฟผนังในมุมโทนเข้ม

ส่วนเก้าอี้ลายดอกสีเหลืองพื้นเขียว ก็มั่นใจเลยว่า จงใจนำมาวางให้เข้ากับโคมไฟสีเหลืองทอง ดูสวยดี

โถงโทนน้ำเงินเข้มกับแขกบนระเบียงในมุมดรามาติก

มุมนี้ก็สวย เน้นขับสีน้ำเงินให้ดูโดดเด่น เป็นการเล่นกับสี แสง และเงาได้ดี

แขกยืนในกรอบประตูสไตล์โคโลเนียลของโรงแรม

เดินๆ ไปจะมีหน้าต่างบานใหญ่ สามารถยิงกล้องมาจากอีกฝั่งของตึกได้ เพราะโรงแรมออกแบบอาคารให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมที่เจาะช่องตรงกลางเอาไว้

แขกนั่งทำงานในเลานจ์โทนเข้มกับโคมกระดาษเหนือศีรษะ

ชั้น 2 มีห้องสมุด ขนาดไม่ใหญ่มาก มีโต๊ะกลางพร้อมกับเก้าอี้ให้นั่งอ่านหนังสือหรือจะทำงานเงียบๆ จากตรงนี้ก็ได้ เป็นห้องที่ผมชอบมากครับ

ประตูทรงกลมสะท้อนภาพคอร์ตยาร์ดและต้นไม้ภายใน

การออกแบบที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน นึกไปถึงโรงเตี๊ยม แต่บางจุดก็ดูเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ผมว่าเหมาะแก่การมาพักผ่อนและมีมุมเก๋ๆ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป

ต้นหลิวไหวลู่ในคอร์ตยาร์ดกับมุมนั่งเล่นโทนเขียวคราม

เดินเข้ามาด้านในจะเจอบ่อน้ำโบราณ ที่แทรกตัวอยู่ตามแนวสวนต้นหลิวที่ปลูกไว้เยอะมาก พอลมพัดที ต้นหลิวก็พริ้วไหวไปตามแรงลม ราวกับจอมยุทธ์กำลังบรรเลงเพลง เป็นภาพที่งดงามมากครับ

แขกเอนกายบนเตียงผ้าใบใต้ร่มต้นหลิวในสวน

ริมแม่น้ำปิง ร้านอาหาร และโรงน้ำชา

บริเวณริมแม่น้ำปิง มา Day Bed เอาไว้ให้นอนเล่นชิลล์ๆ ท่ามกลางกิ่งต้นหลิวที่พัดปลิวมาฟาดหน้าตลอดเวลาตามแรงลม

เลานจ์โทนเข้มกับเก้าอี้วินเทจและเสาอาคาร

เดินย้อนกลับมาจากริมแม่น้ำเข้ามาด้านในจะเจอกับอาคารที่เป็นร้านอาหาร ซึ่งช่วงที่ไป ปิดให้บริการครับ แม้แต่อาหารเช้าก็ไม่มีให้ทาน อดนั่งเลย

มุมมองสู่ห้องอาหารที่เรืองแสงยามค่ำผ่านผนังหิน

ถัดจากโซนห้องอาหารเชื่อมต่อกันจะเป็นเหมือนโรงน้ำชาจีนโบราณ ทางร้านจัดให้มีที่นั่งเก๋ๆ ไว้คอยให้บริการ

แขกนั่งบนขั้นบันไดข้างกระถางต้นไม้ใหญ่ในคอร์ตยาร์ด

หรืออยากจะมานั่งด้านนอก ก็จัดเตรียมเป็นสตูลทรงเตี้ย ความสูงไล่เลี่ยกับโต๊ะกลาง เอาไว้นั่งจิบน้ำชาริมบ่อน้ำ บริเวณโถงกลางของโรงแรม

ห้องอาหารโทนเข้มกับแสงอุ่นจากหน้าต่างและแนวเสา

ด้านหน้าเป็นร้านกาแฟ สามารถมานั่งได้ หรือจะสั่งเทคอเวย์ก็ได้

เทคนิคการสั่งกาแฟ ถ้าสั่งแบบหวานน้อย จะได้หวานมาก แต่ถ้าสั่งแบบไม่หวานจะได้หวานน้อย เป็นการฝึกเชาว์แบบปราญช์โบราณ

แขกนั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้โยกหน้าผนังจานทรงกลม

เป็นร้านกาแฟที่สามารถมานั่งเล่นถ่ายรูปได้ มีแมกกาซีนให้อ่าน ในวันสบายๆ

ทางเดินในสวนที่ทอดผ่านแนวต้นหลิวเขียวขจี

Hotel Des Artists Ping Silhouette เป็นอีกโรงแรมบูทีคขนาดเล็กในเชียงใหม่ที่น่าสนใจในคอนเซปต์การออกแบบ มีสตอรี่ มีความคุมตีม งานดีเทลถือว่าโอเคเลยครับ ตกแต่งสวย เอาไว้มาเปลี่ยนบรรยากาศนอนเล่นสักคืน เวลามาเที่ยวเชียงใหม่

ใครสนใจก็สอบถามข้อมูลได้ที่
Tel : 053 249 999
Mobile : 062 452 8222
Line : @799kvcyp (มี@นำหน้า)
facebook : Hotel des Artists, Ping Silhouette

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> https://www.trip.com/t/HTdPzMGrFU2

คำถามที่พบบ่อย

Hotel des Artists Ping Silhouette อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

Hotel Des Artists Ping Silhouette ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ในย่านวัดเกตของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นย่านเก่าที่เคยเป็นชุมชนพ่อค้าชาวจีน บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นด้วยต้นหลิวริมน้ำ แต่ยังเดินถึงไนต์บาซาร์หรือเขตเมืองเก่าได้ในราว 15 นาที การเดินทางจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ (CNX) ใช้เวลาเพียงราว 15 นาทีโดยรถยนต์ ทำเลจึงรวมความสงบริมแม่น้ำเข้ากับการเข้าถึงตัวเมืองที่สะดวก

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

Hotel Des Artists Ping Silhouette เป็นบูทีคโฮเทลขนาดเล็กเพียง 19 ห้องแบบสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ราคาจึงอยู่ในระดับกลางถึงบนของเชียงใหม่ เริ่มต้นราวสี่ถึงห้าพันบาทต่อคืน และผันแปรตามฤดูกาล ค่าห้องมักรวมอาหารเช้า อินเทอร์เน็ตและการเข้าใช้สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ความคุ้มค่าอยู่ที่บรรยากาศเฉพาะตัวริมแม่น้ำปิงและงานออกแบบที่ประณีต ซึ่งหาได้ยากในโรงแรมราคาเท่ากันที่มักกระจุกอยู่กลางเมือง

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

ไฮไลต์ของที่นี่คืองานออกแบบที่หยิบกลิ่นอายจีนแบบชินัวเซอรีมาเล่ากับรากของย่านวัดเกตที่เคยเป็นชุมชนพ่อค้าชาวจีน ผ่านการตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางอย่างพิถีพิถัน ตัวอาคารเดิมเป็นโกดังเก่าริมแม่น้ำปิงที่ถูกปรับใหม่เป็นโรงแรม จึงมีเสน่ห์แบบ adaptive reuse ที่มีเรื่องเล่าในตัว ห้องพักทั้งสามแบบเปิดออกสู่ระเบียงหรือสวนต้นหลิว ส่วนสระว่ายน้ำกลางแจ้งและคอนเซ็ปต์โรงแรมสำหรับผู้ใหญ่คือสิ่งที่ทำให้บรรยากาศเงียบสงบเป็นพิเศษ

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.