Thursday 25 June 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·22 Oct 2021

รีวิว AMANPURI ภูเก็ต Aman แห่งแรกของโลก ปี 1988

Words & Photography · KANT

Last Updated: 25 June 2026

ENGLISH SUMMARY — HOTEL REVIEW

Amanpuri is the original Aman resort, opened in 1988 on Pansea Beach, Phuket, designed by Ed Tuttle with Ayutthaya-inspired pavilions. This KANT review covers its private pavilions and villas set in a coconut grove above the Andaman Sea, its supreme privacy, and its place as the property that defined Aman’s quiet-luxury philosophy. Pavilions start around THB 55,000 per night.

สรุปตรง

Amanpuri คือรีสอร์ต 5 ดาวต้นกำเนิดของแบรนด์ Aman เปิดปี 1988 บนแหลมเหนือหาดปันซี จังหวัดภูเก็ต บนพื้นที่ 24 เฮกตาร์กลางสวนมะพร้าวริมทะเลอันดามัน งานออกแบบโดย Ed Tuttle ที่หยิบสถาปัตยกรรมยุคอยุธยามาตีความใหม่ ประกอบด้วยพาวิลเลียน 40 หลังและวิลล่า 44 หลัง จุดที่ทำให้ Amanpuri เป็นตำนานคือการเป็นรีสอร์ตที่นิยามคำว่าบูทีกหรูให้กับวงการโรงแรมเอเชีย มีห้องอาหาร Buabok (ไทย), Arva (อิตาเลียน) และ Nama (ญี่ปุ่น) จุดขายคือมรดกดีไซน์ที่จุดประกายเทรนด์รีสอร์ตทั้งทวีป ราคาเริ่มต้นหลักห้าหมื่นต่อคืน

Key Facts
KANT Rating 4.8 / 5
Locationหาดปันซี · ภูเก็ต
Priceเริ่มต้นราว 55,000 บาท/คืน
Class5-star
ภาพปกรีวิว Amanpuri ภูเก็ต กับเรือกลางทะเลอันดามันยามอาทิตย์อัสดง

#โรงแรมนี้มีเรื่องเล่า EP4 : Amanpuri Closure to Home

โรงแรมที่ดารา เซเลป คนดัง คนมีตังค์ มาเช็คอินเยอะที่สุด

(ลือกันว่า) “รัสเซล โครว์” ดาราฮอลลีวูดก็พักที่นี่เมื่อาทิตย์ที่แล้ว

AMANPURI เป็นพูลวิลล่าแรกๆ ของไทยที่เรียกว่าเป็นระดับตำนาน

หลายคนบอกว่า “เชยจัง ไปนอนโรงแรมแบบไทย นอนบ้านดีกว่า”

ก็ถูกของเขานะ เพราะว่าดีไซน์ของ AMANPURI เป็นแบบนี้จริงๆ

แต่องค์รวมของงานดีไซน์คือ ไร้กาลเวลา (timeless)

เพราะโรงแรมที่ดีไม่ได้ขายแค่สิ่งปลูกสร้างแต่มันคือ Hospitality

Ed Tuttle ออกแบบให้ AMANPURI มีความเป็นโมเดิร์นไทย

เขาใช้เวลาเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ต่างๆในไทยหลายเดือน

ศึกษาสถาปัตยกรรมไทย เสน่ห์และอัตลักษณ์

ก่อนจะนำมาประยุกต์ ออกแบบให้มีความร่วมสมัยและลงตัวเข้ากับพื้นที่

ด้วยการยกเรือนไม้สมัยอยุธยาแบบบ้านเป็นหลัง

มาตั้งไว้ที่แหลมส่วนตัวของหาดสุรินทร์ ภูเก็ต

แต่อย่าลืมว่า AMANPURI สร้างมา 33 ปีแล้วนะครับ

สมัยก่อนยังไม่มีที่พักในภูเก็ตสไตล์นี้เลย

หาดสุรินทร์ในเวลานั้นคือสวยงามสุด

แค่คิดจะสร้างที่พักเป็นวิลล่าหรูอยู่กลางสวนมะพร้าว

เอาไว้ให้เหล่ามหาเศรษฐีได้มานอนเล่นเป็นบ้านพักตากอากาศกัน

เป็นสถานที่สังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูง

คนก็คิดเอาว่า Adrian Zecha ผู้ก่อตั้ง AMAN ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เลย

แต่เชื่อมั้ย ในเวลานั้น งานออกแบบของ AMANPURI เป็นดีไซน์ที่ล้ำสมัย

เต็มไปด้วยเรียบง่ายไร้กาลเวลา

สมกับชื่อของ AMAN ที่แปลว่าความสงบ

และ AMANPURI ก็แปลว่า PLACE OF PEACE สถานที่แห่งความสงบ

เชื่อมั้ย!! ที่นี่จะปิดรีโนเวท เป็นประจำทุกปี ในเดือนมิถุนายน

Property มีอายุมาก แต่ไม่เก่าหรือโทรมเลย

มีโรงแรมไหนกล้าปิด 1 เดือนเต็มทุกปีแบบนี้บ้าง บ้ามั้ยล่ะ!!

อีกเรื่องที่โดดเด่นเป็น Policy ของเครือ AMAN

คือการรังสรรค์นิยามคำว่า Ultra Luxury ใหม่ ไม่ได้เน้นเรื่อง “มูลค่า”

แต่กลับมอบ “คุณค่า” อันสำคัญและ “ประสบการณ์ที่โดดเด่นน่าประทับใจ”

ให้กับผู้เข้าพัก ภายใต้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด

น่าอิจฉาพนักงานของที่นี่ได้เจอคนดัง เซเลป ระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน

ลือกันว่า “รัสเซล โครว์” นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง

ที่มาถ่ายหนังที่ไทยช่วงนี้ ก็พักที่นี่เช่นกัน …

น่าอิจฉาพนักงานนะครับ คงจะตื่นเต้นน่าดู แต่ต้องเก็บอาการไว้

ปรัชญา AMAN และนิยาม Ultra Luxury

AMAN เป็นโรงแรมที่มั่นหน้า มั่นโหนก (หลายคนปรามาสไว้แบบนั้น)

คือมั่นใจในแบรนด์ของตัวเองว่าขายได้ และ royalty ของ AmanJunkie

ทำให้โรงแรม AMAN ทุกที่ จะไม่มีขายใน OTA เลยสักเจ้า

ทุกคนที่จะเข้าพักต้องจองตรงกับเวปไซต์โรงแรมเท่านั้น!!

มันจึงเป็นความ Exclusive ในแบบฉบับของ AMAN

จนยากที่ใครหรือโรงแรมไหนจะเลียนแบบได้

ผมมีเทคนิคนิดนึง ตอนจองให้เปลี่ยน location เป็นไทย จะได้ราคาพิเศษ

นี่คือแบรนด์ Hospitality ที่ดีที่สุดในโลก

AMANPURI เป็นอีกหนึ่งโรงแรมใน Bucket List ของผม

ที่อยากไปนอนพักผ่อนให้ได้ (ก่อนตาย)ในชีวิตนี้

และเมื่อไปแล้วก็อยากไปอีกครั้ง … เหมือนได้กลับบ้าน

อ่านรีวิวกันต่อในแคปชั่นของแต่ละรูปกันได้เลยครับ

Aman’s flagship property นี่คือปฐมบทรีสอร์ตแห่งแรกของเครือ AMAN ที่ก่อตั้งโดยคุณปู่ Adrian Zecha มหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซีย ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการโรงแรมเป็นเวลานาน ก่อนจะขายให้กับกลุ่มทุนรัสเซีย ที่มีโจทย์ยากคือการคงอัตลักษณ์ของ AMAN ให้ทันยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ทว่ายังคงความเรียบหรูเอาไว้

ซึ่ง AMANPURI ดูจะท้าทายกว่าใครในความเป็นพี่ใหญ่สุดจากทั้งหมด 32 แห่งทั่วโลก แต่ดูเหมือนว่าที่นี่จะแก้โจทย์ได้ดี โดยเฉพาะในช่วงโควิดแบบนี้ กลับมีอัตราการเข้าพักจากแขกคนไทย สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

แขกสวมหมวกสานนั่งบนโขดหินริมทะเลของ Amanpuri

The value of taking time to oneself and being in the present can never be overstated. Amanpuri makes it easy to slow down and embrace a more mindful approach. Forget everyday distraction, sit and take in the beauty of the surroundings, take the moment and live it deeply.

ภาพมุมสูงของโต๊ะไม้ทรงกลมกับหนังสือบนพื้นโทนเข้ม

Platform กลางทะเล ที่หลายคนเทใจให้ว่า “อยากได้ช็อตนี้” เมื่อมาพักที่ AMANPURI เพราะมีความ Unique มาก

ใครมีแฟนชวนมาสวีทที่นี่ หรือจะขอแต่งงานกลางทะเลก็เก๋ดีนะครับผมว่า

ภาพมุมสูงเหนือแหลมที่ยื่นออกสู่ทะเลอันดามันยามพลบค่ำ

ทำเลและการออกแบบโดย Ed Tuttle

ทำเลที่มีความเป็นส่วนตัว มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไป แม้จะกินพื้นที่ 160 กว่าไร่ แต่ก็ทำให้กลายเป็นรีสอร์ตปิดได้โดยง่าย (ก่อนหน้านี้ก็ไม่รับแขกนอกอยู่แล้ว)

ด้านหนึ่งอยู่ติดหาดพันซี หาดสุรินทร์ อีกด้านจะเป็นฝั่งแหลมสนและบางเทา เราจะสัมผัสความงามของเกาะภูเก็ตได้เกือบ 360 องศาเมื่อมาพักที่นี่ ภายใต้ Pavilions และ Villas ท่ีกระจายตัวกันออกไปในดงมะพร้าว

ภาพมุมสูงเหนือพาวิลเลียนทรงไทยและสระสีดำท่ามกลางดงมะพร้าว

Property มีอายุมาก แต่ไม่เก่าหรือโทรมเพราะปิดรีโนเวทใหญ่ทุกปีในเดือนมิถุนายน ส่วนเรื่องดีไซน์อาจจะไม่ตอบโจทย์คนไทยในช่วงเวลานี้ เพราะมีความเป็นเรือนไทยสมัยอยุธยา คนไทยอาจจะไม่อิน แต่ต่างชาติซึ่งเป็น target หลัก จะชอบมาก ดังนั้นเรื่องการนำเสนออัตลักษณ์ให้โดนใจคนทุกกลุ่มจะเป็นเรื่องยากที่สุด

แต่หากใครเป็นแฟนของ AMAN หรือ Amanjunkies จะเข้าใจในแก่นของรีสอร์ตได้ดี

ยอมใจในการออกแบบของ Ed Tuttle สถาปนิกชาวสหรัฐ ที่ใช้เวลาในการเก็บข้อมูลด้วยการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆในประเทศไทยอยู่หลายเดือน เพื่อศึกษาสถาปัตยกรรมไทย เสน่ห์และอัตลักษณ์ ก่อนจะนำมาประยุกต์ ออกแบบให้มีความร่วมสมัยและลงตัวเข้ากับพื้นที่

Pool Villa และ Pavilion สุดหรู

วิลล่าทั้ง 47 หลังจะมีเจ้าของหมดครับ มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 3 ห้องนอนไปจนถึง 9 ห้องนอน ราคาต่อคืนตั้งแต่หลักหมื่นยันคืนละล้าน!!

วิลล่าทุกหลังจะมีบัทเลอร์คอยดูแลให้บริการ อย่างวิลลาของผมเป็นแบบ 5 ห้องนอน Ocean View มีคนดูแลทั้งหมด 3 คน

ส่วน Pavilion จะเป็นบ้านที่มีห้องนอนและมุมนั่งเล่นภายใน และจะไม่มีบัทเลอร์ครับ

จากภาพมุมสูงของวิลล่า จะประกอบด้วย ด้านบนสุดของภาพเป็นศาลาสำหรับรับประทานอาหารและพักผ่อน ส่วนบ้านเล็กๆ ด้านข้างทั้ง 4 ห้องจะเป็นห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวครับ ตรงกลางเป็นสระว่ายน้ำในวิลล่า ส่วนด้านหน้าตรงกลางหลังใหญ่จะเป็น Living Room สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเป็นวิวทะเล

ส่วนห้องนอนอีกห้องจะอยู่ชั้นล่าง ฝั่งซ้ายของภาพครับ เป็นวิลล่าที่มีลิฟต์บริการให้ด้วยพร้อมชายหาดส่วนตัว

ห้องนอนสไตล์ไทยร่วมสมัยกับงานไม้และเดย์เบดริมหน้าต่าง

ห้องนอน ห้องนี้วิวดีที่สุด ภายในจะแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็นสัดส่วนได้ดีทั้งเปิดประตูเข้าไปจะพบเตียงนอนขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้อง ส่วนปลายเป็นโต๊ะสำหรับพักผ่อนนั่งเล่น มองออกไปจะเห็นวิวทะเลที่ไม่มีอะไรบังสายตาเลยครับ เรียกได้ว่าตื่นเช้ามาก็วิวนี้เลย

ส่วนด้านข้างซ้ายขวาจะเป็นห้องแต่งตัว มีมินิบาร์ มุมทำงานอยู่ด้วยกันบริเวณหัวเตียง ด้านในสุดจะเป็นห้องสุขา และห้องอาบน้ำ คั่นกลางด้วยอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ที่จัดเตรียม Amenities ไว้ให้พร้อมสรรพ นับว่าเป็นเรือนไทยอยุธยาที่โมเดิร์นมาก

ภายในห้องจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อมสรรพ สั่งการจาก iPad ทำให้สะดวกมาก ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ทีวี นาฬิกาปลุก ที่เป็นระบบอิเล็คโทรนิคทุกอย่างสามารถควบคุมด้วย iPad และยังใช้สั่ง Room Service ได้อีกด้วย

พาวิลเลียนนั่งเล่นที่เปิดมุมมองสู่ทะเลในแสงยามเย็น

Ensconced in blue sea, white sand and greenery, the Five-Bedroom Beach Villa is an idyllic family retreat, with free-standing bedroom pavilions positioned around a central pool, ample spaces for living and lounging both inside and out, a rooftop lounge to catch the magic of sunset, and the ever-discreet services of a personal housekeeper and chef.

ระเบียงศาลาที่มองเห็นทะเลผ่านทิวมะพร้าว

ด้านนอกห้องนอนมีระเบียงเล็กๆ พร้อมจัดวางเก้าอี้นั่งเอาไว้ให้รับลมชมวิวทะเล ตอนเย็นๆ ห้องนี้จะเห็นพระอาทิตย์ตกดิน โรแมนติกมากครับ

พาวิลเลียนโปร่งโล่งกับชุดโซฟาและโต๊ะอาหารงานไม้

Living Room หลังใหญ่มาก เราจะเช็คอินกันที่นี่ครับ แค่ห้องนี้ก็มีขนาดใหญ่มาก ประกอบด้วย 2 ส่วนคือมุมนั่งเล่น ขนาด 12 ที่นั่ง+ และมุมทานอาหารแบบโต๊ะกลม เผื่ออยากทานให้ห้องปรับอากาศ เพราะต้องยอมรับว่าภูเก็ตค่อนข้างร้อน ความเก๋คือเป็นแอร์ฝังพื้น ไม่มีภาพเครื่องปรับอากาศให้เกะกะสายตา ได้อารมณ์เรือนไทยโบราณที่เย็นสบายมาก

ผมชอบมานั่งเล่นที่ห้องนี้

บานเฟี้ยมโดยรอบเปิดได้สำหรับรับลมนะครับ เผื่อใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสธรรมชาติแบบเรียลๆ มองไปเบื้องหน้าจะเป็นวิวทะเล ส่วนอีกด้านจะเป็นวิวสระว่ายน้ำในวิลล่าครับ

สระว่ายน้ำสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Amanpuri กับศาลาทรงไทยปลายบันไดยามค่ำ

สระว่ายน้ำและหาดส่วนตัว

มาดูพื้นที่ด้านนอกห้องนอนภายในวิลล่ากันบ้างครับ คอร์ดตรงกลางจะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าสระกลางของบางโรงแรมเสียอีกครับ) รายล้อมด้วย Day Bed นั่งอาบแดดริมสระสบายๆ สไตล์ฝรั่ง บรรยากาศดีมาก เนื่องจากเป็นส่วนที่ยกพื้นสูงขึ้นมาประมาณชั้น 3 จากชายหาด ทำให้ได้รับลมเย็นทั้งวัน ท่ามกลางต้นมะพร้าวน้อยใหญ่ที่โยกไหวราวกับขับกล่อมเราไว้ที่วิลล่าตลอดเวลา

พูลวิลลาส่วนตัวกับสระสีดำและแขกที่ว่ายผ่อนคลายท่ามกลางมะพร้าว

เข็มวินาทีเลื่อนผ่านไป ผมพบว่า ความสุขไม่ได้ลดลงเลย เรามีเวลาส่วนตัวมากขึ้นที่จะปรนเปรอตัวเอง ออกกำลังกายว่ายน้ำเบาๆ ในวิลล่า

แขกแช่ตัวในอ่างผนังหินพร้อมถาดอาหารลอยน้ำ

ด้านหน้าทางลงหาดจะมีจากุซซี่ให้แช่รับลมสบายๆ ได้บรรยากาศดีมาก แวดล้อมด้วยธรรมชาติท่ีแท้จริง เหมาะสำหรับวันพักผ่อนสบายๆ

ได้เครื่องดื่มเย็นๆ เปิดเพลงแจ๊สคลอเบาๆ เคล้าเสียงคลื่นจากชายหาดส่วนตัวในวิลล่า AMANPURI ก็เนรมิตทำให้วันธรรมดาๆ กลายเป็นวันที่พิเศษได้

แขกยืนริมหาดในแสงย้อนยามเย็น

ลงไปชายหาดส่วนตัวของวิลล่าบ้าง หน้าหาดกว้าง แต่ไม่ยาวมาก อาจจะเล่นน้ำไม่สะดวกนักเพราะมีโขดหินบัง แต่ดีที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ข้องเกี่ยวกับใครเลย แถมยังได้ทิศตะวันตกที่บรรยากาศดีมาก อยากนั่งๆ นอนๆ ริมทะเลตรงหน้าวิลล่าตัวเองแบบนี้ทั้งวัน

นี่อมัน หรือสวรรค์ครับเนี่ย!!!

ทางเดินที่ประดับด้วยดอกเฟื่องฟ้าบานสะพรั่ง

บรรยากาศของแสงอาทิตย์ยามเย็น

แขกสวมหมวกสานเดินขึ้นบันไดหินสีขาวอันสง่างาม

บันได 88 ขั้น บริเวณทางขึ้นลงจากห้องอาหารไปหน้าหาด เป็นอีกมุม Signature ที่คนมาถ่ายรูปกันเยอะมากครับ

เราก็ไม่ควรพลาดอ่ะเนอะ

ศาลาทรงไทยตั้งเด่นท่ามกลางทิวมะพร้าวสูง

อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตยามบ่าย จะเป็นขนมครก Afternoon Tea บริเวณศาลาฝั่งตรงข้ามห้องอาหารบัวบก มีขนมครกและขนมไทยให้บริการ แคะควักกันสดๆ มีหลายหน้าเหมือนกันครับ

บริการพร้อมเครื่องดื่มมีน้ำผลไม้ น้ำดื่ม ชา สั่งมาทานริมสระกลางก็ได้ครับ ส่วนตัวผมชอบสาคู รสชาติดี แป้งบางไส้อร่อย

หลังคาทรงไทยของ Amanpuri ตัดกับทิวมะพร้าวและท้องฟ้าใส

บรรยากาศบริเวณโดยรอบห้องอาหารบัวบกและ Arva ซึ่งเป็นห้องอาหารอิตาเลี่ยน

สระสะท้อนเงาทิวมะพร้าวบนลานกลางของ Amanpuri

สระว่ายน้ำ มีด้วยกัน 3 สระ ตรงกลางคือสระใหญ่สุด หันหน้าออกทะเล

ร่มและเตียงนอนของบีชคลับเรียงรายริมทะเล

ด้านล่างมีบีชบาร์ ชื่อว่า The Lounge

แขกชูแก้วค็อกเทลสองใบฉลองช่วงเวลาพักผ่อน

ผมลองหัดผสมเครื่องดื่มแบบบาร์เทนเนอร์เขาบ้าง ผมสังเกตว่าเมนูเครื่องดื่มของที่นี่ นอกจากจะมีตัวที่เป็นสากลแล้ว ยังมี Craft Cocktail ที่ครีเอทขึ้นมาใหม่ ที่ผสานเอารสชาติแบบโมเดิร์นผสมความคลาสสิคของเบสเครื่องดื่มหลายๆ ตัว สอดแทรกด้วยไซรัปแบบโฮมเมด มี Bitters ที่หมักเอง มีน้ำผลไม้ ตลอดจนสมุนไพรและเครื่องเทศในท้องถิ่น มาเขย่ากันจนกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ของ AMANPURI

เครื่องดื่มที่ผมลองทำจะเป็นตัวที่ดื่มง่ายเหมาะกับอากาศร้อน นอนเล่นหน้าหาด เป็น Gin & Tonic ที่ทวิสต์สูตรชื่อว่า Mare Sour โดยจะใช้ Gin Mare จากสเปนที่หอมโอลีฟ ไทม์และโรสแมรี่ เสิร์ฟพร้อมกับ Tonic สไตล์เมดิเตอร์เรเนี่ยน ออกเค็มนิดๆ รีเฟรชชิ่งหน่อยๆ เหมาะสำหรับดื่มช่วงเวลาเย็นๆ ที่บริเวณริมทะเลแบบนี้

ส่วนอีกตัวคือ Rum Old Fashioned ลองสั่งมาเพราะว่า ผมชอบพรีเซนต์เทชั่น ที่มีการอบควันเทียนมาให้หอม เหมาะสำหรับเป็นเครื่องดื่มก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร เวลาดื่มให้กัดช็อคโกแลตก่อนแล้วตามด้วย Cocktail จะออกหวานนิดๆ Medium Body มีความทานง่าย 

แขกเอนกายบนเตียงปรับนอนริมสระ

กิจกรรมทางน้ำมีให้เลือกเยอะมาก ซึ่งถ้าเป็นกิจกรรม Non-motor จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น คายัค แพดเดิลบอร์ด หรือจะไปที่แพลตฟอร์มกลางน้ำ

ส่วน Fliteboard eFoil จะมีลักษณะเป็นบอร์ดขนาดใหญ่ นั่งหรือยืนได้สบาย ถ้าเป็นมือใหม่พนักงานจะแนะนำให้เรานั่งก่อนให้คุ้นชิน ด้านใต้จะมีใบพัด เพื่อช่วยยกตัวเราและบอร์ดให้ขึ้นสะเทินน้ำ โดยอาศัยการบังคับความเร็วจาก remote control ที่เราถือไว้ในมือ ซึ่งถ้าเร่งเครื่องก็จะลอยได้กันเลยทีเดียว เมื่อชำนาญแล้วค่อยอัพเกรดเป็นท่ายืนซึ่งก็จะสนุกไปอีก

ฟังมายืดยาว … ถามว่าได้เล่นไหม .. วัยใสๆ ไม้ใกล้ฝั่ง แบบเราต้องนั่งเรือถีบเบาๆ สบายๆ ไม่ร้อน เหมาะแก่การพักผ่อนการทะเล ถีบไปเรื่อยๆ สนุกดีครับ ยิ่งถ้าติดเครื่องดื่มเย็นๆ มาด้วยล่ะก้อ … เป็นการปิคนิคกลางทะเลดีๆ นี่เอง

ส่วนตัวชอบมากครับ

ภาพมุมสูงเหนือศาลาลอยน้ำใกล้แหลมของรีสอร์ต

อีกมุมที่ชอบก็คือเจ้า Platform กลางทะเล เหมือนทุ่นขนาดใหญ่พร้อมเดย์เบดวางไว้ 2 ตัว เหมาะแก่การมาสวีทกลางทะเลชมพระอาทิตย์ตกดินกันสองต่อสอง

ศาลาลอยน้ำของ Amanpuri กลางทะเลยามพลบค่ำ

ตัวนี้ถ้าไม่มีแขกจองมาทำ Private Sunset Cocktail Moment เราก็สามารถพายเรือคายัค หรือแพดเดิลบอร์ด หรือให้เรือของโรงแรมขับมาส่งได้ อยู่ไม่ไกลจากฝั่งนักและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ

พระอาทิตย์ดวงกลมจ่อเส้นขอบฟ้าเหนือทะเลอันเงียบสงบ

ชมวิวพระอาทิตย์ตกทะเลจากบน Platform

ทางมะพร้าวตัดกับท้องฟ้าสีม่วงแดงยามค่ำ

ส่วนนี่เป็น พระจันทร์จากวิลล่า

พนักงานบรรจงเสิร์ฟอาหารมื้อค่ำในแสงเทียน

คืนนี้เรามีดินเนอร์มื้อพิเศษรออยู่ที่ Arva ครับ เป็นอาหารอิตาเลี่ยน รสเลิศ น่าเสียดายที่ผมทันได้จองโต๊ะมุม Signature ที่ Zecha’s Point เอาไว้เพราะมีแขกท่านอื่นจองไว้ก่อนแล้ว จะเป็นโต๊ะตั้งตรงจุดที่คุณปู่ Adrian Zecha ชอบมานั่งเวลามาที่ AMANPURI

ห้องอาหารและอาหารเช้าที่ Amanpuri

เชฟ Luca Mascolo เป็นผู้ดูแลห้องอาหาร Arva ครับ เป็นเชฟรุ่นใหม่ที่เก่งมาก มีประสบการณ์หลากหลายจากโรงแรมในเครือ Aman หลายประเทศ ตัวไหนที่เชฟแนะนำว่าเด็ดผมก็ลองสั่งมาทาน

พระอาทิตย์ตกเหนืออ่าวกับทิวเขาและเรือลำเล็ก

บรรยากาศของแสงเช้าคือดีย์ มีความหลับเต็มตื่น ห้องนี้ดีตรงที่พระอาทิตย์ไม่แยงตาเข้ามา แต่จะเพิ่มแสงธรรมชาติค่อยๆ ปลุกเรา ผมไม่ได้ปิดม่าน เพราะอยากให้ตื่นพร้อมตะวันฉาย

พาวิลเลียนทรงไทยซ่อนตัวในป่ามะพร้าวยามแสงทอง

พอบัทเลอร์เห็นว่าตื่นแล้ว ออกมายืนนอกห้องแล้วก็ชงกาแฟร้อนมาให้ตามสูตร ตามมาด้วยน้ำส้มสด พร้อมกับเอ่ยถาม หากต้องการอะไรเพิ่มเติมก็แจ้งได้เลย

ลานกลางของ Amanpuri กับพาวิลเลียนทรงไทยและเตียงนอนยามเย็น

อาหารเช้าทานที่ห้องอาหารบัวบกครับ ชื่อเพราะมากฟังแล้วสื่อถึงความเป็นไทยได้ดี เป็นอาคารเรือนไทยหลังใหญ่ ตั้งอยู่ใกล้กับสระน้ำ ซึ่งผมว่าแสงตอนเช้าๆ ส่องแล้วดูละมุนดี ช่วยเสริมให้อาหารมื้อนี้อร่อยขึ้นไปอีกทวี

ไลน์บุฟเฟต์ที่ห้องอาหารบัวบกไม่ใหญ่นัก จัดวางอาหารร้อน เบเกอรี่ เครื่องดื่ม ให้เราเลือกบริการตัวเองได้เต็มที่ หรือจะเรียกสั่งจากพนักงานก็ได้ครับ อาหารเช้าของที่นี่ถือว่ายอดเยี่ยมครับ เมนูอาจจะไม่มากแต่หากว่าทุกจานล้วนมีเรื่องราว ซึ่งพนักงานจะคอยเชียร์อัพตลอดว่า จานไหนอร่อยและน่าสนใจอย่างไร

แขกฝึกมวยไทยกับเทรนเนอร์ในคลาสออกกำลังกาย

กิจกรรมและสปาภายในรีสอร์ท

ส่วนใครที่เป็นสายลุย ไม่ต้องคุยให้เสียเวลา เพราะว่ากิจกรรมช่วงสายและบ่ายของทุกวันที่ AMANPURI คือแน่นมากครับ

ผมจองเรียนต่อยมวยเอาไว้ มาดพอได้ไหมครับ ต่อยก็ไม่ค่อยจะเป็นหรอก เน้นแอคติ้งไว้ก่อน

มีเทรนเนอร์คอยสอนครับ สนุกมาก ได้ทักษะการต่อยมวยมาด้วย

🥊คู่มวยเด็ดเจ็ดสี อาทิตย์นี้ พับกบ‼️
พยัคฆ์กานต์ ลูกเจ้าพ่อตากสิน
vs
นายเอก ศิษย์อมันปุรี

การนวดสปาหลังฉากไม้ที่ให้ความเป็นส่วนตัว

ช่วงบ่ายแก่ๆ ผมจองสปาเอาไว้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายในรีสอร์ตที่ฮอตฮิตมาก แนะนำให้จองสปาตั้งแต่มาเช็คอินเลยครับ จองเนิ่นๆ เพราะเต็มตลอด

ด้วยความที่ AMANPURI เป็น Flagship Property ของ AMAN ที่นี่จึงมีความพิเศษตรงที่มี Holistic Wellness Center เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อคอยให้คำแนะนำและจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพกายและใจ จัดให้ทั้งเรื่องอาหารการกิน กายภาพบำบัด และสปาก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจ หากใครมองหาความผ่อนคลาย

AMAN Spa จะมีไลน์สกินเเคร์เป็นของตัวเอง ใช้กันทั่วโลก ทั้ง facial เเละ body มีจุดเด่นคือส่วนผสมที่เน้นมาจากธรรมชาติเป็นหลัก พร้อมกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

น้อง Therapist ครั้งนี้เป็นผู้ชาย นำ Aroma Oil มาให้เลือกพร้อมกับโปรแกรมที่ต้องการ ผมอยากเน้น Deep Tissue Massage โดยเฉพาะขาและเท้า ขอเน้นๆ ซึ่งก็ได้นำ้หนักมือดี ลงตรงจุด แอบคิดไปเองว่า ผู้ชายจะ Pressure ดีกว่า แต่ไม่หรอกน่า อาจจะเป็นเทคนิคส่วนบุคคล แต่โดนเส้นได้ดี ติดตรงไหนก็รีดออกได้หมด พร้อมกับให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพได้ดี

ภาพมุมสูงเหนือพูลวิลลากับสระสีดำที่รายล้อมด้วยมะพร้าว

AMANPURI เป็นรีสอร์ตที่อยากแนะนำหากใครต้องการมาสัมผัสตำนานของภูเก็ตและเป็นรีสอร์ตเด็ดระดับโลก ต้นกำเนินของเครือ AMAN ด้วยดีไซน์ที่อาจจะไม่ว๊าว ทำเลที่อาจจะธรรมดาไปมาก หากเทียบกับชายหาดอื่นในภูเก็ต แต่ความเด็ดคือสุดยอดของบริการระดับ Ultra Luxury Hospitality ที่ยากจะหาใครเทียบได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าตอนนี้ราคาลงมาเยอะมาก จนยั่วใจ อดไม่ได้ที่จะต้องไปพักที่นี่สักครั้งในชีวิต

จองโรงแรมนี้เลย คลิก >> Trip.com

คำถามที่พบบ่อย

Amanpuri อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร

Amanpuri ตั้งอยู่บนหาดแปนซี (Pansea) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูเก็ต ท่ามกลางสวนมะพร้าวบนเนื้อที่ราว 24 เฮกตาร์ที่มองลงสู่ทะเลอันดามัน เป็นทำเลเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง การเดินทางสะดวกเพราะอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต (HKT) เพียงราว 20–25 นาทีโดยรถยนต์ ทางรีสอร์ตมีบริการรถรับส่งระดับพรีเมียม ทำให้ Amanpuri เป็นหนึ่งในรีสอร์ตหรูไม่กี่แห่งที่เข้าถึงง่ายแต่ยังให้ความรู้สึกซ่อนตัว

ราคาเริ่มต้นเท่าไร และคุ้มไหม

Amanpuri อยู่ในกลุ่มราคาสูงสุดของตลาดรีสอร์ตหรูในไทย โดยพาวิลเลียนเริ่มต้นราวห้าหมื่นบาทต่อคืนในช่วงไฮซีซัน และวิลลาส่วนตัวขยับขึ้นไปได้ถึงหลักแสนบาทต่อคืนตามขนาดและจำนวนห้องนอน ค่าที่พักสะท้อนบริการแบบ Aman ที่ดูแลใกล้ชิดเป็นรายบุคคล พร้อมสปา หาดส่วนตัวและสระว่ายน้ำสัญลักษณ์ ความคุ้มค่าอยู่ที่คุณค่าเชิงมรดก เพราะนี่คือ Aman แห่งแรกของโลกที่นิยามคำว่าลักชัวรีแบบเงียบขึ้นมาตั้งแต่ปี 1988

จุดเด่นและไฮไลต์คืออะไร

จุดเด่นที่สุดของ Amanpuri คือสถาปัตยกรรมโดย Ed Tuttle ที่ตีความงานวัดไทยและกรุงศรีอยุธยาออกมาเป็นพาวิลเลียนไม้ยกพื้น เส้นสายสมมาตรและสระว่ายน้ำสีดำอันเป็นภาพจำ บรรยากาศโดยรวมคือความสงบนิ่งแบบมินิมอลที่กลายเป็นต้นแบบให้รีสอร์ตหรูทั่วโลก ไฮไลต์อยู่ที่หาดแปนซีส่วนตัว สปาและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะรีสอร์ตที่ให้กำเนิดแบรนด์ Aman ทั้งหมด

Kant.
Bulletin A weekly dispatch, considered.
KANT BRIEF

Curated, Every Sunday.