Last Updated: 29 July 2026
ENGLISH SUMMARY
KANT calls Sawanbondin Farm & Tea House the best tea in Chiang Rai — a place tea lovers shouldn't miss. He found it by chance, chasing the scent of a 'House of Magic' blend served at Le Meridien Chiang Rai. The review is really about feeling: the aroma and emotion of a good tea, and the founders Khun Khwan and Khun To, whose work he calls a matter of fate.

ชาดีที่สุดในเชียงราย
ผมยกให้ #สวรรค์บนดิน
คนรักชาถ้าไม่ได้มาที่นี่ ถือว่าพลาด![]()
_
จุดเริ่มต้นของสวรรค์บนดิน
อย่างที่เคยเล่าไปว่าเป็นความบังเอิญที่ผมเจอ หลังจากได้จิบชาในโรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย ในบ่ายวันหนึ่ง เป็นชา House of Magic ที่เบลนด์โดยสวรรค์บนดิน กลิ่นคือหอมมากจนบอกน้องว่า อยากไปที่นี่ Sawanbondin Farm & Tea House เดี๋ยวนี้เลย!!
ถามว่าคุณกานต์ชอบชาที่ตรงไหน?
ส่วนตัวผมชอบกลิ่นของชา ชอบอีโมชั่นของชาที่ออกมาจากตัวมันเอง ชาดีๆ จะมีจริตบางอย่างในตอนที่ดื่ม ผมชอบที่ฟีลลิ่งเวลาดื่มชาที่มีกลิ่นและรสพิเศษ ตัวไหนเด็ดขอให้บอกมา ผมว่าการดื่มชาที่หอมๆ จะทำให้เกิดช่วงเวลาดีๆ อย่างเช่นการดื่มชา House of Magic จนผมต้องบอกคุณขวัญและคุณโต 2 ผู้ก่อตั้งสวรรค์บนดินว่า มันคือ “พรหมลิขิต”
ใช้เวลาจากโรงแรมประมาณ 20 นาทีก็มาถึงที่สวรรค์บนดิน ซึ่งในช่วงนี้จะเปิดให้บริการแค่ในส่วนของคาเฟ่เท่านั้น โชคดีของผมมากครับได้เจอกับทั้งคู่ เราได้นั่งคุยกันนานถึงความตั้งใจในการผลิตชาชั้นดีที่มีเอกลักษณ์ในรสชาติ ความหอม และถ่ายทอดประสบการณ์ของชาแก้วนั้นให้กับลูกค้าได้ทันที เหมือนที่ผมกำลังเป็นอยู่นี้
ชาเชียงราย หลากหลายคาแรกเตอร์
“ชาของเรามีหลายตัว อย่างคอนเซปต์สยามซีรีส์ เพราะเป็นชาจากเชียงรายมี 4 ตัว คือ Siam Breakfast, Siam Lady Grey, Siam Earl Grey และ Siam Jasmine” คุณขวัญ เริ่มต้นเล่าให้ฟัง
ส่วนชาอีกตัวที่คุณกานต์ชอบคือ “หอมข้าว” เป็นชาเขียวที่ไม่มีข้าวแต่หอมกลิ่นข้าวมากครับ งงมะ!?!! มีกระบวนการผลิตโดยนำใบชามาเบลนด์กับใบเนียมหอม ซึ่งเป็นสมุนไพรเฉพาะของจังหวัดเชียงราย เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ใช้กระบวนการ Cook Rice อบนาน เสริมความหอมด้วยวานิลลามาดากัสการ์จนมาเป็นชากลิ่นพิเศษนี้
จากไร่ สู่ใบชา
จากจุดเริ่มต้นของการปลูกสมุนไพรที่ตั้งใจไม่ใช้สารเคมี คุณโตได้แปรรูปให้เป็นชาจากวัตถุดิบดีๆ ที่ช่วยเพิ่มมูลค่า ทดลองและออกแบบประสบการณ์ในการดื่มชารสชาติใหม่ๆ ให้กับลูกค้า โดยใช้วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์จากเชียงราย ไม่ว่าจะเป็น อัญชัน หญ้าหวาน เก๊กฮวย คาโมมายล์ ตะไคร้ กระเจี๊ยบแดง ใบเตย หม่อน และผักพื้นบ้านพวกเชียงดา ผักฮ้วนหมู รวมถึงพรรณไม้ดอกหอมที่ใช้ทำยาหอมของไทย วัตถุดิบบางอย่างที่ทางฟาร์มไม่ได้ปลูกเองก็จะใช้วิถีรับซื้อมาจากเกษตรกรในท้องถิ่นที่มีการันตีว่าเป็นสินค้าออร์แกนิค เพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมในการปลูก เช่น เจียวกู่หลาน เก๊กฮวย ชาเมี่ยงหรือชาอัสสัม
“อย่าง “หินลาดไน” ก็เป็นชาจากหมู่บ้านห้วยหินลาดไน ไปทางอำเภอแม่สรวย ที่ทางฟาร์มพยายามส่งเสริมเนื่องจากว่าเป็นหมู่บ้านที่มีขนาดเล็ก มีครอบครัวอยู่ประมาณ 30 หลัง มีโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ไม่มีไฟฟ้าใช้แต่มี Wifi เป็นหมู่บ้านที่บรรพบุรุษอยู่ในป่า ทำให้ใบชาจะปลูกสลับกับต้นไม้ใหญ่ และได้ความอุดมสมบูรณ์ เราจึวนำมาทำเป็นชาดำ” คุณขวัญเล่าให้ฟัง
กระบวนการผลิตชาสมุนไพรของสวรรค์บนดินถือว่าพิถีพิถันและใส่ใจในทุกขั้นตอนเลยครับ เริ่มจากการไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในการปลูก เน้นความเป็นเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่การเตรียมดินเพาะปลูก การเลือกแหล่งน้ำสะอาด ตลอดจนการดูแลรักษาแปลงปลูก และเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสม ชาของสวรรค์บนดินจะใช้วิธีเก็บ 1 ยอด 2 ใบเท่านั้น ตะไคร้จะต้องมีอายุ 1 ปี เก็กฮวย จะมีทั้งทีปลูกเองและรับจากเกษตรกรที่มีใบเซอร์ โดยกระบวนการอบที่ทำให้เกินคาราเมลไลซ์ ให้มีกลิ่นหอมมากขึ้น
“ดอกอัญชันของที่นี่จะเก็บกันตอนช่วงเช้าตรู่ เนื่องจากจะมีปริมาณสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายค่อนข้างมาก จากนั้นนำไปตากแห้ง อบด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส เพื่อให้สารสำคัญต่างๆ เหล่านี้ไม่สลายตัวจากความร้อนที่สูงเกินไป ทำให้ได้วัตถุดิบที่คงความสดใหม่อยู่เสมอ ในอนาคตอยากจะมีโรงงานของเราเอง และเปิดให้คนได้เห็นกันไปเลยว่ากระบวนการผลิตเป็นอย่างไร ความสะอาดเป็นอย่างไร”
ที่สวรรค์บนดินมีชาหลายตัวที่ผมสนใจครับ เช่น เซ็ท นมัสการและภาวนา ออกแบบกล่องโดย พุทธรักษ์ ดาษดา ซึ่งเป็นคนออกแบบโลโก้สวรรค์บนดินด้วย ช่วยทำให้ชาแก้วนี้ดูน่าสนใจ กลายเป็นชาสูตรพิเศษ โดยใช้ใบชาอัสสัม ซึ่งในชาจะมีกรดอะมิโน แอล-ธีอะนีน ช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลาย ถ้าดูดซึมพร้อมคาเฟอีนมันจะตื่นตัว พอหมดฤทธิ์แล้วก็จะผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีน้ำมันสกัดเปปเปอร์มินต์ช่วยทำให้สดชื่น อัญชัญช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยเรื่องลิ่มเลือด ส่วนชานมัสการ จะส่วนประกอบของคาโมมายด์ มะตูม ใบเตย ชะเอม เหล่านี้จะช่วยเรื่องการนอนหลับที่ดี
ศิลปะการชงชา
คุณโตเล่าถึงเทคนิคการชงชาว่า “การชงชาเป็นเรื่องของเวลา น้ำที่ใช้ ชาบางตัวชงกับน้ำบางประเภทที่ต่างกันก็จะให้กลิ่นที่หอมต่างกัน อย่างเช่นที่ร้านใช้น้ำ RO ชง แต่ที่โรงแรมใช้น้ำแร่ชงชาก็จะให้ความหอมที่ต่างกัน แต่ก็จะมีบางตัวที่เรายอมใช้น้ำแร่เป็นน้ำขุดจากบนดอยเพื่อนำมาชงกับชาขาว ชานางงามเพื่อให้เกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัว”
มิน่าล่ะ ผมดื่มชาที่โรงแรมก็ว่าหอมดีแล้ว พอมาเจอที่นี่ ยิ่งรสดีเข้าไปใหญ่
เมื่อ Tea House เสิร์ฟกาแฟ
ผมว่าที่นี่เป็นคาเฟ่ชาที่มีกาแฟขายแค่คุมโทนได้ดีมาก คุณโตแนะนำให้ผมลองดื่มตัวนึงก่อน เป็น Blind Test โดยจะยังไม่บอกว่าเป็นอะไร
“ผมว่ามันหอมเหมือนชาแต่ว่าเข้มเหมือนกาแฟ” – คุณกานต์ตอบ
“ใช่แล้วครับ นี่เป็นกาแฟ Cold Brew ที่ไม่ได้เข้มมาก นำมาเบลนด์กับชาแบล็กทีและราสเบอรี่ ซึ่งชิมแล้วจะไม่รู้สึกว่าเหมือนกาแฟ จะเป็นพีลลิ่งแบบดื่มชา”
เฮ้ย!! เจ๋งอ่ะ ก็แน่ล่ะเพราะนี่คือ Tea House เราจะมาดื่มกาแฟแบบธรรมดาทั่วไปก็คงไม่ได้ เป็นการคุมโทนร้านชาที่ดีมาก
นอกจาก ชา และกาแฟที่ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มชาแล้วที่ สวรรค์บนดินยังมีกาแฟอร่อยๆ ให้ชากันอีกด้วย พร้อมกับไอศครีมรสอัญชัญแมคคาเดเมีย, ไอศครีมชาดำกับน้ำมันผิวส้ม และไอศครีมชาเขียวมะลิ ซึ่งเบสของไอศครีมจะใช้นมจากนิวซีแลนด์ ส่วนสมุนไพรเป็นของสวรรค์บนดินเองครับ และยังมีคุ๊กกี้ข้าวไรซ์เบอร์รี่ แมคคาเดเมียและงาขี้ม่อน ให้ลองทานคู่กับเครื่องดื่มอีกด้วย
Sawanbondin Farm & Tea House ในเมืองเชียงราย
เปิดทุกวัน : 9.00-17.00
โทรศัพท์ : 08-1205-3554
แผนที่ https://g.page/Sawanbondin?share

























คำถามที่พบบ่อย — Sawanbondin Farm & Tea House
Sawanbondin Farm & Tea House อยู่ที่ไหน และเดินทางอย่างไร
ร้านอยู่ในเขตเมืองเชียงราย ขับรถจากโรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย ราว 20 นาทีก็ถึง เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00–17.00 น. ช่วงที่กานต์ไปเยือน ทางร้านเปิดเฉพาะโซนคาเฟ่ ผู้มาเยือนจึงยังไม่ได้เห็นกระบวนการผลิตทั้งหมด คุณขวัญและคุณโต สองผู้ก่อตั้ง เล่าว่าตั้งใจจะมีโรงงานของตัวเองในอนาคต และเปิดให้คนเข้าชมว่าชาแต่ละแก้วเกิดขึ้นอย่างไร การมาที่นี่จึงควรเผื่อเวลาสำหรับการนั่งจิบแบบไม่เร่งรีบ และคุยกับคนชงเพื่อให้ได้รสที่ตรงกับความชอบของตัวเองมากที่สุด
ไฮไลต์ของ Sawanbondin Farm & Tea House คืออะไร
หัวใจของที่นี่คือชาที่เบลนด์เอง โดยเฉพาะ House of Magic สูตรที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย เลือกไปเสิร์ฟ และเป็นกลิ่นที่ทำให้กานต์ตามมาจนถึงร้าน อีกตัวที่ควรลองคือชาสูตรพิเศษซึ่งใช้ใบชาอัสสัมผสมน้ำมันสกัดเปปเปอร์มินต์และดอกอัญชัน กับชานมัสการที่ผสมคาโมมายล์ มะตูม ใบเตย และชะเอม สำหรับคนที่อยากหลับสบาย ฝั่งกาแฟมีโคลด์บรูว์ที่เบลนด์กับชาดำและราสเบอร์รี ดื่มแล้วให้ความรู้สึกเหมือนดื่มชามากกว่ากาแฟ ปิดท้ายด้วยไอศกรีมอัญชันแมคคาเดเมีย ชาดำน้ำมันผิวส้ม และชาเขียวมะลิ
ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปสวรรค์บนดิน
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00 ถึง 17.00 น. ช่วงสายถึงบ่ายจึงลงตัวที่สุด เพราะเหลือเวลาให้ลองชาได้หลายตัวก่อนร้านปิด ถ้าอยากเข้าใจสิ่งที่ดื่มมากขึ้น ลองถามถึงที่มาของวัตถุดิบ ชาดำของที่นี่มาจากหมู่บ้านราว 30 หลังคาเรือนที่ปลูกใบชาสลับกับต้นไม้ใหญ่ ดอกอัญชันเก็บตอนเช้าตรู่แล้วอบที่อุณหภูมิไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส ส่วนใบชาเก็บแบบหนึ่งยอดสองใบเท่านั้น อีกเรื่องที่ทำให้รสต่างกันคือน้ำ ที่ร้านใช้น้ำ RO ขณะที่ชาขาวและชานางงามเลือกใช้น้ำแร่จากบนดอย



