Sunday 1 November 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  REAL ESTATE  ·  HOUSE  ·  31 Oct 2026

รีวิว Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยว Modern Arch Revival พร้อมสระในบ้านจาก SC

บ้านเดี่ยว 3 ชั้นเพียง 38 หลังจาก SC ติดถนนศรีสมาน ดีไซน์ Modern Arch Revival 450–735 ตร.ม. ราคา 35–60 ล้าน กานต์พาเดินบ้าน ETHERIA ที่มีสระกลางบ้านและลิฟต์

Words & Photography ·
บ้าน ETHERIA ใน Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ กรอบโค้งมนกับโรงจอดรถห้าคัน
PROPERTYQuick Facts: รีวิว Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยว Modern Arch Revival พร้อมสระในบ้านจาก SC
Locationศรีสมาน · ปากเกร็ด · นนทบุรี
TypeLuxury Property
ByKANT
Updated31 Oct 2026

ENGLISH SUMMARY

Grand Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana is a gated enclave of only 38 three-storey detached houses by SC on Srisaman Road, Ban Mai, Pak Kret, Nonthaburi. Three house types are offered: MURMORA (450 sq m, four bedrooms), VELVORA (558 sq m, five bedrooms, lift) and ETHERIA (735 sq m, six bedrooms, seven bathrooms, parking for five cars, a lift and a private salt-water cardio pool set between two living rooms). SC lists prices from 35 to 60 million baht. The architecture follows a Modern Arch Revival idiom, with large rounded arch frames over contemporary lines and the ornament stripped away, under the concept MOONLIGHT RESERVED. The two-storey clubhouse has a double-volume lobby, a private lounge, a kids’ room, a meeting room, a gym, a 25-metre salt-water pool and stepped fountain gardens. The site is about one kilometre from the Udon Ratthaya–Si Rat Expressway and 500 metres from Robinson Srisaman. KANT reads it as a house designed for evenings at home.

สรุปตรง

Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ คือโครงการบ้านเดี่ยวสามชั้นของ SC บนถนนศรีสมาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี มีบ้านเพียง 38 หลัง แบ่งเป็นสามแบบ MURMORA พื้นที่ใช้สอย 450 ตารางเมตร 4 ห้องนอน จอดรถ 3 คัน VELVORA ขยับเป็น 558 ตารางเมตร 5 ห้องนอน จอดรถ 4 คัน และมีลิฟต์ ส่วน ETHERIA ใหญ่ที่สุด 735 ตารางเมตร 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ จอดรถ 5 คัน มีทั้งลิฟต์และสระว่ายน้ำกลางบ้าน ราคาตามเว็บไซต์ SC อยู่ที่ 35–60 ล้านบาท ตัวบ้านใช้ภาษาสถาปัตยกรรม Modern Arch Revival หยิบกรอบโค้งมาวางกับเส้นสายร่วมสมัย แล้วตัดลวดลายประดับออกจนเหลือแต่สัดส่วน แนวคิดของโครงการชื่อ MOONLIGHT RESERVED เล่าผ่านระเบียงชมดาวชั้นบนกับสระกลางบ้าน ส่วนกลางเป็น Clubhouse สองชั้น มีล็อบบี้ Private Lounge ห้องเด็ก ห้องประชุม ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือยาวราว 25 เมตร สระเด็ก จากุซซี่ และสวนน้ำพุไล่ระดับ ทำเลอยู่ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา–ศรีรัช เชื่อมวิภาวดีรังสิต แจ้งวัฒนะ ติวานนท์ และประชาชื่น ห่าง Robinson ศรีสมาน 500 เมตร และสนามบินดอนเมืองราว 8.6 กิโลเมตร

บ้าน ETHERIA ใน Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ กรอบโค้งมนกับโรงจอดรถห้าคัน

“…𝒃𝒚 𝒎𝒐𝒐𝒏𝒍𝒊𝒈𝒉𝒕 𝒊𝒕 𝒊𝒔 𝒍𝒊𝒌𝒆 𝒅𝒓𝒆𝒂𝒎𝒍𝒂𝒏𝒅. 𝑰 𝒍𝒊𝒌𝒆 𝒕𝒐 𝒍𝒐𝒐𝒌 𝒐𝒖𝒕 𝒐𝒇 𝒕𝒉𝒆 𝒔𝒊𝒕𝒕𝒊𝒏𝒈-𝒓𝒐𝒐𝒎 𝒘𝒊𝒏𝒅𝒐𝒘 𝒂𝒕 𝒊𝒕…” — 𝐋. 𝐌. 𝐌𝐨𝐧𝐭𝐠𝐨𝐦𝐞𝐫𝐲, 𝐄𝐦𝐢𝐥𝐲 𝐨𝐟 𝐍𝐞𝐰 𝐌𝐨𝐨𝐧 บทที่ 𝟏𝟓

ในนิยายของ L. M. Montgomery เด็กหญิง Emily เล่าถึงสวนใต้แสงจันทร์ผ่านหน้าต่างห้องนั่งเล่น สวนคุ้นตาดูงดงามราวกับแดนในฝัน เพียงนั่งอยู่ในบ้านก็มีอะไรให้มองอย่างเพลิดเพลิน ชวนให้นึกถึงเสน่ห์ของบ้านในเวลาค่ำ เวลาที่เราวางหนังสือลงสักครู่ แล้วเงยหน้ามองออกไปข้างนอก

กานต์มองว่า บ้านน่าอยู่ควรมีมุมแบบนี้ให้เราได้สัมผัสในทุกวันครับ เพราะบางทีหลังกลับจากงาน เราก็อยากกินข้าว นั่งพัก แล้วค่อยเข้านอนโดยไม่ต้องรีบไปทำอะไรต่อ

Key Facts
DeveloperSC
Typeบ้านเดี่ยว 3 ชั้น
Locationศรีสมาน · ปากเกร็ด · นนทบุรี
Price35–60 ล้านบาท

แนวคิด MOONLIGHT RESERVED กับชีวิตยามค่ำในบ้าน

สระว่ายน้ำกลางบ้าน ETHERIA ระหว่างห้องนั่งเล่นสองฝั่ง

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ จึงได้หยิบชีวิตยามค่ำมาเล่า ผ่านแนวคิด 𝐌𝐎𝐎𝐍𝐋𝐈𝐆𝐇𝐓 𝐑𝐄𝐒𝐄𝐑𝐕𝐄𝐃 — 𝐖𝐡𝐞𝐫𝐞 𝐭𝐡𝐞 𝐦𝐨𝐨𝐧 𝐛𝐞𝐥𝐨𝐧𝐠𝐬 𝐨𝐧𝐥𝐲 𝐭𝐨 𝐲𝐨𝐮. มีระเบียงชมดาวชั้นบนกับสระส่วนตัวในบ้านแบบ ETHERIA เป็นภาพหลัก เห็นแล้วก็นึกถึงบ้านที่เตรียมมุมพักไว้ให้เจ้าของได้อยู่กับตัวเองหรือคนใกล้ตัว ต่อให้บางคืนมองไม่เห็นพระจันทร์ มุมนั้นก็น่านั่งอยู่ดี

หน้าบ้านใช้ภาษาสถาปัตยกรรม Modern Arch Revival หยิบรูปทรงโค้งมาจัดวางร่วมกับเส้นสายร่วมสมัย กรอบมุมมนขนาดใหญ่ช่วยแบ่งบ้านสามชั้นออกเป็นส่วนๆ มีช่องเปิดกับแนวต้นไม้คั่นอยู่ระหว่างผนัง กานต์ชอบตรงที่บ้านยังดูยิ่งใหญ่อลังการแข็งแกร่ง แต่เส้นโค้งช่วยผ่อนภาพรวมให้นุ่มลง อีกทั้งระเบียงกับสวนตามชั้นต่างๆ ยังชวนเราให้คิดต่อถึงการใช้ชีวิตภายในบ้าน

ภาพมุมสูงบ้าน ETHERIA กับสวนและสระว่ายน้ำ

งานสวนและภูมิทัศน์วางพื้นที่สีเขียวต่อเนื่องกับบ่อน้ำไล่ระดับกันไป มี Pavilion เชื่อมไปยัง Clubhouse และสนามหญ้า ในวันที่เราอยากออกมาเดินเล่นใกล้ ๆ ก็มีพื้นที่ให้ได้ใช้พักกายพักใจนอกบ้านครับ

กานต์พาไปชมแบบบ้าน ETHERIA ซึ่งเป็นบ้านใหญ่ที่สุด พร้อมลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว บ้านแบบนี้บอกเล่าความเป็น Moonlight Reserved ได้ชัดที่สุด เพราะสระอยู่ระหว่างห้องนั่งเล่น 2 ฝั่ง เราจึงมีเงาสะท้อนน้ำเป็นวิวใกล้ตัว พลอยให้นึกถึงภาพชีวิตตอนเย็นได้ง่ายขึ้นเลย กินข้าวเสร็จแล้วนั่งต่อในห้องเดิม หรือออกไปรับลมเย็นๆ ริมสระหรือสนามหญ้าก็ได้

ทำเลศรีสมาน ใกล้ทางด่วนศรีรัชและสนามบินดอนเมือง

โครงการตั้งอยู่ทำเลศรีสมาน ซึ่งเหมาะจะเป็นเส้นทางหลักของคนในบ้าน เพราะอยู่ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา–ศรีรัช เชื่อมไปถนนวิภาวดีรังสิต แจ้งวัฒนะ ติวานนท์ และประชาชื่นได้อย่างรวดเร็ว อยู่ใกล้ Robinson ศรีสมาน และอยู่ไม่ไกลสนามบินดอนเมือง ครอบครัวที่มีชีวิตผูกกับฝั่งเหนือกรุงเทพฯ กับนนทบุรีจึงมีเหตุผลจะเป็นเจ้าของบ้านในโครงการนี้ครับ

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บนถนนศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี เป็นบ้านเดี่ยวสามชั้น 38 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 450–735 ตารางเมตร มี 3 แบบบ้านให้เลือก ทั้งขนาด 4–6 ห้องนอน 5–7 ห้องน้ำและที่จอดรถรองรับได้ 3–5 คัน โครงการอยู่ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา–ศรีรัช และเชื่อมต่อถนนวิภาวดีรังสิต แจ้งวัฒนะ ติวานนท์ และประชาชื่น

กานต์มองว่าศรีสมานมีจุดแข็งของทำเลอยู่ที่การเชื่อมต่อถนนหลายเส้นของกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี โดยมีทางด่วนกับสนามบินเป็นหัวใจสำคัญและน่าจะเหมาะสำหรับคนเดินทางบ่อย ๆ

ทางด่วนอุดรรัถยา–ศรีรัชอยู่ใกล้โครงการเพียงประมาณหนึ่งกิโลเมตร สามารถเชื่อมไปถนนแจ้งวัฒนะ ประชาชื่น และเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ ส่วนถนนติวานนท์อยู่ใกล้ราว 800 เมตร ทั้งยังเชื่อมต่อไปยังวิภาวดีรังสิต และยังสะดวกด้วยการโดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีศรีรัช

นอกจากนี้ โครงการยังอยู่ใกล้ Robinson ศรีสมาน เพียง 500 เมตร เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์สโตร์ มีร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ธนาคาร ร้านยา และบริการทั่วไป อีกทั้งยังมี ตลาดเซฟวันโก ศรีสมาน, Central แจ้งวัฒนะ และ IMPACT เมืองทองธานี

สถานศึกษาชั้นนำในย่านนี้ ได้แก่ โรงเรียน Harrow International School Bangkok, โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ เมืองทองธานี และโรงเรียนหอวัง นนทบุรี ที่อยู่เยื้องด้านหน้าโครงการเลยครับ ส่วนสถานพยาบาลใกล้เคียง ได้แก่ โรงพยาบาล World Medical และ โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ เป็นต้น

ครอบครัวแบบไหนที่เหมาะกับบ้านในโครงการนี้

ห้องนอนชั้น 2 ผนังภาพศิลปะกับมุมเล่นกีตาร์

ทำเลนี้จึงเหมาะกับคนที่มีศูนย์กลางชีวิตอยู่ทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ คนกลุ่มนี้อาจมีธุรกิจครอบครัวในนนทบุรี ปทุมธานี รังสิต ดอนเมือง หรือแนวแจ้งวัฒนะ บ้านเดิมอยู่ใกล้พ่อแม่ โรงงาน สำนักงาน และเครือข่ายคู่ค้า จริงๆ แล้ว คนกลุ่มนี้ต่างประสบความสำเร็จมากพอจะย้ายไปอยู่ย่านที่แพงกว่านี้ แต่การย้ายไปไกลๆ หมายถึงเสียเวลาและห่างจากสังคมเดิม ดังนั้น บ้านใหม่จึงต้องยกระดับคุณภาพชีวิตโดยไม่ลืมวิถีและรากฐานครอบครัว

Insight ของคนกลุ่มนี้คือความรักไม่ได้แปลว่าต้องเห็นกันทุกนาที ทุกคนต้องมีห้องที่ประตูปิดได้ มีห้องนั่งเล่นของตัวเอง และมีมุมให้กลับมาเจอกัน มีโต๊ะอาหาร ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง สระกลางบ้านและโถงสูงทำหน้าที่เป็นศูนย์รวม

อีกกลุ่มลูกค้าที่กานต์คิดว่าเหมาะกับบ้านในโครงการนี้ คือ เจ้าของแบรนด์และบุคคลสาธารณะที่เป็นคนรุ่นใหม่ เพราะบ้านโดดเด่นด้วยงานดีไซน์สถาปัตยกรรมที่ทันสมัย สระกลางบ้าน โถงสูง และแสงยามค่ำเหมาะกับคนที่ใช้บ้านเป็นฉากงานบ้าง เช่น เจ้าของแบรนด์ นักสร้างสรรค์ บุคคลในสื่อ หรือคนที่ชอบจัดดินเนอร์ส่วนตัว เพราะบ้านให้ภาพลักษณ์ร่วมสมัยโดยไม่เป็นฉากยุโรปเต็มชุด จึงเข้ากับแบรนด์แฟชั่น งานออกแบบ ความงาม และธุรกิจบริการระดับบนได้ดีครับ

Main Gate กับ Clubhouse บุคลิกของโครงการตั้งแต่ทางเข้า

Main Gate ป้ายชื่อโครงการตัวอักษรสีทองบนผนังโค้ง

เมื่อมาถึงด้านหน้าของโครงการ เราจะเห็น Main Gate ติดถนนใหญ่ ป้ายชื่อโครงการวางอยู่บนผนังโค้งด้านข้าง ตัวอักษรสีทองกับแสงเรืองรองตามแนวชื่อเด่นขึ้นบนพื้นผิวโทนเบจ การวางสีเขียวไว้ใกล้ป้ายแบบนี้ช่วยให้ Main Gate ดูอบอุ่นขึ้น เพราะองค์ประกอบขนาดใหญ่ยังมีต้นไม้ให้มองสลับอยู่ด้วย จะได้ไม่รู้สึกว่าทั้งบริเวณนี้ มีแต่ผนังกับประตูเหล็กกั้นครับ

ระหว่างช่องทางเข้าออกมีป้อมรักษาความปลอดภัย ส่วนประตูใช้แนวซี่ตั้งสีเข้มต่อเนื่องกับรั้วด้านหน้า โครงการใช้ระบบผ่านเข้าออกอัตโนมัติ กล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันดีไซน์หลังคาโค้ง ผนังสีอ่อน และสวนสีเขียวก็ยังรักษาบรรยากาศแห่งการต้อนรับกลับบ้านเอาไว้ สำหรับเจ้าของบ้านนี่เป็นบริเวณที่จะผ่านซ้ำทุกวัน งานออกแบบจึงต้องทำให้ทั้งภาพจำกับฟังก์ชันอยู่ด้วยกัน

Clubhouse ด้านหน้า ผนังกระจกสูงกับหลังคายื่น

ต่อเนื่องจาก Main Gate จะเป็น Clubhouse งานดีไซน์ช่วยอธิบายแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบ Modern Arch Revival ได้ตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวบ้าน เส้นแนวนอนให้ภาพโครงการร่วมสมัยชัดเจน ส่วนมุมโค้งช่วยผ่อนให้ขอบดูละมุนขึ้น ความใหญ่ของ Main Gate และ Clubhouse จึงอยู่ร่วมกับรายละเอียดที่ประณีตได้ โดยมีต้นไม้แทรกตัวอยู่รอบ ๆ

ทางเดินในสวนส่วนกลางระหว่างแนวต้นไม้

เราได้เห็นความสัมพันธ์ของรูปทรงที่ชัดขึ้น Clubhouse ใช้ผนังกระจกสูงบริเวณด้านหน้า มีกรอบสีเข้มล้อมส่วนโค้งและแนวหลังคายื่นออกไปด้านข้าง อาคารจึงมีทั้งส่วนสูงโปร่งกับชายคาแนวนอนอยู่ในภาพเดียวกันครับ ขณะที่ต้นไม้กับพุ่มไม้วางไว้ล้อมรอบอาคาร การออกแบบอันหรูหราของ Clubhouse จึงสัมพันธ์กับ Main Gate ทำให้เราจดจำบุคลิกของโครงการได้จากรายละเอียดร่วมกันทันที

Modern Arch Revival ความหรูที่มาจากสัดส่วน

แนวบ้านในโครงการสไตล์ Modern Arch Revival

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด (Grand Bangkok Boulevard) เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นกับความเป็นโครงการบ้านหน้ากว้าง มีซุ้มโค้ง เสา บัว พื้นที่มากพอสำหรับคนสามรุ่น และได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ เลือกขยับท่วงท่าของงานดีไซน์นั้นให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นภายใต้งานดีไซน์ Modern Arch Revival ซึ่งคำว่า Revival ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการคัดลอกสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ทั้งชุด แต่ได้ลดทอนรายละเอียดบางอย่างออกไป เช่น ซุ้มโค้งเหลือเพียงกรอบทรงสูง มุมโค้งมนและเส้นหนาที่เกิดเงาลึก ผนังสีเบจอมเทาตัดกับผิวไม้บริเวณทางเข้า มีแสงที่ซ่อนไว้ช่วยวาดขอบบ้านให้ชัดเมื่อพระอาทิตย์ลับลง ความหรูหราจึงมาจากสัดส่วน น้ำหนักของมวลอาคาร และช่องว่าง มากกว่าการประโคมประดับประดาในทุกตารางนิ้วครับ

ฟาซาดบ้าน ETHERIA กรอบโค้งมนขนาดใหญ่และที่จอดรถห้าคัน

กานต์คิดว่านี่เป็นการเปลี่ยนที่ฉลาดมากครับ กานต์มองว่าลูกค้ารุ่นใหม่จำนวนหนึ่งยังต้องการบ้านที่ดูดีมีฐานะ แต่ไม่อยากให้บ้านส่งเสียงดังเกินเจ้าของ แต่ความ Quiet Luxury ในงานสถาปัตยกรรมก็ไม่ได้แปลว่าบ้านจะต้องเรียบจนไร้บุคลิก ทว่า หมายถึงการเลือกจุดที่ควรเด่นได้อย่างแม่นยำ มีกรอบโค้งมนขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นลายเซ็น ที่เหลือก็ปล่อยให้วัสดุ แสง เงา ต้นไม้ และช่องต่าง ๆ เปิดรับช่วงต่อ เมื่อมองจากถนนเข้าไป บ้านของเราจึงจดจำได้ง่ายโดยไม่ต้องอาศัยยอดโดม งานอาร์ตสีทอง หรือบัวซ้อนหลายชั้น

เมื่อมองจากด้านหน้า ETHERIA ใช้กรอบโค้งมนขนาดต่างกันสร้างน้ำหนักเต็ม Facade องค์ประกอบคล้ายประติมากรรม ความกว้างของโรงจอดรถ 5 คันถูกแบ่งด้วยแนวเสา ผนัง และภูมิทัศน์ ทางเข้าหลักกรุผิวไม้และถอยลึกจากระนาบหน้า ให้บ้านมีความอลังการ

ภาพมุมสูงที่จอดรถและเฉลียงทางเข้าบ้าน ETHERIA

เอาจริงๆ นะครับ กานต์ว่า Modern Arch Revival มีคุณค่ามากกว่าแค่รูปลักษณ์ เพราะบ้านขนาดใหญ่อาจดูแข็งและทึบได้ง่าย การใช้กรอบลึกและมุมมนช่วยลดความกระด้าง ทรงโค้งทำหน้าที่เก็บเงาและกรองสเกลของบ้านสามชั้น ขณะเดียวกัน ช่องกระจกแนวตั้งทำให้สายตามองเห็นความสูงเป็นจังหวะ ไม่ใช่กำแพงก้อนใหญ่จบในครั้งเดียว หากงานก่อสร้างรักษาความคมของเส้นและรายละเอียดเช่นนี้ได้ แนวคิดนี้จะอยู่ได้นานกว่ากระแสแต่งบ้านชั่วคราวหลายๆ แบบ

พื้นที่จอดรถเชื่อมถึงเฉลียงเข้าบ้านฝั่งซ้าย ซึ่งในชีวิตจริง พื้นที่นี้รองรับครอบครัวที่มีรถหลายคันและใช้เวลาออกจากบ้านต่างกันได้สะดวกมากครับ ใครกลับมาพร้อมกระเป๋าหรือถุงช้อปปิ้งจากซุปเปอร์มาร์เก็ตก็สามารถเลือกเดินเข้าบ้านเข้าครัวได้ทันที บริเวณนี้มีห้องเก็บของเปิดเข้าจากด้านนอกเหมาะสำหรับเก็บของใช้ก่อนออกจากบ้านหรืออุปกรณ์ดูแลรถ เพราะหยิบได้โดยไม่ต้องนำไปผ่านห้องนั่งเล่น โครงการเตรียมจุดรองรับการติดตั้ง EV Charger ไว้ 2 จุด ที่จอดรถจึงเกี่ยวข้องกับกิจวัตรหลายอย่าง ทั้งเก็บสัมภาระ จัดอุปกรณ์ และดูแลรถ ก่อนจะเดินเข้ามาพักในบ้านต่อครับ

แบบบ้าน MURMORA · VELVORA · ETHERIA

ทางเข้าบ้าน ETHERIA ผนังกรุไม้แนวตั้ง

โครงการมีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ บ้านทั้งหมดใช้ภาษาของงานสถาปัตยกรรมร่วมกัน แต่ไม่ได้ย่อขยายจากต้นแบบเดียวกันอย่างตรงไปตรงมา เริ่มจากแบบบ้าน MURMORA ที่ดูกระชับและมีองค์ประกอบไม่สมมาตร กรอบโค้งแนวตั้งขนาดใหญ่ยึดด้านหนึ่งของฟาซาด ทางเข้ากรุผิวไม้หลบอยู่ในมวลอาคาร แสงอุ่นตามร่องช่วยให้ความลึกอ่านออกตอนค่ำ

ส่วนแบบบ้าน VELVORA มีขนาดกว้างขึ้น รองรับรถยนต์ 4 คัน และใช้การซ้อนระนาบกับกระบะต้นไม้ลดความสูงของบ้าน แต่ทั้ง 2 แบบบ้านข้างต้นจะไม่มีสระว่ายน้ำนะครับ

กานต์พามาชมแบบบ้าน ETHERIA ขนาดใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ใช้สอย 735 ตารางเมตร 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ จอดรถ 5 คัน มีลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว บ้านแบบนี้เปลี่ยนโครงสร้างความคิดจาก 2 แบบแรกอย่างชัดเจน

เดินดูบ้านตัวอย่าง ETHERIA ชั้น 1 ห้องนั่งเล่นเพดานสูงกับสระกลางบ้าน

โถงทางเข้ามองไปยังโต๊ะอาหารและห้องนั่งเล่น

เมื่อเปิดประตูจะเป็น Foyer หรือโถงทางเข้า ช่วยเว้นระยะจากหน้าประตูถึงโซนพักผ่อน มีห้องเก็บของอยู่ข้างกันก่อนถึงพื้นที่ส่วนรวมครับ ห้องนี้เหมาะจะจัดเป็น Shoes Storage และเก็บของใช้ประจำวัน วางกระเป๋า ร่ม หรืออุปกรณ์ก่อนออกจากบ้านให้อยู่ใกล้จุดเดียวกัน

ห้องนั่งเล่นโซฟาตัวแอลกับครัวด้านหลัง

ด้านในเป็น Living Area เปิดเพดานสูงแบบ Double Volume ระยะสูง 7.2 เมตร ช่วยให้เห็นสัดส่วนห้องชัด โดดเด่นด้วยผนังกับกระจกริมสระสูงต่อขึ้นไป มีโคมไฟวงแหวนแขวนลดหลั่นอยู่กลางช่องเพดานสูง

ห้องนั่งเล่นเพดานสูง 7.2 เมตรกับโคมไฟวงแหวน

ส่วนอีกด้านเปิดให้เห็นแนวราวกระจกของพื้นที่ชั้นบน เมื่อจัดโซฟาชุดใหญ่ไว้ด้านล่าง ห้องจึงยังมีช่องว่างเหนือเฟอร์นิเจอร์มาก และมองต่อออกไปยังสระว่ายน้ำในบ้านได้ การใช้พื้นที่แนวตั้งแบบนี้เหมาะเป็นมุมรวมตัวของทุกคนในบ้าน เพราะคนหลายคนนั่งอยู่ด้วยกันได้โดยบรรยากาศยังดูโปร่งสบายได้ฟีลอบอุ่น

มุมมองจากชั้นบนลงไปยังโซฟาตัวแอลในห้องนั่งเล่น

โซฟาในบ้านตัวอย่างวางเป็นรูปตัวแอล (L-shape) หันเข้าหาผนังโทรทัศน์ มีอาร์มแชร์แยกอีกตัวและโต๊ะกลางหลายชิ้น สมาชิกจึงเลือกได้ว่าจะนั่งรวมบนโซฟาหรือขยับไปใช้เก้าอี้ส่วนตัว โดยยังคุยกันในวงเดียวกันได้

ห้องนั่งเล่น Double Volume กับผนังกระจกริมสระ

ชั้น 1 ของบ้านเน้นพื้นที่ใช้ร่วมกันของคนในครอบครัว กานต์มองว่าความน่าสนใจอยู่ตรงตำแหน่งของแต่ละส่วน เพราะบ้านหลังใหญ่ต้องรองรับคนหลายคนให้ทำกิจกรรมพร้อมกันแต่ต่างอิริยาบถ โซนอาหารจึงอยู่ใกล้ครัว มุมนั่งเล่นหันหาสระ และมีห้องแยกไปอีกฝั่งมีห้องน้ำของตัวเอง บ้านแบบนี้ช่วยให้รวมตัวกันง่าย ขณะเดียวกันก็มีทางเลือกให้สำหรับวันที่สมาชิกอยากใช้เวลาส่วนตัว

ครอบครัวนั่งเล่นในห้องนั่งเล่นชั้น 1

ส่วนโซนโต๊ะอาหารใช้ฝ้าระดับปกติ จึงแบ่งบรรยากาศออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างโถงทางเข้า ห้องนั่งเล่น เรื่อยไปถึงพื้นที่รับประทานอาหาร

โต๊ะอาหารกับเคาน์เตอร์ Pantry

ด้านหลังเป็น Pantry ต่อกับครัวปิดจึงเป็นจุดเตรียมของใกล้พื้นที่ส่วนรวม บ้านตัวอย่างจัดเคาน์เตอร์ยาวพร้อมอ่างล้าง ตู้เก็บของ และช่องวางเครื่องใช้ไว้ตามแนวผนัง ส่วนเคาน์เตอร์ด้านหน้าแบ่งมุมนี้ออกจากโซฟา โดยไม่ปิดสายตาระหว่างกัน

โซนโต๊ะอาหารใต้ฝ้าระดับปกติต่อกับ Pantry

Pantry มีทั้งแนวเคาน์เตอร์ติดผนังและเคาน์เตอร์กลาง แสดงแนวทางจัดพื้นที่เตรียมอาหารที่แยกออกจากครัวปิด เราจึงเลือกได้ว่าจะใช้เป็นมุมเครื่องดื่ม พื้นที่จัดจานก่อนยกไปโต๊ะ หรือมุมอาหารเบา ๆ ของครอบครัว

ตู้เก็บของและเคาน์เตอร์ในครัว

ตู้เก็บของเหนือเคาน์เตอร์เหมาะกับเก็บอุปกรณ์ที่ไม่อยากวางไว้ตลอดเวลา โครงการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันและความร้อนในครัวให้เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนโถงบันได ลิฟต์ และห้องน้ำสำหรับใช้งานร่วมกันอยู่ฝั่งซ้ายของโต๊ะอาหาร ขยับออกไปด้านข้างครัวจะเป็นลานซักล้างกับห้องเก็บของ ส่วนห้องแม่บ้านอยู่ใกล้แนวหน้าบ้านและมีห้องน้ำแยกให้ด้วยครับ

Cardio Pool ในบ้าน ETHERIA ระบบเกลือพร้อมหัวเจ็ต

สระว่ายน้ำกลางบ้านคือ Cardio Pool ขนาด 3.60 x 5.00 เมตร ลึก 1.20 เมตร เป็นระบบเกลือพร้อมหัวเจ็ตสร้างกระแสน้ำสำหรับว่ายออกกำลังกายอยู่กับที่ เป็นสระที่เหมาะสำหรับกิจกรรมเบาๆ ในบ้านมากกว่าการว่ายไปกลับระยะไกลในแนวยาว

ด้านบนมีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติภายนอก และด้านหน้ามีแผงระแนงช่วยบังสายตา แสดงให้เห็นว่าผนังกระจกของห้องนั่งเล่นกับห้องอีกฝั่งหันเข้าหากันผ่านผิวน้ำ สระจึงอยู่ในบรรยากาศของบ้าน มากกว่าจะต้องเดินออกไปยังพื้นที่ไกล ๆ

สระกลางบ้านมองไปยัง Multi-Retreat Suite

สมาชิกสามารถเลือกลงมาพักผ่อนได้ตามช่วงเวลาของตัวเอง และกลับไปนั่งพักในโถงหลักหรือห้องอีกฝั่งก็ได้ การวางสระตรงกลางยังทำหน้าที่แยกพื้นที่พักผ่อนออกเป็นสองฝั่ง โดยเปิดวิวไว้ร่วมกัน

Multi-Retreat Suite ห้องชั้นล่างริมสระว่ายน้ำ

ตรงข้ามกับห้องนั่งเล่นที่คั่นกลางด้วยสระว่ายน้ำคือ Multi-Retreat Suite บ้านมาตรฐานวางเตียง ตู้เสื้อผ้า และมีห้องน้ำในตัว จึงใช้เป็นห้องนอนชั้นล่างแยกจากโถงหลักได้ทันที ขณะที่บ้านตัวอย่างในภาพจัดโซฟา เก้าอี้ โต๊ะกลาง และเป็นมุมเครื่องดื่มแทน สมาชิกจึงเลือกมานั่งอ่านหนังสือ เล่นเกมกระดาน หรือคุยกันกลุ่มเล็ก ๆ ได้ในอีกห้อง โดยยังเห็นวิวเดียวกับโถงหลัก สะท้อนได้ว่าพื้นที่ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องอยู่ชั้นบนเสมอไป เพราะชั้นล่างก็มีห้องแยกให้ใช้ตามกิจกรรมของครอบครัว

Pavilion กับสวนหลังบ้าน

ภาพมุมสูงสวนหลังบ้านกับระเบียงบ้าน ETHERIA

“Architecture is the learned game, correct and magnificent, of forms assembled in the light.”

Le Corbusier — สถาปนิก

Pavilion มีหลังคาข้างผนังน้ำตก

ใกล้กันมี Pavilion สำหรับนั่งพักมีหลังคา เคาน์เตอร์ เก้าอี้ และสนามหญ้าอยู่ใกล้บ่อน้ำไล่ระดับกับผนังน้ำตก

สนามหญ้าและบ่อน้ำไล่ระดับหลังบ้าน

ท่ามกลางบรรยากาศของต้นไม้กับแนวพุ่มล้อมขอบสนามไว้ ให้เราได้เลือกนั่งใต้หลังคา อ่านหนังสือ บาร์บีคิวปาร์ตี้ หรือพาน้องหมาออกมาวิ่งเล่นในสนามหญ้าได้ในวันที่อากาศดีครับ

สวนหลังบ้านกับสุนัขดัลเมเชียนบนสนามหญ้า

ส่วนต้นไม้ใน Backyard มีหลายแบบ ตั้งแต่พุ่มเตี้ยใกล้ทางเดินไปถึงสูงยอดเรือนเหนือมุมนั่งพัก เราจึงได้เห็นฉากสีเขียวต่อเนื่องจากระดับพื้นขึ้นไป มีพื้นที่ว่างโดยเว้นตรงกลางไว้เป็นบริเวณทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนกลุ่มเก้าอี้อยู่บน Pavilion ใกล้ขอบสวน คนที่มาพักจึงนั่งดูสมาชิกสนุกในสนามได้ในระยะใกล้ หากเลือกจัดบ้านตามบรรยากาศนี้ การเก็บต้นไม้ไว้รอบพื้นที่ใช้งานจะช่วยเปิดมุมมองจากห้องและเหลือที่เดินเล่นได้พร้อมกัน

ชั้น 2 มุมดนตรี ห้องนอนสองห้อง และระเบียง Stellar View

Multi-purpose Area ชั้น 2 จัดเป็นมุมเล่นดนตรี

ชั้น 2 เราสามารถขึ้นมาได้โดยทางบันไดหรือลิฟต์ จากนั้นจะเจอโถงอเนกประสงค์ก่อนครับ แปลนบ้านวางบันไดกับลิฟต์ไว้ฝั่งเดียวกัน แล้วเปิดพื้นที่พักผ่อนออกไปข้างบันได ทางเดินจึงเริ่มจากมุมรวมตัวของครอบครัว ก่อนแยกไปยังห้องนอนแต่ละห้อง

ตรงกลางมีช่องเปิดสูงสองชั้นหรือ Double Volume อยู่ติดกันสองส่วน คือส่วนที่เปิดลงไปสู่ระดับล่าง และอีกส่วนเชื่อมกับชั้น 3 ด้านบน พื้นที่กลางบ้านจึงไม่รู้สึกเหมือนทางเดินปิดยาว ๆ แม้จะเชื่อมห้องหลายห้องอยู่บนชั้นเดียวกัน กานต์ว่าชั้นนี้แบ่งหน้าที่ได้เหมาะกับบ้านครอบครัวใหญ่ครับ ชั้นล่างยังใช้รับแขก กินข้าว และรวมญาติได้ ส่วนชั้น 2 เป็นพื้นที่คุ้นเคยของคนในบ้านมากขึ้น ลองนึกถึงวันที่มีแขกอยู่ข้างล่าง เด็ก ๆ ยังขึ้นมาอ่านหนังสือหรือดูหนังต่อได้ ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ก็ออกมานั่งพักในโถงใกล้ห้องนอน การแยกพื้นที่พักผ่อนออกมาอีกชุดหนึ่งช่วยลดโอกาสที่ทุกกิจกรรมจำเป็นจะต้องใช้ห้องเดียวพร้อมกันได้ทันที

มุมนี้เป็น Multi-purpose Area เปิดให้เราเลือกใช้งานได้หลายแบบครับ บ้านตัวอย่างจัดเป็นมุมเล่นดนตรี มีคีย์บอร์ด กลองชุด และกีตาร์ ด้านหลังเป็นกระจกสูง มีต้นไม้ให้เห็นผ่านช่องหน้าต่าง ผนังสีอ่อนกับโคมแขวนช่วยเน้นสัดส่วนสูงของห้อง ส่วนพื้นโทนไม้กับพรมวางอยู่ใต้ชุดเครื่องดนตรี ชวนให้นึกถึงวันหยุดที่พ่อแม่กับลูกหยิบเครื่องดนตรีคนละชิ้นมาลองเล่นด้วยกัน โดยทุกคนมีพื้นที่ขยับตัวเป็นของตัวเอง

Master Bedroom ชั้น 2 ผนังภาพศิลปะหัวเตียง

กานต์พาไปชมห้องนอนแรกของชั้น 2 ครับ เป็น Master Bedroom อยู่ติดกับ Multi-purpose Area ดีไซน์ออกมาเอาใจคนรักเสียงเพลงเหมือนกัน จัดวางเตียงนอนอยู่บริเวณกลางห้อง มีโซฟาชุดยาวกับโต๊ะกลางอยู่ด้านข้าง ปลายห้องยังจัดโต๊ะทำงานและเก้าอี้พักผ่อนไว้ใกล้หน้าต่าง มีประตูเปิดสู่ Stellar View และสวนภายนอก เราจึงใช้ห้องนี้ได้หลายช่วงของวัน ตั้งแต่ตื่นนอนมาแล้วนั่งอ่านหนังสือ ทำงานหรือคุยกันก่อนนอนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่บนเตียงทุกกิจกรรม

มุมนั่งเล่นและโต๊ะทำงานใน Master Bedroom ชั้น 2

กระจกด้านหนึ่งของห้องมองออกไปยังช่องเปิดกลางบ้าน เห็นโคมแขวนอยู่ข้างนอกส่วนหน้าต่างอีกด้านเห็นต้นไม้ ห้องนี้จึงมีมุมมองทั้งเข้าหาตัวบ้านและออกสู่พื้นที่ภายนอก ช่วยลดบรรยากาศปิดทึบของห้องขนาดใหญ่ มีโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างเหมาะกับงานสั้น ๆ อย่างตอบอีเมล อ่านเอกสาร หรือวางโน้ตบุ๊กชั่วคราว เรายังมองออกไปเห็นสีเขียวระหว่างพักสายตาได้ ต่อจากมุมนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่แต่งตัว จัดแนวตู้เสื้อผ้าไว้ต่อเนื่องก่อนถึงห้องน้ำ และภายในห้องน้ำมีทั้งอ่างอาบน้ำ พื้นที่อาบน้ำ อ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์

มองผ่านกระจกเข้าไปในห้องนอนชั้น 2

กานต์ชอบห้องนี้ตรงที่มุมนั่งเล่นมีพื้นที่เป็นเรื่องเป็นราวครับ โซฟากับโต๊ะกลางไม่ได้วางแทรกอยู่ในทางเดินจนเราต้องเบี่ยงหลบ แถมยังมีบริเวณให้เดินรอบเตียง จัดเป็นมุมทำกิจกรรมเบา ๆ ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องนอนได้ ถ้าครอบครัวคุ้นเคยกับการมานั่งคุยในห้องของกันและกัน พื้นที่นี้ก็รองรับได้สบาย แต่เจ้าของห้องยังเลือกปิดประตูพักผ่อนเมื่ออยากอยู่เงียบ ๆ ได้เหมือนเดิม ห้องขนาดใหญ่จึงเพิ่มทางเลือกให้เจ้าของห้องได้ดี

ห้องนอนชั้น 2 เตียงผ้าคลุมสีน้ำเงินกับวิวต้นไม้

ห้องนอนต่อมาจะอยู่ฝั่งตรงกันข้าม โดดเด่นด้วยเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ใช้ผ้าคลุมเตียงสีน้ำเงิน รอบเตียงเป็นผนังสีอ่อน พื้นโทนไม้ และกระจกหลายด้าน มองจากบนเตียงก็เห็นต้นไม้ผ่านหน้าต่าง ส่วนประตูกระจกเชื่อมออกไปยังพื้นที่ภายนอก ห้องนี้มีบรรยากาศต่างจากห้องนอนก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่เน้นของตกแต่งแต่ให้วิวสีเขียวเป็นส่วนหนึ่งของห้อง เวลานอนอ่านหนังสือหรือพักเฉยๆ จึงมีอะไรให้มองออกไปไกลจากผนัง

Walk-in Closet ข้างเตียงในห้องนอนชั้น 2

อีกด้านของห้องเป็นมุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ที่มีทั้งราวแขวนเสื้อ ชั้นวางของ ลิ้นชักเก็บของ และติดกระจกไว้ใกล้บริเวณนอน เป็นมุมแต่งตัวให้เดินเข้าไปหยิบใช้ได้ทันที เหมาะกับห้องของสมาชิกที่อยากมีของใช้ประจำวันอยู่ในห้องครบ ห้องนอนนี้ก็มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน ที่น่าสนใจคือเป็นห้องที่เชื่อมต่อกับ Stellar View และสวนบนระเบียงชั้น 2 ด้านนอกได้อีกด้วยครับ

ระเบียง Stellar View ชั้น 2 ใต้หลังคาระแนง

อย่างที่บอกไปว่า ห้องนอนทั้ง 2 สามารถเชื่อมต่อกับระเบียง Stellar View และสวนได้จากคนละด้าน เป็นลานกลางแจ้งพร้อมระแนงด้านบน มีโซฟา เก้าอี้เดี่ยว และโต๊ะกลางวางเอาไว้ ข้างหนึ่งเป็นราวกระจกเปิดมุมมองลงไปสู่พื้นที่กลางบ้าน อีกข้างมีแนวต้นไม้กับผนังตัวบ้านช่วยกำหนดขอบเขต พื้นที่สีเขียวจึงอยู่ในระยะใกล้ ๆ เป็นรายละเอียดที่เพิ่มบรรยากาศพักผ่อนได้ทั้งตอนอยู่ข้างในห้องและตอนออกมานั่งด้านนอก

ครอบครัวนั่งเล่นบนระเบียง Stellar View

Stellar View ให้บรรยากาศเปลี่ยนไปจากห้องภายในได้ทันทีเลยครับ พื้นที่นั่งเล่นตรงนี้ เราสามารถยกเครื่องดื่มออกมาคุยหลังทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือช่วงแดดอ่อน ๆ ก็เหมาะ หรือช่วงค่ำจะนอนดูดาวใต้แสงจันทร์ก็ได้ครับ เป็นมุมที่ออกแบบให้ทุกคนในครอบครัวได้ทำกิจกรรมต่างกันแต่พร้อมกันได้ โดยไม่ต้องให้ทุกคนทำสิ่งเดียวกันจึงจะต้องเรียกว่าใช้เวลาด้วยกัน ราวกระจกใสช่วยให้มองผ่านไปเห็นตัวบ้านและสระว่ายน้ำด้านล่าง ระเบียงจึงยังสัมพันธ์กับพื้นที่ภายใน แม้จะเดินออกมารับลมชมดาวก็ตาม

ห้องดูหนังชั้น 2 โซฟาสีน้ำเงินกับจอโปรเจกเตอร์

ชั้น 2 ยังมีอีกหนึ่งห้องที่บ้านตัวอย่างอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องสว่างมาเป็นห้องดูหนังที่ปิดทึบกันบ้างครับ ภายในมีโซฟาสีน้ำเงินขนาดใหญ่ โปรเจกเตอร์ จอรับภาพ และชั้นวางของแนวยาวอยู่ด้านหน้า ผนังใช้สีอ่อน มีรายละเอียดเส้นโค้งต่อเนื่องกับส่วนอื่นของบ้าน ส่วนม่านปิดอยู่ด้านหลังจอ ภาพอีกมุมแสดงช่วงเปิดหนังและใช้แสงห้องน้อยลง

กานต์ว่าห้องนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ห้องนอนครบทุกห้อง ก็สามารถเลือกจัดเป็นห้องดูหนังเอาไว้ใกล้ห้องนอนอื่นได้ เย็น ๆ กลับมาอาบน้ำ เปลี่ยนชุดแล้วออกมาดูหนังด้วยกันต่อก็สะดวกดีนะครับ แต่ถ้าวันหนึ่งต้องเพิ่มห้องนอน การปรับกลับไปย่อมก็สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพราะเป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัวจัดเตรียมไว้แล้วครับ

ชั้น 3 ห้องนอนส่วนตัวกับ Grand Suite Master Bedroom

บันไดไม้ขึ้นชั้น 3

ชั้น 3 ของบ้าน ETHERIA วางห้องนอนไว้เพียง 2 ห้อง แล้วให้แต่ละห้องมีพื้นที่แต่งตัว อาบน้ำและพักผ่อนอยู่ด้วยกัน ชั้นบนสุดจึงเหมาะกับสมาชิกครอบครัวซึ่งอยากมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น

บ้านมีลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นนี้ด้วย จึงเลือกเดินบันไดในวันปกติ หรือใช้ลิฟต์เวลาเหนื่อย ๆ และถือของขึ้นมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

บันไดมีลูกตั้งและลูกนอนใช้พื้นและราวจับโทนไม้เข้ม ตัดกับผนังสีอ่อน ไฟข้างขั้นบันไดส่องลงใกล้พื้น ช่วยให้เห็นแนวทางเดินช่วงกลางคืนได้สะดวก ทางเดินข้างบันไดอยู่ริมช่องโถงสูงเหนือพื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 บ้านมาตรฐานเปิดแนวราวระเบียงไว้ ส่วนบ้านตัวอย่างกั้นเพิ่มเพื่อแยกพื้นที่ให้เป็นส่วนตัวขึ้น ตรงนี้ต้องมองทั้งสองแบบครับ ถ้าชอบเปิดเชื่อมกันก็จะรู้สึกใกล้กับคนข้างล่างมากกว่า ส่วนใครอยากลดเสียงจากกิจกรรมชั้น 2 ก็ค่อยออกแบบผนังและประตูให้เหมาะกับการใช้งานได้ครับ

ห้อง PRAYER ชั้น 3 จัดเป็นห้องเก็บของส่วนตัว

ข้างโถงลิฟต์มีห้องอเนกประสงค์ เรียกว่า PRAYER และต่อออกไปยังระเบียงเล็กได้ บ้านตัวอย่างนำบริเวณนี้มาตกแต่งเป็นห้องเก็บของส่วนตัว มีเคาน์เตอร์ กระจก ชั้นวาง และตู้เซฟซ่อนอยู่ในชุดตู้ จึงเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าพื้นที่เดียวกันปรับใช้ได้หลายทาง ถ้าครอบครัวมีหิ้งพระก็จัดเป็นมุมสวดมนต์ หากชอบอ่านหนังสืออาจเปลี่ยนเป็นมุมนั่งสงบ ๆ ใกล้ห้องนอน โดยตู้เซฟและงานตู้ในภาพเป็นส่วนตกแต่งของบ้านตัวอย่าง

ระเบียงข้างมุม PRAYER เป็นพื้นที่กลางของชั้นนี้ สมาชิกจึงออกไปใช้งานได้โดยไม่ต้องผ่านห้องนอนใคร เหมาะสำหรับจัดเป็นมุมส่วนตัวเล็ก ๆ วางเก้าอี้ไว้นั่งรับอากาศภายนอกหรือวางต้นไม้ตามพื้นที่จริงได้ครับ

ห้องนอนชั้น 3 โทนสีเทากับหมอนสีเขียว

เมื่อเข้ามาในห้องนอนบนชั้น 3 จะเห็นว่าห้องออกแบบให้มีพื้นที่วางเตียงพร้อมมุมนั่งเล่นและโต๊ะทำงาน หน้าต่างกว้างรับวิวต้นไม้ ส่วนกระจกบริเวณมุมห้องเปิดมุมมองออกไปมากกว่าด้านเดียว โทนสีเทากับพื้นสีไม้ให้บรรยากาศที่ดูเรียบนิ่ง แล้วเติมสีเขียวบนหมอนกับสีแดงตรงโต๊ะให้ห้องดูสดใสขึ้น กานต์ชอบระยะระหว่างเตียงกับมุมริมหน้าต่างครับ เพราะเจ้าของห้องเลือกนั่งทำงานหรือพักสายตาได้ โดยไม่ต้องใช้เตียงเป็นที่นั่งตลอดวัน

โต๊ะทำงานกับชั้นหนังสือทรงโค้งในห้องนอนชั้น 3

บ้านตัวอย่างจัดโต๊ะทำงานไว้ใกล้แสงธรรมชาติ ด้านหลังเป็นชั้นหนังสือทรงโค้งพร้อมแผ่นเสียง ส่วนเก้าอี้ตัวใหญ่ข้างหน้าต่างมีโต๊ะเล็กและโคมไฟอยู่ใกล้กัน ใครทำงานจากบ้านอาจใช้โต๊ะนี้เคลียร์งาน แล้วขยับไปอ่านหนังสือหรือฟังเพลงหรือเล่นกีตาร์ตรงเก้าอี้ในช่วงพัก

Walk-in Closet กับโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนชั้น 3

ส่วนแต่งตัวของห้องนี้อยู่ใกล้ทางเข้าและห้องน้ำ แยกจากพื้นที่พักผ่อน ออกแบบเป็น Walk-in Closet จัดตู้เปิด ราวแขวน ชั้นเก็บกล่อง และลิ้นชักไว้หลายตำแหน่ง พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งกับกระจกบานใหญ่ เสื้อผ้าประจำวันหยิบได้ง่าย ส่วนของชิ้นเล็กเก็บเข้าลิ้นชักได้ การวางมุมแต่งตัวไว้ก่อนถึงเตียงนอนยังช่วยรวบกิจกรรมเตรียมก่อนออกจากบ้านให้ครบจบในบริเวณเดียว

มุมนอนและมุมทำงานในห้องนอนชั้น 3

ห้องนอนนี้ยังมีห้องน้ำในตัวด้วย ภายในวางอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำแยกจากพื้นที่แห้ง จึงเหมาะกับใช้งานประจำวันแบบคล่องตัว แต่งตัวเสร็จก็กลับเข้าส่วนพักผ่อนต่อได้เลย สมาชิกที่อยากมีห้องของตัวเองภายในบ้านครอบครัวใหญ่จึงใช้ห้องนี้ได้ค่อนข้างครบ ทั้งทำงาน พักผ่อน และดูแลกิจวัตรส่วนตัวครับ

Grand Suite Master Bedroom โคมระย้าวงแหวนกับโซฟาทรงโค้ง

มาถึงห้องนอนใหญ่สุดกันบ้างครับ คือ Grand Suite Master Bedroom ห้องนี้จะให้อารมณ์ที่ต่างออกไป ด้วยการเลือกใช้สีครีม เทาอ่อน และน้ำตาลเป็นหลัก พร้อมกระจกบนผนังหัวเตียง คิ้วตกแต่ง และโคมไฟระย้าวงแหวน

โซฟาทรงโค้งปลายเตียงใน Grand Suite Master Bedroom

บ้านตัวอย่างวางโซฟาทรงโค้งไว้ปลายเตียง มีเก้าอี้อีกตัวกับโต๊ะกลางอยู่ด้านหน้า แล้วติดโทรทัศน์ตรงผนังฝั่งตรงข้าม จึงจัดเป็นมุมดูหนัง อ่านนิตยสาร คุยกันก่อนนอนได้โดยยังอยู่ใกล้กัน ชุดโซฟามีขนาดค่อนข้างเต็มพื้นที่ ใครอยากได้พื้นโล่งเพิ่มก็เลือกเฟอร์นิเจอร์เล็กลงได้ครับ

โต๊ะริมกระจกใน Grand Suite มองลงไปยังพื้นที่กลางบ้าน

ถัดจากส่วนพักผ่อนมีมุมโต๊ะริมกระจก มองเข้าสู่พื้นที่กลางบ้าน และเปิดมุมมองลงไปยังระเบียงชั้น 2 กับสระว่ายน้ำด้านล่าง โต๊ะจึงเหมาะกับการเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อตอบอีเมล เซ็นเอกสาร เขียนงานสั้น ๆ หรือจัดดอกไม้ กานต์ชอบตรงที่มุมทำงานอยู่เยื้องจากเตียง เวลาเลิกงานก็เก็บอุปกรณ์ไว้ตรงนี้แล้วสามารถกลับไปพักผ่อนต่อได้

ห้องนอน Grand Suite หน้าต่างบานใหญ่

ทางเข้าห้องมีโถงเล็กก่อนแยกไปส่วนแต่งตัว ห้องน้ำ และพื้นที่นอน กานต์ว่าข้อดีคือ ข้าวของแต่ละอย่างมีที่อยู่ชัดดีครับ เสื้อผ้าและของใช้จึงไม่ต้องมารวมอยู่รอบเตียงทั้งหมด บริเวณเตียงมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับมุมมองภายนอก จึงมองเห็นทั้งต้นไม้และอาคารใกล้เคียง ให้บรรยากาศโปร่งพร้อมมุมมองภายในของโครงการ ผ้าม่านมีทั้งชั้นโปร่งและชั้นทึบ เลือกกรองแสงระหว่างวันหรือปิดให้เป็นส่วนตัวก่อนนอนได้ครับ รอบเตียงยังมีพื้นที่เดินไปยังมุมนั่งเล่น เหมาะกับคู่รักที่ตื่นนอนหรือเข้านอนไม่พร้อมกัน คนหนึ่งอาจนั่งอ่านหนังสือก่อน ขณะที่อีกคนยังพักผ่อนอยู่บนเตียง

ห้องแต่งตัว Grand Suite ตู้สองฝั่งกับโต๊ะเครื่องแป้ง

ห้องแต่งตัวมีขนาดใหญ่มากเช่นกัน จัดวางตู้เรียงสองฝั่ง เว้นทางเดินตรงกลาง และมีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ด้านใน ฝั่งหนึ่งใช้ราวแขวนกับชั้นเปิด อีกฝั่งมีหน้าบานกระจก จึงแบ่งเก็บเสื้อผ้าประจำวันกับชุดสำหรับโอกาสพิเศษได้ ไฟใต้ชั้นส่องลงบริเวณราวแขวนช่วยให้หยิบของง่ายขึ้น ส่วนลิ้นชักใช้เก็บเครื่องประดับหรือของชิ้นเล็ก ตรงปลายห้องแต่งตัวมีอ่างล้างมือเล็กอยู่ข้างเคาน์เตอร์เครื่องแป้งด้วยใช้ล้างมือหลังทาครีมหรือแต่งหน้าได้โดยแยกจากอ่างล้างหน้าในห้องน้ำหลัก ข้อดีคือถ้ามีคนใช้งานพร้อมกันคนหนึ่งแต่งตัวตรงเคาน์เตอร์อีกคนก็เข้าห้องน้ำได้ตามปกติ

ห้องน้ำ Grand Suite อ่างอาบน้ำลอยตัวกับฉากกระจก

ส่วนห้องน้ำแบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน อ่างล้างหน้าเป็นแบบคู่ ส่วนโถสุขภัณฑ์อยู่แยกจากมุมอาบน้ำตามแปลน ผิวกระเบื้องลายหินโทนเทากับเคาน์เตอร์สีเข้มให้บรรยากาศสงบ อ่างอาบน้ำสีขาวแบบลอยตัวอยู่ใกล้ช่องแสง และส่วนฝักบัวมีฉากกระจกกั้นไว้ ช่องแสงในห้องน้ำใช้กระจกฝ้า ให้แสงเข้ามาพร้อมบังสายตาจากภายนอก ส่วนด้านหน้าห้องน้ำในแปลนมีแถบสวน ช่วยเติมสีเขียวให้แนวอาคารโดยไม่ต้องนับเป็นระเบียงนั่งเล่นอีกจุด วันไหนรีบก็ใช้ส่วนฝักบัวแล้วเดินต่อไปแต่งตัว ส่วนวันที่อยากพักนานขึ้นก็เลือกนอนแช่อ่างจิบไวน์ได้ ก่อนกลับไปนั่งบนโซฟาหรืออ่านหนังสือในห้องนอน พื้นที่ชั้นบนของ ETHERIA จึงเปิดโอกาสให้สมาชิกครอบครัวมีห้องส่วนตัวที่ใช้ชีวิตได้ครบขึ้น อยู่ร่วมบ้านหลังใหญ่กับคนอื่น แล้วเลือกเวลาของตัวเองได้ด้วยครับ

Clubhouse ล็อบบี้ Private Lounge ห้องเด็ก และฟิตเนส

ภาพมุมสูง Clubhouse สนามหญ้า และสระว่ายน้ำส่วนกลาง

กานต์พาเดินออกจากบ้านมาชมพื้นที่ส่วนกลางกันบ้างครับ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่กานต์ประทับใจในแง่ของดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกวัยครับ

ขอเริ่มจากด้านนอกก่อนนะครับ ถ้ามองจากมุมสูง สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือสนามหญ้าผืนใหญ่สีเขียวตั้งแต่หน้า Clubhouse ยาวไปจนถึงแนวต้นไม้ มีทางเดินสีอ่อนวิ่งโค้งรอบสนาม แล้วแตกเป็นทางเล็กไปอีกหลายสาย ริมทางวางโคมไฟทรงตะเกียงเตี้ยไว้เป็นระยะ

รอบสวนยังมี Pavilion สีขาว ผนังเจาะช่องโค้งยอดมนเรียงกันเป็นแนวตั้ง มีหลังคาระแนงยื่นออกมากันแดด ช่องโค้งพวกนี้คือกลิ่นอายของ Modern Arch Revival แต่ที่นี่ตัดทอนลวดลายออกจนเหลือเพียงเส้นโค้งกับผนังเรียบ ๆ ทำให้ดูโมเดิร์นมากขึ้นครับ

Clubhouse ล้อมด้วยต้นไม้ แนวสระว่ายน้ำทอดผ่านกลางอาคารและสนามหญ้าด้านหน้า บอกบุคลิกของ โครงการได้ชัดครับ ที่นี่วางพื้นที่พักผ่อนไว้ใกล้กัน ทั้งมุมนั่งคุย ห้องออกกำลังกาย ห้องเด็ก และสวน เราจึงมองเห็นชีวิตหลายแบบเกิดขึ้นในบริเวณเดียวกัน คนหนึ่งว่ายน้ำ อีกคนอ่านหนังสือ เด็ก ๆ เล่นอยู่ในห้องเด็ก ส่วนคนในบ้านก็นัดมาเจอกันภายหลังได้ ภาพรวมดูเหมือนสถานที่สำหรับใช้เวลาร่วมกัน โดยแต่ละคนยังเลือกกิจกรรมตามใจตัวเองได้ครับ

โถงเพดานสูงใน Clubhouse กับโคมไฟลูกปัด

มาดูภายใน Clubhouse กันบ้างครับ ลักษณะเป็นอาคารสูงสองชั้น วางผังหักมุมโอบลานตรงกลางไว้ จากสวนจะเห็นเสากลมต้นใหญ่ยืนเรียงกันรับชั้นบน ผิวเสาปิดหินสีครีมอมเทา มีลายเส้นวิ่งตามแนวตั้งเสากลมหนาแบบนี้ให้ความรู้สึกมั่นคงและหรูหราเหมือนอาคารคลาสสิคในยุโรป แต่ไม่มีบัวหัวเสาหรือลวดลายอะไรเลยสักชิ้น ทำให้ดูโมเดิร์น ส่วนความเรียบหรูเลยไปอยู่ที่สัดส่วนล้วน ๆ ครับ

ชายคาขอบหลังคาทั้งชั้นบนชั้นล่างทำเป็นแผงหนาสีอ่อน โค้งเข้าโค้งออกเป็นคลื่นไปตลอดแนว Facade ระเบียงชั้นสองก็พลอยโค้งตามไปด้วย เรายังเห็นเส้นโค้งแบบนี้ยังไปโผล่อีกหลายที่ข้างใน ทั้งฝ้าของเลานจ์ ช่องแสงเหนือสระว่ายน้ำ ไปจนถึงผนังห้องประชุม เดินจากข้างนอกเข้าไปก็จะรู้สึกต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกันตลอด ส่วนหน้าต่างเป็นกรอบโลหะสีเข้ม แบ่งช่องกระจกสูงเกือบเต็มชั้น กลางวันกระจกสะท้อนต้นไม้ในสวน พอกลางคืนเปิดไฟข้างใน Clubhouse ก็เรืองสีอำพันออกมา

Greenery View Lobby โซฟาทรงโค้งกับเคาน์เตอร์บาร์

Greenery View Lobby เป็นพื้นที่รับรองที่น่านั่งมากครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาปุ๊บ รับรองว่าต้องเงยหน้าก่อนเลย โถงนี้เป็น Double Volume เพดานสูงสองชั้นเปิดพื้นที่ให้โคมไฟห้อยลงมาเป็นสาย โคมทรงกลมเรียงต่อกันดูคล้ายลูกปัด รับกับเส้นโค้งของฝ้าและเฟอร์นิเจอร์ได้ดี แสงธรรมชาติในภาพเข้ามาถึงพื้น เกิดเงาต้นไม้กับกรอบกระจกเป็นลวดลายอยู่ภายในห้อง จัดวางโซฟาทรงโค้งจัดตามแนวผนัง สลับกับเก้าอี้เดี่ยวและโต๊ะกลางหลายชุด แยกเป็นกลุ่มเพื่อรองรับวงสนทนาหลายขนาด ครอบครัวอาจนั่งรวมกันบนโซฟา ส่วนแขกสองคนเลือกเก้าอี้หันเข้าหากันก็ได้ โต๊ะกลางวางห่างเป็นช่วง ๆ สีอ่อนของโซฟาช่วยให้บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการนั่งคุย ส่วนกรอบหน้าต่างสีเข้มก็รักษาความคมของงานออกแบบไว้ โคมชิ้นเดียวนี้เป็นงานศิลปะประจำโถงไปในตัวเลยครับ พอมองรวมกัน ห้องนี้จึงดูโอ่อ่า โอ่โถง

มองออกไปเห็นสนามหญ้า ต้นไม้ และพื้นที่น้ำ ห้องนี้จึงมีทั้งมุมกว้างของสวนกับรายละเอียดใกล้ตัวให้พักสายตา ชื่อ Greenery View Lobby อธิบายภาพนี้ได้ตรงมากครับ เพราะวิวสีเขียวเข้ามาอยู่ในห้องอย่างชัดเจนตั้งแต่มุมที่นั่ง โดยไม่จำเป็นต้องเดินออกไปข้างนอก

มุมนั่งริมหน้าต่างใน Private Lounge

ต่อมาเป็น Private Lounge สำหรับวงสนทนาที่อยากนั่งคุยกันนานขึ้น ภายในมีเคาน์เตอร์บาร์ เก้าอี้ทรงสูง และชุดนั่งเล่นหลายมุม กระจกสูงเปิดรับต้นไม้ด้านนอก ขณะที่ม่านสูงช่วยให้ห้องดูนุ่มนวลขึ้น เคาน์เตอร์ผิวลายหินวางเป็นจุดเด่นตรงปลายห้อง แต่โต๊ะกับเก้าอี้นั่งสบายก็วางกระจายอยู่รอบ ๆ เราจึงเลือกได้ว่าจะนั่งตรงบาร์หรือรวมกลุ่มคุยกันบนโซฟา กานต์มองว่า Private Lounge เป็นจุดเด่นของพื้นที่รับรอง น่านั่งใช้เวลาต่อเนื่องได้นาน ๆ

ชุดโซฟาใน Private Lounge ใต้โคมไฟลูกปัด

ด้วยความที่โครงการจัดวางเก้าอี้สตูลทรงสูงล้อมโต๊ะบาร์ ด้านในมีชุดที่นั่งจัดวางอยู่ด้านหน้า และมุมนั่งขนาดเล็กตามแนวกระจก สิ่งนี้ชวนให้คิดถึงบทสนทนาหลายแบบ เพื่อนกลุ่มหนึ่งอาจนั่งคุยรวมกัน ส่วนคนอยากอ่านหนังสือก็เลือกเก้าอี้ริมหน้าต่างได้ เราอาจพาลูกมานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน นัดเพื่อนบ้านคุยหลังรับลูกกลับจากโรงเรียน หรือเลือกมุมเงียบพักก่อนกลับไปทำงานต่อก็ได้ ภายในห้องนี้จึงไม่ได้บังคับให้ทุกคนหันไปทางเดียวกันหมด ดังนั้นผู้ใช้งานจึงรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว และมองออกไปเห็นสวนเมื่ออยากพักสายตา

Kids’ Room เพดานรูปบอลลูน

ไม่ไกลกันนักมี Kids’ Room ห้องเด็กเล่นที่เป็นพื้นที่ของเด็กจริง ๆ เป็นห้องที่ช่วยเปลี่ยนอารมณ์จากโทนเรียบของ Clubhouse มาเป็นสีสันสดใสขึ้น ผนังใช้แถบสีชมพูอ่อนสลับครีม โต๊ะกับฐานเฟอร์นิเจอร์มีสีน้ำเงิน ส่วนเพดานตกแต่งรูปทรงชวนให้นึกถึงบอลลูนและลูกกวาด รายละเอียดเหล่านี้สร้างบรรยากาศสนุกโดยยังคงเส้นโค้งแบบเดียวกับพื้นที่อื่น เราจึงรู้สึกว่าห้องนี้มีตัวตนของเด็ก ขณะเดียวกันก็อยู่ร่วมกับงานออกแบบทั้งอาคารได้ ภายในมีทั้งโต๊ะเตี้ย เก้าอี้ขนาดเล็ก โซฟายาว และเบาะนั่งบนพื้น เด็ก ๆ จึงเปลี่ยนกิจกรรมได้ตามจังหวะของตัวเอง จะนั่งเล่นของเล่นบนโต๊ะ ย้ายไปนั่งอ่านหนังสือ หรือพักบนเบาะก็มีพื้นที่รองรับ เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นใช้รูปทรงมน ดูเข้ากับห้องเด็กได้ดี

บันไดโค้งใน Clubhouse มองขึ้นไปเห็นต้นไม้

เดินขึ้นบันไดไปดูพื้นที่ส่วนกลางชั้นบนกันบ้างครับ มุมมองจากบริเวณบันไดขึ้นไปเห็นต้นไม้และช่องเปิดด้านบน ราวเหล็กเรียงตามแนวโค้ง ส่วนแสงผ่านระแนงเข้ามาเป็นเส้นบนผนัง สีเขียวจึงอยู่ระหว่างเส้นทางสัญจรทันที แทนที่จะรอให้เดินถึงสวนก่อนเราจึงจะพบต้นไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มบรรยากาศของพื้นที่พักผ่อน ขณะเดียวกัน ราวกระจกใสก็ช่วยเปิดมุมมองลงมายังสระน้ำ คนที่เดินขึ้นไปฟิตเนสหรือห้องประชุมยังได้เห็นกิจกรรมรอบสระระหว่างทาง บันไดโค้งจึงสร้างบรรยากาศร่วมกันได้อย่างชัดเจน แม้เราจะใช้เวลาอยู่ตรงนี้ไม่นานก็ตาม

Meeting Room ชั้นบนของ Clubhouse

ชั้นบนมี Meeting Room ภายในจัดวางโต๊ะยาว เก้าอี้พนักพิง และจอที่ผนังเอาไว้ช่วยรองรับการแสดงข้อมูลให้คนรอบโต๊ะมองไปในทิศเดียวกันได้ ตกแต่งโดยใช้ผิวลายไม้สลับแผงสีอ่อน บรรยากาศจึงดูสงบกว่าห้องนั่งเล่น แต่ยังไม่ดูจริงจังเหมือนห้องประชุมในสำนักงานทั่วไป มีประตูกระจกกั้นห้องเป็นสัดส่วน และมีมุมนั่งด้านนอกให้พักก่อนเข้าไปใช้งานด้วยครับ

ฟิตเนสใน Clubhouse เครื่องออกกำลังกายเรียงริมกระจก

ชั้นบนเป็นฟิตเนสที่ให้เราได้ออกกำลังกายไปพร้อมกับมองเห็นพื้นที่สวนสีเขียว ภายในห้องฟิตเนส เป็นลักษณะแนวยาว เปิดกระจกไปทางต้นไม้ เครื่องออกกำลังกายเรียงตามแนวกระจก โดยเว้นพื้นที่ด้านในให้เดินและขยับตัวได้ จัดวางลู่วิ่ง เครื่องเดินวงรี จักรยานออกกำลังกาย เครื่องแรงต้าน และบาร์ม้านั่งสำหรับออกกำลังกาย จึงรองรับกิจวัตรหลายแบบในห้องเดียวกัน คนที่ชอบเดินเร็วอาจเริ่มตรงลู่วิ่ง ส่วนคนเล่นเวตก็เลือกใช้อุปกรณ์อีกฝั่งตามความเหมาะสม

เครื่องคาร์ดิโอในฟิตเนสหันออกสู่สวน

ตำแหน่งเครื่องคาร์ดิโอหันไปทางกระจก จึงเหมาะกับเวลาต้องอยู่กับอุปกรณ์เดิมต่อเนื่องหลายนาที แทนที่จะมองเพียงผนัง ก็มีเรือนยอดไม้กับทิวทัศน์ด้านนอกอยู่ตรงหน้า สีเข้มของเครื่องตัดกับพื้นห้องและแสงธรรมชาติ จึงเติมความสดชื่นหายเหนื่อยได้ทันทีขณะที่กำลังออกกำลังกาย รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้สำคัญกับห้องฟิตเนสนะครับ เพราะคนออกกำลังกายต้องการความสดชื่น มีพื้นที่ให้เดินเปลี่ยนเครื่องและมีระยะขยับแขนขาไปมาได้สะดวก

ข้อดีของการมีฟิตเนสในโครงการคือเราเลือกเวลาสั้น ๆ ให้กับตัวเองได้ง่ายขึ้น สมมติว่ามีเวลาว่างก่อนอาหารเย็น ก็ออกมาเดินบนลู่วิ่งหรือปั่นจักรยานตามกำลัง แล้วกลับไปนั่งทานมื้อค่ำกับครอบครัวต่อได้ ไม่ต้องรวมเวลาเดินทางกับหาที่จอดรถเพิ่มเข้าไปในกิจกรรม สำหรับคนทำงานยุ่ง ความง่ายแบบนี้อาจมีผลกับความสม่ำเสมอมากกว่าห้องขนาดใหญ่เสียอีกครับ เพราะกิจวัตรประจำวันจะอยู่กับเราได้นานเมื่อเริ่มทำได้โดยไม่ต้องอาศัยการเตรียมหลายขั้นตอน

สนามหญ้า สระว่ายน้ำส่วนกลาง และสวนน้ำพุ

เล่นโยคะบนสนามหญ้าหน้า Clubhouse

สนามหญ้าผืนนี้ใช้งานได้สารพัด จะปูเสื่อเล่นโยคะตอนเย็นคนเดียวก็ได้ หรือปล่อยเด็ก ๆ กับน้องหมาวิ่งไล่กันรอบสนามก็สนุกดี ส่วนคุณพ่อขึ้นไปวิ่งบนลู่ชั้นสอง มองลงมาก็เห็นคนเล่นน้ำอยู่ข้างล่างทำให้นึกภาพตามออกได้เลยว่าความสุขจะหน้าตาเป็นยังไง ทั้งบ้านแยกกันทำกิจกรรมคนละอย่าง แต่ก็อยู่โครงการเดียวกันทั้งหมด

พาสุนัขเดินเล่นริมสนามหญ้าส่วนกลาง

สระส่วนกลางเป็นระบบเกลือ ความยาวประมาณ 25 เมตร ลึก 1.20 เมตร พร้อมสระเด็กและโซนจากุซซี่ ตอนที่เราไปเก็บภาพ ได้เห็นแสงส่องเป็นแนวสระยาวทอดผ่านช่องว่างกลาง Clubhouse ขอบปลายสระใช้เส้นโค้งรับกับรูปทรงอาคาร จัดวางเก้าอี้พักริมสระวางตามแนวทางเดิน มีโต๊ะเล็กแทรกเป็นบางจุด มองจากสระว่ายน้ำจะเห็นสวนแล้ว ตรงนี้ยังเหมาะกับการพักอยู่กับน้ำและคุยกันเบา ๆ ขณะที่สระว่ายน้ำหลักรองรับสำหรับคนที่อยากว่ายออกกำลังกาย แต่ละครอบครัวจึงเลือกจังหวะพักต่างกันได้ภายในบริเวณเดียวกันครับ

สระว่ายน้ำส่วนกลางระบบเกลือกับสระเด็ก

สำหรับบ้านมีเด็ก สระว่ายน้ำเด็กกับห้องเด็กเล่นอยู่ใกล้กัน ซึ่งโครงการคิดมาละเอียดมาก เพราะเด็ก ๆ อาจเริ่มจากเล่นในห้องแล้วเปลี่ยนมาลงน้ำกับผู้ปกครอง หรือว่ายน้ำเสร็จแล้วกลับไปพักต่อในเลานจ์ก็ได้ ผู้ใหญ่ยังต้องดูแลเด็กระหว่างเปลี่ยนกิจกรรม แต่ความใกล้กันช่วยให้ไม่ต้องย้ายสถานที่ทั้งครอบครัวหลายครั้ง ความสนุกจึงเกิดจากเวลาที่อยู่ด้วยกัน ครอบครัวใช้เวลาพักตรงนี้ได้โดยไม่ต้องเร่งไปจุดหมายอื่นครับ

สระว่ายน้ำส่วนกลางมองออกไปยังสวน

อีกหนึ่งไฮไลท์คือสวนน้ำพุตรงนี้แหละครับ ที่มีบ่อน้ำหลายบ่อไล่ระดับลงมาเป็นขั้นบันได ขอบบ่อหักเป็นเหลี่ยมไม่เท่ากัน ผนังบ่อก่อหินสีเข้มซ้อนเป็นชั้นบาง ๆ เหมือนชั้นหินตามธรรมชาติ น้ำล้นจากบ่อบนไหลลงบ่อล่างไปเรื่อย ๆ ใต้ขอบแต่ละขั้นยังซ่อนไฟเส้นสีทองไว้อีก พอฟ้าเริ่มมืดไฟติด ขอบบ่อทั้งแนวก็กลายเป็นริ้วทองลากยาวลงมา บ่อใหญ่มีน้ำพุพุ่งขึ้นเป็นแถว กลางบ่อน้ำพุมีมุมหนึ่งที่อยากให้ลองไปนั่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ขุดพื้นลงไปเป็นที่นั่ง สถาปนิกเรียกว่า Sunken Seating มีเบาะยาวโค้งตามขอบ กับโต๊ะกลมตัวเล็กตรงกลาง นั่งลงไปแล้วระดับสายตาเราจะอยู่เกือบเสมอผิวน้ำ มีเสียงน้ำพุล้อมรอบทุกทาง

สวนน้ำพุไล่ระดับกับ Sunken Seating

พอฟ้าเริ่มมืด ไฟใต้ขอบบ่อน้ำค่อย ๆ สว่างเป็นริ้วสีทอง โคมตะเกียงริมทางติดตามกันมาเป็นแถว สวยงามมาก ทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพสมมตินะครับ เพราะแต่ละบ้านใช้ชีวิตไม่เหมือนกันอยู่แล้ว แต่ก็พอทำให้เห็นนะครับว่า Clubhouse ที่ออกแบบมาให้วางกิจกรรมต่อเนื่องกันไปสำหรับครอบครัวนั้นดีต่อใจอย่างไร

เย็นวันธรรมดาของครอบครัวสามรุ่น

กานต์ชวนลองให้นึกภาพเล่น ๆ ถึงเย็นวันธรรมดาอันแสนสุขของที่นี่นะครับ ครอบครัวสามรุ่นที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน คุณพ่อทำธุรกิจครอบครัวแถวแจ้งวัฒนะ คุณแม่ดูบัญชีของบริษัท ลูกเรียนนานาชาติแถวดอนเมือง แล้วก็มีน้องหมาดัลเมเชียนอีกตัวที่พลังเหลือล้นในทุกวัน

วันอังคารสาย ๆ คุณพ่อมีนัดคุยงานกับซัพพลายเออร์สองคน แทนที่จะขับรถเข้าออฟฟิศก็เดินมา Clubhouse จองห้องประชุมไว้ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างรอแขกก็ชงกาแฟที่บาร์ไปพลาง ๆ คุยเสร็จก็พาแขกออกทางโถงหน้า ไม่มีใครต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่บ้านเลย ส่วนคุณแม่ที่มีไฟลต์ไปเชียงใหม่ตอนบ่ายก็ออกจากบ้านช้าได้อีกหน่อย เพราะสนามบินดอนเมืองอยู่ใกล้แค่นี้เองครับ

แนวบ้านในโครงการ Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ ยามพลบค่ำ

โครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ จึงเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ทว่าอบอุ่นได้ในทุกช่วงเวลาครับ

พอได้เข้าไปชมโครงการและอ่านรายละเอียดทั้งหมด กานต์กลับมานึกถึง Emily กับหน้าต่างห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

แต่ละคนคงมีมุมโปรดในบ้านต่างกัน บางคนชอบนั่งดูสวน บางคนชอบระเบียง บางคนมีความสุขกับโต๊ะกินข้าวแล้วนั่งคุยกับครอบครัวต่อหลังเก็บจาน ซึ่งโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ ก็ชวนให้เราเอาช่วงเวลาพวกนี้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งตอนเลือกซื้อบ้านครับ เพราะบ้านที่หรูควรมีมุมให้เราใช้ชีวิตได้สบายพอที่จะหยุดนั่งมองอะไรเพลิน ๆ แล้วอยากอยู่ตรงนั้นต่ออีกสักหน่อย

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ: https://m.scasset.com/11Z5R
รายละเอียดเพิ่มเติมโทร : 061-393-7178
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

คำถามที่พบบ่อย

Grand Bangkok Boulevard ดอนเมือง–แจ้งวัฒนะ อยู่ที่ไหน เดินทางสะดวกแค่ไหน

โครงการตั้งอยู่เลขที่ 899 ถนนศรีสมาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ห่างทางด่วนอุดรรัถยา–ศรีรัชราวหนึ่งกิโลเมตร และห่างถนนติวานนท์ราว 800 เมตร จากตรงนี้เชื่อมต่อถนนวิภาวดีรังสิต แจ้งวัฒนะ และประชาชื่นได้ ใกล้โครงการมี Robinson ศรีสมาน กับตลาดเซฟวันโก ศรีสมาน ห่าง 500 เมตร โรงเรียนหอวัง นนทบุรี 1.3 กิโลเมตร IMPACT เมืองทองธานี 5 กิโลเมตร รถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีศรีรัช 7 กิโลเมตร Central แจ้งวัฒนะ 8 กิโลเมตร โรงพยาบาล World Medical 8.5 กิโลเมตร และสนามบินดอนเมือง 8.6 กิโลเมตร*

บ้านในโครงการมีกี่แบบ ราคาเท่าไหร่

ทั้งโครงการมีบ้านเดี่ยวสามชั้น 38 หลัง แบ่งเป็นสามแบบ MURMORA พื้นที่ใช้สอย 450 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถ 3 คัน VELVORA 558 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ จอดรถ 4 คัน มีลิฟต์ ส่วน ETHERIA 735 ตารางเมตร 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ จอดรถ 5 คัน มีลิฟต์และสระว่ายน้ำส่วนตัว ทุกแบบมีห้องแม่บ้าน ราคาตามเว็บไซต์ SC อยู่ที่ 35–60 ล้านบาท สระในบ้าน ETHERIA เป็น Cardio Pool ระบบเกลือ ขนาด 3.60 x 5.00 เมตร ลึก 1.20 เมตร มีหัวเจ็ตไว้ว่ายออกกำลังกายอยู่กับที่

ส่วนกลางและระบบรักษาความปลอดภัยมีอะไรบ้าง

Clubhouse สูงสองชั้น มี Greenery View Lobby เพดานสูงสองชั้น Private Lounge พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ Kids’ Room ห้องประชุม และฟิตเนสที่หันหน้าเข้าหาสวน สระว่ายน้ำส่วนกลางเป็นระบบเกลือ ยาวราว 25 เมตร ลึก 1.20 เมตร มีสระเด็กกับโซนจากุซซี่ รอบอาคารเป็นสนามหญ้า Pavilion บ่อน้ำไล่ระดับ และสวนน้ำพุที่มี Sunken Seating อยู่กลางบ่อ ด้านความปลอดภัยใช้ระบบผ่านเข้าออกอัตโนมัติ กล้อง CCTV เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และเดินสายไฟฟ้าใต้ดิน ในบ้านติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันและความร้อนไว้แล้ว บ้าน ETHERIA ยังเตรียมจุดรองรับ EV Charger ไว้ 2 จุด

*ระยะทางอ้างอิงจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาโครงการและข้อมูลจากการเยี่ยมชมโครงการ ระยะเวลาเดินทางจริงเปลี่ยนตามสภาพการจราจร เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งในภาพเป็นของบ้านตัวอย่าง ข้อมูลราคาและรายละเอียดโครงการ ณ เดือนตุลาคม 2569 โปรดตรวจสอบกับผู้พัฒนาโครงการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

แชร์บทความนี้
KANT
BRIEF

A weekly dispatch, considered.