ENGLISH SUMMARY
THE CITY Ramintra-Wongwaen 3 is AP Thailand's newest detached-house project in the eastern outer-ring corridor of Bangkok. The project comprises 105 plots on 44 rai, on land from 100 sq.wah, with usable area of 460-580 sq.m. and parking for four to five cars. The design draws on London's Belgravia, a stucco-and-portico classicism that positions the project between the market's two extremes: glass-box modern luxury and overwrought classical. This is a house built for multi-generational, business-owning families. Price 16.99-30 million baht.
สรุปตรง
THE CITY รามอินทรา – วงแหวน 3 คือโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้นจาก AP บนถนนไทรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ที่ดินโครงการ 44 ไร่ จำนวน 105 ยูนิต ที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 460–580 ตารางเมตร ที่จอดรถ 4–5 คัน ราคา 16.99–30 ล้านบาท สิ่งที่แยกโครงการนี้ออกจากบ้านหรูหลังอื่นในย่านรามอินทรา–วงแหวนตะวันออก คือภาษาสถาปัตยกรรมที่หยิบมาจากย่าน Belgravia กรุงลอนดอน ผนัง Stucco สีงาช้าง หน้าต่างบานสูงสัดส่วนเดียวกันทั้งแถว ราวเหล็กดัดเส้นบางสีดำ และผังที่เดินบนแกนสมมาตร วางตัวอยู่ตรงกลางระหว่าง Modern Luxury ที่กระจกเยอะจนหน้าตาคล้ายกันไปทั้งตลาด กับ Classical เต็มรูปแบบที่บางครั้งก็อลังการเกินพอดี ส่วนกลางมี THE CLUB คลับเฮาส์สองชั้นพร้อมล็อบบี้เพดานสูง บาร์ เลานจ์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำพุ และ THE PARK สวนกลางที่วางเป็นวงรีอยู่หน้าคลับเฮาส์
“𝐒𝐢𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐢𝐭𝐲 𝐢𝐬 𝐭𝐡𝐞 𝐤𝐞𝐲𝐧𝐨𝐭𝐞 𝐨𝐟 𝐚𝐥𝐥 𝐭𝐫𝐮𝐞 𝐞𝐥𝐞𝐠𝐚𝐧𝐜𝐞.” — “ความเรียบง่ายคือหัวใจของความสง่างามที่แท้ทุกรูปแบบ” 𝗖𝗼𝗖𝗼 𝗖𝗵𝗮𝗻𝗲𝗹 พูดประโยคนี้ไว้ในโลกของห้องเสื้อ แต่กานต์คิดว่าวลีนี้ทำงานกับบ้านได้ดีไม่แพ้กัน เพราะเสื้อผ้ากับที่อยู่อาศัยตอบคำถามเดียวกัน คือเราอยากบอกโลกว่าเราเป็นใคร ด้วยเสียงแบบไหน

ย้อนไปเกือบ 200 ปีก่อนหน้า ที่กรุงลอนดอนมีย่านหนึ่งตอบคำถามนี้ไว้แล้ว ด้วยปูนฉาบและเหล็กดัด ที่นี่คือ Belgravia คฤหาสน์ผนัง Stucco สีงาช้างที่เรียงกันสุดสายตา หน้าต่างบานสูงสัดส่วนเดียวกัน ราวเหล็กสีดำเส้นบางเท่ากันทั้งถนน ไม่มีบ้านหลังไหนพยายามเด่นกว่าใคร และนั่นแหละคือเหตุผลที่ Belgravia กลายเป็นย่านแสนคลาสสิคของอังกฤษ
เพราะความหรูของ Belgravia ไม่เคยอยู่ที่ของแพง แต่อยู่ที่ความพอดีและส่งต่อวิถีชีวิตของคนในบ้านเช่นนี้กันมาหลายรุ่น
| Developer | AP |
|---|---|
| Type | บ้านเดี่ยว |
| Location | ไทรามัญ · คลองสามวา · กรุงเทพฯ |
| Price | 16.99–30 ล้านบาท |
ภาษาสถาปัตยกรรมจาก Belgravia มาถึงถนนไทรามัญ
ภาษาสถาปัตยกรรมชุดนี้เดินทางมาถึงถนนไทรามัญ ย่านเลียบวงแหวนตะวันออกของกรุงเทพฯ ในชื่อ THE CITY รามอินทรา – วงแหวน 3 โครงการบ้านเดี่ยวเพียง 105 ยูนิต บนที่ดิน 44 ไร่ ที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 460–580 ตร.ม. และที่จอดรถ 4–5 คัน โดย AP ชูคำว่า เป็น New Function พร้อมประโยคขายว่าเป็นความสมบูรณ์แบบที่หาไม่ได้อีกแล้วในย่านนี้

สิ่งที่เห็นก่อนอย่างอื่นคือซุ้มทางเข้า ปูนฉาบสีงาช้าง เสาสองข้างตั้งรับกันเป็นแกน แล้วถนนก็พาตรงเข้าไปหาคลับเฮาส์โดยไม่หักเลี้ยวไปไหน แกนสมมาตรแบบนี้เป็นของที่โครงการบ้านไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าใช้ เพราะเปลืองที่ดินและบังคับให้ผังทุกอย่างเรียงตามมัน แต่พอใช้แล้วได้ผล ความสงบที่ Belgravia มีก็มาจากตรงนี้ ไม่ได้มาจากลวดลายบนหัวเสา


มองจากมุมสูงจะเห็นว่าโครงการวางคลับเฮาส์กับสวนกลางไว้เป็นหัวใจ แล้วให้บ้านล้อมรอบ ลานหญ้าวงรีหน้าคลับเฮาส์คือของที่กานต์ชอบที่สุดในผังนี้ เพราะเป็นพื้นที่ว่างที่ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลยนอกจากปล่อยให้สายตาได้พัก ที่ดิน 44 ไร่กับบ้าน 105 หลัง แปลว่าเฉลี่ยแล้วเหลือพื้นที่ให้กับส่วนกลางและถนนค่อนข้างเยอะ


หน้าบ้านที่อ่านออกตั้งแต่ยังไม่เข้าไปข้างใน
หน้าบ้านเล่นกับสามอย่าง คือผนังปูนฉาบเรียบสีงาช้าง กรอบหน้าต่างสีดำแบ่งช่องแบบอังกฤษ กับชายคาที่ลากเป็นเส้นตรงยาว ไม่มีหัวเสาโรมัน ไม่มีหลังคาซ้อนสามชั้น รายละเอียดที่ประดับก็มีอยู่แค่บัวปูนที่เดินรอบตัวอาคาร ประตูหน้าสีดำสูงเต็มสองชั้นเป็นจุดเดียวที่ยอมให้ตัวเองเด่นได้ กานต์ว่าตรงนี้แหละคือจุดที่ทีมออกแบบเข้าใจ Belgravia จริง ๆ ครับ เพราะย่านนั้นก็เล่นแค่นี้เหมือนกัน




ที่จอดรถอยู่ใต้ชายคาต่อจากตัวบ้าน ไม่ได้แยกออกไปเป็นโรงรถลอย ๆ พอทำแบบนี้ หน้าบ้านจึงยังอ่านเป็นก้อนเดียว และรถที่จอดอยู่ก็ไม่กลายเป็นของแปลกปลอมกลางภาพ


เดินดูบ้านตัวอย่าง ชั้นล่างที่ออกแบบมาเพื่อการต้อนรับ
กานต์อยากเรียกโครงการนี้ว่า A Home for Welcome คือเป็นบ้านที่ออกแบบมาเพื่อการต้อนรับ เพื่อวันที่ทั้งครอบครัวอยู่พร้อมหน้า เพื่อหนึ่งวันที่ไม่ต้องออกไปไหนแล้วไม่รู้สึกว่าขาดอะไรเลย

เปิดประตูเข้ามาเจอโถงเพดานสูงสองชั้น กับโคมระย้าคริสตัลที่ห้อยยาวลงมาจากฝ้าชั้นบน พื้นหินขัดลายกรอบสี่เหลี่ยมซ้อนกันสามชั้น เป็นลายที่บังคับให้คนเดินเข้ามาหยุดมองตรงกลางก่อนจะเดินต่อ ผนังฝั่งซ้ายเป็นแผ่นหินอ่อน Book-Match แผ่นใหญ่ ส่องไฟจากด้านหลังให้ลายหินเรืองขึ้นมา ตรงนี้เป็นจุดที่โครงการยอมใช้เงิน และใช้ถูกที่ครับ เพราะเป็นภาพแรกที่แขกเห็น


จากโถงเดินต่อเข้าห้องนั่งเล่นที่เปิดยาวไปจนสุดผนังกระจก เฟอร์นิเจอร์เลือกสีน้ำเงินเข้มเป็นตัวยืน ตัดกับผนังกรุผ้าโทนครีมและพรมลายหินอ่อน ห้องนี้กว้างพอให้วางโซฟาสามตัวหันเข้าหากันโดยยังเดินผ่านได้สบาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ฟังดูธรรมดาแต่หายากมากในบ้านราคาต่ำกว่านี้





มุมที่กานต์ชอบที่สุดในชั้นล่างคือห้องนั่งเล่นเล็กที่กรุผนัง Chinoiserie ลายนกกระเรียนบินข้ามป่า เป็นการยืมของจากอังกฤษยุคหนึ่งที่หลงใหลงานตะวันออก มาวางไว้ในบ้านไทย แล้วมันเข้ากันได้จริง โคมกลมทองเหลืองที่แขวนอยู่กลางห้องช่วยดึงสายตาลงมา ไม่ปล่อยให้ผนังลายเยอะทำงานคนเดียว

ห้องอาหารวางโต๊ะยาวสิบที่นั่งพร้อมเคาน์เตอร์หินอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นทั้งบาร์และที่เตรียมอาหาร โคมระย้าคู่แขวนเรียงกันตามแนวโต๊ะ ช่องเปิดทรงโค้งเชื่อมห้องอาหารกับห้องนั่งเล่นไว้ด้วยกัน ทำให้เจ้าบ้านที่ยืนอยู่ฝั่งครัวยังคุยกับแขกที่นั่งอยู่อีกฝั่งได้ นี่คือรายละเอียดที่บอกว่าบ้านหลังนี้คิดจากวันที่มีคนมาเยอะ ไม่ได้คิดจากวันธรรมดา


ครัวไทยแยกออกมาเป็นห้องปิดต่างหาก ตู้บานเรียบสีขาว เคาน์เตอร์หินสีดำ มีหน้าต่างบานเลื่อนให้กลิ่นออก บ้านราคาระดับนี้ที่ยังทำครัวไทยแยกจริงจังมีไม่เยอะแล้ว ส่วนใหญ่เหลือแค่ซอกเล็ก ๆ หลังบ้านพอเป็นพิธี
ขึ้นชั้นสอง ห้องนอนใหญ่ ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ


บันไดไม้พร้อมราวเหล็กดัดเส้นบางพาขึ้นไปเจอโถงชั้นสองที่เปิดโล่งลงมาเห็นโถงล่าง โคมคริสตัลชุดที่ห้อยลงมาจากฝ้าชั้นบนก็คือชุดเดียวกับที่เห็นตอนเปิดประตูเข้ามา แต่คราวนี้ยืนมองในระดับสายตา ทางเดินชั้นสองปูไม้ทั้งผืน กรุผนังเป็นแผงบุผ้าสลับกับเส้นไม้แนวตั้ง เดินแล้วเสียงไม่ก้อง


ชั้นสองมีห้องนั่งเล่นของครอบครัวอีกห้องหนึ่ง เปิดออกระเบียงหน้าบ้าน ห้องนี้สำคัญกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด เพราะบ้านที่มีคนอยู่หลายรุ่น ห้องนั่งเล่นชั้นล่างมักกลายเป็นพื้นที่ของแขกไปโดยปริยาย ครอบครัวเลยต้องการที่นั่งดูทีวีของตัวเองอีกจุดที่ไม่ต้องแต่งตัวรับใคร


ห้องนอนใหญ่วางหัวเตียงเป็นแผงบุผ้าสีเทาอ่อนคาดเส้นไม้แนวตั้ง เสริมด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงินกับสีน้ำตาลทอง ภาพเขียนดอกไม้แขวนเหนือเดย์เบด โคมตั้งโต๊ะคู่ทรงกรวยสองข้างเตียงเลือกมาให้สูงพอดีกับหัวเตียง ไม่บังกัน จังหวะสีในห้องนี้ตั้งใจให้มีสีส้มแทรกอยู่ราวสิบเปอร์เซ็นต์ พอเป็นตัวปลุกไม่ให้ห้องจมไปกับโทนเทา


ถัดจากเตียงเป็นห้องแต่งตัวที่ใช้เสาทรงกลมบุผิวเรียบเป็นตัวแบ่งพื้นที่ แทนที่จะกั้นด้วยผนังทึบ ตู้กระจกเรียงสองฝั่ง มีโต๊ะเครื่องแป้งวางกลางระหว่างกระจกบานสูงสองบาน แสงจากไฟใต้ชั้นวางทำงานได้ดีมากในภาพนี้ เพราะทำให้ของที่วางอยู่บนชั้นดูเป็นของสะสม ไม่ใช่ของใช้

ห้องน้ำมาสเตอร์ปูพื้นลายกระเบื้องสลับดำขาวแบบเรียงเหลื่อม อ่างอาบน้ำแยกเดี่ยววางริมหน้าต่าง อ่างล้างหน้าคู่บนตู้ไม้สีเข้ม กระจกทรงสี่เหลี่ยมมุมมนสองบาน ลายพื้นเป็นของที่กล้าที่สุดในบ้านหลังนี้ และก็เป็นจุดเดียวที่กล้าได้โดยไม่รบกวนอะไร เพราะเป็นห้องปิด
ห้องนอนลูก สามห้องสามบุคลิก
บ้านตัวอย่างหลังนี้แต่งห้องลูกไว้สามแบบ แล้วแต่ละแบบก็เล่าเรื่องคนละคนจริง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนแค่สีผ้าปูที่นอน



ห้องแรกเป็นห้องของลูกชายที่ตามมอเตอร์สปอร์ต ผนังหัวเตียงกรุร่องแนวตั้งสีเทาคาดเส้นน้ำเงิน มีป้ายไฟโลโก้ MotoGP ติดอยู่ ผนังอีกด้านทำเป็นตู้โชว์ช่องสี่เหลี่ยมเรียงเต็มผนัง ใส่หมวกกันน็อก พวงมาลัย โมเดลรถ ไล่ไฟเส้นในทุกช่อง ห้องนี้สนุกที่สุดในบ้าน และเป็นห้องที่คนทำ Interior ต้องกล้าพอสมควรถึงจะเสนอลูกค้าได้



ห้องที่สองโทนเบจกับเขียวมัสตาร์ด หัวเตียงเป็นแผงบุนวมสีขาวครีมเดินเส้นทองแดง มีโต๊ะทำงานพร้อมกระจกบานยาวติดริมหน้าต่าง ห้องนี้ออกแบบมาเพื่อคนที่ทำงานอยู่ในห้องตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่แค่มีโต๊ะไว้ให้ครบ อีกด้านของห้องเป็นผนังไม้กรุเต็มผืนพร้อมชั้นลอย เชื่อมต่อไปยังห้องแต่งตัวส่วนตัว




ห้องที่สามเป็นของลูกสาว โทนชมพูอ่อนตัดเขียวมิ้นต์ หัวเตียงทำเป็นเส้นโค้งซ้อนกันเหมือนก้อนเมฆ แล้วมีห้องซ้อมบัลเลต์ต่อออกไปอีกห้อง กรุกระจกเต็มผนัง มีราวจับติดริมหน้าต่าง พรมขนนุ่มปูกลางห้อง ห้องซ้อมบัลเลต์ในบ้านตัวอย่างเป็นของที่กานต์ไม่ได้เห็นบ่อย และมันบอกตรง ๆ ว่าโครงการกำลังคุยกับครอบครัวแบบไหนอยู่


อีกห้องหนึ่งที่ควรพูดถึงคือห้องนอนโทนครีมกับส้มอิฐที่กรุผนังหัวเตียงเป็นลายใบแปะก๊วยเดินเส้นบาง ๆ ตู้เสื้อผ้าบานเรียบสีขาวเรียงต่อกับตู้โชว์ไฟในตัว ห้องนี้ขนาดกำลังดีสำหรับผู้ใหญ่ที่มาพักค้าง ปู่ย่าตายายหรือญาติที่มาอยู่ด้วยเป็นช่วง ๆ
THE CLUB และ THE PARK ส่วนกลางที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับบ้าน


คลับเฮาส์ใช้ภาษาเดียวกับตัวบ้าน แต่ขยายสเกลขึ้น ช่องโค้งสูงเรียงกันตลอดแนวผนัง กรอบสีดำตัดกับผนังหินสีอ่อน ต้นไซเปรสปลูกแทรกทุกช่อง ทางเข้าเป็นซุ้มโค้งเจาะทะลุอาคารให้มองเห็นสวนอีกฝั่ง เป็นมุมมองทะลุที่สถาปนิกวางไว้ให้เห็นตั้งแต่ยืนอยู่ที่ลานจอดรถ


ข้างในเป็นล็อบบี้เพดานสูงพร้อมบันไดโค้งกับโคมระย้าแก้วซ้อนชั้น ผนังกรุหิน Travertine ทั้งผืน หน้าต่างทรงโค้งสูงเต็มสองชั้นเปิดรับแสงเข้ามาจากฝั่งถนน มาตรฐานงานคลับเฮาส์ในตลาดบ้านราคานี้ขยับขึ้นมาเยอะในช่วงหลัง แต่ที่นี่ทำได้ในระดับที่ถ้าไม่บอกก็นึกว่าเป็นล็อบบี้โรงแรม




ชั้นบนของคลับเฮาส์แบ่งเป็นเลานจ์พร้อมบาร์ ห้องอ่านหนังสือกับมุม Co-Working และฟิตเนส บาร์ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์หินอ่อนพร้อมกระจกโค้งด้านหลัง ส่วนโซนอ่านหนังสือวางชั้นนิตยสารเรียงเต็มผนัง เก้าอี้หนังสีน้ำตาลอ่อนสองตัวหันเข้าหากัน พื้นที่แบบนี้จะได้ใช้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนิติบุคคลมากกว่าดีไซน์



สระว่ายน้ำเป็นสระยาวขนานไปกับตัวคลับเฮาส์ ก้นสระปูกระเบื้องลายตารางสีเข้ม มีหัวน้ำพุเรียงตลอดขอบด้านหนึ่ง เตียงอาบแดดวางอยู่ใต้ชายคาโค้ง มองจากด้านบนแล้วเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสระกับลานหญ้าวงรีชัดมาก สองอย่างนี้ทำงานร่วมกันเป็นภาพเดียว




THE PARK คือสวนกลางที่วางอยู่หน้าคลับเฮาส์ ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้รอบสนามหญ้ามีขนาดที่ให้ร่มได้จริงตั้งแต่วันแรก โคมไฟถนนทรงคลาสสิกกับทางเดินที่โค้งไปตามขอบสนาม ทำให้พื้นที่นี้ใช้เดินเล่นตอนเย็นได้ ไม่ได้เป็นแค่ภาพถ่ายโบรชัวร์
ที่จอดรถ 5 คัน อินไซต์ที่แม่นกว่าที่คิด
ตอนแรกกานต์เองก็อ่านตัวเลขนี้ผ่าน ๆ เหมือนสเปกทั่วไป พอนั่งไล่ดูว่าใครกันแน่ที่จะซื้อบ้านขนาดนี้ในย่านนี้ ถึงเข้าใจว่าที่จอดรถ 5 คันนี่คือ Insight ที่แม่นมาก ลองนึกภาพครอบครัวที่จะซื้อบ้าน 460 ตารางเมตรขึ้นไปในย่านนี้ดู เกือบทั้งหมดเป็นครอบครัวใหญ่หรือเป็นเจ้าของกิจการ พ่อมีรถ แม่มีรถ ลูกคนโตเพิ่งเริ่มทำงานมีรถของตัวเอง บ้านแบบนี้การมีรถ 4 คันเป็นเรื่องปกติ และคันที่ 5 คือรถของกิจการ รถตู้รับส่งของ หรือรถของปู่ย่าที่มาอยู่ด้วยกัน
ดังนั้น การที่ AP ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นธงหลักของฟังก์ชัน เท่ากับประกาศว่าเข้าใจชีวิตจริงของลูกค้ากลุ่มนี้และสอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบภาพใหญ่ของ AP ที่สื่อสารผ่านแคมเปญ New State of Living – Life First, Space Follows มาพักหนึ่งแล้ว คือเริ่มออกแบบบ้านจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่จากแปลนสำเร็จรูป
ทำเลถนนไทรามัญ กับเส้นทางออกจากบ้าน
โครงการตั้งอยู่บนถนนไทรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา ห่างจากทางพิเศษฉลองรัช ด่านจตุโชติ ราว 1.8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดของทำเลนี้ เพราะฉลองรัชคือเส้นที่พาเข้ารามอินทรา ลาดพร้าว และต่อเข้าเมืองชั้นในได้โดยไม่ต้องผ่านการจราจรบนถนนหลักช่วงเช้า ส่วนวงแหวนกาญจนาภิเษกอยู่ในระยะที่ขับถึงได้เร็ว และเป็นตัวเชื่อมไปทางดอนเมืองกับรังสิต
รอบตัวโครงการ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย อยู่ห่างราว 800 เมตร Ruamrudee International School Early Years Campus ราว 3.3 กิโลเมตร โรงเรียนสาธิตพัฒนาราว 5.1 กิโลเมตร ฝั่งไลฟ์สไตล์มีแจส กรีน วิลเลจ คู้บอน ราว 5.8 กิโลเมตร สายไหม อเวนิว ราว 7.5 กิโลเมตร และแฟชั่นไอส์แลนด์ราว 8.4 กิโลเมตร ส่วนโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือ ซีจีเอช สายไหม ราว 7.2 กิโลเมตร ตามด้วยอินทรารัตน์ พญาไท นวมินทร์ และสินแพทย์ รามอินทรา
ย่านนี้เป็นย่านที่โตมาจากบ้านจัดสรร ไม่ได้โตมาจากรถไฟฟ้า คนที่ซื้อบ้านแถวนี้ใช้รถทุกคน ตัวเลขที่จอดรถกับระยะถึงทางด่วนจึงมีน้ำหนักมากกว่าคำว่าใกล้สถานีในย่านอื่น
คู่แข่งในย่าน และเหตุผลที่เลือกพูดแบบไม่ตะโกน
ในตลาดที่บ้านหรูส่วนใหญ่แข่งกันตะโกน โครงการนี้เลือกพูดแบบ Quiet Luxury ที่ดูเรียบหรู สง่างามสไตล์อังกฤษ กานต์มองว่าการเลือก Belgravia เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แหลมคมมาก ในขณะที่ตลาดบ้านหรูชานเมืองกรุงเทพฯ ช่วงหลังแข่งกันด้วยสไตล์หลักอย่าง Modern Luxury ที่เน้นเส้นสายเรียบ กระจกเยอะ หน้าตาเริ่มเหมือนกันไปหมดทั้งตลาด และอีกสไตล์คือ Classical แบบจัดเต็ม มีทั้งเสาโรมัน หลังคาซ้อนชั้น ที่บางครั้งก็ดูเวอร์วังอลังการไป
แต่ Belgravia กลับอยู่ตรงกลางพอดี เป็นความคลาสสิคที่เรียบ มีระเบียบ มีที่มาทางประวัติศาสตร์ให้เล่า และแตกต่างจากโครงการอื่นในย่านนี้ได้ทันทีที่เห็นหน้าบ้าน และบรรยากาศโดยรวมของโครงการ
ช่วงราคา 16.99–30 ล้านบาทวางโครงการนี้ไว้ในกลุ่มบ้านเดี่ยว Luxury ที่ยังไม่ข้ามไป Super-Luxury แปลว่าคู่แข่งจริงคือบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ย่านรามอินทรา วัชรพล สายไหม และเลียบวงแหวนตะวันออกที่เปิดกันมาต่อเนื่อง ของที่เอามาแข่งได้ในย่านนี้มีไม่กี่อย่าง คือขนาดที่ดิน จำนวนที่จอดรถ และหน้าตา สองอย่างแรกวัดกันด้วยตัวเลข อย่างที่สามวัดกันไม่ได้ และเป็นอย่างเดียวที่ลอกกันยาก
รีวิวนี้กานต์พาไปดูให้ครบ ทั้งที่มาของดีไซน์ ฟังก์ชันที่ซ่อนความเข้าใจชีวิตครอบครัวใหญ่ ทำเล คู่แข่ง และคำถามข้อเดียวที่จะตอบทุกอย่าง คือความเรียบง่ายที่หรูหราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ apthai.com
คำถามที่พบบ่อย
THE CITY รามอินทรา – วงแหวน 3 อยู่ตรงไหน เดินทางสะดวกแค่ไหน
โครงการอยู่บนถนนไทรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ห่างจากทางพิเศษฉลองรัช ด่านจตุโชติ ราว 1.8 กิโลเมตร ต่อเข้ารามอินทราและลาดพร้าวได้โดยไม่ต้องผ่านถนนหลักช่วงเร่งด่วน เชื่อมวงแหวนกาญจนาภิเษกไปทางดอนเมืองและรังสิตได้ รอบโครงการมีโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ราว 800 เมตร Ruamrudee International School Early Years Campus ราว 3.3 กิโลเมตร แจส กรีน วิลเลจ คู้บอน ราว 5.8 กิโลเมตร และแฟชั่นไอส์แลนด์ราว 8.4 กิโลเมตร ส่วนโรงพยาบาลซีจีเอช สายไหม อยู่ราว 7.2 กิโลเมตร*
ราคาและขนาดบ้านเป็นอย่างไร
ราคา 16.99–30 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นบนที่ดินโครงการ 44 ไร่ จำนวน 105 ยูนิต ที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 460–580 ตารางเมตร และที่จอดรถ 4–5 คัน ซึ่ง AP ยกเรื่องที่จอดรถขึ้นมาเป็นธงหลักของฟังก์ชันภายใต้คำว่า New Function เพราะครอบครัวที่ซื้อบ้านขนาดนี้ในย่านนี้เกือบทั้งหมดเป็นครอบครัวใหญ่หรือเจ้าของกิจการ ที่มีรถประจำบ้านสี่คันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
งานออกแบบและส่วนกลางมีอะไรบ้าง
งานออกแบบใช้ภาษาสถาปัตยกรรมจากย่าน Belgravia กรุงลอนดอน ผนังปูนฉาบ Stucco สีงาช้าง หน้าต่างบานสูงสัดส่วนเดียวกัน ราวเหล็กดัดเส้นบางสีดำ และผังที่เดินบนแกนสมมาตร ภายในบ้านตัวอย่างมีโถงเพดานสูงสองชั้น ผนังหินอ่อน Book-Match ห้องนั่งเล่นกรุผนัง Chinoiserie ครัวไทยแยกเป็นห้องปิด และห้องนอนลูกที่แต่งแยกบุคลิกกันสามห้อง ส่วนกลางมี THE CLUB คลับเฮาส์สองชั้นพร้อมล็อบบี้เพดานสูง บาร์ เลานจ์ ห้องอ่านหนังสือและ Co-Working ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบน้ำพุ และ THE PARK สวนกลางพร้อมสนามหญ้าวงรีหน้าคลับเฮาส์
*ระยะทางอ้างอิงจากข้อมูลผู้พัฒนาโครงการ ระยะเวลาเดินทางจริงเปลี่ยนตามสภาพการจราจร ข้อมูลราคาและรายละเอียดโครงการ ณ เดือนกันยายน 2569 โปรดตรวจสอบกับผู้พัฒนาโครงการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อ — รีวิว The City Bangna 3 บ้านสวยจาก AP · AP เปลี่ยนจากแบรนด์สีแดงมาเป็นบ้านสีเขียวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ · รีวิว Bangkok Boulevard Ramintra – Watcharapol


