Monday 27 July 2026
Luxury · Design · Lifestyle
KANT
Editorial Intelligence for the Considered Life
Home  ·  HOTEL
HOTEL·26 Jul 2026

รีวิว Grand Hyatt Singapore โ⁠ร⁠ง⁠แ⁠ร⁠ม 55 ปีบนถนน Scotts ที่⁠ปิ⁠ด⁠รี⁠โ⁠น⁠เ⁠ว⁠ต 3 ปี

โรงแรมอายุ 55 ปีบนถนน Scotts ที่ยอมปิดรีโนเวตเกือบ 3 ปี กลับมาเปิดใหม่ 28 สิงหาคม 2025 กับ 699 ห้อง สองปีกสองสถาปนิก และสวนที่ทำให้ Orchard เงียบลงหนึ่งชั้น

Words & Photography · KANT
ป้ายชื่อ Grand Hyatt บนผนังหินอ่อนทางเข้าโรงแรม

ENGLISH SUMMARY

Grand Hyatt Singapore is a 55-year-old hotel at 10 Scotts Road in the Orchard district of Singapore. First opened in 1971 as the largest hotel in Southeast Asia, it closed for a full renovation in September 2022 and reopened on 28 August 2025 with 699 rooms and suites. The property is split into two wings designed by separate teams: the 407-room Grand Wing by Tokyo studio Strickland, which carries the octagonal motif of the original 1971 building through the interiors alongside Peranakan-inspired accents and Patagonia stone bathrooms, and the 292-room Terrace Wing developed with UK landscape studio Grant Associates, the practice behind Gardens by the Bay, which brings a shinrin-yoku forest-bathing concept onto a concrete slab in the middle of the city. A Deluxe King room measures roughly 54 square metres, a size new-build Singapore hotels can no longer offer. Seven restaurants include the halal-certified StraitsKitchen buffet, Pete’s Place — Singapore’s longest continuously operating Italian restaurant, open since 1973 — and 10|SCOTTS.

สรุปตรง

Grand Hyatt Singapore คือโรงแรมอายุ 55 ปีที่เลขที่ 10 Scotts Road ใจกลางย่าน Orchard สิงคโปร์ เปิดครั้งแรกปี 1971 ในฐานะโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปิดรีโนเวตยาวตั้งแต่กันยายน 2022 และกลับมาเปิดอีกครั้งวันที่ 28 สิงหาคม 2025 รวม 699 ห้อง แบ่งเป็น Grand Wing 407 ห้อง ออกแบบโดย Strickland จากโตเกียวที่หยิบลายแปดเหลี่ยมของอาคารเดิมมาเดินเป็นลายเซ็นทั่วทั้งปีก กับ Terrace Wing 292 ห้อง ที่ทำงานร่วมกับ Grant Associates สตูดิโอผู้ออกแบบ Gardens by the Bay วางแนวคิดอาบป่าแบบญี่ปุ่นลงบนสแลบคอนกรีตกลางเมือง ห้อง Deluxe King ขนาด 54 ตารางเมตรกว้างในระดับที่โรงแรมเปิดใหม่ในสิงคโปร์ทำไม่ได้แล้ว สิ่งที่กานต์ให้คะแนนสูงคือน้ำตกกลางโรงแรมที่ทำหน้าที่กลบเสียงถนน และอาหารเช้าที่ StraitsKitchen

Key Facts
KANT Rating 4.5 / 5
LocationOrchard · สิงคโปร์
Price฿฿฿฿

ในธุรกิจโรงแรม ส่วนใหญ่เลือกทางที่จะทยอยรีโนเวตทีละปีก ทีละชั้น แล้วติดป้ายเล็ก ๆ ไว้ที่ล็อบบี้ว่าขออภัยในความไม่สะดวก แต่ Grand Hyatt Singapore เลือกอีกทาง ปิดยาวตั้งแต่กันยายน 2022 แล้วกลับมาเปิดประตูอีกครั้งวันที่ 28 สิงหาคม 2025

สำหรับกานต์ การตัดสินใจนั้นคือรีวิวที่ซื่อสัตย์ที่สุดของโรงแรมนี้แล้วครับ เพราะมันบอกวิธีคิดของเจ้าของทรัพย์สินได้ชัดกว่าคำว่า luxury ที่พิมพ์อยู่บนโบรชัวร์ การยอมปิดสามปีแปลว่ายอมทิ้งรายได้ทั้งก้อนเพื่อแลกกับอายุการใช้งานอีกยี่สิบปีข้างหน้า

โรงแรมกลับมาพร้อมคำถามที่ใหญ่กว่าเรื่องห้องใหม่ นั่นคือโรงแรมที่ตั้งอยู่กลางย่านช้อปปิ้งควรขายอะไรให้คนรุ่นนี้ และคำตอบที่เราเห็นตลอดสองคืนคือ Grand Hyatt Singapore กำลังขายสิ่งที่ทำเลให้ไม่ได้ นั่นคือความทรงจำของเมืองที่โรงแรมตั้งอยู่

ทำเลหัวมุม Scotts Road ที่ขายตัวเองมาห้าสิบกว่าปี

โรงแรมตั้งอยู่เลขที่ 10 Scotts Road คุ้น ๆ ไหมครับ นี่คือหัวมุมที่คนกรุงเทพฯ น่าจะเข้าใจได้ทันที เพราะเดินไม่กี่นาทีถึง ION Orchard ข้าง ๆ คือ Far East Plaza ถัดขึ้นเนินคือ Goodwood Park Hotel ที่อยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ทำเลระดับนี้ในสิงคโปร์มันขายตัวเองมาห้าสิบกว่าปีแล้ว

โถงทางเดินและบันไดเลื่อนภายในโรงแรม

แต่ทำเลที่ดีที่สุดมักมาพร้อมโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะเมื่อทุกอย่างอยู่ใกล้ ๆ โรงแรมก็กลายเป็นเพียงที่วางกระเป๋าและเข้านอน แขกส่วนใหญ่ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกทั้งวัน แล้วกลับมาแค่อาบน้ำและพักผ่อน

กานต์ว่าโจทย์ของทีมออกแบบรอบนี้จึงวัดกันที่ความสามารถในการรั้งคนไว้ให้อยู่ในโรงแรมนานขึ้นอีกสองสามชั่วโมงต่อวัน ซึ่งในเชิงตัวเลขคือรายได้นอกค่าห้องทั้งหมดที่โรงแรมจะได้กลับมา ทั้งอาหารเช้า มื้อกลางวัน เครื่องดื่มก่อนมื้อค่ำ ไปจนถึงเวลาที่ใช้ริมสระ

ป้ายชื่อ Grand Hyatt บนผนังหินอ่อนทางเข้าโรงแรม

ล็อบบี้ที่ทำหน้าที่เป็นห้องรับแขก มากกว่าทางผ่าน

แท็กซี่มาส่งเราที่ด้านหน้า พนักงานเปิดประตูและขนกระเป๋าเข้าล็อบบี้ สิ่งแรกที่เห็นคือบันไดวนกับผนังไม้ที่เดินลายแปดเหลี่ยมไล่ขึ้นไปจนสุดเพดาน เป็นการเปิดเรื่องที่สุภาพและมั่นใจในเวลาเดียวกัน

บันไดวนในล็อบบี้ Grand Hyatt Singapore กับผนังไม้ลายแปดเหลี่ยม
เคาน์เตอร์ต้อนรับและล็อบบี้มุมกว้างของ Grand Hyatt Singapore

เคาน์เตอร์เช็กอินอยู่กลางโถงเพดานสูง มีเคาน์เตอร์แยกสำหรับสมาชิก World of Hyatt ด้วยนะครับ ส่วนด้านหลังล็อบบี้มีที่นั่งพักคอย จะมานั่งทำงานหรือนั่งคุยกับเพื่อนตรงบริเวณนี้ก็ได้

เคาน์เตอร์เช็กอินกลางล็อบบี้เพดานสูง
เคาน์เตอร์เช็กอินแยกสำหรับสมาชิก World of Hyatt
มุมนั่งพักด้านหลังล็อบบี้พร้อมโต๊ะไม้และแจกันดอกไม้

Grand Wing โดย Strickland กับลายแปดเหลี่ยมจากตึกปี 1971

โรงแรมแบ่งเป็น Grand Wing 407 ห้อง และ Terrace Wing 292 ห้อง รวม 699 ห้อง แล้วเลือกใช้สถาปนิกคนละทีมในการแยกออกแบบ ซึ่งกานต์ว่าเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมาก เพราะมันทำให้โรงแรมมีสองบุคลิกอยู่ในอาคารเดียวโดยไม่ต้องประนีประนอมทั้งสองฝั่ง

เราพักฝั่ง Grand Wing ผลงานของ Strickland สตูดิโอจากโตเกียว ทำงานร่วมกับ Nao Taniyama เขาไม่ได้ลบอาคารเดิมทิ้ง แต่หยิบ octagonal motif หรือรูปแปดเหลี่ยมจากสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของตึกปี 1971 มาเดินเป็นลายเซ็นเงียบ ๆ ทั่วทั้งปีก แล้วเติมกลิ่นเปอรานากันเข้าไปในโทนสีดินเผา ห้องน้ำใช้หิน Patagonia ส่วนอีกฝั่งเล่นกับ ice-green marble และไม้

การ์ดต้อนรับ ผลไม้ และช็อกโกแลตในห้องพัก
ทางเข้าห้องพักแบบ genkan พร้อมโคมผนังทรงแปดเหลี่ยม

ห้องที่เราได้คือ 1 King Bed Deluxe ขนาดราว 54 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นสามส่วน โซนแรกคือทางเข้าที่มีที่นั่งสำหรับสวมรองเท้า เรียกว่า genkan แบบญี่ปุ่น เหนือม้านั่งคือโคมผนังทรงแปดเหลี่ยม กรอบทองเหลืองประกบแผ่นหินโปร่งแสง ถัดเข้าไปเป็นห้องแต่งตัวและเก็บของสองฝั่ง

ห้องแต่งตัวและเสื้อคลุมอาบน้ำในห้องพัก
เตียงคิงไซซ์กับผนังหัวเตียงไม้โอ๊กย้อมเข้ม

เตียงอยู่กลางห้อง ผนังหัวเตียงเป็นไม้โอ๊กย้อมเข้มแผ่นใหญ่ ซ่อนไฟเส้นไว้ใต้ขอบล่าง ด้านข้างเตียงมีที่นั่งพร้อมตู้มินิบาร์ ส่วนตู้และลิ้นชักหุ้มด้วยลายเรขาคณิตสานกันเป็นตาราง ซึ่งเป็นการตีความเปอรานากันแบบสำรวม พรมผืนกลางห้องใช้สีส้มดินเผาตัดกับครีม

ห้องพัก Deluxe King ขนาด 54 ตารางเมตรมุมกว้าง
มุมโต๊ะทำงานและกระจกบานใหญ่ในห้องพัก
โต๊ะกลมหินอ่อนริมหน้าต่างพร้อมพรมลายเรขาคณิต

รายละเอียดที่กานต์ชอบที่สุดคือช่อง window alcove ที่ทำเป็นเดย์เบดริมกระจก มันเป็นรายละเอียดเล็กที่บอกว่าคนออกแบบเข้าใจว่าคนเดินทางคนเดียวใช้เวลาอย่างไรในห้อง กานต์นั่งตรงนั้นทั้งเช้า วางกล้องกับกาแฟไว้บนโต๊ะหินอ่อน แล้วไม่ได้ลุกไปไหนเลยครับ

เดย์เบดริมหน้าต่างในช่อง window alcove ของห้องพัก
มุมเตียงและทางเชื่อมไปห้องน้ำในห้องพัก

ห้องน้ำอยู่ด้านในเชื่อมต่อกับหัวเตียง ขนาดใหญ่ มีอ่างล้างหน้าแยกซ้ายขวา ผนังหินติดไฟด้านหลังคือ Patagonia stone ส่วนอเมนิตี้ใช้ของ Balmain จากฝรั่งเศส

ห้องน้ำผนังหิน Patagonia พร้อมอ่างล้างหน้าแยกซ้ายขวา

ห้องที่นี่กว้างในระดับที่โรงแรมเปิดใหม่ในสิงคโปร์ทำไม่ได้แล้ว เพราะราคาที่ดินยุคนี้บังคับให้ห้องเล็กลงทุกปี นี่คือข้อได้เปรียบของอาคารเก่าที่คนมักมองข้าม และเป็นเหตุผลเชิงธุรกิจที่ทำให้การรีโนเวตคุ้มกว่าการทุบสร้างใหม่ ม่านทึบแสงทำงานดีจนกานต์ตื่นสายกว่าที่ตั้งใจไว้ทั้งสองคืน

วิวถนน Scotts และแนวต้นไม้สีเขียวจากห้องพัก
แปลงปลูกผักสวนครัวของโรงแรมมองจากห้องพัก

Terrace Wing กับ Grant Associates ผู้ออกแบบ Gardens by the Bay

ส่วน Terrace Wing เป็นงานของ Grant Associates สตูดิโอจากอังกฤษที่คนสิงคโปร์รู้จักดีในฐานะผู้ออกแบบ Gardens by the Bay เขาวางแนวคิด shinrin-yoku หรือการอาบป่าแบบญี่ปุ่นลงบนสแลบคอนกรีตกลางเมือง มีบ่อคาร์ป น้ำตกไหลลดหลั่น สนามหญ้าสำหรับโยคะ และพรรณไม้ที่คัดจากเส้นทางผีเสื้อย่าน Somerset กับ Orchard เพื่อเรียกแมลงผสมเกสรกลับเข้าเมือง

สวนกลางโรงแรมและบ่อคาร์ปมองจากมุมสูง

โรงแรมยกสวนมาไว้หลายจุด ปลูกไม้ต้น ไม้ดอก ไม้พุ่ม เฟินต้น ปาหนัน จั๋ง เตยด่าง มอนสเตอรา ข่าแดงที่ออกดอกสีส้ม และอากาเว่ที่ทนแดดจัด ทั้งหมดเป็นพืชที่อยู่รอดในร่มเงาตึกสูงและความชื้นแบบสิงคโปร์ได้จริง ไม่ใช่ไม้ประดับที่ต้องเปลี่ยนทุกไตรมาส

หินที่ปูเป็นทางเดินเข้าไปในสวน คือหินก้อนเดิมจากภูมิทัศน์ชุดเก่าที่รื้อออกมาแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ พูดง่าย ๆ คือเราเดินอยู่บนพื้นเดียวกับแขกเมื่อสามสิบปีก่อน เพียงแต่ไม่มีใครมาบอก สวย และสุภาพมาก

ทางเดินผ่านสวนป่ากลางเมืองฝั่ง Terrace Wing

น้ำตกกลางโรงแรมที่ทำหน้าที่กลบเสียงถนน

น้ำตกในโรงแรมเป็นอีกไฮไลต์ของที่นี่ครับ ตกลงมาบนลานหินโค้งเป็นวงซ้อนกันที่ให้น้ำไหลผ่านเป็นชั้นบาง ๆ และที่สระว่ายน้ำก็มีแนวผนังหินติดหัวน้ำพุเรียงยาวตลอดขอบ

เหตุผลไม่ใช่ความสวยอย่างเดียวครับ ที่นี่คือถนน Scotts เสียงรถวิ่งตลอดวัน สิ่งที่เสียงน้ำทำคือกลบย่านความถี่ของการจราจรจนสมองเราหยุดประมวลผลมันไปเอง เดินเข้าสวนไปอีกหน่อย เมืองก็เงียบลงจริง ๆ ทั้งที่มันยังอยู่ตรงนั้น

สระหลักเป็นสระยาวสำหรับว่ายจริง น้ำใส แนวหินด้านหลังพ่นน้ำเป็นสายเล็ก ๆ ตลอดแนว ต้นลีลาวดีออกดอกคลุมขอบสระไว้เกือบมิด มองข้ามพุ่มไม้ขึ้นไปจะเห็นหลังคาทรงเจดีย์สีแดงของ Singapore Marriott Tang Plaza โผล่มาไกล ๆ กับตึกกระจกลายตารางอีกหลัง

สระว่ายน้ำยาวล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่กลางย่าน Orchard

กานต์ว่ามุมนั้นคือภาพสรุปของโรงแรมนี้ได้ดีที่สุด เพราะมันบอกว่าเราอยู่กลาง Orchard จริง ๆ เพียงแต่มีป่าคั่นอยู่หนึ่งชั้น

StraitsKitchen อาหารเช้าที่ดีที่สุดมื้อหนึ่งของทริป

Grand Hyatt Singapore กานต์ว่าเป็นโรงแรมที่มีตัวเลือกห้องอาหารน่าสนใจและครบทุกสไตล์เลยครับ โดยเฉพาะหลังจากที่โรงแรมเพิ่งปรับปรุงโฉมใหม่ ปัจจุบันมีทั้งหมดเจ็ดร้าน รวมถึง Le Pristine Singapore ของเชฟ Sergio Herman ระดับมิชลินสตาร์ ที่เข้ามาเปิดในรอบนี้

ผนังเก็บไวน์และโต๊ะยาวในห้องอาหารของโรงแรม
มื้ออาหารท้องถิ่นในห้องอาหาร StraitsKitchen

อาหารเช้าเราทานกันที่ StraitsKitchen ชั้นเดียวกับล็อบบี้ บุฟเฟต์อาหารท้องถิ่นระดับพรีเมียมที่ได้รับการรับรองฮาลาล 100% ครอบคลุมตั้งแต่อาหารจีน มลายู อินเดีย และเปอรานากัน จริง ๆ คือเสิร์ฟทั้งวัน

ที่นี่วางตัวเองเป็น marketplace ไม่เหมือนห้องอาหารโรงแรมทั่วไป เคาน์เตอร์แยกเป็นซุ้มตามสาย มีเตาสดสำหรับโรตีปราตา ไข่ออมเล็ต และวาฟเฟิล ภายในจัดสเตชั่นแบบครัวเปิดให้เราเห็นเชฟปรุงอาหารกันสด ๆ

เชฟปรุงอาหารสดในครัวเปิดของ StraitsKitchen
เคาน์เตอร์บุฟเฟต์อาหารท้องถิ่นของ StraitsKitchen
สเตชั่นกาแฟและเครื่องดื่มยามเช้า

โรตีปั้นแป้งแล้วทอดกันสด ๆ ก๋วยเตี๋ยวซุปกุ้งอร่อยมาก ติ่มซำก็ดี มีน้ำส้มคั้นสดจากผลให้เราได้ทานกันตอนเช้า นอกจากนี้ยังมีข้าวมันไก่สิงคโปร์ ลักซา สะเต๊ะย่างเตาถ่าน และขนมหวานท้องถิ่นอย่างน้ำแข็งไส เป็นโรงแรมที่เราคิดว่าอาหารเช้าดีและเราชอบมาก

เคาน์เตอร์ชีสและของหมักดองในบุฟเฟต์
สลัดบาร์และของหวานบนเคาน์เตอร์บุฟเฟต์
สลัดบาร์ ผลไม้ และล้อชีสพาร์เมซานในบุฟเฟต์
เชฟผัดอาหารในครัวเปิดของห้องอาหาร

ห้องอาหารมีหลายมุมให้เลือกทั้งโซนรวมและห้องแยก แต่ละมุมตกแต่งสวยมาก สะท้อนความเป็นเปอรานากันได้ดีสุด ๆ ถ้าอยากทานอาหารสิงคโปร์แท้ ๆ แต่ไม่อยากไปเดินร้อนตามศูนย์อาหาร ที่นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ

มุมนั่งหลายรูปแบบทั้งโซนรวมและห้องแยกในห้องอาหาร
ทางเดินติดภาพถ่ายและโคมผนังภายในโรงแรม

Pete’s Place ร้านอิตาเลียนที่เปิดต่อเนื่องยาวนานที่สุดในสิงคโปร์

มื้อกลางวันเราทานกันที่ Pete’s Place ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1973 เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่เปิดต่อเนื่องยาวนานที่สุดในสิงคโปร์ บรรยากาศคลาสสิกมาก เพดานต่ำ ผนังอิฐ ตู้แช่เนื้อและชีสตั้งอยู่กลางร้านเหมือนที่มันเคยตั้งมาตลอดห้าสิบปี

ห้องรับประทานอาหารส่วนตัวพร้อมโต๊ะไม้ยาว
ตู้แช่เนื้อและของแห้งในห้องอาหารอิตาเลียน
จานปลาอบเสิร์ฟมาในกระทะพร้อมซัลซ่ามะเขือเทศ
จานปลาย่างกับผักโขมและเครื่องดื่มที่ Pete’s Place
ทีรามิสุถาดใหญ่และของหวานในตู้แช่

ในเชิงแบรนด์ กานต์มองว่าการเก็บ Pete’s Place ไว้ทั้งที่รีโนเวตทั้งโรงแรมคือการตัดสินใจที่ถูก เพราะร้านอายุห้าสิบปีคือสิ่งที่โรงแรมเปิดใหม่ซื้อไม่ได้ในราคาเท่าไรก็ตาม

10|SCOTTS เลานจ์สำหรับคนที่ไม่อยากออกไปไหนไกล

10|SCOTTS เป็นห้องอาหารกึ่งเลานจ์ที่ออกแบบมาให้เหมือนห้องนั่งเล่นส่วนตัว มองออกไปเห็นวิวน้ำตกจำลองของโรงแรม บรรยากาศเงียบสงบและผ่อนคลาย ที่นี่โด่งดังมากในเรื่องชุดน้ำชายามบ่ายที่เสิร์ฟชาคุณภาพสูงคู่กับสโคนเนื้อเนียน แซนด์วิช และขนมหวานนานาชนิด

พอตกเย็นที่นี่จะปรับบรรยากาศเป็นเลานจ์สำหรับนั่งดื่มก่อนมื้อค่ำ เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียม ทั้งคอลเลกชันไวน์ แชมเปญ และคราฟต์ค็อกเทล เสิร์ฟคู่กับทาปาส คานาเป้ และชีสแพลตเตอร์ มื้อค่ำเราทานกันเบา ๆ ที่นี่ เหมาะสำหรับใครที่อยากจิบเบา ๆ ไม่อยากออกไปไหนไกลจากโรงแรมครับ

มุมมองแบรนด์และการลงทุน

สิ่งที่ Grand Hyatt Singapore ทำในรอบนี้คือการเปลี่ยนโจทย์จาก “ทำห้องให้ใหม่” เป็น “ทำให้แขกอยากอยู่ในโรงแรมนานขึ้น” ซึ่งเป็นคนละเกมกันโดยสิ้นเชิง สวนขนาดนั้น น้ำตกขนาดนั้น และห้องอาหารเจ็ดร้าน คือการลงทุนในเวลาที่แขกใช้อยู่ในอาคาร ไม่ใช่ในจำนวนคืนที่ขายได้

ในเชิงตัวเลข โรงแรมกลางย่านช้อปปิ้งมักมีอัตราการเข้าพักที่ดีอยู่แล้วเพราะทำเล แต่รายได้ต่อแขกหนึ่งคนจะต่ำ เพราะทุกอย่างที่แขกใช้จ่ายเกิดขึ้นนอกโรงแรม การดึงมื้อเช้า มื้อกลางวัน และเครื่องดื่มก่อนมื้อค่ำกลับเข้ามาในอาคารจึงเป็นการเพิ่มรายได้ที่ไม่ต้องขึ้นค่าห้อง

และสิ่งที่กานต์คิดว่าเป็นการตัดสินใจที่แหลมที่สุดคือการเก็บของเดิมไว้ ทั้งลายแปดเหลี่ยมของตึกปี 1971 หินปูทางเดินชุดเก่า และร้าน Pete’s Place ที่อายุห้าสิบปี เพราะในเมืองที่ทุกอย่างถูกทุบสร้างใหม่ทุกสิบปีอย่างสิงคโปร์ ความต่อเนื่องคือสินค้าที่หายากที่สุด

ข้อสังเกตที่ทำให้กานต์ยังไม่ให้คะแนนเต็มคือเรื่องของทำเลเอง โรงแรมยังต้องสู้กับเสียงถนน Scotts อยู่ดี แม้เสียงน้ำจะช่วยได้มากในสวน และแขกที่ต้องการความสงบแบบรีสอร์ตจริง ๆ จะยังรู้สึกได้ว่าเมืองอยู่ห่างออกไปเพียงกำแพงเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Grand Hyatt Singapore อยู่ตรงไหน เดินทางอย่างไร

โรงแรมตั้งอยู่เลขที่ 10 Scotts Road ย่าน Orchard สิงคโปร์ เดินไม่กี่นาทีถึง ION Orchard และสถานีรถไฟฟ้า MRT Orchard ข้าง ๆ คือ Far East Plaza ถัดขึ้นเนินคือ Goodwood Park Hotel จากสนามบินชางงีใช้เวลาราว 25–30 นาทีโดยรถยนต์ในช่วงเวลาปกติ ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่เดินทางสะดวกที่สุดของสิงคโปร์สำหรับคนที่มาช้อปปิ้งหรือทำงาน

โรงแรมรีโนเวตเสร็จเมื่อไร และมีห้องแบบไหนบ้าง

โรงแรมปิดรีโนเวตตั้งแต่กันยายน 2022 และกลับมาเปิดเต็มรูปแบบอีกครั้งวันที่ 28 สิงหาคม 2025 ปัจจุบันมี 699 ห้องและสวีท แบ่งเป็น Grand Wing 407 ห้อง ออกแบบโดย Strickland จากโตเกียว และ Terrace Wing 292 ห้อง ที่ออกแบบร่วมกับ Grant Associates จากอังกฤษ มีห้อง Garden Studio ห้าห้องที่เปิดออกสู่สนามหญ้าและสระว่ายน้ำโดยตรง ห้องที่กานต์พักคือ 1 King Bed Deluxe ขนาดราว 54 ตารางเมตร

มีห้องอาหารอะไรบ้าง และมื้อไหนน่าสนใจที่สุด

หลังรีโนเวตโรงแรมมีเจ็ดร้าน ได้แก่ StraitsKitchen บุฟเฟต์อาหารท้องถิ่นฮาลาล 100%, Pete’s Place ร้านอิตาเลียนที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1973, Le Pristine Singapore ของเชฟ Sergio Herman ระดับมิชลินสตาร์, 10|SCOTTS เลานจ์อาหารเมดิเตอร์เรเนียนจานเล็ก, Oasis ริมสระ, BRIX ชั้นใต้ดิน และ The Shop คาเฟ่ มื้อที่กานต์แนะนำที่สุดคืออาหารเช้าที่ StraitsKitchen ซึ่งเป็นหนึ่งในบุฟเฟต์เช้าที่ดีที่สุดที่เคยเจอในสิงคโปร์


ดูรายละเอียดห้องพักและจองได้ที่ Grand Hyatt Singapore

Share
KANT
BULLETIN

A weekly dispatch, considered.