The Standard, Pattaya Na Jomtien

ถ้าให้เปรียบ The Standard, Pattaya Na Jomtien เป็นเพื่อนสาว‼️

… ก็ต้องบอกว่า นี่คือตัวจี๊ด สายเฟียสตัวแม่ แต่เป็นสาวคนเกร๋ เทสต์ดี มีความอาร์ตใดๆ ไม่แคร์เวิล์ด

.

บอกเลยว่าใครที่เบื่อพัทยาแบบเดิมๆ พาร์ทนี้ กานต์จะพาไปพักโรงแรมเปิดใหม่เลยไปหน่อย กับ The Standard, Pattaya Na Jomtien โรงแรมที่แบรนด์ดิ้งชัดในเรื่องของงานดีไซน์ สายถ่ายรูปต้องชอบ เพราะได้เปลี่ยนภาพจำของนาจอมเทียนเงียบๆ ให้กลายเป็นรันเวย์ริมหาดที่คูลที่สุดในตอนนี้!

.

และนี่คือ #รีวิวที่ละเอียดที่สุด

.

ถ้าพูดถึง The Standard หลายคนจะนึกถึงโลโก้ “ตัวหนังสือกลับหัว” ใช่ไหมครับ? นั่นแหละคือ DNA ของเขาเลย! แบรนด์นี้เขาไม่ได้ขายแค่ที่นอน แต่วิธีคิดเขาคือ “Anything but Standard” (อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ความธรรมดา) เขาฉีกกฎความหรูหราแบบเดิมๆ ที่ต้องเกร็ง ต้องเนี้ยบ ให้กลายเป็นความหรูที่ “ขี้เล่น สนุก และเข้าถึงง่าย”

.

สำหรับ Pattaya Na Jomtien ก็ไม่ยอมใคร เล่นใหญ่ด้วยการเปลี่ยนภาพจำของพัทยาไปเลย จากเมืองแสงสีเสียง ให้กลายเป็นเมืองตากอากาศที่ดู Art & Chic ขึ้นมาทันตา บรรยากาศเงียบสงบแต่ไม่เหงา โลเคชั่นคือดีย์ หนีห่างจากความวุ่นวายของพัทยามาหน่อย ทำให้ได้ฟีลพักผ่อนจริงๆ ชายหาดตรงนี้เงียบสงบ น้ำทะเลน่าเล่น และไฮไลท์คือ Sunset ช่วง Golden Hour ที่สวยตะโกน! นั่งมองพระอาทิตย์ตกตัดกับขอบน้ำทะเลคือ “The Art of Doing Nothing” ที่แท้ทรู

.

วินาทีที่ก้าวเข้ามา รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังยุค 60s ครับ ดีไซน์ที่นี่มีความเป็น Mid-century Modern เส้นสายโค้งมน ทั้งตึก ทั้งสระว่ายน้ำ มันดูลื่นไหลไปกับคลื่นทะเล คู่สีที่ใช้คือ Sunset Orange ตัดกับ Mud Green ซึ่งเป็นโทนสี Signature ที่ทำให้ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูเป็นวัยรุ่นเทสต์ดี แฝงความขี้เล่นแบบ Retro หน่อยๆ

.

ที่นี่ถ่ายรูปได้ทุกมุมจนเมมเต็ม สระว่ายน้ำคือจุดรวมพลที่ Vibe ดีมากกก มีร่มสีส้มที่เป็น Iconic ตัดกับน้ำสีฟ้า ถ่ายรูปออกมาคือปัง ไม่ต้องพยายามเยอะ แค่ยืนเฉยๆ ก็ดูแพงแล้ว

.

ส่วนบรรยากาศที่ชายหาดก็คือ Barefoot Luxury ของจริง ทิ้งรองเท้าเอาไว้ แล้วเดินเท้าเปล่าย่ำทราย ได้ Feel Feet in the sand ของจริง ตอนเย็นๆ มานั่ง Esmé Beach Club สั่งทาโก้มากิน จิบค็อกเทลมะม่วงพริกเกลือ ให้เท้าเราสัมผัสกับทรายนุ่มๆ บนชายหาด บรรยากาศผ่อนคลาย

.

เช้าๆ ออกไปวิ่งริมทะเล เป็นวิถีคนเก๋ คนรักสุขภาพ รักธรรมชาติกัน สายๆ ก็ไปทำ Ice Bath ที่ Mmhmmm มีพอกโคลน( Mud Mask) ด้วย สดชื่นมาก แล้วก็ไปนั่งเล่นที่ Pool ด้านบนที่เพิ่งเปิดกัน

.

กานต์พักห้อง Deluxe One Bedroom Suite with Ocean View and Private Pool ห้องกว้างมากกกก … ใหญ่สุดแล้วเป็นรองก็แค่ Penthouse แบ่งสัดส่วนห้องนอนกับห้องนั่งเล่นได้ดีเยี่ยม ไม่อึดอัดเลยครับ

.

ดีไซน์ยังคงความขี้เล่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้งมนและคู่สีจี๊ดจ๊าดที่ถ่ายรูปได้ทุกมุมทำให้ไม่น่าเบื่อ มีสระว่ายน้ำส่วนตัว อันนี้ดีย์สุดๆ ห้องนอนมีเตียงดูดวิญญาณ เราชอบงานที่หัวเตียงมันดูคราฟท์มาก แถมบางห้องเป็น Pet-friendly ด้วยนะ ใครมีน้องหมาน้องแมวพามาร่วมเฟรมได้เลย

.

จะว่าไป การมาพักที่ The Standard, Pattaya Na Jomtien อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนที่นอนจากกรุงเทพ แต่เป็นการ Charge Energy ด้วยงานดีไซน์ อาหารรสชาติจัดจ้าน และเสียงเพลงที่ Curate มาอย่างดี … เป็นพัทยาในแบบที่ “COOL” จนถ่ายรูปเช็คอินแล้วเพื่อนต้องทักแน่นอน!��

.

อ่านแคปชั่นต่อด้านในได้เลยครับ

📸✨ ติดตามกานต์ผ่าน IG ได้ที่ www.instagram.com/kant.co.th

งานดีไซน์คือเป็นอะไรที่ว๊าวมาก เดาได้เลยว่า @onion เป็นคนออกแบบ งานมี Signature ชัด ผสมกับ DNA ของ The Standard ทำให้ดีไซน์ออกมาคมมากครับ

เราเลือกมาพักผ่อนที่นี่กับบรรยากาศที่ส่วนตัวสุดๆ กับห้องแบบ Deluxe One Bedroom Suite with Ocean View and Private Pool ใกล้ชิดติดสระว่ายน้ำและทะเล มีสระส่วนตัวภายในห้องด้วยครับ

The Standard, Pattaya Na Jomtien เป็นอีกหนึ่งโรงแรมแถวพัทยา นาจอมเทียนที่วิวพระอาทิตย์ตกสวยมาก หน้าหาดกว้างและยาวต่อเนื่องไป ได้ฟีลโรแมนติกสุดๆ

The Standard, Pattaya Na Jomtien โรงแรมที่ขับรถมาจากกทม. ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ มาถึงก็เจอป้ายชื่อกลับหัวรอต้อนรับแทรกตัวอยู่ในพุ่มไม้ สีแดงตัดสีเขียว สวยจัด!!

ทีแรกเข้าใจว่าน่าจะเป็นโรงแรมไม่ใหญ่มาก เพราะหาที่ดินติดหาดยากแล้วตอนนี้ แต่เท่าที่ดูก็เป็นที่ดินแนวลึกเข้าไป พื้นที่ริมหาดก็กว้างครับ ด้านหน้าเป็นอาคารเรียงราย ด้านในสุดริมหาดเป็นพื้นที่ส่วนกลางและ Esmé Beach Club

โถงต้อนรับดีไซน์เท่ห์มาก ราวกับอยากให้เราหลุดออกไปอยู่อีกโลก!!

Lobby แสงบ่ายแก่ๆ คือสวยที่สุด!!

Lobby แบบ Open Air แต่ว่าไม่ร้อนนะครับเพราะต้นไม้เยอะมาก

ชอบการดีไซน์ที่นั่งแบบฟรีฟอร์ม คุมโทนสีดีเว่อร์ บรรยากาศสบายๆ นั่งรอเช็คอินสักพัก

Concept การออกแบบจะเป็นการตีความสถาปัตยกรรมแบบ Modernist ในยุค Mid-Century ให้ดูสนุกขึ้น โดยลดทอนความแข็งกระด้างของรูปทรงเรขาคณิต (Brutalist edges) ด้วย “เส้นโค้ง” (Whimsical Undulating Curves) ที่ล้อไปกับเกลียวคลื่นของทะเล

ตัวตึกโดดเด่นด้วยเส้นสายแนวตั้งที่พลิ้วไหว (Rhythmic Vertical Lines) และกันสาดทรงโค้งที่ยื่นออกมาในแต่ละชั้น ทำให้เกิดเงาที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน เหมือนงานประติมากรรมที่มีชีวิต

งานดีไซน์ของที่นี่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือการตีความ “พัทยา” ในมุมมองใหม่ผ่านเลนส์ของ The Standard ที่สนุก ขี้เล่น และเต็มไปด้วยศิลปะครับ

การวางผังอาคารแบ่งออกเป็น 4 คอร์ทยาร์ด (Courtyards) เชื่อมต่อกัน เพื่อสร้าง Flow การเดินที่ลื่นไหลจากล็อบบี้ไปสู่ทะเล และเปิดช่องแสงธรรมชาติให้เข้ามาได้ทั่วถึง ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เดินไปดูพร้อมกันครับ

มาถึงห้องพักของเราแล้วครับ Deluxe One Bedroom Suite with Ocean View and Private Pool

ห้องใหญ่มาก 130 ตร.ม. ด้านนอกมี Private Pool & Ocean View เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่ทำให้ห้องนี้ปังมากเว่อร์!! เพราะเปิดออกไปเจอ Private Pool ส่วนตัว!

เปิดประตูเข้ามาคือตกใจไซส์ห้องครับ! พื้นที่ 130 ตร.ม. นี่ใหญ่กว่าคอนโดในเมืองหลายเท่า แบ่งสเปซเป็นสัดส่วนชัดเจน มีโซฟาใหญ่มาก ด้านข้างเป็น Minibar สำหรับเปิดปาร์ตี้เบาๆ ในห้องของเราเอง

อีกด้านเป็นมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือ หรือว่าจะจิบกาแฟเบาๆ ก็ได้ครับ

เปิดประตูออกไปด้านในสุดจะเป็น Courtyard จัดที่นั่งเอาไว้ให้เราได้อยู่กับตัวเองแบบเงียบๆ เป็นส่วนตัว

ด้านในเป็นโซนพักผ่อน ห้องนอนใหญ่เว่อร์มาก ตรงกลางเป็นเตียง King Size หนานุ่มดูดวิญญาณ พร้อมมุมนั่งเล่น (Cozy Seating) ที่จัดวางได้ลงตัว จะนั่งทำงานนิดๆ หรือนอนอ่านหนังสือหน่อยๆ ก็ชิล เปิดประตูเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำกระโดดลงได้เลยครับ

ดีเทลเล็กๆ แต่คราฟท์มากคือการตกแต่งหัวเตียงด้วยลวดลาย Merpeople (เงือก) และพรรณไม้ บางจุดใช้วิธีการปักขึง!!

ส่วนหัวเตียงอีกด้านมีโคมไฟรูปปากสีแดง (Red Lips Lamp) ที่เป็น Iconic piece เก๋ๆ สร้างความขี้เล่นให้ห้องนอน

ห้องน้ำก็กว้างเช่นกัน เน้นความสดใสด้วยกระเบื้องสีคู่ตรงข้ามและการจัดแสงที่ถ่ายรูปสวยมาก (Photogenic Lighting) วางอ่างอาบน้ำไว้กลางห้อง

ด้านข้างเป็นพื้นที่ของเสื้อผ้าและสัมภาระ ก่อนมาเราสั่งกระเป๋า Carry On เป็นของแบรนด์ The Standard ที่ Collab กับ Crash Baggage สีแดงสวยเว่อร์!! ตามไปสั่งออนไลน์ได้นะ ที่ https://shopthestandard.com/…/crash-baggage-x-the… มีของกระจุกกระจิกเต็มไปหมด หรือเดินมาดูของจริงก่อนที่ Shop ริมทะเลของโรงแรมก็ได้ครับ

กานต์ว่าห้องนี้เป็น Ultimate Escape จริงๆ นะ ส่วนตัวสุดๆ ละ

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไปถ่ายรูปกับ Signature หนึ่งของโรงแรม นั่นคือสระว่ายน้ำ (The Pool) ตัวสระมีกิมมิคเป็นบันไดเล่นระดับที่ค่อยๆ ไล่ลงไปในน้ำ (Layered Stairs) นอกจากจะดูเท่แล้ว ยังเป็นที่นั่งแช่น้ำคุยกับเพื่อนแบบครึ่งตัวได้ชิลๆ ด้วย

ไฮไลท์ที่แย่งซีนทุกอย่างคือ เตียงผ้าใบสี Cinnamon (แดงอบเชย) ตัดกับร่มลายทางสีส้มจี๊ดจ๊าด และน้ำในสระสีฟ้าใส คู่สีนี้คือถ่ายรูปขึ้นกล้องมากครับ ไม่ต้องแต่งรูปเยอะก็รอด!

เราชอบ Color Palette ของที่นี่มาก คีย์หลักคือคู่สี “Sunset Orange” (ส้มพระอาทิตย์ตก) ตัดกับ “Mud Green” (เขียวขี้ม้า/โคลน) ซึ่งเป็นสี Pantone ประจำของโรงแรมนี้เลยก็ว่าได้ มันให้ความรู้สึก Retro และ Tropical ในเวลาเดียวกัน

อยากให้ลืมภาพสระว่ายน้ำสีฟ้า-ขาวเดิมๆ ไปได้เลยครับ เพราะ The Standard เล่นใหญ่ด้วยธีม Retro 60s ผสมกลิ่นอาย Miami Vice

มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก เอาสิ!!

เรียกได้ว่าถ้ามา The Standard พัทยาแล้วไม่ได้มานอนกลิ้งว่ายน้ำที่สระกลาง (The Pool) ถือว่ามาไม่ถึงนะครับ! เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สระว่ายน้ำ แต่มันคือ “Social Hub” ที่ Vibes ดีจนไม่อยากลุกไปไหน

ด้านบนมี Hidden Gems ที่เพิ่งเปิดเลยครับที่ Mmhmmm อยู่ชั้นบนเป็นแบบ Adult Only มีบาร์และสระว่ายน้ำอีกจุด

จิบโรเซ่เย็น ๆ หรือค็อกเทลคราฟต์สุดสดชื่นสักแก้วริมสระก็ดีเลยนะ

ลงมาที่หาดกันบ้าง กับ Esmé Beach Club

Esmé เป็นบีชคลับแห่งแรกของ The Standard ที่หยิบเอาวัฒนธรรมการรวมตัวสังสรรค์ของชาวเม็กซิกัน มาผสมผสานรสชาติเม็กซิกันแท้ ๆ กับวัตถุดิบของไทยในบรรยากาศริมทะเล

สั่งเครื่องดื่มมาจิบกัน นอนเตียงผ้าใบ ให้เท้าสัมผัสทรายบนชายหาดในบรรยากาศที่ดีที่สุด

no shoes, no news, no worries!!

เร็วๆ นี้ที่ The Standard, Pattaya Na Jomtien จะมีกิจกรรม Sundown Run วิ่งกันตอนพระอาทิตย์ตก บรรยากาศดีและโรแมนติกสุดๆ

เป็นอีกโรงแรมที่เป็น Sunset Spot สวยที่สุด

ได้เวลาดินเนอร์กันครับ เราเลือกที่ Esmé ตรงชายหาดนี่แหละ มีที่นั่งทั้งริมหาดและด้านบนใกล้กับครัวเปิด ชื่อ Esmé ย่อมาจาก Esmeralda ที่แปลว่า “มรกต” สื่อถึงความล้ำค่าและสีสันของน้ำทะเล แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ ลึกลับ และสนุกสนาน

ที่นี่ไม่ได้วางตัวเป็นแค่ร้านอาหาร แต่เป็น “Mexican Cantina” (โรงอาหารสไตล์เม็กซิกัน) ที่เน้นความ Social จ๋าๆ คือคนแปลกหน้าสามารถมาชนแก้ว กลายเป็นเพื่อนกันได้ง่ายๆ ท่ามกลางบรรยากาศแบบ “Feet-in-the-sand” (เท้าเหยียบทราย)

ดีไซน์ที่นี่ฉีกจากความขาว-ฟ้าของบีชคลับทั่วไป โดยใช้โทนสี Terracotta (สีอิฐดินเผา) และไม้สีอุ่น เฟอร์นิเจอร์เป็นงานสานและไม้ที่ดู Craft ผสมกับผนังที่มี Texture ดิบๆ แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก

ด้านในเป็นครัวเปิด เราจะมองเห็นเชฟกำลังปรุงอาหารไปด้วย เพลินๆ ดีครับ

อยากให้ลืมภาพอาหารเม็กซิกันเลี่ยนๆ ชีสเยิ้มๆ แบบ Tex-Mex ไปได้เลยครับ ที่นี่เน้นรสชาติสดชื่นแบบ Baja & Yucatán Style ที่เข้ากับอากาศร้อนของไทยเป๊ะ

กานต์ชอบ Grilled Elote เป็นข้าวโพดปิ้งสไตล์เม็กซิกัน โรยชีสและพริกป่น กัดเข้าไปแล้วได้ความหวาน หอมไหม้ และความนัวๆ กุ้งย่างซอสพริกกะเทียมก็หอมอร่อยดีนะ

เดินกลับจากห้องอาหารผ่านสระว่ายน้ำตอนกลางคืน เปิดไฟก็ได้บรรยากาศที่สวยไปอีกแบบ มานั่งเล่นเงียบๆ ได้นะครับ

เป็นเช้าที่ไม่อยากตื่นเลย นอนสบายมากๆ

ซ้อม Sunrise run on the beach เช้านี้แดดดีเว่อร์

โรงแรมมีมุมถ่ายรูปเยอะมาก เดินเล่นแป๊บๆ ก็ต้องแวะกดสักแช๊ะ!!

มาทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร Sereia ได้แรงบันดาลใจมาจากทะเลไทยที่ชลบุรี ให้เป็นจุดที่ทะเลมาบรรจบกับเปลวไฟ

ห้องอาหารตอนเช้าก็เป็นมุมที่แดดส่องเข้ามาสวยมาก น่าสังเกตว่า แขกที่นี่ตื่นสาย!! เราลงมา 7 โมง ยังไม่มีแขกเลยสักคน ก็แน่ละ มันต้องชิลๆ สบายๆ

ห้องอาหารเช้า มีไลน์อาหารให้เลือกเยอะอยู่นะครับ ถ้าจะให้แนะนำเมนูห้ามพลาด เราชอบไก่ย่างเทอริยากิ อร่อยมาก เนื้อไก่ฉ่ำเว่อร์ กินไป 5 ชิ้น!!

เบเกอรี่ขนมอบก็ดีงามสุดๆ ครัวซองก์คือต้องห้ามพลาด

เป็นอีกโรงแรมที่ห้องอาหารเช้าจัดเต็มมากอีกแห่งหนึ่งในพัทยา

กลับมาที่ Mmhmmm กันต่อ เราจองทำ Mud Mark ไว้ ชอบความดีไซน์ของห้องนี้มาก กลมๆ เก๋ๆ

เราเคยทำพอกโคลนมาแล้วที่หัวหิน ก็เลยอยากลองของที่พัทยาบ้าง มี 4 กลิ่นให้เลือก เราเลือกสีชมพูหอมๆ แบบเอเนอจี้ๆ

พอกโคลนเสร็จก็มาอาบแดดให้โคลนซึมเข้าสู่ผิว

นอนแปบเดียวแหละ ร้อน!!!

อ่ะ มาแช่ Ice Bath ต่อ ใครสนใจก็จองได้ที่พนักงานเลยนะครับ

จากนั้นก็ได้เวลากลับกรุงเทพ เก็บกระเป๋าไว้ท้ายรถ ปิดทริปพักผ่อนสั้นๆ ที่ The Standard, Pattaya Na Jomtien

เอาเป็นว่าถ้าใครชอบบรรยากาศที่ดู Lively สนุกสนาน และเต็มไปด้วยงานดีไซน์ที่ “ตะโกน” ว่าฉันมาพักผ่อนนะ! กานต์แนะนำเลยว่าต้องมาที่นี่ครับ

KΔNT
KΔNT

อดีตผู้ประกาศข่าวสายเศรษฐกิจ เจ้าของเพจ KANT.CO.TH ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวพักผ่อน ในโรงแรมหรู สนใจเรื่องราวงานดีไซน์ อสังหา การตลาด การลงทุน